Archive | Tips & Tricks

คุยเฟื่อง เรื่องครีมกันแดด (ตอนที่ 1)

คุยเฟื่อง เรื่องครีมกันแดด (ตอนที่ 1)

Posted on 07 March 2006 by Vinegar Girl

หายหน้าหายตัวอักษรไปหลายวัน คิดถึงกันบ้างมั้ยค้า…..((ออดอ้อนนน…”สาวยก” (สวยแอนด์เด็กกว่า..แม่ยก!) ราวกับเป็นพระเอกลิเก…ว่าเข้าไปน่านนน)) ต้องขออภัยอย่างสูงค่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ทำงานยิ่งกว่าแบกหาม ลามยันเช้า เลยซัดซาลาเปาไป 2 เข่ง! (6 ลูก) ฮื้อออ!! แถมช่วงนี้ทำดี ไม่มีครายเห็น ชีวิตลำเค็ญ พี่ๆกุ้งเต้นจาน! เจี๊ยก!! (นี่มันกินแก้เครียดนี่คร้าบบ..พี่น้อง) พอได้มาอ่าน comments ของน้องๆแล้วก็ช่วยทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ ไม่ต้องไปกินน้ำใบบัวบกค่ะ ^_^
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ น้อง bess* ที่อุตส่าห์โยกย้าย diary มาให้อ่านเป็นการส่วนตัว (ทำให้รู้สึกเป็น VIP มั่กๆค่ะ..ซึ้งๆ) เพราะข้าพเจ้าเข้าไดอารี่ของน้องเบสไม่ได้ ขอบคุณนะค๊า…^_^
ขอบคุณกุ้ง สาวเกาหลี (ที่อินไซด์เดอร์ ก่อนเทรนด์เกาหลีจะฮ๊อตฮิตเหมือนในตอนนี้) ขอบคุณน้อง Opal น้อง POCKYmm และ น้อง Nush ค่ะ
และขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาเยี่ยมชม ทั้งที่มาช่วยแสดงความคิดเห็นให้คำแนะนำ และคำถามดีๆ รวมถึงคนที่ถนัดอ่านอย่างเดียว แค่เข้ามาก็ดีใจแล้วหล่ะค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ ซึ้งๆ กระซิกๆๆ

Sunscreen Guideline

ร้อนๆ เครียดๆ แบบนี้เราต้องหยุดพักร้อนไปเที่ยวทะเลค๊า….( เหอๆ จริงๆ เป็นเรื่องหาข้ออ้างหยุดงานไปเที่ยวของอะฮั้น..แนะนำให้ทำหน้าเครียดๆเข้าไว้ เจ้านายจะรีบเซ็นใบลาให้ค่ะ..อิอิ (( จริงๆเค้าจะให้อะฮั้นลาไปฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า!!…แป่ว!)) ) สาวๆขา..ไปทะเลหรือไม่ไป ยังงั๊ยยย..ยังไงก็ต้องทาครีมกันแดดนะคะ เพราะถึงแม้อยู่ในกรุงเทพฯ แสงแดดก็แผดเผา เดี๋ยวใบหน้าเราจะเหี่ยวเฉาก่อนวัยค่ะ
วันนี้เลยอยากเจาะลึกเรื่องครีมกันแดดกันค่ะ…แต่ทำเป็นตอนๆ เพราะถ้าม้วนเดียวจบจะอ่านกันหอบแดดซะก่อน! คริๆๆ

Note: ข้อมูลดีๆเหล่านี้ นำมาจากหนังสือ คนรักหน้า
โดย แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ

ครีมกันแดดแบ่งเป็น 2 ประเภทค่ะ คือ

  • Chemical Sunscreen : เป็นครีมกันแดดที่ทำหน้าที่ดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตไว้ แต่ไม่ทั้งหมดนะคะ
  • Physical Sunscreen : อันนี้เป็นประเภทที่มาแรงแซงโค้งกว่าค่ะ เพราะว่าครีมประเภทนี้ไม่ดูดซึม แต่จะสกัดกั้น (block) รังสีอัลตราไวโอเลตไว้ ไม่ให้ลงสู่ผิวของเรา คล้ายๆกับหลักการสะท้อนกลับค่ะ ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง จะเรียกครีมชนิดนี้ว่า “Non-Chemical” ซึ่งมีส่วนผสมหลักก็คือ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium dioxide) และ ซิงค์ ไดออกไซด์ (Zinc dioxide) ที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนกลับอย่างสูงงงงง มีข้อดีก็มีข้อเสียค่ะ ข้อเสีย คือ ความมันเยิ้มและเป็นคราบเวลาเหงื่อออกมากๆ หรือเวลาโดนน้ำ

SPF คำที่คุ้นหู.. มาดูกันค่ะว่ามันคืออะไร?!
SPF มีชื่อเต็มๆว่า Sun Protection Factor
ซึ่งก็คือ ค่าของครีมกันแดดที่จะบ่งบอกระยะเวลาที่สามารถปกป้องผิวของเราจากรังสียูวี ว่านานแค่ไหนค่ะ
ก่อนอื่นต้องสังเกตผิวของตัวเราเองก่อนค่ะว่าถ้าเราไม่ได้ทาครีมกันแดดแล้วสามารถทนอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้กี่นาที หรือง่ายๆ สั้นๆ คือ ถ้าไปยืนตากแดดหัวแดงกี่นาทีผิวคุณสาวๆถึงจะไหม้หน่ะค่ะ
การคำนวณก็ง่ายๆ ถ้าผิวเราทนแดดได้แค่ 10 นาที ถ้าเราใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15 ก็จะช่วยให้เราทนแดดได้นานมากขึ้น 15 เท่า หรือบวกลบคูณหารมาแล้ว เท่ากับ 150 นาที (2 ชั่วโมงครึ่ง) ค่ะ

ลองมาดูตัวอย่างอันนี้กันค่ะ เป็นระยะเวลาที่ผิวสามารถทนแดดได้

ชนิดของผิว ไม่ได้ใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด SPF 8 ครีมกันแดด SPF 15
ผิวขาว 10 นาที 80 นาที 2 1/2 ชม.
ผิวเหลือง – น้ำตาล 30 นาที 4 ชม. 7 1/2 ชม.
ผิวดำ 1 ชม. 8 ชม. ตลอดวัน

ขอฝากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไว้อีกนี๊ดดดส์ค่ะ
Tips & Tricks
สาวๆหลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ยิ่งสูงจะยิ่งปกป้องผิวได้ดีมากขึ้นนะคะ แต่จริงๆแล้วสาวเมืองร้อนอย่างเราๆ ใช้ครีมที่มีค่า SPF อยู่ในระดับ 15-30 ก็พอค่ะ เพราะถ้าเกินกว่า SPF 30 อาจจะทำให้ผิวอักเสบ ระคายเคือง มากเกินความจำเป็นค่ะ ที่สำคัญจะทำให้กระเป๋าสตางค์อักเสบ เพราะบริษัทเครื่องสำอางมักทำราคาของครีมกันแดด สูงตามค่า SPF ด้วยหน่ะสิคะ..อิอิ ใช้วิธีทาซ้ำบ่อยๆ เวลาที่เราต้องลงเล่นน้ำ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตอนที่ผิวหนังต้องมีการเสียดสี อย่างนอนกลิ้งกลุกๆคลุกทราย หรือเช็ดตัว เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวคงความสวย แบบเสียตังค์น้อยหน่อยแล้วหล่ะค่ะ ^_^

Blog Thai, Blog Thai, บล็อกไทย, ประเภทของครีมกันแดด, ค่า SPF คืออะไร, การเลือกซื้อครีมกันแดด, เคล็ดลับในการซื้อครีมกันแดด, ข้อมูลเกี่ยวกับครีมกันแดด

Comments (7)

ทรงผมไหนเหมาะกับใบหน้าของคุณ

Tags: , , , , , ,

ทรงผมไหนเหมาะกับใบหน้าของคุณ

Posted on 28 February 2006 by Vinegar Girl

สาวๆขา อากาศตอนนี้ร้อนเหงื่อแตกเหงื่อแตน ว่าแล้นก็อยากตัดผม เพื่อมีทรงผมรับร้อนกันเป็นแถวๆ ทรงผมเนี่ยช่วยส่งเสริม ความงามบนใบหน้าของสาวๆ ได้นะคะ
วันนี้เลยจัดหาวิธี เลือกทรงผมให้รับกับรูปหน้าของสาวๆกันค่ะ

ก่อนอื่นต้องมาเช็คกันก่อนค่ะ  ว่าโครงหน้าของเราเนี่ย มีลักษณะแบบไหน คือเก็บผมเปิดหน้าผาก ให้เห็นความเหม่ง! อูยยยย…ให้เห็นโครงหน้าของเราที่หน้ากระจกกันค่ะ ^_^

