Archive | Health

Skin Food – กินอะไร ไร้สิวและริ้วรอย

Posted on 08 August 2010 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าาาา ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีหลายฤดูใน 1 วัน แถมเชื้อหวัด H1N1 ก็เริ่มหวนกลับมาแพร่ระบาดกันอีกครั้ง ยังไงรักษาตัวกันด้วยนะค๊าาา สาวๆ วันนี้มาว่ากันเรื่องอาหารค่ะ และสำหรับวีนิก้าเกิร์ล ก็ย่อมเลือกอาหารที่ทำให้สาวๆ สวยกันได้อีกค่ะ

vinegargirl_H_SF

สิว

สำหรับช่วงที่เราเป็นสิว (อิ๋ว อิ๋ว อิ๊ว…)  เราควรเลือกทาน ผักผลไม้ที่มีสีส้ม และสีแดงค่ะ เพราะมีแบต้าแคโรทีนอยู่เต็มเปี่ยม เจ้าแบต้าแคโรทีนในผักและผลไม้ ที่มีสีเหล่านี้ จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอค่ะ ซึ่งจะช่วยลดการผลิตน้ำมันในผิวลงค่ะ และผักใบเขียว ซึ่งมีวิตามินบี 6 ก็จะช่วยลดอาการบวมได้ ช่วยให้สิวทุเลาลงค่ะ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เกลือที่มีไอโอดีนสูงงงงงงค่ะ  กุ้งและสาหร่ายทะเล เพราะสิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นต่อมน้ำมัน ให้ทำงานมากขึ้นค่ะ ส่งผลให้รูขุมขนเกิดการระคายเคือง และที่สำคัญค่ะ น้ำตาลในขนมหวานทั้งหลาย รวมถึงอาหารที่ได้จากนม และแป้งขัดขาว ก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้ค่ะ คงต้องลดๆ ลงมาหน่อยค่ะ จริงๆ ถ้าลดได้นอกจากใบหน้าไร้สิวแล้ว ยังรูปร่างดีอีกด้วยค่ะ

ริ้วรอยเหี่ยวย่น

ใครๆ ก็ไม่อยากให้ริ้วรอยเกิดขึ้นบนใบหน้า (เร็ว) นักนักนะคะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สาวๆ ควรรับประทานคือ ผลไม้สีสด อย่างเช่น พวกเบอร์รี่ชนิดต่างๆ ถ้าอย่าง สตอ ก็ต้องมีเบอร์รี่ด้วยนะคะ ไม่งั้นจะโดนผัดกุ้ง+กะปิ  sweat-2 แฮ่ๆ  กลันมาต่อค่ะผลไม้เบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้ จะอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยชะลอริ้วรอย และช่วยส่งเสริมการผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ และคอลลาเจน ที่ทำให้ผิวกระชับด้วยค่ะ  ส่วนเนื้อสัตว์ จะเป็นพวกอาหารทะเลที่มีสีส้มนะคะ อย่างเช่น ปลาแซลมอนค่ะ ซึ่งก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นกว่า วิตามินซี และ อี อีกด้วยค่ะ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง น้ำตาล อาน อาน อาน…. อันนี้ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ถูกกะสาวๆ อย่างเราแน่นอนค่ะ การทานน้ำตาลมากๆๆๆ จะทำให้คอลลาเจนจับตัวแข็งค่ะ ผิวจึงหย่อนคล้อยค่ะ แต่ก็ไม่ถึงทำร้ายจิตใจสาวๆ (ตัวเอง) จนเกินไป ถึงขั้นไม่ทานขนมหวานกันเลย มีวิธีบาลานซ์ค่ะ เวลาเราได้ทานน้ำตาลทั้งหลายไปแล้ววว ให้เติมผงอบเชย 1/8 ช้อนโต๊ะ ลงในอาหารที่ทานค่ะ อบเชยจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่ะ  ส่วนธาตุเหล็กดีกับสาวๆ (โดยเฉพาะ…ในช่วงวันนั้นของเดือน) แต่ก็อย่าเยอะเกินไปค่ะ เพราะทำให้เกิดริ้วรอยได้ค่ะ

Comments (5)

ผิวสวยได้ ภายในครึ่งนาที

Posted on 25 August 2009 by Vinegar Girl

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เปิด vinegargirl.com มา เห็นหน้าเว็บแล้วอยากหงายหลังค่ะ 55555 อัพเดทล่าสุด ตั้งแต่ พฤหัสบดีที่แล้ว ลืมใส่รูป feature เลยปล่อยให้โป๊เปลือย โชว์อยู่เป็นเวลาหลายวันค่ะ แฮ่ๆ sweat1.gif เนื่องจากว่าตั้งเวลาอัพเดท เลยไม่ได้ re-check ตอนที่ post หน่ะค่ะ ต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะค๊าาา

น้องซีสุดเปรี้ยวของเรา ฝาก ละครนิเทศจุฬาฯ52  ให้ได้ลองไปชมกันค่ะ กับเรื่อง วิมานมายา (อา อา อา…กรุณาทำเสียงเอคโค่นิดๆ เวลาอ่านค่ะ) “วิมานแห่งฝันอันตรึงตรา ฤๅ เป็นเพียงมายาที่ตราตรึง” วัน เวลา และสถานที่ ตามนี้เลยค่ะ
28 – 30 สิงหาคม และ 4-6 กันยายน 19.00 น.*เสาร์ อาทิตย์ เพิ่มรอบ 13.00
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บัตรราคา 180, 200 และ 220 บาท

ได้อ่านเนื้อเรื่องคร่าวๆ แล้วดุเด็ดเผ็ดมันส์ค่ะ พอได้อ่านคาแรคเตอร์แล้ว ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอยกตัวละคร พร้อมคำบรรยาย ได้ใจ มาให้อ่านกันค่ะ

ทองเปลว
กะหรี่เต็มขั้น ทะเยอะทะยาน และกร้านโลก

หมวดตุ๋ย
ไถเงินได้บ้าง พอว่างเป็นก๊งเหล้า

ชบา
กะหรี่สาวสองหน้า วาจาสยบชาย

บุญเติม
เชี่ยวชาญโลกีย์ สมองไม่มี ดีแต่ใช้กำลัง

อ่านแล้วเลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะเชียร์คนไหนดี 5555 อยากเห็นหน้าคนคิดค่ะ ชอบๆๆๆ ใครสนใจ ติดตามรายละเิอียดได้ที่ Facebook เลยค๊า

http://www.facebook.com/event.php?eid=86529152045&ref=ts

มาเข้าเรื่องวันนี้ค่ะ เปิดต้นสัปดาห์ อยากฝากเคล็ดลับให้สาวๆ ค่ะ จริงๆ แล้วง่ายมากๆ ถ้าอยากหน้าตาสดใส ผิวพรรณดี มีเลือดฝาดค่ะ ต้องเรียกว่าเป็นทางด่วนผิวสวย สำหรับทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ เลยค่ะ

vinegargirl-H-BS

วิธีการมีผิวสวยอย่างรวดเร็ว

  • ให้ก้มตัวลงให้ต่ำที่สุด และพยายามก้มให้ศีรษะชิดหัวเข่า เท่าที่จะทำได้ค่ะ นิ่งค้างไว้ แล้วนับ หนึ่ง ถึง สามสิบค่ะ

เมื่ออ่านจากท่าทางแล้ว เลยลองหารูปการก้มตัวที่ต่ำที่สุดมาให้ดูค่ะ เป็นท่าของการยืดตัวค่ะ และใครที่เล่นโยคะ คงคุ้นเคยกันดีค่ะ ส่วนตัววีนิก้าเกิร์ล ยังไม่เคยฝึกโยคะ นะคะ แต่ได้ทิปนี้มาจากหนังสือค่ะ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วค่ะ ว่าท่าง่ายๆ นี้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วใบหน้า และ หนังศีรษะค่ะ ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสิวด้วยค่ะ

ซึ่งการทำท่านี้ ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก็จะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันด้วยค่ะ ลองดูกันค่ะ

เช้า : ช่วยให้มีสมาธิ โดยเฉพาะในการรับมือกับวันอันยุ่งเหยิงค่ะ ช่วยปลุกร่างกาย และจิตใจให้ตื่นตัวด้วยค่ะ

กลางวัน : ช่วยเติมพลัง ระหว่างวันค่ะ

เย็น : ช่วยให้ผ่อนคลาย หัวใจเต้นเป็นปกติ และช่วยควบคุมจังหวะการหายใจค่ะ

Tips :

เชื่อว่าหลายๆ คนพยายามก้มให้ศีรษะชิดหัวเข้าแล้ว แต่ไม่สามารถ ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเราจะงอหัวเข่าเล็กน้อย เพื่อการทำให้สำเร็จค่ะ และอาจสร้างสมดุลด้วยการ นำมือประสานไว้ด้านหลังค่ะ สำหรับใครที่ยังทำไม่ได้ ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยๆ ทำไปวันละนิด ร่างกายเราจะค่อยๆ ปรับความยืดหยุ่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะทำได้ในที่สุดค่ะ

ส่วนใครที่มีปัญหา เช่นปัญหาที่หลัง หรือคนที่มีรูปร่างใหญ่ ไม่เป็นไรค่ะ ใช้วิธีนอนก้มหัวลงด้านข้างเีตียงแทนได้เลยค่ะ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม คือควรทำทุกวันนะคะ ต่อเนื่องนะคะ วีนิก้าเกิร์ลคิดว่าเป็นท่าออกกำลังกาย ที่ง่ายที่สุดแล้ว 5555 เพราะตัวเองเป็นคนขี้เกียจ เลยพยายามสรรหาท่าที่ไม่ต้องออกแรง หรือพยายามมากมาใช้ค่ะ นำไปทำแล้วเป็นอย่างไร ลองอัพเดทกันบ้างนะค๊าาาา teeth_smiley

Comments (9)

7 เคล็ดลับ สำหรับหน้าท้องแบนราบค่ะ

Posted on 27 May 2009 by Vinegar Girl

จากบทความที่แล้วค่ะ มีหลายคนบ่นเสียดายทางหลังไมค์ค่ะ ว่ามาเล่น Sunsilk Styling Yourself campaign บน banner ไม่ทัน เลยอดลุ้นเข้าร่วม CLEO Workshop อันนี้ไม่เป็นไรค่ะ สาวๆ ยังคงติดตามกิจกรรมได้นะคะ และอย่างที่บอกค่ะ ยังมีเทรนด์ผม ให้เข้าไปอัพเดทกันได้ค่ะ

ขอบคุณ comments และกำลังใจนะคะ อยากทราบว่า น้อง Pui_n* รับ RSS feed หรือว่า click มาดูเองค่ะ เพราะอัพเดทปุ๊บ comment ปั๊บ รวดเร็วมาก ยังความปลื้มปิติ แ่ก่วิีนิก้าเกิร์ลเป็นอย่างยิ่งค่ะ คิดถึงน้อง bess* อยู่พอดีค่ะ เมื่อวานแอบเข้าไปดู Hi5 กะว่าจะเข้าไปทักทาย แต่พอดี IE มีปัญหาพอดี ไว้เดี๋ยวเข้่าไปใหม่ค่ะ ^_^ ขอบคุณ น้อง Faii ที่เริ่มได้คุยกันบ่อยขึ้นนะคะ และ น้อง zeaRene* สาวเปรี้ยวขาประจำค่ะ เรื่อง hair accessories นี่ก็ไม่เหมาะกับพี่อ้อมเช่นกันค่ะ อยากติดแต่ไม่ได้ด้วยวัย และหน้าตาค่ะ 55555555555

