XanaxAdderall onlineLevitraADDERALL onlineadderall without prescriptionPhentermine onlinetramadol onlinevalium online

Archive | Health

Skin Food – กินอะไร ไร้สิวและริ้วรอย

Posted on 08 August 2010 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าาาา ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีหลายฤดูใน 1 วัน แถมเชื้อหวัด H1N1 ก็เริ่มหวนกลับมาแพร่ระบาดกันอีกครั้ง ยังไงรักษาตัวกันด้วยนะค๊าาา สาวๆ วันนี้มาว่ากันเรื่องอาหารค่ะ และสำหรับวีนิก้าเกิร์ล ก็ย่อมเลือกอาหารที่ทำให้สาวๆ สวยกันได้อีกค่ะ

vinegargirl_H_SF

สิว

สำหรับช่วงที่เราเป็นสิว (อิ๋ว อิ๋ว อิ๊ว…)  เราควรเลือกทาน ผักผลไม้ที่มีสีส้ม และสีแดงค่ะ เพราะมีแบต้าแคโรทีนอยู่เต็มเปี่ยม เจ้าแบต้าแคโรทีนในผักและผลไม้ ที่มีสีเหล่านี้ จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอค่ะ ซึ่งจะช่วยลดการผลิตน้ำมันในผิวลงค่ะ และผักใบเขียว ซึ่งมีวิตามินบี 6 ก็จะช่วยลดอาการบวมได้ ช่วยให้สิวทุเลาลงค่ะ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เกลือที่มีไอโอดีนสูงงงงงงค่ะ  กุ้งและสาหร่ายทะเล เพราะสิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นต่อมน้ำมัน ให้ทำงานมากขึ้นค่ะ ส่งผลให้รูขุมขนเกิดการระคายเคือง และที่สำคัญค่ะ น้ำตาลในขนมหวานทั้งหลาย รวมถึงอาหารที่ได้จากนม และแป้งขัดขาว ก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้ค่ะ คงต้องลดๆ ลงมาหน่อยค่ะ จริงๆ ถ้าลดได้นอกจากใบหน้าไร้สิวแล้ว ยังรูปร่างดีอีกด้วยค่ะ

ริ้วรอยเหี่ยวย่น

ใครๆ ก็ไม่อยากให้ริ้วรอยเกิดขึ้นบนใบหน้า (เร็ว) นักนักนะคะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สาวๆ ควรรับประทานคือ ผลไม้สีสด อย่างเช่น พวกเบอร์รี่ชนิดต่างๆ ถ้าอย่าง สตอ ก็ต้องมีเบอร์รี่ด้วยนะคะ ไม่งั้นจะโดนผัดกุ้ง+กะปิ  sweat-2 แฮ่ๆ  กลันมาต่อค่ะผลไม้เบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้ จะอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยชะลอริ้วรอย และช่วยส่งเสริมการผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ และคอลลาเจน ที่ทำให้ผิวกระชับด้วยค่ะ  ส่วนเนื้อสัตว์ จะเป็นพวกอาหารทะเลที่มีสีส้มนะคะ อย่างเช่น ปลาแซลมอนค่ะ ซึ่งก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นกว่า วิตามินซี และ อี อีกด้วยค่ะ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง น้ำตาล อาน อาน อาน…. อันนี้ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ถูกกะสาวๆ อย่างเราแน่นอนค่ะ การทานน้ำตาลมากๆๆๆ จะทำให้คอลลาเจนจับตัวแข็งค่ะ ผิวจึงหย่อนคล้อยค่ะ แต่ก็ไม่ถึงทำร้ายจิตใจสาวๆ (ตัวเอง) จนเกินไป ถึงขั้นไม่ทานขนมหวานกันเลย มีวิธีบาลานซ์ค่ะ เวลาเราได้ทานน้ำตาลทั้งหลายไปแล้ววว ให้เติมผงอบเชย 1/8 ช้อนโต๊ะ ลงในอาหารที่ทานค่ะ อบเชยจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่ะ  ส่วนธาตุเหล็กดีกับสาวๆ (โดยเฉพาะ…ในช่วงวันนั้นของเดือน) แต่ก็อย่าเยอะเกินไปค่ะ เพราะทำให้เกิดริ้วรอยได้ค่ะ

Comments (2)