Charlize Theron

หน้ารูปไข่ สาวหน้าลูบไข่ อุ๊ปส์! หน้ารูปไข่เป็นอะไรที่ perfect ค่ะ เพราะสามารถหาทรงผม ที่เข้ากับรูปหน้าได้ง่าย และหลากหลาย ไม่ว่าจะสั้นจะยาว แต่แบบที่สวยโดนใจสุดๆ คงต้องเป็นผมสไลส์ไล่ระดับ ในช่วงใดของใบหน้า ที่อยากให้คนอื่นมอง เช่น สไลซ์ใกล้โหนกแก้ม ริมฝีปาก หรือ คาง
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมสั้นสไลซ์ไล่ระดับ ที่เพิ่มความสูงให้กับส่วนบนของศีรษะ เพราะจะทำให้ใบหน้าดูยาวไปค่ะ
สาวที่มีใบหน้ารูปไข่ อย่าง Charlize Theron กับผมบลอนด ์สไตล์เรโทร ด้วยทรงผมบ๊อบเคลียไหล่ ที่มีความยาวไม่เท่ากันด้านหน้า ช่วยขับใบหน้าให้ยิ่งดูสวยโดดเด่นค่ะ

Kate Bosworth

หน้าสี่เหลี่ยม สาวที่มีลักษณะหน้าผากกว้าง โหนกแก้มเยอะ หรือคางปาด จะเหมาะกับทรงผมที่เป็นลอนอ่อนๆ ทรงสไลซ์ ให้ไล่ระดับตามกรอบหน้า ถ้าเป็นทรงผมสั้นต้องเป็นปลายแหลมๆ จะดูสวยมากค่ะ ถ้าผมยาวให้สไลซ์ผมกรอมใบหน้าด้านข้าง เพื่อปิดขากรรไกร ไล่ลงมาด้านล่าง
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมบ๊อบตัดตรง โดยเฉพาะที่มีความยาวระดับคาง และผมม้าทื่อๆ เพราะจะยิ่งทำให ้ใบหน้าดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้นไปอีกค่ะ
Kate Bosworth กับทรงผมดัดลอนอ่อนๆ ที่ช่วยเพิ่มความหวาน และพรางช่วงกราม และคางให้ดูกลมกลึงมากขึ้นค่ะ

Christina Ricci

หน้ากลม เหมาะกับทรงผม ที่มีความยาวเลยคางลงไป และทรงผมที่ เล่นระดับจากศีรษะด้านบน ลงด้านล่าง ซึ่งจะช่วยถ่ายเทน้ำหนัก และความกลมตันของใบหน้าให้เฉลี่ยออกไปด้านข้าง ทรงผมที่สวยน่ารัก คือผมดัดลอนอ่อนๆตั้งแต่ช่วงปลายติ่งหูลงไป สไลซ์ให้ยาวระดับไหล่
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมดัดหยิกลอนเล็ก ที่มีความยาวระดับคาง
ไม่ใช่ว่าสาวหน้ากลมห้ามรวบผมตึง โดยเด็ดขาดนะคะ เพราะสาว Christina Ricci ทำให้ดูแล้วว่า ถ้าต้องการรวบผมตึง มีเทคนิคยกช่วงบนให้สูง (อารมณ์ตีโป่งผมช่วงบน แบบทันสมัยหน่ะค่ะ มีอยู่ช่วงนึงเมื่อปลายปี 2004 ที่เหล่าดารา Hollywood ฮิตตีโป่งผมด้านหน้า แล้วปล่อยปลายผมยาว..ทรงนี้สาวหน้ากลมสามารถทำได้ และดูสวยเริ่ดเชียวค่ะ.. การที่ยกผมช่วงบนสูง เพื่อที่จะถ่ายน้ำหนักด้านข้างของใบหน้า ทำให้หน้าดูเพรียวยาวขึ้นได้ค่ะ ^_^

Note : เพิ่มเติมค่ะ ลองไปดู แบบผมสวยๆ สำหรับสาว หน้ากลม กันค่ะ ^_^

Sarah Jessica Parker

หน้ายาว สำหรับผมตรง ควรเพิ่มความกว้างของใบหน้า ด้วยผมม้า หรือผมแสกข้าง นอกจากนี้ ทรงผมดัดหยิกมีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง ก็สามารถเพิ่มความกว้าง ให้ศีรษะได้ค่ะ
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมสั้นสไลซ์ที่สั้นเกินไป หรือเน้นน้ำหนัก ช่วงบนศีรษะ อย่างตีโป่งด้านหน้า อันนี้ไม่ควรค่ะ เพราะจะเน้นให้ใบหน้าดูยาวยิ่งขึ้นค่ะ
ทรงผมยาวดัดลอนสวยนี้ ช่วยให้สาวที่มีรูปหน้ายาว อย่าง Sarah Jessica Parker ดูมีใบหน้าที่ได้รูปมากขึ้น

Kirsten Dunst

หน้ารูปหัวใจ สาวที่มีรูปหน้าแบบนี้ คือหน้าผากค่อนข้างกว้าง หรือเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีโหนกแก้มสูง ส่วนคางแคบ เล็ก แหลม ดวงตาของสาวๆ หน้ารูปหัวใจ จะเป็นจุดเด่นที่สุด บนใบหน้า สิ่งที่ต้องทำคือ เบนความสนใจจากโหนกแก้ม ไปยังส่วนอื่นๆ และพรางคางที่แหลมเล็ก ให้ดูกลมกลึง ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ถ้าต้องการตัดผมสั้น ควรให้ผมด้านบนยาว และสไลซ์ให้ดูเบา อย่าง ผมหน้าม้าปาดข้างที่ออกจะฮ็อตฮิตอยู่ สาวๆผมสั้นทรงนี้จะดูเปรี้ยว เฉี่ยว ทันสมัย ไฮโซววว์มากๆค่ะ ถ้าอยากไว้ทรงผมบ็อบระดับคาง หรือเคลียไหล่ เหมาะกับทรงผม ที่เซ็ตปลายสะบัด หรือสไลซ์ปลาย เพราะจะช่วยไม่เน้น ให้คางดูแหลมมากนักค่ะ ถ้าชอบผมยาว จะดูสวยโดดเด่นเป็นพิเศษ กับทรงผมดัดคลื่นลอนอ่อนๆ เพราะบดบังความสูงของโหนกแก้ม และพรางตาไม่ให้คางเล็กแหลม จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนหวานมากยิ่งขึ้นค่ะ
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมม้าตัดตรง เพราะจะเน้นใบหน้าช่วงล่างทั้งคาง และโหนกแก้มให้ชัดเจนมากไปค่ะ ส่วนการสไลซ์ที่ตัดหยาบๆ ไม่บางเบา ก็จะทำให้โครงใบหน้าเราดูแข็งค่ะ
สาวหน้ารูปหัวใจ Kirsten Dunst กับผมดัดลอนอ่อนๆช่วยพรางโหนกแก้ม และคางที่เล็กแหลมให้ดูได้สัดส่วนสวยงามมากขึ้นค่ะ

photo : www.handbag.com
www.es.movies.yahoo.com

แถมท้ายอีกนิดนะคะ นอกจากรูปหน้าแล้ว สาวๆต้องดูลักษณะเนื้อผม ประกอบด้วยนะคะ ถ้าผมลีบบางมาก ควรเลือกทรงผมที่สั้นหน่อย เพราะจะช่วยทำให้ผมดูหนา มีน้ำหนักยิ่งขึ้น ถ้าสาวที่ดัดผมหยิก เป็นคลื่นลอนเล็กน้อยถึงปานกลาง ไปจนกระทั้งลอนรุนแรง ควรสไลซ์เล่นระดับ ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยให้ดูสวย ไม่หนาหนักจนเกินไปค่ะ ส่วนสาวๆที่ผมหนามากๆ จะเหมาะมากกับ ทรงผมที่สไลซ์เล่นระดับค่ะ ^_^

ร้อนนี้สาวๆคงหาทรงผมถูกใจ และทรงผมที่สวยรับกับใบหน้ากันได้แล้วนะคะ ^_^

Comments (71)

เลือกใส่ต่างหู ให้ดูสวย

เลือกใส่ต่างหู ให้ดูสวย

Posted on 23 February 2006 by Vinegar Girl

โดยส่วนตัวแล้ว เครื่องประดับที่ใช้เป็นประจำ คือต่างหูค่ะ ต้องใส่ทุกวัน ถึงจะดูแต่งตัวครบ แฮ่ๆ
ต่างหูคู่สวยของสาวๆ นอกจะมีความสวยเก๋ เตะตาแล้ว ยังสามารถให้ประโยชน์อีกมากมายกับสาวๆ ได้อีกด้วยนะคะ อ้ะๆ ถึงเราไม่สามารถใช้มันไปซื้อกาแฟได้ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย! ไม่ได้เกี่ยวเลยค่ะ ฮ่าๆ งั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าต่างหูสามารถทำหน้าที่อะไรได้บ้าง

Kate Beckinsale

ต่างหูช่วยดึงความสนใจไปจากร่างกายท่อนบน ในส่วนที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของในหน้าหรือลำคอ ลองมาดูหลักการคร่าวๆ (ที่บางคนอาจจะทราบกันอยู่แล้ว) ก่อนซื้อต่างหูกันนะคะ

