Archive | Life Style

World Expo 2010 – Shanghai Day n’ Night

Posted on 30 May 2010 by Vinegar Girl

vinegargirl-w-06

แน่นอนค่ะ ได้มา World Expo 2010 ทั้งที pavilion ที่พลาดไม่ได้ก็คือ Thai Pavilion ของเรานั่นเองค่ะ ขอบอกว่า พาวิลเลี่ยนของประเทศไทยนั้น ติดอันดับ 1 ใน 7 ของพาวิลเลียนที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดด้วยนะคะ น่าภูมิใจมากๆ ค่ะ คิวก็ยาวเหยียดดด แต่โชคดีที่บังเอิญพี่ที่เดินทางด้วยกัน ลองตะโกนว่า “น้องคะ” ด้วยคำนี้ที่ทำให้เราได้รับสิทธิพิเศษ “ความเป็นคนไทย” ไม่ต้องต่อคิวให้เสียเวลาค่ะ ได้เข้าไปชมแบบ VIP มากๆ ต้องบอกว่านาทีนี้ ภูมิใจที่เป็นคนไทยสุดๆ เลยค่ะ ^_^

ในพาวิลเลียน จะแบ่งเป็น 3 ห้องค่ะ โดยเข้าไปทีละห้องๆ ให้ลุ้นกันตื่นเต้น ห้องแรกจะเป็นแสง สี เสียง ผ่านจอ LCD และ ม่านน้ำตกค่ะ โดยภาพที่จอ และพื้นน้ำด้านล่างจะสอดคล้องกัน สวยงามมากๆ และที่ตื่นตาตื่นใจ เรียกเสียงฮือฮาในฮอลล์ ก็คือ เทคนิค Augmented Reality ที่นำภาพผู้ชมขึ้นจอ LCD แล้วมีชฎามาสวมให้ที่ศีรษะค่ะ

ห้องที่ 2 ขอเรียกว่า 360 องศา การเล่าเรื่องค่ะ เพราะมีจออยู่รอบด้านของห้องค่ะ นอกจากจอ LCD แล้วยังมีเรือสำเภาที่แอบอยู่ในผนังด้านหนึ่ง แล่นตอนเล่าเรื่องประวัติของประเทศไทยด้วยค่ะ และที่เซอร์ไพรส์ คือ พี่ยักษ์ด้านหน้าห้องขยับมาเล่าเรื่องด้วยตนเองค่ะ

ส่วนห้องสุดท้าย เป็นการชมหนังแบบ 4D ค่ะ ก่อนเข้าห้องก็ได้รับแว่นตาสามมิติ ส่วนที่เป็น มิติที่ 4 คือ สัมผัสค่ะ มีละอองน้ำ กลิ่น ให้เราเข้าถึงได้จริงๆ เรียกเสียงฮือฮาาา ตื่นเต้นกันทั้งฮอลล์อีกเช่นกันค่ะ

vinegargirl-w-07

รวบรวมบรรยกาศใน pavilion อื่นๆ มาให้ชมกันค่ะ ต้องบอกว่างาน World Expo มีเสน่ห์ทั้งกลางวัน และกลางคืนเลยค่ะ รับรองว่ากดชัตเตอร์กันมือหยิกแน่นอนค่ะ รวมทั้งได้สัมผัสสถาปัตยกรรม ด้านนอกของ pavilion แล้วก็ยังมีด้านในอีกด้วยค่ะ ทั้งดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ผสมผสานกัน ให้เราเดินเพลินๆ ได้ทั้งวันค่ะ

vinegargirl-w-02

ทริปนี้เราพักที่โรงแรม Hyatt on the Bund ค่ะ The Bund ได้รับฉายาว่าเป็นปารีสแห่งตะวันออกค่ะ เพราะเป็นย่านเมืองเก่า ที่มีตึกงดงามสไตล์ยุโรปโบราณค่ะ ส่วนของโรงแรมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะ เพราะเราได้เห็นความแตกต่างของเมืองเซี่ยงไฮ้ ทั้งย่านเดอะบันด์ ที่อยู่ฝั่งตะวันตก ผ่านแม่น้ำ หวงผู่ คั่นฝั่งเมืองใหม่ที่ทันสมัยไว้ค่ะ

vinegargirl-w-16

มีธนาคารกรุงเทพของเรา ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ย่านเดอะบันด์ด้วยค่ะ

วันสุึดท้ายของเซี่ยงไฮ้ฝนตก เลยทำให้อากาศหนาวเย็น + ชื้นเข้าไปใหญ่  โชคดีที่ city tour ไปแล้วบ้าง เลยเหมาะกับการช้อปปิ้งทิ้งทวนมากๆ ค่ะ  ร้านแรกที่ปักธงไว้คือ H&M (ต้องใช้แว่นขยายยยย ป้ายสีแดงๆ ในภาพนิดนึงนะคะ 5555) ที่นี่ H&M ของไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ เลยไม่ทำให้เงินรั่วไหลออกนอกกระเป๋าได้เท่า H&M ที่ฮ่องกงค่ะ แฮ่ๆ

ส่วนภาพตึกสีฟ้า ในยามค่ำคืน เป็นถนนหน้าโรงแรมค่ะ
ชิงช้าสวรรค์ยิ่งใหญ่อลังการ สูงมากกก และอยากลองนั่งมากๆ ค่ะ
IKEA ที่เป็นสวรรค์อีกที่ของ วีนิก้าเกิร์ลค่ะ ที่นี่ของเยอะ และราคาถูกกว่า IKEA ที่สิงคโปร์ค่ะ แต่อีกหน่อยไม่ต้องไปช้อปไกลแล้วค่ะ เพราะ IKEA กำลังแลนด์ที่เมืองไทย ในไม่ช้านี้คงได้ข้อปกันค่ะ ^_^

vinegargirl-w-09

vinegargirl-w-10-1

ภาพยามค่ำคืนของเซี่ยงไฮ้ ด้านฝั่งตะวันออก และตะวันตก ที่มีแม่น้ำหวงผู่คั่นค่ะ เป็นมุมจาก Roof Top Bar ของโรงแรม Hyatt on the Bund ค่ะ จะเห็นว่าฝั่งด้านซ้ายมือในภาพ จะเป็นตึกทันสมัย พร้อมตึก Oriental Pearl TV Tower ที่เป็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ด้วยค่ะ  ส่วนภาพด้านบนนี้เป็นฝั่ง The Bund ด้านเดียวกับโรงแรมค่ะ ^_^

ส่วนบาร์ที่โรงแรมนี้มี 2 ชั้นค่้ะ มีทั้งด้านใน และด้านบนที่แยกเป็น 2 ส่วนคือ ในอาคาร กับ outdoor ที่มีอ่าง jacuzzi ให้ดื่มไป แช่ไป เคล้าบรรยากาศ ชวนสยิวกิ๊ว วันนั้นที่ไป มีหนุ่มๆ แช่น้ำกันด้วยค่ะ ไม่กล้ามอง (แต่เดินผ่านบ๊อย..บ่อย 55555)

vinegargirl-w-08

รวมภาพบรรยากาศช่วงไปวันแรกๆ กับดินเนอร์แบบบุฟเฟต์เต็มอิ่มในโรงแรม ที่มีปูอลาสก้า ให้วีนิก้าเกิร์ลแทะแบบเสียจริตค่ะ แฮ่ๆ

ส่วนอีกมื้อเราไปทาน fusion food ที่ T8 ย่าน French Concession แถวๆ Xintiandi ค่ะ  ทริปนี้ได้รู้จักเพื่อนใหม่เยอะแยะเลยค่ะ  ในภาพด้านบนเป็น 2 หนุ่ม ที่รู้จักในทริปนี้เช่นกันค่ะ เริ่มจากคนซ้ายในภาพ หนุ่มเครางาม มาดเข้ม และมากความสามารถ คือ Piers Fawkes -  CEO, PSFK และ อีกหนึ่งหนุ่ม คือ Sean Leow – founder and CEO ของ Neocha ค่ะ  ได้คุยกับ Piers และ Sean สนุกสนานมาก แถมเก่งด้วยกันทั้งคู่ค่ะ ^_^

vinegargirl-w-11

ภาพบรรยากาศของย่าน Xintiandi ค่ะ นอกจาก The Bund แล้ว ย่าน French Concession ซึ่ง Xintiandi เป็นส่วนหนึ่งในย่านนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของฉายา “ปารีสตะวันออก” ด้วยเช่นกันค่ะ  ย่านนี้เต็มไปด้วยตึกโบราณ บ้านอิฐเก่าที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้ค่ะ ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนที่ได้ัรับการเปลี่ยนให้เป็น complex มีห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ เลยเหมือนเป็นย่านที่มีทั้งความเก่า และใหม่ผสมผสานกันค่ะ

vinegargirl-w-15

ขอปิดด้วยภาพ fashion เล็กๆ ของสาวสวย  ที่ได้รู้จักในทริปนี้ด้วยค่ะ ^_^

Comments (5)

Coca-Cola Pavilion : World Expo 2010

Posted on 26 May 2010 by Vinegar Girl

จากครั้งที่แล้วที่เล่าเรื่อง World Expo 2010 ในวันแรกที่ถึงเซี่ยงไฮ้ไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้ขอเล่าถึง Pavilion ที่เราอาจไม่ค่อยได้เห็นในทีวี ที่เล่าถึงพาวิลเลี่ยนของประเทศต่างๆ เลยอยากเล่าถึงความสนุกของ Coca-Cola Pavilion หนึ่งใน brand pavilion ของ World Expo ครั้งนี้ (และโดยส่วนตัวเป็นแฟน และสะสมโค้กอยู่แล้ว จึงขอเลือกแบรนด์นี้ก่อนใครค่ะ)  และ Coca-Cola เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์ด้วยค่ะ เรียกว่าเดินไปทางไหนก็มีแต่ซุ้มขายน้ำของโค้กค่ะ

ขอแอบนอกเรื่องก่อนนะคะ พอมาถึงเมืองจีน ที่นี่ “สีแดง” เป็นที่ฮิตของชาวจีนมากๆ เวลาเดินเล่นในงาน World Expo จะเห็นเสื้อผ้าของคนที่ใส่มางานเป็นสีแดงซะส่วนใหญ่ค่ะ (ตัดกลับมาที่เมืองไทย เราก็มีสีแดงเช่นกันค่ะ แฮ่ๆ – -” )  พอเดินมาถึง Coca-Cola Pavilion ก็เรียกได้ว่าเข้าบรรยากาศมากๆ เพราะสีแดงสดใส โดดเด่นมาแต่ไกลเลยค่ะ ^_^

vinegargirl-w-12

ภาพใหญ่ ขวดโค้ก LED  360 องศาที่ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ

