Archive | Tips & Tricks

Tags: , ,

เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง

Posted on 26 April 2010 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าาา… กลับมาแล้วค๊าาา เป็นยังไงกันบ้างค๊าาา คิดถึงมากๆ เลยค่ะ ต้องบอกว่าห่างหายไปนาน จนใช้เวลานานมากในการอัพเดทบทความนี้ค่ะ แถวบ้านเรียกลืมนั่นเองค่ะ 55555

วันนี้มาแบบสั้นๆ ก่อนนะคะ กับเคล็ดลับเล็กๆ ที่สาวๆ อาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนค่ะ ว่าการทาครีม ที่เราทากันทุกวันนั้น ก็ต้องมีวิธีทาให้ถูกต้องด้วยนะคะ

body_B_100425

การทาครีมเพื่อป้องกัน หรือลดริ้วรอยนั้น นอกจากตัวผลิตภัณฑ์เองแล้ว วิธีการทาของเรา ก็มีส่วนที่จะช่วยให้สกินแคร์ที่เราซื้อมา (แพงๆ) นั้นได้ผลดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ^_^

เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง โดย Dominique Rist ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เครื่องสำอาง Calrins เป็นผู้เผยเคล็ดลับให้เราทราบกันค่ะ

สิ่งสำคัญคือการห้ามทำให้ผิวเคลื่อนที่ค่ะ เพราะผิวของเรานั้น เปรียบเสมือนยางยืดค่ะ ยิ่งเราดึงออกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งขยายออกมากเท่านั้น และก็จะทำให้เกิดริ้วรอยมากตามไปด้วยค่ะ (ฟังดูแล้วน่ากลัวจริงๆ ค่ะ – -”)

  • เทคนิค คือ ให้วอร์มครีมที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง โดยถูมือเข้าหากันเบาๆ แล้ววางฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างเบามือ ให้แนบสนิทพอดีกับแก้ม หน้าผาก คาง และคอ แล้วดึงมือออกแรงๆ จากนั้นค่อยกดเบาๆ ด้วยฝ่ามือ และนิ้วมือ เพื่อกระจายเนื้อครีมให้ทั่วใบหน้า และใ้ห้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้นค่ะ
  • อันนี้เคล็ดลับเพิ่มเติม จากตัวเองค่ะ สำหรับผิวรอบดวงตาก็คล้ายๆ กันค่ะ ให้วอร์มครีมก่อน จากนั้นใช้ปลายนิ้วกดเนื้อครีมเบาๆ ในแนวรอบดวงตาค่ะ ^_^

วินีก้าเกิร์ลเองทำมาผิดๆ ตลอดหลายสิบปีค่ะ 55555 เพิ่งทราบก็วันนี้ สาวๆ ก็ลองทำกันดูนะค๊าาาา

Comments (1)

Celeb Style – America Ferrera : เคล็ดลับการแต่งตัวสำหรับสาวอวบค่ะ

Posted on 02 January 2009 by Vinegar Girl

สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนค๊า ขอให้มีความสุขมากๆ ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน มีสุขภาพแข็งแรงกันทั้งครอบครัว มีเงินใช้เยอะๆ รวยๆ  สวยขึ้น หล่อขึ้น กันทุกๆ คนนะค๊า ^_^ Happy New Year 2009 ค๊า !!

เปิดปีใหม่มานี้ ก็มีข่าวเศร้ากันเลยทีเดียวค่ะ สำหรับเหตุเพลิงไหม้ ที่ Zantika pub ค่ะ ตัวเองก็เคยไป Zantika มา 1 ครั้ง เมื่อปีที่แล้วนี่เองค่ะ  หวังว่าสาวๆ วีนิก้าเกิร์ลทุกๆ ท่าน ปลอดภัยดีในช่วงปีใหม่นี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนนะคะ และขอแสดงความเสียใจ กับผู้สูญเสียด้วยนะคะ

มาประกาศผลรางวัลกันแล้วค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ที่ล่าช้ากว่าท่กำหนด น้องหมูนุ่ม ตอบคำถามมา แต่ไม่ได้แจ้งของรางวัล พี่อ้อมก็อยากรอก่อน เพื่อทุกๆ คนที่ร่วมสนุก ได้มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลเหมือนๆ กันค่ะ จนน้องหมูนุ่มผู้น่ารัก อุตส่าห์เข้ามาบอกรายละเอียดร้านเพิ่มเติม แถมเสียสละให้สาวๆ ท่านอื่น เพราะน้องหมูนุ่มบอกว่า เพิ่งได้ของรางวัลไปเมื่อรอบที่แล้ว ขอปรบมือให้น้องหมูนุ่มดังๆ ค่ะ ถึงแม้กระนั้น พี่อ้อมก็ยังแอบใส่ชื่อน้องหมู่นุ่มเข้าไปด้วย แฮ่ๆ อันนี้ไม่เป็นไรค่ะ  ได้แล้วได้อีกค่ะ  ครั้งนี้พอดีปีใหม่ เลยเกณฑ์เพื่อนฝูง มาช่วยกันจับสลากค่ะ (พูดเหมือนกองสลากชิงโชคล้นหลาม สูงเท่าตึก 2 ชั้น 55555555)  จริงๆ ครั้งนี้ อัตราการชิงโชค มีสิทธิ์ลุ้นง่ายมากเลยค่ะ อ้ะ!! ไม่เย้ิอค่ะ แต่น แตน แต๊นนนนนนน

รางวัล color stick จาก canmake สีทอง ผู้โชคดีคือ น้อง PK ค่ะ

รางวัล color stick จาก canmake สีขาว ผู้โชคดีคือ น้อง Pui_n* ค๊า

ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ  และขอ Happy Birthday กับน้องซี ย้อนหลังด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ คิดอะไรก็ได้สิ่งนั้น เพราะฉะนั้น มี surprised ให้น้องซีด้วยค๊า ^_^

สำหรับวันนี้ เป็นเรื่องเอาใจ น้อง khao ค่ะ

เร็วๆนี้จะมีงานบายเนียร์ เป็น theme colorful ค่ะ
อยากให้พี่อ้อมช่วยอัพเดทสไตล์ของเซเลบหรือดาราให้หน่อยได้มั๊ยคะ
เอาแบบของสาวอวบด้วยก็ดีนะคะ เพราะเป็นสาวอวบคนนึง 555

ขอบคุณมากค่ะพี่อ้อม ^^

พี่อ้อมจัดให้แล้วค่ะ สำหรับชุดที่เข้ากับ theme colorful คือชุดสีสันจี๊ดจ๊าด พี่อ้อมจะมีจัดให้อีกต่างหากนะคะ แต่วันนี้เรามาดูสไตล์สวยๆ ของสาว America Ferrera ที่โด่งดังจากซีรี่ส์ Ugly Betty  ซึ่งเธอกวาดรางวัล นักแสดงนำหญิงมามากมาย จากบท Betty ในซีรีส์เรื่องนี้ค่ะ แม้ว่าในจอเธอจะดูเชยๆ แต่นอกจอเธอมีสไตล์ที่สง่างามค่ะ เลยนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ให้สาวอวบทุกๆ ท่านค่ะ  อยากให้ทุกๆ คนรักหุ่นตัวเองค่ะ ไม่จำเป็นต้องผอมบาง (เหมือนนางแบบเมื่อก่อน ที่ตอนนี้ถูกแบนไปเรียบร้อยแล้วค่ะ)  เป็นหุ่นปกติ ธรรมชาติ มีเนื้อนิดๆ เหมือนสาวๆ ทั่วไป และทั่วโลก ก็สวยได้เสมอค่ะ ^_^ เพียงแค่เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ เราก็ได้หุ่นฟิตที่เป็นเรา รับปีใหม่กันด้วยค่ะ  วีนิก้าเกิร์ลไม่สนับสนุนให้สาวๆ อดอาหารลดหุ่นนะค๊า หลังปีใหม่ ปาร์ตี้เยอะ ทำให้น้ำหนักขึ้นเช่นกันค่ะ เอาไว้จะหาเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง มาฝากทีหลังนะค๊า

เรามาดูเคล็ดลับการแต่งตัว หรือแฟชั่นสไตล์ สำหรับสาวอวบ กันเลยค่ะ

vinegargirl-c-af_6.jpg

ต้องบอกว่าเรื่องนี้ รวบรวมสไตล์ของสาว America Ferrera ไว้มากที่สุดค่ะ ที่เลือกเธอ เพราะมีรูปร่างเป็นธรรมชาติ และความสูงใกล้เคียงกับสาวไทยค่ะ เปิดเซ็ตแรก ตามใจน้อง Khao ค่ะ สำหรับเดรสที่มีสีสันสดใส สำหรับสาวอวบ น่าจะดูดีที่สุดในเดรสสั้น ความยาวระดับเข่าค่ะ

  • ภาพซ้าย America Ferrera เธอเลือกเสื้อมีแขน เพื่อพรางต้นแขน กับกระโปรงสีดำเอวสูงเข้ารูป เทคนิคของลุคนี้คือ เสื้อที่ฉลุลายด้านหน้า ทำให้ดูโปร่งตา ช่วยให้รูปร่างดูโปร่งขึ้นด้วยค่ะ
  • เดรสสั้นทรงเอ หรือ เดรสทรงทิวลิป ทั้งหมดนี้ช่วยให้ดูมีรูปร่างมากขึ้นค่ะ เพราะกระโปรงทรงเอ จะช่วยพรางหน้าท้อง สะโพกและต้นขา ในขณะที่กระโปรงทรงทิวลิป จะมีวอลลุ่มที่สะโพก เลือกการจับจีบที่พอเหมาะ ไม่พองจนเกินไป (เหมือนเดรสสีม่วง ในภาพขวาค่ะ) ช่วยเน้นให้รูปร่างเป็นทรงนาฬิกาทรายมากขึ้นได้ทั้งคู่ค่ะ