  • รูปทรงของต่างหู สามารถช่วยแก้ไขรูปหน้าของสาวๆได้นะคะ เพราะฉะนั้นหลักการง่ายๆ คือเลือกต่างหูที่มีลักษณะตรงข้ามกับรูปโครงหน้าของเราเอง
  • สาวหน้ากลม ควรใส่ต่างหูที่เป็นทรงห้อยระย้าลงมา ประมาณช่วงกราม จะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น นอกจากนี้ต่างหูระย้า ยังช่วยสาวคอสั้น ให้ดูโปร่างขึ้นด้วยนะคะ
  • สาวหน้ารูปสี่เหลี่ยม ควรเลือกต่างหูที่มีลักษณะเป็นทรงกลมๆ ทรงห่วง เพราะจะช่วยปรับโครงหน้าให้ดูนุ่มขึ้นได้
  • สาวหน้ารูปหัวใจ ใช้ต่างหูที่มีลักษณะกว้างตรงฐานด้านล่าง หรือเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วให้ยอดแหลมของสามเหลี่ยมอยู่ตรงติ่งหูนั่นล่ะค่ะ (เอ่อ..งงกับคำอธิบายมั้ยเอ่ย!?) เพราะจะช่วยพรางคางที่แหลมเล็กลงมากว่าด้านหน้าผากของเราให้ดูสมดุลมากขึ้นค่ะ
  • สาวรูปหน้ายาว ต่างหูระย้ายาวว..ในทรงแบบที่เป็นเส้นเดียว อันนี้ต้องระวังค่ะ เพราะมันจะยิ่งทำให้หน้าดูย้าว..ยาวหนักขึ้นไปอีก
  • ขนาดของติ่งหู ถึงเป็นรายละเอียดที่เล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อต่างหูนะคะ โดยเฉพาะต่างที่แบบที่ติดกับติ่งหู ควรเลือกขนาดที่สมดุลกับความกว้างของปลายติ่งหูเรา ถึงจะดูสวยค่ะ
  • สาวในหน้าหมองคล้ำ หลายคนคงนึกในใจ ต่างหูนะ ไม่ช่ายครีมไวท์เทนนิ่ง จะได้ช่วยให้หน้าขาวได้ อ้ะๆ แหม..ถึงไม่ได้ทำให้หน้าขาว แต่ช่วยขับผิวสาวๆ ให้ดูขาวใสกระจ่างขึ้นได้นะคะ เพียงแค่เลือกต่างหูเพชร มุก (ไม่ว่าจะแท้หรือเทียม) คริสตัลสีสว่างใส รวมทั้งเครื่องประดับแวววาวที่เป็นสีเงิน หรือสีทอง เท่านี้สาวๆ ก็หน้าเด้งมาให้ทันตาเห็นเลยหล่ะค่ะ
  • แอบฝากไว้ให้อินนี๊ดดดดดดดส์นึงว่า ตอนนี้ต่างหูjewelry (คือไม่เน้นว่าเป็นของแท้ แต่ให้แลดูวูบวาบ แวววาวเป็นใช้ได้ค่ะ) ทรงระย้า แบบใหญ่ๆที่แลดูคล้ายจี้สำหรับสร้อยคอแบบในรูปนี้ กำลังอินมั่กๆ เคอะ แล้วต้องเลือกแบบที่เป็นสีๆ สดใส เพราะจะได้ไม่ดูแก่เกินวัยค่ะ ^_^

    Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, วิธีเลือกต่างหูให้เข้ากับรูปหน้า, การแก้ไขอำพรางรูปหน้าด้วยต่างหู, วิธีเลือกซื้อต่างหู, ต่างหูที่เหมาะสมกับสาวรูปหน้าต่างๆ

Comments (2)

มาดูแลรักษากระเป๋า ให้เก๋าไปถึงรุ่นหลาน

มาดูแลรักษากระเป๋า ให้เก๋าไปถึงรุ่นหลาน

Posted on 22 February 2006 by Vinegar Girl

Louis Vuitton - Speedy 30

สาวๆ ขา trend กระเป๋า ก็วนไปเวียนมาเหมือนเสื้อผ้าเนี่ยหล่ะค่ะ โดยเฉพาะกระเป๋าแบรนด์เนมทั้งหลายเนี่ย ราคาไม่ใช่ถูกๆ ถ้าเราดูแลรักษาดีๆ ก็สามารถเป็นมรดกตกทอดถึงทายาทรุ่นลูก รุ่นหลานกันได้เลยทีเดียว (เหอๆ คือทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีทรัพย์สมบัติมีค่าอื่นใดอีกเลย นอกจากกระเป๋า….เหอๆๆ T_T ขอแสดงความเสียใจกับอนาคตหลานน้า ((ถึงตำแหน่งต้องเป็นป้า..แต่จะสอนให้หลานเรียกน้า เพื่อความอ่อนเยาว์ของวัย))..ตอนนี้ยังไม่มีทายาทนะเคอะ (ยางเป็นโฉด เอ้ย! โสด…ยังไม่ได้แต่งงานเยยค้า~…แฮ่ๆ)
แต่ก่อนอื่นที่จะทำการมอบมรดกเป็นกระเป๋า 1 ใบให้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน เราต้องมาหาวิธีเก็บรักษากระเป๋าให้สวยปิ๊งเหมือนใหม่กันค่ะ
ได้นำบทความบางส่วนมาจากหนังสือ Mix & Match ของคุณพลอย จริยะเวช ค่ะ
photo : www.louisvuitton.com

เพื่อได้รับความชื่นชม ปิติปรีดา เสียงโห่ร้องเซ็งแซ่ยินดีจากอนาคตหลานๆ ที่ได้กระเป๋าวินเทจของน้าอ้อมไว้สะพายกิ๊บเก๋!!! (<-- เว่อร์ไปมั้ยเนี่ย แค่กระเป๋าใบเดียว
ทำยังกะบ้านพร้อมที่ดิน 30 ไร่..เหอๆ – -” )
เราต้องพึงปฎิบัติตามข้อต่อไปนี้กันค่ะ

  • สาวๆควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้าสำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะนะคะ เพราะถุงแบบนั้นจะมีข้อดีคือ ลทสามารถผ่านได้พอประมาณ กันฝุ่นได้ดีค่ะ (ถ้าเราเสียตังค์ซื้อกระเป๋าจากร้านเครื่องหนังโดยเฉพาะ หรือร้านแบรนด์เนมทั้งหลาย ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะเค้าจัดให้อยู่แล้น)
  • อย่า…เก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติกนะเคอะ โดยเฉพาะกระเป๋าหนัง เพราะมันอับ + อากาศร้อนในบ้านเรา เสียหายค่ะ เพราะกระเป๋าหนังจะกรอบเกลียว เคี้ยวเป็นแคบหมูได้เยย
  • สิ่งที่ควรระวังคือ ถ้าวางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อนในตู้มันจะสามารถหลอมละลายสีเคลือบตู้ให้มาคิดบนหนังกระเป๋า โดยเฉพาะหนังแก้วได้ทันที เพราะฉะนั้นสาวๆคนไหนยังไม่อยากเพนท์สี (จากตู้เสื้อผ้า) ลงบนกระเป๋าหนังแก้วใบสวย แอนด์แพงของเรา โปรดเก็บใส่ถุงผ้าด่วนค่ะ
  • ควรนำกระเป๋ามารับออกซิเจนกันบ้าง (ฟังดูเวอร์อลังการมั้ยคะ?!) ไม่ได้อลังการยุ่งยากเลยค่ะ แค่เอากระเป๋าออกมาจากถุงผ้าให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท สิ่งสำคัญคือวางในร่มนะคะ ไม่ต้องตากแดด
  • ข้อดีของการนำกระเป๋าออกมาจากถุงผ้าบ้าง คือ สาวๆเคยสังเกตเห็นขนกันบ้างมั้ยคะ เหอๆๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด..ขนจากถุงผ้าหน่ะค่ะ จะติดตามขอบ หรือสายกระเป๋า (โดยเฉพาะถุงผ้าจากยี่ห้อยอดฮิตของสาวๆนั่นแหล่ะค่ะ ผ้าด้านในถุงจะเป็นขน) และ ยิ่งถ้าเราเก็บกระเป๋าในตู้เสื้อผ้า อากาศร้อนอบ มันเหมือนกาวที่ติดสายหนังของกระเป๋าพ่วงเอาขนในถุงผ้ามาติดด้วย เวลาหยิบมาสะพายที เดินขอบเป็นขนกันเลย – -” (ใช้คำพูดได้น่ากลัวมั่กๆ แต่ชอบ 5555)
  • กระเป๋าของคุณผู้หญิง ก็เหมือนรถใหม่ของคุณผู้ชายล่ะค่ะ รถใหม่ๆ ถ้าได้เคลือบสีก็จะดี ถ้าต่อไปเราพลั้งเผลอไปทำรอยขูดขีดก็จะไม่หนักหนาถึงตัวรถ กระเป๋าก็เหมือนกันค่ะ ถ้าซื้อมาใหม่ๆ ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนังป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนังเรามีคุณภาพแจ่มแจ๋วทนทานต่อริ้วร่อยยิ่งขึ้นค่ะ
  • การรักษารูปทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญค่ะ การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษช่วยรักษารูปทรงได้มากเลยทีเดียวค่ะ เพราะไม่ว่าเราจะเก็บไว้ในลักษณะนอน หรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรงค่ะ

ว่าแล้ววันนี้กลับบ้านไป ต้องเอาน้องกระเป๋าออกมารับออกซิเจนบ้างแล้วหล่ะค่ะ ^_^

blog Thai, Thai Blog, บล็อกไทย, วิธีดูแลรักษากระเป๋า, การเก็บรักษากระเป๋า

Comments (1)