ภาพเล็กจากซ้าย – ขวา : 1. มุมของสะสมใน Coke Pavilion ค่ะ  2. ช่วง Happy Birthday Coca-Cola 125 years  3. อีกมุมของขวดโค้ก LED ที่มีภาพสีสันสดใส เปลี่ยนไป ให้เราถ่ายรูปได้เรื่อยๆ ค่ะ

ความเดิมตอนที่แล้ว อาจจะพอได้เห็นภาพการเข้าคิวในแต่ละ pavilion ในงาน World Expo นี้นะคะ รอกันอย่างน้อยเกือบชั่วโมง ก็จ้องตากันไป ถ้าแถวขดข้างๆ เป็นสาวสวย หรือ หนุ่มหล่อ ก็ชื่นมื่น แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ แฮ่ๆ  เมื่อมาถึง Coke Pavilion นอกจากคนต่อแถวจะเป็นวัยเดียวกัน ดูแล้วอายุไม่เกิน 25 ปีทั้งนั้น อิอิ fauxcul ระหว่างรอก็มีกิจกรรมให้ทำ ไม่เบื่อแถมอยากทำให้ครบทุกอย่างอีกด้วยค่ะ  มีทั้งเพ้นท์โลโก้โค้กตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย สาวๆ หลายคนพยายามหาส่วนให้เพ้นท์ เช่น หัวไหล่ เลยต้องถอดเสื้อท้าอากาศเย็นๆ ให้เพ้นท์กัน (หนุ่มๆยืนดู) เพลินๆ ค่ะ และในวันที่เราไปตรงกับวันคล้ายวันเกิดโค้ก อายุครบ 125 ปีพอดี ( 8 May 2010) เลยมีกิจกรรมสุดสนุก ให้เราอวยพรวันเกิดโค้ก Happy Birthday Coke เวอร์ชั่นภาษาจีน และมีเครื่องมือวัดระดับเสียงว่าถึงระดับที่ผ่านรึยัง ถ้ายังก็ต้องตะโกนให้ดังผ่านด่านก่อนเข้าไปใน pavilion ค่ะ  ที่ทำให้เราสนุกคือ โค้ก หรือ โคคา-โคล่า ในภาษาจีน เค้าออกเสียงว่า “เข๋วโข๋วเข่อเล่อ” ทำให้นึกถึงตลกเมืองไทย ที่ชอบมีมุขว่า “เหวอเข๋วเวิ้วววว” แฮ่ๆ

พอเข้าไปใน pavilion ก็มีมุมของสะสมเรียงราย ถูกใจนักสะสมอย่างแน่นอนค่ะ ระหว่างยืนรอที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ จะมีประวัติโค้กให้อ่านกัน พร้อมวีดีโอค่ะ

vinegargirl-w-13

ภาพบน – ล่าง จาก ซ้าย – ขวา (ทำให้ยากไปไหมคะ จริงๆ จะอธิบายอยู่แค่ 3 รูป 55555)
ในช่วงเย็นมีโชว์จาก วัง ลี ฮอม และ K’Naan ที่มาร่วมโชว์เพลงโค้ก และร้องเพลง Happy Birthday ให้โค้กด้วยค่ะ จริงๆ แล้ว การแสดงบนเวที มีหลากหลายศิลปินของจีนค่ะ (แต่วีนิก้าเกิร์ลไม่ค่อยรู้จัก แฮ่ๆ – -”)  รวมทั้ง Happiness Ambassador ของ Coca-Cola ที่ผ่านการโหวตจากทั่วโลกอีกด้วยค่ะ
ภาพกลุ่มหนุ่มสาวเกาหลี (หน้าตาน่ารัก) มาทำ ad บรื๊อออออออ ของตัวเอง กลุ่มนี้สนุกๆ มากๆ และต้องดื่ม และสั่น อยู่หลายเทค กว่าจะลงใน ad แบบพอดีๆ ค่ะ เรียกเสียงฮาได้ดีทีเดียวค่ะ ^_^
และภาพปลากรอบ ( <- เห็นน้องๆ เค้าชอบเขียนกันแบบนี้ อยากจะบอกว่าปลากรอบไม่มี เอาปลาทอดแทนก่อนได้ป่าวคะ แฮ่ๆ)
และภาพประกอบ บรรยากาศใน Coca-Cola Pavilion ค่ะ

จากนั้นก็ถึงเวลาเข้าโรงหนังค่ะ เราได้ดูหนัง Happiness Factory เวอร์ชั่นพิเศษที่ทำมาเพื่อ World Expo โดยเฉพาะค่ะ โดยในหนังจะเล่าให้เห็นว่าเมื่อมีคนมาหยอดเหรียญตู้โค้กแล้ว เบื้องหลังของตู้จะเป็นเืมืองอีกเมืองหนึ่ง ที่ผลิตโค้กออกมา 1 ขวดเพื่อให้เราได้ดื่มกันนั้น ต้องทำงานกันอย่างไรบ้าง (อันนี้จะเป็นเหมือนหนังโฆษณาที่เราะเคยเห็นกันบ้างแล้วนะคะ)  ซึ่งหนังจะเล่าผ่านตัวการ์ตูนที่น่ารักๆ ผลิตโค้กออกมาจากตู้ และหนังใน World Expo จะเล่าให้ฟังเพิ่มเติมไปอีก เมื่อเวลาที่เครื่องมือที่ผลิตโค้กใน Happiness Factory เกิดไม่ทำงานขึ้นมา พระเอกของเรา (ตัวการ์ตูนสีฟ้า คอยาวๆ) ต้องออกเดินทางยากลำบาก เพื่อไปยังดินแดนที่เป็นต้นกำเนิด ซึ่งพระเอกของเราก็พกโค้กใส่ขวดเล็กๆ ไป เพื่อที่จะเอาโค้กในขวดเล็กๆ ในไปเติมเพื่อให้เครื่องมือทำงานต่อได้ แต่ระหว่างเดินทางลำบากกกมากกกกก.. เหนื่อยไงคะ… พระเอกของเราเลยเผลอไผล เปิดผอบ (ผะ-อบ <- ไม่ช่ายยย จันทรโครบ!!) เปิดขวดโค้กมาดื่มซะงั้น!?!?  ดื่มเสร็จแล้วแอบทำหน้า guilty ไม่พอ ดันเผลอ เรออออ ซะเสียงดันลันป่า แล้วเรื่องฮาๆ ก็เกิดขึ้นค่ะ อิอิ

วีนิก้าเกิร์ล กลัวนึกภาพไม่ออก เลยขอเอาหนังโฆษณามาให้ดูกันด้วยค่ะ

พอดูหนังเสร็จ เดินออกมาก็เจอทางทำเป็นช่องแนวยาวๆ ปล่อยขวดโค้กออกมา อารมณ์เหมือนอยู่ใน Happiness Factory ค่ะ แล้วทุกคนก็ชิมโค้กเย็นเจี๊ยบบบบบบกันค่ะ แถมด้วยโค้กที่ได้ชิมนี้ เป็นโค้กแบบพิเศษ Super Chill ซึ่งจะมีวิธีทำ ก่อนที่จะดื่มอีกด้วยค่ะ โดยจะต้องบิดฝานิดนึง พอให้ได้ยินเสียงความซ่าในขวด แล้วปิดฝากลับเข้าไป   แล้วก็กลับหัว ให้ปากขวดอยู่ด้านล่าง แล้วสลับกลับมา พอเปิดอีกที โค้กที่อยู่ในขวดจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ด้านบนค่ะ อารมณ์เหมือนไอซี่ ที่เราเคยทานตอนเด็กๆ (น้องๆ หลายคนบอกว่าเกิดไม่ทัน อันนั้นมันนานมากกกกกกเลยค่ะ)  แต่แอบกระซิบว่า ขวดที่ วีนิก้าเกิร์ลได้ลอง คงเขย่าเยอะไปหน่อย เกล็ดน้ำแข็ง ของเราเลยไม่เกิดค่ะ แฮ่ๆ

นอกเหนือจากความเป็น Super Chill แล้ว ความพิเศษอยู่ตรงขวดที่ใส่ด้วยค่ะ เพราะเป็นขวดแบบ Plant Bottle ที่มีส่วนประกอบของวัตถุดิบที่เป็นพืช 30% และปั๊มลายนูนตรงขวด และไซส์พิเศษขวดเล็กๆ น่ารักด้วยค่ะ ซึ่ง Plant Bottle นี้หล่ะค่ะ ที่โค้กให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง recycle เพื่อ Better City, Better Life ตามธีมงานครั้งนี้ค่ะ

ส่วนมุมสนุกๆ สุดท้ายก่อนออกจาก Coke Pavilion คือ มุมที่ให้คนมาร้องบรือออออ เหมือนทำหนังโฆษณาที่มีเราแสดงค่ะ  ในเมืองไทยก็มี ad ด้วยนี้เหมือนกันค่ะ ที่มีชายหนุ่มผิวสีร่างท้วม มาร้อง Brrrrrrrrr แล้วทำตัวสั่นๆ อ่ะค่ะ  พอเราร้องบรือออออ พร้อมทำตัวสั้นๆ <- เอ่อ… อันนี้ไม่ต้องทำค่ะสั้นอยู่แล้ว! สั่นก็เสร็จ เค้าก็จะส่ง ad เวอร์ชั่น บรื๊ออออออส์เอง สั่นเอง ให้เราทางอีเมล์ค่ะ

พอออกมาก็เจอมุมขายของที่ระลึก มีขวดโค้กสีทองถูกใจวีนิก้าเกิร์ลเป็นอย่างยิ่ง เดินออกจาก Coke Pavilion ก็กระเป๋าเบากันไปค่ะ อิอิ ^_^
ใครมีโอกาสมางาน World Expo ขอแนะนำให้มาที่ Coca-Cola Pavilion ค่ะ นอกจากสนุกสนานแล้ว ทุกมุมสีสันสดใส ถูกใจคนที่ชอบถ่ายรูปแน่นอนค่ะ ^_^

vinegargirl-w-14

Comments (3)