วีคนี้เกือบจะเป็นวีคสุดท้าย ที่ได้พักรักษาตัว พร้อมทำงานอยู่ที่บ้าน เลยขยันปั่น vinegargirl ฮ่าๆๆๆ herher-1 ถ้าเจ้านายเข้ามาดู จะรู้ถึงเหตุผลที่งานไม่เดินหน้าค่ะ คริๆๆๆ แอบเผยไต๋ จริงๆ แล้วจะบอกว่า หลังผ่าตัดลำไส้ยังทำงานไม่ปกติ เลยทำให้ท้องอืดมากๆ ค่ะ แถมด้วยอาการบวมป่อง ราวกับท้อง 5 เดือน (โบ้ยว่าเป็นลมในช่องท้อง แท้จริงแล้วไขมันล้วนๆ เลยค่ะ คุณขาาาาา sweat-new_1 ) หลังจากไปค้นคว้ามา เรามาดู กฎกติกา มารยาท สำหรับการมีหน้าท้องแบนราบกันค๊าาาา

vinegargirl-h-7flat-belly

7 เคล็ดลับเพื่อหน้าท้องแบนราบ
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ สาวๆ ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอกับความต้องการ ของร่างกายนะคะ สำหรับปริมาณนั้น วีนิก้าเกิร์ลไม่ขอระบุค่ะ เพราะแต่ละคน ดื่มน้ำไม่เท่ากันค่ะ บางตำราเพื่อผิวสวยให้ดื่มประมาณ 2 ลิตร แต่บางคนดื่มไม่ได้ขนาดนั้น เพราะร่างกายไม่ชินค่ะ เอาเป็นให้พอดีกับความต้องการของตนเองละกันค่ะ ถ้าร่างกายขาดน้ำ จะกักเก็บของเหลวไว้ ทำให้เราดูบวมน้ำค่ะ
2. จำกัดน้ำอัดลม อันนี้เป็นตัวการสำคัญให้เกิดลม ในกระเพราะอาหารของเราเลยค่ะ ถ้าอยากดื่มน้ำหวาน ให้เลือกชนิดไม่อัดแก๊สจะสบายท้อง และไม่ทำให้หน้าท้องบวมได้ดีกว่าค่ะ ตอนนี้วีนิก้าเกิร์ล ดื่มแต่น้ำขิงค่ะ ถึงจะไม่เข้ากับอายุปัจจุบัน ที่เท่ากับโปรโมชั่นมือถือยี่ห้อนึง “15 หยกๆ 16 หย่อนๆ” เอิ้กๆๆ แต่น้ำขิงก็ช่วยขับลมได้ดีทีเดียวค่ะ (ท่านผู้อ่านบอก รู้สึกว่าพี่อ้อมจะเป็นโปร “หย่อนๆ ยานๆ” มากกว่า)
3. เลือก พรีไบโอติกส์ ฟังชื่อแล้ว อยากรีบเปิดหนังสือ ชีววิทยาสมัย ม. ปลาย ให้คลายความสงสัย ไม่เป็นไรค่ะ เอาเป็นว่า พรีไบโอติกส์ พบมากในโยเกิร์ต เจ้าตัวนี้ จะช่วยย่อยสลายน้ำตาล และโปรตีน ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้นค่ะ
4. ลดเกลือ สิ่งนี้วีนิก้าเกิร์ลเคยเล่าให้ฟังแล้วนะคะ สำหรับน้องเกลือนี่ สาวๆ ควรลดๆ ลงมาหน่อยค่ะ ลองเปลี่ยนเป็นซีอิ๊วญี่ปุ่น หรือซอสปรุงรส แทนน้ำปลา และใช้เนื้อสัตว์สด ในการปรุงอาหาร ดีกว่าเนื้อสัตว์ชนิดแปรรูป เพราะมีเกลือน้อยกว่าค่ะ เพราะเกลือทำให้ร่างกายบวมน้ำ นอกจากตัวบวมแล้ว ยังเป็นเหตุให้ใต้ตาบวมอีกด้วยค่ะ
5. เลี่ยงฟรักโทส เจ้าฟรักโทสนี่ คือน้ำตาล (hexose) ชนิดนึงค่ะ ก่อนที่จะเข้าวิชาชีวะอย่างแท้จริง น้ำตาลฟรักโทส พบได้ในผลไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะผลไม้สุก น้ำผลไม้ และในน้ำอัดลมทุกชนิด สิ่งที่เน้นให้เลี่ยงน้ำตาลฟรักโทสจากผลไม้ นั่นคือ ผลไม้อบแห้ง อย่าง อินทผลัม กล้วยตาก ค่ะ นอกจากหวานมากแล้ว ยังอาจเกิดแก๊สซึ่งไประกวนระบบย่อยได้อีกด้วยค่ะ อ่านแบบนี้ เดี๋ยวสาวๆ ไม่กล้าทานผลไม้ ทานได้ในปริมาณที่พอเหมาะนะคะ เพราะอย่าง มะม่วงสุก ทานมาก หวานเยอะ ก็ทำให้อ้วนได้ง่ายด้วยนะคะ่
6. เพิ่มโพแทสเซียม พบมากในกล้วยหอม และบร็อคโคลี่ค่ะ เจ้าโพแทสเซียมนี้ จะช่วยรักษาระดับน้ำในเซลล์ ให้สมดุล และป้องกันอาการบวมน้ำค่ะ
7. จิบน้ำขิง 5555 ไม่ได้จบแบบชรานะคะ แ้ต่ในตำราเค้าว่าอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ อย่างที่วิีนิก้าเกิร์ลบอกไว้ค่ะ ช่วงที่ลำไส้ทำงานไม่ปกติ ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ทุกวันหลังอาหาร ช่วยให้ท้องพองลม กลมน้อยลงได้อย่างมากค่ะ ถ้าใครไม่ถนัดน้ำขิง ลองเลือกอาหารที่ผสมขิง เช่น ปลานึ่งใส่ขิง ไก่ / ปลาผัดขิง เรียกว่า ทานอาหารเป็นยา ในเวลาเดียวกันค่ะ เพราะขิงช่วยลดอาการบวมน้ำ ขับลม และช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้นค่ะ สำหรับการดื่มน้ำขิงนั้น สาวๆ ก็ต้องระวังด้วยนะคะ อย่างขิงผงพร้อมดื่ม ลองเลือกแบบที่น้ำตาลน้อยค่ะ จะได้ไม่อ้วน อย่างตัวเอง ใช้ซื้อเต้าฮวย แล้วให้เค้าใส่น้ำตาลทรายแดงน้อยๆ แทนค่ะ ^_^

ขอบคุณข้อมูลจาก SHAPE Magazine : Volume 3 Number 30 ที่นำมาเพิ่มเติม ปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน และเขียนใหม่ โดย Vinegargirl ค่ะ

ยังไงก็ลองดูนะคะ เชื่อว่าถ้าสาวๆ ได้ลองทำตามเคล็ดลับนี้ นอกจากไม่ค่อยเกิดอาการบวมน้ำแล้ว สุขภาพและหุ่นก็ยังดีขึ้นอีกด้วยค่ะ ^_^

Comments (6)

Tags:

สวยด้วยผลไม้ไฟเบอร์สูงกันค่ะ

Posted on 06 March 2008 by Vinegar Girl

สาวๆ ขา… เรามาคุยกันเรื่องสุขภาพ กันบ้างนะคะ หลังจากห่างหาย จากเรื่องนี้ไปนาน ขอบคุณมากๆ นะค๊า สำหรับ comments ของสาวๆ ที่อวยพร ให้หายป่วยเร็วๆ ได้กำลังใจ เลยดีขึ้นมากมายค๊า….  เพราะเนื่องจาก อาหารเป็นพิษ เลยทำให้ ช่วงนี้ ดูผอมเพรียว ไปโดยปริยาย แฮ่ๆ แต่ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ แน่นอนค่ะ ตอนนี้หน้าโทรมมาก…กกก 55555

เลยอยากแนะนำ ให้สาวๆ มีผิวสวย + หุ่นดีกันด้วยค่ะ  เพราะก่อนหน้านี้ สาวๆ หลายคน มีปัญหาเรื่องท้องผูกค่ะ วันนี้เรามาว่าด้วยวิธีสวย สุขภาพดีด้วย Hi-Fi กันค่ะ เอ่อ..ไม่ใช่ สวยเสียงกระหึ่ม แบบลำโพงไฮไฟนะคะ คริๆ fauxcul.jpg  Hi-Fi ในที่นี้คือ High Fiber ค๊า…

มาแบบวิชาการกันนิดนึงนะค๊านักเรียน <- อารมณ์เป็นคุณครู กำลังให้ข้อมูล คริๆ  เพราะอยากให้มารู้จักกับเจ้า  Fiber (ไฟเบอร์) หรือเส้นใยอาหารกันก่อนค่ะ ว่ามีอะไรดีบ้าง

  • หลายๆ คนคงทราบกันดีแล้วนะคะว่า ไฟเบอร์นั้นช่วยในเรื่องการขับถ่าย ช่วยแก้ไขเรื่องอาการท้องผูกค่ะ และเมื่อการขับถ่ายดีแล้ว ก็ส่งผลให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ค่ะ
  • ช่วยลดปริมาณคอเลสเทอรอล เพราะกากใยจะช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมัน จึงสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดได้ค่ะ
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คนที่ทานอาหารมีกากใยมากๆ จะลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานได้ด้วยค่ะ
  • ช่วยควบคุมน้ำหนักค่ะ เพราะเมื่อเราทานอาหารกากใยสูง จะเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วและนานขึ้นนั่นเองค่ะ