ผิวสวยได้ ภายในครึ่งนาที

Posted on 25 August 2009 by Vinegar Girl

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เปิด vinegargirl.com มา เห็นหน้าเว็บแล้วอยากหงายหลังค่ะ 55555 อัพเดทล่าสุด ตั้งแต่ พฤหัสบดีที่แล้ว ลืมใส่รูป feature เลยปล่อยให้โป๊เปลือย โชว์อยู่เป็นเวลาหลายวันค่ะ แฮ่ๆ sweat1.gif เนื่องจากว่าตั้งเวลาอัพเดท เลยไม่ได้ re-check ตอนที่ post หน่ะค่ะ ต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะค๊าาา

น้องซีสุดเปรี้ยวของเรา ฝาก ละครนิเทศจุฬาฯ52  ให้ได้ลองไปชมกันค่ะ กับเรื่อง วิมานมายา (อา อา อา…กรุณาทำเสียงเอคโค่นิดๆ เวลาอ่านค่ะ) “วิมานแห่งฝันอันตรึงตรา ฤๅ เป็นเพียงมายาที่ตราตรึง” วัน เวลา และสถานที่ ตามนี้เลยค่ะ
28 – 30 สิงหาคม และ 4-6 กันยายน 19.00 น.*เสาร์ อาทิตย์ เพิ่มรอบ 13.00
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บัตรราคา 180, 200 และ 220 บาท

ได้อ่านเนื้อเรื่องคร่าวๆ แล้วดุเด็ดเผ็ดมันส์ค่ะ พอได้อ่านคาแรคเตอร์แล้ว ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอยกตัวละคร พร้อมคำบรรยาย ได้ใจ มาให้อ่านกันค่ะ

ทองเปลว
กะหรี่เต็มขั้น ทะเยอะทะยาน และกร้านโลก

หมวดตุ๋ย
ไถเงินได้บ้าง พอว่างเป็นก๊งเหล้า

ชบา
กะหรี่สาวสองหน้า วาจาสยบชาย

บุญเติม
เชี่ยวชาญโลกีย์ สมองไม่มี ดีแต่ใช้กำลัง

อ่านแล้วเลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะเชียร์คนไหนดี 5555 อยากเห็นหน้าคนคิดค่ะ ชอบๆๆๆ ใครสนใจ ติดตามรายละเิอียดได้ที่ Facebook เลยค๊า
http://www.facebook.com/event.php?eid=86529152045&ref=ts

มาเข้าเรื่องวันนี้ค่ะ เปิดต้นสัปดาห์ อยากฝากเคล็ดลับให้สาวๆ ค่ะ จริงๆ แล้วง่ายมากๆ ถ้าอยากหน้าตาสดใส ผิวพรรณดี มีเลือดฝาดค่ะ ต้องเรียกว่าเป็นทางด่วนผิวสวย สำหรับทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ เลยค่ะ

vinegargirl-H-BS

วิธีการมีผิวสวยอย่างรวดเร็ว

  • ให้ก้มตัวลงให้ต่ำที่สุด และพยายามก้มให้ศีรษะชิดหัวเข่า เท่าที่จะทำได้ค่ะ นิ่งค้างไว้ แล้วนับ หนึ่ง ถึง สามสิบค่ะ

เมื่ออ่านจากท่าทางแล้ว เลยลองหารูปการก้มตัวที่ต่ำที่สุดมาให้ดูค่ะ เป็นท่าของการยืดตัวค่ะ และใครที่เล่นโยคะ คงคุ้นเคยกันดีค่ะ ส่วนตัววีนิก้าเกิร์ล ยังไม่เคยฝึกโยคะ นะคะ แต่ได้ทิปนี้มาจากหนังสือค่ะ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วค่ะ ว่าท่าง่ายๆ นี้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วใบหน้า และ หนังศีรษะค่ะ ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสิวด้วยค่ะ

ซึ่งการทำท่านี้ ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก็จะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันด้วยค่ะ ลองดูกันค่ะ

เช้า : ช่วยให้มีสมาธิ โดยเฉพาะในการรับมือกับวันอันยุ่งเหยิงค่ะ ช่วยปลุกร่างกาย และจิตใจให้ตื่นตัวด้วยค่ะ

กลางวัน : ช่วยเติมพลัง ระหว่างวันค่ะ

เย็น : ช่วยให้ผ่อนคลาย หัวใจเต้นเป็นปกติ และช่วยควบคุมจังหวะการหายใจค่ะ

Tips :