World Expo 2010 : Better City, Better Life

World Expo 2010 : Better City, Better Life

Posted on 23 May 2010 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าาา หายหน้าหายตาไปคราวนี้ มีเรื่องกลับมาเล่าให้สาวๆ ฟังเยอะเชียวค่ะ เมื่อต้นเดือน (6-9 May 10)  วีนิก้าเกิร์ล ได้มีโอกาสไปงาน World Expo 2010 ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนมาค่ะ (Expo 2010  Shanghai, China) สำหรับ concept ของ World Expo ครั้งนี้ คือ Better City, Better Life ค่ะ  ก็จะเป็นกลิ่นอายของการนำเสนอผ่านคอนเซ็ปต์ การทำอย่างไรให้เมือง และ คนมีชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ งานในครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากๆ จริงๆ ค่ะ และมีประเทศต่างๆ รวมทั้งองค์กรชั้นนำของโลก มาร่วมงานครั้งนี้ กว่า 242 ประเทศกันเลยทีเดียวค่ะ ^_^

vinegargirl-w-05

Note : ภาพใหญ่ China Pavilion
ภาพเล็กจากซ้าย – ขวา : 1) เห็นหมีมั้ยคะ? อิอิ หมียักษ์สุดเดิ้นสีเงิน น้องหลินปิงมาเห็นคงร้องอยากได้   2)  World Expo 2010 Passport 3) เรือข้ามฝากสุดเจ๋ง เทียบท่าแบบแนบขนานชิดติดขอบ ไ่ม่ต้องวัดใจเหมือนเรือข้ามฝากบ้านเราค่ะ

ขอเปิดด้วยรูปของ China Pavilion ที่หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีนะคะ ถ้าสังเกตจากรูปด้านบนดีๆ จะเห็นว่าขนาดของ Pavilion ใหญ่อลังการมากกกกกค่ะ เทียบกับขนาดของคนแล้ว เล็กกระจิ๋วเดียวเองค่ะ ต้องบอกว่าจีนทำได้ดีมากสำหรับการจัดงานครั้งนี้ค่ะ เพราะจัดบนเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ค่ะ littleshock-3 ฟังแบบนี้บางคนอาจนึกภาพไม่ออกนะคะ ไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบกับสนามฟุตบอลได้ถูกรึเปล่า (เพราะปกติไม่เตะบอลค่ะ แฮ่ๆ)  ถ้าจะบอกว่าเท่ากับประมาณ 6,000 สนามฟุตบอลค่ะ  โดยพื้นที่จัดงานครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ฝั่งค่ะ มีแม่น้ำคั่นกลาง อารมณ์เหมือนกรุงเทพฯ เรานั่้นเองค่ะ ซึ่งการข้ามแม่น้ำหวงผู่ (ขนาดกว้างใกล้เคียงกับเจ้าพระยาบ้านเราเลยค่ะ) ไป-กลับงานทั้ง 2 ฝั่ง ได้ทั้งทางเรือ และรถไฟใต้ดินค่ะ  ภายในงานก็จะมีรถไฟใต้ดิน และรถบัสโดยสารไปยังโซนต่างๆ อีกด้วยค่ะ

Gimmick น่ารักๆ ของงาน World Expo เค้าก็จะมี passport (ราคา 30 หยวน = 160 บาท) ขายในร้านขายของที่ระทึก เอ้ย! ระลึก ใ้ห้นักท่องเที่ยว เอาไปประทับตราของ Pavilion ต่างๆ ที่เราแวะเวียนไปเยี่ยมชมค่ะ ตัววีนิก้าเกิร์ลเอง ตอนแรกก็ไม่ทราบว่ามีเจ้า passport นี้ ผ่านไปช่วงบ่าย เห็นนักท่องเที่ยวทั้งหลาย เบียดเสียดขอประทับตรา จึงได้รู้ว่าเราขาดสิ่งนี้นั่นเองงงงงงง!  เลยต้องไปควานหาเจ้า passport ตามร้านขายของที่ระทึก (ขอเล่นอีกรอบ) ซึ่งตอนหลังขายหมดเกลี้ยง และไปไล่ขอประทับตรา Pavilion ที่ไปมาแล้วค่ะ

vinegargirl-w-01

Note : ภาพใหญ่ Republic of Korea Pavilion ชอบมากเลยค่ะ สีสันสดใส สมกับเป็นเกาหลีจริงๆค่ะ
ภาพเล็กจากซ้าย – ขวา : 1) Japan Pavilion กับคิวยาวเหยียด เห็นป้ายไฟประมาณเวลาการต่อคิวว่า 3 ชั่วโมงแล้ว คุณน้องไม่ไหวนะคะ sweat1 2)  ด่านแรกคือ คิวรอเข้างาน World Expo ที่มีการตรวจเข้ม เหมือนสนามบินเลยค่ะ  3) Saudi Arabia Pavilion ที่คิวยาวไม่แพ้ญี่ปุ่นค่ะ ขดกันเป็นลำไส้ แถมมีที่เห็นยังแอบมีซุกซ่อนเป็นลำไส้เล็กอยู่ด้านในอีก แต่คุ้มค่ากับการรอคอยค่ะ ^_^

ด้วยไฟลท์กลางดึก ประมาณเที่ยงคืนครึ่ง จากเมืองไทย ถึงเซี่ยงไฮ้ประมาณตี 4  ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วเราก็ออกมาลุยกันเลย ทำให้แบตเตอร์รี่ไม่แรงเท่าไหร่ค่ะ แต่แดดแรงมากกกกกค่ะ การเข้าคิวรอในแต่ละ Pavilion จึงค่อนข้างเป็นเรื่องยากสำหรับเราในวันแรกค่ะ (จะสังเกตได้ในรูปค่ะ ว่ากางร่มต่้อคิวกันถ้วนหน้า)

วันแรกข้าพเจ้าเลยตัดสินใจว่าจะเดินชมสถาปัตยกรรม ของ Pavilion ต่างๆไปก่อน และแวะเยี่ยมเยียน Pavilion ที่คิวดูมีความหวังก่อนค่ะ ต้องบอกว่าแค่เดินถ่ายรูปความสวยงามของแต่ละ Pavilion ก็สามารถทำให้เราหมดพลังงานได้รวดเร็วค่ะ 5555 ฉะนั้นวันแรกเลยขอย่นย่อ itinerary ตามพลังงานของตัวเอง จากแพลนเดิมจะออกจาก Expo ประมาณ 5-6 โมงเย็น แต่เอาเข้าจริง 4 โมงกว่าๆ ก็ถึงโรงแรมซะแว้วววว

ส่วนตัวอยากเข้า Japan Pavilion มากๆ ค่ะ แต่เวลาไม่พอค่ะ ชื่อจริงๆ ของพาวิลเลี่ยนญี่ปุ่นนั้นก็คือ Purple Silkworm Island น้องหนอนไหมสีม่วงนั้น หน้าตาหลังคาจะเหมือน membrane  หรือเยื้อหุ้มเซลล์ (แลดูวิชาการมากๆ) ที่มี solar cells อยู่ด้วยนั่นเองค่ะ ใน guidebook บอกว่าข้างในจะเป็น eco-friendly Breathing organism ค่ะ และก็จะมี showcase ที่เกี่ยวกับมุมมองของชีวิตในเมือง ปี 2020 ค่ะ และก็มีวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น ที่อาศัยอยู่กับธรรมชาติในยุคสมัยใหม่ เทคโนโลยี การอนุรักษ์น้ำ และการรักษาสิ่งแวดล้อมค่ะ ^_^

vinegargirl-w-03-1

Note : ภาพใหญ่ Taiwan Pavilion กับ LED ทรงกลมอันใหญ่ ในโดมชั้นสองของ pavilion ค่ะ เดินผ่านพร้อมอาการตื่นตาตื่นใจค่ะ ^_^

ภาพเล็กจากบน – ล่าง :

India Pavilion กับ สถาปัตยกรรมภายนอกที่งดงาม ดูอลังการค่ะ และเมื่อเราเดินมาเจอ คิวซ้อนกันประมาณ 3 แถว เราเลยหลวมตัวเข้าคิว โดยไม่รู้ว่ามีอีกทบใหญ่ หลบอยู่มุมตึกค่ะ ต่อคิวอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ท่ามกลางแดดที่แผดเผา และคนท้องถิ่น ที่เป็นผู้ผลักดันเรา ไม่ต้องเดินค่ะ แฮ่ๆ แต่เข้าไปก็อึ้งเล็กน้อย เพราะข้างในก็เป็น open air เปิดโล่งรับแดดไม่แตกต่างค่ะ อันตัวเรา คิดว่าจะหนีร้อนมาพึ่งเย็น เหมือนกับ pavilion อื่นๆ ที่มักมีอะไรอยู่ด้านใน เป็นอันต้องแห้วค่ะ จริงๆ มีเหมือนโรงละครเล็กๆ อยู่ด้านในค่ะ แต่ต้องต่อแถวยาว (อีกแล้ว) เราเลยขอนั่งตา กลม.. ตาก ลม และแอบถ่ายรูปคนที่เข้าคิวจากชั้น 2  ให้คนที่ยืนแอบอิจฉาเล่นค่ะ อิอิ

Serbia Pavilion สีสันสดใส และ material ที่คล้ายกับเลโก้อันใหญ่ๆ มาเรียงต่อกันค่ะ  ถ่ายรูปจากข้างนอกสวยมากกกกค่ะ ไม่ได้เข้าไปข้างในค่ะ แฮ่ๆ ส่วนเวลากลางคืน  LED ที่ผนังก็จะทำงาน ยังคงความสดใส ได้ทั้งกลางวัน และกลางคืนค่ะ

Spain Pavilion ที่อลังการไม่แพ้ใคร โดดเด่นกับวัสดุจากธรรมชาติ ที่ออกแบบมาให้เป็นเหมือนตระกร้าสานด้วยมือใบใหญ่ ที่มีโครงเหล็กอยู่ด้านในค่ะ ข้างในจะมี 3 halls ใหญ่ๆ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Origin, City และ Children ค่ะ

vinegargirl-w-04

นอกจากสถาปัตยกรรมที่สวยงามของ Pavilion ต่างๆแล้ว ในงาน World Expo เค้าก็มีมุมธรรมชาติๆ ตกแต่งรอบๆ งานเลยค่ะ ^_^ แถมเค้าให้รายละเอียดกับจุดเล็กๆ อย่าง ลำโพง หรือฝาท่อ ตามทางเดิน เค้าก็ปูหญ้าทับ เพื่อความสวยกลมกลืนค่ะ