เมื่อเราทานอาหารกากใยสูงทำให้อิ่มได้นาน การขับถ่ายดี ก็ทำให้รูปร่างดี ผิวพรรณดีค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยหล่ะคะ..ว่าผลไม้ที่มีกากใยสูงนี่มีอะไรกันบ้าง

prune.jpg

  1. พรุน (Prunes)  : ต้องขอเรียกลูกพรุนว่าเป็นราชินีของผลไม้ที่มีกากใยสูงเลยค่ะ เพราะเวลาท้องผูก เราก็มักจะนึกถึงน้ำพรุน หรือพรุนอบแห้งนะคะ เพราะหาซื้อได้ง่ายในบ้านเรา หรือถ้ามีโอกาส ก็ซื้อพรุนสด มาทานดูก็ได้ค่ะ  พอลองมา research ดู เพิ่งค้นพบว่า พรุนนี่มีอะไรดีๆ เยอะมากๆ เลยค่ะ เช่นวิตามินซีสูง และมีแร่ธาตุต่างๆ มากมายด้วยค่ะ เรียกว่า
    ช่วยเรื่อง ความสวย (ทางอ้อม) ให้เรา นอกจากให้ไฟเบอร์สูงค่ะvinegargirl-h-f.jpg
  2. แอปเปิ้ล (Apple) : ถ้าให้พูดแบบวิชาการหน่อย (ขอเก็กหน้าแบบน่าเชื่อถือสุดๆ นิดนึงค่ะ   031.gif <– ไม่ใช่แล้น!!) แอปเปิ้ลจะมีไฟเบอร์ที่ชื่อว่า “เพคติน” ค่ะ ซึ่งเจ้าตัวนี้ช่วยลดความอยากอาหารได้ค่ะ
  3. แก้วมังกร (Dragon Fruit)  : แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง แต่แคลอรี่ต่ำค่ะ และยังช่วยคลายร้อนได้อีกด้วยค่ะ เหมาะมาก สำหรับสาวไทยเรา เพราะทานเล่นๆ ได้ดี แถมราคาไม่แพงมากค่ะ
  4. ส้ม : ต้องทานแบบไม่ลอกใย และไม่คายกากออกนะคะ  ซึ่งจะทำให้อิ่มเร็วได้เหมือนกันค่ะ แต่อาจต้องจำกัดปริมาณสำหรับคนที่อยากควบคุมน้ำหนักด้วยค่ะ เพราะน้ำตาลก็เยอะเช่นกันค่ะ
  5. ฝรั่ง : นอกจากมีกากใยสูงแล้ว ยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วยค่ะ ซึ่งดีต่อผิวพรรณค่ะ ฝรั่งนี่ หาทานได้ง่ายที่สุดแล้วค่ะ มีทุกฤดูทุกหน้า และหาได้ทุกรถเข็น อิอิ (แต่ถ้าทานมากก็ทำให้ท้องอืดได้นะคะ)

อย่างไรก็ตาม เราก็ควรหมุนเวียน ทานผลไม้ตามฤดูกาลนะคะ เพราะช่วยให้เราเลือกซื้อได้ง่าย ในราคาประหยัด (ยกเว้นผลไม้ที่ทำแห้งได้ อย่างลูกพรุน เพราะมีให้ทานตลอดฤดูกาล ทั้งแบบแห้ง และแบบน้ำพรุนค่ะ แต่ก็ราคาสูงหน่อย) และเราก็ควรเลือกทาน แบบพอดีๆ ที่จะทำให้ได้หุ่นสวยด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น เราลองเปลี่ยนของว่าง จากขนมขบเคี้ยว มาเป็นผลไม้เหล่านี้ ก็จะดีกับสาวๆ มากเลยนะค๊า  ^_^

นอกจากทานอาหาร ที่มีไฟเบอร์สูงแล้ว ก็ต้องออกกำลังกาย ด้วยนะคะ จะได้สวยครบสูตร (อันนี้เป็นอะไร ที่ตัวเองไม่เคย แต่ทำเนียนค่ะ  555555)

Comments (4)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/var/www/virtual/vinegargirl.com/htdocs/wp-content/uploads/2007/11/vinegargirl-h-lf-01.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

นักสะสมอาหารในตู้เย็น โปรดฟังทางนี้ค่ะ

Posted on 29 November 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ วีคเอนด์นี้มีมิดไนท์เซลกันอีกแล้วนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะรีบขึ้นให้ดูค่ะว่ามีเซลอะไรที่ไหนกันบ้าง (วันนี้แอบบอกไว้ก่อน ให้เตรียมสตางค์ไว้ค่ะแฮ่ๆ )

วันนี้อยากคุยเรื่องสุขภาพกันบ้างค่ะ เพราะเรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้ ตรงกับชีวิตตัวเองมากๆ เลยค่ะ เพราะทุกวันนี้เหมือนตัวเองมีชีวิตเร่งรีบ (หรือขี้เกียจ) ทุกวันค่ะ เลยต้องพึ่งพาอะไรๆ ที่สำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่กินประจำ ยามเงินหมด (ไปกะการช้อป.. อ้ะ..ล้อเล่นนนน) แถมทานอาหารกลางวันหน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ (เนื่องจากนั่งโหลดรูป X  ดูไปด้วย ไม่ใช่แล้นค่ะ!! รูป X ที่ว่านี่หมายถึง x, m, l ขนาดเสื้อผ้าค่ะ รูปแฟชั่นๆ ค๊า..อย่าเพิ่งคิดไปไกลค่ะ อิอิ fauxcul2.jpg  )  โดยส่วนตัวเป็นคนชอบสะสมอาหารในตู้เย็น จนคุณแม่ และคุณแม่บ้านที่ทำงานต้องนั่งจัดสรร พื้นที่ในตู้เย็นจนเบื่อค่ะ พอไม่มีเวลา ก็รื้อๆของกินในตู้เย็นมาอุ่นไมโครเวฟรับประทาน (แลดูเลี้ยงง่ายมั้ยคะ แฮ่ๆ)

แต่เมื่อเดือนก่อนได้อ่านนิตสาร COSMOPOLITAN ของประเทศไทยเราเนี่ยค่ะ ฉบับเดือน ตุลาคม 2007 ในส่วนของ Health Special เป็นบทความดีมากกกกกค่ะ เป็นการสำรวจข้อมูลที่ทำโดย คอสโมฯ  เรื่อง
อาหารเหลือในตู้เย็น (Leftover Foods) อาจกลายเป็นยาพิษที่ฆ่าคุณได้?
เรื่องโดย ดร. เปี่ยมสุข เมนะเศวต  
สัมภาษณ์โดยคุณ เชอร์ลี่ย์ สุวรรณทรรภ และคุณวิภาพร หมู่ศิริเลิศ

อ่านหัวข้อแล้วสยิว เอ้ย! สยองเล็กน้อยค่ะ เลยอยากหยิบยกข้อมูลบางส่วนจากคอสโมฯ มาบอกเล่าแบบ vinegargirl ให้สาวๆ ได้อ่านกันวันนี้ค่ะ แต่ถ้าสาวๆ อยากอ่านทั้งหมด ซึ่งมี 40 ข้อ ก็สามารถสั่งซื้อนิตสารย้อนหลังได้จากคอสโมฯนะค๊า

vinegargirl-h-lf-01.jpg

  1. ก่อนอื่นข้อมูลในนิตสารบอกว่า การตั้งอุณหภูมิในตู้เย็น สำหรับช่องแข็ง ควรตั้งที่ ลบ 18 องศาเซลเซียส จะดีที่สุดค่ะ แต่โดยทั่วไปที่เราตั้งกันจะอยู่ที่ ลบ 10 องศาเซลเซียสค่ะ ส่วนตู้เย็น ควรตั้งที่ ลบ 10 องศาเซลเซียส จะดีที่สุดค่ะ แต่โดยทั่วไปมักตั้งกันที่ 12 องศาเซลเซียสค่ะ (โอ้ว…อย่างนี้ คิดว่าตู้เย็นที่ทำงานผ่านโลดค่ะ เพราะเย็นระดับนกแพนกวินยังหนาวววว…บรึ๋ย  ถ้าหยิบของในตู้เย็นนานหน่อย ต้องระวังเซลที่นิ้วมือตายได้เลยค่ะ!! ฮ่าๆ อันนี้เวอร์แล้น..ไม่ใช่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์!! อิอิ)
  2. ในนิตยสารเค้าบอกไว้ด้วยค่ะ สำหรับวิธีคำนวนจำนวนแบคทีเรียใน 1 วันถ้าทิ้งอาหารไว้ในตู้เย็นจะเป็นเท่าไหร่ แต่ไม่ค่อยเก่งเลข คิดไปแล้วเหนื่อยค่ะ สรุปว่า อย่าเก็บไว้นานดีที่สุดค่ะ 5555 แต่สำหรับจุลินทรีย์นั้น จะหยุดการเติบโตเมื่ออยู่ในช่องแข็งเท่านั้นนะคะ ถ้าเราหยิบอาหารออกมาจากตู้เย็นก็จะเจริญเติบโตกันต่อไป แต่เมื่อใส่กลับไปในตู้เย็นใหม่ ก็หยุดโต แต่จำนวนที่โตไปแล้วนี่ไม่ลดลงนะคะ บรึ๋ยสส์!
  3. ไม่ควรเก็บอาหารไว้ในกล่องโฟมค่ะ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ผ่านความร้อนมา หรืออาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ ควรย้ายไว้ในกล่องพลาสติตกันอากาศ หรือถุงซิปล็อคและแช่ช่องแข็งไว้ค่ะ ถ้าเราต้องการเก็บไว้ทานอีกครั้งค่ะ
  4. การเปิดตู้เย็นบ่อยๆ นี่นอกจากทำให้เปลืองไฟแล้ว (ทำให้โลกร้อนขึ้นด้วยค่ะ) และยังทำให้อาหารเสียง่ายด้วยนะคะ
  5. นมข้นหวานเป็นเพียงอย่างเดียว ที่สามารถเก็บทิ้งไว้ในกระป๋องได้เหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่ต้องปิดด้วยฝาพลาสติคค่ะ
  6. เนื้อไก่ จะเสียเร็วกว่าเนื้อหมู และเนื้อวัวค่ะ แม้จะเป็นไก่ทอด ปะทะกับเนื้อตุ๋น แต่ไก่ทอดก็ยังเสียเร็วกว่าอยู่ดีค่ะ แต่ถ้าในไก่ด้วยกัน ไก่ทอดนั้นเสียช้ากว่าไก่ดิบค่ะ (อ่านข้อนี้ งง อ่ะป่าวคะ แฮ่ๆ)
  7. การอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟนั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งหมดค่ะ แต่ เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งหมด เมื่ออาหารถึงจุดเดือดที่ 100 องศาเซลเซียสค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าจะอุ่นอาหารในไมโครเวฟ ควรทำให้ร้อนเหมือนน้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียสค่ะ
  8. ข้อคิดก่อนเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นแล้วนำมาทานใหม่นะคะ ให้คำนึงถึง
    ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร  :  ถ้าอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์มากๆ คือมีทั้ง โปรตีน นม ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ไข่ จะยิ่งเสียง่ายค่ะ เช่น แซนวิชแฮมค่ะ
    ความเป็นกรดด่าง  :  อาหารที่มีความเป็นด่าง เช่น นม หรือ เนื้อสัตว์ จะเสียง่ายกว่าอาหารที่มีกรดมาก เช่น น้ำส้มค่ะ
    ความชื้น  :  อาหารที่มีความชื้นน้อย จะเก็บได้นานกว่าค่ะ เช่น ขนมปังกรอบ ค่ะ
  9. การเก็บอาหารในตู้เย็น ควรใช้กล่องกันอากาศ และ เก็บโดยแช่ช่องแข็ง จะทำให้เก็บได้นานเป็นเดือนๆ ค่ะ แต่ถ้าเป็นช่องเย็นธรรมดา จะอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน แต่ถ้าอาหารที่อุดมสมบูรณ์มาก อย่าง อาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ หรือมี ไข่ จะเก็บได้ประมาณ 1 – 2 วันเป็นอย่างมากค่ะ (ทางที่ดี ควรทานให้หมดดีกว่าค่ะ )

