Archive | Tips & Tricks

สาวหน้าอกหย่อนคล้อย

Posted on 09 November 2006 by Vinegar Girl

จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่เราพบว่าชิสาวแตก!
ก็เป็น dead pixel ในใจดิชั้นมาตลอดค่ะ ที่เลี้ยงหมาให้สับสนเช่นนี้!
แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็รับได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้วค่ะ!! Teeth_Smiley.gif
(แต่ขอโฆษณาชวนเชื่อนี้ดดดส์นึงนะคะ ว่า…
“เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆชิ!!” อิอิ fauxcul1.jpg ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ค่ะ!!)
ถึงจะไม่มีสาวคนไหนถึงท้อง และคุณชิเองก็มิได้ชายตาสาวๆซักเท่าไหร่
ก็ยังคงใช้บริการน้องๆ ในสังกัด “มาม่าอ้อม” (ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนะคะ)
ที่มีทั้งน้องการ์ฟิลด์น้องรักนัมเบอร์วัน คั่นด้วยน้องดอกไม้แก้เหงา
แล้วมาเคล้าน้องเขียว (ตุ๊กตาหมาสีเขียว) แล้วเลี้ยวไปเจอน้องเป็ดก้าบค่ะ!
ชีวิตช่างสุขี มีให้ปล้ำ เอ้ย! ช่วยคลายเหงาแบบไม่ซ้ำหน้า
แล้วเค้าจะมี “ลานหรรษา” ส่วนตัว ก็คล้ายๆ ห้อง VIP ตามสถานบรรเทิง
ของคุณผู้ชายทั้งหลายหล่ะค่ะ มีน้องๆ นั่งหน้าสลอนเป็นทิวแถว คิกๆ
แล้ววันเวลาก็ผ่านไป จนกระทั่งมีน้องหมามิดโรดหน้าบ้าน
ที่ดิชั้นเคยเขียนใบจองเป็นภรรยาให้ชิ แต่เค้ากลับไม่ค่อยสนใจ
กลับไปมองหมาเพศเดียวกันซะงั้น!! และแล้ว..และแล้ว…
ก็มีสิ่งพิสูจน์แล้วว่า คุณหมาดิชั้น มิได้อยากทานไส้กรอกแต่อย่างใดค่ะ!!

เมื่อวันนึงเธอคนนั้นเดินเข้ามา นั่นก็คือหนึ่งใน ไอ้แดง (หรือนังแดง)
ที่คุณยายเรียกขานอยู่เป็นประจำ (เป็นหนึ่งใน 2 ที่ดิชั้นเคยเขียนใบจองไว้)
แต่ตอนนี้เธอผ่านประสบการณ์โชกโชน
ตกเป็นของหมาในซอย…จนทำให้ท้องไม่มีพ่อค่ะ!
ถึงคราวนี้เองนมที่เคยเล็กๆ ก็เริ่มใหญ่ขึ้นๆ จนกระทั่งคลอดลูก
นมเต่งตึง ใหญ่ อวบอึ๋มมากขึ้นหลายเท่านัก และนี่เองที่ทำให้
เธอกลายเป็นเซ็กซีมบัล ราวกับน้องบอลลูน หรือน้องกระแตในสายตาชิ!!
คราวนี้ชิก็ไม่เป็นอันกินอันนอน เพราะเธอมาหลอกหลอนในใจชิตลอดเวลา
ถ้ามีการเปิดประตูรั้วเพื่อเอารถออก ชิจะวิ่งแพล่บ รีบแจ้นออกไปหาหญิง
เพื่อดม ดม ดม ดม แอนด์ พยายามยัดเยียดความเป็นสามีให้กับน้องแดงค่ะ!!
แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เพราะติดปัญหาเรื่องความสูง!! sweat-41.gif
ดิชั้นก็ได้แต่คอยลุ้นให้สำเร็จซักทีคราวนี้ (ถ้าบังเอิญเธอท้องได้อีก)
ก็ยินดีรับผิดชอบน้องแดงและลูกๆ เองค่ะ
แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น เมื่อคุณยายของอะฮั้นก็รับรู้เหตุการณ์นี้เช่นกัน
พร้อมกันนั้นคุณยายจะออกโรงมาห้ามทัพ ไม่ให้ชิเผด็จศึกทุกคราวไป
พร้อมกับพูดตลอดเวลาว่า
“ยังเป็นเด็กเป็นเล็กนะเรา ทำแบบนี้ไม่ด้าย!” (ลากเสียงสูง)
พอดิชั้นได้ยินดังนั้น ก็รีบเข้าไปเคลียร์กับคุณยายและทำความเข้าใจใหม่
ว่าชิเนี่ยไม่เด็กแล้วนะคะ อายุหมา 6 ปี ก็เท่ากับคนอายุ 42 เลยนะคะ
ยายดิชั้นเลยเปลี่ยนใหม่ค่ะ
“จะไปยุ่งอะไรกับเค้า เค้ามีลูกมีเต้าแล้ว ไม่ใช่สาวๆ!!” ว่าเข้าไปนั่น!! wonder-11.jpg
และขออัพเดทชื่อล่าสุด ของนังแดง ชื่อนี้ที่เป็นอดีตไปซะแว้ว-ว-ว
กับชื่อใหม่ เก๋ไก๋ ว่า “e-นมยาน” หรือชื่อจริงแบบสุภาพว่า “นังนมยาน” ค่ะ
เพราะฉะนั้นเรื่องของวันนี้ จึงเหมาะมากกับน้องนมยาน หน้าบ้านค่ะ คิกๆๆๆ
ถ้าเธอดูแลรักษาทรวดทรงให้ดีกว่านี้ ไม่เดินโนบรา ให้โทงเทงๆ โต่งเต่งๆ
มันคงไม่หย่อนคล้อยก่อนวัยอันควรเช่นนี้ และจะไม่มีใครมาว่าเธอได้ว่านมยานค่ะ!

vinegargirl-bras-03.jpg สาวหน้าอกหย่อนคล้อย
จริงๆหน้าอกหย่อนคล้อยจะมาจาก 2 ลักษณะคือ หย่อนคล้อยจากวัย และน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในลักษณะนี้ สามารถใช้ทั้งแบบไม่มีโครง และมีโครงโดยควรเน้นคัพที่มีรูปทรงหลอก หรือโมลด์ชัดเจน เพื่อควบคุมให้เต้านมอยู่ในคัพ ซึ่งพอใส่เสื้อผ้าแล้วจะช่วยพรางตา ให้เห็นหน้าอกเป็นรูปทรงที่สวยงามค่ะ ^_^

ส่วนผู้ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ และหลังคลอดควรใช้ชนิดที่ไม่มีโครงค่ะ เพราะโครงอาจกดทับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้

Comments (2)

ยกทรงสำหรับสาวหน้าอกใหญ่

Posted on 07 November 2006 by Vinegar Girl

ขอเม้าท์เรื่องหมาต่อจากครั้งที่แล้วนะคะ
ถึงแม้ชิจะถูกฝึกหนักราวกับผ่านสงครามเวียดนามมาสักเท่าไหร่
แต่การเติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมก็มีปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง
ต่อลักษณะอุปนิสัย… และความชอบส่วนตัว… 
โดยยึดหลังประชาธิปไตย เสียงในบ้านส่วนใหญ่จึงมีแต่เสียงของผู้หญิง!!
เอ่อ…ชิไม่ถึงกับลุกขึ้นมา เรียกร้องสิทธิสตรีหรอกนะคะ
แต่ชิคลุกคลีอยู่กับผู้หญิงๆ (ที่เห็นมันเหมือนเป็นตุ๊กตา..?!)
อะฮั้นก็ประมาณตัวว่าเป็นช่างผมมือหนึ่งจากโทนี่ แอนด์ กาย
ไม่ว่าจะถักเปีย.. จะเกล้า.. จะมัดจุกแบบไหน ก็ผ่านมืออะฮั้นมาหมดค่ะ
ลายกิ๊บ ลายโบว์ ที่เลือกซื้อให้ส่วนใหญ่ก็เน้นสีสดใส อย่างเช่น
โบว์สีชมพูช็อกกิ้งพิ้งค์ สีแดง กิ๊บลายดอกไม้ รูปดาว รูปหัวใจ
ยังไม่รวมสร้อยคอสีแดงประดับเพชร เอาไว้ออกงานกาล่าดินเนอร์หรูๆ อีกนะเคอะ!
ชิจึงโตมาท่ามกลางความสับสนของสังคมรอบข้าง เหมือนตกอยู่ในสภาพ
การช่วงชิงอำนาจความเป็นใหญ่ ของสงครามกลางเมือง…
(เว่อร์ไปมั้ยคะเนี่ย..แฮ่ๆ)
ทุกเช้าฝึกวิ่งไล่จับแมวกับพ่อ บางครั้งเกิดความบ้าคลั่งติดพัน
ไล่งับแม้กระทั่งคางคกจนน้ำลายฟูมปาก..หลังๆ ต้องเลิกไปเอง!!  panda.gif
ตกสายอะฮั้นหรือคุณแม่ก็จับชิแต่งตัว
โดยมีคำศัพท์ที่เรียกให้ชิรู้ว่าต้องมาหวีผมว่า…
“ชิจ่า…มาหวีผมสวยๆ มาลูก…” หรือ “มาแต่งตัวสวยๆ มาเร้ว..!”
และเมื่อแต่งตัวทำผม และฉีดน้ำหอมเสร็จ ก็จะชมว่า
“ชิสวยจัง…สวยค๊าสวย-ย” หรือ “ลูกใครคะเนี่ย..หน้าตาดีมาก-ก-ก-ก!!”
มันจึงกลายเป็น… หมาบ้ายอ ที่แอบสับสนทางเพศ!!  littleshock-21.gif
ไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองเป็นเพศไหน ระบุเพศไม่ได้ แอบเป็นเพศที่ 3!
ถึงแม้ระยะหลังจะมีคนแอบทักว่า การเยินยอหมาด้วยถ้อยคำเหล่านี้นั่นเอง
ที่สร้างความสับสนให้หมาอยู่ไม่น้อย ก็เลยพยายามเปลี่ยนเป็น
“ชิหล่อจังเลย..” ฯลฯ  ต่างๆ นานา ที่ช่วยสร้างความแมนกลับคืนมา
แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไป..เพราะชิไม่ยิ้มภาคภูมิใจเท่าการชมว่าสวย!!
ถึงแม้กระนั้น เราก็ยังฟันธงลงไปไม่ได้ว่าชิจะสับสนทางเพศ เพราะนั่นคือ
คือชมที่คุ้นหูจากเราๆ เท่านั้นเองค่ะ…แต่เมื่อชิโตขึ้นมาหน่อย..
เริ่มมีจุดเปลี่ยนของชีวิต..ที่ทำให้เราทุกคนอึ้ง..ทึ่ง..เสียว…!!
เพราะชิจะทำเสียงอิ๋ง..อิ๋ง.. อื๋ม..อื๋ม…ฮึดฮัดๆๆ..ด้วยโทนเสียงแหลมสูง
เหมือนมาหยารัศมี นางร้ายในทีวี… เวลาที่เห็นคุณภาคไปกับดาวพระศุกร์
แต่ชิทำเมื่อเวลาเห็นแมวเดินนวดนาด on the catwalk! อยู่บนกำแพงหน้าบ้าน
คงอารมณ์ “ไม่ได้ดั่งใจมั่กกๆ…มาหยาไม่ยอมๆๆ กรี๊ดๆๆๆ” <--ชิสาวแตก!! sweat-4.gif
บางครั้งมันก็แสดงความจิต โดยกัดและดูดกางเกงในของพ่ออย่างเคลิบเคลิ้ม..
แฮ่ๆ…ยัดเยียดความเป็นหมาเพศที่ 3 แถมหื่นจิตให้หมาตัวเองจริงๆ
ขอแก้ข่าวนี้ดดส์นึงค่ะ จริงๆ มันชอบกัดและดูดผ้าเหมือนเด็กๆ และสิ่งที่ชอบมาก
เป็นกางเกงในตัวเก่าของคุณพ่อ เพราะมันเป็นผ้าฝ้าย..หนาๆ..นุ่มๆ ต่างหากค่ะ!
พอชิเริ่มเป็นหนุ่มก็ยังไม่เคยเห็นชิมองสาวคนไหนเท่าไหร่
คงเป็นเพราะสวยไม่เข้าตา (ปลอบใจตัวเองจริงๆ!! wonder-1.jpg )
แต่เวลาหมาหนุ่มโฉดเดินผ่านหน้าบ้าน….
ชิจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยมีการเข้าไปดม แอนด์ เลีย!!
ว้ายย…ช็อตนี้หวาบหวามจนเกินจะบรรยายต่อได้ค่ะ!!!
เอาเป็นว่า อ่านต่อตอนหน้านะคะ
แต่อย่าเพิ่งคิดกันไปว่า ชิจะแต๋วแตกขนาดแอบขโมยชุดชั้นในของอะฮั้น
มาใส่นะคะ โนวๆๆๆ เพราะชิชอบโนบรามากกว่าฮ้า…… อะจึ๋ย!! sweat11.gif