vinegargirl-c-af_1.jpg

  • โชว์ในสิ่งที่โชว์ได้ค่ะ สาวอวบ มักจะมีเนินอกที่สวยค่ะ เปิดช่วงบนนิดๆ แต่ไม่ได้โป๊นะค๊า ^_^  เพื่อช่วยให้ลำตัวช่วงบนดูโปร่งบางค่ะ
  • เข็มขัดรัดเอวค่ะ ทั้ง 3 ลุคนี้ เธอให้เข็มขัดช่วย เพื่อเน้นช่วงเอวมากขึ้นค่ะ ในเดรสดำด้านซ้าย เธอเลือกเดรสรัดรูป ที่มีการตกแต่งช่วงอก เพื่อดึงดูดสายตาไปที่ช่วงบนค่ะ ส่วนเดรสด้านขวา สีฟ้าสดใส เบรคด้วยเข็มขัดผ้าาสีดำ ช่วงเอว เพื่อให้ดูมีเชปมากขึ้นค่ะ
  • เดรสลายพิมพ์ ในภาพกลาง อันนี้มีเทคนิคพิเศษ นอกเหนือจากการใช้เข็มขัดค่ะ เพราะลายพิมพ์ ช่วงกลางลำตัวเป็นสีดำ ลายถี่ๆ สีเข้มกว่า ลายพิมพ์ช่วงบน และ ช่วงปลายกระโปรงค่ะ เทคนิคการวางลายผ้าแบบนี้ ต้องชมดีไซน์เนอร์ค่ะ ที่ออกแบบให้สาวใส่สวยได้ทุกรูปร่างค่ะ  เวลาเลือกเดรสลองเลือกที่มีสีเข้มช่วงเอว หรือ กลางลำตัวค่ะ เพราะจะเน้นให้ดูเพรียวมากขึ้นค่ะ ควรลีกเลี่ยงเดรสที่มีสีอ่อนมากๆ ช่วงกลางลำตัว สำหรับสาวที่ไม่ค่อยมีเอวค่ะ

vinegargirl-c-af_3.jpg

  • เดรสต่อใต้อก เป็นคีย์สำคัญ ของสาวอวบ รวมถึงสาวๆ ที่รูปร่างตรงช่วงกลางลำตัวค่ะ  ไม่ว่าจะอวบ หรือไม่อวบนะคะ เทคนิคนี้ใช้ได้หมด เช่นกระโปรงเอวสูง เหมาะมาก ทั้งสาวไม่อวบ และอวบค่ะ สำหรับ สาวอวบเลือกเสื้อช่วงบนเป็นคอวีค่ะ จะช่วยให้ดูโปร่งตามากขึ้นค่ะ หรือพยายามเลือกกระโปรงสีเข้มค่ะ
  • casual look มิกซ์แอนด์แมทช์ เสื้อยืดกับกระโปรงค่ะ เลือกกระโปรงสั้นเหนือเข่า สีเข้ม เท่านี้ก็สวยแล้วค่ะ

vinegargirl-c-af_2-1.jpg

  • สีดำ เป็นสีที่เธอเลือกบ่อยที่สุดค่ะ เพราะสีดำเป็นสีที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ  เดรสสั้นสีดำ ไม่ว่าจะเป็นแบบเข้ารูป หรือช่วงกระโปรงมีวอลลุ่ม ก็ช่วยปรับให้หุ่นสวยได้ทันทีค่ะ
  • การเลือกลาย มีส่วนสำคัญมากค่ะ  ในภาพกลาง ลายขวางแบบถี่ๆ ในช่วงบนลำตัว  สังเกตให้ดีนะคะ ช่วงด้านข้าง จะมีการวางลายเฉียงลงเล็กน้อย ไม่ได้ขวางทั้งหมดนะคะ เพื่อให้ดูลำตัวเล็กค่ะ เน้นสีดำเรียบช่วงเอว ส่วนสะโพกที่กระโปรงมีวอลลุ่ม สามารถเน้นด้วยลายขวางที่ใหญ่ และห่าง ทำให้ดูกว้าง ช่วงเอวเล็กลงได้ค่ะ

vinegargirl-c-af_4.jpg

  • สำหรับเดรสยาว ในลุคเรียบหรู ลองเลือกเดรสเข้ารูป ชายยาวเป็นหางปลา ที่ช่วยทำให้ดูเพรียวมากขึ้นค่ะ เทคนิคเดิมค่ะ คือคอลึก ตกแต่งช่วงอก เพื่อเน้นสายตาไปช่วงบนค่ะ
  • สำหรับเดรสเกาะอก ให้เว้าเป็นรูปหัวใจ ช่วงอกค่ะ  ไม่ทำให้ดูทึบตัน สำหรับสาวมีหน้าอกค่ะ

vinegargirl-c-af_7.jpg

ปิดท้ายด้วย evening dress หรือชุดราตรียาว ที่เธอสวยสง่างาม ยามเดินบนพรมแดงค่ะ เซ็ตนี้เป็นชุดราตรี ที่วีนิก้าเกิร์ลให้ห้าดาวเต็ม สำหรับ 3 สไตล์บนพรมแดงของเธอค่ะ

  • Splendid retro ภาพซ้าย กับเดรสสีดำแนวกูตูร์ มีวอลลุ่มกับการตัดเย็บ ด้วยดีเทลสุดหรูค่ะ เทคนิคคือ กระโปรงวอลลุ่มทรงเอค่ะ ถึงแม้จะใช้เทคนิคการจับจีบ ให้มีวอลลุ่ม แต่ไม่เยอะ จนทำให้ดูพองค่ะ แถมยังช่วยพรางหน้าท้อง สะโพก ได้ดีทีเดียวค่ะ เธอเลือกการทำผม และแต่งหน้าในแนวเรโทร พร้อมเครื่องประดับหรู ที่ช่วยเสริมลุคนี้ได้ดูสง่างามยิ่งขึ้นค่ะ
  • Romantic Lace ภาพขวา การใช้ลูกไม้ ทำให้ดูสวยหวานมากขึ้นค่ะ เดรสเกาะอก รูปหัวใจ ตามเทคนิคที่บอกไว้ค่ะ แต่เพิ่มความเก๋ ให้เป็น Single Shoulder dress ด้วยผ้าลูกไม้โปร่งบาง จับขึ้นไปบนช่วงไหล่ พร้อมตกแต่งเครื่องประดับ ทำให้ลุคดูโปร่งเบามากขึ้นค่ะ
  • Gorgeous Greek  เดรสสีฟ้าในภาพกลางนี้ เป็นเดรสที่ชอบที่สุด โดยส่วนตัวค่ะ ด้วยเดรสผ้าไหมชีฟอง คัตติ้งเยี่ยม ที่ทำให้ดูเพรียวบาง พริ้วไหว เป็น Single Shoulder dress ที่ตกแต่งพลอยช่วงไหล่ และช่วงข้างลำตัว เพิ่มความโดดเด่นให้ชุด แมตช์กับรองเท้าส้นสูงสีทอง แต่งหน้าโทน natural ปล่อยผมสลวย ทำให้เธอดูอ่อนเยาว์ ที่สุด ราวกับเทพธิดากรีกเลยค่ะ ^_^

PR Photos
Photographers :
David Gabber
GL
Glenn Harris
Janet Mayer
Sylvain Gaboury
Chris Hatcher

Comments (11)

วิธีลดกลิ่นอับในผ้าค่ะ

Posted on 11 November 2008 by Vinegar Girl

เรื่องนี้อยากเขียนนานแล้วค่ะ แต่พอดีไม่มีเวลา จนจะหมดหน้าฝนอยู่แล้ว แฮ่ๆ แต่คิดว่ายังพอใช้ได้อยู่นะคะ เพราะเมื่อวีคเอนด์ที่ผ่านมา ยังมีฝนกระหน่ำมาที่บ้าน อย่างหนักหน่วงอยู่เลยค่ะ

หลายคนที่ซักผ้า แล้วก็น่าจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับ เพราะพระอาทิตย์ไม่มาทำงาน ปล่อยให้เมฆฝนทำโอที เลยฝากกลิ่นชวนยี้ ไว้ที่เสื้อผ้า โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ค่ะ แฮ่ๆ ตัววีนิก้าเกิร์ลเอง ไม่มีเครื่องอบผ้าที่บ้านค่ะ เลยต้องอาศัยคุณพระอาทิตย์อย่างหนัก ในการซักกางเกงยีนส์แต่ละครั้ง  อ้ะ! มาดูวิธีลดกลิ่นอับกันเลยค่ะ

คลิกเพื่อดูรูป วิุธีการกำจัดกลิ่นอับในกางเกงยีนส์ค่ะ

โอ้ววว!! วิธีในรูปด้านบน ไม่ควรนำไปใช้ค่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นการลดกลิ่นอับได้ดีมากๆ อิอิอิ  fauxcul1.jpg

อ้ะ!! ไม่เล่นแล้วค่ะ เอาจริงๆ มาดูวิธีลดกลิ่นอับในเนื้อผ้ากันเลยค่ะ

  • เบกกิ้งโซดา หรือที่เรารู้จักกันดี ในนามผงฟูนั่นเองค่ะ  ให้ผสม เบคกิ้งโซดา หรือ ผงฟู ประมาณ 4 – 8 ช้อนโต๊ะ ( ส้ดส่วนอันนี้ ปรับตามปริมาณ ของการซักผ้าในแต่ละครั้งนะคะ) ผสมกับผงซักฟอก แล้วซักตามปกติค่ะ วิธีนี้ ก็จะช่วยลดกลิ่นอับในเนื้อผ้า ได้หมดจดค่ะ

แฮ่ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องทำการตากแดดให้แห้ง ด้วยนะคะ

สำหรับคนที่ช่วยรักษาโลกร้อน ประหยัดพลังงาน ใส่กางเกงยีนส์ แบบรีไซเคิล แบบวีินิก้เกิร์ลเอง อิอิ
(พูดสั้นๆ คือ ใส่หลายรอบ ก่อนซักค่ะ) ลองนำกางเกงยีนส์ กลับด้านในออก แล้วนำมาผึ่งแดดบ้าง ก็จะช่วยลดอาการอับชื้นได้ค่ะ ^_^

note: เป็นบทความแรกที่ไม่ใส่รูปนะคะ ช่วยคลิกกันเข้าไปดูหน่อยค่ะ อุตส่าห์ใช้ความพยายามสูงงงงงค่ะ อิอิ ขอขอบคุณ รูป Poor girl jeans จาก Jose Barrera ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

Comments (3)

เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดด ให้ได้ประสิทธิภาพค่ะ

Posted on 11 April 2008 by Vinegar Girl

vinegargirl_b_sb.jpg

วันนี้มาฝากเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ไม่แน่ใจว่า สาวๆ ทราบกันบ้างรึยังค่ะ นั่นคือเคล็ดลับในการทาครีมกันแดดค่ะ เคยอ่านเจอในแมกกาซีน เค้าบอกว่า ปริมาณที่พอเหมาะ แก่การใช้ครีมกันแดด สำหรับผิวหน้า นั่นคือ ปริมาณเท่ากับเหรียญบาท ค่ะ โอ้ววว!! อ่านแล้ว ดูเหมือนจะไม่พอกับใบหน้า อันใหญ่โตมโหฬาร ของตัวเองค่ะ 5555555 เอาเป็นว่า ปรับให้ปริมาณพอดี กับผิวหน้าละกันนะค๊า

Tips & Trick

ควรใช้ครีมกันแดด ในปริมาณที่พอเหมาะกับผิวค่ะ เพราะถ้าน้อยจนเกินไป ก็ไม่สามารถปกป้องผิว จากแสงแดดได้อย่างเต็มที่ หรือถ้ามากเกินไป นอกจากทำให้เหนียวเหนอะหนะผิวแล้ว อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดสิวได้ค่ะ และเคล็ดลับที่สำคัญ ในการทาครีมกันแดด นั่นคือ ให้เกลี่ยเนื้อครีมไปในทิศทางเดียวกันค่ะ ซึ่งจะส่งผลให้ช่วยปกป้องผิวได้ดีที่สุดค่ะ เพราะบางทีเราก็เพลินค่ะ ทาวนไปวนมา โดยเฉพาะที่แขนและขาค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมทาซ้ำ เวลาที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยนะค๊า

ขอฝากเรื่องเก่าๆ เอามาให้อ่านกันอีกทีค่ะ
คุยเฟื่องเรื่องครีมกันแดด ตอนแรก
คุยเฟื่องเรื่องครีมกันแดด ตอนจบ
ทดสอบ Sun Block แบบ Reality จาก GM Magazine

Comments (9)

Tags: , , , , ,

กระชับรูขุมขนด้วย Apple Cider Vinegar กันค่ะ

Posted on 02 April 2008 by Vinegar Girl

เริ่มชื่อเรื่องกันย๊าววว…ยาวค่ะ แต่สูตรนั้นง่ายแสนง่าย เพราะเดือนนี้ร้อนมากๆ นะคะ บางทีออกไปข้างนอก หน้าตามันเยิ้ม ด้วยอากาศ ที่ทำให้รูขุมขนเราเปิดกว้าง ช่วงนี้ตัวเอง จึงมีใบหน้ามันเยิ้ม แอนด์ สิว (สาว!? ((ที่เหลืออยู่น้อย)) แฮ่ๆ) ทยอยขึ้นเต็มหน้า รับสงกรานต์กันเลยค่ะ ฉะนั้น วันนี้จึงนำสูตร ที่ช่วยรักษาสภาพผิว มาฝากสาวๆ ค่ะ

วันนี้พระเอกของเรา มิใช่ใครที่ไหนค่ะ นั่นคือ Apple Cider Vinegar ที่คุ้นเคยของเรานั่นเอง หลังจากที่ เขียนเรื่อง เครื่องดื่มประจำ vinegargirl ไปเมื่อ 2 ปีก่อน จนอยากซื้อหุ้นใน BRAGG เพราะมีแต่คนคิดว่าโฆษณาให้ค่ะ 555555 ตอนนี้เราเริ่มกลับมา (หากิน) ที่เค้าอีกครั้งค่ะ

vinegargirl_b_bg-1.jpg สูตรแรกนี้ นำมาจากสูตร ที่ห้อยไว้ข้างขวด เวลาซื้อน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ลค่ะ 5555 หากินง่ายไปรึเปล่า แฮ่ๆ แหมม… เห็นว่ามีประโยชน์กับสาวๆ หน่ะค่ะ (จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายสูตร ให้หากินอีกเยอะ กริ๊ววววววว) ก่อนจะรู้ไต๋ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

อ้อ! ขอโน้ตนิดนึงค่ะ ว่าทุกสูตร ควรมีการเทสต์ ที่ท้องแขน เพื่อทดสอบการแพ้ หรือระคายเคือง ก่อนนะค๊า นั่นคือ นำส่วนผสม มาทาที่ท้องแขน ทิ้งไว้ ครึ่งชั่วโมงค่ะ ดูว่ามีผื่นแดง หรืออาการระคายเคืองหรือเปล่า

วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ล ผสมกับน้ำ ในอัตราส่วนที่เท่ากันค่ะ หลังจากผสมเสร็จแล้ว แช่ในตู้เย็นไว้ แล้วนำมาใช้เช็ดหน้า โดยใช้สำลีชุบหมาดๆ แล้วเช็ดบริเวณใบหน้า (ควรเว้นรอบดวงตานะคะ อันนี้เพิ่มเติมให้เองค่ะ เพราะน้ำส้มสายชู มีฤทธิ์เป็นกรด ควรหลีกเลี่ยงรอบดวงตา เพราะระหว่างที่เช็ดหน้าอยู่ บางคนอาจแสบตาได้ค่ะ ถ้าคนที่มีอาการแสบตา ควรหลีกเลี่ยง ผิวบริเวณที่ใกล้ดวงตาเกินไปค่ะ ((หรือใช้น้องสาว หรือพี่สาว เช็ดให้เรา แล้วเราก็นอนหลับตา เหมือนอยู่ในสปา แทนค่ะ อิอิอิ fauxcul.jpg )) หรือถ้ามีการแสบตามาก ควรผสมน้ำเพิ่ม หรือหลีกเลี่ยงการใช้สูตรนี้ค่ะ) จากนั้นก็อาจใช้สำลี ที่ชุบด้วยส่วนผสมนั้น หมาดๆ นะคะ แปะไว้บนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกทีค่ะ เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวสดชื่น ช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วยค่ะ

ขอเพิ่มอีกสูตรค่ะ สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย อันนี้เป็นสูตรตัวเอง ไม่ได้มาจากข้างขวดค่ะ

วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือเจ้า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล เนี่ยหละ่ค่ะ (เขียนเต็มๆ อีกที ไม่มีย่อ) 1/2 – 1 ช้อน (แล้วแต่ช้อนเล็ก ช้อนใหญ่นะคะ แฮ่ๆ – -”)
น้ำผึ้ง 2 – 3 ช้อน

หรือจะปรับอัตราส่วนเองก็ได้ค่ะ แต่ควรให้น้ำผึ้ง มีอัตราส่วนที่ มากกว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลนะคะ อย่างที่บอกค่ะ ว่าตัว Apple Cider Vinegar มีความเป็นกรดสูง อาจทำให้ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองได้ง่ายอยู่แล้วค่ะ

ผสมทั้ง 2 อย่าง แล้วก็พอกทิ้งไว้ที่ใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาเหมือนเดิมค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ

สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน และทำให้หน้าดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ เพราะ apple cider vinegar นอกจากจะ ช่วยกระชับรูขุมขนแล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นกรด เพราะฉะนั้น จึงเป็น AHA หรือกรดจากผลไม้ นั่นเองค่ะ ช่วยผลัดเซลผิวได้ค่ะ แต่การใช้ น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊บเปิ้ลนี้ ต้องระวังมากค่ะ เพราะการที่อยู่บนผิวหน้า นานไปก็เกิดอันตรายต่อผิวหน้าได้ค่ะ ถ้าเมื่อไหร่ที่สาวๆ รู้สึกแสบผิว ไม่ต้องอดทนนะคะ ล้างออกได้เลยค่ะ ไม่งั้นจะพอกให้หน้าใส จะเปลี่ยนเป็นหน้าไหม้ ระคายเคืองค่ะ

และด้วยน้ำผึ้ง มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ และช่วยกระชับรูขุมขน ไม่มีฤทธิ์ เป็นกรด หรือด่างค่ะ สำหรับคนที่ไม่แน่ใจ ว่าแพ้ น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลนี้ ใช้แต่น้ำผึ้งพอกหน้า อย่างเดียวก็ได้ค่ะ ^_^

Note : เพิ่มเติมค่ะ หลังจากที่ได้ลองมาแล้ว คิดว่าต้องปรับสูตรกันเล็กน้อยค่ะ นั่นคือ ปริมาณ น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ล อาจต้องน้อยกว่า ส่วนผสมอื่นๆ หน่อยค่ะ ที่วีนิก้าเกิร์ล ได้ลอง นั่นคือใช้สูตร Apple Cider Vinegar + น้ำผึ้งค่ะ โดยผสม ACV 1 ช้อนชา + น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา แต่รู้สึกว่า ACV จะมากไปค่ะ  ควรใช้ Apple Cider Vinegar แค่ 1/2 ช้อนชา ก็พอค่ะ เพราะถ้ามากไป มันจะเหลว ไม่ติดผิวค่ะ

Review : ตอนที่ทาหน้า ไม่แสบตาเท่าไหร่ค่ะ แต่จะบอกว่า การสูดดม กลิ่น Apple Cider Vinegar นี่ ก็ทรมานได้เหมือนกันค่ะ ทำให้ไม่สามารถทิ้งไว้ได้นานเท่าไหร่ค่ะ สาวๆ ควรเว้นรอบดวงตา และรอบริมฝีปาก จะดีกว่าค่ะ (ตอนที่ตัวเองทำ ไม่ได้เว้นรอบริมฝีปากค่ะ เลยได้กลิ่นเต็มๆ แฮ่ๆ) ขณะที่ลองใช้ กำลังเป็นสิวอักเสบ 1 เม็ดใหญ่ (แบบกำลังบวมแดงเลยค่ะ)  ไม่แน่ใจว่า ระหว่างการพอกหน้าด้วยสูตรนี้ กับการไปเที่ยวทะเล เจอน้ำเกลือในทะเล อันไหนช่วยมากกว่ากัน เพราะก่อนกลับจากไปเที่ยว สิวก็หายพอดีค่ะ 555555 สรุปว่า น้ำส้มสายชู VS น้ำทะเล ไม่ได้มีอะไรช่วย แต่ไปเที่ยว จิตใจเบิกบาน เลยทำให้สิวยุบซะงั้น!?! อ้ะ!! มั่วค่ะ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่า ตัดเรื่องสิวออกไปก่อนนะคะ