Tips & Trick : ในการเลือกใช้ภาชนะในการเก็บ หรือ wrap อาหารในตู้เย็น ค่ะ

  • ถุงซิปล็อค : ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่เป็นกรดค่ะ
  • ถุงไร้สูญญากาศ : ขนมปังอบ หรือ อาหารจำพวกแป้ง หรืออาหารที่มีความชื้นต่ำ
  • กล่องพลาสติกกันอากาศ หรือ กล่องทัปเปอร์แวร์ : เนื้อสัตว์สุกแล้ว หรืออาหารที่มีความเป็นด่างสูง
  • ถุงซิปล็อค หรือกล่องพลาสติกกันอากาศ : เค้ก สปาเก็ตตี้ ลาซานญ่า หรืออาหารที่มีความชื้นสูง และมีไขมันเป็นส่วนประกอบมาก

ขอหยิบ credit note จากนิตสารมาขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ :
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุทธิศักดิ์ สุขในศิลป์
ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คุณอารีย์ ก๋งฉิน หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Comments (2)

เคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้

Posted on 17 July 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า…คราวนี้มาเริ่มต้นสัปดาห์กับเรื่องสุขภาพกันหน่อยนะคะ เพราะฝนที่ตกแทบทู้กก..วัน ต้องรักษาสุขภาพกันหน่อยค่ะ สำหรับตัวเอง ตอนนี้ติดน้ำ..ค่ะ ไม่ได้ติด(อ่างอาบ)น้ำนะเคอะ! ไม่ใช่หนุ่มๆ แต่ติดน้ำผลไม้ปั่น หรือสมูธตี้เนี่ยหล่ะค่ะ พอตกบ่าย เริ่มน้ำลายสอๆ ลงแดง ชักแหง็กก..แหง็ก..ๆๆ <- อันนี้ก็เวอร์เกินไปค่ะ จริงๆ แล้วมันจะอยากมากจนน้ำลายยืด หู-ตาขวาง หางตก! บร้า..เค้าคนน๊า..ไม่ใช่นกแพนกวิน!! shy.gif

พยายามจะไปรื้อค้นหาสูตรน้ำผลไม้ปั่นมาฝากค่ะ บังเอิญได้ไปเจอข้อมูลใน ELLE  magazine ภาษาไทย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ปก Kylie Minogue ค่ะ ซึ่งมีเรื่อง ล้างพิษเร่งด่วน ฟื้นฟูสุขภาพ ในคอลลัมน์ ellehealth โดยคุณศิริวรรณ สุขวิเศษค่ะ โดยได้รวบรวมข้อมูลดีๆจากหนังสือของไทยและต่างประเทศ และเว็บไซต์เกี่ยวกับการล้างพิษค่ะ และในนั้นมีเคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้ ด้วยค่ะ เลยขออนุญาตหยิบข้อมูลในบทความนี้ มาเขียนในภาษาตัวเองให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ขอบคุณ Thailand Elle Magazine สำหรับข้อมูลดีๆ ที่มีในทุกๆ ฉบับนะคะ สาวคนไหนที่อยากสมัครสมาชิก คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ ( จริงๆ เตรียมเรื่องที่จะเขียนแนะนำแมกกาซีนสุดโปรดไว้แล้วนะคะ แต่ยังไม่ได้เอาขึ้นซะที จะบอกว่า ELLE เนี่ยหล่ะค่ะ ที่อ่านมาตั้งแต่สมัยเรียน ไม่อยากบอกเป็นตัวเลขว่ากี่ปีแล้ว เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะตกตะลึง!! ในความอ่อนเยาว์ เพิ่งผ่านมาไม่กี่ปีมานี้เองค๊า..อิอิ   ((อ้าว! เสียงใครอ้วกกกเนี่ย แฮ๋ๆ  sweat11.gif )) )

ป.ล. ขอบคุณทุกๆ comments อีกเช่นเคยนะค๊า..น้องๆ ที่ฝากคำถามเข้ามา รับรองว่าจะรีบหาคำตอบแบบ full version ให้โดยด่วนเลยนะค๊า…

vinegargirl-h-d-01.jpgเคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้

  • เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผลไม้สด ควรเป็นช่วงเช้า หลังตื่นนอนค่ะ เพราะเป็นเวลาที่ท้องยังว่างอยู่ จะสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้ขับของเสีย และสารพิษได้ดียิ่งขึ้นค่ะ โดยส่วนตัว (ถ้าไม่ลืม) ก็จะทำน้ำ apple cider vinegar ผสมน้ำผึ้ง ดื่มตลอดค่ะ แต่ถ้าเสาร์-อาทิตย์ที่มีเวลาหน่อย ก็จะดื่มน้ำแครอท ที่ใช้เครื่องแยกกากหน่ะค่ะ
  • เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผัก จะเป็นช่วงบ่ายค่ะ ที่ตอนนี้ฮิตการดื่มน้ำ wheatgrass กันเหลือเกิน ลองเลือกเป็นช่วงบ่ายดูนะคะ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงการฟื้นฟูความสมดุลของกรด-ด่าง ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยค่ะ
  • ในร้านพวกสมูธตี้เนี่ย ปกติเค้าจะมีหลายๆ สูตรที่เซ็ตไว้ ซึ่งอาจมีผัก และผลไม้ผสมกันอยู่แล้วนะคะ ซึ่งอันนี้ก็ช่วยให้น้ำผักมีรสชาติที่ดีขึ้นค่ะ เพราะประโยชน์ก็คือ น้ำผลไม้ช่วยล้างพิษ ส่วนน้ำผักจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ แต่เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่เวลาค่ะ คือจะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรดื่มทันทีหลังจากคั้นเสร็จค่ะ เพราะวิตามินในผักและผลไม้จะสลายตัวเร็วค่ะ
  • ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถดื่มน้ำผัก และผลไม้ได้ตลอดนะคะ เราควรงดน้ำผล้ไม้สด ถ้าร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เช่นมีการติดเชื้อเป็นเบาหวาน หรือว่ามีปัญหาลำไส้อยู่ค่ะ
  • การ detox ด้วยอดอาหารแล้วดื่มน้ำผัก-ผลไม้ในระยะสั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม อันนี้ถือเป็นวิธีที่ดีค่ะ แต่ไม่ควรทำเป็นระยะยาวนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้รับประทานอาหารที่กากใย จะทำให้มีความผิดปกติของระบบขับถ่าย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพค่ะ

Comments (5)

สูตรขัด พอกผิวจากธรรมชาติค่ะ

Posted on 08 June 2007 by Vinegar Girl

ต่อเนื่องมาจากเรื่องสปาในคราวที่แล้ว จริงๆ อยากแนะนำสาวๆ ว่า ถ้าคนที่มีเวลามากหน่อย สำหรับการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว เราอาจค่อยๆ เริ่มทำเองได้ที่บ้านค่ะ และประหยัดตังค์กว่าเยอะด้วยค่ะ ส่วนใครที่ไม่ได้จะเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว ทำสูตรเหล่านี้ไปเรื่อยๆ รับรองค่ะว่า แววเจ้าสาวเปล่งประกายแน่ๆค่ะ อิอิ วันนี้เลยงัดสูตรจากก้นครัวมาอีกแล้วค่ะ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

vinegargirl-h-b_04.jpgสูตรแรกนี้ ได้จากหนังสือ สวยด้วยสูตรลับ สมุนไพรสด Bauty Tip by Herbs โดย คุณเนตรดาว แสงโปร่งค่ะ

เป็นสูตรขัดผิวด้วยส้มค่ะ ในหนังสือให้ใช้ขัดหน้า แต่คิดว่าเราสามารถใช้กับลำตัวได้ด้วยค่ะ สูตรนี้ประกอบด้วย  ส้มเขียวหวาน (อย่างเดียวค่ะ)

วิธีทำ

  1. ก็นำส้มเขียวหวานมาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกค่ะ จากนั้นผ่าตามขวาง แล้วแคะเมล็ดออกให้หมดค่ะ
  2. ใช้ส่วนของเกร็ดส้มขัดเป็นวงกลมเบาๆ ในหนังสือบอกว่า ไม่ต้องใช้แรงกด พอให้ผิวส้มสัมผัสกับผิวหน้า เป็นอันว่าใช้ได้ค่ะ เพราะถ้ากดแรงๆ จะทำให้ผิวมีริ้วรอยได้ง่ายค่ะ
  3. ขัดเบาๆ ประมาณ 15 นาทีค่ะ แล้วทิ้งให้น้ำส้มที่อยู่บนใบหน้า หรือลำตัวแห้ง แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นจัดค่ะ

Tips & Trick

  • ให้ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 1 ครั้งค่ะ เท่านี้ผิวก็จะผุดผ่อง เพราะส้มมีวิตามินซี ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว และช่วยให้เม็ดสี จุดด่างดำ ดูจางลงด้วยค่ะ
  • ส่วนเปลือดส้มนั้น สามารถหั่นเป็นเส้น แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปจุดเป็นยากันยุงได้ค่ะ

vinegargirl-h-b_02.jpg

สูตรขัดผิวด้วยมะขาม

สูตรนี้ทำเองบ่อยค่ะ ถ้าไม่ขี้เกียจนะคะ เพราะสูตรที่ง่ายมากๆ เลยค่ะ ใช้แค่ มะขามเปียก เท่านั้นค่ะ นอกจากบางครั้ง เราต้องการพิเศษ (เหมือนเพิ่มลูกชิ้น 40) ก็จะใช้ส่วนผสม เหมือน สูตรน้องผิวหมองคล้ำ ที่เคยให้ไว้ค่ะ  คือนำ ขมิ้นเล็กน้อย + มะขามเปียก ที่ดึงเอาเส้นใย และเมล็ดออกแล้วนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวบาดผิวสาวๆ หมดค่ะ  (ลองคลิ๊ก เข้าไปอ่านวิธีทำกันได้ค่ะ)

หลังจากอาบน้ำเสร็จ นำมะขามเปียก ที่ผสมไว้กับขมิ้นมาขัดๆ  โดยใช้ฝบวบ แล้วอาจพอกๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นค่ะ ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1 ครั้งเช่นกันค่ะ หลังจากล้างตัวเรียบร้อยแล้ว ให้ทาโลชั่นเพื่อบำรุงผิวเป็นขั้นตอนต่อไปค่ะ ผิวสาวๆ จะได้ทั้งใส ทั้งนุ่มนวลเลยค่ะ ^_^

vinegargirl-h-b_01.jpgสูตรพอกผิวกายด้วยโยเกิร์ต

จะว่าไป เหมือนเอาเรื่องเก่ามาเขียนใหม่ อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะคะ แค่อยากรวบรวมไว้ให้ครบ คือส่วนผสมที่ใช้สำหรับหน้า ก็สามารถใช้กับตัวได้ค่ะ เราอาจจะเคยได้ยิน อาบน้ำแร่ แช่น้ำนม และที่เคยเห็นมาก็ให้ชโลมน้ำนมสด น้ำจืดนะคะ หลังอาบน้ำ แล้วล้างออก

