Posted on 17 January 2007 by Vinegar Girl
รูปลักษณ์ใหม่ที่ผอมลงกว่าเดิมถึง 26 ปอนด์ของ Britney Spears (บริตนีย์ สเปียร์ส) ซึ่งเป็นหัวข้อเม้าธ์ของบรรดาแฟนๆและสื่อ เพราะเธอใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
ในรูปนี้เธอผอมลงกว่า 26 ปอนด์อีกค่ะ (Yeah..Welcome Back!) ถือเป็นการเปิดตัวลุคใหม่ และคู่ควงคนใหม่ไปพร้อมๆกัน นั่นคือนักแสดง-นายแบบหนุ่ม Isaac Cohen ที่ร้านอาหาร Sideways Restaurant & Lounge เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาค่ะ
ทั้งนี้นักโภชนาการคริสติน บายบีได้ช่วยเธอจัดอาหารการกิน และตารางการออกกำลังกายใหม่ เริ่มจาก
- ให้วิ่งหนึ่งชั่วโมงทุกเช้า
- ยกน้ำหนัก 45 นาทีตอนกลางคืนโดยฟังเพลงไปด้วย เพราะจะช่วยให้มีแรงออกกำลังมากขึ้น
- กินมื้อเล็กๆ วันละ 6 มื้อ
- ที่สำคัญคืองดอาหารที่ทำมาจากแป้งขัดขาว และกินคาร์โบไฮเดรตชนิดที่มีไฟเบอร์สูงแทน
เอาเป็นว่าใครอยากลองสูตรไดเอ็ทแบบบริตนีย์ ก็ไปลองทำดูนะคะ ถ้าได้ผลยังไง อย่าลืมมาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ ^_^
Posted on 04 December 2006 by Vinegar Girl
ขอบคุณ comments คราวที่แล้วนะคะ
Jessie โปร่งใสจริงๆค่ะ ^_^ ชื่อทุกชื่อ export เป็น Excel จาก back end ที่ทุกๆคน register กันมาเลยค่ะ
NongNing จะพยายามอัพเดทบ่อยๆที่สุดค่ะ ^_^ NongNing ก็อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ ติดตามกันไปก่อน
Bess น้องเบสจ๋า..รับรองว่าจะเอามาให้ดูแน่นอนค่ะ (เพราะพี่อ้อมก็ติดตามดูอยู่ค่ะ ^_^ ส่วนรูปราชพฤกษ์นี่ ดอกไม้สวยค่ะ แต่คนไม่ เลยมิกล้านำมาให้ดูกัน เดี๋ยวไว้รอดูของน้องเบสละกันนะคะ)
Gase พลาดคราวนี้ไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้คราวต่อๆไปนะคะ แหม..เล่นชมซะเขินเลย แฮ่ๆ
วันนี้เอาใจน้อง BlowingBubbles ค่ะ ให้พี่อ้อมเขียนเรื่องกินๆ เนี่ยถนัด (ยิ่งถ้าไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพ เน้นอร่อยและอ้วนเนี่ย มีที่แนะนำเยอะเลยค่ะ) แต่ไม่ได้ เพื่อความสวยสุขภาพดีของสาวๆ เราต้องจัดแต่สิ่งที่มีประโยชน์ค่ะ
เรื่องของวันนี้คือเป็น ของทานเล่นแบบสวยๆ ด้วยอัลมอนด์ ค่ะ เจ้าอัลมอนด์สิ่งที่มีคุณสมบัติ anti-aging อยู่ค่ะ เพราะอุดมด้วย วิตามินอี (vitamin E) ((ที่ชื่อเสียงร่ำลืออยู่ตามส่วนผสมของครีมบำรุงผิวทั้งหลาย ประเภทช่วยลดริ้วรอย นั่นหล่ะค่ะ)) ไม่เพียงเท่านั้น ยังมี fatty acids ที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งและนุ่มนวลค่ะ และยังมี ซิลิเนียม (selenium) ที่ช่วยแอนตี้ ออกซิแดนท์ (Antioxidant) หรือสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ค่ะ
เพราะฉะนั้นยามบ่ายๆ เวลาสาวๆหิวขึ้นมา หยิบอัลมอนด์มาทานเล่นเป็นของว่าง แทนพวกขนมขบเคี้ยวที่ทำให้อ้วนทั้งหลายค่ะ แต่ขอเน้นย้ำนิดนึงค่ะว่า ทานแต่พอประมาณนะคะ วันละไม่เกิน 1 กำมือก็พอเพียงค่ะ เพราะอัลมอนด์เนี่ยมีแคลอรี่เยอะพอสมควรค่ะ ถ้าทานมากๆ เดี๋ยวพลังงานจะเยอะเกินความจำเป็น แล้วสั่งสมให้อ้วนได้เช่นกันค่ะ แฮ่ๆ
Posted on 10 November 2006 by Vinegar Girl
แฮ่ๆ จบเรื่องชิตั้งแต่เมื่อวานไปแล้วนะคะ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ 
(ให้เสียงภาษาคนโดยอีกา ((คู่แข่งอินทรีย์)) แฮ่ๆ
)
ขอย้ำกันอีกทีค่ะ สำหรับสาวๆที่ยังไม่ได้มาร่วมเล่นเกมส์
ที่เห็นแว้บๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ด้านข้างนี้ เป็นแบนเนอร์สวยๆ (โดยคุณส้ม)
ไม่ใช่โฆษณานะค๊า… คลิ๊ก กันเข้าไปเลยค๊า…แจกของรางวัลค๊า
ต้องออกแรงบริหารนิ้วกันนิดหน่อย..เอ่อ..หมายถึงพิมพ์ค่ะ พิมพ์
แล้วลุ้นรับของรางวัลกันไปเลยค่ะ จะจับรางวัลกันวันที่ 22 พ.ย. นี้นะคะ
จะปิดให้ร่วมเล่นเกมส์ในวันที่ 20 พ.ย. ค่ะ
ขอแอบกระซิบดังๆ ว่า อัตราส่วนในการได้รับรางวัลสูงมากๆเลยค่ะ
(ไม่แน่ใจว่าคนไม่ทราบกัน หรือว่าบล็อกเราไม่ดังกันแน่เนี่ย T_T )
เอ้า!! รีบๆ ใช้นิ้วกันค่ะ!! คิกๆๆ 
วันนี้เรื่องนมๆ เป็นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ สำหรับสาวนักกีฬาค่ะ

สาวนักกีฬา
มีสองประเภทคือ ออกกำลังชนิดหนักปานกลาง (Medium Impact) เช่น เทนนิส เล่นเวต และชนิดหนักหน่วง (High Impact) เช่น แอโรบิก วิ่งเร็ว ลักษณะบราจะเหมือนเสื้อกล้ามครึ่งตัว แถบสายหนา ทำจากวัสดุที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี ไม่มีโครงแต่จะเป็นแถบอิลาสติกหนาเนื้อนุ่ม เพื่อรองรับหน้าอก และป้องกันการเสียดสี ส่วนบริเวณใต้ฐานยกทรงจะมีการเย็บด้วยผ้าพิเศษ เป็นลายปั๊มพิมพ์นูนบุนวมแข็ง ซึ่งทดสอบแล้วว่าช่วยรองรับการกระแทกได้อย่างดี สำหรับการออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคุ พิลาทิส สามารถใช้ยกทรงทั่วไปได้ แต่ควรเลือกที่เป็นผ้าฝ้าย เพื่อช่วยระบายความร้อนค่ะ ^_^
ขอขอบคุณข้อมูลจาก แอล แมกกาซีน
ฉบับเดือนตุลาคม 2549 ค่ะ
Posted on 09 November 2006 by Vinegar Girl
จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่เราพบว่าชิสาวแตก!