ภาพเล็กด้านล่าง ถ้าสังเกตดีๆ จะแอบเห็นสิ่งก่อสร้าง อยู่หลังต้นไม้ค่ะ อันนั้นคือลิฟท์ ที่ขึ้นมาจากรถไฟใต้ดิน ที่ใช้เดินทางภายในงานค่ะ

วันนี้ขออัพเดทแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ เอาไว้จะมาเพิ่มเติม พร้อมกับ อัพเดท World Expo กันต่อ โปรดติดตามตอนต่อไปนะค๊าาาาาาาา Teeth_Smiley

 

Comments (3)

Tags: , , , , ,

สวย เก๋ ใจบุญ กับ iPhone Case เพื่อเฮติ

Posted on 03 February 2010 by keng

หลังจากที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ประเทศเฮติ ผู้คนทั่วโลกต่างหลังไหลเทใจกันไปช่วยเฮติ ด้วยรูปแบบต่าง ๆ กัน ยิ่งในเมืองไทย จะเห็นชัดก็คือ ส่ง SMS หรือบริจาคโดยโอนเข้าบัญชีขององค์กรต่าง ๆ แต่สำหรับสาว ๆ ที่ใช้ iPhone อยู่ ยังสามารถบริจาคไปช่วยเฮติพร้อมกับทำให้ iPhone ของคุณเก๋เพิ่มขึ้นได้อีก โดยการซื้อเคส iPhone จาก Uncommon ที่ดีไซน์โดยศิลปินต่าง ๆ ออกมา 7 แบบ โดยรายได้ 100% นั้นจะส่งไปช่วยผู้ประสบภัยพิบัติที่เฮติทั้งหมด ใครชอบและอยากเก๋อย่างใจบุญ สามารถสั่งซื้อได้ที่ Uncommon ราคาแบบละประมาณ $40 เหรียญเท่านั้น สำหรับดีไซน์ที่เอามาให้ดูนี้ ได้แรงบันดาลใจจากสีสันของตลาดในเฮติ ที่นำมาออกแบบให้เป็น pattern สีแบบนี้  Continue Reading

Comments (1)

New LG Chocolate BL40 – ตามไปดูงานเปิดตัวที่ Hong Kong กันค่ะ

Posted on 29 November 2009 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าาา ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา วีนิก้าเกิร์ลได้รับเกียรติเชิญไปร่วมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ โทรศัพท์มือถือใหม่ล่าสุด LG Chocolate (LG BL40) ไกลถึงประเทศฮ่องกงกันเลยทีเดียวค่ะ พอได้รับการติดต่อมา ก็คงไม่พลาดอยู่แล้วค่ะ เพราะเราก็เคยมี LG Chocolate (KG800) touch screen ดีไซน์สวยเด่น ไว้ในครอบครองเหมือนกันค่ะ

ต้องเรียกว่าถือเป็นเกียรติอย่างสูงค่ะ เพราะวีนิก้าเกิร์ลเป็น blogger คนเดียวในคณะเดินทางทั้งหมด ซึ่งมาจากสื่อต่างๆ ทั้งหมด 10 ท่าน และตลอดการเดินทางได้รับการดูแลอย่างดีจากคุณไนซ์ และคุณแบ้มจาก LG ค่ะ ไม่รอช้า เราไปดูหน้าตาความพรีเมี่ยมของ LG Chocolate Black Label Series BL40 พร้อมภาพบรรยากาศกันเลยดีกว่าค่ะ

LG_BL40_HK_19

เมื่อเดินทางถึงประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2552 เมื่อถึงโรงแรมที่พัก ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่จัดงาน คือโรงแรม Four Season เปลี่ยนชุดเรียบร้อย ก็พร้อมมาร่วมสัมผัส Red Carpet ที่มี celebrities ชื่อดังของเอเชียมาร่วมงาน อย่าง Chi-Ling Lin ดารานักแสดงชั้นนำของไต้หวัน (สาวสวยด้านขวาในภาพ) และ Nadya Hutagalung สาวสวยในด้านซ้ายมือ ที่รั้งหลายตำแหน่งค่ะ เป็นหนึ่งในผู้หญิง ที่ได้รับการโหวตว่าสวยและเซ็กซี่ที่สุดในเอเชีย เธอเป็นตำนานของวีเจ MTV, เป็นพิธีกรรายการ Style Doctor และ Miss Universe Singapore 2005 นอกจากนี้ถึงยังเป็น Jewellry Designer พร้อมทั้งมีไลน์เครื่องประดับในแบรนด์ของเธอเองอีกด้วยค่ะ

LG_BL40_HK_01

LG_BL40_HK_08

นอกจากนี้ LG ยังได้ร่วมกับ Twentieth Century fox ในภาพยนตร์แฟนตาซี 3D เรื่อง Avatar โดยผู้กำกับชื่อดัง James Cameron ซึ่งในงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก Jon Landau ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ มาแนะนำ Avatar เรียกว่าพิเศษเฉพาะกิจ สำหรับ LG อีกด้วยค่ะ และแน่นอนเนื้อหาของ Avatar จะถูกบรรจุอยู่ใน LG Chocolate ทุกเครื่องด้วยค่ะ

LG_BL40_HK_09

บุคคลสำคัญมาร่วมแนะนำประสบการณ์ใหม่ ในการเปิดตัว New LG Chocolate (LG BL40) มือถือพรีเมี่ยมในตระกูล Black Label Series ในครั้งนี้ก็คือ Dr. Skott Ahn ตำแหน่ง President and CEO, Mobile Communications Company LG Electronics (ด้านซ้ายในภาพค่ะ)  และ Mr. Chan Ma ตำแหน่ง Vice President, Marketing Strategy Team, Mobile Communications Company LG Electronics (ด้านขวาในภาพค่ะ)

LG_BL40_HK_12

ซึ่ง Dr. Skott Ahn มาร่วมให้สัมภาษณ์ พร้อมกับ Nadya Hutagalung และ Chi-ling Lin

LG_BL40_HK_15

ส่วน Mr. Chan Ma มาช่วย present ฟังค์ชั่นต่างๆ ในมือถือ LG Chocolate BL 40 พร้อมทั้งได้ร่วมพูดคุยกับ Jon Landau ค่ะ

LG_BL40_HK_03

จากซ้ายไปขวา : Nadya Hutagulung, Dr. Skott Ahn และ Chi-ling Lin ค่ะ

LG_BL40_HK_16

โดยในงานสองสาว ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ของตัวเธอ หลังสัมผัสกับ LG Chocolate BL40 นี้ค่ะ อย่าง Chi-lin Ling ชื่นชอบในความสวย บาง สีดำ-แดง ของ LG Chocolate BL40 ตัวนี้ค่ะ เธอบอกว่า

“LG Chocolate ใหม่กลายเป็นเครื่องประดับแฟชั่นชิ้นโปรดของฉัน ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูลงตัวกับทุกอย่าง ไม่ว่าฉันจะใส่กางเกงยีนส์ หรือชุดราตรี LG Chocolate ที่มีสีดำเงา และขอบเส้นสีแดง จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่โดดเด่นได้อย่างทันตา”

LG_BL40_HK_18

ในขณะที่ Nadya Hutagulung (นาเดีย ฮูทากาลัง) ได้รับแรงบันดาลใจจาก LG Chocolate รุ่นนี้ ออกแบบต่างหูดีไซน์สวย ที่เธอใส่มาร่วมงานในครั้งนี้อีกด้วยค่ะ  กระซิบว่าวีนิก้าเกิร์ลได้รับเกียรติจาก Nadya ได้ร่วมพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว ถึงผลงานจิวเวลรี่ที่เธอออกแบบมาพิเศษสำหรับงานนี้อีกด้วยค่ะ เอาไว้ตอนหน้าจะนำภาพ พร้อมกับเล่าเรื่องที่พูดคุยให้ฟังอีกทีค่ะ ต้องบอกว่าประทับใจสุดๆ ค่ะ ^_^

LG-Chocolate-BL40

LG_BL40_HK_11

เล่าให้ฟังยาวซะขนาดนี้ คงไม่พูดถึง LG Chocolate BL40 ไม่ได้แล้วนะคะ

Unconventional View

  • กับหน้าจอ HD LCD กว้าง 4 นิ้ว ทำให้ง่ายในการท่องเว็บไซต์ พร้อม HSDPA 7.2 ที่ทำให้ใช้งาน internet และ email รวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ
  • เห็นหน้าจอกว้างๆ แบบพาโนรามานี้ พร้อมกับมี Avatar มาให้ในเครื่อง ย่อมทำให้เราสามารถ สนุกกับ multi-media ได้ในแบบมุมมองที่กว้าาาาาางงงงขึ้นค่ะ
  • จอ LCD ที่กว้างกว่า ทำให้ Dual Screen UI แสดงคอนเทนท์ที่แตกต่าง ได้พร้อมๆ กับถึง 2 ส่วนค่ะ

Unconventional Design

  • กับดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ LC Chocolate ที่ส่วนตัววีนิก้าเกิร์ลเองชื่นชอบอยู่แล้วนะคะ กับรูปทรงที่บาง สีดำเงา พร้อมเส้นตัดสีแดง ให้ลุคหรูเป็นที่สุดค่ะ
  • กระจกไร้รอยต่อ ทนต่อรอยขีดข่วนได้ทั้งตัวเครื่องค่ะ
  • หน้าจอกว้าาาางงง เพิ่มพื้นที่แสดงผลที่มากกว่า ทำให้สามารถใช้ฟังก์ชั่ UCC customization เพื่อแสดงสไตล์ส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ค่ะ

Unconventional Usability

  • เนวิเกชั่นระบบสัมผัส ที่ใช้ง่ายด้วย S-Class UI ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นของ LC พร้อมกราฟิค 3D ที่ตอบสนองทันใจ และเข้าถึงง่ายค่ะ
  • เพิ่มความสะดวกสูงสุด ให้แ่ก่ผู้ใช้ด้วยฟังก์ชั่น Copy & Paste ของคอมพิวเตอร์พีซี เพื่อให้เราสามารถจัดการกับคอนเทนท์ด้วยปลายนิ้วสัมผัสค่ะ
  • Dual Pulse Game Control ให้ประสบการณ์การเล่นเกมส์ ที่สมจริงเหมือนเล่นจากเครื่องเล่นเกมส์ค่ะ

