แน่นอนค่ะ ได้มา World Expo 2010 ทั้งที pavilion ที่พลาดไม่ได้ก็คือ Thai Pavilion ของเรานั่นเองค่ะ ขอบอกว่า พาวิลเลี่ยนของประเทศไทยนั้น ติดอันดับ 1 ใน 7 ของพาวิลเลียนที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดด้วยนะคะ น่าภูมิใจมากๆ ค่ะ คิวก็ยาวเหยียดดด แต่โชคดีที่บังเอิญพี่ที่เดินทางด้วยกัน ลองตะโกนว่า “น้องคะ” ด้วยคำนี้ที่ทำให้เราได้รับสิทธิพิเศษ “ความเป็นคนไทย” ไม่ต้องต่อคิวให้เสียเวลาค่ะ ได้เข้าไปชมแบบ VIP มากๆ ต้องบอกว่านาทีนี้ ภูมิใจที่เป็นคนไทยสุดๆ เลยค่ะ ^_^
ในพาวิลเลียน จะแบ่งเป็น 3 ห้องค่ะ โดยเข้าไปทีละห้องๆ ให้ลุ้นกันตื่นเต้น ห้องแรกจะเป็นแสง สี เสียง ผ่านจอ LCD และ ม่านน้ำตกค่ะ โดยภาพที่จอ และพื้นน้ำด้านล่างจะสอดคล้องกัน สวยงามมากๆ และที่ตื่นตาตื่นใจ เรียกเสียงฮือฮาในฮอลล์ ก็คือ เทคนิค Augmented Reality ที่นำภาพผู้ชมขึ้นจอ LCD แล้วมีชฎามาสวมให้ที่ศีรษะค่ะ
ห้องที่ 2 ขอเรียกว่า 360 องศา การเล่าเรื่องค่ะ เพราะมีจออยู่รอบด้านของห้องค่ะ นอกจากจอ LCD แล้วยังมีเรือสำเภาที่แอบอยู่ในผนังด้านหนึ่ง แล่นตอนเล่าเรื่องประวัติของประเทศไทยด้วยค่ะ และที่เซอร์ไพรส์ คือ พี่ยักษ์ด้านหน้าห้องขยับมาเล่าเรื่องด้วยตนเองค่ะ
ส่วนห้องสุดท้าย เป็นการชมหนังแบบ 4D ค่ะ ก่อนเข้าห้องก็ได้รับแว่นตาสามมิติ ส่วนที่เป็น มิติที่ 4 คือ สัมผัสค่ะ มีละอองน้ำ กลิ่น ให้เราเข้าถึงได้จริงๆ เรียกเสียงฮือฮาาา ตื่นเต้นกันทั้งฮอลล์อีกเช่นกันค่ะ
รวบรวมบรรยกาศใน pavilion อื่นๆ มาให้ชมกันค่ะ ต้องบอกว่างาน World Expo มีเสน่ห์ทั้งกลางวัน และกลางคืนเลยค่ะ รับรองว่ากดชัตเตอร์กันมือหยิกแน่นอนค่ะ รวมทั้งได้สัมผัสสถาปัตยกรรม ด้านนอกของ pavilion แล้วก็ยังมีด้านในอีกด้วยค่ะ ทั้งดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ผสมผสานกัน ให้เราเดินเพลินๆ ได้ทั้งวันค่ะ
ทริปนี้เราพักที่โรงแรม Hyatt on the Bund ค่ะ The Bund ได้รับฉายาว่าเป็นปารีสแห่งตะวันออกค่ะ เพราะเป็นย่านเมืองเก่า ที่มีตึกงดงามสไตล์ยุโรปโบราณค่ะ ส่วนของโรงแรมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะ เพราะเราได้เห็นความแตกต่างของเมืองเซี่ยงไฮ้ ทั้งย่านเดอะบันด์ ที่อยู่ฝั่งตะวันตก ผ่านแม่น้ำ หวงผู่ คั่นฝั่งเมืองใหม่ที่ทันสมัยไว้ค่ะ