vinegargirl-dog-sushi-01.jpg

วันนี้เรามาดูยกทรงที่เหมาะกับสาวหน้าอกใหญ่กันค่ะ

vinegargirl-b-bras.jpg สาวหน้าอกใหญ่
ต้องการยกทรงประเภท Total Support หรือชนิดที่ช่วยพยุงทรง ไม่ให้หย่อนคล้อย และเก็บเนื้อส่วนเกินบริเวณใต้วงแขนให้เข้ารูปค่ะ ดังนั้นสายและแถบเสื้อชั้นในจะหนาเป็นพิเศษ รวมทั้งแถบระหว่างหน้าอกจะสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อล้นออกมา และส่วนใหญ่จะไม่มีโครง เพื่อป้องกันการกดทับเนื้อ

สำหรับผู้ที่หน้าอกขนาดใหญ่มาก อาจใช้รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดขนาด (Minimizer) ซึ่งจะมีดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่ออกแบบเพื่อพรางขนาดให้ดูเล็กลงได้ประมาณ 2-3 ซม. ค่ะ

Comments (6)

ยกทรงสำหรับสาวอกเล็ก

Posted on 05 November 2006 by Vinegar Girl

พอพูดถึงเรื่องหน้าอก เล็กๆ ใหญ่ๆ นี่ มีเรื่องจะเม้าท์คุณน้องหมาที่บ้านค่ะ
แต่ก่อนอื่นขอท้าวความ ถึงประวัติความเป็นมาก่อนนะคะ
“ซูชิ” เป็นหมาพันธุ์ชิสุห์ (ได้อารมณ์เล่นคำผวนตั้งแต่ชื่อหมา) เพศชาย
ที่มีความเป็นหมาแนว..(คล้ายๆเด็กแนวอะค่ะ) ติสท์รับประทาน+โลกส่วนตัวสูง-ง
ชิจะแสดงความรำคาญออกนอกหน้า เวลามีคนเข้าไปกอด เข้าไปหอม ด้วยการ
เชิดใส่..เมินหน้าหนี..และถอนหายใจเฮือก! แบบตูรำคาญ! เปิดเองได้..ไม่ต้องยุ่ง!!
สงสัยคิดว่า ตัวเองหล่อเหมือนพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี..หรือแบรด พิตต์
และคิดว่ายัยผู้หญิงพวกนี้..หน้าตาก็ไม่ดี ไม่ต้องมาเซ้าซี้ฉ้าน-น!
ทำให้ความฝันของอะฮั้นที่เลี้ยงชิสุห์ เพราะอยากได้หมาคิกขุ โนเน๊ะ ขี้อ้อน
ประจบประแจงเจ้าของ…พลันมลายหายไปสิ้น!! [040].gif

เมื่อตอนเล็กๆ ก็มี instinct แบบหมาพันธุ์ชิสุห์ โดยทั่วไป คือจะเป็นหมาสวยงาม
สงบปากสงบคำ ไม่มีหือหาใดๆ ทั้งสิ้น ดูดีมีชาติตระกูล
ยังไม่มีแววความติสท์เท่าไหร่ แต่ด้วยที่คุณพ่ออะฮั้นเองค่ะ..ที่พร่ำสอนชิว่า…
เกิดเป็นลูกผู้ชาย ใจต้องเหี้ยมหาญ!
อย่าให้เสียชาติเกิดเป็นหมา เกิดมาต้องดุดัน เข้มแข็ง อดทน!!
(กรุณาคิดภาพหมาขนยาว ราวกับตุ๊กตา แล้วต้องเก็กหน้าเหี้ยมๆ!!) littleshock-2.gif
โดยคุณพ่อจับชิ ฝึกร.ด. ให้หมอบคลานผ่านรั้วลวดหนาม โรยตัวจากที่สูง..
แฮ่ๆ..ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ แต่ที่ทำจริงๆ คือ สอนเห่า! ตอนชิเด็กๆ มันไม่เห่า
พ่ออะฮั้นก็ลงทุน คลานสี่ขา แล้วเห่าเป็นตัวอย่าง..(แหม…ทำไปได้!! sweat1.gif )
สอนให้กัดกับแมว.. โดยกัดให้ดูเป็นตัวอย่าง!! (เอ่อ..ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ!)
หลังจากจบคอร์สฝึกหมาดุ ชิก็ดุได้ใจค่ะ ขนาดพาไปหาคุณหมอฉีดยากันบ้า
ยังทำให้คุณหมออะเมสสิ่ง คุณหมอบอกว่าใครไม่เคยเห็นชิสุห์ดุ
ต้องดูชิเป็นตัวอย่าง! ไม่แน่ใจว่าจะสร้างความภาคภูมิใจ
หรือความอับอาย ให้กับเจ้าของกันแน่หน่ะค่ะ?!
เวลาหาเห็บให้ ชิจะเริ่มไม่สบอารมณ์ หน้าจะเริ่มแปรสภาพจากหมา เป็น..
ปลาปิรันย่า..ฟันล่างจะเริ่มยื่นเหยินออกมา เห็นเป็นซี่เล็กๆ แหลมๆ เรียงกัน
จากนั้นก็จะเริ่มอยากจะกินนิ้วมือคน! แง่มๆๆ..งับๆๆๆ..ด้วยฟันกรามเหยินๆ
ต้องระวังมือตัวเองภายในรัศมีระยะ 1 ฟุตค่ะ
จะถอนขนหู หรือทำอะไรให้ที ต้องมีคุณพ่อคุมเข้ม เพราะคนอื่นเอาไม่อยู่
วิธีคุมของพ่อคือ ชิขู่มา พ่อคำรามกลับไป <-- แลดูคุยรู้เรื่องกันดีจริงๆ!! sweat-new_11.bmp
ความติสท์รับประทานของชิ จะดูได้จากหน้าตา ถ้าหน้าเป็นคิงคอง
แสดงว่า “ชิไม่ปลื้ม!” สาเหตุอาจเกิดจาก
1. ไม่ได้ไปเที่ยว (ไม่ว่าจะกลางวัน หรือกลางคืน)
2. ไม่ได้กินไก่ (หมาหน่ะค่ะ!..ไม่ใช่ปอบ!! แต่ชินิยมกินไก่มากๆค่ะ
อะอ้ะ! ไก่ย่างนะคะ มิใช่ไก่วัด หรือน้องไก่แต่อย่างใด)
3. อยู่ในอารมณ์วัยรุ่นเซ็ง…อย่างบอกไม่เถือก!
บางที ถ้ามีแผนการชั่วร้ายอยู่ในหัวชิก็จะหน้าตาเหมือน เกรมลิน! ค่ะ
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ค่ะ เลี้ยงหมา 1 ตัว เหมือนได้สัตว์หลายสายพันธุ์อยู่ในบ้าน!
อูย..อารัมภบทมาย๊าวยาว..เอาเรื่องชิไปต่อตอนหน้านะคะ
ขอเริ่มเรื่องวันนี้ก่อนนะค๊า (ท่านผู้อ่าน บอกมันตัดอารมณ์อีกแล้น..แฮ่ๆ )

การใส่ยกทรงที่ถูกสรีระ ก็จะช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เอ้ย! เสริมสุขภาพค่ะ
(แหม…นึกไปถึงตอนเรียน สปช. สมัยเด็กๆ อิอิ <-- พยายามมากๆค่ะ
พยายามทำให้เหมือนว่าเพิ่งผ่านพ้นมาไม่กี่ปี คิกๆๆ  fauxcul.jpg )

 
vinegargirl-s-bras.jpg สาวหน้าอกเล็ก
ควรใช้ยกทรงชนิดช่วยเสริม หรือที่เรียกว่า Push-Up Bras ค่ะ ศึ่งจะมีโครงและฟองน้ำเสริมช่วงใต้ทรวงอก เพื่อช่วยดั้น ดั๊น ดันหน้าอกให้ดูมีร่องขึ้น ^_^ หลายแบรนด์ออกแบบให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น และดูเป็นธรรมชาติ เพราะนอกจากฟองน้ำ เดี๋ยวนี้เค้ามีทั้งแบบเป็นเจลซิลิโคนที่เสริมในบรา ที่ให้สัมผัสนิ่มเหมือนธรรมชาติมากขึ้นด้วยค่ะ อีกทั้งยกทรงยังมีทั้งแบบเรียบเนียน ไม่มีขอบตะเข็บชัดเจน ซึ่งเหมาะกับการใส่เสื้อยืดแนบตัว (T-Shirt Bras) ทำให้ไม่เห็นเป็นรอย และมีรุ่นที่สวยเซ็กซี่ด้วยผ้าลูกไม้ ที่มีสีให้เลือกมากมายอีกด้วยค่ะ

Comments (4)

เคล็ดลับการดูแลรักษาบรา

Posted on 30 October 2006 by Vinegar Girl

ขอโทษด้วยนะค๊า..ที่หายหน้าไปหลายวัน (อีกแว้ว!)  เนื่องจากช่วงนี้งานเยอะจนตัวเป็นเกลียว หัวเป็นจุกคอร์ค <-- เอ่อ...อันนี้มุขแนวลำยองมากๆค่ะ sweat-new_1.bmp  คนนะ..ไม่ใช่ขวดไวน์!!