แต่ตัวเองชอบที่จะใช้โยเกิร์ตมากกว่าค่ะ เพราะเนื้อที่ข้นกว่า สามารถเกาะติดผิวได้ดีกว่า เลยให้ความรู้สึก (ไปเอง) ว่าบำรุงได้เต็มที่กว่าด้วยค่ะ แต่ข้อเสียคือ โยเกิร์ตจะมีกลิ่นที่แรงกว่าค่ะ เวลาล้างออก บางทียังมีกลิ่นติดผิวอยู่ เพราะฉะนั้นใครที่ไม่ชอบ ให้ลองใช้นมสดแทนดีกว่าค่ะ ถ้าวันไหนมีเวลาว่างเยอะ ก็ขัดด้วยมะขาม แล้วพอกต่อด้วยนม หรือโยเกิร์ตค่ะ (อาจต้องยืน เก้ๆ กังๆ ช่วงทิ้งส่วนผสมไว้บนตัว จนนมแข็ง เอ่อ! หมายถึง นม-โยเกิร์ตแข็งๆ ตัวหน่ะค่ะ fauxcul1.jpg คริๆ จะบอกว่าอาจจะเมื่อยแบบหวาบหวิวบ้างเล็กน้อยนะคะ)

ซึ่งสาวๆ สามารถปรับปรุงสูตรได้ตามแต่สภาพผิวเลยค่ะ โดยใช้โยเกิร์ตเป็นเบส หรือเป็นตัวพื้นฐานค่ะ เช่น

  • สาวผิวแห้ง ผสมกล้วยบด ลงในโยเกิร์ต พอกผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นมากๆ ค่ะ
  • สาวที่มีปัญหาสิว ให้ผสมมะเขือเทศบดลงไปด้วยค่ะ เพราะช่วยให้ผิวนุ่ม ช่วยผลัดเซลล์ผิว และ ช่วยให้สิวยุบตัวได้ค่ะ
  • เพื่อผิวที่ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ผสม แครอทปั่นละเอียด ลงไปด้วยค่ะ
  • ส่วนใครที่ถนัดเรื่องสมุนไพร ก็อาจจะผสม  ขมิ้นชัน และ ไพล (ใช้ได้ทั้งแบบสด และแห้งค่ะ มีแบบที่เป็นผงๆ ขายตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือร้านสมุนไพรค่ะ) ขมิ้นชัน นี่เพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วยรักษาผิวที่เป็นผดผื่น หรือมีอาการแพ้ได้ค่ะ ส่วนไพลนี้ จะช่วยให้ผิวผุดผ่อง และช่วยให้สีผิวตามรอยพับต่างๆ ดูจางลงได้ค่ะ

Note : ส่วนผสมที่เป็นผัก ผลไม้  สาวๆ สามารถกะเอาตามใจชอบนะคะ แต่ขมิ้นชันแบบผงนี่ แนะนำว่าควรใช้ทีละน้อยค่ะ แค่ทีละ 1/4 ช้อนชา หรือเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย พยายามดูว่าไม่ให้สีเหลืองจนเกินไปนะคะ ส่วนไพล สีจะออกน้อยกว่าขมิ้นชัน จะไม่ค่อยเหลืองมาก แต่ก็ค่อยๆ เติมทีละน้อยเช่นกันค่ะ ^_^

แล้วอย่าลืม เข้าไปดู สูตรขัด-พอกผิวด้วยถั่วเหลืองนะคะ จะให้ผิวสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องไม่ละเลยผิวหน้าค่ะ หรือจะพอกไปพร้อมๆ กันเลยก็ได้ ถ้าไม่ลำบากไปนะคะ  5555 ลองเข้าไปดู สูตรพอกหน้า กันได้ค่ะ

งั้นวีคเอนด์นี้ เราก็ทำสปาง่ายๆ จากในครัวที่บ้านกันเลยนะคะ ^_^

ขอบคุณน้อง nene นะคะ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาดังนี้ค่ะ

ขอแนะนำเรื่องสิวเสี้ยนนะคะ

1. นำไข่ขาวมาพอทาจมูกได้ (ก็ก่อนทอดไข่เจียวก็แบ่งไข่ขาวมานิดนึงก็ได้)
2. เตรียมสำลีบาง ๆ จิง ๆ (นำสำลีมาแยกให้มันโปร่ง ๆ)
3. นำไข่ขาวมาทาให้ทั่วจมูก (อย่าลืมล้างหน้าก่อนนะคะ)
4. วางสำลีลงไป โดยเฉพาะที่ซอกจมูก (เหมือนใช้บีโอเล เปาะแปะนะค่ะ)
5. แล้วรอแห้งประมาณ 5-10 นาทีมั้งค่ะ (หรือจนกว่าสำลีจะแข็ง)
6. ลอกออกแล้วก็ล้างหน้าค่ะ อย่าลืมดูที่สำลีนะคะ ว่ามีสิวเสี้ยนติดมาเยอะมั้ย

** แค่นี้ก็เรียบร้อย ไม่เคยทำเองหรอกนะค่ะ แต่ nene ทำให้เพื่อนบ่อย อาทิตย์ละครั้งก็พอ ธรรมชาติย่อมสร้างสิ่งป้องกันให้เสมอค่ะ **

โดยส่วนตัวเคยทำสูตรนี้บ่อยๆ ค่ะ แต่จะใช้กระดาษทิชชู แผ่นนุ่มสำหรับเช็ดหน้า มาแปะเพื่อเป็นตัวลอกแทนนะคะ (ยังไม่เคยใช้ สำลีเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่ามันจะยุ่ยง่าย ไม่เป็นแผ่นเวลาเจอกับไข่ขาวรึเปล่า?)  สำหรับสูตรนี้ประหยัด และทำเองได้ง่ายด้วยค่ะ ขอบคุณน้อง nene อีกครั้งนะคะ

Comments (7)

เรื่อง Virgin เวอร์จิ๊น เวอร์จิ้นค่ะ

Posted on 24 April 2007 by Vinegar Girl

ขอโทษด้วยนะค๊า..ที่หลายหน้าไปหลายวัน เพราะแอบหนีไปเที่ยวมาค่ะ อิอิ คราวนี้ไปเกาะนางยวนมาค่ะ (กรุณาอ่านดีๆนะคะ นางนะคะ มิใช่อย่างอื่น คริๆๆ) เลยมีเรื่องมานำเสนอ อิอิ อยากรู้กันแล้วหล่ะสิคะว่าเรื่องอะไร ทำไมต้อง virginด้วย อิอิ!! fauxcul1.jpg

ก่อนอื่นต้องขอบคุณสาวๆ สำหรับ comments จากคราวที่แล้วนะคะ น้อง bess* ที่เจอบิวด์เข้าไปหลายๆครั้งเข้า อยากตัดผมม้าขึ้นมาแล้ว..แฮ่ๆ ถ้างั้นอาจเริ่มที่หน้าม้ายาวหน่อยจะดีกว่าค่ะ (กันพลาด) แนะนำว่าอย่าให้ช่างซอยสไลด์ให้ผมม้าบางลงเยอะนะคะ เพราะโดยส่วนตัวรู้สึกว่า ถ้าผมม้าบางๆ (โดยการใช้กรรไกรซอยแบบที่เนื้อผมหายไปครึ่งนึงหน่ะค่ะ) มันจะทำให้ texture ดูแข็งๆ เป็นหน้าม้าทื่อๆ ยังไงก็ดูไม่สวยค่ะ และไม่ช่วยให้หน้าเด็กด้วยค่ะ

ยินดีต้อนรับน้อง mae”da หรือ น้องเมค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ ^_^ หวังว่าจะติดตามกันไปเรื่อยๆนะคะ แล้วจะหาแบบผมใหม่ๆ มาให้ดูกันนะคะ เพราะติดค้างน้อง *SIN* ไว้ตั้งนานแล้วเช่นกันค่ะ สำหรับเทรนด์ผมรับ Summer (จนจะเข้าหน้าฝนแล้ว แฮ่ๆ) พยายามหาข้อมูลมาให้สาวๆ กันนะคะ

และคุณ BlowingBubbles ค่ะ ได้เห็นปกนิตสารแพรวแล้วค่ะ ดูเยาว์พระชันษาจริงๆค่ะ ลองมากับหน้าตัวเองแล้วก็คิดว่าผมม้าช่วยได้จริงๆค่ะ ^_^

ที่เคยค้างไว้ก็พยายามอัพเดทหมดไปแล้ว เหลือแต่น้อง Apple เรื่อง รองเท้าสำหรับใส่รับปริญญา สงสัยว่า เวลานี้คงรับไปเรียบร้อยแล้น แฮ่ๆ ขอโทษด้วยนะคะ พยายามจะหาข้อมูลมาเขียนเป็นเรื่องโดยเฉพาะหน่ะค่ะ แต่ไม่มีรูปเลยไม่ได้อัพซะที สำหรับส่วนตัวเรื่องรองเท้าที่ต้องใส่เดินนานๆ ปกติจะเลือกคัทชูที่หนังนิ่มๆ หน่อยค่ะ หรือไม่ก็เป็นหนังกลับ หรือสักหลาดไปเลยค่ะ เพราะส่วนใหญ่เราต้องเลือกแบบเรียบๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเน้นวัสดุที่ดีๆ จะดีที่สุดค่ะ ตอนที่ตัวเองรับปริญญาซื้อคัทชูสีดำแบบเรียบของยี่ห้อ Patanasilp ค่ะ ตอนนั้นเค้ามีแบบที่เป็นสักหลาดนะคะ นิ่มมาก เดินสบายมากๆค่ะ แต่ข้อเสียคือมันจะต้องดูแลดีๆค่ะ โดยใช้แปรงขนนุ่มๆ ปัด มิฉะนั้นมันจะเป็นขนสีขาวๆ ได้ง่าย และถ้าโดนน้ำ หรือเดินลุยสนามหญ้าที่เปียกๆ มันก็จะไม่ค่อยงามแล้วค่ะ ต้องระวังมากหน่อยค่ะ หรือยี่ห้อ Naturalizer ยี่ห้อนี้ก็หนังนิ่มค่ะ และรองรับหน้าเท้ากว้าง ทำให้เดินสบายค่ะ

เกริ่นมาซะยาว สาวๆ คงอยากรู้แล้วสิคะว่าอะไรที่เวอร์จิน วันนี้เราพูดถึง Virgin Coconut Oil กันค่ะ (ว้า…เสียงหลายคนแอบเซ็ง…คริๆๆ) เก๊าะแหม..ไปเปิด(ขวด)บริสุทธิ์มาที่เกาะนางยวน แล้วมันดีจริงๆ เลยต้องมาเม้าท์กันหน่อยค่ะ

vinegargirl-health-01.jpg เกาะนางยวนสวยมากค่ะ สงบมากกว่าเกาะเต่านะคะ (ที่พักส่วนใหญ่จะอยู่บนเขาหน่ะค่ะ ไปวันแรกนี่น่องตึงเลย เพราะต้องไต่เขาขึ้นที่พัก แต่คิดว่าถ้าอยู่ไปซักอาทิตย์ หุ่นต้องฟิตแน่ๆค่ะ ) โอย..ลืมตัวค่ะ จะเข้าเรื่องเที่ยวอีกแล้ว คือไปเที่ยวครั้งนี้ ไม่ว่าจะดำน้ำตื้น หรือผิวน้ำ (snorkel) หรือเดินเล่นรอบๆ เกาะ ผิวก็เจอกับแดดเปรี้ยงๆ (ไม่ดำให้มันรู้ไป) มันก็เกิดอาการแสบผิว โดยเฉพาะหน้าค่ะ (เพราะเดินบนสันทรายที่เชื่อมระหว่างเกาะไปมา มันเหมือนเป็น reflect สะท้อนแดดเข้าหน้ากำลัง 2 เลยค่ะ