มีธนาคารกรุงเทพของเรา ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ย่านเดอะบันด์ด้วยค่ะ
วันสุึดท้ายของเซี่ยงไฮ้ฝนตก เลยทำให้อากาศหนาวเย็น + ชื้นเข้าไปใหญ่ โชคดีที่ city tour ไปแล้วบ้าง เลยเหมาะกับการช้อปปิ้งทิ้งทวนมากๆ ค่ะ ร้านแรกที่ปักธงไว้คือ H&M (ต้องใช้แว่นขยายยยย ป้ายสีแดงๆ ในภาพนิดนึงนะคะ 5555) ที่นี่ H&M ของไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ เลยไม่ทำให้เงินรั่วไหลออกนอกกระเป๋าได้เท่า H&M ที่ฮ่องกงค่ะ แฮ่ๆ
ส่วนภาพตึกสีฟ้า ในยามค่ำคืน เป็นถนนหน้าโรงแรมค่ะ
ชิงช้าสวรรค์ยิ่งใหญ่อลังการ สูงมากกก และอยากลองนั่งมากๆ ค่ะ
IKEA ที่เป็นสวรรค์อีกที่ของ วีนิก้าเกิร์ลค่ะ ที่นี่ของเยอะ และราคาถูกกว่า IKEA ที่สิงคโปร์ค่ะ แต่อีกหน่อยไม่ต้องไปช้อปไกลแล้วค่ะ เพราะ IKEA กำลังแลนด์ที่เมืองไทย ในไม่ช้านี้คงได้ข้อปกันค่ะ ^_^
ภาพยามค่ำคืนของเซี่ยงไฮ้ ด้านฝั่งตะวันออก และตะวันตก ที่มีแม่น้ำหวงผู่คั่นค่ะ เป็นมุมจาก Roof Top Bar ของโรงแรม Hyatt on the Bund ค่ะ จะเห็นว่าฝั่งด้านซ้ายมือในภาพ จะเป็นตึกทันสมัย พร้อมตึก Oriental Pearl TV Tower ที่เป็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ด้วยค่ะ ส่วนภาพด้านบนนี้เป็นฝั่ง The Bund ด้านเดียวกับโรงแรมค่ะ ^_^
ส่วนบาร์ที่โรงแรมนี้มี 2 ชั้นค่้ะ มีทั้งด้านใน และด้านบนที่แยกเป็น 2 ส่วนคือ ในอาคาร กับ outdoor ที่มีอ่าง jacuzzi ให้ดื่มไป แช่ไป เคล้าบรรยากาศ ชวนสยิวกิ๊ว วันนั้นที่ไป มีหนุ่มๆ แช่น้ำกันด้วยค่ะ ไม่กล้ามอง (แต่เดินผ่านบ๊อย..บ่อย 55555)
รวมภาพบรรยากาศช่วงไปวันแรกๆ กับดินเนอร์แบบบุฟเฟต์เต็มอิ่มในโรงแรม ที่มีปูอลาสก้า ให้วีนิก้าเกิร์ลแทะแบบเสียจริตค่ะ แฮ่ๆ
ส่วนอีกมื้อเราไปทาน fusion food ที่ T8 ย่าน French Concession แถวๆ Xintiandi ค่ะ ทริปนี้ได้รู้จักเพื่อนใหม่เยอะแยะเลยค่ะ ในภาพด้านบนเป็น 2 หนุ่ม ที่รู้จักในทริปนี้เช่นกันค่ะ เริ่มจากคนซ้ายในภาพ หนุ่มเครางาม มาดเข้ม และมากความสามารถ คือ Piers Fawkes - CEO, PSFK และ อีกหนึ่งหนุ่ม คือ Sean Leow – founder and CEO ของ Neocha ค่ะ ได้คุยกับ Piers และ Sean สนุกสนานมาก แถมเก่งด้วยกันทั้งคู่ค่ะ ^_^