ก็เป็น dead pixel ในใจดิชั้นมาตลอดค่ะ ที่เลี้ยงหมาให้สับสนเช่นนี้!
แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็รับได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้วค่ะ!! 
(แต่ขอโฆษณาชวนเชื่อนี้ดดดส์นึงนะคะ ว่า…
“เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆชิ!!” อิอิ
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ค่ะ!!)
ถึงจะไม่มีสาวคนไหนถึงท้อง และคุณชิเองก็มิได้ชายตาสาวๆซักเท่าไหร่
ก็ยังคงใช้บริการน้องๆ ในสังกัด “มาม่าอ้อม” (ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนะคะ)
ที่มีทั้งน้องการ์ฟิลด์น้องรักนัมเบอร์วัน คั่นด้วยน้องดอกไม้แก้เหงา
แล้วมาเคล้าน้องเขียว (ตุ๊กตาหมาสีเขียว) แล้วเลี้ยวไปเจอน้องเป็ดก้าบค่ะ!
ชีวิตช่างสุขี มีให้ปล้ำ เอ้ย! ช่วยคลายเหงาแบบไม่ซ้ำหน้า
แล้วเค้าจะมี “ลานหรรษา” ส่วนตัว ก็คล้ายๆ ห้อง VIP ตามสถานบรรเทิง
ของคุณผู้ชายทั้งหลายหล่ะค่ะ มีน้องๆ นั่งหน้าสลอนเป็นทิวแถว คิกๆ
แล้ววันเวลาก็ผ่านไป จนกระทั่งมีน้องหมามิดโรดหน้าบ้าน
ที่ดิชั้นเคยเขียนใบจองเป็นภรรยาให้ชิ แต่เค้ากลับไม่ค่อยสนใจ
กลับไปมองหมาเพศเดียวกันซะงั้น!! และแล้ว..และแล้ว…
ก็มีสิ่งพิสูจน์แล้วว่า คุณหมาดิชั้น มิได้อยากทานไส้กรอกแต่อย่างใดค่ะ!!
เมื่อวันนึงเธอคนนั้นเดินเข้ามา นั่นก็คือหนึ่งใน ไอ้แดง (หรือนังแดง)
ที่คุณยายเรียกขานอยู่เป็นประจำ (เป็นหนึ่งใน 2 ที่ดิชั้นเคยเขียนใบจองไว้)
แต่ตอนนี้เธอผ่านประสบการณ์โชกโชน
ตกเป็นของหมาในซอย…จนทำให้ท้องไม่มีพ่อค่ะ!
ถึงคราวนี้เองนมที่เคยเล็กๆ ก็เริ่มใหญ่ขึ้นๆ จนกระทั่งคลอดลูก
นมเต่งตึง ใหญ่ อวบอึ๋มมากขึ้นหลายเท่านัก และนี่เองที่ทำให้
เธอกลายเป็นเซ็กซีมบัล ราวกับน้องบอลลูน หรือน้องกระแตในสายตาชิ!!
คราวนี้ชิก็ไม่เป็นอันกินอันนอน เพราะเธอมาหลอกหลอนในใจชิตลอดเวลา
ถ้ามีการเปิดประตูรั้วเพื่อเอารถออก ชิจะวิ่งแพล่บ รีบแจ้นออกไปหาหญิง
เพื่อดม ดม ดม ดม แอนด์ พยายามยัดเยียดความเป็นสามีให้กับน้องแดงค่ะ!!
แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เพราะติดปัญหาเรื่องความสูง!! 
ดิชั้นก็ได้แต่คอยลุ้นให้สำเร็จซักทีคราวนี้ (ถ้าบังเอิญเธอท้องได้อีก)
ก็ยินดีรับผิดชอบน้องแดงและลูกๆ เองค่ะ
แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น เมื่อคุณยายของอะฮั้นก็รับรู้เหตุการณ์นี้เช่นกัน
พร้อมกันนั้นคุณยายจะออกโรงมาห้ามทัพ ไม่ให้ชิเผด็จศึกทุกคราวไป
พร้อมกับพูดตลอดเวลาว่า
“ยังเป็นเด็กเป็นเล็กนะเรา ทำแบบนี้ไม่ด้าย!” (ลากเสียงสูง)
พอดิชั้นได้ยินดังนั้น ก็รีบเข้าไปเคลียร์กับคุณยายและทำความเข้าใจใหม่
ว่าชิเนี่ยไม่เด็กแล้วนะคะ อายุหมา 6 ปี ก็เท่ากับคนอายุ 42 เลยนะคะ
ยายดิชั้นเลยเปลี่ยนใหม่ค่ะ
“จะไปยุ่งอะไรกับเค้า เค้ามีลูกมีเต้าแล้ว ไม่ใช่สาวๆ!!” ว่าเข้าไปนั่น!! 