เนื่องจากเรื่องเกี่ยวกับหน้าอกที่ได้หาข้อมูลไว้ ยังไม่หมดค่ะ ถึงแม้กำลังจะเลยเดือนแห่งการรณรงค์มะเร็งเต้านมแล้วก็ตาม วันนี้ขอนำเสนอ…..ท้ะดา…….  ^_^

vinegargirl-ca-b-01.jpg เคล็ดลับการดูแลรักษาบรา ค่ะ

  • สาวๆ ควรเลือกน้ำยาซักผ้า สำหรับซักชุดชั้นในโดยเฉพาะ และไม่ควรซักรวมกับเสื้อผ้าอื่นๆค่ะ
  • เวลาซัก ควรซักอย่างเบามือ หรือใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม สำหรับขจัดคราบ
  • ใช้วิธีบีบน้ำออกแทนการบิดค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ชุดชั้นในเสียทรง
  • เวลาตากนี่สำคัญนะคะ เราควรตาโดยแขวนกับไม้แขวนค่ะ
  • ควรตากในที่ร่มเพื่อป้องกันสีเปลี่ยนค่ะ
  • สิ่งที่สำคัญนอกเหนือจากชุดชั้นใน คือ ควรหมั่นตรวจขนาดอก รวมทั้งเปลี่ยนชุดชั้นในทุกๆ 6 เดือน สำหรับสาวที่กำลังจะเป็นคุณแม่ ขณะตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตรควรตรวจทุกๆ 3 เดือนค่ะ

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สาวๆ สามารถขอรับบริการตรวจฟรี ได้ที่ Marks and Spencer ทุกสาขาที่มีชุดชั้นในจำหน่ายค่ะ ซึ่งจะมีพนักงานติดป้ายตราสัญลักษณ์สีชมพู “Bra Advisor” มาคอยให้บริการอย่างใกล้ชิด (แต่ไม่แน่ใจว่าหมดเดือนตุลาแล้ว จะยังสามารถรับบริการตรวจฟรีอยู่หรือเปล่านะคะ )

ยังไงก็ควรตรวจเช็คสุขภาพประจำปีกับแพทย์ด้วยนะคะ  เพราะสำหรับตัวเองก็ไม่สามารถคลำเองได้ค่ะ ต้องให้คนอื่นมาช่วยคลำหน้าอกให้ (หมายถึงให้คุณหมอช่วยคลำหาสิ่งผิดปกติในหน้าอกหน่ะค่ะ แฮ่ๆ  relief.bmp )

Comments (0)

ร้านรองเท้าในดวงใจ ที่อยู่ในกรุงเทพฯ (ตอนจบค่ะ)

Posted on 16 August 2006 by Vinegar Girl

คำเตือน : เด็กอายุตำกว่า 18 ปีและสตรีมีครรภ์ควรใช้วิจารณญานในการอ่านและไม่ควรอ่านออกเสียง

“ซู้ดดดดดดด” เสียงที่เกิดจากการใช้ปากดูดของเหลวผสมกับอากาศภายนอก
จากนั้นก็บรรจงใช้ ลิ้น ดุนดันให้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเผยอขึ้นเล็กน้อย
แต่ดูเหมือนว่ายิ่งใช้ลิ้น ก็ยิ่งทำให้เกิดเสียง “ซู้ดดด” ดังขึ้นเป็นระยะๆ
เพราะยังคงมีของเหลวภายใน ออกมาให้ลิ้มรสชาติอยู่เรื่อยๆ
โอ้ววว…ในที่สุดการใช้ลิ้นก็เป็นผลทำให้สิ่งนั้น เผยอขึ้นมามากขึ้น
จนเริ่มเกิดช่องว่าง…ระหว่างขอบทั้งสองข้าง
ที่พอจะใส่ ของแข็ง ลงไประหว่างช่องว่างนั้นได้แล้ว!

แทบไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ สิ่งนั้น มันก็คือ หอย ค่ะ!
โอ้ววว…โน…ไม่ได้หยาบคาย หรือ ทะลึ่งตึงตังจริงๆนะเคอะ!! คิกๆ kuki.JPG
แหม..คิดอะไรกันค๊า….อะฮั้นกำลังบรรยายถึงรสชาติที่สุดเร้าใจ
ที่เพิ่งได้ลิ้มลองเมื่อวานนี้ หลังจากที่ไปอัพเดทราคารองเท้าที่เซ็นทรัลชิดลม
เมนู “ผัดหอยลายใบโหระพา” อยู่หน่สิคะ ก็แหม หอยมันยอมอ้า
แต่ด้วยความอร่อยลิ้น ก็พยายามกินให้หมด จนต้องทำทุกวิธี
ไม่ว่าจะใช้ปากและลิ้น ทำให้เปลือกหอยมันอ้า เพื่อที่จะใช้
ส้อม แทงเข้าไปจิ้มตัวหอย ให้เราได้ลิ้มรสหน่ะค๊า….. อิอิ sweat-21.gif

เมนูนี้ขอแนะนำผู้ที่เบื่อหอยหวานๆ (หอยลายผัดพริกเผา) และอยากลิ้มรสหอยเผ็ดร้อน.. เร้าใจ! ต้องลองเมนูนี้เลยค่ะ ที่ร้าน หลังสวนง่วนหลี ค่ะ ร้านนี้เค้ามีอาหารเด็ดๆ ที่ทานได้ทั้งข้าวสวย และ ข้าวต้ม และยังมีอาหารทะเลด้วยนะคะ ร้านอยู่แถวๆ หลังสวนค่ะ ร้านอยู่หัวมุมถนนที่เป็นสามแยก ตัดกับเส้นถนนสารสินค่ะ (ไม่แน่ใจว่าจำชื่อถนนผิดอ่ะป่าว) แต่เป็นถนนเส้นที่อยู่ติดกับด้านหลังสวนลุมหน่ะค่ะ..อธิบายมานี่อาจทำให้คุณๆ งง แต่อย่าหลงไปร้านผิด หรือจำชื่อร้านผิดเป็น “หลีเฮีย” หรือ “หลีเกี่ยวฮวด” กันเชียวนะคะ เหอๆๆๆ herher-11.gif (อูยยย…ร้านหลังนี่ออกแนวสยองเคอะ!)
ขอจบเรื่องอาหารแต่เพียงเท่านี้ดีกว่าค่ะ ก่อนที่จะมี “รูปตาดวงโตๆ” มาปะไว้แบบถาวรที่หน้าบล็อกของตัวเอง…เอ่อ..ไม่ต้องแจกก็ได้นะคะ..เกรงจ๊ายยยย เกรงจายยยค่ะ…แฮ่ๆ