เชื่อว่าหลายๆ คนพยายามก้มให้ศีรษะชิดหัวเข้าแล้ว แต่ไม่สามารถ ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเราจะงอหัวเข่าเล็กน้อย เพื่อการทำให้สำเร็จค่ะ และอาจสร้างสมดุลด้วยการ นำมือประสานไว้ด้านหลังค่ะ สำหรับใครที่ยังทำไม่ได้ ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยๆ ทำไปวันละนิด ร่างกายเราจะค่อยๆ ปรับความยืดหยุ่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะทำได้ในที่สุดค่ะ

ส่วนใครที่มีปัญหา เช่นปัญหาที่หลัง หรือคนที่มีรูปร่างใหญ่ ไม่เป็นไรค่ะ ใช้วิธีนอนก้มหัวลงด้านข้างเีตียงแทนได้เลยค่ะ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม คือควรทำทุกวันนะคะ ต่อเนื่องนะคะ วีนิก้าเกิร์ลคิดว่าเป็นท่าออกกำลังกาย ที่ง่ายที่สุดแล้ว 5555 เพราะตัวเองเป็นคนขี้เกียจ เลยพยายามสรรหาท่าที่ไม่ต้องออกแรง หรือพยายามมากมาใช้ค่ะ นำไปทำแล้วเป็นอย่างไร ลองอัพเดทกันบ้างนะค๊าาาา teeth_smiley

Comments (9)

7 เคล็ดลับ สำหรับหน้าท้องแบนราบค่ะ

Posted on 27 May 2009 by Vinegar Girl

จากบทความที่แล้วค่ะ มีหลายคนบ่นเสียดายทางหลังไมค์ค่ะ ว่ามาเล่น Sunsilk Styling Yourself campaign บน banner ไม่ทัน เลยอดลุ้นเข้าร่วม CLEO Workshop อันนี้ไม่เป็นไรค่ะ สาวๆ ยังคงติดตามกิจกรรมได้นะคะ และอย่างที่บอกค่ะ ยังมีเทรนด์ผม ให้เข้าไปอัพเดทกันได้ค่ะ

ขอบคุณ comments และกำลังใจนะคะ อยากทราบว่า น้อง Pui_n* รับ RSS feed หรือว่า click มาดูเองค่ะ เพราะอัพเดทปุ๊บ comment ปั๊บ รวดเร็วมาก ยังความปลื้มปิติ แ่ก่วิีนิก้าเกิร์ลเป็นอย่างยิ่งค่ะ คิดถึงน้อง bess* อยู่พอดีค่ะ เมื่อวานแอบเข้าไปดู Hi5 กะว่าจะเข้าไปทักทาย แต่พอดี IE มีปัญหาพอดี ไว้เดี๋ยวเข้่าไปใหม่ค่ะ ^_^ ขอบคุณ น้อง Faii ที่เริ่มได้คุยกันบ่อยขึ้นนะคะ และ น้อง zeaRene* สาวเปรี้ยวขาประจำค่ะ เรื่อง hair accessories นี่ก็ไม่เหมาะกับพี่อ้อมเช่นกันค่ะ อยากติดแต่ไม่ได้ด้วยวัย และหน้าตาค่ะ 55555555555

วีคนี้เกือบจะเป็นวีคสุดท้าย ที่ได้พักรักษาตัว พร้อมทำงานอยู่ที่บ้าน เลยขยันปั่น vinegargirl ฮ่าๆๆๆ herher-1 ถ้าเจ้านายเข้ามาดู จะรู้ถึงเหตุผลที่งานไม่เดินหน้าค่ะ คริๆๆๆ แอบเผยไต๋ จริงๆ แล้วจะบอกว่า หลังผ่าตัดลำไส้ยังทำงานไม่ปกติ เลยทำให้ท้องอืดมากๆ ค่ะ แถมด้วยอาการบวมป่อง ราวกับท้อง 5 เดือน (โบ้ยว่าเป็นลมในช่องท้อง แท้จริงแล้วไขมันล้วนๆ เลยค่ะ คุณขาาาาา sweat-new_1 ) หลังจากไปค้นคว้ามา เรามาดู กฎกติกา มารยาท สำหรับการมีหน้าท้องแบนราบกันค๊าาาา