พอดีพกน้ำมันมะพร้าวไปด้วย ช่วยได้อย่างแรงค่ะ! เหมือนว่าธรรมชาติสร้างมาให้คู่กัน ระหว่างต้นมะพร้าว+ทะเล (เว่อร์ไปอ่ะป่าวเนี่ย) แต่เป็นสิ่งจากธรรมชาติที่ทำให้สมดุลกันจริงๆค่ะ เพราะผิวที่แสบไหม้จากแดด และโหนกแก้ม (เพราะดันทดลองใช้มอยส์เจอร์ตัวใหม่ ตอนเช้าก่อนนั่งเรือไปที่เกาะค่ะ ใช้แล้วรู้สึกแสบหน้าทันที พอโดนแดดแล้วตรงช่วงแก้มเป็นรอยไหม้สีแดงๆ พร้อมทั้งผิวมันดูบวมๆ พองๆ ด้วยค่ะ หลังอาบน้ำแล้วชโลมด้วยน้ำมันมะพร้าว ทั้งตัว และแตะเบาๆที่ช่วงโหนกแก้มค่ะ (กลัวหน้ามันค่ะ) ส่วนของตัว ทาแล้วรู้สึกชุ่มชื่นดีค่ะ และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะพร้าวด้วยค่ะ (โดยส่วนตัวให้ชโลมในขณะที่ตัวยังหมาดๆ นะคะ เพราะถ้าชโลมตอนตัวแห้งแล้วอาจเยอะไป และรู้สึกตัวมันๆ ได้ค่ะ อะฮั้นกลัวเยอะเกินไปแล้วต้องไหว้ครูก่อนขึ้นสังเวียนหน่ะค่ะ! เอ้ย!! ไม่ใช่น้ำมันมวย!!! แหม…ยิ่งกำยำล่ำสัน ดำทมึนอยู่ด้วย อิอิ) อ้ะ…เล่าต่อค่ะ พอตื่นเช้ามา ช่วงแก้มที่บวมๆ และแสบๆ นั้นยุบลงเลยค่ะ และไม่ค่อยแสบเวลาเจอแดดแล้วค่ะ อ้อมเลยทาที่ตัวตั้งแต่เช้ายันเย็น 3 วัน 3 เวลาหลังอาหารเลยค่ะ ( <-- 3 เวลานี่โอเวอร์นะคะ...ทาก่อนทาครีมกันแดดนะคะ แทนมอยส์เจอร์ ที่สำคัญคือประหยัดเวลา เพราะทา oil มันลูบขึ้นลูบลงเร็วกว่าโลชั่นหน่ะค่ะ) ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่านะคะ แต่รู้สึกว่าสีผิวไม่ค่อยดำแบบด๊ำดำหน่ะค่ะ แค่คล้ำขึ้นนิดหน่อย แล้วสีดูแทนๆนิดๆหน่ะค่ะ อิอิ (เพราะกลับเลย search หาข้อมูลแล้วอ่านเจอข้อมูลที่มีฝรั่ง test น้ำมันมะพร้าวแบบที่ไม่ใช้ครีมกันแดด แล้วสีผิวไม่เปลี่ยนไปมาก เพราะเค้าทดสอบว่ามีวิตามินในน้ำมันมะพร้าวที่ป้องกันยูวีได้ค่ะ แต่อันนี้เราต้องชัวร์นะคะสาวๆ ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่แน่ชัด เราต้องปลอดภัยทากันแดดไว้ก่อนค่ะ)

และเวลาเดินเล่นในตอนกลางวัน ก็ลูบปลายผมด้วยน้ำมันมะพร้าวไว้นิดนึงค่ะ (อารมณ์หมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าวหน่ะค่ะ ถ้าใครที่ไม่ต้องเซ็ตผมเพื่อถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนๆ ลูบให้เยอะขึ้นหน่อย แล้วรวบผมไว้ ((จะได้ไม่ดู ศีรษะมันเกินไป)) ช่วยให้เส้นผมไม่แห้งกรอบเวลาอาบน้ำสระผมในตอนเย็นหลังกิจกรรมเผชิญแดดทั้งวันด้วยค่ะ ^_^

เพราะฉะนั้นวิธีการเลือกซื้อน้ำมันมะพร้าวเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

  • การที่จะให้ได้น้ำมันมะพร้าวที่มีคุณภาพดี เป็นออยล์ใสนะคะ ไม่ใช่ขาวขุ่น..เอ่อ..อันนั้นจะเป็นกะทิแล้นค่ะ! 555 (ส่วนในรูปหาที่ขาวใสไม่ได้นะคะ แต่น้ำมันที่ใช้นี่ใสค่ะ) ต้องผ่านการสกัดเย็นค่ะ เพราะการผ่านขั้นตอนที่อุณหภูมิต่ำจะช่วยขจัดแบคทีเรียออกไปด้วยค่ะ และวิธีสกัดแบบนี้เนื้อออยล์สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และไม่เหนียวหนืดด้วยค่ะ
  • น้ำมันมะพร้าวจะมีลักษณะแข็งเป็นไขสีขาวขุ่น เมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียสค่ะ และจะกลับมาเป็นของเหลวใสๆ ที่อุณหภูมิห้อง หรือสูงกว่า 25 องศาเซลเซียสค่ะ
  • กลิ่นของน้ำมันมะพร้าวที่ดีนั้น ควรจะเป็นกลิ่นหอมหวานนะคะ ไม่ใช่กลิ่นออกเปรี้ยวค่ะ และกลิ่นหอมนั้นจะอยู่ได้นานค่ะ

ขอบคุณข้อมูลการสกัดและลักษณะของน้ำมันมะพร้าวที่ดีจาก พี่ Lily นะคะ ซึ่งกำลังจะทำแบรนด์ all about coconut ออกมาในเร็วๆนี้ค่ะ และพี่ลี่ นี่เองที่เป็นผู้มีอุปการคุณให้น้ำมันมะพร้าวมาลองใช้ค่ะ ^_^ เพราะครอบครัวพี่ลี่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ product นี้มานานแล้วค่ะ ก็ขายมานานแล้วค่ะ แต่พี่ลี่จะทำ brand ขึ้นมาใหม่ค่ะ แต่ยังไม่ได้มีตามห้างนะคะ ถ้าใครสนใจติดต่อผ่านมาทาง vinegargirl ก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวจะให้เบอร์ติดต่อค่ะ เพราะยังไม่ได้ขออนุญาตพี่ลี่ให้เบอร์ที่ติดต่อสะดวกไว้ (เพราะมือถือคุณพี่ลี่มักติดต่อไม่ได้ เนื่องจากไปดำน้ำ ((scuba)) เป็นกิจวัตรค่ะ แอบเม้าท์เล็กน้อยค่ะ คริๆ )

หรือใครที่อยากลองใช้น้ำมันมะพร้าวแบบบริสุทธิ์ 100% (vergin coconut oil) สามารถเลือกแบบกลั่นเย็นได้ใน supermarket ที่สยามพารากอนค่ะ (เพราะพี่ลี่ให้ขวดขนาด 100 ml.มา ลองใช้แล้วติดใจค่ะ แต่ไม่พอกับพื้นที่ของร่างกายอะฮั้นซึ่งมีขนาดใหญ่ เลยไปหาซื้อมาเพิ่มก่อนไปเที่ยวค่ะ ก่อนที่จะมาทราบทีหลังว่า ซื้อจากพี่ลี่ก็ได้ 5555) ยังไม่เคยเห็นวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ห้างอื่นนะคะ ถ้าใครเจอที่ไหนที่ซื้อได้สะดวกอย่าลืมบอกกันด้วยนะค๊า… ^_^

ขอยก comment ของคุณ BlowingBubbles ไว้ให้สาวๆ อ่านกันด้วยนะค๊า..

ขอยืนยันสนับสนุนความดีของน้ำมันมะพร้าวค่ะ เพราะดำน้ำ scuba บ่อยมั่กๆ พอขึ้นจากน้ำก็จะล้างตัวเช็ดให้หมาดๆ แล้วก็เล่นมันตั้งกะหัวจดเท้าเลยค่า เอ้ย เอาน้ำมันมะพร้าวลูบผม ลูบหน้า ลูบตัว แค่เล็กน้อยก็พอ ไม่ต้องเยอะ แล้วค่อยตามด้วยซันบล็อก ผมไม่แตกไม่แดง ผิวชุ่ม ไม่แห้ง (ช่วงกลางวันดำ 3 ไดฟ์ ก็จะทำอย่างนี้ทุกไดฟ์เลยค่ะ)
เมื่อก่อนเคยเห็นเค้าขายตามงาน otop ก็ไม่เคยคิดจะซื้อค่ะ พอดีว่าไปออกทริปแล้วพี่ที่เป็นไดฟ์ลีดเค้าแนะนำให้ใช้ (แกเป็นสาวน่ะฮ่า) ใช้แล้ว work เลยไปสอยจากเลมอนฟาร์ม หลังๆ นี่เลยเถิด เวลาไปตีแบดก็ชโลมไปด้วย เหมือนอบความร้อนไปในตัวเลย อิอิ

Comments (13)

10 สุดยอดอาหารลดหุ่น ตอนจบค่ะ

Posted on 10 April 2007 by Vinegar Girl

มาถึงรายละเอียดตอนสุดท้ายกันแล้วค่ะ

ขออนุญาตนำบทความดีๆ จาก นิตสาร Slimming และผู้ที่เขียนบทความดีๆนี้คือ Dr. Gillian Mckeith เจ้าของหนังสือดัง You Are What You Eat ค่ะ

Vinegargirl ขอนำบทความมาเผยแพร่ โดยนำเนื้อหาบางส่วน และได้ปรับภาษาให้เป็นในแบบฉบับของ vinegargirl ค่ะ ขอบคุณค่ะ  สำหรับสาวๆ คนไหนที่สนใจก็มองหาฉบับที่เห็นล่าสุดบนแผงเดือนมีนาคม หน้าปกคุณอั้ม -พัชราภา ไชยเชื้อ หรือจะลองสั่งซื้อย้อนหลังได้นะคะ สามารถดูรายละเอียดในเว็บของบริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายค่ะ

vinegargirl-h-d-8.jpg

8. สาหร่าย อาหารพิเศษดีที่สุด

อ้ะๆ อย่าเพิ่งคิดไปถึงชุดอะไรวาบหวิวๆ ค่ะ อันนี้คือสาหร่ายแท้ๆ จากทะเลนะคะ (ขออนุญาตใช้ภาพข้าวห่อสาหร่ายแทนนะคะ) สาหร่ายมีไอโอดีนสูง แต่ไขมัและแคลอรี่ต่ำค่ะ ซึ่งไอโอดีนนี้ร่างกายนำไปใช้สร้างฮอร์โมนไธรอยด์ ซึ่งต่อมไธรอยด์กระจายการเผาผลาญพลังงานของคุณค่ะ นอกจากนี้ยังมธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี โฟเลต กรดแพนโทธีนิค และไรโบฟลาวินอีกด้วยค่ะ (มีสารอาหารชื่อแปลกๆ แต่ดีแน่นอนค่ะ)