เรื่องรูขุมขนี่น้อง ning และน้องๆหลายคนถามว่า มันจะช่วยลดขนาดได้ ต้องทำกี่ครั้ง อันนี้ขอตอบจากความรู้ ที่ได้มาจากประสบการณ์ + แพทย์ผิวหนังนะคะ ว่ารูขุมขนเนี่ย ไม่สามารถลดขนาด หรือปิดสนิทแบบถาวรได้ ด้วยสกินแคร์ใดๆ ค่ะ สิ่งเหล่านี้ ช่วยทำให้กระชับชั่วคราวเท่านั้นค่ะ สำหรับสูตรนี้ก็เหมือนกันค่ะ เพราะหน้าร้อน อากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้รูขุมขนผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น สูตรนี้เป็นแค่วิธีที่ทำให้รูขุมขนที่เปิดกว้างเพราะอากาศ กระชับขึ้นชั่วคราวค่ะ แต่จะได้ประโยชน์ จากกรด AHA ในน้ำส้มสายชูหมัก ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และ ประโยชน์ในการสมานผิว ลดการอักเสบ และกระชับผิว จากน้ำผึ้งอีกส่วนหนึ่งค่ะ

ถ้าใช้สูตร Apple Cider Vinegar นี้ คิดว่าไม่ควรทำบ่อยมากนะคะ อาจจะ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้ง ก็พอค่ะ เพราะอย่างที่บอกค่ะ ว่ามีฤทธิ์เป็นกรดค่ะ ทำบ่อยเกินไป ผิวอาจจะแห้งมากค่ะ

ส่วนการพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง พี่อ้อมใช้ น้ำผึ้้งสวนจิตรลดาค่ะ มีทั้งเป็นหลอด และขวดใหญ่ค่ะ  หรือสาวๆ จะใช้ยี่ห้ออื่นๆ ก็ได้นะคะ แต่ขอเป็นน้ำผึ้งแท้ค่ะ วิธีการแสนง่ายค่ะ นั่นคือ นำน้ำผึ้งมาพอกไว้ที่หน้าได้เลยค่ะ เว้นรอบดวงตาอย่างเคยนะคะ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที  ระหว่างนั้นก็จะพอกไปกินไปค่ะ เพราะน้ำผึ้งจะไหลลงมาที่มุมปาก เราก็เลยไปเรื่อยๆ 55555  การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งนี้ สามารถทำได้บ่อยค่ะ เพราะน้ำผึ้งไม่เป็นอันตรายต่อผิวค่ะ สามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้เหมือนกันค่ะ และช่วยลดการอักเสบของสิวได้อีกด้วยค่ะ  ^_^

Comments (14)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/var/www/virtual/vinegargirl.com/htdocs/wp-content/uploads/2008/01/thumb-university.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

Tags: , ,

เทคนิคการแต่งหน้า และทรงผมรับปริญญา

Posted on 16 January 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าสาวๆ ช่วงนี้ประชาชนชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยว ก็ยังคงหลั่งไหลไปร่วมกันถวายสักการะ แด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กันอย่างต่อเนื่องนะคะ

ช่วงนี้วินีก้าเกิร์ล เราเลยอัพเดท น้อยลงหน่อย ตั้งแต่ปีใหม่ค่ะ (กำลังจะทำธีมใหม่ เพื่อร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ) Continue Reading

Comments (11)

เคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้

Posted on 17 July 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า…คราวนี้มาเริ่มต้นสัปดาห์กับเรื่องสุขภาพกันหน่อยนะคะ เพราะฝนที่ตกแทบทู้กก..วัน ต้องรักษาสุขภาพกันหน่อยค่ะ สำหรับตัวเอง ตอนนี้ติดน้ำ..ค่ะ ไม่ได้ติด(อ่างอาบ)น้ำนะเคอะ! ไม่ใช่หนุ่มๆ แต่ติดน้ำผลไม้ปั่น หรือสมูธตี้เนี่ยหล่ะค่ะ พอตกบ่าย เริ่มน้ำลายสอๆ ลงแดง ชักแหง็กก..แหง็ก..ๆๆ <- อันนี้ก็เวอร์เกินไปค่ะ จริงๆ แล้วมันจะอยากมากจนน้ำลายยืด หู-ตาขวาง หางตก! บร้า..เค้าคนน๊า..ไม่ใช่นกแพนกวิน!! shy.gif

พยายามจะไปรื้อค้นหาสูตรน้ำผลไม้ปั่นมาฝากค่ะ บังเอิญได้ไปเจอข้อมูลใน ELLE  magazine ภาษาไทย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ปก Kylie Minogue ค่ะ ซึ่งมีเรื่อง ล้างพิษเร่งด่วน ฟื้นฟูสุขภาพ ในคอลลัมน์ ellehealth โดยคุณศิริวรรณ สุขวิเศษค่ะ โดยได้รวบรวมข้อมูลดีๆจากหนังสือของไทยและต่างประเทศ และเว็บไซต์เกี่ยวกับการล้างพิษค่ะ และในนั้นมีเคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้ ด้วยค่ะ เลยขออนุญาตหยิบข้อมูลในบทความนี้ มาเขียนในภาษาตัวเองให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ขอบคุณ Thailand Elle Magazine สำหรับข้อมูลดีๆ ที่มีในทุกๆ ฉบับนะคะ สาวคนไหนที่อยากสมัครสมาชิก คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ ( จริงๆ เตรียมเรื่องที่จะเขียนแนะนำแมกกาซีนสุดโปรดไว้แล้วนะคะ แต่ยังไม่ได้เอาขึ้นซะที จะบอกว่า ELLE เนี่ยหล่ะค่ะ ที่อ่านมาตั้งแต่สมัยเรียน ไม่อยากบอกเป็นตัวเลขว่ากี่ปีแล้ว เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะตกตะลึง!! ในความอ่อนเยาว์ เพิ่งผ่านมาไม่กี่ปีมานี้เองค๊า..อิอิ   ((อ้าว! เสียงใครอ้วกกกเนี่ย แฮ๋ๆ  sweat11.gif )) )

ป.ล. ขอบคุณทุกๆ comments อีกเช่นเคยนะค๊า..น้องๆ ที่ฝากคำถามเข้ามา รับรองว่าจะรีบหาคำตอบแบบ full version ให้โดยด่วนเลยนะค๊า…

vinegargirl-h-d-01.jpgเคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้

  • เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผลไม้สด ควรเป็นช่วงเช้า หลังตื่นนอนค่ะ เพราะเป็นเวลาที่ท้องยังว่างอยู่ จะสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้ขับของเสีย และสารพิษได้ดียิ่งขึ้นค่ะ โดยส่วนตัว (ถ้าไม่ลืม) ก็จะทำน้ำ apple cider vinegar ผสมน้ำผึ้ง ดื่มตลอดค่ะ แต่ถ้าเสาร์-อาทิตย์ที่มีเวลาหน่อย ก็จะดื่มน้ำแครอท ที่ใช้เครื่องแยกกากหน่ะค่ะ
  • เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผัก จะเป็นช่วงบ่ายค่ะ ที่ตอนนี้ฮิตการดื่มน้ำ wheatgrass กันเหลือเกิน ลองเลือกเป็นช่วงบ่ายดูนะคะ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงการฟื้นฟูความสมดุลของกรด-ด่าง ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยค่ะ
  • ในร้านพวกสมูธตี้เนี่ย ปกติเค้าจะมีหลายๆ สูตรที่เซ็ตไว้ ซึ่งอาจมีผัก และผลไม้ผสมกันอยู่แล้วนะคะ ซึ่งอันนี้ก็ช่วยให้น้ำผักมีรสชาติที่ดีขึ้นค่ะ เพราะประโยชน์ก็คือ น้ำผลไม้ช่วยล้างพิษ ส่วนน้ำผักจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ แต่เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่เวลาค่ะ คือจะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรดื่มทันทีหลังจากคั้นเสร็จค่ะ เพราะวิตามินในผักและผลไม้จะสลายตัวเร็วค่ะ
  • ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถดื่มน้ำผัก และผลไม้ได้ตลอดนะคะ เราควรงดน้ำผล้ไม้สด ถ้าร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เช่นมีการติดเชื้อเป็นเบาหวาน หรือว่ามีปัญหาลำไส้อยู่ค่ะ
  • การ detox ด้วยอดอาหารแล้วดื่มน้ำผัก-ผลไม้ในระยะสั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม อันนี้ถือเป็นวิธีที่ดีค่ะ แต่ไม่ควรทำเป็นระยะยาวนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้รับประทานอาหารที่กากใย จะทำให้มีความผิดปกติของระบบขับถ่าย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพค่ะ

Comments (5)

เคล็ดลับแก้ปัญหาเล็บเหลือง

Posted on 04 July 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ? เดือนนี้นอกจากเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้ว หลายคนต้องเตรียม(กระเป๋าตังค์) รับมรสุมเซลที่พัดกระหน่ำอยู่ทั่วทุกที่ด้วย มันช่าง(กระทบ)แรงเกิน(กระเป๋าตังค์) เราจะต้านทานเรยนะค๊า..คิกๆๆ sweat-2.gif ยังไงก็วางแผนก่อนช้อปเป็นการดีที่สุดค่ะ