vinegargirl-h-7flat-belly

7 เคล็ดลับเพื่อหน้าท้องแบนราบ
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ สาวๆ ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอกับความต้องการ ของร่างกายนะคะ สำหรับปริมาณนั้น วีนิก้าเกิร์ลไม่ขอระบุค่ะ เพราะแต่ละคน ดื่มน้ำไม่เท่ากันค่ะ บางตำราเพื่อผิวสวยให้ดื่มประมาณ 2 ลิตร แต่บางคนดื่มไม่ได้ขนาดนั้น เพราะร่างกายไม่ชินค่ะ เอาเป็นให้พอดีกับความต้องการของตนเองละกันค่ะ ถ้าร่างกายขาดน้ำ จะกักเก็บของเหลวไว้ ทำให้เราดูบวมน้ำค่ะ
2. จำกัดน้ำอัดลม อันนี้เป็นตัวการสำคัญให้เกิดลม ในกระเพราะอาหารของเราเลยค่ะ ถ้าอยากดื่มน้ำหวาน ให้เลือกชนิดไม่อัดแก๊สจะสบายท้อง และไม่ทำให้หน้าท้องบวมได้ดีกว่าค่ะ ตอนนี้วีนิก้าเกิร์ล ดื่มแต่น้ำขิงค่ะ ถึงจะไม่เข้ากับอายุปัจจุบัน ที่เท่ากับโปรโมชั่นมือถือยี่ห้อนึง “15 หยกๆ 16 หย่อนๆ” เอิ้กๆๆ แต่น้ำขิงก็ช่วยขับลมได้ดีทีเดียวค่ะ (ท่านผู้อ่านบอก รู้สึกว่าพี่อ้อมจะเป็นโปร “หย่อนๆ ยานๆ” มากกว่า)
3. เลือก พรีไบโอติกส์ ฟังชื่อแล้ว อยากรีบเปิดหนังสือ ชีววิทยาสมัย ม. ปลาย ให้คลายความสงสัย ไม่เป็นไรค่ะ เอาเป็นว่า พรีไบโอติกส์ พบมากในโยเกิร์ต เจ้าตัวนี้ จะช่วยย่อยสลายน้ำตาล และโปรตีน ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้นค่ะ
4. ลดเกลือ สิ่งนี้วีนิก้าเกิร์ลเคยเล่าให้ฟังแล้วนะคะ สำหรับน้องเกลือนี่ สาวๆ ควรลดๆ ลงมาหน่อยค่ะ ลองเปลี่ยนเป็นซีอิ๊วญี่ปุ่น หรือซอสปรุงรส แทนน้ำปลา และใช้เนื้อสัตว์สด ในการปรุงอาหาร ดีกว่าเนื้อสัตว์ชนิดแปรรูป เพราะมีเกลือน้อยกว่าค่ะ เพราะเกลือทำให้ร่างกายบวมน้ำ นอกจากตัวบวมแล้ว ยังเป็นเหตุให้ใต้ตาบวมอีกด้วยค่ะ
5. เลี่ยงฟรักโทส เจ้าฟรักโทสนี่ คือน้ำตาล (hexose) ชนิดนึงค่ะ ก่อนที่จะเข้าวิชาชีวะอย่างแท้จริง น้ำตาลฟรักโทส พบได้ในผลไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะผลไม้สุก น้ำผลไม้ และในน้ำอัดลมทุกชนิด สิ่งที่เน้นให้เลี่ยงน้ำตาลฟรักโทสจากผลไม้ นั่นคือ ผลไม้อบแห้ง อย่าง อินทผลัม กล้วยตาก ค่ะ นอกจากหวานมากแล้ว ยังอาจเกิดแก๊สซึ่งไประกวนระบบย่อยได้อีกด้วยค่ะ อ่านแบบนี้ เดี๋ยวสาวๆ ไม่กล้าทานผลไม้ ทานได้ในปริมาณที่พอเหมาะนะคะ เพราะอย่าง มะม่วงสุก ทานมาก หวานเยอะ ก็ทำให้อ้วนได้ง่ายด้วยนะคะ่
6. เพิ่มโพแทสเซียม พบมากในกล้วยหอม และบร็อคโคลี่ค่ะ เจ้าโพแทสเซียมนี้ จะช่วยรักษาระดับน้ำในเซลล์ ให้สมดุล และป้องกันอาการบวมน้ำค่ะ
7. จิบน้ำขิง 5555 ไม่ได้จบแบบชรานะคะ แ้ต่ในตำราเค้าว่าอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ อย่างที่วิีนิก้าเกิร์ลบอกไว้ค่ะ ช่วงที่ลำไส้ทำงานไม่ปกติ ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ทุกวันหลังอาหาร ช่วยให้ท้องพองลม กลมน้อยลงได้อย่างมากค่ะ ถ้าใครไม่ถนัดน้ำขิง ลองเลือกอาหารที่ผสมขิง เช่น ปลานึ่งใส่ขิง ไก่ / ปลาผัดขิง เรียกว่า ทานอาหารเป็นยา ในเวลาเดียวกันค่ะ เพราะขิงช่วยลดอาการบวมน้ำ ขับลม และช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้นค่ะ สำหรับการดื่มน้ำขิงนั้น สาวๆ ก็ต้องระวังด้วยนะคะ อย่างขิงผงพร้อมดื่ม ลองเลือกแบบที่น้ำตาลน้อยค่ะ จะได้ไม่อ้วน อย่างตัวเอง ใช้ซื้อเต้าฮวย แล้วให้เค้าใส่น้ำตาลทรายแดงน้อยๆ แทนค่ะ ^_^