และขออัพเดทชื่อล่าสุด ของนังแดง ชื่อนี้ที่เป็นอดีตไปซะแว้ว-ว-ว
กับชื่อใหม่ เก๋ไก๋ ว่า “e-นมยาน” หรือชื่อจริงแบบสุภาพว่า “นังนมยาน” ค่ะ
เพราะฉะนั้นเรื่องของวันนี้ จึงเหมาะมากกับน้องนมยาน หน้าบ้านค่ะ คิกๆๆๆ
ถ้าเธอดูแลรักษาทรวดทรงให้ดีกว่านี้ ไม่เดินโนบรา ให้โทงเทงๆ โต่งเต่งๆ
มันคงไม่หย่อนคล้อยก่อนวัยอันควรเช่นนี้ และจะไม่มีใครมาว่าเธอได้ว่านมยานค่ะ!
สาวหน้าอกหย่อนคล้อย
จริงๆหน้าอกหย่อนคล้อยจะมาจาก 2 ลักษณะคือ หย่อนคล้อยจากวัย และน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในลักษณะนี้ สามารถใช้ทั้งแบบไม่มีโครง และมีโครงโดยควรเน้นคัพที่มีรูปทรงหลอก หรือโมลด์ชัดเจน เพื่อควบคุมให้เต้านมอยู่ในคัพ ซึ่งพอใส่เสื้อผ้าแล้วจะช่วยพรางตา ให้เห็นหน้าอกเป็นรูปทรงที่สวยงามค่ะ ^_^
ส่วนผู้ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ และหลังคลอดควรใช้ชนิดที่ไม่มีโครงค่ะ เพราะโครงอาจกดทับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้
Posted on 07 November 2006 by Vinegar Girl
ขอเม้าท์เรื่องหมาต่อจากครั้งที่แล้วนะคะ
ถึงแม้ชิจะถูกฝึกหนักราวกับผ่านสงครามเวียดนามมาสักเท่าไหร่
แต่การเติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมก็มีปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง
ต่อลักษณะอุปนิสัย… และความชอบส่วนตัว…
โดยยึดหลังประชาธิปไตย เสียงในบ้านส่วนใหญ่จึงมีแต่เสียงของผู้หญิง!!
เอ่อ…ชิไม่ถึงกับลุกขึ้นมา เรียกร้องสิทธิสตรีหรอกนะคะ
แต่ชิคลุกคลีอยู่กับผู้หญิงๆ (ที่เห็นมันเหมือนเป็นตุ๊กตา..?!)
อะฮั้นก็ประมาณตัวว่าเป็นช่างผมมือหนึ่งจากโทนี่ แอนด์ กาย
ไม่ว่าจะถักเปีย.. จะเกล้า.. จะมัดจุกแบบไหน ก็ผ่านมืออะฮั้นมาหมดค่ะ
ลายกิ๊บ ลายโบว์ ที่เลือกซื้อให้ส่วนใหญ่ก็เน้นสีสดใส อย่างเช่น
โบว์สีชมพูช็อกกิ้งพิ้งค์ สีแดง กิ๊บลายดอกไม้ รูปดาว รูปหัวใจ
ยังไม่รวมสร้อยคอสีแดงประดับเพชร เอาไว้ออกงานกาล่าดินเนอร์หรูๆ อีกนะเคอะ!
ชิจึงโตมาท่ามกลางความสับสนของสังคมรอบข้าง เหมือนตกอยู่ในสภาพ
การช่วงชิงอำนาจความเป็นใหญ่ ของสงครามกลางเมือง…
(เว่อร์ไปมั้ยคะเนี่ย..แฮ่ๆ)
ทุกเช้าฝึกวิ่งไล่จับแมวกับพ่อ บางครั้งเกิดความบ้าคลั่งติดพัน
ไล่งับแม้กระทั่งคางคกจนน้ำลายฟูมปาก..หลังๆ ต้องเลิกไปเอง!! 
ตกสายอะฮั้นหรือคุณแม่ก็จับชิแต่งตัว
โดยมีคำศัพท์ที่เรียกให้ชิรู้ว่าต้องมาหวีผมว่า…
“ชิจ่า…มาหวีผมสวยๆ มาลูก…” หรือ “มาแต่งตัวสวยๆ มาเร้ว..!”
และเมื่อแต่งตัวทำผม และฉีดน้ำหอมเสร็จ ก็จะชมว่า
“ชิสวยจัง…สวยค๊าสวย-ย” หรือ “ลูกใครคะเนี่ย..หน้าตาดีมาก-ก-ก-ก!!”
มันจึงกลายเป็น… หมาบ้ายอ ที่แอบสับสนทางเพศ!! 
ไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองเป็นเพศไหน ระบุเพศไม่ได้ แอบเป็นเพศที่ 3!
ถึงแม้ระยะหลังจะมีคนแอบทักว่า การเยินยอหมาด้วยถ้อยคำเหล่านี้นั่นเอง
ที่สร้างความสับสนให้หมาอยู่ไม่น้อย ก็เลยพยายามเปลี่ยนเป็น
“ชิหล่อจังเลย..” ฯลฯ ต่างๆ นานา ที่ช่วยสร้างความแมนกลับคืนมา
แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไป..เพราะชิไม่ยิ้มภาคภูมิใจเท่าการชมว่าสวย!!
ถึงแม้กระนั้น เราก็ยังฟันธงลงไปไม่ได้ว่าชิจะสับสนทางเพศ เพราะนั่นคือ
คือชมที่คุ้นหูจากเราๆ เท่านั้นเองค่ะ…แต่เมื่อชิโตขึ้นมาหน่อย..
เริ่มมีจุดเปลี่ยนของชีวิต..ที่ทำให้เราทุกคนอึ้ง..ทึ่ง..เสียว…!!
เพราะชิจะทำเสียงอิ๋ง..อิ๋ง.. อื๋ม..อื๋ม…ฮึดฮัดๆๆ..ด้วยโทนเสียงแหลมสูง
เหมือนมาหยารัศมี นางร้ายในทีวี… เวลาที่เห็นคุณภาคไปกับดาวพระศุกร์
แต่ชิทำเมื่อเวลาเห็นแมวเดินนวดนาด on the catwalk! อยู่บนกำแพงหน้าบ้าน
คงอารมณ์ “ไม่ได้ดั่งใจมั่กกๆ…มาหยาไม่ยอมๆๆ กรี๊ดๆๆๆ” <--ชิสาวแตก!! 
บางครั้งมันก็แสดงความจิต โดยกัดและดูดกางเกงในของพ่ออย่างเคลิบเคลิ้ม..