อ้ะ..มาเข้าเรื่องรองเท้ากันต่อค่ะ แหมดิชั้นก็พาออกนอกเรื่องอยู่เรื่อยเลย..อิอิ

vinegargirl-ss-guide-03.jpg

วันนี้ขอแนะนำแบรนด์เด่นจากห้างเซ็นทรัลชิดลมกันบ้างนะคะ

  • Charles & Keith แผนกรองเท้าสตรี ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม ยี่ห้อนี่ซื้อมาใช้ตั้งแต่สมัยเริ่มทำงานใหม่ๆเลยค่ะ ซื้อจากที่เซ็นทรัลชิดลมเนี่ยหล่ะค่ะ จากเมื่อก่อนที่อยู่ชั้นวางดติดกำแพงด้านใน เดี๋ยวนี้ได้เลื่อนชั้น (อืม..เลื่อนชั้นจริงๆค่ะ ไม่ใช่เลื่อนขั้น) กลายมาเป็นรองเท้าแถวหน้า อยู่ section ด้านหน้าทางขึ้น-ลง บันไดเลื่อนเลยค่ะ แบรนด์นี้ส่วนใหญ่เป็นดีไซน์แบบเรียบๆ ไม่ได้ฉูดฉาด เปรี้ยวปรู๊ดปร๊าดค่ะ มีทั้งแบบใส่ทำงาน และ ใส่เดินเล่นค่ะ (แต่เท่าที่แอบไปอัพเดทมาเมื่อวาน เดี๋ยวนี้ดีไซน์เค้าจัดขึ้นนะคะ มีคัตชูแบบเปิดหัวเข้าตากรรมการมั่กๆ โชคดีไปที่ไม่มีไซซ์ ไม่งั้นมีเสียเงิน แฮ่ๆ)
    ราคา ประมาณ 1,400 – 2,000 บาทค่ะ โดยราคาเฉลี่ยประมาณ 1,650 บาทค่ะ (ถือว่าราคาไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก จากตอนที่เริ่มวางจำหน่ายเมื่อหลายปีก่อนนะคะ)
    ความสบายในการสวมใส่ ถือว่าใส่สบายเลยค่ะ จุดเด่นคือวัสดุ และหนังคุณภาพดีใช้ได้ ไม่กัดสำหรับรองเท้าคัตชูค่ะ ดีไซน์ที่เก๋แบบเรียบๆ ทำให้ใส่ได้นาน
  • Eclipse แผนกรองเท้าสตรี ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม แบรนด์นี้เค้าทำทั้งเสื้อผ้า และรองเท้าค่ะ มีดีไซน์ใหม่ๆ มาให้ดูเรื่อยๆค่ะ และที่สำคัญมีรองเท้าสำหรับไปงานกลางคืนมาให้เราดูอยู่เรื่อยๆค่ะ แบรนด์นี้ไม่ค่อยมีพวกคัตชูค่ะ แต่ถ้าจะหาแบบที่เปิดหน้าและเปิดหลัง รับรองไม่ผิดหวังค่ะ
    ราคา ประมาณ 1,200 – 2,000 บาท ค่ะ
    ความสบายในการสวมใส่ ถือว่าใส่สบายใช้ได้ค่ะ ออกแบบและตัดเย็บมาเผื่อคนที่หน้าเท้ากว้างเช่นกันค่ะ
  • Fontana แผนกรองเท้าสตรี ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม เป็นแบรนด์จาก Italy ค่ะ เค้าใช้วัสดุเกรดดี เพื่อความสบายในการสวมใส่ค่ะ เรื่องดีไซน์ก็สวย ถือว่าโอเคเลยค่ะ มีคัตชูแบบเก๋ๆ ด้วยค่ะ แบรนด์นี้ถือว่าคุณภาพคับแก้วเลยค่ะ
    ราคา ด้วยที่คุณภาพสูง ราคาก็สูงกว่าแบรนด์อื่นที่แนะนำมาก่อนหน้านี้ด้วยค่ะ ระดับราคาประมาณ 1,500 – 2,900 บาท
    ความสบายในการสวมใส่ อันนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นเลยค่ะ อย่างที่บอกว่าวัสดุที่ทำรองเท้ามีคุณภาพดี เลยทำให้เราใส่สบาย แบรนด์นี้รับรองได้ค่ะว่าถ้าเลือกแบบที่คลาสสิค หรือแบบที่ไม่เอาท์ง่ายๆ รับรองว่าใส่ทนนานคุ้มมูลค่าเลยค่ะ
  • Substance ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ เปิด 9.30 น. – 21.00 น. โทร. 02-251-5155 ไม่พูดถึงร้านนี้คงไม่ได้ค่ะ เพราะเห็นกันมานานมากๆ คิดว่าสาวๆที่เดินสยามคงคุ้นเคยกันดี ร้านนี้เค้ามีคอนเซ็ปค่ะ Fashionable Trendy and Affordable วัสดุค่อนข้างใช้ได้ค่ะ เพราะเค้านำเข้าวัสดุทำรองเท้าจากยุโรป เอเชีย และสิงคโปร์ ดีไซน์เด่นๆ ที่บ่งบอกความเป็น Substance คือ รองเท้าส้นสูงปรี๊ดดดดด…ประดับด้วยจิวเวลรี่ อย่างเพชร หรือ พลอย ให้ความแวววาว สำหรับสาวเปรี้ยวไม่จำกัดว่าต้องใส่สำหรับงานกลางคืนเสมอไปค่ะ
    ราคา ขอออกด้วยก่อนค่ะ ว่ายังไม่ได้อัพเดทราคาร้านนี้นานแล้ว ขอประมาณราคาคร่าวๆ ก่อนนะคะ ประมาณ 1,500 – 2,800 บาทค่ะ
    ความสบายในการสวมใส่ ถึงร้านนี้มีจุดเด่นที่รองเท้าส้นสูงงง แต่ก็ยังพอมีส้นเตี้ยหน่อย ถึงรองเท้าแตะให้เห็นประปราย เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ ถึงว่าใส่สบายพอใช้ได้ค่ะ
  • Farfalla ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ แบรนด์นี้และแบรนด์อื่นๆในเครือคงคุ้นหูและคุ้นตากันดีนะคะ แบรนด์ของไทยที่มีมานานมากๆ จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนเรียนมัธยม ช่วงนั้นจะฮิตกระเป๋าสตางค์ และรองเท้าของ Farfalla กันมากๆค่ะ เรียกว่าไม่มีนี่ไม่อินเทรนด์นะคะ อิอิ ในตอนนี้เค้าก็แตกหน่อ ออกแบรนด์ในเครือมากันเป็นโขยง อย่างเช่น Susi Blaze, Pream, Mossie, Dudy แต่ Farfalla ก็ยังคงความเหนือชั้นเรื่องคุณภาพกว่าแบรนด์อื่นๆในเครือนะคะ ด้วยเพราะกลุ่มลูกค้าแบ่งแยกอย่างชัดเจน ทำให้ Farfalla มีราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่นๆในเครือ แต่นั่นก็หมายถึงคุณภาพที่สูงตามกันมาด้วยค่ะ รองเท้า Farfalla จะมีทั้งที่ผลิตในไทย และนำเข้าจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวันด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องดีไซน์เก๋แน่นอนค่ะ เรียกว่าไม่พูดถึงไม่ได้นะคะ เพราะเป็นแบรนด์ของไทยชั้นนำระดับประเทศ เวลาลดราคาทีนึง ก็คนแน่นร้านค่ะ (เวลานั้นจะแอบเห็นเจ้าของร้านสาวสวย (( เติม S ด้วยค่ะ เพราะมีหลายคน)) ยืนคอยดูแลลูกค้าอยู่ตลอดค่ะ )
    ราคา ประมาณ 750 – 2,500 บาทค่ะ
    ความสบายในการสวมใส่ ถือว่าใส่พอใช้ได้นะคะ สำหรับแบรนด์ Farfalla (อันนี้พูดถึง Farfalla แบรนด์เดียวนะคะ) จุดเด่นคือเน้นเรื่องดีไซน์มากกว่าค่ะ รับรองว่าสวยเก๋ อินเทรนด์ค่ะ
  • Living Dolls สยามสแควร์ซอย 4 เปิด 11.00 น. – 20.00 น. โทร. 02-252-3299 ร้านนี้นอกจากมีรองเท้าน่ารักๆแล้ว ยังมีกระเป๋า และเสื้อผ้าเก๋ๆ ที่นำเข้าอีกด้วยค่ะ ( เช่น แบรนด์อย่าง BCBG ก็มีให้เห็นเรื่อยๆค่ะ ) ด้วยที่เจ้าของร้านและกลุ่มเพื่อนๆสวยค่ะ (แฮ่ๆ รับรองว่าหนุ่มๆ ที่มาเป็นเพื่อนสาวๆ ไม่เบื่อเวลาเข้าร้านนี้ ((เวลาที่เจ้าของร้านและเพื่อนๆ อยู่นะคะ)) ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวค่ะ แต่อะฮั้นเนี่ยลูกค้าประจำ เพราะมีของให้เสียเงินบ่อยๆ และน้องในร้านก็บริการดีมั่กๆค่ะ ) คือเจ้าของร้านเป็น buyer ให้กับห้างชื่อดังมาก่อนหน่ะค่ะ + กับ taste ส่วนตัว เลยเลือกของเข้าร้านได้โดนใจอะฮั้นจริงๆเคอะ!!ส่วนรองเท้าก็มีดีไซน์ที่หลากหลายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นส้นตึก ส้นสูง ลายดอก ลายกราฟิค หรือรองเท้าแตะเก๋ๆ เค้าบอกว่าฝีมือดีไซน์คนไทย แต่ผลิตจากเกาหลีค่ะ
    ราคา ประมาณ 1,500 – 2,900 บาทค่ะ
    ความสบายในการสวมใส่ โดยส่วนใหญ่ก็ถือว่าพอจะใส่สบายอยู่ค่ะ แต่ในบางดีไซน์ก็จะทำหน้าเท้าแคบไปหน่อยค่ะ ไม่เหมาะกับคนหน้าเท้ากว้างมากๆ แต่จุดแข็งเป็นที่ดีไซน์เลยค่ะ ดีไซน์สวยแน่นอนค่ะ

ยังมีอีก 2 ยี่ห้อที่จะแถมให้นะคะ เพราะดีไซน์เค้าดูดีใช้ได้ค่ะ แต่ด้วยที่ยังไม่เคยลองใส่ของ 2 ยี่ห้อนี้เลยไม่ขอ รีวิวค่ะ ส่วนเรื่องราคาอยู่ในงบประมาณแน่นอนค่ะ คือราคาประมาณ 1,000 – 2,000 บาทค่ะ นั่นคือ

  • Slim สยามสแควร์ ซอย 4 โทร 02-654-6375
  • Tiara สยามสแควร์ ซอย 4 โทร 02-654-6325, 02 658-3910
  • Lyn ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ เปิด 9.30 น. – 21.00 น. โทร. 02-658-1723 รองเท้าของร้านนี้ออกแบบโดยดีไซเนอร์คนไทยค่ะ แต่วัสดุที่ผลิตนำเข้า รับรองค่ะว่าดีไซน์ของ Lyn มีดีเทลที่แปลก เก๋ ไม่เหมือนใครค่ะ (อะฮั้นยังแปลกใจว่าทำไม ไม่มีไว้ในครอบครองสักคู่คะเนี่ย!?!?) งั้นสิ้นเดือนนี้ต้องเจอกันซะหน่อยแว้ว 555555
  • Pretty Fit แผนกรองเท้าสตรี เซ็นทรัล อันนี้น้องบัว (น้องใหม่ หน้าใสใน office) แนะนำมาค่ะ เพราะน้องบัวเป็นแฟนยี่ห้อนี้อยู่ บอกว่าสีสันจี๊ดจ๊าด ถูกใจ และยังใส่สบายอีกด้วยค่ะ ราคาก็ประมาณ 1,400 – 2,000 บาทค่ะ

นอกจากนี้ มียังร้านรองเท้าที่มีคุณภาพดี เอาไว้เผื่อๆ เป็นข้อมูลนะคะ แต่ร้านที่จะพูดถึงข้างล่างนี้ เกินงบประมาณ 2,000 บาท แน่นอนค่ะ และเพดานราคาก็พุ่งสูงไปถึงเกือบๆ 5 พันบาทในบางรุ่นแต่ไหนๆ ก็ทำเรื่องรองเท้าแล้ว ถ้าไม่เอามาใส่ เดี๋ยวจะไม่สมบูรณ์ค่ะ