สูตรสวยจากธรรมชาติ – เพื่อผมและผิว

สูตรสวยจากธรรมชาติ – เพื่อผมและผิว

Posted on 10 February 2006 by Vinegar Girl

เมื่อวานตีไข่..ใส่หน้ากันไปแล้ว..วันนี้มาต่อค่ะ..ภาคสองสำหรับผมและผิวสวยจากธรรมชาติ สูตรหาได้ง่ายในครัว

avocado

สูตรน้องผมแห้งเสีย
สูตรนี้ต้องเป็นครัวไฮโซลลลล์หน่อยเคอะ ถึงจะมี อะโวคาโด อยู่ในตู้เย็น ( ถ้าไม่มีในตู้เย็น…เราสามารถหาซื้ออะโวคาโดได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต อย่างวิลล่า หรือ supermarket ในห้างหรูๆหน่อยหน่ะค่ะ )
วิธีทำ ก็คือ ปั่นเนื้ออะโวคาโดให้แหลก เติมน้ำผึ้งนิดหน่อยพอให้เนื้อครีมข้น หมักบำรุงผมที่แห้งเสียให้ชุ่มชื่น เพราะในอะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี และเอนไซน์ที่ช่วยเคลือบเส้นผม และยังช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื่น สามารถช่วยขจัดรังแคได้ด้วยนะคะ อันนี้แอบชิมไปหมักไป ได้รสชาติหวานมันอร่อยดี (เกือบไม่มีเหลือไว้หมักแล้น..แฮ่ๆ)

tamarind

สูตรน้องผิวหมองคล้ำ
สูตรนี้สวยแบบโบร่ำโบราณ ส่วนประกอบมี ขมิ้น + มะขามเปียกค่ะ
ก่อนอื่นนำมะขามเปียกมาขยำลงในน้ำอุ่น ใช้กะปริมาณให้ทั่วผิวกาย ( ตัวเองใช้มะขามเปียกซัก 1-2 ฝักกับน้ำอุ่นนิดหน่อย ) ให้น้ำมะขามมีลักษณะข้นๆ จากนั้นก็นำผงขมิ้นมาละลายลงไป ไม่ต้องใส่เยอะนะคะ ซัก 1/4 – 1/2 ช้อนชาก็พอ เดี๋ยวจากสาวผิวเนียน จะกลายเป็นสาวดีซ่าน! (ตัวเหลือง!!)
จากนั้นก็นำส่วนผสมที่ได้มาพอกผิว อาจใช้ใยบวบขัดผิวเบาๆไปด้วยก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ในแห้ง แล้วค่อยล้างออก เท่านี้สาวๆ ก็มีผิวนุ่มเนียน กระจ่างใสน่าสัมผัสแล้วค่ะ! ^_^

สูตรน้องผิวแห้ง
ต้องมี น้ำมันมะกอก + เกลือทะเล + สตรอว์เบอร์รี่
ช่วงนี้เห็นรถเข็นขายสะตอ…เอ้ย! สตรอว์เบอร์รี่เกลื่อนเลยค่ะ ช่วงนี้จึงเหมาะมากๆ กับการทำสูตรนี้ มีคำแนะนำเพิ่มเติมคือ ควรเลือกเกลือที่เม็ดเล็กๆ หรือเม็ดที่ไม่คมมากเดี๋ยวจะพาลเลือดสาดก่อนผิวสวยค่ะ เกลือนำมาใช้เพื่อทำหน้าที่เป็นสครับ ( สค่ะ ไม่ได้นะเคอะ! เหอๆ มุขมาวสตรอว์เบอร์รี่มั่กๆ )
วิธีทำคือ ผสมน้ำมันมะกอกกับเกลือเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่สตรอว์เบอร์รี่ที่ใช้ช้อนบี้ๆ บดๆจนเละลงไปด้วย ได้สีสวยและคุณค่าเพื่อผิวด้วยค่ะ
แล้วนำมาขัดถูๆ ทั่วร่างกาย รับรองว่าสาวๆ ได้ผิวชุ่มชื่น สดใส เต่งตึง ขึ้นเป็นกองเลยค่ะ คริๆ ^_^

เสาร์ – อาทิตย์นี้ได้เวลาห้องน้ำเลอะ!! ..เหอๆๆ ไม่ได้เลอะอย่างอื่นค่ะ แต่เลอะส่วนผสมเพื่อผิวสวยนะค้า~

Blog Thai, Thai Blog, บล็อกไทย, สูตรพอก-ขัดผิวกายจากธรรมชาติ, สูตรพอกผมจาก Avocado

Comments (4)

สูตรสวยจากธรรมชาติ – เพื่อใบหน้าสวยเด้ง

สูตรสวยจากธรรมชาติ – เพื่อใบหน้าสวยเด้ง

Posted on 09 February 2006 by Vinegar Girl

ได้ไปดูหนังเรื่องเกอิชากันมารึยังคะ? เนื้อหาวันนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเลยฮ้า…อิอิ
เวลาเปิดไปเจอสูตรเพื่อความสวยความงามแบบราคาย่อมเยาแล้วอดไปได้ที่จะต้องนำมารวบรวมไว้ค้า…วันนี้กับสูตรง่ายๆ หาได้จากในครัวอีกแล้นค้า…
ต้องขอบอกก่อนว่าบางสูตรยังไม่เคยลองด้วยตัวเองเลยค่ะ ถ้าสาวๆคนไหนอ่านแล้วได้นำไปลองรบกวนบอกกันด้วยนะค้า..^_^

slice orange

สูตรน้องหน้ามัน ไม่ช่ายทำให้หน้ามันนะคะ แต่เป็นสูตรสำหรับสาวหน้ามันนนน…เคอะ!
ส่วนผสมที่สำคัญของสูตรนี้คือ กะหล่ำปลี และ ส้ม ค่ะ
ให้นำใบกะหล่ำปลี 2 ใบล้างให้สะอาด ตัดก้านแข็งทิ้งไปแล้วแปะที่แก้ม 2 ข้าง ให้วิตามินซีและแคโรทีนดูดซับสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ให้นำน้ำส้มคั้นสดผสมน้ำคั้นจากใบกะหล่ำปลีทาบางๆทั่วหน้าแทนโลชั่น ทำให้หน้าหายมัน แต่ยังคงความชุ่มชื่น
ปล. สูตรนี้ยังไม่เคยลองค่ะ ไม่รู้ว่าขั้นตอนสุดท้ายมันจะแปลกๆ ดูไม่คุ้นเคยหรือเปล่าที่ต้องมีน้ำส้มบนใบหน้า ถ้าสาวๆ อยากลอง อาจจะทาทิ้งไว้อีก 15 นาที แล้วค่อยล้างออกก็ได้

egg yolk

สูตรน้องหน้าแห้ง-ผิวหยาบกร้าน แต่ไม่หยาบคาย
ปราบผิวแห้ง หยาบกร้านให้เป็นสาวผิวหน้าเนียนนุ่ม ด้วยการตีไข่….อุ้ย! เว้นช่องไฟผิด ตีไข่แดงค่ะ มิใช่ไข่อย่างอื่น..ตีไข่ให้แข็งๆ เอ้ย! แรงๆเหมือนจะทำไข่เจียวประมาณนั้นเลย จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไป ให้รู้สึกว่ามันเหนียวหนืดได้ที่ แล้วนำมาพอกทั่วทั้งหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำอุ่นจนหมดกลิ่นคาว อันนี้จะทำให้ผิวหน้าหยาบ กลับมาเนียนใส แบบไม่ต้องใช้รองพื้นกันเลยทีเดียวค่ะ ^_^
ปล. สูตรนี้ลองแล้วค่ะ แต่อาจต้องทนกับกลิ่นคาวของไข่เล็กน้อย (ไข่แดงนะคะไข่แดง)

สูตรน้องแพนด้า
สำหรับสาวที่อดหลับอดนอน จนขอบตาคล้ำเป็นหมาแพนดี้ วิธีเดิมๆที่สาวๆรู้ๆกันอยู่ยังคงใช้ได้ผลค่ะ สำหรับดื่มด่ำกับชาคาโมมายล์กลิ่นหอมเร้าจายแล้ว นำถุงชาคาโมมายล์แช่ในน้ำเย็น (หรือที่ทำเป็นปกติคือแช่ในตู้เย็นค่ะ) แล้วนำมาแปะตาสักพัก
หรือถ้าเจอแตงกวาขนาดเหมาะมือในตู้เย็น รีบนำมาล้าง แล้ว…..ฝานเป็นแผ่นบางๆค่ะ (แหม…คิดอะไรกันไปด้าย…คริๆๆ)
แต่สำหรับตู้เย็นที่ขาดสิ่งของเหล่านี้ ท่าไม้ตายคือใช้ช้อนแช่ช่องฟรีซมาประคบที่ตา ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวาได้ค่ะ
กับวิธีที่เคยแนะนำไว้ อันนี้ส่วนตั๊วส่วนตัวคือ ก้อนน้ำแข็ง นำมาถูๆ ที่รอบดวงตาและใบหน้า อันนี้สดชื่นได้ภายในเวลาอันรวดเร็วค่ะ

Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ, สูตรพอกหน้าสำหรับผิวมัน, สูตรพอกหน้าเพื่อผิวแห้งหยาบกร้าน