แฮ่ๆ…ยัดเยียดความเป็นหมาเพศที่ 3 แถมหื่นจิตให้หมาตัวเองจริงๆ
ขอแก้ข่าวนี้ดดส์นึงค่ะ จริงๆ มันชอบกัดและดูดผ้าเหมือนเด็กๆ และสิ่งที่ชอบมาก
เป็นกางเกงในตัวเก่าของคุณพ่อ เพราะมันเป็นผ้าฝ้าย..หนาๆ..นุ่มๆ ต่างหากค่ะ!
พอชิเริ่มเป็นหนุ่มก็ยังไม่เคยเห็นชิมองสาวคนไหนเท่าไหร่
คงเป็นเพราะสวยไม่เข้าตา (ปลอบใจตัวเองจริงๆ!!
)
แต่เวลาหมาหนุ่มโฉดเดินผ่านหน้าบ้าน….
ชิจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยมีการเข้าไปดม แอนด์ เลีย!!
ว้ายย…ช็อตนี้หวาบหวามจนเกินจะบรรยายต่อได้ค่ะ!!!
เอาเป็นว่า อ่านต่อตอนหน้านะคะ
แต่อย่าเพิ่งคิดกันไปว่า ชิจะแต๋วแตกขนาดแอบขโมยชุดชั้นในของอะฮั้น
มาใส่นะคะ โนวๆๆๆ เพราะชิชอบโนบรามากกว่าฮ้า…… อะจึ๋ย!! 

วันนี้เรามาดูยกทรงที่เหมาะกับสาวหน้าอกใหญ่กันค่ะ
สาวหน้าอกใหญ่
ต้องการยกทรงประเภท Total Support หรือชนิดที่ช่วยพยุงทรง ไม่ให้หย่อนคล้อย และเก็บเนื้อส่วนเกินบริเวณใต้วงแขนให้เข้ารูปค่ะ ดังนั้นสายและแถบเสื้อชั้นในจะหนาเป็นพิเศษ รวมทั้งแถบระหว่างหน้าอกจะสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อล้นออกมา และส่วนใหญ่จะไม่มีโครง เพื่อป้องกันการกดทับเนื้อ
สำหรับผู้ที่หน้าอกขนาดใหญ่มาก อาจใช้รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดขนาด (Minimizer) ซึ่งจะมีดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่ออกแบบเพื่อพรางขนาดให้ดูเล็กลงได้ประมาณ 2-3 ซม. ค่ะ
Posted on 05 November 2006 by Vinegar Girl
พอพูดถึงเรื่องหน้าอก เล็กๆ ใหญ่ๆ นี่ มีเรื่องจะเม้าท์คุณน้องหมาที่บ้านค่ะ
แต่ก่อนอื่นขอท้าวความ ถึงประวัติความเป็นมาก่อนนะคะ
“ซูชิ” เป็นหมาพันธุ์ชิสุห์ (ได้อารมณ์เล่นคำผวนตั้งแต่ชื่อหมา) เพศชาย
ที่มีความเป็นหมาแนว..(คล้ายๆเด็กแนวอะค่ะ) ติสท์รับประทาน+โลกส่วนตัวสูง-ง
ชิจะแสดงความรำคาญออกนอกหน้า เวลามีคนเข้าไปกอด เข้าไปหอม ด้วยการ
เชิดใส่..เมินหน้าหนี..และถอนหายใจเฮือก! แบบตูรำคาญ! เปิดเองได้..ไม่ต้องยุ่ง!!
สงสัยคิดว่า ตัวเองหล่อเหมือนพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี..หรือแบรด พิตต์
และคิดว่ายัยผู้หญิงพวกนี้..หน้าตาก็ไม่ดี ไม่ต้องมาเซ้าซี้ฉ้าน-น!
ทำให้ความฝันของอะฮั้นที่เลี้ยงชิสุห์ เพราะอยากได้หมาคิกขุ โนเน๊ะ ขี้อ้อน
ประจบประแจงเจ้าของ…พลันมลายหายไปสิ้น!! ![[040].gif](http://www.vinegargirl.com/wp-content/uploads/2006/11/[040].gif)
เมื่อตอนเล็กๆ ก็มี instinct แบบหมาพันธุ์ชิสุห์ โดยทั่วไป คือจะเป็นหมาสวยงาม
สงบปากสงบคำ ไม่มีหือหาใดๆ ทั้งสิ้น ดูดีมีชาติตระกูล
ยังไม่มีแววความติสท์เท่าไหร่ แต่ด้วยที่คุณพ่ออะฮั้นเองค่ะ..ที่พร่ำสอนชิว่า…
เกิดเป็นลูกผู้ชาย ใจต้องเหี้ยมหาญ!
อย่าให้เสียชาติเกิดเป็นหมา เกิดมาต้องดุดัน เข้มแข็ง อดทน!!
(กรุณาคิดภาพหมาขนยาว ราวกับตุ๊กตา แล้วต้องเก็กหน้าเหี้ยมๆ!!) 
โดยคุณพ่อจับชิ ฝึกร.ด. ให้หมอบคลานผ่านรั้วลวดหนาม โรยตัวจากที่สูง..
แฮ่ๆ..ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ แต่ที่ทำจริงๆ คือ สอนเห่า! ตอนชิเด็กๆ มันไม่เห่า
พ่ออะฮั้นก็ลงทุน คลานสี่ขา แล้วเห่าเป็นตัวอย่าง..(แหม…ทำไปได้!!
)
สอนให้กัดกับแมว.. โดยกัดให้ดูเป็นตัวอย่าง!! (เอ่อ..ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ!)
หลังจากจบคอร์สฝึกหมาดุ ชิก็ดุได้ใจค่ะ ขนาดพาไปหาคุณหมอฉีดยากันบ้า
ยังทำให้คุณหมออะเมสสิ่ง คุณหมอบอกว่าใครไม่เคยเห็นชิสุห์ดุ
ต้องดูชิเป็นตัวอย่าง! ไม่แน่ใจว่าจะสร้างความภาคภูมิใจ
หรือความอับอาย ให้กับเจ้าของกันแน่หน่ะค่ะ?!
เวลาหาเห็บให้ ชิจะเริ่มไม่สบอารมณ์ หน้าจะเริ่มแปรสภาพจากหมา เป็น..