Comments (3)

Tags: , ,

Blackberry Storm สมาร์ทโฟนโดนใจ

Posted on 08 November 2009 by keng

Girl Gadget กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ผมได้รับเครื่อง Blackberry Storm มาทดสอบได้สักพักใหญ่แล้ว เพิ่งได้มีโอกาสเขียนรีวิวให้กับสาว ๆ ได้อ่านกันครับ เพื่อช่วยในการตัดสินใจสำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนคู่กระเป๋าสะพาย เพราะช่วงนี้มีสมาร์ทโฟนออกมาในตลาดหลายรุ่นหลายแบบ ทำให้บางครั้งสาว ๆ อาจตัดสินใจลำบาก อันนี้ก็ชอบ อันนั้นก็ใช่ จริงไหมครับ

stormว่าแล้วก็เข้าเรื่องกันเลยครับ หลังจากที่ได้รับเครื่อง Blackberry Storm มาแล้ว ก็ได้ลองสัมผัส จับดูแล้ว ครั้งแรกที่ผมได้ลองใช้หน้าจอ touch screen ของ Blackberry Storm รุ่นนี้ รู้สึกว่าใช้แล้วไม่คุ้นเคย เพราะว่าหน้าจอ touch screen ที่ว่าของ Blackberry Storm นั้นเป็นระบบ Sure Press คือสัมผัสได้ แต่เวลาจะคลิกหรือจะให้ฟังค์ชั่นมันทำงาน ต้องกดหน้าจอลงไป มันจะบุ๋ม ๆ ลงไปทั้งหน้าจอ แต่นี่แหละที่เค้าเรียกว่าระบบ Sure Press คือไม่เหมือนหน้าจอ touch screen แบบอื่นที่บางครั้งเราจะเผลอไผลไปกด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจกด ทำให้ touch screen แบบ Sure Press ของ Blackberry นั้นได้เปรียบตรงจุดนี้ คือกดไม่ค่อยผิดนั่นเอง พอผมใช้ไปได้ซักวันสองวัน ก็เริ่มคุ้นเคย และใ้ช้หน้าจอแบบนี้ได้คล่องตัวขึ้นเยอะเลย

สำหรับมุมอื่น ๆ ในการใช้งาน Blackberry Storm ที่ผมชอบก็คือ key pad ภาษาไทย พบว่าใช้งานได้ง่าย ๆ พิมพ์คล่องมือทีเดียว เมื่อลองเที่ยวกับแป้นภาษาไทยของ iphone แล้ว พบว่าแป้นภาษาไทยของ Blackberry Storm ใช้ง่ายกว่ามาก เป็นเพราะมีสามแถว แล้วแต่ละแป้นมีตัวอักษรหลายตัว เวลาจะเลือกตัวไหน ก็กดแป้นเดิมซ้ำ ๆ จนได้ตัวอักษรที่ต้องการ เรียกได้ว่าคล้าย ๆ พวกการกดตัวอักษรบนแป้นของโทรศัพท์มือถือ รุ่นทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ ที่ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคย ต้องยกนิ้วให้การออกแบบแป้นภาษาไทยของ Blackberry Storm เลยทีเดียวครับ

จุดต่อมาที่เป็นเอกลักษณ์ของ Blackberry Storm ก็คือ Push Mail ซึ่งผมคิดว่าเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้กับการทำงาน หรือนักธุรกิจต่าง ๆ สำหรับสาว ๆ ที่ต้องใช้งานอีเมล์ตลอดเวลานั้น Push Mail ก็ช่วยให้เราไม่พลาดในการติดต่อเลย แต่หากใครที่ขี้เกียจจะติดต่อเรื่องงานเวลาออกไปนอกออฟฟิสแล้วละก็ ต้องทำใจ เวลาที่จะมีอีเมล์เข้ามาหาคุณทางโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา อิ อิ

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่ฮิตมากในหมู่ celeb ต่าง ๆ ก็คือ BB Message ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของ Blackberry เลยทีเดียว ที่คุณสามารถแลก pin กับเพื่อน ๆ ที่ใช้ Blackberry ด้วยกัน ทำให้สามารถคุยกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าโทร โดยการพิมพ์ text คุยกัน ซึ่งตอนแรกคิดว่าไม่ค่อยได้ใช้ BB Message ซักเท่าไหร่ แต่ไปไปมามากลายเป็นว่า เป็นฟังค์ชั่นที่ใช้บ่อยมากเลยทีเดียว :)

ชมมาหลายอย่างเดี๋ยวจะหาว่าผมชมอย่างเดียว Blackberry Storm เองก็ยังมีบางจุดที่ต้องยอมรับว่ายังไม่ถูกใจผมนัก เช่นเรื่องการใช้งานเว็บไซต์ คือใ้ช้งานแล้วรู้สึกว่าไม่คล่องมือ เหมือนกับเวลาที่ลองใช้เว็บใน iphone น่ะครับ แต่ต้องเรียกว่าเว็บใน Blackberry Storm สามารถใช้งานได้ ถ้าไม่ได้ใช้งานเว็บบ่อย ๆ ก็คงพอจะโอเค แต่ถ้าคนที่ใช้เว็บในมือถือเป็นประจำแล้ว ผมว่า Blackberry Storm ยังทำได้ไม่ดีนักในจุดนี้

อีกจุดหนึ่งที่ต้องขอติก็คือ เรื่องแบตเตอรี่ที่หมดไวมาก หากใช้งานเยอะ ๆ แต่ก็ติมากไม่ได้ เพราะพอไปลองสมาร์ทโฟนตัวอื่น ๆ เช่น iphone ก็แบตเตอรี่หมดเร็วเหมือนกัน หากใช้งานหนักหน่วง เรียกได้ว่าผมคงใช้งานมันเยอะไปแน่ ๆ เลยพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก

สรุปก็คือ Blackberry Storm ก็น่าจะเหมาะกับสา ว ๆ นักธุรกิจ หรือสาว ๆ ที่ชอบแชทเป็นชีวิตจิตใจ เพราะ push mail และ bb message ที่เป็นทีเด็ดของ Blackberry นั้นทำได้ดีจริง ๆ รวมทั้งคนที่เล่น twitter หรือ facebook ในมือถือเยอะ ๆ ก็น่าจะใช้งานได้คล่องตัวไม่ติดขัด แต่ไม่เหมาะกับคนที่เอามาเล่นเว็บจริง ๆ จัง ๆ นะครับ การเลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเรา อย่าไปเลือกตามเพื่อนมากครับ ขอให้สาว ๆ เจอสมาร์ทโฟนคู่ใจเร็ว ๆ นะครับ

Comments (1)

Tags: , ,

Vibrating Bluetooth Bracelet

Posted on 22 July 2009 by keng

สวัสดีจ้าสาว ๆ ครั้งนี้ Girl Gadget มีของเก๋ ๆ มาฝากอีกเช่นเคย งานนี้เรามี “กำไลบลูธูท” ที่มาช่วยให้สาว ๆ แก้ปัญหาเรื่องที่เวลามีโทรศัพท์เข้ามา แล้วเราไม่ได้ยิน หรือไม่รู้สึกเลยว่ามันสั่น เพราะโทรศัพท์ของเราดันอยู่ในกระเป๋าถือ โดยเฉพาะเวลาที่เราเดินช้อปปิ้งอย่างสบายใจอยู่นั่นเอง แต่เจ้ากำไลบลูธูทนี่เอง ที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ เพราะมันจะสั่นอยู่บนข้อมือเรา เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามานั่นเอง

bluetooth-bracelet-full

สำหรับหน้าจอแบบ LCD นี้ก็จะทำหน้าที่โชว์เบอร์ที่โทรเข้า และเราสามารถกดปุ่มรับสายจากกำไลได้ทันที และอีกฟังค์ชั่นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ระบบเตือนเมื่อกำไลนี้อยู่ห่างจากโทรศัพท์ของคุณเกิน 5 เมตร เหมาะมากหากสาว ๆ โดนล้วงกระเป๋าขโมยโทรศัพท์ไป เราก็จะรู้ได้จากกำไลของเรานี่เอง สนนราคาเพียง 49.90 เหรียญสหรัฐเท่านั้นเองจ้า

แหล่งข้อมูล mobile.brando.com.hk

Comments (2)

Tags: , , , ,

แฟชั่นเน็ตบุ๊ค Vivienne Tam HP

Posted on 17 March 2009 by keng

viviennetam-clutch.jpgเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่มาปีนี้ ยังเห็นว่าเป็นเน็ตบุ๊คที่ยังดูสวยที่สุด และเหมาะกับสาว ๆ ชาว Vinegar Girl เป็นแน่แท้ คุณอ้อมเลยมีสายตรง สั่งด่วนว่า ให้เขียนถึงเน็ตบุ๊ค รุ่นพิเศษ Vivienne Tam จาก HP ให้สาว ๆ กันหน่อย เพราะมันสวยจริง ๆ

โดยเน็ตบุ๊คขนาด 10 นิ้วรุ่น Vivienne Tam Special Edition จาก HP นี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างแฟชั่นดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง วิเวียน แทม มาออกแบบโน๊ตบุ๊คเป็นครั้งแรก และสิ่งที่เราเห็นอยู่เบื้องหน้า ก็คือเน็ตบุ๊คที่สวยกิ๊ง ไม่ตกยุค แม้ถึงวันนี้จะผ่านมาครึ่งปีแล้ว ผมยังไม่เห็นเน็ตบุ๊ครุ่นไหน สวย และเหมาะกับสาว ๆ มากไปกว่ารุ่น Vivienne Tam นี้เลยครับ

การออกแบบของวิเวียน แทม ได้ออกแบบให้เน็ตบุ๊ครุ่นนี้มีสีแดงสะท้อนแสง และวางลวดลายของดอก peony ซึ่งดูแล้วอินเทรนด์ได้ ทั้งชาวเอเชีย และชาติตะวันตกเลยทีเดียว ผมเคยเห็นตัวจริง ๆ ของเน็ตบุ๊ครุ่นนี้ โชว์อยู่ในแผนกเครื่องสำอาง ที่ Zen แล้วครั้งหนึ่ง สวยจริง ๆ ครับ