ภาพบรรยากาศของย่าน Xintiandi ค่ะ นอกจาก The Bund แล้ว ย่าน French Concession ซึ่ง Xintiandi เป็นส่วนหนึ่งในย่านนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของฉายา “ปารีสตะวันออก” ด้วยเช่นกันค่ะ ย่านนี้เต็มไปด้วยตึกโบราณ บ้านอิฐเก่าที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้ค่ะ ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนที่ได้ัรับการเปลี่ยนให้เป็น complex มีห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ เลยเหมือนเป็นย่านที่มีทั้งความเก่า และใหม่ผสมผสานกันค่ะ
ขอปิดด้วยภาพ fashion เล็กๆ ของสาวสวย ที่ได้รู้จักในทริปนี้ด้วยค่ะ ^_^



















) เอาใหม่นะคะ!..ปากกาสวยๆ ให้คุณแม่พกไว้ใช้ จะได้คิดถึงคุณลูกต่างหากค๊า…อิอิ [ ในภาพ ปากกาจาก
) แว่นกันแดดยี่ห้อไหนไม่สำคัญเท่าต้องป้องกันรังสี UV ได้นะค๊า [ แว่นกันแดดจาก
(รู้สึกว่าจะโห่ เหมือนโห่กลองยาวมากกว่านะเนี่ย!?!?)
Cityretreat Dayspa นั้นการตกแต่งดูร่วมสมัยค่ะ บรรยากาศภายในนั้นดูกันเอ๊ง..กันเอง แบบที่มือใหม่หัดไปสปาไม่เกร็งเลยค่ะ (คือไม่ถึงขนาดดูแล้วจับต้องลำบาก อย่างสปาในโรงแรมค่ะ อันนั้นบรรยากาศหรูหรา แอนด์ ราคาแบบว่า…อูยยยยย) นอกจากบรรยากาศอบอุ่นแล้ว ราคาก็กันเองอีกด้วยค่ะ อันนี้หล่ะค่ะ เป็นข้อสำคัญที่อยากจะแนะนำกันวันนี้ สิ่งที่ประทับใจสำหรับ Cityretreat Dayspa คือ
ยังไงเรียก เธอ-ระ-พิสท์ ดีกว่าค่ะ ) แฮ่ๆ มัวแต่นอกเรื่อง กำลังจะบอกว่า ครั้งล่าสุด ได้ใช้บริการแบบขัดผิว-นวดตัว ขัดผิวด้วยครีมมะขามค่ะ ซึ่งลีลาการขัดตัวของเค้ายอดเยี่ยมมากค่ะ (เคยไปสปาบางแห่ง ที่ราคาระดับกลาง ช่างเค้าเห็นเราเรียบขนานทั้งแผ่นหน้า – แผ่นหลัง ราวกับกระดานซักผ้าหรืออย่างไรไม่ทราบ เพราะเค้าชัด-ถูๆๆ เหมือนกำลังซักผ้าอยู่เลยค่ะ) แต่ที่ Cityretreat Dayspa การขัดตัวที่มีท่วงท่า ทำให้เรารู้สบายค่ะ และไม่ระคายเคืองผิว สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายแน่นอนค่ะ เพราะช่างเค้าไม่ได้เอาแต่ทา-ถูๆ ขึ้น-ลงๆ ซ้าย-ขวาๆ b-a select-start ไม่ใช่แล้น!! (คำเตือน : มุขนี้เหมาะกับหนุ่มสาววัย 25 ปีขึ้นไป ที่เคยเลยเล่น contra มาก่อน แฮ่ๆ)
พยายามจะถามข้อมูลจากเพื่อนๆ ที่ผ่านการเป็นเจ้าสาวไปแล้วค่ะ ยังไงฝากไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่เคยผ่านมาแล้ว..หมายถึง ผ่านการเป็นเจ้าสาวหน่ะค่ะ อิอิ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะค๊า… 