ปลาปิรันย่า..ฟันล่างจะเริ่มยื่นเหยินออกมา เห็นเป็นซี่เล็กๆ แหลมๆ เรียงกัน
จากนั้นก็จะเริ่มอยากจะกินนิ้วมือคน! แง่มๆๆ..งับๆๆๆ..ด้วยฟันกรามเหยินๆ
ต้องระวังมือตัวเองภายในรัศมีระยะ 1 ฟุตค่ะ
จะถอนขนหู หรือทำอะไรให้ที ต้องมีคุณพ่อคุมเข้ม เพราะคนอื่นเอาไม่อยู่
วิธีคุมของพ่อคือ ชิขู่มา พ่อคำรามกลับไป <-- แลดูคุยรู้เรื่องกันดีจริงๆ!! 
ความติสท์รับประทานของชิ จะดูได้จากหน้าตา ถ้าหน้าเป็นคิงคอง
แสดงว่า “ชิไม่ปลื้ม!” สาเหตุอาจเกิดจาก
1. ไม่ได้ไปเที่ยว (ไม่ว่าจะกลางวัน หรือกลางคืน)
2. ไม่ได้กินไก่ (หมาหน่ะค่ะ!..ไม่ใช่ปอบ!! แต่ชินิยมกินไก่มากๆค่ะ
อะอ้ะ! ไก่ย่างนะคะ มิใช่ไก่วัด หรือน้องไก่แต่อย่างใด)
3. อยู่ในอารมณ์วัยรุ่นเซ็ง…อย่างบอกไม่เถือก!
บางที ถ้ามีแผนการชั่วร้ายอยู่ในหัวชิก็จะหน้าตาเหมือน เกรมลิน! ค่ะ
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ค่ะ เลี้ยงหมา 1 ตัว เหมือนได้สัตว์หลายสายพันธุ์อยู่ในบ้าน!
อูย..อารัมภบทมาย๊าวยาว..เอาเรื่องชิไปต่อตอนหน้านะคะ
ขอเริ่มเรื่องวันนี้ก่อนนะค๊า (ท่านผู้อ่าน บอกมันตัดอารมณ์อีกแล้น..แฮ่ๆ )
การใส่ยกทรงที่ถูกสรีระ ก็จะช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เอ้ย! เสริมสุขภาพค่ะ
(แหม…นึกไปถึงตอนเรียน สปช. สมัยเด็กๆ อิอิ <-- พยายามมากๆค่ะ
พยายามทำให้เหมือนว่าเพิ่งผ่านพ้นมาไม่กี่ปี คิกๆๆ
)
สาวหน้าอกเล็ก
ควรใช้ยกทรงชนิดช่วยเสริม หรือที่เรียกว่า Push-Up Bras ค่ะ ศึ่งจะมีโครงและฟองน้ำเสริมช่วงใต้ทรวงอก เพื่อช่วยดั้น ดั๊น ดันหน้าอกให้ดูมีร่องขึ้น ^_^ หลายแบรนด์ออกแบบให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น และดูเป็นธรรมชาติ เพราะนอกจากฟองน้ำ เดี๋ยวนี้เค้ามีทั้งแบบเป็นเจลซิลิโคนที่เสริมในบรา ที่ให้สัมผัสนิ่มเหมือนธรรมชาติมากขึ้นด้วยค่ะ อีกทั้งยกทรงยังมีทั้งแบบเรียบเนียน ไม่มีขอบตะเข็บชัดเจน ซึ่งเหมาะกับการใส่เสื้อยืดแนบตัว (T-Shirt Bras) ทำให้ไม่เห็นเป็นรอย และมีรุ่นที่สวยเซ็กซี่ด้วยผ้าลูกไม้ ที่มีสีให้เลือกมากมายอีกด้วยค่ะ
Posted on 30 August 2006 by Vinegar Girl
ขึ้นหัวข้อวันนี้อาจ งงๆสักหน่อยนะคะ เอ่อ…ไม่ได้ให้สาวๆ หันมารับประทานยาธาตุกันนะคะ แต่วันนี้เราจะมารู้เรื่องอาหาร ที่สัมพันธ์กับธาตุทั้ง 5 นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และ อากาศธาตุ (ไม่มีธาตุน้ำแดงนะเคอะ! เหอะๆๆ
)เพื่อความสมดุลของร่างกาย ตามหลักอายุรเวชของอินเดียค่ะ ซึ่งแบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
- กผะ คือ คนที่มีธาตุดิน และ ธาตุน้ำมากกว่าธาตุตัวอื่นๆ ส่วนใหญ่มักเป็นคนมีรูปร่างใหญ่ เจ้าเนื้อ อ้วนง่ายแต่ลดยาก (ทั้งๆ ที่กินไม่จุค่ะ) มักเสี่ยงต่อโรคความดันสูง เบาหวาน และโรคอ้วน
ควรหลีกเลี่ยง อาหารหนัก หรืออาหารย่อยยาก นม และของทอด
ควรกินอาหาร ที่ย่อยง่าย รสเผ็ดร้อน ขมและฝาด อย่างผักต่างๆ เนี่ยล่ะค่ะ เหมาะมากๆ สำหรับพวกของหวาน ควรกินแบบไม่หวานมากนักและควรเป็นของร้อนๆค่ะ ถ้าเป็นทั้งหวานและเย็นอย่างไอศกรีมเนี่ย ควรเลี่ยงจะดีกว่าค่ะ
- ปิตตะ คือ คนที่มีธาตุไฟมากกว่าธาตุตัวอื่นๆ ลักษณะเด่นของคนธาตุไฟคือ รูปร่างค่อนข้างสมส่วน ผิวมันและคล้ำ มักเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะ ผิวหนังอักเสบ อย่างแผลในปาก ผมร่วง และผิวหนังแพ้ง่าย
ควรหลีกเลี่ยง อาหารรสจัด อาหารทะเล และอาหารที่มีน้ำมัน (เพราะมีพลังร้อน) และอาหารที่มีรสเปรี้ยว ถ้าเป็นผัก ก็เช่น มะเขือเทศค่ะ