ล่าสุดทาง HP บอกว่า นี่คือ Digital Clutch ซึ่งสามารถให้สาว ๆ ถือไปไหนมาไหน ดูคล้ายกระเป๋าถือสวยเก๋ ได้อย่างไม่อายใคร สนนราคาแอบไปเดินดูมา เห็นว่าเริ่มต้นที่ 25,xxx บาท สาวๆ คนไหน ถูกใจ รีบไปสอยกันมาสวยได้แล้วจ้า

Comments (3)

Tags: , ,

Notebook จิ๋ว หิ้วแล้วสวย

Posted on 04 August 2008 by keng

สวัสดีครับ ด้วยที่คุณอ้อม อยากให้เปิดต้นสัปดาห์วันนี้ ด้วยเรื่องของ Girl Gadget ผมเลยต้องกลับมาประจำการ และเรื่องที่นำมาเล่าให้ฟังกันวันนี้ เป็นเพราะคุณอ้อม บ.ก. ใหญ่ของ Vinegar Girl ร่ำ ๆ มาว่า อยากได้โน๊ตบุ๊กเครื่องจิ๋ว ๆ เพราะเธอเริ่มเมื่อยหัวไหล่ จากการแบกโน๊ตบุ๊กไป present งาน Continue Reading

Comments (10)

Lovely Gifts for My Lovely Mom

Posted on 12 August 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีวันพิเศษวันนี้ “วันแม่” ค่ะ และเป็นวันคล้ายวันเกิดของสาวสวยว่าที่ด๊อกเตอร์ น้องเบส ขอให้มีความสุขมากๆ นะค๊า..ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยดลบันดาลให้ น้องเบส และคุณแม่ รวมถึงคุณแม่ของผู้อ่านทุกๆ ท่าน มีแต่ความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง และประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านนะค๊า ^_^

เรื่องของวันนี้จริงๆ คิดไว้ว่าจะขึ้นเมื่อวันศุกร์หน่ะค่ะ แต่อยากอวยพรให้ตรงวันแม่ รวมทั้งวันเกิดน้องเบส เลยยกยอดมาเป็นวันนี้แทนค่ะ นำภาพของขวัญภาพสวยๆ ให้ดูเป็น idea กันไว้ สำหรับใครที่คิดอยากจะมีของขวัญพิเศษๆ ให้คุณแม่ แต่ยังนึกไม่ออกละกันนะคะ จริงๆ แล้วคุณแม่ไม่ต้องการอะไรเป็นพิเศษ นอกจากเราเป็นลูกที่น่ารักของคุณแม่ และเป็นคนดีของสังคมหรอกนะคะ แค่เดินไปหาท่านมือเปล่าๆ แล้วก็เอามือประกบกัน…กราบลงบนตัก แถมด้วยหอมแก้ม แล้วกอดแน่นๆ อีก 2 ที เท่านี้ท่านก็ชื่นใจแล้วค่ะ ^_^ 

ป.ล. : ลองเข้าไปดู trend สีเล็บสวย ใน luxplaywithbeauty.com กันค่ะ และ อัพเดทเรื่องเซลๆ กันได้ที่ Sales Calendar เพื่อจะได้ของขวัญราคาพิเศษถูกใจคุณแม่ และประหยัดตังค์ค่ะ และน้อง Pui_n* ฝากบอกมาว่า

เครื่องสำเอาง Nars ลด15% นะคะ ฉลองครบรอบสองปีในเมืองไทย
ส่วนในเซ็นทรัล nars ลดเพิ่มอีก10% คะ
เฉพาะแป้งนะคะเป็น25%
รีบไปดูกันเร็วๆๆๆนะคะ ^^

vinegargirl-presents-for-mom.jpg

อย่างที่บอกค่ะ ว่าไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรแพงๆ ให้สิ้นเปลืองนะคะ ถ้าเป็นต้นมะลิสักต้นแทนพวงมะลิ นอกจากจะคงทนกว่าแล้ว ยังเป็นการเพิ่มต้นไม้ช่วยโลก(ที่ร้อนๆ) ด้วยนะคะ ^_^  สำหรับของที่เอามาให้ดูวันนี้ เป็นตัวอย่างภาพสวยๆ ที่เราสามารถหาได้ในราคาย่อมเยาค่ะ

  1. ต่างหูมุก เป็นสิ่งที่ vinegargirl มักจะคิดเป็นอันดับแรก เพราะคลาสสิค สามารถใช้ได้หลายโอกาสค่ะ [ในภาพ ต่างหูมุกจาก Mikimoto ]  สำหรับงบน้อยๆ เราลองดูที่เคาน์เตอร์เครื่องประดับในห้างสรรพสินค้าค่ะ เป็นมุกสังเคราะห์แต่สวยไม่แพ้มุกธรรมชาติค่ะ
  2. กระเป๋าสตางค์ใบยาว ที่สามารถใส่บัตรได้เยอะ และมีซิบปิดอีกชั้น กันเงินคุณแม่หล่น (เพื่อความปลอดภัยต่อเงินค่าขนมของเราด้วย อิอิ) แบบนี้คิดว่าน่าจะถูกใจคุณแม่หลายๆ คนนะค๊า [ ในภาพ กระเป๋าสตางค์หนังแก้ว จาก Louis Vuitton ]
  3. นาฬิกาสายหนัง เรียบง่ายแต่คลาสสิคค่ะ ของขวัญชิ้นนี้ อาจต้องเซ็ตงบประมาณกันสูงหน่อยนะคะ [ จากภาพ นาฬิกาสายหนัง จาก Hermes ]
  4. กระเป๋าแบบพับได้ ให้คุณแม่พกไว้เวลาเดินทางค่ะ อันนี้คิดว่าลูกๆ หลายคนคงหวังผลด้วย เวลาที่คุณแม่ไม่ใช้ ก็เอามาใส่ของถือเดินเล่นได้ อิอิ (รู้สึกว่าจะฮิตเหลือเกินในบ้านเราตอนนี้นะคะ) กระเป๋าแบบนี้ เราสามารถหาซื้อที่ราคาถูกกว่าได้นะคะ แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย อย่าง Flynow ค่ะราคาประมาณพันกว่าบาทค่ะ [ ในภาพ กระเป๋ารุ่นคลาสสิคตลอดกาล รุ่น Le Pliage จาก Longchamp ค่ะ ]
  5. ปากกา เอาไว้ให้คุณแม่พกพา เวลาที่คุณลูกจูงไปช้อปจนต้องเซ็นบัตรเครดิต (คุณแม่ อ่านมาถึงตรงนี้บอกว่า “คุณลูกไม่ต้องลำบากซื้อของขวัญมาให้แม่ก็ได้จ้ะ..((เพราะของขวัญแต่ละอย่างที่ให้มานี่ มีหวังผลต้ะ-หลอดดด!!)) แฮ่ๆ ล้อเล่นนะค๊า shy.gif  )  เอาใหม่นะคะ!..ปากกาสวยๆ ให้คุณแม่พกไว้ใช้ จะได้คิดถึงคุณลูกต่างหากค๊า…อิอิ [ ในภาพ ปากกาจาก Mont Blanc ]
  6. แว่นกันแดดทรงเก๋ สำหรับให้คุณแม่ใส่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ หรือใส่ขับรถ (ไปเก็บค่าแชร์…อุ้ย! ไม่ใช่แม่ชม้อยนะเคอะ!! <- เล่นมุขบ่งบอกวัยอีกแล้น! sweat11.gif )  แว่นกันแดดยี่ห้อไหนไม่สำคัญเท่าต้องป้องกันรังสี UV ได้นะค๊า [ แว่นกันแดดจาก Carolina Herrera ]
  7. สร้อยคอสวยๆ อันนี้มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ ตั้งแต่แผนกเครื่องประดับสตรีในห้าง จนถึงตลาดนัดเลยค่ะ แค่เลือกแบบเก๋ๆ ก็พอค่ะ [ ในภาพ สร้อยคอจาก Chloe ]
  8. แหวนประดับพลอย สำหรับคุณลูกเลือกแหวนมุก แหวนพลอยแท้ หรือเทียม ให้คุณแม่ใส่เล่นๆค่ะ ส่วนแหวนเพชรนั้นเอาไว้ให้เป็นหน้าที่ของคุณพ่อ แฮ่ๆ [ในภาพ แหวนจากคอลเลคชั่น Mademoiselle จาก Chanel ค่ะ ]
  9. กำไลข้อมือ ไม่ว่าจะเป็นสร้อย หรือกำไล มีให้เลือกได้ตั้งแต่ราคาไม่สูงมาก คล้ายๆ สร้อยคอค่ะ [ ในภาพ กำไลข้อมือประดับคริสตัล จาก Swarovski ค่ะ ]
  10. กระเป๋าใส่ Jewelry สำหรับเดินทางค่ะ สิ่งนี้แนะนำค่ะ แนะนำ! คิดว่าถูกใจคุณแม่แน่ๆ ไม่ว่าคุณแม่จะไปงานเลี้ยงตอนเย็น หรือว่าเดินทางไปส้มนานอกสถานที่ ต้องพกเครื่องประดับเอาไว้เผื่ออยู่แล้วค่ะ สิ่งนี้ทำให้คุณแม่ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยในกระเป๋าค่ะ [ กระเป๋าใส่เครื่องประดับจาก Coach ค่ะ ]
  11. รองเท้าส้นแบน สำหรับใส่เดิน-ขับรถสบายๆ รักษาสุขภาพของหลังคุณแม่ด้วยค่ะ [ รองเท้าจาก Michael by Michael Kors ค่ะ]

และยังมีของขวัญอีกมากมายหลายอย่างเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง น้ำหอม ผ้าพันคอ เครื่องครัว ชุดชาม จาน แก้วน้ำ โอ้ววว! เยอะแยะค่ะ คิดว่าคุณลูกคงรู้ใจคุณแม่กันอยู่แล้วนะค๊า ^_^

Comments (2)

แนะนำสปา ราคาสบายๆค่ะ

Posted on 07 June 2007 by Vinegar Girl

ขอบคุณทุกๆ คนนะค๊า..ที่ช่วยกันแนะนำผ่านมาทาง comments ของเรื่องที่แล้ว วันนี้มาต่อกันที่อีก 1 คำถามจากน้อง Pato ค่ะ เรื่องสปาราคาประหยัด สำหรับการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว จากคราวที่แล้ว มีน้อง fon ช่วยแนะนำผ่าน comment เข้ามาดังนี้ค่ะ

แนะนำคอร์สเจ้าสาวค่ะ โดยส่วนตัวยังไม่เคยใช้บริการนะคะ เลยไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นยังไง แต่เห็นว่าเค้ามีคอร์สเจ้าสาวด้วยเลยแนะนำมา เผื่อว่า..จะได้หาข้อมูลจากคนที่เคยใช้บริการมาแล้วได้ค่ะ
http://www.siriumbeauty.com/
http://www.weddingsquare.com/avantispa/

เคยเข้าไปดูใน weddingsquare เหมือนกันค่ะ เห็นมีร้านที่แนะนำอยู่ 2 ร้านในเมนูด้านซ้ายค่ะ แต่ตัวเองก็ยังไม่เคยลงคอร์สแบบเต็มรูปเพื่องานพิเศษแบบนี้ค่ะ โห่ ฮิวววววว โห่ ฮิ้วววววว ……… <- ร้องพร้อมแสดงท่าประกอบห้อยโหน โจนทะยาน แสดงให้รู้ว่า ยังโหนคานอยู่เลยค๊า…อิอิ  keng11.gif  (รู้สึกว่าจะโห่ เหมือนโห่กลองยาวมากกว่านะเนี่ย!?!?)