Comments (0)

ซอสมะเขือเทศ – ใช้กินใช้ทาในขวดเดียวกัน

ซอสมะเขือเทศ – ใช้กินใช้ทาในขวดเดียวกัน

Posted on 06 February 2006 by Vinegar Girl

Tomato sauce

สวัสดีค้า…สาวๆ เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์คงได้พักผ่อนหรือทำกิจกรรมกันไปแล้วนะค้า…ตัวดิชั้นเพื่อนสาวสุดที่รักเพิ่งบินมาจากสวีเดน และเพื่อนในกลุ่มนัดทานข้าวกัน เลยมีแต่กิจกรรมรับประทานเพื่อคงความสมบูรณ์และหนาแน่นของชั้นไขมันในร่างกาย…อิอิ
ส่วนสาวคนไหนถ้าเพิ่งไปทำสีผมมา เมื่อคืน – เช้าวันนี้เริ่มเมากลิ่น (สารเคมี) บนศีรษะตัวเองจนเริ่มหน้ามืด ตาลาย..ถ้านายสั่งงานมาก อาจจับมาเป็นตัวประกันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะเลย!! จายเย็นๆค้า…อย่าทำแบบน้านนนน…ตั้งสติกันไว้ให้มั่น ถ้าจะเอาเจ้านายเป็นตัวประกัน แนะนำว่าให้ร่างสิ่งที่ต้องการไว้ก่อน จะได้ไม่หลุดหรือลืมสิ่งที่จะเรียกร้องในสถานการณ์จริงๆ!! – -” กริ๊ววววววว!!!
วันนี้จะแนะนำ วิธีกำจัดกลิ่นของสารเคมีที่ตกค้างบนศีรษะของสาวๆ เวลาเข้าร้านทำผมมาค่ะ
วิธีทำก็ง่ายๆ ค่ะ โดยใช้ซอสมะเขือเทศ ผสมกับน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ ทาลงบนเส้นผมที่แห้ง ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยสระออก
วิธีก็จะช่วยขจัดกลิ่นสารเคมีรุนแรงบนเส้นผม และยังช่วยทำความสะอาดและบำรุงผมด้วยนะคะ ^_^

Thai Blog, Blog Thai, บล็อคไทย, วิธีกำจัดกลิ่นสารเคมีบนเส้นผม, ซอสมะเขือเทศช่วยลดกลิ่นสารเคมีบนผม, คำแนะนำการขจัดกลิ่นสารเคมีหลังทำสีผม

Comments (3)

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อวิตามิน

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อวิตามิน

Posted on 11 January 2006 by Vinegar Girl

เมื่อวานได้ให้ guidline ว่าเราควรทานวิตามินหรือแร่ธาตุอะไรเสริมเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของร่างกายกันแล้วนะคะ วันนี้จึงอยากให้ข้อสังเกตในการเลือกซื้อวิตามินต่างๆ ค่ะ ^_^ ( จริงๆ ก็ว่าจะเขียนรวมกันไปเลย แต่ขอดึงเช็งไว้ก่อน เพราะได้จะมีเรื่องอัพบล็อกบ่อยๆหน่อย…แฮ่ๆ เขิลๆ – -* )

Blackmores - Vitamin A

photo : www.blackmores.com.au

ภาพที่เห็นคือ vitamin A ของ Blackmores ค่ะ ที่นำมาลงประกอบเพราะ vitamin A เนี่ยช่วยบำรุงสายตา ช่วงนี้อะฮั้นใช้สายตาหนักไหนจะปังย่า เอ้ย! ทำงานค่ะทำงาน – -” (จริงๆอาชีพหลักคือเล่นเกมส์!….อูยยยย) ยิ่งช่วงนี้นั่งใจจดใจจ่ออยู่แต่หน้าคอม! คาดว่าหลายๆคนคงใช้สายตาหนักเหมือนอะฮั้นโดยเฉพาะหนุ่มๆ….คริๆๆๆๆ ( อันนี้น้องๆที่อยู่เมืองไกล จะไว้ใจได้กา…!! ไม่ช่ายค่ะ น้องๆที่อยู่ต่างประเทศ ถ้าไม่เก็ทเรื่องนี้..ออกอากาศไม่ได้…โปรดขอหลังไมค์นะเคอะ! )
หลังจากตัดสินใจได้แล้วว่าช่วงนี้สายตาทำงานหนักกว่าปกติ จึงตัดสินใจจะไปซื้อหาวิตามินเอมารับประทาน เราไปดูข้อแนะนำกันเลยดีกว่าค่ะ (รีบเข้าเรื่องดีกว่า…เดี๋ยวพากันกระเจิดกระเจิง)

  • ฉลาก มิใช่ฉลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่มีเลขเด็ดจะให้ค้า~ แต่ฉลากที่ว่า คือฉลากที่แปะข้างขวด ก่อนซื้อควรอ่านฉลากให้ดีและถี่ถ้วนว่าวิตามินและเกลือแร่ในขวดประกอบด้วยตัวใดบ้าง และมีปริมาณเท่าไหร่ ดูประกอบกับ RDA (Recommended Dietary Allowance) ซึ่ง RDA คือปริมาณของสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันสำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ เพราะฉะนั้นเราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณวิตามินและเกลือแร่ชนิดต่างที่ใกล้เคียงกับความต้องการของร่างกายนะคะ
  • วันหมดอายุ อันนี้ต้องอย่าลืมดูนะคะว่าวันที่ผลิต และวันหมดอายุเมื่อไหร่ จะได้ไม่ซื้อของเก่าค้างสต็อก
  • ควรกินวิตามินพร้อมหรือหลังอาหารเช้าทันที อันนี้อ่านเจอในหนังสือนะคะ (จริงๆหนังสือเค้าให้ทานหลังอาหาร แต่แนะนำวิธีส่วนตัวด้วยค่ะเพราะคิดว่าน่าจะให้ผลที่เหมือนกัน) ผลที่ว่าคือวิตามินและเกลือแร่จะได้ถูกดูดซึมเข้าไปพร้อมกับอาหาร ซึ่งจะส่งผลให้การดูดซึมดีขึ้น (อันนี้ไม่รู้ว่าคิดถูกอ่ะป่าวนะคะ อย่างเช่น วิตามินเอละลายในไขมัน เราจึงควรทานพร้อมอาหารซึ่งมีไขมันเจือปนอยู่ จึงทำให้การดูดซึมดีขึ้น…ถ้าใครที่เรียนโภชนาการมาหรือมีความรู้ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะว่าถูกต้องรึเปล่า?) และควรกินวิตามินกับน้ำที่อุณหภูมิห้องดีกว่าค่ะ เพราะความเย็นอาจส่งผลต่อการดูดซึม และความร้อนอาจไปสลายวิตามินและเกลือแร่ จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มร้อนๆ อย่าง ชา กาแฟ โกโก้ร้อน ในช่วง 15 นาทีหลังทานวิตามิน เพราะอาจไปรบกวนการดูดซึมได้ค่ะ
  • การเก็บรักษา เค้าจะมีบอกไว้ข้างขวดแล้วค่ะ ส่วนใหญ่เก็บในที่แห้งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส และเก็บให้พ้นจากแสงแดดค่ะ สิ่งนี้ก็สำคัญนะคะ เพราะความร้อน หรือความชื้นส่งผลให้วิตามินเสื่อมประสิทธิภาพค่ะ
  • ข้อควรระวัง ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่กำลังใช้ยารักษาโรคอยู่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง (ควรอ่านเร็วๆเหมือนกัน ad เครื่องดื่มชูกำลังทั้งหลาย จะได้อารมณ์ยิ่งขึ้นสำหรับข้อนี้ค่ะ!)

เป็นอันว่าฝากไว้เท่านี้นะคะ สำหรับผู้ที่ใช้สายตาเยอะ….แล้วก็อย่าใช้แรงงานเยอะนะคะ.. อย่าหักโหมค่ะ!!!

Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, ข้อสังเกตในการเลือกซ์อวิตามิน, คำแนะนำในการใช้ เลือกซื้อ และกินวิตามิน, ข้อแนะนำในการเก็บวิตามิน

Comments (0)

เครื่องสำอางหมดอายุได้ แต่สาวเปรี้ยวอย่างเราไม่มีวันหมดอายุ!

เครื่องสำอางหมดอายุได้ แต่สาวเปรี้ยวอย่างเราไม่มีวันหมดอายุ!

Posted on 09 January 2006 by Vinegar Girl

คริๆ ^_^ วันนี้จั่วหัวถูกจายซ้อ….ฮ่าๆๆๆ 555555 จริงมั้ยคะสาวๆ ^_^ สาวอย่างเราๆ ดูแลตัวเอง รักสุขภาพ รักธรรมชาติ รักเด็ก <-- คอนเซ็ปนางสาวไทยเจรงๆ เก๊าะ~ ดูแลตัวเองกันแบบนี้จะหมดอายุได้อย่างไรกันคะ ^_^

vinegargirl

ปีใหม่แล้นนอกจากจะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ กันแล้ว ลองกลับไปเช็คดูที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกันบ้างนะคะว่า มีอะไรที่อันได้แก่เวลาที่ต้องซื้อใหม่กันบ้าง ลองมาดูกันนะคะว่า เครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่กันนี่?!!!