ควรกินอาหาร ที่เน้นไปที่รสหงาน ขม และฝาดให้มากหน่อยค่ะ เพราะทั้ง – รสนี้จะค่อนข้างเย็น และช่วยคุมธาตุไฟได้ด้วย ตัวอย่างผักที่เหมาะกับชาวปิตตะ คือ มะระ สะเดา ถั่วต่างๆ หรือ แตงกวาค่ะ
- วาตะ คือ คนที่มีธาตุลม และ อากาศธาตุมากกว่าธาตุอื่นๆ คนกลุ่มนี้มักมีรูปร่างผอมบาง และผิวแห้ง
ควรหลีกเลี่ยง อาหารที่มีรสเผ็ดร้อน ขม และฝาด เพราะจะทำให้ไปลดธาตุดินและธาตุน้ำในร่างกาย และไปเพิ่มธาตุลมซึ่งมีอยู่มากแล้วในร่างกายให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดตามข้อค่ะ
ควรกินอาหาร ที่มีรสเปรี้ยว หวาน และเค็มค่ะ สำหรับผัก ควรกินผักที่ผัดกับน้ำมันมากกว่าทานสดๆค่ะ เพราะผักสดส่วนใหญ่มีรสขม หรือฝาด ผักที่เหมาะสำหรับชาววาตะ คือ หน่อไม้ฝรั่ง หัวผักกาด และกระเทียม ส่วนผลไม้ทานได้ทุกอย่างค่ะ เพราะผลไม้ส่วนใหญ่มีรสหวานค่ะ
Posted on 21 August 2006 by Vinegar Girl
สวัสดีค๊า…ได้เวลาโผล่มาอัพบล็อกกันแล้ว หลังจากที่ทำเรื่องรองเท้า ให้อ่านยาวกันเป็นวา อ่านกันเหนื่อยเลยสิค๊า… อิอิ
จากที่คุณ enemy222 ฝากให้เขียนเรื่อง “ปัจจัยที่ทำให้อ้วน”
อืม…จริงๆแล้วมันมีมากมายหลายปัจจัยเลยหล่ะค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุหลักอยู่ที่นิสัยการกินของเรานั่นเองค่ะ ควรลดแป้ง น้ำตาล และไขมัน และออกกำลังกายค่ะ <-- ประโยคนี้เป็นคำพูดที่ทุกคนคุ้นหูกันดี แต่มันช่างทำยากเสียนี่กระไร..อย่างตัวเองคิดจะลดน้ำหนักทีไร ก็ไม่เคยทำได้ซ้าก-กทีค่ะ! พอภาพเครปที่ขาวละมุนด้วยวิปครีมพร้อมเนื้อกีวีปะทะที่ดวงตา ใช้เวลาส่งสัญญาณภาพไปแปรความหมายที่สมอง ประมวลผลยังไม่ทันเสร็จ อะฮั้นก็เช็ดคราบวิปครีมที่มุมปากแล้วละฮ้า~!
(ยังจะมาเล่าแบบภูมิใจ ในความไม่มีวินัยของตัวเองอีก
)
วันนี้มีอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายๆคนคง”เข็มขัดสั้น!” (“คาดไม่ถึง!!”…..อูยเล่นมุข”เรือไม่จอดอีกแล้น” (( “ไม่เข้าท่า“)) ) ก่อนที่ทุกคนจะหาว่าอะฮั้นเมาส้มตำปูปลาร้า เรามาดูกันเลยค่ะว่าปัจจัยนั้นคืออะไร
การนอนของเราเนี่ยหล่ะค่ะ เค้ามีผลวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Case Western Reserve ในอเมริกา พบว่าผู้หญิงที่ในแต่ละวันนอนเพียงแค่ 5 ชม. หรือน้อยกว่านั้น 32% มีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 15 กก. หรือมากกว่านั้น!…(โอ้ว..พระเจ้าช่วย กล้วยปิ้ง! ((ไม่ราดน้ำเชื่อมนะคะ..เดี๋ยวอ้วนยกกำลัง 2)) เอ่อ..ไม่ได้เกี่ยวกันหรอกหรอคะเนี่ย! แฮ่ๆ
)
นอกจากนี้ 15% ยังมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนมากกว่าผู้หญิงที่นอนเพียงพอวันละ 7 ชม.อีกด้วยค่ะ โอเคงั้นขอตัวเพียงเท่านี้ค่ะ จะขอแว้บไปงีบหลังพักเที่ยงซะหน่อย.. แหมกำลังหนังตาตกได้ที่เชียว…อิอิ <-- เอ่อ...วิธีนี้ไม่สามารถสะสมแต้มไปรวมกับการนอนตอนกลางคืนให้ครบ 7 ชม. ได้นะเคอะ! แถมนอนแบบนี้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทรัพย์จางอีกด้วย (โทษฐานไม่ทำงาน เจ้านายเลยให้ซองผ้าป่า เอ้ย! ซองขาว!! อะจ๊า-ก-ก-ก!!!
)
Posted on 27 July 2006 by Vinegar Girl

โอ้ว…ว้าวว..เลือดกำเดาไหล! ![[039].gif](http://www.vinegargirl.com/wp-content/uploads/2006/07/[039].gif)
ใครๆ ก็อยากมีหุ่นสะบึม อึ๋ม เอ็กซ์ หุ่นเฟิร์ม แอนด์ ฟิต แบบนี้ ใช่ไหมละค๊า..?
แหม..แหม..แหม….ถ้าอะฮั้นเกิดมาได้ขนาดนี้
ก็คงไปเป็นนางแบบ Victoria’s Secret แล้วค๊า..คู้ณ!
ถึงจะไม่สะบึมอึ๋มเอ็กซ์ แต่ก็จะขอปั้นหุ่นด้วยวิธีเดียวกันกับพวกเธอนะเคอะ!
เผื่อได้ไปเป็นนางแบบชุดชั้นในจินตนา แถวตลาดนัดละแวกชานเมือง
โฮ๊ะๆๆ
หัวเราะแบบไฮโซววว…..