จริงๆ เพิ่งไปสปามาค่ะ เมื่อหลังจากมีเรื่องเครียดๆเรื่อง WomenMthai นั่นแหล่ะค่ะ เลยอยากไปพักผ่อน (ขัดขี้ไคล) กันหน่อย ร้านที่ไปประจำ เห็นจะเป็นร้าน Cityretreat Dayspa ของหนุ่มสุดคูลที่เป็นเจ้าของหนังสือขายดีหลายๆ เล่ม   พี่ Bick นั่นเองค่ะ ซึ่งพี่บิ๊คใจดีมากๆ ช่วยจัดการจองคิวให้เสร็จสรรพค่ะ (ทุกครั้งที่โทรไปรบกวน) ขอบคุณนะค๊า…  ^_^ 

ขอบคุณรูปภาพจาก Cityretreat Dayspa ค่ะ

cr063.jpgCityretreat Dayspa นั้นการตกแต่งดูร่วมสมัยค่ะ บรรยากาศภายในนั้นดูกันเอ๊ง..กันเอง แบบที่มือใหม่หัดไปสปาไม่เกร็งเลยค่ะ (คือไม่ถึงขนาดดูแล้วจับต้องลำบาก อย่างสปาในโรงแรมค่ะ อันนั้นบรรยากาศหรูหรา แอนด์ ราคาแบบว่า…อูยยยยย) นอกจากบรรยากาศอบอุ่นแล้ว ราคาก็กันเองอีกด้วยค่ะ อันนี้หล่ะค่ะ เป็นข้อสำคัญที่อยากจะแนะนำกันวันนี้  สิ่งที่ประทับใจสำหรับ Cityretreat Dayspa คือ

  • Therapists ของที่นี่ ฝีมือดีค่ะ ( Therapists  ก็คือผู้ที่ให้การบำบัดโดยการนวดเนี่ยหล่ะค่ะ [ไม่รู้ว่าแปลถูกรึเปล่า?! ต้องกลับไปถาม พี่บิ๊ค ผู้เชี่ยวชาญด้าน Eng] หรือที่หลายคนเรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “หมอนวด” เนี่ยหล่ะค่ะ! แต่เอ่อ…อะฮั้นว่า มันจะเกิดการซ้ำซ้อนของชื่อวิชาชีพได้นะคะ sweat-2.gif ยังไงเรียก เธอ-ระ-พิสท์ ดีกว่าค่ะ ) แฮ่ๆ มัวแต่นอกเรื่อง กำลังจะบอกว่า ครั้งล่าสุด ได้ใช้บริการแบบขัดผิว-นวดตัว ขัดผิวด้วยครีมมะขามค่ะ ซึ่งลีลาการขัดตัวของเค้ายอดเยี่ยมมากค่ะ (เคยไปสปาบางแห่ง ที่ราคาระดับกลาง ช่างเค้าเห็นเราเรียบขนานทั้งแผ่นหน้า – แผ่นหลัง ราวกับกระดานซักผ้าหรืออย่างไรไม่ทราบ เพราะเค้าชัด-ถูๆๆ เหมือนกำลังซักผ้าอยู่เลยค่ะ) แต่ที่ Cityretreat Dayspa การขัดตัวที่มีท่วงท่า ทำให้เรารู้สบายค่ะ และไม่ระคายเคืองผิว สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายแน่นอนค่ะ เพราะช่างเค้าไม่ได้เอาแต่ทา-ถูๆ  ขึ้น-ลงๆ ซ้าย-ขวาๆ b-a  select-start ไม่ใช่แล้น!! (คำเตือน : มุขนี้เหมาะกับหนุ่มสาววัย 25 ปีขึ้นไป ที่เคยเลยเล่น contra มาก่อน แฮ่ๆ)
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการอาบ อบ นวด อุ้ย! อาบ-ขัด-นวด นี่เป็นของ THANN ค่ะ เพราะฉะนั้นประกันเรื่องคุณภาพได้เลยค่ะ ตัวเองไปทีไร ต้องซื้อของติดมือกลับมาใช้ทุกทีค่ะ

ถ้าเป็นสมาชิก ก็จะยิ่งคุ้มค่า ราคาถูกมากค่ะ พอมาคิดแยกถึงบรรยากาศ  + ฝีมือ therapists ระดับมือโปร + ผลิตภัณฑ์ที่ใช้คุณภาพเยี่ยมแล้ว พูดได้คำเดียวว่าคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ

เพียงแต่คอร์สทั้งหลายเน้นเป็นการผ่อนคลาย  เป็นคอร์สพื้นฐาน เช่น ขัดเกลือ หรือครีมมะขาม และนวดตัวด้วยครีมค่ะ ถ้าใครที่ต้องการคอร์สเสริมความงามแบบเต็มขั้น เช่น บางที่พอกด้วยสาหร่าย  ขัดด้วยกาแฟ  แล้วเคลือบช็อคโกแลต <– เสร็จแล้วก็อร่อย เอ้ย! สวยค่ะ คือ product แลดูหลากหลาย หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูอินเทรนด์ๆ หน่อย ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์ข้อนี้ได้ค่ะ

ถ้าใครสนใจอยากทดลอง ต้องตรงไปที่ RCA เลยค่ะ อยู่ด้านหลังร้าน Starbucks แต่ต้องโทรจองกันก่อนนะคะ โดยเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์  สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-6-414-313 ค่ะ ที่นี่หนุ่มๆ ก็สามารถมาใช้บริการได้นะคะ เพราะ มี therapist ที่เป็นผู้ชายด้วยค่ะ มาที่นี่นวดเสร็จ แล้วก็ดูหนังที่ House ต่อกันได้เลย อิอิ (อันนี้เป็นโปรแกรมปฏิบัติของตัวเองเลยค่ะ ต้องช่วยอุดหนุนกันหน่อยค่ะ นานๆ จะมีโรงหนังดีๆ แบบนี้)  แอบกระซิบบอกสาวๆ ว่า ควรให้แฟนหนุ่มเข้าร่วมกับเราด้วยทุกกิจกรรมค่ะ เพราะเสี่ยงมากกับการให้นั่งรอคนเดียว เพราะเดี๋ยวจะไปยืนตะลึง ตะลึง..ตึ้ง ตึง..ตึ๊ง ตึงงง ได้นะเคอะ คริๆๆ  grew.gif

ตอนนี้กำลังพยายามทำการบ้านเพิ่มเติม สำหรับคนที่อยากได้คอร์สเสริมความงาม สำหรับเจ้าสาวอย่างเต็มรูปแบบนะคะ ก่อนอื่นเราต้องหาว่าที่เจ้าบ่าวก่อน อุ้ย! ไม่ใช่ค่ะ fauxcul1.jpg  พยายามจะถามข้อมูลจากเพื่อนๆ ที่ผ่านการเป็นเจ้าสาวไปแล้วค่ะ ยังไงฝากไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่เคยผ่านมาแล้ว..หมายถึง ผ่านการเป็นเจ้าสาวหน่ะค่ะ อิอิ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะค๊า… appre1.gif

Comments (5)

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์กันใหม่ แก้ไขอาการท้องผูกค่ะ

Posted on 05 June 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าสาวๆ ขอโทษด้วยนะคะที่หายไปหลายวัน พอดีช่วงนี้ต้องออกไปประชุมข้างนอกบ่อยครั้ง เลยไม่มี (แอบ) เอาข้อมูลขึ้นมาให้สาวๆ ได้อ่านกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ น้องโอปอล ณ USA ที่อุตส่าห์ไปหาซื้อและส่งเครื่องสำอางจาก Sephora พร้อมน้ำหอมขนาดทดลอง Pink Sugar จาก Aquolina มาให้ด้วยนะค๊า ขอบคุณมากๆ ค๊า กระซิกๆๆๆ appre.gif

ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยนะค๊า น้อง nene ที่ส่งกำลังใจเข้ามา และเข้ามา comments ในเรื่องเก่าๆ ไว้หลายเรื่อง ขอบคุณมากๆ นะคะ และน้องๆ แนนนู๋ bowe mz กวาง shine* ต่าย อัง fruitysaladและ น้องเป๊ปซี่และเพื่อนๆ (อ่านแล้วซึ้งใจมากๆค่ะ น้องเป็บซี่ ขอบคุณนะคะ) ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ นะค๊า

baa60776.gif

เรื่องของวันนี้ เป็นเรื่องที่น้อง Pato เคยถามไว้(เมื่อเดือนที่แล้ว) ค่ะ เกี่ยวกับอาการท้องผูก (ของพี่สาว) และ อีกเรื่องคือ

ช่วยแนะนำสถานที่นวดตัว+ขัดตัวสำหรับเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวหน่อยได้มั้ยคะ  ขอแบบที่ราคาไม่สูงมากนะคะ

ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ ที่ตอบให้ช้า คือพอดีเรื่องที่น้อง Pato ถามไว้น่าจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆ ท่าน เลยอยากนำมาตอบในบล็อกหน่ะค่ะ แต่พอดีช่วงกลางเดือนที่แล้ว เกิดเหตุการณ์กับ Women Mthai ซะก่อนเลยไม่ได้อัพเดทไปหลายวันค่ะ หวังว่าคงพอยังจะทันเวลาอยู่ได้บ้างนะคะ งี๊ดๆๆ

vinegargirl-h-f-01.jpgขอมาที่คำถามแรกกันก่อนเลยนะคะ สำหรับเรื่องท้องผูก ก่อนอื่นต้องถามตัวเองกันค่ะว่า ในวันๆ นึงเราทานอาหารที่ประกอบไปด้วยแป้ง ชา กาแฟ น้ำอัดลม ดื่มน้ำน้อย แถมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายกันบ้างรึเปล่า? ถ้าตอบว่า ใช่ นี่หล่ะค่ะ คือปัจจัยที่ทำให้ท้องผูกด้วยค่ะ