ลองแบบนี้ดูค่ะ เข้าร้านอาหารญี่ปุ่นน่าจะมีเมนูสาหร่ายชวนชิมถูกใจแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ หรือ ซูชิ หรือถ้าสาวๆ อยากประหยัดซื้อสาหร่ายแห้งมาห่อเองก็สนุกสนานไปอีกแบบค่ะ ทำไม่ยากนะคะ (งานนี้ต้องขอปรึกษา น้องเบส ผู้เชี่ยวชาญซะแล้น!! ^_^  หรือถ้าใครเคยลองทำเอง อย่าลืมแวะมาเผยเคล็ดลับกันบ้างนะคะ )

vinegargirl-h-d-9.jpg9. อาหารซ์อตอนรีบที่ดีที่สุด คือ อัลมอนด์ ค่ะ

สำหรับอัลมอนด์ที่น้องเบสของเราเกือบจะซื้อยกลังไปเมื่อคราวก่อน ที่เคยนำเสนอเรื่อง ดูอ่อนเยาว์ด้วยอัลมอนด์ ไปนะคะ คุณสมบัติที่ในนิตยสารกล่าวถึงก็คือ ไขมันกากใย และโปรตีน เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ค่ะ อัลมอนด์มีกรดโอเลอิค ซึ่งเชื่อว่าปกป้องโรคหัวใจได้ และยังมีแร่ธาตุมากมาย แมกนีเซียม โปตัสเซียม ฟอสฟอรัส และมีแคลเซียมสูงค่ะ

vinegargirl-h-d-10.jpg

10. สตรอว์เบอร์รี่ คือของหวานที่ดีที่สุดค่ะ

ในนิตยสารบอกว่า สตอร์เบอร์รี่ มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ดังนั้นน้ำตาลธรรมชาติ ถูกปล่อยออกมาในเลือดอย่างช้าๆ ทำให้คุณมีพลังงานสม่ำเสมอ และมีความรู้สึกอิ่มนาน และยังมีเปคตินละลายน้ำได้ที่ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดและสารพิษค่ะ และยังสารแอนตี้ออกซิแดนท์อีกนะคะ

Comments (0)

10 สุดยอดอาหารลดหุ่น ตอนที่ 2 ค่ะ

Posted on 10 April 2007 by Vinegar Girl

ขอบคุณน้องเบสนะค๊า..ที่มาช่วยแนะนำเมนูถั่วงอกไปเมื่อตอนที่แล้ว เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา สาวๆ จะได้รีบฟิตหุ่นก่อนล้องงง..ลองวีคเอนด์ที่จะถึงนี้ค่ะ (จะแอบปั่นให้จบภายในวันนี้เลยค่ะ จะอัพขึ้นเช้า + เย็นค่ะ โปรดติดตามกันนะคะ! ^_^)

ขออนุญาตนำบทความดีๆ จาก นิตสาร Slimming และผู้ที่เขียนบทความดีๆนี้คือ Dr. Gillian Mckeith เจ้าของหนังสือดัง You Are What You Eat ค่ะ

Vinegargirl ขอนำบทความมาเผยแพร่ โดยนำเนื้อหาบางส่วน และได้ปรับภาษาให้เป็นในแบบฉบับของ vinegargirl ค่ะ ขอบคุณค่ะ  สำหรับสาวๆ คนไหนที่สนใจก็มองหาฉบับที่เห็นล่าสุดบนแผงเดือนมีนาคม หน้าปกคุณอั้ม -พัชราภา ไชยเชื้อ หรือจะลองสั่งซื้อย้อนหลังได้นะคะ สามารถดูรายละเอียดในเว็บของบริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายค่ะ ลองมาดูรายละเอียดต่อจากเมื่อวานนะคะ

วันนี้ได้ข้อชี้แจงดีๆ และฮาๆ (ฮาในตอนท้ายค่ะ) จากคุณ BlowingBubbles ที่ช่วยเป็นความรู้ให้อ้อมก็วันนี้เองค่ะ ขอยกมาให้อ่านกันก่อนเลยนะคะ ขอบคุณค๊า….

แว้บมาบอกค่ะ ว่าจริงๆ แล้ว Spinach ไม่ใช่ผักขมนะคะ แม้ว่าในการ์ตูนป๊อบอายจะบอกว่าป๊อบอายกินผักขมก็ตามจริงๆ แล้ว Spinach คือ ผักป๋วยเล้ง ค่ะ (ในรูปทีคุณอ้อมลงไว้ก็คือผักป๋วยเล้งค่ะ)  ส่วนผักขมหรือผักโขมจะหน้าตาเป็นอีกอย่างนึงค่ะ  แวะมาบอกไว้เผื่อสาวๆ ไปตลาดจะได้ไม่ซื้อผิดค่ะ

เมื่อก่อนก็เชื่อตามการ์ตูนป๊อบอายค่ะ  พอดีว่าได้อ่านหนังสือเจอ เลยรู้ว่าเข้าใจผิดมาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้แปลการ์ตูนตั้งใจจะบอกเด็กๆ ว่าถึงผักจะขมแต่มีประโยชน์ กินแล้วจะได้แข็งแรงเหมือนป๊อบอาย หรือว่าแปลผิดจริงๆ ก็ไม่รู้  

ลองนึกดูว่าถ้าป๊อบอายบอกว่า ขอกินป๋วยเล้งก่อน เด็กๆ อาจจะงงก็ได้เนอะ (^_*)

5555555 “ขอกินป๋วยเล้งก่อน” นี่น่าจะเหมาะกับเรื่องมังกรหยก มากกว่าป็อบอายหน่ะค่ะ คิดว่าในเรื่องป็อบอายใช้คำว่าผักขมแลดูอินเตอร์กว่าอ่ะค่ะ (อันนี้เดานะคะ 55555)…เนื่องจากไม่สามารถหารูปผักขม หรือผักโขมได้จาก stockphoto ค่ะ เลยขออนุญาตใช้ spinach (หรือป๋วยเล้ง) แทนไปก่อนได้ไหมคะ? เพราะเห็นว่าเป็นผักที่คล้ายๆ กันหน่ะค่ะ สมมติกันก่อนนะค๊า..ถ้าหารูปได้แล้วจะนำมาเปลียนแทนค่ะ

vinegargirl-h-d-04.jpg

4. ผักใบเขียว ผักที่ชนะเลิศคือ ผักขม ค่ะ

ผักขมที่ไร้แคลอรี่และไขมัน แต่มีโฟเลต และแร่ธาตุกับวิตามินอื่นๆ มากมายค่ะ อย่างวิตามินบีและโฟเลตเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการใช้งาน เพื่อช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล ถ้าคุณมีโฟเลตต่ำอาจเกิดโรคโลหิตจาง ทำให้อ่อนล้าได้ค่ะ แล้วเวลาอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจะเกิดอะไรขึ้นหน่ะหรอคะ?! คุณก็จะคว้าขนมกรุบกรอบมาทานหน่ะสิคะ!! ปกติเราควรบริโภคโฟเลตวันละ 200 ไมโครกรัม (400 ไมโครกรัม สำหรับสาวที่ตั้งครรภ์ หรือกำลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่ค่ะ) ผักขมสด 100 กรัมให้โฟเลต 3 ส่วนของปริมาณที่ต้องการประจำวันค่ะ

ลองแบบนี้ดูค่ะ ต้มเป็นเครื่องเคียงกับแซลมอน หรือใส่ในผัดผัก

  • เปลี่ยนจากซุปไก่เป็นซุปผักขม สามารถลดน้ำหนักได้ครึ่งปอนด์ในสองสัปดาห์

vinegargirl-h-d-5.jpg

5. อาหารอุดมไปด้วยไขมันที่ดีที่สุด คือ อโวคาโด

หลายคนอาจคิดว่าอโวคาโดเป็นของอ้วน แต่ที่จริงแล้วเพียบไปด้วยคุณประโยชน์จากกรดไขมันจำเป็น ซึ่งช่วยในการกระจายน้ำหนักของเรา รวมถึงการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย จึงจัดเป็นสิ่งจำเป็นต่อการจัดการกับน้ำหนัก ต่อความสมดุลของฮอร์โมน คุณภาพเส้นผม ผิวและเล็บ อโวคาโดมีแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยชะลอความแก่ วิตามินบีในอโวคาโดช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดได้เช่นกันค่ะ และเนื่องจากมีวิตามินบี 6 ซึ่งดีต่อการบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนด้วยค่ะ

ลองแบบนี้ดูค่ะ ทำซุปอโวคาโดกับซุปแตงกวา จากตำรา You Are What You Eat <-- อ้ะ! ดร. กิลเลียน แมคคีธ เธอแอบขายหนังสือกันเล็กน้อยค่ะ แหม…ก็ของเค้าดีจริงนี่คะ คริๆ fauxcul.jpg

  • เลิกทานมันฝรั่งทอด หรือ tortilla chips (ขนมที่เป็นแป้งข้าวโพดทอดกรอบ) หันมาจิ้มแครอทที่หั่นเป็นแท่งกับกวาคาโมล* จะลดน้ำหนักได้สองปอนด์ครึ่งในหนึ่งคืน
    * guacamole คือเครื่องจิ้มชนิดหนึ่งทำจากเนื้อ อโวคาโด น้ำมะนาว เกลือ และหัวหอม นำมาบดรวมกัน (แต่เค้าไม่ได้บอกสัดส่วนมาค่ะ สงสัยว่าน่าจะมีสูตรอยู่ในหนังสือรึเปล่าคะ?!)

vinegargirl-h-d-6.jpg

6. อาหารปลามื้อค่ำที่ดีที่สุด คือ แซลมอน

เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ และมีกรดไขมันจำเป็นและโอเมก้า-3 อีกทั้งยังมีโปรตีนค่ะ ดีกับสุขภาพผิวของสาวๆ ด้วยนะคะ กรดไขมันจำเป็นทำให้เลือดข้นน้อยลง และไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้อย่างราบรื่น จึงทำให้ไม่มีการอุดตันอันเป็นสาเหตุของหลายๆโรค เช่นโรคหัวใจค่ะ จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าการกินปลาที่มีโอเมก้า-3 สูง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยปรับปรุงสุขภาพสมองและร่างกายได้ค่ะ