สาวๆขา เวลาเราเปิดซิงเครื่องสำอางไปแล้วเนี่ย เจ้าเครื่องสำอางก็ต้องเริ่ม count down อายุตัวเองกันแล้วนะคะ เพราะการที่เราใช้นิ้วจ้วงลงไปในกระปุกครีม หรือแปรงสัมผัสกับผิวหนังก็ก่อให้เกิดเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ

  1. มาสคาร่า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรเปลี่ยนทุก 3 เดือน หรืออย่าง vinegar girl ใช้วิธีดูว่าถ้าดึงออกมาแล้วไม่มีเสียงดังป็อก! แสดงว่าอากาศเข้าไปเต็มที่แล้ว ทาไปเนื้อมาสคาร่าก็เกาะกันเป็นก้อนเป็นกระจุกไม่งามอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็สมควรแก่เวลาที่ต้องซื้อหาแท่งใหม่กันแล้วหล่ะค่ะ
  2. รองพื้น รองพื้นต้องเลือกดีๆค่ะ ถ้าไม่ดีสีจะไม่สด ผนังลอก แตกร้าว อะอ๋อรองพื้นที่หน้า ไม่ช่ายสีทาบ้าน!!! เหอะๆๆ – -”
    รองพื้นชนิดน้ำมีอายุประมาณ 3-6 เดือน
    รองพื้นชนิดแท่งมีอายุประมาณ 4-6 เดือน
    หรือถ้าสาวๆเห็นว่ารองพื้นแบบน้ำมีส่วนที่เป็นน้ำกับน้ำมันมันเริ่มไม่กินเส้นกัน คือแยกกันอยู่เป็นชั้นๆแล้ว หรือรองพื้นแบบแท่งเปิดมาเริ่มมีกลิ่นหืนๆ ก็ทิ้งไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องเสียดาย ดีกว่าผิวหน้าระคายเคือง สิวเห่อนะคะ
  3. คอนซีลเลอร์ มีอายุประมาณ 6-8 เดือน
  4. แป้ง บลัชออน ลิปสติก ดินสอเขียนขอบปาก และ อายแชโดว์ จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

สาวๆขา แล้วพวกเครื่องสำอางพวกที่เป็นดินสอเนี่ย ควรหมั่นเหลาทุกๆสัปดาห์นะคะ เพราะการเหลาจะช่วยป้องกันแบคทีเรียได้ค่ะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, วันหมดอายุของเครื่องสำอาง, เครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุเท่าไหร่

Comments (3)

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn

Posted on 26 December 2005 by Vinegar Girl

Merry Christmas ค่ะ!! ขออภัยที่ช้าไป 1 วันนะคะ ไม่ได้ไปจิงเกิ้ลเบลล์ที่ไหน ถึงทำให้ไม่ทันเหตุการณ์นะคะ แต่ผีขี้เกียจเข้าสิงเลยไม่ได้มา Merry Christmas กะสาวๆตั้งแต่เมื่อวาน ครายไปจิงเกิ้ลเบลล์กันที่ไหน สนุกยังไง อย่าลืมเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ ^_^

ช่วงนี้ใช้งานมือคู่สวยกันหนักรึเปล่าคะ อ้ะๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล อะฮั้นหมายถึงใช้มือแจกของขวัญ Christmas หรือปีใหม่ให้กะเพื่อนๆอ่ะค่ะ แหม…คิดอะไรกันเก๊าะไม่รู้!!…เขิลล์นะตัวเอง!! (จินตนาการไปคนเดียวอีกแล้น!! – -” แหะๆๆๆ) วันนี้ vinegar girl จึงนำผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล เพื่อบำรุงมือสาวๆให้เนียนนุ่ม เวลาที่หนุ่มๆจับจะได้ประทับใจ มาให้สาวๆดูกันค่ะ

Gardeners Hand Therapy

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn
ขนาด 50 ml.
ราคา 595 บาท

ถึงแม้เราจะไม่ได้ทำสวนกันเป็นกิจวัตร แต่ถ้าพูดกันถึง hand cream ดีๆ “ครีมทามือคนสวย เอ้ย! คนสวน” Gardeners Hand Therapy ตัวนี้มักติดอันดับต้นๆใน list เสมอ เก๊าะ! คิดดูสิคะว่าขนาดคนทำสวน แฮนด์ครีมตัวนี้ยังทำให้มือนุ่มได้เลย! เพราะด้วยเนื้อครีมที่แสนเข้มข้น สยบความแห้งหยาบกร้าน และช่วยคืนความชุ่มชื้น และเพิ่มความนุ่มนวลให้กับมือที่ต้องตรากตรำทำสวนมาทั้งวัน hand cream ตัวนี้จึงเหมาะมากกับคนที่รักต้นไม้ แล้วลงมือปลูกต้นไม้ด้วยตัวเองยามว่างค่ะ

ส่วนสาวคนไหนที่ลงมือทำขนมเค้กแจกเพื่อนๆ หรือทำขนมเป็นของขวัญแจกในเทศกาลปีใหม่นี้ไหนจะต้องร่อนแป้ง ตีไข่!! <-- ตีไข่ไก่อ่ะค่ะ ตอนทำอ่ะสนุกสนานเฮฮา แต่มา sad ตรงที่ต้องมานั่งล้างเครื่องครัวทำเค้ก และพิมพ์เนี่ยอ่ะค่ะ T_T แล้วยิ่งอากาศเย็นๆอย่างนี้ มือของเราก็ยิ่งแห้งกร้าน ต้องดูแลทนุถนอมมือกันหน่อยนะคะสาวๆ (จริงมั้ยคะน้องเบส ^_^ ) แฮนด์ครีมตัวนี้เหมาะมาก-กเคอะ! ( เพราะช่วงนี้ทำเค้กแจกลูกค้าเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าที่แจกไปเมื่อวันศุกร์ วันนี้ลูกค้าลางานเพราะท้องเสีย อ้วกแตกไปกี่คน... อ่ะล้อเล้น-น! ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แค่นอนโรงพยาบาลเพราะอาหารเป็นพิษ!! )

ถ้าใครยังคิดไม่ออก บอกไม่ถูกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ดี Gardeners Hand Therapy จาก Crabtree & Evelyn ตัวนี้ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกนึงนะคะ โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ คุณพ่อ คุณแม่ ที่ชอบปลูกต้นไม้ เพื่อนสาวที่ชอบทำเค้ก หรือหนุ่มข้างกายที่ใช้มือหนัก!!! อูยยยย…ไม่ได้นะเคอะ! เราต้องไม่ปล่อยให้เค้าใช้มือ อย่างหนักหน่วงอยู่คนเดียว สาวสวยมีน้ำใจอย่างเราๆ ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือกันค่ะ !! ( อะฮั้นจินตนการไกลอีกแล้นฮ้า…!! คริๆๆๆ ) เอ่อ..แบบว่ายื่นมือไปช่วยหยิบนู่นหยิบนี่ แล้วก็ยื่น hand cream ตัวนี้ให้เค้าใช้ด้วยอ่ะค่ะ ( แหะๆๆ รอดตัวไป! )

แต่ด้วยความที่ราคาก็สูงไม่ใช่เล่น น้องๆ นู๋ๆ สาวๆ คนไหนที่ช่วงนี้สตู้งสตางค์ไหลออกเหมือนก๊อกแตก หักห้ามใจกันไว้ก่อนค่ะ อย่างอะฮั้นตอนนี้ถึงมือจะหยาบกร้านใช้งานหนักตรากตรำถึงเพียงไหน แต่อดทนไว้ ไม่ให้กระเป๋าตังค์เดือดร้อน เอาไว้โบนัส แต๊ะเอีย หรือช่วงเงินสะพัด เราค่อยตัดใจซื้อมาใช้ แล้วเก็บไว้ใช้เฉพาะช่วงที่มือหยาบกร้านมากๆ สลับกับ hand cream ที่ราคาย่อมเยา ไม่ต้องใช้ตัวนี้ทุกวัน จะได้ไม่เปลือง! 5555555 เราต้องฉลาดสวยแบบไม่เดือดร้อนกระเป๋าตังค์นะคะ ^_^

vinegar girl เลยฝากวิธีบำรุงมือแบบประหยัดมาให้ด้วยค่ะ
คือนำน้ำตาลทรายแบบเม็ด 1 ช้อนโต๊ะผสมกับเบบี้ออยล์สัก 2-3 หยด แล้วนำมานวดขัดมือเบาๆ ซัก 5 นาที ( ถ้าอากาศเย็นมากเหมือนที่ญี่ปุ่นอย่างน้องเบส อาจนำ baby oil ไปอุ่นใน microwave ให้อุ่นๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่ต้องร้อนนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลละลาย กลายเป็นน้ำเชื่อมแทน!! – -.” ) พอนวดๆ ขัดๆ ไปซักพักก็ล้างออกด้วยน้ำ เช็ดมือ แค่นี้ก็จะช่วยทำให้มือนุ่มเนียนขึ้นมาแล้วหล่ะค่ะ ^_^
ถ้ายังรู้สึกว่ามือยังแห้งๆ อยู่ก่อนนอนก็ทาด้วยวาสลิน โปะประโคมเข้าไป อาจเหนียวเหนอะหนะนิดหน่อย ไม่เป็นไรค่ะ เพราะจะนอนแล้ว แฮ่ๆ อันนี้ก็ช่วยได้ทั้งดีและประหยัดด้วยค่ะ !! ^_^ ( แบบนี้อะฮั้นช้อบ-ชอบค่ะ!)