  • Nine West ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ เปิด 9.30 น. -21.00 น. โทร 02-658-0106-7 แบรนด์นี้ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากค่ะ (ตัวเองก็มีแบรนด์นี้ติดทำเนียบในดวงใจเช่นกัน) เพราะเป็นแบรนด์ดังจากอเมริกา ที่แต่เดิมตั้งอยู่ที่ถนนไนน์อเวนิวที่นิวยอร์ก แต่ทุกวันนี้มีสาขาแพร่หลายทั่วโลกค่ะ เรื่องดีไซน์รับรองว่าเทรนดี้ เกาะติดกระแสแฟชั่น ทันสมัยแน่นอนค่ะ อ้ะๆ ไม่ใช่เพียงแค่สวย แต่เค้ายังใช้วัสดุเกรดดีในการผลิตอีกด้วยค่ะ นั้นจึงทำให้ใส่สบายมั่กๆ
  • 2.1> Left Side สยามสแควร์ซอย 3 โทร 02-658-4300 ร้านรองเท้าของคนไทยที่มีชื่อเสียงจากดีไซน์เก๋ไก๋ และสีสันที่สดใส แสบตาของวัสดุ สำหรับสาวเปรี้ยว หรือสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ต้องแบรนด์นี้แน่นอนค่ะ จุดเด่นคือ ลูกค้าสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง เพื่อความ unique ค่ะ
  • Tango ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์ สำหรับคนที่ชอบแนวโบโฮนิด แบรนด์นี้การันตีค่ะ รองเท้าเด่นๆ ของเค้าคือ ส้นสูงที่ประดับพลอยหลากหลาย เช่น พลอยสีฟ้าเทอคอยส์ ดีไซน์เกาะเทรนด์ในขณะที่ก็มีเอกลักษณ์ของความเป็น Tango ไว้ด้วยค่ะรับรองค่ะ ว่าใส่แล้วเปรี้ยวแน่ๆ
  • Irrecgular Choice @Playground Playground ซอยสุขุมวิท 55 ต้องขอยกขึ้นไว้ในทำเนียบเช่นกัน ถึงแม้จะไม่เคยซื้อแบรนด์นี้เลยค่ะ แฮ่ๆ เพราะเป็นยี่ห้อที่หลายคนพูดถึงเช่นกันค่ะ (ไม่แน่ใจว่าร้านเดิมที่อยู่แถวสยาม ยังอยู่รึเปล่า? ใครเป็นแฟนของร้านนี้วานช่วยบอกทีค่ะ…ไม่แน่ใจว่าราคาขึ้นตาม นามสกุลที่ลงท้ายด้วย @playground รึเปล่า?!?! แฮ่ๆ เอกลักษณ์ของแบรนด์นี้คือรองเท้าที่มีดีเทลมากมาย ทั้งด้านนอก และด้านในรองเท้าค่ะ ดีไซน์เด่นคือคัตชู หัวมนๆ ค่ะ เรียกว่าเห็นรองเท้าดีไซน์ + กับดีเทลแล้วเป็นร้องอ๋อ…ว่า Irrecgular Choice คู่จริงเสียงจริงค่ะ!

เฮ้อ! อ่านกันเหนื่อยเลยช่ายมั้ยหล่ะคะ 555555555 อะฮั้นชอบทำให้ผู้อ่านทรมานทางสายตา ยังไงก็ขอขอบคุณมากๆนะคะ ที่ติดตามกันมาจนจบ ขอจบเลยค่ะ เพราะเขียนเหนื่อยเช่นกัน sweat-21.gif

Comments (7)

มาดูร้านรองเท้าในดวงใจ ในราคาไม่แพงกันค่ะ (ตอนแรก)

Posted on 14 August 2006 by Vinegar Girl

วันนี้ถึงคิวของ request หลังไมค์จากมิ้งค่ะ ^_^

ติดตาม Vinegar girl มาเกือบปีแล้วมั้งค่ะ บอกได้คำเดียว ชอบมากค่ะ เพราะเป็น link เดียวที่หา MAC เจอ วันนี้เลยมีปัญหาเรื่องรองเท้ามาปรึกษาค่ะ เพราะทุกวันนี้หาที่ซื้อรองเท้าที่ราคาพอสู้ไหว แต่คุณภาพถึงใจยากจังค่ะ ช่วยแนะนำแหล่งที่ซื้อ ถ้ามีเบอร์โทรศัพท์ด้วยจะ Cool มาก ราคาพอใส่ไปทำงานลุยๆ ได้ (1000-3000 ก็ดี) 199 นี่มิ้งเลิกใส่มานานมากแล้วค่ะ เพราะซื้อมาได้ไม่เกิน 1 เดือนพังทุกที ค่าซ่อมรองเท้าที่ mister fix แพงกว่าซื้อคู่ใหม่อีกค่ะ จะตั้งตารอคำตอบนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

vinegargirl-ss-guide1.jpg

ที่คิดไว้และบอกกับมิ้งค์ในตอนแรกว่ามีประมาณ 3-4 ร้าน แต่พอทำลิสท์ยี่ห้อ / ร้านในดวงใจออกมา ยาวเป็นหางว่าวเหมือนกัน แฮ่ๆ…งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

  • Vincci ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ เปิด 9.30 – 21.00 น. ร้าน Vincci นี่มีหลายสาขานะคะ แต่วันนี้ขอแนะนำร้านที่อยู่แถวๆ สยาม จะได้เดินเช็ค แล้วค่อย ช้อปไปหลายๆร้าน ในคราวเดียวค่ะ ^_^ ร้านนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก ทุกๆ คนคงทราบดี เวลาลดราคาทีคนล้นทะลัก เป็นรองเท้าดีไซน์เก๋ไก๋จากมาเลเซีย มีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งแบบใส่เดินเล่น ไปทำงาน และรองเท้าไปงานกลางคืนก็พอมีให้เลือกค่ะ มีแบบใหม่ๆ เข้ามาให้สาวๆ อัพเดทอยู่เรื่อยๆค่ะ
    ราคา มีระดับราคาตั้งแต่ประมาณ 800 บาท จนถึง 2,000 บาทค่ะ
    ความสบายในการสวมใส่ ถือว่าเป็นยี่ห้อที่ปรับให้เข้ากับรูปเท้าคนเอเชีย จึงทำใส่สบาย..ใช้ได้เลยทีเดียวค่ะ
  • Es-Quado แผนกรองเท้าสตรี ดิเอ็มโพเรี่ยม ยี่ห้อนี้จะอยู่ในแผนกรองเท้าชั้นล่าง (ลงไปอีกหนึ่งชั้นจากชั้นเครื่องสำอางหน่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกชั้น G หรือเปล่า แฮ่ๆ เดี๋ยวนี้มันมีทั้ง ชั้น G ชั้น M ดีนะที่ไม่มี S มาคั่นระหว่างกลางอีกตัว ไม่งั้นก็กลายเป็นเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ! แฮ่ๆ… ขอโทษค่ะ ชอบออกนอกเรื่องไปเรื่อย… ยี่ห้อนี้บินมาไกลจากสเปนค่ะ คุณภาพก็ใช้ได้ทีเดียว ใส่สบายรับกับหน้าเท้า แต่อันนี้ต้องเลือกรุ่นดีๆ นะคะ เพราะตอนที่ sale เคยซื้ออีกรุ่นนึง สังเห่าไว้แล้วว่าต้องกัดนิดๆนะ.. กัดนิดๆ (ร้องเป็นเพลง) มันกัดนิดๆจริงๆ ด้วยค๊า… เพราะรองเท้าแบบที่มีหลายๆเส้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นเล็ก เส้นใหญ่ ไม่งอกชาม! เอ้ย!! ไม่ใช่แล้น!!! ถ้าหลายๆเส้นมันรวมกันแล้วคาดอยู่ตรงหน้าเท้าเนี่ย ฟันธงค่ะ ใส่ไม่ค่อยสบายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะนิ้วจะโดนรัดอัดกัน..ไม่รู้จะได้โผล่มารึเปล่า (โดยเฉพาะนิ้วก้อย น้องน้อยจะโดนบีบอัดยิ่งนัก) ยิ่งคนหน้าเท้ากว้างแล้วหล่ะก็ ดีไซน์แบบนี้ไม่ค่อยแนะนำค่ะ
    ราคา ระดับราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท – 2,500 บาทค่ะ
    ความสบายในการสวมใส่ ตอนแรกที่ลองใส่ ในบางรุ่นมันจะเป็นนูนๆ ด้านส้นเท้าค่ะ ได้อารมณ์เหมือนเดินไปแล้วมีลูกกลมๆเล็กๆ เหยียบไปด้วย เดินไปก็เหยียบอะไรไปที่ส้นเท้า ทะแม่งๆยังไงก็ไม่ทราบ (อันนี้เป็นความรู้สึกตอนที่ลองที่ห้างนะคะ) แต่ด้วยดีไซน์สวย บวกกับหนังด้านหน้าเท้าก็นิ่มใช้ได้ ใส่สบายไม่บีบรัดนิ้วเท้า เลยซื้อมา พอใส่ไปไอลูกกลมๆ ที่เคยทะแม่งๆที่ส้นเท้า กับแปรเปลี่ยนทำให้รู้สึกว่า เวลาใส่รองเท้าเดินมากๆ แล้วสบายค่ะ (หรือว่าเราชินไปแล้วก็ไม่รู้!) แต่มันไม่ได้กลมปูดนูนมาเห็นเด่นชัดเป็นลูกๆนะคะ แค่สัมผัสได้เวลาใส่ ( <– เขิลๆ คำพูดดูลึกซึ้ง!!) คือพื้นรองเท้าจะไม่ได้บุนิ่มมากๆ แต่เค้าบุเป็นนูนๆ ด้านส้นเท้า แต่ใส่เดินแล้วไม่ได้รู้สึกแข็งมากนะคะ อูยยยยยย…คุณผู้อ่านงงกันมั้ยคะเนี่ย สรุปว่าตอนนี้ยี่ห้อนี้ก็เป็นยี่ห้อโปรดอยู่ค่ะ (จบซะงั้น!)
  • Girlish ใต้โรงภาพยนตร์สยาม โทร 02-658-4858 ถ้ายืนหันหน้าเข้าหาโรงหนัง ซอยจะอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ เดินเข้าไปร้านจะอยู่ติดกับประตูทางออกด้านข้างของพลาซ่าที่เป็นห้องแอร์ด้านใต้โรงหนังหน่ะค่ะ (ด้านที่เป็นห้องน้ำด้วยหน่ะค่ะ) ร้านนี้ฝีมือตัดเย็บของคนไทยเลยค่ะ มีขายทั้งรองเท้า และกระเป๋า คิดว่าสาวๆ ที่เดินสยามบ่อยๆ คงคุ้นกันดีค่ะ ดีไซน์เนี่ย ค่อนข้างเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านเลยค่ะ (หรืออีกนัยนึงคือ ดีไซน์จะเป็นแบบเดิมๆค่ะ จะไม่ค่อยมีแบบหลากหลาย นานๆจะเปลี่ยนทีนึง ) แต่ทางร้านจะเปลี่ยนสีหนัง ลายหนัง และชนิดของหนังให้เราได้เสียเงินกันอยู่บ่อยๆเช่นกันค่ะ อันนี้ต้องคิดในแง่ที่ว่า ทางร้านต้องการสร้างจุดแข็งให้กับดีไซน์ คือทำแบบเดียวให้เสียว เอ้ย! สวยใส่สบายไปเลยค่ะ เพราะคัตชูแบบเปิดหน้าของเค้ามีดีจริงๆค่ะ ในเรื่องของความใส่สบาย แต่ด้วยแบบที่ไม่ได้หุ้มด้านข้างเท้าทั้งหมด เวลาใส่ไปนานๆ หนังเริ่มขยาย ทำให้เดินแล้วหลุดได้ค่ะ ซึ่งอันนี้เป็นจุดด้อยของแบบรองเท้าในลักษณะนี้อยู่แล้วค่ะ (พอนึกภาพกันออกมั้ยคะ?!)
    ราคา ประมาณ 1,500 – 2,500 บาท แต่ราคาเฉลี่ยของแบบยอดนิยม อยู่ที่ประมาณ 1,750 บาทค่ะ (อันนี้โดยประมาณนะคะ ไม่แน่ใจว่าขึ้นราคาไปบ้างรึยัง)
    ความสบายในการสวมใส่ ของ Girlish นี่จุดเด่นอยู่ที่พื้นรองเท้าค่ะ พื้นรองเท้าเค้าจะบุนิ่ม ทำให้เดินสบาย ประกอบกับฝีมือการตัดรองเท้าของคนไทย ทำให้เข้าใจสรีระเท้าของคนไทย (ไม่รู้ว่าคิดไม่เองอะป่าว แฮ่ๆ) ใส่สบายแน่นอนค่ะ หนังคุณภาพดีค่ะ
  • Undress Buy – Pass Mini Mall โทร 02-658-3775 พูดถึงรองเท้าฝีมือคนไทย ก็ต้องมีร้านนี้ติดโผร้านในดวงใจด้วยเช่นกันค่ะ ร้านนี้มีกระเป๋า แอนด์ รองเท้า เช่นกันค่ะ รองเท้าของ undress จะมีแบบเปลี่ยนมาให้เลือกอยู่เรื่อยๆค่ะ เรียกว่าตามเทรนด์กันติดๆเลยค่ะ และกระเป๋าในร้านก็มีแบบน่ารักๆ ด้วยนะคะ
    ราคา ประมาณ 950 – 2,000 ( ไม่แน่ใจว่าบางรุ่นราคาสูงกว่านี้รึเปล่านะคะ ขอยกราคาเฉลี่ยเท่าที่เคยซื้อมานะคะ แต่ที่เคยซื้อราคาสูงสุดของร้านนี้ไม่ถึง 2 พันบาทนะคะ ) ถือว่าเค้าทำราคาออกมากลางๆ ไม่ได้แพงมาก น้องๆนักศึกษาพอซื้อไหว แถมใส่สบายอีกต่างหาก น่าสนับสนุนค่ะ คุณภาพดี + ราคาสมเหตุสมผลค่ะ
    ความสบายในการส่วมใส่ จากการที่เค้าใช้วัสดุที่ดีในการตัดเย็บ จึงทำให้ใส่สบายค่ะ แทบทุกรุ่นส่วนใหญ่ก็จะบุพื้นรองเท้านิ่มๆด้วยค่ะ จึงทำให้เดินสบายยิ่งขึ้น เท่าที่เคยใส่มา ยังไม่มีปัญหาเรื่องรองเท้ากัดนะคะ มีหลากหลายดีไซน์ตามเทรนด์แฟชั่นอย่างที่บอกค่ะ (ทำให้สาวๆเสียตังค์ได้เรื่อยๆแน่ๆค่ะ คิกๆๆ) ซึ่งทำให้เราเลือกได้มากขึ้น และมีแบบที่ตัดมารองรับคนที่หน้าเท้ากว้างหน่อยด้วยค่ะ อันนี้ต้องอยู่ที่เราเลือกดีไซน์ และลองสวมใส่ดูให้เหมาะกับรูปเท้าเราหน่ะค่ะ ร้านนี้ก็เป็นร้านรองเท้าคนไทยในดวงใจติดชาร์ทมาโดยตลอดเช่นกันค่ะ