ขอเกริ่นเรื่องส่วนตัวหน่อยนะคะ คือช่วงนี้เป็นแฟนคลับคลื่น 99.5 The Radio (พยายามจะอัพเดทพร้อมรูปภาพเหล่าดีเจ และตารางเวลาของดีเจแต่ละช่วงค่ะ พร้อมกับอัพเดทในวันที่เว็บไชต์ของเค้าเข้าได้นะคะ คือเคยฟังผ่าน website ด้วย แต่เดี๋ยวนี้บางทีเว็บไซต์เข้าไม่ได้เหมือนกันค่ะ แต่ link ไปก่อนนะคะ) ตอนแรกๆ อาจไม่ค่อยอินเท่าไหร่ แต่ทำไม๊..ทำไมตอนนี้เราถึงได้หลงรักเหนียวแน่นกับคลื่นนี้ ลอง click เข้าไปอ่านรายละเอียดของคลื่นนี้ได้ที่ MyAoddyzee ค่ะ เป็นผู้ที่ sms มาบอกให้เปิดฟัง ณ วันแรกที่คลื่นนี้กลับมาบนหน้าปัดวิทยุเลยค่ะ และขอบคุณภาพจากบล็อกของคุณ Aoddy ด้วยนะคะ

kviroj01.jpg

โดยส่วนตัวเห็นว่า The Radio มีเสน่ห์ตรงดีเจค่ะ นอกจากความเป็น มืออาชีพ (แบบที่คุณ Aoddy บอกแล้ว) ต้องบอกว่าความเก๋าของดีเจแต่ละคน+ ความรู้และข้อมูลแน่นเอี๊ยด..ที่เป็นความรู้ให้กับเราในแบบที่ฟังเพลินๆ สนุกๆ นะคะ ไม่ใช่แค่เปิดเพลงแล้วก็บอกชื่อเพลงเท่านั้นค่ะ แต่เราสามารถได้เรียนรู้เรื่องดนตรีไปพร้อมๆ กับเพลงเพราะๆ จริงๆ เค้ามีสโลแกนว่า “Next best thing to radio – สิ่งดีๆ มีได้บนหน้าปัดวิทยุ” แต่ vinegargirl ต้องขอแอบเรียกคลื่นนี้ว่า 99.5 The Radio The DJ ด้วยค่ะ ดูเหมือนว่ากลุ่มเป้าหมายที่ทางคลื่นตั้งไว้คือวัย 25 – 50 ปี แต่บอกได้เลยค่ะว่าฟังได้ทุกเพศทุกวัย ถือเป็นทางเลือกใหม่และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนฟังวิทยุค่ะ ช่วงที่ vinegargirl เป็นแฟนประจำคือ

  • Jazz on The Radio โดยคุณเป็นเลิศ หทัยเทียม ในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.00 น. – 23.00 น. ค่ะ
  • ช่วงของคุณวิโรจน์ ควันธรรม วันจันทร์-ศุกร์ 15.00 – 18.00 น (ที่พยายามจะฟัง online แต่ช่วงหลังๆ นี้ไม่สามารถเข้า web ได้แล้วค่ะ) เลยห่างหายจากช่วงนี้ไปเหมือนกัน
  • และทุกเช้าระหว่างไปทำงานต้องทำคือเปิดวิทยุเพื่อฟังพี่ซัน (<-ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกนะคะ แต่เรียกซะสนิทเชียว) คุณมาโนช พุฒตาล ในช่วง 8.00 – 11.00 น. จันทร์-ศุกร์ ค่ะ

คุณมาโนชจะเล่าเรื่องประกอบกับการเปิดเพลง บางทีก็หยิบกีต้าร์มาเล่นเองซะเลย (เวลาที่พูดถึงเพลงนั้นแล้วไม่มีแผ่น พี่ซันก็เล่นให้ฟังกันเลยค่ะ) ในสมัยเด็กๆ เคยได้เห็นพี่ซันเป็นพิธีกรรายการทีวีแต่แทบจะจำอะไรไม่ได้มาก (ทำเนียนๆ เหมือนเกิดไม่ค่อยทัน ฮ่าๆ fauxcul1.jpg ) ภาพที่จำได้เหมือนว่าจะเป็นคนพูดเรื่องที่เป็นข้อมูลๆ เป็นคนนิ่งๆ (หรือดูดิบๆ ((ในความหมายตัวเองคือแบบเป็นคนมีอุดมการณ์หน่ะค่ะ)) อันนี้ตามความเข้าใจจากที่เคยติดภาพจากเด็กๆนะคะ แต่พอได้ลองเปิดฟัง โอ้ววว!! จริงๆ พี่ซันเค้ามีมุข และมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังตลอดเลยค่ะ เรียกว่าลบภาพลักษณ์เก่าสมัยบันเทิงคดีอย่างสิ้นเชิง บวกกับมุมมองที่ลึกซึ้งของเค้า บางทีฟังแล้วเราได้หยุดคิดอะไรมากขึ้น เรียกว่าเป็นความอิ่มเอิมใจในทุกเช้าเลยทีเดียวค่ะ บางครั้งถึงที่ทำงานแล้วไม่อยากลงจากรถ อยากฟังต่อ 555555 (นี่มันหาเรื่องอู้งานนี่! sweat1.gif) จริงๆ ที่เกริ่นมาซะยาว จะนำเรื่องที่พี่ซันเล่าให้ฟังมาเล่าต่อหน่ะค่ะ จะบอกว่าพี่ซันเป็นคนที่พูดเรื่องกระ_จ+สระอู๋ ออกอากาศได้น่ารักมากๆ

พี่ซันเค้าเล่าว่าสมัยเด็กๆ เนี่ยจะต้องมีพิธีขลิบในศานาอิสลามเรียกว่า “สุหนัด” ซึ่งความรู้สึกเหมือนจะโดนประหารชีวิตเลย พี่ซันเค้าเปรียบเทียบไว้หน่ะค่ะ ด้วยเพราะเค้าก็บอกต่อๆ กันมามากว่ามันเจ็บยังไง พอถึงวันที่จะต้องมีพิธี ผู้ใหญ่เค้าก็ให้เด็กๆ ลงไปเล่นน้ำที่แม่น้ำกันตามสบาย จากที่แต่ก่อนไม่ค่อยอยากให้เล่นน้ำนานๆ เพราะเป็นห่วง แต่พอถึงวันนั้นก็ปล่อยเลย เล่นกันเลย เพราะเค้าอยากให้ปิกะจู้ของเด็กๆหดๆ ผิวหนังเหี่ยวๆ เวลาที่ขลิบจะได้ทำได้ง่าย พี่ซันบอกว่าคล้ายๆ กับผู้หญิงเวลาไปทำเล็บ ก็ต้องเอามือแช่น้ำเพื่อให้เล็บนิ่ม ทำนองนั้นหล่ะค่ะ หลังจากพิธีผ่านไปยาชาก็ยังออกฤทธิ์อยู่ แต่ผู้ใหญ่เค้าต้องมีทานอาหารกันก่อน เลยทำให้ใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลับบ้าน พอได้เวลากลับ ก็เป็นเวลาที่ยาชาหมดฤทธิ์พอดี พอลงเรือ สตาร์ทเครื่อง แรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์เรื่องมากระทับที่อวัยวะส่วนนั้น มันช่างเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้… sweat-new_1.bmp

ฟังยังไม่ทันจบค่ะ ต้องขึ้นไปทำงานแล้ว แต่บอกได้คำเดียวว่าพี่ซันเค้าบรรยายได้เห็นภาพมากๆ 55555 จริงๆ ต้องฟังน้ำเสียงพี่ซันเองค่ะ แล้วจะทั้งดูน่าสงสารปนความตลก เพราะการบรรยายของแก (แต่จริงๆ แอบขำก๊ากเลยทีเดียว)

เรื่องของวันนี้ ก็เลยแอบเกี่ยวกับเรื่องที่พี่ซันเล่านิดส์นึง คือเกี่ยวกับการทำเล็บของสาวๆ ค่ะ เมื่อคราวที่แล้วอัพเดทเรื่องเทรนด์สีเหลืองไป แต่ถ้าเล็บเหลืองคงไม่ดีแน่ วันนี้มีวิธีแก้ปัญหาเล็บเหลืองมาฝากค่ะ

lime-02.jpgมะนาว เป็นฮีโร่ของเราอีกแล้วค่ะ นอกจากสารพัดประโยชน์จากมะนาว ที่เคยเขียนถึงไปแล้ว เวลาที่เราทาเล็บมากๆ โดยที่ไม่ค่อยได้พักเล็บ สาวๆ ก็จะประสบปัญหาเล็บเหลืองกันนะคะ (รวมถึงตัวเองด้วย!) วิธีที่ช่วยแก้ปัญหาได้แบบประหยัด ใช้สิ่งที่หาได้ง่ายจากในครัว หลังจากที่ทำน้ำจิ้ม หรือน้ำพริกแล้ว ก็นำเปลือกมะนาวมาทาถูๆ ที่เล็บเราค่ะ (หลังจากที่ล้างเล็บเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ แฮ่ๆ) ทิ้งไว้ซักพักนึงแล้วล้างออก เท่านี้เองค่ะ แต่สูตรนี้จะได้ผลดี คือทำต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์นะคะ และเราอาจต้องใจแข็ง ไม่ทาเล็บอีกด้วย (ใครมาทักเราว่าเล็บเหลือง ก็บอกไปก่อนค่ะ ว่าอินเทรนด์รับวันจันทร์ ต้องสีเหลืองแบบศีรษะจรดปลายเล็บ!! <- ฟังขึ้นไหมคะเนี่ย?!?! sweat-2.gif

Comments (1)

Trend Report – Yellow

Posted on 02 July 2007 by Vinegar Girl

ตอนนี้เหล่าบรรดาเซเลบฝั่งฮอลิวูด ต่างพากันสวมใส่ชุดสีเหลือง เรียกว่าเป็นสีที่มาแรงของซีซั่นนี้เลยก็ว่าได้ จะว่าไปเมืองไทยเราเป็นผู้นำเทรนด์นี้เลยนะคะเนี่ย เพราะเราใส่กันทุกวันจันทร์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว อิอิ เพราะฉะนั้น Trend Report วันนี้ vinegargirl เลยขออินเทรนด์สีของวันนี้ เพราะเป็นวันจันทร์ ชาวไทยเราเหลืองกันทั้งเมืองอยู่แล้วววว

อ้อ! วันนี้เปิดฤกษ์พร้อมต้อนรับรูปภาพที่เป็นลิขสิทธิ์ในบล็อกตัวเองอย่างเป็นทางการด้วยค่ะ! (การทุ่มเงินซื้อรูปอย่างเป็นทางการด้วยค่ะ!!…เดือนนี้เลยหมดงบช้อปเรยค๊า แฮ่ๆ) จะใส่ watermark ก็ทำใจลำบากอยู่ค่ะ กลัวสาวๆ เห็นภาพกันไม่สวยค๊า…

vinegargirl-yellow-01.jpg

นานๆทีเราจะได้เห็น Angelina Jolie (แองเจลีน่า โจลี่) บนเดรสสีอื่นนอกจากสีดำคู่ใจ และคราวนี้เธอเลือกสีเหลืองมาบนพรมแดงของ Ocean’s 13 Premiere ที่ 2007 Cannes Film Festival ค่ะ

vinegargirl-yellow-02.jpg

สาวๆ สามารถเลือกเดรสสั้นสีเหลืองสำหรับกลางวัน เป็นเดย์เดรส (Day Dress) สามารถใส่เดินเล่น ทำงาน จนถึงไปงานกลางคืนได้เลยค่ะ

vinegargirl-yellow-03.jpg

ด้วยเนื้อผ้าที่มันวาว ที่สาวๆ สามารถใส่เป็น cocktail dress สำหรับงานยามค่ำคืนค่ะ

Tips & Trick : เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการใส่สีเหลืองค่ะ