ขอบคุณข้อมูลจาก SHAPE Magazine : Volume 3 Number 30 ที่นำมาเพิ่มเติม ปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน และเขียนใหม่ โดย Vinegargirl ค่ะ

ยังไงก็ลองดูนะคะ เชื่อว่าถ้าสาวๆ ได้ลองทำตามเคล็ดลับนี้ นอกจากไม่ค่อยเกิดอาการบวมน้ำแล้ว สุขภาพและหุ่นก็ยังดีขึ้นอีกด้วยค่ะ ^_^

Comments (6)

Tags:

สวยด้วยผลไม้ไฟเบอร์สูงกันค่ะ

Posted on 06 March 2008 by Vinegar Girl

สาวๆ ขา… เรามาคุยกันเรื่องสุขภาพ กันบ้างนะคะ หลังจากห่างหาย จากเรื่องนี้ไปนาน ขอบคุณมากๆ นะค๊า สำหรับ comments ของสาวๆ ที่อวยพร ให้หายป่วยเร็วๆ ได้กำลังใจ เลยดีขึ้นมากมายค๊า….  เพราะเนื่องจาก อาหารเป็นพิษ เลยทำให้ ช่วงนี้ ดูผอมเพรียว ไปโดยปริยาย แฮ่ๆ แต่ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ แน่นอนค่ะ ตอนนี้หน้าโทรมมาก…กกก 55555

เลยอยากแนะนำ ให้สาวๆ มีผิวสวย + หุ่นดีกันด้วยค่ะ  เพราะก่อนหน้านี้ สาวๆ หลายคน มีปัญหาเรื่องท้องผูกค่ะ วันนี้เรามาว่าด้วยวิธีสวย สุขภาพดีด้วย Hi-Fi กันค่ะ เอ่อ..ไม่ใช่ สวยเสียงกระหึ่ม แบบลำโพงไฮไฟนะคะ คริๆ fauxcul.jpg  Hi-Fi ในที่นี้คือ High Fiber ค๊า…

มาแบบวิชาการกันนิดนึงนะค๊านักเรียน <- อารมณ์เป็นคุณครู กำลังให้ข้อมูล คริๆ  เพราะอยากให้มารู้จักกับเจ้า  Fiber (ไฟเบอร์) หรือเส้นใยอาหารกันก่อนค่ะ ว่ามีอะไรดีบ้าง

  • หลายๆ คนคงทราบกันดีแล้วนะคะว่า ไฟเบอร์นั้นช่วยในเรื่องการขับถ่าย ช่วยแก้ไขเรื่องอาการท้องผูกค่ะ และเมื่อการขับถ่ายดีแล้ว ก็ส่งผลให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ค่ะ
  • ช่วยลดปริมาณคอเลสเทอรอล เพราะกากใยจะช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมัน จึงสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดได้ค่ะ
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คนที่ทานอาหารมีกากใยมากๆ จะลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานได้ด้วยค่ะ
  • ช่วยควบคุมน้ำหนักค่ะ เพราะเมื่อเราทานอาหารกากใยสูง จะเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วและนานขึ้นนั่นเองค่ะ