อู้ยยย…ยิ่งเขียนยิ่งคิดเพิ่มมาเยอะเชียวค๊า..คุณขา…รู้สึกว่าจะมีหลายตอนแน่ๆค๊า โปรดติดตามตอนต่อไปกันนะค๊า…. ^_^

Comments (5)

ปั้นหุ่นสวยเหมือนนางแบบ Victoria’s Secret

Posted on 27 July 2006 by Vinegar Girl

Victoria's Secret Models

โอ้ว…ว้าวว..เลือดกำเดาไหล!  [039].gif
ใครๆ ก็อยากมีหุ่นสะบึม อึ๋ม เอ็กซ์ หุ่นเฟิร์ม แอนด์ ฟิต แบบนี้ ใช่ไหมละค๊า..?
แหม..แหม..แหม….ถ้าอะฮั้นเกิดมาได้ขนาดนี้
ก็คงไปเป็นนางแบบ Victoria’s Secret แล้วค๊า..คู้ณ!
ถึงจะไม่สะบึมอึ๋มเอ็กซ์ แต่ก็จะขอปั้นหุ่นด้วยวิธีเดียวกันกับพวกเธอนะเคอะ!
เผื่อได้ไปเป็นนางแบบชุดชั้นในจินตนา แถวตลาดนัดละแวกชานเมือง
โฮ๊ะๆๆ eiei-1.gif  หัวเราะแบบไฮโซววว…..

DK-pt-03.jpg

<-- คุณ David Kirsch เทรนเนอร์ชื่อดังผู้นี้นี้เอง! (กรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงแบบทีวีแชมป์เปี้ยน) ที่อยู่เบื้องหลังหุ่นสวย เซ็กซี่ของนางแบบชุดชั้นใน Victoria’s Secret 

ก่อนวันโชว์แนะนำว่าควรงดแอลกอฮอล์ ขนมปัง และคาร์โบไฮเดรตบางประเภท เช่น แครอต มันฝรั่ง ข้าวขาว พาสต้า และข้าวโพด รวมถึงผลิตภัณฑ์นม ขนม และผลไม้รสหวาน แล้วให้กินอาหารทุกๆ 3 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานสม่ำเสมอค่ะ โดยมื้อแรกเริ่ม 7 โมงเช้า และมื้อสุดท้ายไม่ให้เกิน 12 ชั่วโมงนับจากมื้อแรกค่ะ ห้ามกินมื้อดึก เพราะระบบการย่อยจะไปรบกวนการนอน นอกจากนี้ยังควรกินแคลเซียม วิตามินซี อี บี 12 และโคเอนไซม์คิวเทน เพื่อทดแทนสารอาหารจากผลิตภัณฑ์นม รวมทั้งโปรตีนในมื้อเช้าและเย็น เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าจากการที่แคลอรีลดน้อยลงด้วยค่ะ

ลองนำวิธีนี้ไปทำกันดูค่ะ แต่ที่สำคัญคงต้องออกกำลังกายควบคู่กับการควบคุมอาหารไปด้วยนะคะ ^_^

Comments (2)

รู้ทันการลดราคา

Posted on 03 July 2006 by Vinegar Girl

สาวๆขาเป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากการตระเวนช้อปผ่านไป
อู้ยยย..คุณขา ที่ร้าน ZARA นี่คนเข้าแถวจ่ายเงินกันอย่างกับแจกฟรีค๊า…
หวังว่ายังไม่มีใคร ต้อง stock บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันตั้งแต่ตอนนี้นะคะ
ส่วนดิชั้นบอกได้เลยค่ะว่า ไม่ได้เสียเงินเท่าไหร่ค่ะ เพราะก่อนออกไปช้อป
ได้ลองทำ list ของที่จะต้องซื้อคร่าวๆ ไว้ค่ะ
อูยยยยย!…. เห็นรายการแล้ว…บอกได้คำเดียวว่า..
ถึงกับล้มละลายค๊า…..ถ้าซื้อทุกอย่างภายในคราวเดียว!
ต๊ายยยลิสท์มาได้เป็นหางว่าว….แต่รายรับเท่าเดิม!!
เพราะฉะนั้น จึงต้องจัดลำดับความสำคัญ แอนด์ ความจำเป็นค่ะ
วันนี้เลยลองนำวิธีที่ ตัวเองใช้มาให้สาวๆ พิจารณาก่อนช้อปครั้งต่อไปกันดูนะคะ
vinegargirl เคยพูดถึง 9 วิธีเตรียมตัวช้อปเสื้อผ้าใหม่ กันไปแล้ว