  • สำหรับสาวที่มีสีผิวค่อนข้างขาว โทนสีเหลืองที่เหมาะ น่าจะเป็นสีเหลืองสด ที่เหมือนบีบออกมาจากหลอดสีเลยค่ะ เป็นเหลืองเพียวๆ ทำนองนั้นค่ะ ยกตัวอย่าง ชุดของ Maggie Grace ค่ะ (สีเหลืองของเสื้อตราสัญลักษณ์รุ่นแรกหน่ะค่ะ) ควรหลีกเลี่ยงสีเหลืองอ่อนที่มีสีขาวเจืออยู่เยอะ เพราะจะทำให้ผิวดูซีดค่ะ
  • สำหรับสาวผิวสีแทน หรือผิวค่อนข้างคล้ำ ควรเลือกเฉดเหลืองที่ผสมสีขาวมาแล้วค่ ยกตัวอย่าง สีเหลืองจากชุดของ Rosario Dawson ค่ะ ถ้าเป็นเหลืองสด อาจทำให้เราดูหมองคล้ำกว่าเดิมค่ะ
  • วิธีการใส่สีเหลืองสดคู่กับสีอื่นๆ อย่างเช่นทุกวันจันทร์เราต้องใส่เสื้อเหลือง สีที่เหมาะกับเสื้อตราสัญลักษณ์ที่เป็นเหลืองสด (เหมือนสีเหลืองจากหลอดสี) โทนสีเหลืองนั้น ควรคู่กับสีขาว ที่จะทำให้ลุคดูสวยสุดค่ะ อาจใช้สีดำคู่กันได้ ในกรณีที่ต้องแต่งกายสุภาพหน่ะค่ะ
  • คู่สีที่เหมาะกับสีเหลืองอ่อน (สีเหลืองที่ผ่านการผสมสีขาวมาแล้ว) <- เขียนๆ มานี่ สาวๆ ต้องกลับไปนั่งดูทฤษฎีสีสมัยประถม เรื่องการผสมสีกันเลยรึเปล่าคะ? ใช้คำศัพท์ยากไปมั้ยคะ?! แฮ่ๆ – -” สีโทนนี้สามารถ mix กับเสื้อผ้าได้เยอะขึ้นค่ะ นอกจากโทนขาว-ดำแล้ว ยังใส่กับสีเทาได้สวยด้วยค่ะ ส่วนสีน้ำตาลก็ได้นะคะ แต่อาจทำให้ลุคไม่ค่อยเก๋เท่าที่ควรค่ะ ^_^

Comments (4)

สูตรขัด พอกผิวจากธรรมชาติค่ะ

Posted on 08 June 2007 by Vinegar Girl

ต่อเนื่องมาจากเรื่องสปาในคราวที่แล้ว จริงๆ อยากแนะนำสาวๆ ว่า ถ้าคนที่มีเวลามากหน่อย สำหรับการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว เราอาจค่อยๆ เริ่มทำเองได้ที่บ้านค่ะ และประหยัดตังค์กว่าเยอะด้วยค่ะ ส่วนใครที่ไม่ได้จะเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว ทำสูตรเหล่านี้ไปเรื่อยๆ รับรองค่ะว่า แววเจ้าสาวเปล่งประกายแน่ๆค่ะ อิอิ วันนี้เลยงัดสูตรจากก้นครัวมาอีกแล้วค่ะ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

vinegargirl-h-b_04.jpgสูตรแรกนี้ ได้จากหนังสือ สวยด้วยสูตรลับ สมุนไพรสด Bauty Tip by Herbs โดย คุณเนตรดาว แสงโปร่งค่ะ

เป็นสูตรขัดผิวด้วยส้มค่ะ ในหนังสือให้ใช้ขัดหน้า แต่คิดว่าเราสามารถใช้กับลำตัวได้ด้วยค่ะ สูตรนี้ประกอบด้วย  ส้มเขียวหวาน (อย่างเดียวค่ะ)

วิธีทำ

  1. ก็นำส้มเขียวหวานมาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกค่ะ จากนั้นผ่าตามขวาง แล้วแคะเมล็ดออกให้หมดค่ะ
  2. ใช้ส่วนของเกร็ดส้มขัดเป็นวงกลมเบาๆ ในหนังสือบอกว่า ไม่ต้องใช้แรงกด พอให้ผิวส้มสัมผัสกับผิวหน้า เป็นอันว่าใช้ได้ค่ะ เพราะถ้ากดแรงๆ จะทำให้ผิวมีริ้วรอยได้ง่ายค่ะ
  3. ขัดเบาๆ ประมาณ 15 นาทีค่ะ แล้วทิ้งให้น้ำส้มที่อยู่บนใบหน้า หรือลำตัวแห้ง แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นจัดค่ะ

Tips & Trick

  • ให้ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 1 ครั้งค่ะ เท่านี้ผิวก็จะผุดผ่อง เพราะส้มมีวิตามินซี ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว และช่วยให้เม็ดสี จุดด่างดำ ดูจางลงด้วยค่ะ
  • ส่วนเปลือดส้มนั้น สามารถหั่นเป็นเส้น แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปจุดเป็นยากันยุงได้ค่ะ

vinegargirl-h-b_02.jpg

สูตรขัดผิวด้วยมะขาม

สูตรนี้ทำเองบ่อยค่ะ ถ้าไม่ขี้เกียจนะคะ เพราะสูตรที่ง่ายมากๆ เลยค่ะ ใช้แค่ มะขามเปียก เท่านั้นค่ะ นอกจากบางครั้ง เราต้องการพิเศษ (เหมือนเพิ่มลูกชิ้น 40) ก็จะใช้ส่วนผสม เหมือน สูตรน้องผิวหมองคล้ำ ที่เคยให้ไว้ค่ะ  คือนำ ขมิ้นเล็กน้อย + มะขามเปียก ที่ดึงเอาเส้นใย และเมล็ดออกแล้วนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวบาดผิวสาวๆ หมดค่ะ  (ลองคลิ๊ก เข้าไปอ่านวิธีทำกันได้ค่ะ)

หลังจากอาบน้ำเสร็จ นำมะขามเปียก ที่ผสมไว้กับขมิ้นมาขัดๆ  โดยใช้ฝบวบ แล้วอาจพอกๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นค่ะ ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1 ครั้งเช่นกันค่ะ หลังจากล้างตัวเรียบร้อยแล้ว ให้ทาโลชั่นเพื่อบำรุงผิวเป็นขั้นตอนต่อไปค่ะ ผิวสาวๆ จะได้ทั้งใส ทั้งนุ่มนวลเลยค่ะ ^_^

vinegargirl-h-b_01.jpgสูตรพอกผิวกายด้วยโยเกิร์ต

จะว่าไป เหมือนเอาเรื่องเก่ามาเขียนใหม่ อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะคะ แค่อยากรวบรวมไว้ให้ครบ คือส่วนผสมที่ใช้สำหรับหน้า ก็สามารถใช้กับตัวได้ค่ะ เราอาจจะเคยได้ยิน อาบน้ำแร่ แช่น้ำนม และที่เคยเห็นมาก็ให้ชโลมน้ำนมสด น้ำจืดนะคะ หลังอาบน้ำ แล้วล้างออก

แต่ตัวเองชอบที่จะใช้โยเกิร์ตมากกว่าค่ะ เพราะเนื้อที่ข้นกว่า สามารถเกาะติดผิวได้ดีกว่า เลยให้ความรู้สึก (ไปเอง) ว่าบำรุงได้เต็มที่กว่าด้วยค่ะ แต่ข้อเสียคือ โยเกิร์ตจะมีกลิ่นที่แรงกว่าค่ะ เวลาล้างออก บางทียังมีกลิ่นติดผิวอยู่ เพราะฉะนั้นใครที่ไม่ชอบ ให้ลองใช้นมสดแทนดีกว่าค่ะ ถ้าวันไหนมีเวลาว่างเยอะ ก็ขัดด้วยมะขาม แล้วพอกต่อด้วยนม หรือโยเกิร์ตค่ะ (อาจต้องยืน เก้ๆ กังๆ ช่วงทิ้งส่วนผสมไว้บนตัว จนนมแข็ง เอ่อ! หมายถึง นม-โยเกิร์ตแข็งๆ ตัวหน่ะค่ะ fauxcul1.jpg คริๆ จะบอกว่าอาจจะเมื่อยแบบหวาบหวิวบ้างเล็กน้อยนะคะ)

ซึ่งสาวๆ สามารถปรับปรุงสูตรได้ตามแต่สภาพผิวเลยค่ะ โดยใช้โยเกิร์ตเป็นเบส หรือเป็นตัวพื้นฐานค่ะ เช่น

  • สาวผิวแห้ง ผสมกล้วยบด ลงในโยเกิร์ต พอกผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นมากๆ ค่ะ
  • สาวที่มีปัญหาสิว ให้ผสมมะเขือเทศบดลงไปด้วยค่ะ เพราะช่วยให้ผิวนุ่ม ช่วยผลัดเซลล์ผิว และ ช่วยให้สิวยุบตัวได้ค่ะ
  • เพื่อผิวที่ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ผสม แครอทปั่นละเอียด ลงไปด้วยค่ะ
  • ส่วนใครที่ถนัดเรื่องสมุนไพร ก็อาจจะผสม  ขมิ้นชัน และ ไพล (ใช้ได้ทั้งแบบสด และแห้งค่ะ มีแบบที่เป็นผงๆ ขายตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือร้านสมุนไพรค่ะ) ขมิ้นชัน นี่เพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วยรักษาผิวที่เป็นผดผื่น หรือมีอาการแพ้ได้ค่ะ ส่วนไพลนี้ จะช่วยให้ผิวผุดผ่อง และช่วยให้สีผิวตามรอยพับต่างๆ ดูจางลงได้ค่ะ