เมื่อเราทานอาหารกากใยสูงทำให้อิ่มได้นาน การขับถ่ายดี ก็ทำให้รูปร่างดี ผิวพรรณดีค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยหล่ะคะ..ว่าผลไม้ที่มีกากใยสูงนี่มีอะไรกันบ้าง

prune.jpg

  1. พรุน (Prunes)  : ต้องขอเรียกลูกพรุนว่าเป็นราชินีของผลไม้ที่มีกากใยสูงเลยค่ะ เพราะเวลาท้องผูก เราก็มักจะนึกถึงน้ำพรุน หรือพรุนอบแห้งนะคะ เพราะหาซื้อได้ง่ายในบ้านเรา หรือถ้ามีโอกาส ก็ซื้อพรุนสด มาทานดูก็ได้ค่ะ  พอลองมา research ดู เพิ่งค้นพบว่า พรุนนี่มีอะไรดีๆ เยอะมากๆ เลยค่ะ เช่นวิตามินซีสูง และมีแร่ธาตุต่างๆ มากมายด้วยค่ะ เรียกว่า
    ช่วยเรื่อง ความสวย (ทางอ้อม) ให้เรา นอกจากให้ไฟเบอร์สูงค่ะvinegargirl-h-f.jpg
  2. แอปเปิ้ล (Apple) : ถ้าให้พูดแบบวิชาการหน่อย (ขอเก็กหน้าแบบน่าเชื่อถือสุดๆ นิดนึงค่ะ   031.gif <– ไม่ใช่แล้น!!) แอปเปิ้ลจะมีไฟเบอร์ที่ชื่อว่า “เพคติน” ค่ะ ซึ่งเจ้าตัวนี้ช่วยลดความอยากอาหารได้ค่ะ
  3. แก้วมังกร (Dragon Fruit)  : แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง แต่แคลอรี่ต่ำค่ะ และยังช่วยคลายร้อนได้อีกด้วยค่ะ เหมาะมาก สำหรับสาวไทยเรา เพราะทานเล่นๆ ได้ดี แถมราคาไม่แพงมากค่ะ
  4. ส้ม : ต้องทานแบบไม่ลอกใย และไม่คายกากออกนะคะ  ซึ่งจะทำให้อิ่มเร็วได้เหมือนกันค่ะ แต่อาจต้องจำกัดปริมาณสำหรับคนที่อยากควบคุมน้ำหนักด้วยค่ะ เพราะน้ำตาลก็เยอะเช่นกันค่ะ
  5. ฝรั่ง : นอกจากมีกากใยสูงแล้ว ยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วยค่ะ ซึ่งดีต่อผิวพรรณค่ะ ฝรั่งนี่ หาทานได้ง่ายที่สุดแล้วค่ะ มีทุกฤดูทุกหน้า และหาได้ทุกรถเข็น อิอิ (แต่ถ้าทานมากก็ทำให้ท้องอืดได้นะคะ)

อย่างไรก็ตาม เราก็ควรหมุนเวียน ทานผลไม้ตามฤดูกาลนะคะ เพราะช่วยให้เราเลือกซื้อได้ง่าย ในราคาประหยัด (ยกเว้นผลไม้ที่ทำแห้งได้ อย่างลูกพรุน เพราะมีให้ทานตลอดฤดูกาล ทั้งแบบแห้ง และแบบน้ำพรุนค่ะ แต่ก็ราคาสูงหน่อย) และเราก็ควรเลือกทาน แบบพอดีๆ ที่จะทำให้ได้หุ่นสวยด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น เราลองเปลี่ยนของว่าง จากขนมขบเคี้ยว มาเป็นผลไม้เหล่านี้ ก็จะดีกับสาวๆ มากเลยนะค๊า  ^_^

นอกจากทานอาหาร ที่มีไฟเบอร์สูงแล้ว ก็ต้องออกกำลังกาย ด้วยนะคะ จะได้สวยครบสูตร (อันนี้เป็นอะไร ที่ตัวเองไม่เคย แต่ทำเนียนค่ะ  555555)

Comments (4)

นักสะสมอาหารในตู้เย็น โปรดฟังทางนี้ค่ะ

Posted on 29 November 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ วีคเอนด์นี้มีมิดไนท์เซลกันอีกแล้วนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะรีบขึ้นให้ดูค่ะว่ามีเซลอะไรที่ไหนกันบ้าง (วันนี้แอบบอกไว้ก่อน ให้เตรียมสตางค์ไว้ค่ะแฮ่ๆ )