หลายคนคงสงสัยมันเขียนถึง Gardeners Hand Therapy มาตั้งนานแต่มาบอกเคล็ด (ไม่) ลับวิธีดูแลมือแบบประหยัดซะงั้น! ก็แหมไม่อยากให้สาวๆเปลืองเงินนี่คะ อันนี้เหมาะกับช่วงมีเงิน ราคี เอ้ย! ราศีจับ!! แต่ต้องเขียนถึงค่ะ เพราะ Gardeners Hand Therapy ตัวนี้เค้าฮอตฮิต เข้าขั้นตำนาน จึงต้องนำมาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาลค่ะ ^_^

Blog Thai, Thai Blog, Blog ไทย, ผลิตภัณฑ์ดูแลมือ, แฮนด์ครีม, hand cream ยอดนิยม, วิธีดูแลรักษามือ, เคล็ดลับมือเนียนนุ่ม, ครีมทานมือเพื่อมือหยาบกร้าน, ครีมทามือสำหรับคนทำกิจกรรมหนัก, ครีมทามือชนิดเข้มข้น

Comments (3)

9 วิธีเตรียมตัวก่อนช้อปเสื้อผ้าใหม่

9 วิธีเตรียมตัวก่อนช้อปเสื้อผ้าใหม่

Posted on 16 December 2005 by Vinegar Girl

vinegar girl - 9 ways preparing before shopping the new stuff

หน้าหนาวที่เมืองไทยนี่เหมือนเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนะคะ แบบว่าเอ่อ..ฉา-นจะหนาวดีไม่หนาวดีมั้ยน้อ?! หรืออารมณ์หลอกให้เย็นๆจนอยากแล้วจากไป!! แต่ดูเหมือนช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี่หน้าหนาวเค้าเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เราจึงควรรีบขุดเสื้อไหมพรมตัวเก่ง หรือคาร์ดิแกนตัวสวย หรืออะไรที่เป็นพร๊อพหน้าหนาวทั้งหลาย รีบๆค้นมาใส่กันได้แล้วค่ะ หรืออยากแต่งตัวแบบ mix & match ใส่เสื้อหลายๆตัวไรงี้ รีบๆกันค่ะ ก่อนจะที่หน้าหนาวจะหมดความมั่นใจ

ช่วงนี้แทบทุกห้างลดกระหน่ำวินเทอร์เซลล์แข่งกันหูดับตับไหม้เลยนะคะ..เพื่อจูงใจให้เราออกไปจ่ายเงินจนกระเป๋าฉีก เค้าเก๊าะ~ ขยันทำโปรโมชั่น sale 80% เที่ยงวันยันเที่ยงคืน!! คิดจะให้เราช้อปกันแบบไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันทีเดียว – -” วันนี้เลยนำวิธีเตรียมตัว เตรีมตังค์ ก่อนออกไปช้อปเสื้อผ้าชุดสวยไปงาน หรือชุดใหม่รับซีซั่นนี้ค่ะ ^_^

  1. ให้ลองอัพเดทตู้เสื้อผ้ากันก่อนว่ามีอะไรอยู่บ้าง vinegar girl มีโรคประจำตัวคือ โรคหมกฮ่ะ! คือซื้อมาแล้วก็หมกๆ เก็บๆไว้ในตู้เสื้อผ้า บางทียังไม่เคยได้ใส่เพราะลืม – -” เพราะฉะนั้นก่อนออกไปช้อปเราต้องสำรวจตู้เสื้อผ้าก่อนว่าขาดอะไรบ้าง เราจะได้รู้ว่าเรายังไม่มีเสื้อผ้าแบบไหน และต้องการแบบไหน
  2. ถ้าเป็นไปได้ ควรซื้อเสื้อผ้าตอนลดราคา อาจช่วยประหยัดได้ค่ะ
  3. ดูก่อนว่าลดจริงรึเปล่า?! ก่อนที่จะวิ่งเข้าใส่ร้านที่ติดป้าย Sale 70% ตัวโตๆ แล้วคุ้ยๆหาๆซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ต้องดูให้ดีก่อนนะคะ เพราะบางร้านลดเฉพาะของเก่าเสื้อผ้าจากซีซั่นที่แล้ว ส่วนเสื้อผ้าใหม่ไม่ลดหรือลดแค่ 10% ตามปกติแล้วของที่นำมาลดราคาจะเป็นคอลเลคชั่นเก่า เพราะฉะนั้นข้อพึงระวังคือการเลือก ควรเลือกแบบที่ดูไม่ out ง่ายๆ หรือแบบที่ถูกใจจริงๆ อย่าคิดว่าซื้อเพราะมันลดอย่างเดียวนะเจ้าคะ!
  4. พยายามเลือกเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับในโทนสีที่เราชอบ เพราะจะได้ใส่หรือใช้ได้น้า-น..นา-น ถ้าสมมติช่วงนี้ชุดสีม่วงกะลังอินมั่กๆ แต่เราใส่แล้วดูร่วงๆพิกล ก็ไม่ต้องไปโหมกระหน่ำซื้อมาให้เปลืองเงินค่ะ ไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์ไปซะหมดก็ได้นะคะ
  5. ถ้าคุณเป็นสาวไม่ตกยุค ไม่เคยหลุดเทรนด์ แนะนำว่าควรเลือกแบบที่ราคาย่อมเยา ช่วยประหยัดกระเป๋าตังค์ไว้ดีกว่าค่ะ
  6. พยายามซื้อเสื้อผ้าที่เป็นแบบ เบสิค แอนด์ คลาสสิค เอาไว้บ้างนะคะ ถ้าราคาแพงหน่อย แต่ก็คุ้มค่าใช้ได้นานไม่ out ด้วยค่ะ อย่างเสื้อ หรือ กางเกง cutting เนี้ยบๆสีเรียบๆ เพียงชิ้นเดียวก็ทำให้สาวๆดูดีขึ้นได้เลยนะคะ ^_^
  7. เครื่องประดับ สาวๆอาจใช้การซื้อเครื่องประดับแทนก็ได้ค่ะ เสื้อผ้าที่เราเคยมีอยู่แล้วทำให้ดูสวยสดุดตาในลุคใหม่ได้โดยใช้เครื่องประดับ
  8. เน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณนะคะ อย่างที่บอกไว้ว่าของลดราคาต้องดูดีๆนะคะ นอกจากเสื้อผ้าเป็นคอลเลคชั่นเก่าแล้วเนี่ย ก่อนซื้อเราต้องเช็คดีๆว่ามีตำหนิตรงไหนบ้างรึเปล่า (คงไม่ทั้งหมดที่เป็นของคุณภาพดีในราคาลด 50-80% หรอกนะคะสาวๆ) ไม่งั้นอาจชีช้ำ เพราะซักซ้ำๆแล้วเสื้อเน่า (คือตะเข็บขาดหรือผ้าเละๆใส่ๆไม่สวยอีกแล้ว)
  9. สิ่งสำคัญคือมันมี hidden cost อ่ะป่าว?! สาวๆต้องคำนวณให้ดีนะคะ เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เช่น ค่าซักแห้ง หรือค่าแก้ใขเสื้อผ้า ในกรณีที่อยากได้ใจจะขาดแต่ไม่มีไซส์

Thai Blog , Blog ไทย, บล็อกไทย, 9 วิธีก่อนตัดสินใจซื้อเสื้อผ้า, เคล็ดลับในการเลือกซื้อเสื้อผ้า, วางแผนก่อนช้อปปิ้ง, คำแนะนำก่อนการซื้อเสื้อผ้า, วิธีช่วยประหยัดเงินก่อนการช้อปปิ้ง

Comments (4)

ฟื้นฟูความงามให้กลับมา หลังลั้นลา~ปาร์ดี้

ฟื้นฟูความงามให้กลับมา หลังลั้นลา~ปาร์ดี้

Posted on 14 December 2005 by Vinegar Girl

vinegar girl

อย่างที่บอกค่ะว่าเดือนนี้เป็นเดือนของความสนุกสนานรื่นเริง เดือนแห่งปาร์ตี้ จะให้มีแค่น้ำส้มแล้วรีบกลับไปดูละครตอน 3 ทุ่มนี่ไม่ได้น้าค้-า… แหม..เก๊าะ..ปาร์ตี้ทั้งที มันต้องมันสสส์กันให้สุดเหวี่ยง..ง ไม่เที่ยงคืนไม่กลับ!! แฮ่ๆ ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แต่ใครที่ ((เผลอ) <-- พยายามใส่วงเล็บไว้ก่อนจะได้ดูเนียนๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจเคอะ เหอะๆๆ)) drink แอนด์ drank แล้ว drunk เมื่อคืนไปแล้วหลายกรึ๊บ (ทำเสียงเป็นซดยาดองเชียว! - -") ตะลึ๊บตึ๊บ..บ..บ ตื่นมาด้วยอาการเมาค้าง หน้าบวม ขอบตาแพนด้า หน้าตาอิดโรยซีดเซียว vinegar girl นำวิธีบรรเทาความเหี่ยวเฉา ให้กลับมาสวยเร้าใจได้อย่างฉับพลันค่ะ..คริๆๆ