Note : ส่วนผสมที่เป็นผัก ผลไม้  สาวๆ สามารถกะเอาตามใจชอบนะคะ แต่ขมิ้นชันแบบผงนี่ แนะนำว่าควรใช้ทีละน้อยค่ะ แค่ทีละ 1/4 ช้อนชา หรือเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย พยายามดูว่าไม่ให้สีเหลืองจนเกินไปนะคะ ส่วนไพล สีจะออกน้อยกว่าขมิ้นชัน จะไม่ค่อยเหลืองมาก แต่ก็ค่อยๆ เติมทีละน้อยเช่นกันค่ะ ^_^

แล้วอย่าลืม เข้าไปดู สูตรขัด-พอกผิวด้วยถั่วเหลืองนะคะ จะให้ผิวสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องไม่ละเลยผิวหน้าค่ะ หรือจะพอกไปพร้อมๆ กันเลยก็ได้ ถ้าไม่ลำบากไปนะคะ  5555 ลองเข้าไปดู สูตรพอกหน้า กันได้ค่ะ

งั้นวีคเอนด์นี้ เราก็ทำสปาง่ายๆ จากในครัวที่บ้านกันเลยนะคะ ^_^

ขอบคุณน้อง nene นะคะ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาดังนี้ค่ะ

ขอแนะนำเรื่องสิวเสี้ยนนะคะ

1. นำไข่ขาวมาพอทาจมูกได้ (ก็ก่อนทอดไข่เจียวก็แบ่งไข่ขาวมานิดนึงก็ได้)
2. เตรียมสำลีบาง ๆ จิง ๆ (นำสำลีมาแยกให้มันโปร่ง ๆ)
3. นำไข่ขาวมาทาให้ทั่วจมูก (อย่าลืมล้างหน้าก่อนนะคะ)
4. วางสำลีลงไป โดยเฉพาะที่ซอกจมูก (เหมือนใช้บีโอเล เปาะแปะนะค่ะ)
5. แล้วรอแห้งประมาณ 5-10 นาทีมั้งค่ะ (หรือจนกว่าสำลีจะแข็ง)
6. ลอกออกแล้วก็ล้างหน้าค่ะ อย่าลืมดูที่สำลีนะคะ ว่ามีสิวเสี้ยนติดมาเยอะมั้ย

** แค่นี้ก็เรียบร้อย ไม่เคยทำเองหรอกนะค่ะ แต่ nene ทำให้เพื่อนบ่อย อาทิตย์ละครั้งก็พอ ธรรมชาติย่อมสร้างสิ่งป้องกันให้เสมอค่ะ **

โดยส่วนตัวเคยทำสูตรนี้บ่อยๆ ค่ะ แต่จะใช้กระดาษทิชชู แผ่นนุ่มสำหรับเช็ดหน้า มาแปะเพื่อเป็นตัวลอกแทนนะคะ (ยังไม่เคยใช้ สำลีเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่ามันจะยุ่ยง่าย ไม่เป็นแผ่นเวลาเจอกับไข่ขาวรึเปล่า?)  สำหรับสูตรนี้ประหยัด และทำเองได้ง่ายด้วยค่ะ ขอบคุณน้อง nene อีกครั้งนะคะ

Comments (7)

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์กันใหม่ แก้ไขอาการท้องผูกค่ะ

Posted on 05 June 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าสาวๆ ขอโทษด้วยนะคะที่หายไปหลายวัน พอดีช่วงนี้ต้องออกไปประชุมข้างนอกบ่อยครั้ง เลยไม่มี (แอบ) เอาข้อมูลขึ้นมาให้สาวๆ ได้อ่านกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ น้องโอปอล ณ USA ที่อุตส่าห์ไปหาซื้อและส่งเครื่องสำอางจาก Sephora พร้อมน้ำหอมขนาดทดลอง Pink Sugar จาก Aquolina มาให้ด้วยนะค๊า ขอบคุณมากๆ ค๊า กระซิกๆๆๆ appre.gif

ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยนะค๊า น้อง nene ที่ส่งกำลังใจเข้ามา และเข้ามา comments ในเรื่องเก่าๆ ไว้หลายเรื่อง ขอบคุณมากๆ นะคะ และน้องๆ แนนนู๋ bowe mz กวาง shine* ต่าย อัง fruitysaladและ น้องเป๊ปซี่และเพื่อนๆ (อ่านแล้วซึ้งใจมากๆค่ะ น้องเป็บซี่ ขอบคุณนะคะ) ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ นะค๊า

baa60776.gif

เรื่องของวันนี้ เป็นเรื่องที่น้อง Pato เคยถามไว้(เมื่อเดือนที่แล้ว) ค่ะ เกี่ยวกับอาการท้องผูก (ของพี่สาว) และ อีกเรื่องคือ

ช่วยแนะนำสถานที่นวดตัว+ขัดตัวสำหรับเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวหน่อยได้มั้ยคะ  ขอแบบที่ราคาไม่สูงมากนะคะ

ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ ที่ตอบให้ช้า คือพอดีเรื่องที่น้อง Pato ถามไว้น่าจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆ ท่าน เลยอยากนำมาตอบในบล็อกหน่ะค่ะ แต่พอดีช่วงกลางเดือนที่แล้ว เกิดเหตุการณ์กับ Women Mthai ซะก่อนเลยไม่ได้อัพเดทไปหลายวันค่ะ หวังว่าคงพอยังจะทันเวลาอยู่ได้บ้างนะคะ งี๊ดๆๆ

vinegargirl-h-f-01.jpgขอมาที่คำถามแรกกันก่อนเลยนะคะ สำหรับเรื่องท้องผูก ก่อนอื่นต้องถามตัวเองกันค่ะว่า ในวันๆ นึงเราทานอาหารที่ประกอบไปด้วยแป้ง ชา กาแฟ น้ำอัดลม ดื่มน้ำน้อย แถมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายกันบ้างรึเปล่า? ถ้าตอบว่า ใช่ นี่หล่ะค่ะ คือปัจจัยที่ทำให้ท้องผูกด้วยค่ะ

เราลองมาเปลี่ยนการทานอาหาร และการใช้ชีวิตกันดูนะคะ โดยส่วนตัว (ไม่ค่อยได้มีปัญหาเรื่องท้องผูกเท่าไหร่ค่ะ) เลยอยากขอแนะนำวิธีของตัวเองก่อนนะคะ

  • ตั้งนาฬิกา การขับถ่ายของตัวเองค่ะ บางคนอาจเป็นเวลาเช้า หรือกลางคืนสุดแล้วแต่ค่ะ เอาว่าเป็นเวลาประจำที่พอจะนั่งสบายๆ ไร้กังวลได้ แล้วลองพยายามดูค่ะ อาจฝึกหายใจไปด้วย แบบหายใจยาวๆ (อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะคะ ว่าถ้ายิ่งพยายามเบ่ง ((เวลาเบ่งเนี่ย จะหายใจสั้นๆ ถี่ๆ)) ก็อาจไม่ดีต่อตัวเองหน่ะค่ะ เช่นเส้นเลือดบริเวณรอบๆ นั้นอาจโป่งพองเกินไป ควรจะเกิดจากการบีบรัดให้ปวดโดยธรรมชาติมากกว่าค่ะ ) แรกๆ อาจยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แต่ลองพยายามดูค่ะ เซ็ตให้เป็นเวลา แล้วเราจะเริ่มชิน อีกหน่อยก็จะมาเองโดยธรรมชาติค่ะ
  • ของตัวเองนี่จะเป็นช่วงเช้านะคะ สำหรับการเข้าห้องน้ำ สิ่งแรกที่ทำตอนตื่นนอนเลยคือ ดื่มน้ำค่ะ เป็นน้ำในอุณหภูมิห้องค่ะ ที่ดื่มอยู่ทุกวันนี้คือประมาณขวด 0.5 ลิตรค่ะ แต่ถ้าใครยังไม่ใช่อูฐ เอ้ย! ยังไม่ชินเนี่ย ค่อยๆ ดื่มนะคะ เอาที่เราโอเคนะคะ ไม่ใช่แบบ วันนี้ชั้นต้องดื่มน้ำให้ได้ 3 ลิตร จะกลายเป็นทรมานตัวเองเปล่าๆ เพราะคิดว่าแต่ละคน ความต้องการต่างกันนะคะ แต่ยังไงก็ให้ได้วันละ  8 แก้ว (แต่มีความรู้สึกว่าอาจไม่มาตรฐาน เพราะไม่รู้ว่าของใครสั้น..ยาว ขนาดไหน เอ่อ! แก้วค่ะแก้ว fauxcul.jpg อิอิ จริงๆ อยากให้ได้ซักวันละขวด  1.5 ลิตร ก็ยังดีค่ะ)
  • ทานอาหารที่มีกากใยเยอะๆ ค่ะ โดยปกติจะเป็นคนที่ชอบทานข้าวกล้องอยู่แล้วค่ะ (ถ้าเลือกได้นะคะ) คิดว่าข้อนี้หลายๆ คนทราบดี เราควรหลีกเลี่ยงแป้งที่เป็นสีขาวนะคะ (เช่นข้าว หรือขนมปัง) แต่อาจไม่มีให้เลือกได้มากนักกับอาหารนอกบ้าน แต่ต้องพยายามและตั้งใจดูค่ะ อย่าง food court บางที่ มีร้านมังสวิรัติ นี่ก็ช่วยได้ค่ะ เพราะนอกจากมีข้าวกล้องแล้ว ยังมีผัดผักอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย  ในมื้อเช้าของตัวเองจะเตรียมขนมปังโฮลวีตไว้ แล้วทำแซนวิชแบบง่ายๆ ค่ะ แค่นี้ก็อร่อยและได้ใยอาหารเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ที่สำคัญสาวๆ ขา..การทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น + หลีกเลี่ยงแป้งที่มีสีขาวนี่ ส่งผลแบบทันตาเห็นกับรูปร่างของเราด้วยค่ะ!!
  • หลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยว เลี้ยวมาที่ลูกพรุนอย่างเดียวค่ะ นอกจากจะทานลูกพรุนอบแห้งแทนขนมกรุบกรอบแล้ว ยังมีน้ำลูกพรุนอีกขนานค่ะ เอาไว้ทานก่อนมื้อเช้าก็ได้ค่ะ เพราะลูกพรุนเป็นผลไม้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีกากใยเยอะ ช่วยขับถ่ายอยู่แล้วค่ะ
  • มะละกอ กล้วย ส้มๆๆ….. แฮ่ๆ ไม่ได้ร้องเพลง (ที่มีผลไม้ 3 อย่างก็เป็นเพลงได้) อย่างเดียวค่ะ แต่จะบอกว่าทั้ง 3 อย่างเป็นผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่ายด้วยนะคะ โดยเฉพาะมะละกอ และกล้วยค่ะ ใครที่ท้องผูกอยู่ ควรหลีกเลี่ยงฝรั่งในปริมาณมากนะคะ เพราะทานมากๆ จะทำให้ท้องผูกได้ค่ะ (สังเกตจากอาหารตัวเองด้วยค่ะ เวลาไดเอ็ตด้วยฝรั่งแทนข้าวเย็นนี่ เช้าๆ มักจะนั่งอ่านคอลลัมน์บันเทิงในหนังสือพิมพ์ ((ในห้องน้ำ)) โดยไม่มีมวลสารตกกระทบกับน้ำเลยค่ะ shy.gif ) 
  • ออกกำลังกายค่ะ ช่วยให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว และขับถ่ายได้ดี อีกทั้งบางคนที่ท้องผูกอาจมีอาการท้องอืดตามมาด้วย การออกกำลังกายก็จะช่วยได้ค่ะ และสำหรับคนที่ท้องอืด ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม หันมาซดน้ำขิงแทน! ขิง ข่า ตะไคร้ กระเพราะ กระเทียม เหล่านี้ช่วยได้ค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายค่ะ เพราะจะทำให้เราติดเป็นนิสัยค่ะ และจะต้องใช้ยาระบายอยู่เรื่อยๆ (เคยอ่านหนังสือเจอค่ะ จำได้คร่าวๆว่ายาระบายเนี่ยจะส่งผลระคายเคืองต่อผนังลำใส้ใหญ่ เลยทำให้รู้สึกปวดท้องอยากถ่าย ซึ่งไม่เหมือนกับธรรมชาติที่ผนังลำไส้จะบีบรัดตัวนะคะ…ไม่แน่ใจว่าจำผิดรึเปล่า? ถ้าข้อมูลผิดต้องขออภัยด้วยค่ะ ) สรุปว่าธรรมชาติดีที่สุดค่ะ
  • และสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ จิตใจแจ่มใสไม่เครียดค่ะ