  • vinegargirl-sp-001.jpgจดรายการของที่เราจำเป็นต้องซื้อไว้ก่อนค่ะ และประเมินราคาของของสิ่งนั้นๆไว้คร่าวๆ จะได้ทราบถึงรายจ่ายที่เราต้องใช้ค่ะ หรือตั้งงบในการช้อปไว้ก่อนจะดีมากๆค่ะ
  • ส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นสินค้าใหม่จะลดอยู่ที่ 5-10% แต่ถ้าสินค้าที่ลด 70-80% จะเป็นสินค้าที่ต้องเคลียร์สต๊อกค่ะ ไม่ว่าจะลดกี่เปอร์เซ็น สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ ถ้าเป็นเสื้อผ้า ก็ต้องเลือกแบบที่ใช้ได้นาน ไม่เอาต์ แต่ถ้าเป็นสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องสำอาง ก็ต้องดูวันหมดอายุดีๆค่ะ
  • การซื้อเสื้อผ้าลดราคา ถ้าไม่ได้เป็นร้านที่เราซื้อประจำ แบบที่รู้ไซส์ รู้ขนาดเป๊ะๆแล้วละก็ ต้องหาโอกาสลองใส่ก่อนซื้อนะคะ เพราะเวลาที่ลดราคา ซื้อแล้วจะไม่รับเปลียนหรือคืนค่ะ
  • ต้องใจแข็งค่ะ หนักแน่นเข้าไว้ ห้ามหวั่นไหวกับการชักจูงใจกับของแถม ของพรีเมียม ส่วนมากเวลาตั้งใจจะไปซื้อแป้งพัฟอันใหม่ มักจะได้ลิปสติกมาด้วย หรือตั้งใจจะซื้อแค่เซรั่มบำรุงผิวหน้า แต่กลับมาได้ทั้งเซ็ต (พร้อมกระเป๋า) ต้องคิดและวางแผนดีๆ ก่อนจ่ายเงินนะคะ ว่าถ้าซื้อไปทั้งชุดเนี่ยมีผลกระทบกับการใช้จ่ายในเดือนนั้น หรือเดือนหน้าของเราหรือเปล่า?
  • ตอนนี้ห้างสรรพสินค้า มักจัดรายการร่วมกับบัตรเครดิต ก่อนออกไปช้อป ลองเช็คดูก่อนค่ะว่า บัตรที่เราถืออยู่เนี่ยจัดร่วมกับห้างใด เพราะเราจะได้รับส่วนลดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5% และยังมีสิทธิ์แลกรับของสมนาคุณจากบัตรเครดิตอีกต่อนึงด้วยค่ะ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการใช้บัตรด้วยนะคะ ^_^

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ช้อปถูกใจ เมื่อวันหยุดที่ผ่านมานี้ ไม่ต้องเสียดายค่ะ เพราะช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค นี้ ยังอยู่ในช่วง Thailand Grand Sale ค่ะน่าจะยังมีการลดกระหน่ำ มิดเยียร์เซลกันอีกแน่นอนค่ะ!

Comments (2)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/home/httpd/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/uploads/2006/06/vinegargirl-ds-001.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

เลือกลายให้เหมาะกับบุคลิก

Posted on 23 June 2006 by Vinegar Girl

ซีซั่นนี้บรรดาดีไซเนอร์ทั้งหลาย ต่างพร้อมใจกัน งัดลวดลายรูปทรงเรขาคณิต มาประชันกันหลายรันเวย์เลยนะคะ สาวๆ หลายคนอาจรู้สึกยังเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะใส่ลายอะไรดี หรือไม่กล้าใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายเกินไป กลัวว่าจะไม่ค่อยเหมาะกับบุคลิกของตัวเอง ลองดูทางนี้ก่อนค่ะ

Dots, Stripes or Squares?

photo : style.com

นักจิตวิทยาเค้าไกด์ไลน์ไว้คร่าวๆ เกี่ยวกับลวดลายบนเสื้อผ้า ที่เหมาะกับบุคลิกของผู้สวมใส่ค่ะ

  • คนที่มีบุคลิกสุขุม อบอุ่น แต่แอบขี้เล่นนิดๆ และรักศิลปะ นักจิตวิทยาแนะนำให้เลือกลายจุด หรือวงกลมไว้ก่อนค่ะ
  • สาวที่ใช้สมองมากกว่าอารมณ์ มีความหนักแน่น เจ้าระเบียบ ควรเลือกลายทางค่ะ จะช่วยส่งเสริมบุคลิกให้น่านับถือยิ่งขึ้น
  • ส่วนสาวที่เป็นคนค่อนข้างจริงจัง มั่นคง ไม่ค่อยมีความยืดหยุ่น มักคิดและทำอะไร เป็นเส้นตรงเสมอ และยังรักษากกเกณฑ์ อยู่ในกรอบได้เป็นอย่างดี เหมาะกับรูปทรงของสี่เหลี่ยม และเรขาคณิตค่ะ เพราะช่วยให้ดูขรึม และเป็นทางการ น่าเชื่อถือยิ่งขึ้นค่ะ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ไกด์ไลน์จากนักจิตวิทยา ที่ช่วยให้สาวๆที่ยังไม่ค่อยกล้าเปลี่ยนเสื้อผ้า จากสีพื้นๆ เป็นแบบที่มีลวดลาย แต่ถ้าสาวคนไหน รู้สึกว่าตัวเองใส่แล้วดูดีทุกลาย ไม่ว่าจะลายจุด ลายทาง หรือลายสี่เหลี่ยม ช่างสวยเท่ เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใครแล้วหล่ะก็ ใส่เลยค่ะ! เพราะความมั่นใจ จะทำให้สาวๆ สวยได้ในทุกชุดนะคะ ^_^

Comments (1)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/home/httpd/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/uploads/2006/06/vinegargirl-yingyang-skinca.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

การดูแลผิวแบบหยินหยาง

Posted on 18 June 2006 by Vinegar Girl

คงคุ้นๆหูกับคำว่า หยินหยาง กันมาบ้างนะคะ
วันนี้เราลองให้สาวๆมารู้จักวิธีดูแลผิวแบบหยินหยางกันค่ะ

vinegargirl-yingyang-skinca.jpg
ตามศาสตร์การแพทย์จีน หยินและหยางเป็นพลังงานในร่างกายของคนเราค่ะ
หยินเป็นพลังเย็น
หยางเป็นพลังร้อน
ถ้าหยินกับหยางในร่างกายเราสมดุลกันดี สุขภาพผิวและผมก็จะสวยแข็งแรง
ซึ่งสาวๆ อาจนำเอาหลักหยินและหยางนี้มาใช้ เพื่อดูแลสุขภาพผิว
รวมถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวของเราด้วยนะคะ

  • คนผิวมัน ที่มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย มักมีพลังหยางมากเกินไปค่ะ สิวเกิดจากพิษของความร้อน การสูบบุหรี่ ความเครียด ถ้าคุณมีลักษณะเช่นนี้ ลองใช้สมุนไพรและส่วนผสมที่ให้ความเย็นในการดูแลผิวค่ะ อย่างเช่น ลาเวนเดอร์ เปปเปอร์มิ้นต์ อโลเวร่า
  • สำหรับคนที่มักมีผิวแห้งตึง มีริ้วรอย คุณมีพลังหยินมากกว่าหยาง ลองใช้น้ำผึ้ง ข้าวโอ๊ต โสม สวีตอัลมอนด์ และมะเฟือง เพื่อช่วยในการสร้างสมดุลให้ผิวค่ะ

ขอบคุณบทความจากนิตสาร Lisa ค่ะ

Note: คิดแล้วว่าต้องมีคนสงสัย ฮ่าๆๆ และแล้วคุณกุ้งก็ถามมาค่ะ ว่าต้องเอาทุกอย่างมาผสมกันรึเปล่า? คงไม่ต้องทั้งหมดค่ะ แค่เลือกผลิตภัณฑ์พวกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมเหล่านี้ หรือ พอกหน้าด้วยสูตรที่มีส่วนผสมของสมุนไพรเหล่านี้ค่ะ  สมมติคนผิวแห้งที่มีพลังหยินมาก อาจใช้ น้ำผึ้งผสมกับข้าวโอ๊ตบดให้เนื้อละเอียดหน่อย ใช้ขัดหน้าก็ได้ค่ะ อ้อมคิดว่าพืช สมุนไพรพวกนี้ใช้ได้ทั้งการบำรุงทั้งจากภายนอก เช่น ทา พอก ขัดผิว หรือจากภายใน เช่น กิน ก็ได้นะคะ เอาไว้จะขอแปะโป้งไปหาตำราเรื่องนี้ แล้วจะเอามาบอกนะคะ ^_^

Comments (1)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/home/httpd/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/uploads/2006/06/vinegargirl-Jill-Lowe.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

เก็บตกจากงาน Just Another 1/4 by Dove

Posted on 06 June 2006 by Vinegar Girl

จากที่เคยฝากสาวๆไว้หน่ะค่ะ ว่าถ้ามีใครได้ไปงาน
Just Another 1/4 โดยแชมพู Dove ก็ช่วยมาเล่าเรื่องให้ฟังบ้าง
แต่เรื่องวันนี้ไม่ได้มาจากผู้อ่านแต่อย่างใดค่ะ…แป่ว!!
เป็นเรื่องที่นำมาจากโฆษณาของ Dove ตามแมกกาซีนหน่ะค่ะ
อยากนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ซึ่งเป็นประโยนช์ต่อสาวๆมากๆมาฝากค่ะ
(ยังเสียดาย.. ที่ไม่ได้ไปงานนี้..saddd…)

Jill Lowe

โดยส่วนตัวเคยได้อ่านประวัติด้านการงานของคุณจิล โลว์ (Jill Lowe) เมื่อนานมากๆแล้วค่ะ ตอนนั้นยังเรียนอยู่ อ่านแล้วรู้สึกทึ่งกับงานเธอจริง และฝันอยากทำงานและเก่งแบบเธอมั่งจัง! เพราะเธอเป็นที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และความงามสำหรับสาวเอเชียค่ะ เธอมีผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท Jill Lowe International ซึ่งได้ให้คำปรึกษาแก่บุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายค่ะ คุณจิล โลว์สามารถวิเคราะห์รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ และเลือกสีของเสื้อผ้า หน้า ผม ให้เหมาะกับคนๆนั้นได้อย่างดีเลยค่ะ ซึ่งอันนี้เป็นทฤษฎีส่วนตัวที่ผ่านการฝึกฝน และประสบการณ์ที่สั่งสมของเธอค่ะ

คุณจิลบอกว่าผู้หญิงทุกคนมีดีอยู่ในตัวเอง แต่บางครั้งที่เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนหนึ่งดูเด่นกว่าคนอื่นๆ นั่นเป็นเพราะเธอรู้จักที่จะดึงเอาจุดเด่นของตัวเองออกมา ซึ่งเคล็ดลับเหล่านี้มีผลต่อภาพลักษณ์ของผู้หญิงทุกคนเป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ทรงผม มีสำคัญเพราะเป็นจุดดึงดูดสายตา การจับคู่สีของเสื้อผ้าก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะคู่สีที่เหมาะกันทำให้เสื้อผ้าราคาถูกกลายเป็นของแพง ในขณะเดียวกันคู่สีที่ไม่เข้ากัน ก็ทำให้ของแพงกลายเป็นของถูกไปได้ หรือสีที่สวมใส่แล้วทำให้ใบหน้าดูสว่างไสว มีราศี และสีที่ใส่แล้วใบหน้าดูหมองหม่น ไม่โดดเด่น

vinegargirl จึงขอนำความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการใช้สีสันเพื่อเสริมบุคลิกภาพจากคุณจิล โลว์ มาเป็นแนวทาง หรือไอเดียให้กับการแต่งตัวของสาวๆกันค่ะ