วันนี้อยากคุยเรื่องสุขภาพกันบ้างค่ะ เพราะเรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้ ตรงกับชีวิตตัวเองมากๆ เลยค่ะ เพราะทุกวันนี้เหมือนตัวเองมีชีวิตเร่งรีบ (หรือขี้เกียจ) ทุกวันค่ะ เลยต้องพึ่งพาอะไรๆ ที่สำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่กินประจำ ยามเงินหมด (ไปกะการช้อป.. อ้ะ..ล้อเล่นนนน) แถมทานอาหารกลางวันหน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ (เนื่องจากนั่งโหลดรูป X  ดูไปด้วย ไม่ใช่แล้นค่ะ!! รูป X ที่ว่านี่หมายถึง x, m, l ขนาดเสื้อผ้าค่ะ รูปแฟชั่นๆ ค๊า..อย่าเพิ่งคิดไปไกลค่ะ อิอิ fauxcul2.jpg  )  โดยส่วนตัวเป็นคนชอบสะสมอาหารในตู้เย็น จนคุณแม่ และคุณแม่บ้านที่ทำงานต้องนั่งจัดสรร พื้นที่ในตู้เย็นจนเบื่อค่ะ พอไม่มีเวลา ก็รื้อๆของกินในตู้เย็นมาอุ่นไมโครเวฟรับประทาน (แลดูเลี้ยงง่ายมั้ยคะ แฮ่ๆ)

แต่เมื่อเดือนก่อนได้อ่านนิตสาร COSMOPOLITAN ของประเทศไทยเราเนี่ยค่ะ ฉบับเดือน ตุลาคม 2007 ในส่วนของ Health Special เป็นบทความดีมากกกกกค่ะ เป็นการสำรวจข้อมูลที่ทำโดย คอสโมฯ  เรื่อง
อาหารเหลือในตู้เย็น (Leftover Foods) อาจกลายเป็นยาพิษที่ฆ่าคุณได้?
เรื่องโดย ดร. เปี่ยมสุข เมนะเศวต  
สัมภาษณ์โดยคุณ เชอร์ลี่ย์ สุวรรณทรรภ และคุณวิภาพร หมู่ศิริเลิศ

อ่านหัวข้อแล้วสยิว เอ้ย! สยองเล็กน้อยค่ะ เลยอยากหยิบยกข้อมูลบางส่วนจากคอสโมฯ มาบอกเล่าแบบ vinegargirl ให้สาวๆ ได้อ่านกันวันนี้ค่ะ แต่ถ้าสาวๆ อยากอ่านทั้งหมด ซึ่งมี 40 ข้อ ก็สามารถสั่งซื้อนิตสารย้อนหลังได้จากคอสโมฯนะค๊า