  1. Hang Over เมื่อคืนเผลอไปเที่ยวแถบภาคตะวันออกมาเยอะหน่อย เพราะเดี๋ยวก็ “เอ้า.. ชนๆ!!!” (มุขนี้อะฮั้นจะแป๊กมั้ยคะเนี่ย! – -”) แถมยังนอนดึกตื่นมาเลย เพลี๊ย..ย…เพลีย… สิ่งแรกที่ควรทำทันทีคือดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วใหญ่ เพื่อช่วยล้างพิษในกระแสเลือด (ใช้คำนี้แล้วนึกถึงหนังจีน ไม่ได้โดนใครวางยาพิษมานะฮ้า…ไม่ต้องใช้บัวหิมะนะคะ) ถ้าดื่มน้ำแล้ว ยังไม่ช่วยให้หายอ่อนระโหยโรยแรง ต้องต่อด้วยน้ำผลไม้คั้นสดๆ ที่มีวิตามินซีเยอะๆ อย่างน้ำส้ม น้ำมะเขือเทศค่ะ จะช่วยได้ดี หรือทางที่ดีโด๊ปวิตามินซีไปเลย ตั้งแต่ก่อนเข้านอนตอนกลางคืน ก็น่าจะช่วยได้นะคะ ( อันนี้ทำบ่อย ฮ่าๆๆ…เอิ๊ก..ก…ก! ) แล้วทั้งวันก็ควรดื่มน้ำเยอะๆนะคะ เพื่อช่วยให้การหมุนเวียนของน้ำในกระแสเลือดดีขึ้น และเร่งการขับถ่ายของเสียได้เร็วขึ้น ทำให้ผิวพรรณเรากลับมาชุ่มชื้น ฟื้นคืนความสวยค่ะ
  2. หน้าบวม ตาบวม (แต่ถ้าตัวบวมเนื่องจากรับประทานเยอะอันนี้ไม่ใช่แค่เมื่อคืนแล้นค้า~ แถวบ้านเรียกทานเยอะสั่งสมค่ะ) หลังจากชนหนักไปหน่อยทำให้ แอลกอฮอล์จะเข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดในชั้นเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ทำงานหนักขึ้นและเก็บของเสียไว้มากขึ้น จึงทำให้เกิดอาการบวม.ม.ม..อวม..อวม..อวม! วิธีลดอาการบวมคือ หากิจกรรมที่เคลื่อนไหวเร็วๆทำตอนเช้า อย่างน้อย 10 นาที!! อ้ะๆๆ..คุณขา..คิดอะไรกันอยู่ค้า~… ( จริงๆคิดอยู่คนเดียวเลยจิ..อิอิ.. แต่ต้องรอหาคนร่วมพิสูจน์ว่ากิจกรรมนั้นได้ผลอ่ะป่าว..ฮ่าๆ ) วิ่ง ค่ะ วิ่ง..เตลิดเปิดเปิงอีกแล้น ต้องวิ่งหรือเดินเร็วๆอย่างน้อย 10 นาทีค่ะ เพื่อเปิดรูขุมขนซึ่งจะช่วยขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์ใต้ผิว ทำให้อาการบวมลดลง
    หรือมีอีกวิธีแบบไม่ค่อยเหนื่อยค่ะ คือ นวดหน้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่สาวๆใช้เป็นประจำอยู่แล้วอ่ะค่ะ โดยนวดเป็นแนวเฉียงขึ้นไปทางขมับ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำซ้ำๆ 2-3 ครั้งค่ะ 

    ลดอาการบวมของดวงตา ให้ใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือถุงชาแช่เย็นมาวางบนเปลือกตา ทิ้งไว้ 5-10 นาทีค่ะ สารเทนนินในใบชาจะช่วยลดอาการบวมน้ำได้ ถ้าได้ชาคาโมมายล์นี่เริ่ดค่ะ! เพราะในชาคาโมมายล์จะมีสารชนิดนึงที่มีความเย็นและมีประสิทธิภาพช่วยลดอาการบวมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

  3. ผิวหน้าแห้ง รูขุมขนกว้าง ลองใช้มาสก์ (mask) แบบที่ให้ความชุ่มชื่นที่ระบุไว้ว่าเป็นแบบ Hydrating Mask ( ตัวเองใช้ของ Biotherm แต่คิดว่า H2O ก็น่าจะมีนะคะ ) หรือ Moisturizing Mask ก็ได้ค่ะ มาสก์หน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อช่วยทำให้ผิวสดชื่นและกระชับรูขุมขน จะทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งได้อย่างฉับพลัน เคล็ดลับส่วนตัวคือ หลังจาก mask แล้วล้างหน้า จะตบท้ายด้วยน้ำแข็งค่ะ ไม่ได้ทำหวานเย็นนะคะ แต่เอาน้ำแข็งมานวดๆ วนๆ รอบใบหน้าและลำคอ คือจะช่วยให้ผิวหน้าเย็นๆ (เพราะตัวจะร้อนๆเวลา hang over) แล้วยังช่วยกระชับรูขุมขน หน้าก็จะดูสดใสขึ้นได้ค่ะ พอนวดๆเสร็จ (ไม่ต้องนวดซะขนาดหน้าชานะค้า…) ก็รีบลง moisturizer ค่ะ หน้าจะดูดีขึ้นได้จริงๆค่ะ ^_^
  4. ริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุย พอดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ร่างกายก็จะขาดน้ำ ปากเลยแห้ง (( แต่ถ้าอดอยาก..ปากแห้ง..(ในความหมายทั่วไป) ต้องรอลุ้นโบนัสกะเจ้านายกันเอง… แต่ถ้าเป็นอีกนัยอันนี้ตัวครายตัวมันค่ะ..( เพราะผู้ชายไม่ตกถึงท้องนานแล้นเหมือนกันฮ้า.. – -”)) วิธีแก้ปัญหาปากแห้งคือนวดริมฝีปากด้วยวาสลินหนาๆ สัก 1 นาทีค่ะ แล้วใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ ถูที่ริมฝีปากเบาๆ วนๆเป็นวงกลม เพื่อช่วยขจัดเซลล์ที่ลอกเป็นขุยให้หลุดออกค่ะ เสร็จแล้วเช็ดออก แล้วทาวาสลินซ้ำอีกครึ้งเพื่อบำรุงริมฝีปาก และรักษาความชุ่มชื้นไว้ค่ะ
  5. ผื่นแดง รอยแดงใกล้จมูก แอลกอฮอล์ หรือความร้อนในร่างกาย (กรณีที่เป็นสาวร้อนแรง..แฮ่ๆ ล้อเล่น.น.น) เหล่านี้จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และเกิดรอยแดงขึ้นที่ผิวหนัง วิธีแก้ไขคือ ต้องปกปิดอำพรางกันค่ะ ด้วย makeup base หรือ primer หรือ corrective base (อูยยย..หลายชื่อจริงๆค่ะ) สำหรับสาวเอเซียอย่างเรา ต้องใช้โทนสีเขียวค่ะ ถ้าเป็นสาวฝั่งตะวันตกเค้าโทนผิวขาวอมชมพูต้องใช้สีฟ้า ยี่ห้อที่เคยใช้ก็ได้ review ให้ดูกันแล้วนะคะ ลองย้อนกลับไปดูก็ได้ค่ะ ต้องลองไปเดินตามเคาน์เตอร์แล้ว test ดูค่ะ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของสาวๆแต่ละคนค่ะ แต่ตัวเองไม่ค่อยได้ใช้สีเขียวเท่าไหร่ เพราะหน้าไม่ค่อยแดง เคยซื้อของ ipsa เป็นหลอดเล็กๆมาค่ะ เพราะนานๆใช้ทีค่ะ เวลาลงสีเขียวเนี่ยอย่ามือหนักนะคะสาวๆ เพราะถ้าเข้มไปกลายเป็นหน้าเขียวแทน! แตะลงไปเบาๆ ทีละน้อยตรงรอยแดงแล้วเกลี่ยให้ทั่วดีกว่าค่ะ
  6. หน้าซีดเซียว ไม่เปล่งปลั่ง อันนี้ต้องเพิ่งเมคอัพกันอีกตามเคยค่ะ เราต้องเมคกันให้ผิวดูมีเลือดฝาดแก้มเป็นสีชมพู…ดูดีๆรวดเร็ว แต่ควรหลีกเลี่ยงบลัชออนแบบฝุ่นนะคะ เพราะจะทำให้ผิวดูแห้งมากขึ้น ใช้บลัชออนแบบครีมน่าจะเหมาะกว่าค่ะ เพราะจะทำให้ผิวดูมีน้ำมีนวลแก้มมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติ

เหล่านี้คือเคล็ดลับที่ทำให้ดูสวยแบบเฉพาะหน้า แก้ปัญหาแบบฉุกเฉินนะคะ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือสูตรที่เค้าพูดๆกันจนคุ้นหูคือ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไปค่ะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, เคล็ดลับความงามหลังปาร์ตี้, วิธีลดอาการเมาค้าง, เกร็ดการฟื้นฟูความงามหลังงานเลี้ยงสังสรรค์, วิธีลดอาการหน้าบวม ตาบวม

Comments (3)