สามารถแบ่งกลุ่มได้จากการสังเกตสีตา สีผิว และสีผม
โดยคนที่อยู่ สีโทนร้อน มีตาสีน้ำตาล หรือเขียว ผิวสีแทน
เวลาโดนแดดผิวจะคล้ำ ซึ่งกลุ่มนี้แยกย่อยออกเป็นซีซั่น
คือ Spring และ Autumn
สีเสื้อผ้าที่ใส่ได้ดี ได้แก่ สีเบจ น้ำตาล ชมพู ชมพูอมส้ม ส้ม
เหลือง เหลืองอมเขียว และ ส้มอมแดง

ส่วน สีโทนเย็นเป็นคนผิวสีธรรมชาติ ชมพู
โดนแดดผิวจะไหม้ได้ เป็นจุดด่างดำง่าย สีตาออกดำ เทา ฟ้า
แบ่งเป็นซีซั่น คือ  Summer และ Winter
สีเสื้อผ้าที่ใส่ได้ดีคือ ชมพูอ่อน ชมพูกุหลาบ ฟ้า เทา ม่วง
ฟ้าอมแดง และฟ้าอมเขียว

สปริงสามารถใส่เสื้อผ้าได้ทุกสี ยกเว้นสีดำ
ออทั่ม ยกเว้นสีน้ำตาลทอง สีสนิม
วินเทอร์ ถ้าใส่เสื้อสีสด เช่น ทับทิม มรกต ดำ จะขับให้ดูมีพลัง
ส่วนซัมเมอร์ ต้องเป็นโทนอ่อน สีพาสเทล
ซึ่งทุกคนสามารถใส่ได้ทุกสี อยู่ที่การเลือกเฉดสีให้เหมาะสม

สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมเทคนิคของตัวเองก็คือ
ค่อยๆเทียบเฉดสีผ้ากับตัวเรา เวลาไปลองชุดในร้านเนี่ยค่ะ
เพราะอย่างที่คุณจิล โลว์บอกไว้ว่าเราใส่ได้ทุกสี
เพียงแค่เฉดไหนที่เหมาะกับเรา
ถ้าสีไหนใส่แล้วผ่องเป็นประกาย ดูมีราศีขึ้นมาทันตาเห็น
ให้จำไว้เลยค่ะ และควรหลีกเลี่ยงเฉดที่ใส่แล้วหน้าตาหมองคล้ำนะคะ ^_^

Comments (0)

คุยเฟื่อง เรื่องครีมกันแดด (ตอนจบค่ะ)

คุยเฟื่อง เรื่องครีมกันแดด (ตอนจบค่ะ)

Posted on 10 March 2006 by Vinegar Girl

ครั้งที่แล้วทำเป็นแอบวงเล็บ (ตอนที่ 1 ) ทำเหมือนน่าจะมีหลายตอน…จริงๆ ก็มีแค่เนี้ยหล่ะค่ะ..5555555 (ทำหน้าภาคภูมิจายในความมั่วนิ่ม!)
ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับครีมกันแดดกันต่อเลยค่ะ

All About Sunscreen

PA+ / PA++ // PA+++
หลายๆคนคงคุ้นๆเจ้า PA กันมาบ้างนะคะ..เอ่อ! PA นะเคอะ ไม่ช่าย PO เหอๆๆ อันนั้นต้องเมางาน อาหารกลางวันไม่ย่อยแน่ๆค่ะ
ตอนนี้ครีมกันแดดมักจะปะ PA+ หรือบวกบวก หรือบวกบวกบวก ไม่ใช่เสียค่า VAT 7% + กับ service charge อีก 10% นะคร้าบบบพี่น้อง แต่เป็นหน่วยวัดระดับการปกป้องรังสียูวีเอ (ถ้ายังงงๆ ขอทบทวนบทเรียนเก่ากันก่อนนะคะนักเรียน SPF เนี่ยเป็นค่าการปกป้องผิวของครีมกันแดดจากรังสียูวีบีค่ะ) แต่ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดหน่วยบอกระดับการซึมซับยูวีเอ อย่างละเอียดแบบ SPF เพราะฉะนั้นค่า PA เลยเป็นแค่การบอกคร่าวๆด้วยเครื่องหมาย + ค่ะ (ไม่มีลบ คูณ หารนะเคอะ! <- มันยังจะกล้าเล่นมุขนี้อีกคร้าบบบทั่นผู้ชม!! - -") ที่เค้ามี + กันมีอยู่ 3 ระดับค่ะ จริงๆแล้ว PA+ ก็เพียงพอในการทำกิจกรรมเกือบทุกประเภทของคุณสาวๆแล้วหล่ะค่ะ แต่ถ้าต้องอยู่กลางแดดนานๆ ก็เพิ่มเป็น PA++ หรือระดับสูงสุดที่ PA+++ ก็ได้ค่ะ

สองศรีพี่น้อง UVA & UVB ยูวีบี (ผู้น้อง) จะทำให้เกิดอาการแสบร้อนผิว ผิวไหม้ได้ค่ะ ส่วน ยูวีเอ (ผู้พี่) มาแบบไม่รู้ตัว เพราะเราไม่รู้สึกแสบร้อนเวลาโดน แต่อิทธิฤทธิ์เหลือร้ายค่ะ เพราะคุณพี่เค้าทำให้สาวๆเราหน้าตาเหี่ยวย่น เป็นฝ้า และก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ

Water Resistant กับ Waterproof
จริงๆแล้วไม่มีครีมกันแดดตัวใดที่สามารถกันน้ำ (Waterproof) ได้ดั่งที่ฉลากแปะไว้ ยังไงก็ต้องทำซ้ำเวลาเหงื่อออก หรือหลังลงเล่นน้ำค่ะ เลยน่าจะเป็นการเล่นภาษาในการโฆษณามากกว่าค่ะ
ส่วนครีมกันแดดที่ระบุไว้ว่า Water Resistant จะมีส่วนผสมจากพลาสติกสร้างแผ่นฟิล์มเคลือบครีมกันแดดให้ติดแน่น แม้จะเปียกน้ำ ฉะนั้นเวลาทาครีมกันแดดชนิดนี้แล้วลงน้ำนาน 40 นาที ค่า SPF ก็ยังคงที่ แล้วในตลาดก็ยังมี Very Water Resistant (แบบขอมีสูตรโชว์เหนือกว่านี๊ดดดส์นึง) ก็จะทำให้ทนน้ำได้นานยิ่งขึ้นเป็น 80 นาทีค่ะ แต่ไม่น่าจะใช้เป็นประจำค่ะ เพราะมันเหนียวเหนอะภายใต้เมคอัพของสาวๆค่ะ

มีคำถามหลังไมค์มาจากเรื่อง Physical กับ Chemical ที่บอกไว้ในตอนแรกค่ะ
จริงๆแล้วทั้งคู่ต่างก็เป็นสารเคมีนะคะ เพียงแต่การเล่นคำโฆษณา (อีกแล้นครับท่าน!) ที่ได้โอกาสเรียก Physical หรือ “Non-Chemical” อาจทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าไม่ได้เป็นสารเคมี แต่นั่นคือชื่อชนิดของครีมกันแดดเฉยๆนะคะ confirm ค่ะว่าทั้ง 2 ชนิดต่างก็เป็นสารเคมี แต่หน้าที่การทำงานแตกต่างกันไปค่ะ

  • ครีมกันแดดแบบ Physical เค้าก็พยายามผลิตคิดค้นที่ทำให้หน้าตาไม่ขาววอกเกินเหตุ อย่าเช่นของ DDF Moisturizing Photo-Age Protection SPF 30 (1,800 บาท) แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีเทคนิคการขายที่เหนือชั้นกว่าคือทำเป็นว่า ครีมกันแดด แล้วมี makeup base ในตัว (ว่าเข้าไปน่านนน..จริงๆมันก็ขาวสว่างด้วยตัวเองอยู่แว้ว – -”) แต่จริงๆอะฮั้นก็รับได้นะคะ เพราะหน้าขาวๆ ก็ยังดีกว่าหน้าดำๆอ่ะเคอะ แล้วก็ยังมีพวกสูตรโลชั่นน้ำ ต้องเขย่าๆก่อนใช้! อิอิ ( คิดถึงอารายยกันค้า…ทะลึ่งนะคะเนี่ย!! คนเดียวเลยสิเนี่ย!! ) อ่ะเข้าเรื่องต่อครีมกันแดดแบบนี้ชอบมากๆเป็นการส่วนตัว เพราะให้ความรู้สึกไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ ที่ใช้อยู่เช่น Sunplay Powdery White SPF47+ (299 บาท) ถ้าแพงหน่อยก็ Anessa จาก Shiseido (ประมาณ 1,200 บาท) ((ไม่ได้ซื้อนานพอสมควร ไม่แน่ใจว่าราคาขึ้นไปเท่าไหร่แล้วค่ะ…มีฝากเพื่อนซื้อจากญี่ปุ่นบ้าง ราคาจึงค่อนข้างถูกกว่าที่นี่ แต่ช่วงหลังๆ ขี้เกียจรอเพื่อนเลยซื้อ Sunplay ใช้ ยี่ห้อ Biore ก็มีขายแล้วนะคะ ราคาน่าจะอยู่ที่ 270-350 บาทค่ะ ลองซื้อมาใช้แล้วเหมือนกันค่ะแต่จำราคาไม่ค่อยได้))
  • ส่วนครีมกันแดดแบบ Chemical ก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวให้มากขึ้น อย่าง RoC Minesol SPF 30 Anti-Shine Emulsion (800 บาท) ที่ช่วยยับยั้งความมันได้ Lancome Absolue Soleil Absolute Replenishing Protective Face Cream SPF 50 ( 2,800 บาท) ช่วยลดริ้วรอย และจุดด่างดำค่ะ

ครีมกันแดดแบบ Water Resistant เช่น The Body Shop Protect it! Sun Lotion for Body SPF25 PA++ (890 บาท) ส่วนสูตร Very Water Resistant เช่น SpectraBAN Sunblock Cream SPF 60 (225 บาท) ค่ะ

Comments (3)