<-- คุณ David Kirsch เทรนเนอร์ชื่อดังผู้นี้นี้เอง! (กรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงแบบทีวีแชมป์เปี้ยน) ที่อยู่เบื้องหลังหุ่นสวย เซ็กซี่ของนางแบบชุดชั้นใน Victoria’s Secret
ก่อนวันโชว์แนะนำว่าควรงดแอลกอฮอล์ ขนมปัง และคาร์โบไฮเดรตบางประเภท เช่น แครอต มันฝรั่ง ข้าวขาว พาสต้า และข้าวโพด รวมถึงผลิตภัณฑ์นม ขนม และผลไม้รสหวาน แล้วให้กินอาหารทุกๆ 3 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานสม่ำเสมอค่ะ โดยมื้อแรกเริ่ม 7 โมงเช้า และมื้อสุดท้ายไม่ให้เกิน 12 ชั่วโมงนับจากมื้อแรกค่ะ ห้ามกินมื้อดึก เพราะระบบการย่อยจะไปรบกวนการนอน นอกจากนี้ยังควรกินแคลเซียม วิตามินซี อี บี 12 และโคเอนไซม์คิวเทน เพื่อทดแทนสารอาหารจากผลิตภัณฑ์นม รวมทั้งโปรตีนในมื้อเช้าและเย็น เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าจากการที่แคลอรีลดน้อยลงด้วยค่ะ
ลองนำวิธีนี้ไปทำกันดูค่ะ แต่ที่สำคัญคงต้องออกกำลังกายควบคู่กับการควบคุมอาหารไปด้วยนะคะ ^_^
Posted on 25 July 2006 by Vinegar Girl
สาวๆขา หน้าอกหน้าใจ ใครว่าไม่สำคัญ จริงไหมละค๊า..?!
สิ่งที่เราต้องทำเป็นประจำ นอกจากการโกย ยัด งัด เอ้ย!จัดระเบียบ
ให้ดูตู้มต๊าม..เด้งดึ๋ง..ตึงเต่ง! ..อึ๋มขึ้นเป็นเท่าตัว !!
(อันนี้ก็แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนหน่ะค่ะ
อิอิ )
แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือสุขภาพของหน้าอกของเรานั่นเองค่ะ
เพราะฉะนั้นเรามาดู 4 ข้อที่เราควรทำในรอบ 1 ปีกันค่ะ

ทุกวัน : อาบน้ำชำระล้าง
อันนี้ไม่บอกก็ต้องทำกันเป็นปกติอยู่แล้วใช่ไหมละคะ สำหรับอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา ยกเว้นเวลาหน้าหนาว อะฮั้นก็มีอาการอาบแห้ง อยู่บ้างประปราย…แฮ่ๆ
เพราะฉะนั้นเราควรอาบน้ำอย่างน้อยวันละครั้ง และทุกครั้งหลังจากออกกำลังกาย สาวๆควรอาบน้ำด้วยสบู่อ่อนที่มีมอยสเจอไรเซอร์ ที่จะช่วยป้องกันการเกิดสิว หรือเม็ดผื่น ซึ่งมักเกิดจากแบคทีเรียที่มาจากเหงื่อบนผิวหนังค่ะ
ทุกเดือน : คลำค่ะ
ตรงนี้ไม่ต้องใช้อาสาสมัครช่วยคลำแต่อย่างใด หนุ่มๆทั้งหลายกรุณาเก็บอาการ และเก็บมือด่วนค่ะ! ช่วงเวลาที่ควรคลำมากที่สุด (โอ้วว!! ฟังดูจั๊กกะดึ๋ยๆ…
คิกๆๆ) คือช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังจากมีรอบเดือน เพราะในช่วงนี้เยื่อในเต้านมไม่หนาแน่นค่ะ ค่อยๆ ใช้นิ้วมือไล่คลำตามเต้านม และบริเวณเหนือรักแร้ทีละข้าง (เอ่อ..ใครที่ตัดมาอ่านเฉพาะช่วงนี้ ไม่ได้เขียน เรื่องอีโรติคนะเคอะ! …แฮ่ๆ รู้สึกอะฮั้นจะจินตนาการอยู่คนเดียวเลยหน่ะสิฮ้า….) มาเข้าเรื่องกันต่อค่ะ เราควรยืนส่องกระจกบานเต็มตัว เพื่อจะได้มองหาจุด ไฝ หรือแถบแดงบนเต้านม ซึ่งเหล่านี้อาจหมายถึงการติดเชื้อ หรือบางกรณีก็คือมะเร็งผิวหนัง
ทุกหกเดือน : ตรวจสภาพชุดชั้นในกันค่ะ
แหม…สาวๆขา…เราต้องหมั่นตรวจสภาพบราของเรากันด้วยนะคะ ไม่ต้องประหยัดขนาด ย้วย หรือยืดแล้วก็ยังทนใส่กันไปเรื่อยๆ (เดี๋ยวจะทำให้หย่อนยาน พาลเป็นถุงกาแฟกันนะคะ!) ถ้าเราใช้บราที่ยืด หรือหย่อนแล้วเนี่ย มันจะมีผลให้เจ็บเต้านม หรือปวดหลังได้ค่ะ
ทุกปี : ไปหาคุณหมอสูติฯ กันค่ะ
สิ่งนี้ควรทำควบคู่กับการตรวจภายในด้วยนะคะ (สำหรับสาววัย 25 ปี ขึ้นไปก็เริ่มตรวจได้แล้วค่ะ) พอพูดถึงสูตินรีแพทย์เนี่ย สาวๆส่วนใหญ่ก็ทำตัวม้วน…กันเป็นแถว เพื่อความสะดวกใจของเรา เราลองนัดคุณหมอสูตินรีเวชที่เป็นผู้หญิงจะดีกว่าค่ะ สิ่งเหล่านี้ควรให้คุณหมอได้ดูนะคะ ทั้งตรวจหาก้อนเนื้อในเต้านม และตรวจภายในเพื่อเช็คความผิดปกติค่ะ
Posted on 05 July 2006 by Vinegar Girl
เรื่องนี้ไม่ต้องอาศัยทักษะพิเศษแต่อย่างใดค่ะ ง่ายมั่กๆ
แต่จะทำให้ได้ผลดี และถูกต้องที่สุด เราต้องจัดท่าทางกันก่อนค่ะ
เอ่อ…อันนี้หมายถึงกระโดดเชือกนะคะ อ้ะๆๆ อย่าคิดลึ้กกก..คิกๆ ๆ

ท่าทางที่ถูกต้อง