ขอบคุณน้อง nene และ น้องโอปอล ที่ช่วยแนะนำเพิ่มเติมเข้ามาทาง comment นะคะ ขอยกข้อมูลที่น้องโอปอลมาให้สาวๆ ได้อ่านกันตรงนี้นะคะ เพราะตรงสายกับงานด้านการแพทย์ที่น้องโอปอลทำอยู่หน่ะค่ะ

เรื่องยาถ่าย ใช่ค่ะ อย่างที่พี่อ้อมคิดนั่นแหละ ใช่เลย เกี่ยวกับยาถ่ายมันมีหลายประเภทนะคะ นั่นก็เป็นประเภทหนึ่งที่ทำให้ลำไส้บีบตัว พอทานยาถ่ายเข้าไปบ่อย ๆ ลำไส้ก็จะบีบตัวทุกครั้งที่ทานยา เมื่อหยุดทานลำไส้ก็หยุดบีบตัว ทำให้ถ่ายยากขึ้น สรุปแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ นาน ๆ ครั้งก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทานจนติดแล้วเนี่ย ผนังลำไส้จะบางลงและอาจทำให้มีเลือดออกได้ด้วยนะคะ (โอ ช่างจะวิชาการ แบบว่าพอจะจำได้จากใน Class สมัยเรียนน่ะค่ะ) อีกหลายชนิดก็อย่างเช่น ยาถ่ายที่ทำให้ดูดน้ำออกจากกากอาหาร เกิดเป็นอุจจาระเร็วกว่าปกติ ประมาณนี้ล่ะค่ะ

และขอยกอีกหนึ่ง comment นะคะ จากน้อง kul ที่ช่วยแนะนำเข้ามา ขอบคุณนะค๊า ^_^

ขอแนะนำเพิ่มนะคะ
วิธีแก้ท้องผูกอีกอย่าง คือ การดื่มนมคะ การดื่มนมจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นคะ อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงคะ เมื่อก่อนไม่ค่อยดื่มนมแล้วก็ไม่ค่อยถ่าย แต่ถ้าวันไหนดื่มนม จะถ่ายทุกทีเลยคะ ที่บ้านก็ใช้วิธีกัน ลองดูนะคะ

ถ้าลองทำดูตามนี้แล้วยังไม่ดีขึ้น vinegargirl ลองแนะนำให้ลองพบคุณหมอดูค่ะ อาจเป็นความผิดปกติของลำไส้ก็ได้ค่ะ

อูยยย..เรื่องของวันนี้เรื่องเดียว สาวๆ ก็เริ่มอ่านกันจนเมื่อยแล้วนะคะ สำหรับอีกคำถามจากน้อง Pato ขอแปะไว้คราวหน้านะคะ จริงๆ ไม่ได้มีอะไรมากเลยค่ะ คือไม่ค่อยทราบนั่นเอง แฮ่ๆ 003.gif  ยังไงฝากสาวๆ ไว้ด้วยได้มั้ยคะ ว่าถ้าใครมีร้านสปาเสริมความงามสำหรับเจ้าสาวเด็ดๆ และราคาไม่แพง ช่วยแนะนำด้วยนะค๊า… ^_^

Comments (14)

วิธีแต่งตาแบบง่ายๆ แต่เซ็กซี่ค่ะ

Posted on 11 May 2007 by Vinegar Girl

ต้องขอโทษด้วยอีกครั้งค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งทู้กวันค่ะ เลยอัพบล็อกไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่ อย่าเพิ่งงอนกันนะคะ สำหรับน้องๆ ที่ถามคำถาม และฝากให้หาข้อมูลกันมานั้น อดใจรอซักแป็บนะคะ จะรีบจัดให้โดยด่วนเลยค่ะ ^_^

สำหรับเทรนด์เมคอัพที่ให้ดวงตาเซ็กซี่แบบ Doe eyes ในคราวที่แล้ว หลายๆ คนบ่นว่ายากไปหน่อย วันนี้เลยนำเสนอการแต่งตาแบบง่ายๆ และรวดเร็วทันใจ ใช้เวลาไม่นาน แต่ยังให้ความเซ็กซี่ ดูชวนฝันกับดวงตาคู่สวยของสาวๆ นะคะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก elle  

howto-makeup-sexy-eyes_01.jpg

เทคนิคสำหรับดวงตาเซ็กซี่บาดใจแบบนี้ อยู่ที่การมิกซ์เทกซ์เจอร์กันระหว่าง อายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ ที่ทาทั่วเปลือกตา และเน้นขอบตาด้วยเนื้อเมทัลลิคค่ะ

วิธีแต่งตาแบบนี้

Step 1 : เลือกอายแชโดว์สีบรอนซ์ หรือทอง เกลี่ยให้ทั่วเปลือกตาค่ะ ถ้าต้องการความรวดเร็วยิ่งขึ้น ลองเลือกอายแชโดว์แบบที่เป็นเนื้อมูสหรือครีมก็จะเกลี่ยได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ และยังให้เนื้อสีที่ชัดเจน ติดทนนานยิ่งขึ้นค่ะ

Step 2 : ทำแปรงเขียนขอบตาของคุณให้ชื้นๆ แล้วจุ่มลงไปในอายแชโดว์เนื้อเมทัลลิค แปรงที่ค่อนข้างชื้น หรือเปียกหมาดๆ นั้นจะทำให้สีของอายแชโดว์เข้มขึ้น จนใช้เขียนเปรียบเสมือนอายไลเนอร์ได้เลยทีเดียวค่ะ แต่ลุคนี้เราไม่ต้องการเส้นที่ดูคมชัดมากเกินไปของอายไลเนอร์นะคะ  
Note : โดยส่วนตัวยังไม่เคยลองทำแปรงให้เปียกหมาดๆ แล้วจุ่มในอายแชโดว์ เพื่อใช้เขียนเป็นไลเนอร์นะคะ อ้ะๆ แต่ถ้าใครที่อยากสวยแบบชัวร์ๆ vinegargirl เคยเห็นผลิ๖ภัณฑ์ของ Make Up Store ค่ะ เป็นน้ำยาที่ช่วยแปลงอายแชโดว์สีโปรดให้เป็นอายไลเนอร์ค่ะ (Make Up Store เมคอัพแบรนด์นี้จากสวีเดนค่ะ ใครสนใจลองไปเช็ค & อัพเดทได้ค่ะเคาน์เตอร์ที่ Zen ค่ะ) 

howto-makeup-sexy-eyes_02.jpg

Step 3 : เพื่อเพิ่มมิติให้กับดวงตา ใช้อายแชโดว์สีเข้ม (อาจเป็นน้ำตาลทอง) แต้มในส่วนของรอยพับบนเปลือกตา ให้เน้นที่หางตาก่อนนะคะ แล้วค่อยๆ เกลี่ยให้กลมกลืนกระจายมาประมาณกลางลูกตา   คิดภาพตามง่ายๆ นะคะ ให้เกลี่ยให้กลมกลืนคล้ายๆ รูปสามเหลี่ยมค่ะ แต่จะเป็นสามเหลี่ยมไม่สมประกอบ เพราะด้านที่ชิดขนตา มุมมันจะหายไปเหมือนพับครึ่งอยู่ค่ะ และเป็นสามเหลี่ยมแบบนอนด้วยค่ะ โดยยอดแหลมของสามเหลี่ยมอยู่ประมาณลูกตาดำ แล้วฐานของสามเหลี่ยมคือแนวหางตาค่ะ ( เอ่อ…สาวๆ บอกยิ่งพยายามอธิบาย ยิ่งทำให้งง!?!? อ่านของตัวเองก็เริ่มงง ด้วยเหมือนกันค่ะ ลองดูภาพประกอบนะคะ แฮ่ๆ sweat-21.gif ) หลังจากนั้นดัดและปัดขนตา เท่านี้เป็นอันเสร็จค่ะ

สาวๆ ลองฝึกฝีมือกันดูนะคะ คิดว่าไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับสาวๆ คนเก่งของเรา ได้ผลยังไงอย่าลืมมาบอกกันด้วยนะค๊า  ^_^

Comments (7)