เราลองมาเปลี่ยนการทานอาหาร และการใช้ชีวิตกันดูนะคะ โดยส่วนตัว (ไม่ค่อยได้มีปัญหาเรื่องท้องผูกเท่าไหร่ค่ะ) เลยอยากขอแนะนำวิธีของตัวเองก่อนนะคะ

  • ตั้งนาฬิกา การขับถ่ายของตัวเองค่ะ บางคนอาจเป็นเวลาเช้า หรือกลางคืนสุดแล้วแต่ค่ะ เอาว่าเป็นเวลาประจำที่พอจะนั่งสบายๆ ไร้กังวลได้ แล้วลองพยายามดูค่ะ อาจฝึกหายใจไปด้วย แบบหายใจยาวๆ (อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะคะ ว่าถ้ายิ่งพยายามเบ่ง ((เวลาเบ่งเนี่ย จะหายใจสั้นๆ ถี่ๆ)) ก็อาจไม่ดีต่อตัวเองหน่ะค่ะ เช่นเส้นเลือดบริเวณรอบๆ นั้นอาจโป่งพองเกินไป ควรจะเกิดจากการบีบรัดให้ปวดโดยธรรมชาติมากกว่าค่ะ ) แรกๆ อาจยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แต่ลองพยายามดูค่ะ เซ็ตให้เป็นเวลา แล้วเราจะเริ่มชิน อีกหน่อยก็จะมาเองโดยธรรมชาติค่ะ
  • ของตัวเองนี่จะเป็นช่วงเช้านะคะ สำหรับการเข้าห้องน้ำ สิ่งแรกที่ทำตอนตื่นนอนเลยคือ ดื่มน้ำค่ะ เป็นน้ำในอุณหภูมิห้องค่ะ ที่ดื่มอยู่ทุกวันนี้คือประมาณขวด 0.5 ลิตรค่ะ แต่ถ้าใครยังไม่ใช่อูฐ เอ้ย! ยังไม่ชินเนี่ย ค่อยๆ ดื่มนะคะ เอาที่เราโอเคนะคะ ไม่ใช่แบบ วันนี้ชั้นต้องดื่มน้ำให้ได้ 3 ลิตร จะกลายเป็นทรมานตัวเองเปล่าๆ เพราะคิดว่าแต่ละคน ความต้องการต่างกันนะคะ แต่ยังไงก็ให้ได้วันละ  8 แก้ว (แต่มีความรู้สึกว่าอาจไม่มาตรฐาน เพราะไม่รู้ว่าของใครสั้น..ยาว ขนาดไหน เอ่อ! แก้วค่ะแก้ว fauxcul.jpg อิอิ จริงๆ อยากให้ได้ซักวันละขวด  1.5 ลิตร ก็ยังดีค่ะ)
  • ทานอาหารที่มีกากใยเยอะๆ ค่ะ โดยปกติจะเป็นคนที่ชอบทานข้าวกล้องอยู่แล้วค่ะ (ถ้าเลือกได้นะคะ) คิดว่าข้อนี้หลายๆ คนทราบดี เราควรหลีกเลี่ยงแป้งที่เป็นสีขาวนะคะ (เช่นข้าว หรือขนมปัง) แต่อาจไม่มีให้เลือกได้มากนักกับอาหารนอกบ้าน แต่ต้องพยายามและตั้งใจดูค่ะ อย่าง food court บางที่ มีร้านมังสวิรัติ นี่ก็ช่วยได้ค่ะ เพราะนอกจากมีข้าวกล้องแล้ว ยังมีผัดผักอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย  ในมื้อเช้าของตัวเองจะเตรียมขนมปังโฮลวีตไว้ แล้วทำแซนวิชแบบง่ายๆ ค่ะ แค่นี้ก็อร่อยและได้ใยอาหารเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ที่สำคัญสาวๆ ขา..การทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น + หลีกเลี่ยงแป้งที่มีสีขาวนี่ ส่งผลแบบทันตาเห็นกับรูปร่างของเราด้วยค่ะ!!
  • หลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยว เลี้ยวมาที่ลูกพรุนอย่างเดียวค่ะ นอกจากจะทานลูกพรุนอบแห้งแทนขนมกรุบกรอบแล้ว ยังมีน้ำลูกพรุนอีกขนานค่ะ เอาไว้ทานก่อนมื้อเช้าก็ได้ค่ะ เพราะลูกพรุนเป็นผลไม้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีกากใยเยอะ ช่วยขับถ่ายอยู่แล้วค่ะ
  • มะละกอ กล้วย ส้มๆๆ….. แฮ่ๆ ไม่ได้ร้องเพลง (ที่มีผลไม้ 3 อย่างก็เป็นเพลงได้) อย่างเดียวค่ะ แต่จะบอกว่าทั้ง 3 อย่างเป็นผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่ายด้วยนะคะ โดยเฉพาะมะละกอ และกล้วยค่ะ ใครที่ท้องผูกอยู่ ควรหลีกเลี่ยงฝรั่งในปริมาณมากนะคะ เพราะทานมากๆ จะทำให้ท้องผูกได้ค่ะ (สังเกตจากอาหารตัวเองด้วยค่ะ เวลาไดเอ็ตด้วยฝรั่งแทนข้าวเย็นนี่ เช้าๆ มักจะนั่งอ่านคอลลัมน์บันเทิงในหนังสือพิมพ์ ((ในห้องน้ำ)) โดยไม่มีมวลสารตกกระทบกับน้ำเลยค่ะ shy.gif ) 
  • ออกกำลังกายค่ะ ช่วยให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว และขับถ่ายได้ดี อีกทั้งบางคนที่ท้องผูกอาจมีอาการท้องอืดตามมาด้วย การออกกำลังกายก็จะช่วยได้ค่ะ และสำหรับคนที่ท้องอืด ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม หันมาซดน้ำขิงแทน! ขิง ข่า ตะไคร้ กระเพราะ กระเทียม เหล่านี้ช่วยได้ค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายค่ะ เพราะจะทำให้เราติดเป็นนิสัยค่ะ และจะต้องใช้ยาระบายอยู่เรื่อยๆ (เคยอ่านหนังสือเจอค่ะ จำได้คร่าวๆว่ายาระบายเนี่ยจะส่งผลระคายเคืองต่อผนังลำใส้ใหญ่ เลยทำให้รู้สึกปวดท้องอยากถ่าย ซึ่งไม่เหมือนกับธรรมชาติที่ผนังลำไส้จะบีบรัดตัวนะคะ…ไม่แน่ใจว่าจำผิดรึเปล่า? ถ้าข้อมูลผิดต้องขออภัยด้วยค่ะ ) สรุปว่าธรรมชาติดีที่สุดค่ะ
  • และสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ จิตใจแจ่มใสไม่เครียดค่ะ

ขอบคุณน้อง nene และ น้องโอปอล ที่ช่วยแนะนำเพิ่มเติมเข้ามาทาง comment นะคะ ขอยกข้อมูลที่น้องโอปอลมาให้สาวๆ ได้อ่านกันตรงนี้นะคะ เพราะตรงสายกับงานด้านการแพทย์ที่น้องโอปอลทำอยู่หน่ะค่ะ

เรื่องยาถ่าย ใช่ค่ะ อย่างที่พี่อ้อมคิดนั่นแหละ ใช่เลย เกี่ยวกับยาถ่ายมันมีหลายประเภทนะคะ นั่นก็เป็นประเภทหนึ่งที่ทำให้ลำไส้บีบตัว พอทานยาถ่ายเข้าไปบ่อย ๆ ลำไส้ก็จะบีบตัวทุกครั้งที่ทานยา เมื่อหยุดทานลำไส้ก็หยุดบีบตัว ทำให้ถ่ายยากขึ้น สรุปแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ นาน ๆ ครั้งก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทานจนติดแล้วเนี่ย ผนังลำไส้จะบางลงและอาจทำให้มีเลือดออกได้ด้วยนะคะ (โอ ช่างจะวิชาการ แบบว่าพอจะจำได้จากใน Class สมัยเรียนน่ะค่ะ) อีกหลายชนิดก็อย่างเช่น ยาถ่ายที่ทำให้ดูดน้ำออกจากกากอาหาร เกิดเป็นอุจจาระเร็วกว่าปกติ ประมาณนี้ล่ะค่ะ

และขอยกอีกหนึ่ง comment นะคะ จากน้อง kul ที่ช่วยแนะนำเข้ามา ขอบคุณนะค๊า ^_^

ขอแนะนำเพิ่มนะคะ
วิธีแก้ท้องผูกอีกอย่าง คือ การดื่มนมคะ การดื่มนมจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นคะ อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงคะ เมื่อก่อนไม่ค่อยดื่มนมแล้วก็ไม่ค่อยถ่าย แต่ถ้าวันไหนดื่มนม จะถ่ายทุกทีเลยคะ ที่บ้านก็ใช้วิธีกัน ลองดูนะคะ

ถ้าลองทำดูตามนี้แล้วยังไม่ดีขึ้น vinegargirl ลองแนะนำให้ลองพบคุณหมอดูค่ะ อาจเป็นความผิดปกติของลำไส้ก็ได้ค่ะ

อูยยย..เรื่องของวันนี้เรื่องเดียว สาวๆ ก็เริ่มอ่านกันจนเมื่อยแล้วนะคะ สำหรับอีกคำถามจากน้อง Pato ขอแปะไว้คราวหน้านะคะ จริงๆ ไม่ได้มีอะไรมากเลยค่ะ คือไม่ค่อยทราบนั่นเอง แฮ่ๆ 003.gif  ยังไงฝากสาวๆ ไว้ด้วยได้มั้ยคะ ว่าถ้าใครมีร้านสปาเสริมความงามสำหรับเจ้าสาวเด็ดๆ และราคาไม่แพง ช่วยแนะนำด้วยนะค๊า… ^_^

Comments (14)