เริ่มด้วยการจับมือจับ ด้านที่ใกล้กับเชือกมากที่สุด อย่าจับแน่นเกินไป ผ่อนคลายไหล่ แนบข้อศอกกับลำตัว และให้ลำตัวช่วงบนตั้งตรงและนิ่งที่สุด มืออยู่ระดับสะโพก และแกว่งเชือกด้วยแขนช่วงล่าง และ ข้อมือค่ะ
การกระโดด
คุณควรกระโดดสูงเล็กน้อย แค่พอให้เชือกลอดผ่านเท้าไปได้ (ประมาณไม่เกินหนึ่งนิ้ว) งอเข่าเล็กน้อยตลอดการกระโดด เพื่อลดแรงกระแทกที่หัวเข่า และข้อเท้าให้น้อยที่สุด
เตรียมร่างกาย
ควรอบอุ่นร่างกายก่อนกระโดดเชือกซัก 2-3 นาที ด้วยการย่ำอยู่กับที่ การเดิน หรือกายบริหาร เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อพร้อมรับการกระโดดค่ะ
พื้นที่
เวลาที่เราเป็นเด็กเนี่ย จะกระโดดที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นหล่ะค่ะ แต่พอโตแล้ว เราต้องการพื้นที่ ที่ยืดหยุ่นกว่าซีเมนต์ที่แข็งกระด้าง อย่างเช่น พื้นไม้แข็งๆ หรือพื้นพรมอัดค่ะ
จังหวะ
ถ้าลองเปิดเพลงเร็วๆ ไปด้วย จะทำให้เราหาจัวหวะได้ดีขึ้น แถมยังสนุกขึ้นอีกต่างหากค่ะ
เพิ่มความหลากหลาย
อันนี้แน่นอนค่ะ ทำท่าเบสิคอยู่ท่าเดียวมันย่อมเบื่อแน่นอน! (กรุณาอย่าคิดลึ้กกก..อีกครั้ง) เราต้องหาวิธีเพิ่มความหลากหลายของท่า ให้ไม่น่าเบื่อค่ะ ด้วยท่า
- กระโดดเท้าเดียว กระโดดด้วยการสลับเท้า ทีละข้าง ซ้ายแล้วก็ขวา
- กระโดดแตะเท้า ขณะที่กระโดดแต่ละครั้ง เหยียดเท้าข้างใดข้างหนึ่งออกมาข้างหน้า และใช้ส้นเท้าแตะพื้น จะทำสลับขาก็ได้นะคะ
- กระโดดตบ เวลากระโดดลงพื้น ให้แยกขาสลับกับเท้าชิด แบบเดียวกับเวลาที่เราทำท่ากระโดดตบค่ะ
- กระโดดแกมวิ่ง ยกเข่าสูงขึ้นกว่าปกติ เหมือนกับคุณวิ่งไปกระโดดเชือกไปค่ะ
ระยะเวลา
ลองตั้งเป้าไว้สัปดาห์ละ 3-4 วัน สำหรับมือใหม่อาจกระโดดให้ได้ครั้งละ 5-15 นาที เมื่อมีประสบการณ์แล้วลองเพิ่มเป็น 20-40 นาทีค่ะ ถ้าเบื่อ ก็ลองกระโดดเชือก สลับกับการวิ่งอยู่กับที่ หรือทำกายบริหาร แต่รวมเวลาแล้วให้ได้ประมาณ 30 นาที โดยกระโดดเชือกให้ได้ 2 ใน 3 ของเวลานั้นค่ะ
Posted on 04 July 2006 by Vinegar Girl

สาวๆขา…มีข่าวดีมาบอกค่ะ นั่นคือการออกกำลังกายแบบประหยัดเงิน แต่ไม่ประหยัดแคลอรี่ค่ะ! อ่า…สนใจกันแล้วใช่ไหมคะ?! ก็การกระโดดเชือกหน่ะสิคะ ตอนนี้เลยได้เวลาปัดฝุ่นกิจกรรมสมัยเด็กๆ กันแล้วค่ะ ^_^
การกระโดดเชือกเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่ดีที่สุด
เพราะว่าสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้เกือบ 200 แคลอรี่ใน 15 นาที ซึ่งทำได้ง่ายดาย และพกพาอุปกรณ์สะดวกในทุกๆ ที่อีกด้วยค่ะ
การกระโดดเชือกนั้นทำให้
- หัวใจแข็งแรง
- ช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้กับร่างกาย
- พัฒนาทักษะในการใช้มือและเท้าของเราให้สอดประสานกันได้ดียิ่งขึ้น
- ช่วยสร้างกระดูกให้แข็งแรง และไม่ทำร้ายข้อต่อต่างๆ อย่างที่บางคนกลัวค่ะ (ด้วยเทคนิคกระโดดที่ถูกต้อง ยังช่วยให้ข้อต่อแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ)
- บริหารกล้ามเนื้อขา น่อง ต้นขา หน้าท้อง หน้าอก ไหล่ หลัง และแขนด้วยค่ะ
อุปกรณ์
- เชือกสำหรับกระโดด
- รองเท้าใส่สบายหนึ่งคู่
เชือกสำหรับกระโดดนั้น ควรเลือกที่น้ำหนักเบา แต่ไม่เบาจนเกินไปนะคะ (น้ำหนักซักครึ่งปอนด์ หรือประมาณ 200 – 250 กรัมค่ะ (( 1 ปอนด์ = 454 กรัม)) ) ซึ่งหนักพอที่จะทำให้เกิดโมเมนตั้มขณะเหวี่ยงไปรอบๆ (คำพูดแลดูเป็นหลักวิทยาศาสตร์ แลดูภูมิฐานอย่างบอกไม่ถูก..อิอิอิ) นอกจากนี้วัสดุที่เบามากๆ เช่นฝ้าย หรือหนัง ยังจะก่อให้เกิดการพันกันกลางอากาศได้ด้วยค่ะ สำหรับที่จับควรเป็นโฟม เพื่อที่จะได้ไม่ลื่นหลุดมือได้ง่าย เวลาที่เหงื่อออกค่ะ
ความยาวของเชือกที่เหมาะสม ก็คือ ใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งเหยียบกลางเชือก และยกเชือกขึ้นมาที่หน้าอก ให้ปลายเชือกพอดี อยู่ในระดับหน้าอกค่ะ
รองเท้าที่ดีที่สุดในการกระโดดเชือก อาจเป็นรองเท้าแอโรบิค หรือรองเท้าแบบครอสเทรนนิ่งก็ได้ค่ะ ควรให้รองเท้าทีความแข็งแรงที่ส่วนปลายเท้า สามารถรองรับการกระแทกบริเวณใต้นิ้วเท้าได้อย่างนุ่มนวลพอ
พรุ่งนี้มาต่อกันเรื่องท่าทางค่ะ