vinegargirl-h-lf-01.jpg

  1. ก่อนอื่นข้อมูลในนิตสารบอกว่า การตั้งอุณหภูมิในตู้เย็น สำหรับช่องแข็ง ควรตั้งที่ ลบ 18 องศาเซลเซียส จะดีที่สุดค่ะ แต่โดยทั่วไปที่เราตั้งกันจะอยู่ที่ ลบ 10 องศาเซลเซียสค่ะ ส่วนตู้เย็น ควรตั้งที่ ลบ 10 องศาเซลเซียส จะดีที่สุดค่ะ แต่โดยทั่วไปมักตั้งกันที่ 12 องศาเซลเซียสค่ะ (โอ้ว…อย่างนี้ คิดว่าตู้เย็นที่ทำงานผ่านโลดค่ะ เพราะเย็นระดับนกแพนกวินยังหนาวววว…บรึ๋ย  ถ้าหยิบของในตู้เย็นนานหน่อย ต้องระวังเซลที่นิ้วมือตายได้เลยค่ะ!! ฮ่าๆ อันนี้เวอร์แล้น..ไม่ใช่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์!! อิอิ)
  2. ในนิตยสารเค้าบอกไว้ด้วยค่ะ สำหรับวิธีคำนวนจำนวนแบคทีเรียใน 1 วันถ้าทิ้งอาหารไว้ในตู้เย็นจะเป็นเท่าไหร่ แต่ไม่ค่อยเก่งเลข คิดไปแล้วเหนื่อยค่ะ สรุปว่า อย่าเก็บไว้นานดีที่สุดค่ะ 5555 แต่สำหรับจุลินทรีย์นั้น จะหยุดการเติบโตเมื่ออยู่ในช่องแข็งเท่านั้นนะคะ ถ้าเราหยิบอาหารออกมาจากตู้เย็นก็จะเจริญเติบโตกันต่อไป แต่เมื่อใส่กลับไปในตู้เย็นใหม่ ก็หยุดโต แต่จำนวนที่โตไปแล้วนี่ไม่ลดลงนะคะ บรึ๋ยสส์!
  3. ไม่ควรเก็บอาหารไว้ในกล่องโฟมค่ะ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ผ่านความร้อนมา หรืออาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ ควรย้ายไว้ในกล่องพลาสติตกันอากาศ หรือถุงซิปล็อคและแช่ช่องแข็งไว้ค่ะ ถ้าเราต้องการเก็บไว้ทานอีกครั้งค่ะ
  4. การเปิดตู้เย็นบ่อยๆ นี่นอกจากทำให้เปลืองไฟแล้ว (ทำให้โลกร้อนขึ้นด้วยค่ะ) และยังทำให้อาหารเสียง่ายด้วยนะคะ
  5. นมข้นหวานเป็นเพียงอย่างเดียว ที่สามารถเก็บทิ้งไว้ในกระป๋องได้เหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่ต้องปิดด้วยฝาพลาสติคค่ะ
  6. เนื้อไก่ จะเสียเร็วกว่าเนื้อหมู และเนื้อวัวค่ะ แม้จะเป็นไก่ทอด ปะทะกับเนื้อตุ๋น แต่ไก่ทอดก็ยังเสียเร็วกว่าอยู่ดีค่ะ แต่ถ้าในไก่ด้วยกัน ไก่ทอดนั้นเสียช้ากว่าไก่ดิบค่ะ (อ่านข้อนี้ งง อ่ะป่าวคะ แฮ่ๆ)
  7. การอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟนั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งหมดค่ะ แต่ เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งหมด เมื่ออาหารถึงจุดเดือดที่ 100 องศาเซลเซียสค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าจะอุ่นอาหารในไมโครเวฟ ควรทำให้ร้อนเหมือนน้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียสค่ะ
  8. ข้อคิดก่อนเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นแล้วนำมาทานใหม่นะคะ ให้คำนึงถึง
    ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร  :  ถ้าอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์มากๆ คือมีทั้ง โปรตีน นม ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ไข่ จะยิ่งเสียง่ายค่ะ เช่น แซนวิชแฮมค่ะ
    ความเป็นกรดด่าง  :  อาหารที่มีความเป็นด่าง เช่น นม หรือ เนื้อสัตว์ จะเสียง่ายกว่าอาหารที่มีกรดมาก เช่น น้ำส้มค่ะ
    ความชื้น  :  อาหารที่มีความชื้นน้อย จะเก็บได้นานกว่าค่ะ เช่น ขนมปังกรอบ ค่ะ
  9. การเก็บอาหารในตู้เย็น ควรใช้กล่องกันอากาศ และ เก็บโดยแช่ช่องแข็ง จะทำให้เก็บได้นานเป็นเดือนๆ ค่ะ แต่ถ้าเป็นช่องเย็นธรรมดา จะอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน แต่ถ้าอาหารที่อุดมสมบูรณ์มาก อย่าง อาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ หรือมี ไข่ จะเก็บได้ประมาณ 1 – 2 วันเป็นอย่างมากค่ะ (ทางที่ดี ควรทานให้หมดดีกว่าค่ะ )

Tips & Trick : ในการเลือกใช้ภาชนะในการเก็บ หรือ wrap อาหารในตู้เย็น ค่ะ

  • ถุงซิปล็อค : ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่เป็นกรดค่ะ
  • ถุงไร้สูญญากาศ : ขนมปังอบ หรือ อาหารจำพวกแป้ง หรืออาหารที่มีความชื้นต่ำ
  • กล่องพลาสติกกันอากาศ หรือ กล่องทัปเปอร์แวร์ : เนื้อสัตว์สุกแล้ว หรืออาหารที่มีความเป็นด่างสูง
  • ถุงซิปล็อค หรือกล่องพลาสติกกันอากาศ : เค้ก สปาเก็ตตี้ ลาซานญ่า หรืออาหารที่มีความชื้นสูง และมีไขมันเป็นส่วนประกอบมาก

ขอหยิบ credit note จากนิตสารมาขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ :
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุทธิศักดิ์ สุขในศิลป์
ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คุณอารีย์ ก๋งฉิน หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Comments (2)

CATEGORIES

INFORMATION

eXTReMe Tracker