ลองแบบนี้ดูค่ะ แซลมอนกับสลัดผักเขียว หรือแซลมอนอบค่ะ

  • ทานแซลมอนสเต๊ก (แต่ส่วนตัวอะฮั้นคิดว่า ถ้าจะลดน้ำหนักจริงจังและเพื่อความชัวร์ ควรเลี่ยงจากสเต๊กเป็นการย่างหรืออบดีกว่านะคะ) แทนไส้กรอกหรือหมูย่าง จะอำลาน้ำหนักส่วนเกินไปได้ครึ่งปอนด์ในสองสัปดาห์

vinegargirl-h-d-7.jpg

7. ดีที่สุดในการกระตุ้นพลังงาน คือ มันเทศ

มันเทศเป็นแหล่งวิตามินบี 6 ที่ดีซึ่งคนส่วนใหญ่เชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน บี 6 ยังช่วยร่างกายผลิตพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการลดน้ำหนักค่ะ มันเทศเป็นคอมเพล็กซ์คาร์โบไฮเดรตซึ่งปล่อยพลังงานช้า มีกากใยมาก ทำให้อิ่มท้องอยู่ได้โดยไม่เพิ่งเอวหรือสะโพก ผักลักษณะหัวจะมีโภชนาการอาหารที่ทำให้ตับอ่อนคุณแข็งแรง ซึ่งช่วยให้จัดการกับน้ำหนักได้ดีขึ้นค่ะ

ลองแบบนี้ดูค่ะ เติมมันเทศในสตู หรือกับผักอบ อบมันเทศ ยี่หร่า หอมใหญ่ และเห็ดผสมกันจะอร่อยมาก

  • อบมันเทศหัวใหญ่แทนการกินชิปแล้วจะลดน้ำหนักได้ครึ่งปอนด์ในหนึ่งคืนค่ะ (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อะฮั้นคิดว่าการบริโภคอาหารแต่ละชนิด ก็ต้องมีปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายด้วยนะคะ สรุปว่าถึงจะดียังไง แต่ถ้าทานมากเกินไปก็อ้วนได้เหมือนเดิมค่ะ)

Comments (3)

10 สุดยอดอาหารลดหุ่น ตอนที่ 1 ค่ะ

Posted on 09 April 2007 by Vinegar Girl

หลังจากที่เลือกซื้อชุดว่ายน้ำกันไปแล้ว คงต้องหาวิธีดูเพรียวสวยรับชุดว่ายน้ำใหม่กันแล้วค่ะ วันนี้ vinegargirl ได้อ่านเจอเรื่องดีๆจากนิตยสารสลิมมิ่ง จึงขออนุญาตมา ณที่นี้นำบทความนี้มานำเสนอให้สาวๆ อ่านกันด้วยนะคะ จากนิตยสาร Slimming เดือน January 2007 หน้าปก Paula Tayler ที่เขียนโดย ดร. กิลเลียน แมคคีธ นักโภชนาการอาหาร นักเขียน และพิธีกร รายการ You are what you eat มาเผยอาหารลดหุ่นที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนัก 3 กิโลได้ในชั่วข้ามคืน! ขอบคุณนะค๊า… ^_^ มีดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. อาหารเช้าตัวกระตุ้นชั้นยอด และผู้ชนะคือโอ๊ต
  2. เครื่องปรุงสมูธตี้ชั้นยอด และผู้ชนะคือ บลูเบอร์รี่
  3. ผักดิบของดีสุด และผู้ชนะคือ ถั่วงอก
  4. ผักใบเขียว และผู้ชนะคือ ผักขม
  5. อาหารไขมันเพียบดีที่สุด และผู้ชนะคือ อโวคาโด
  6. อาหารปลามื้อค่ำดีที่สุด และผู้ชนะคือ ปลาแซลมอนธรรมชาติ
  7. ดีที่สุดในการกระตุ้นพลังงาน และผู้ชนะคือมันเทศ
  8. อาหารพิเศษดีที่สุด และผู้ชนะคือ สาหร่าย
  9. อาหารซื้อตอบรีบที่ดีที่สุด และผู้ชนะคือ อัลมอนด์
  10. ของหวานดีที่สุด และผู้ชนะคือ สตรอว์เบอร์รี่

Vinegargirl ขอนำบทความมาเผยแพร่ และปรับภาษาในแบบฉบับของ vinegargirl ด้วยนะคะ และได้ตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออกไปด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ สำหรับสาวๆ คนไหนที่สนใจก็มองหาฉบับที่เห็นล่าสุดบนแผงเดือนมีนาคม หน้าปกคุณอั้ม -พัชราภา ไชยเชื้อ หรือจะลองสั่งซื้อย้อนหลังได้นะคะ สามารถดูรายละเอียดในเว็บของบริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายได้ที่นี่ค่ะ

เท่าที่อ่านดูแล้วคงไม่ใช่แค่คืนเดียวหรอกนะคะ เพราะอย่างตัวเองนี่ คิดๆดูแล้วคงใช้ชั่วหลายคืน-หลายสัปดาห์แน่ๆค่ะ ลองดูกันค่ะว่าจะลดได้แบบนั้นรึเปล่า?!

 

vinegargirl-h-d-01-3.jpg

1.อาหารเช้าตัวกระตุ้นชั้นยอด และผู้ชนะคือ ข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตจัดเป็นอาหารเช้าที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักค่ะ เพราะมีกากใยสูง แคลอรีต่ำ แถมกากใยนี้ทำหน้าที่ประดุจฟองน้ำ ที่ซึมรับน้ำตอนผ่านลงไปในท้อง ช่วยให้รู้สึกอิ่มมากขึ้นค่ะ แล้วเมื่ออยู่ในลำไส้ ข้าวโอ๊ตที่ดูดซึมกากใย ได้ก่อตัวเป็นเจล แล้วค่อยๆซึมซับคาร์โบไฮเดรต รักษาระดับน้ำตาลในเลือกให้คงที่ ทำให้ไม่ค่อยหิวค่ะ

และในบทความยังพูดถึงข้าวโอ๊ตอีกว่า มีโปรตีนที่กระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน มีไขมันปกป้องหัวใจ วิตามินอี สังกะสี แคลเซียม และแมกนีเซียมด้วยค่ะ และยังเหมาะกับคนที่มีอาการท้องผูก อาการซึมเศร้า และเบาหวานด้วยค่ะ

ลองแบบนี้ดูค่ะ ผสมในโยเกิร์ต ซีเรียล ขนมปัง

vinegargirl-h-d-02-2.jpg

2. บลูเบอร์รี่ สุดยอดเครื่องปรุงสมูธตี้ชั้นยอด

บลูเบอร์รี่มิใช่แค่มีแคลอรี่ และไขมันต่ำเท่านั้นนะคะ (ไขมัน 0.3 กรัมต่อ 100 กรัม) แต่ยังมีรสอร่อย ช่วยชะลอขบวนการที่ทำให้เหี่ยวย่นด้วยค่ะ และยังปกป้องโรคหัวใจ กับโรคมะเร็งได้ด้วยค่ะ เพราะมีสารต้านอนุมุลอิสระ เป็นแหล่งวิตามินซี บี 1 เบต้าแคโรทีน และโปตัสเซียมด้วยค่ะ หรือจะใช้ญาติของบลูเบอร์รี่ ที่ชื่อ แครนเบอร์รี่ แทนก็ได้ค่ะ

ลองแบบนี้ดูค่ะ ใส่ในฟรุตสลัดหรือใส่ในสมูธตี้เป็นอาหารเช้า แค่ใส่บลูเบอร์รี 100 กรัม กล้วยลูกเล็กในเครื่องปั่นให้เข้ากัน ดื่มรวดเดียว

  • ดื่มสมูธตี้บลูเบอร์รี่กับกล้วยแทนลาเต้นาน 2 สัปดาห์ น้ำหนักจะลดลงไปได้ครึ่งปอนด์

vinegargirl-h-d-03.jpg

3. ถั่วงอก ผักดิบที่ดีที่สุด

เอนไซม์เป็นสิ่งสำหคัญในการรักษาการทำงานของร่างกายเอาไว้ กิจกรรมที่เอนไซม์ต่ำ อาจทำให้สาวๆ น้ำหนักเพิ่มได้ ถั่วงอกเป็นแหล่งอกหารเอนไซม์ชั้นยอด และอุดมไปด้วยโภชนาการที่ช่วยกระตุ้นการลดน้ำหนักได้ มีโปรตีน วิตามินบีคอมเพล็กซ์ วิตามินซี และวิตามินอี โภชนาการที่ผสมกันช่วยปกป้องโรคมะเร็ง ความอ่อนล้า และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (แต่ก็ต้องระวังเรื่อง ถั่วงอกฟอกขาวกันหน่อยนะคะ เฮ้อ! จะทานอาหารเพื่อสุขภาพจริงๆ สมัยนี้ต้องระวังหลายเรื่องค่ะ ถ้าจะให้ดีนี่ปลูกทานเองปลอดภัยสุดค่ะ! )

ลองแบบนี้ดูค่ะ ใส่ก๋วยเตี๋ยวนี่ของตายนะคะ ลองโรยใส่สลัด ซุป  อาจลองใส่แซนด์วิช (น่าจะพอไหวนะคะ) หรือผักถั่วงอกไปเลยค่ะ

  • เวลาทานสลัดถั่วงอก ให้ลองผสมน้ำส้มสายชูบัลซามิค แทนมายองเนส หรือน้ำสลัดแบบครีม จะช่วยลดน้ำหนักได้ครึ่งปอนด์ในคืนนี้ค่ะ

Comments (1)

ทานอะไรให้เล็บแข็งแรง

Posted on 08 March 2007 by Vinegar Girl

ขอโทษด้วยนะค๊า ที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน แอบหนีไปเที่ยวช่วง
ลองวีคแอนด์ค่ะ กลับมางานกองพะเนินค่ะ ขอบคุณ comments จากทุกๆคนนะคะ เดี๋ยวจะไปทำการบ้านมาให้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้อง pookie ที่อยากทราบว่า Elca จะมีลดราคาอีกเมื่อไหร่ (ถ้าใครทราบล่วงหน้า รบกวนบอกกันด้วยนะค๊า)
น้อง Apple ที่อยากทราบข้อมูลรองเท้าใส่รับปริญญา  น้อง *SIN* ที่อยากได้ทรงผมอินๆ สำหรับ Summer นี้ และ ยินดีต้อนรับ น้อง BooGi เดี๋ยวจะทำการบ้านเรื่อง eye cream มานะคะ และน้องๆเจ้าประจำ น้อง bess* และ น้อง pui_n* ค๊า

vinegargirl-nail-care.jpg

ตอนนี้เริ่มช่วงซัมเมอร์กันแล้ว สาวๆ ที่วางแผนไปเที่ยวนอกจากเปลือยผิวบางส่วนแล้ว หมายถึง ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อแขนสั้น และรองเท้าแบบเปลือยแล้ว นอกจากดูแลผิวให้สวยแล้ว จุดเล็กๆ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือเล็บต้องสวยด้วยนะคะ วันนี้ vinegargirl นำเรื่องเกี่ยวกับอาหารบำรุงเล็บมาฝากค่ะ

เพื่อเล็บที่แข็งแรง ไม่เปราะและหักง่าย เราควรเลือกทานอาหารพวกโปรตีนค่ะ เพราะโปรตีนจะช่วยเสริมสร้างเคราติน

  • อาหารจำพวกปลาทะเลน้ำลึก เพราะมีกรดไขมันโอเมก้า-6 เช่น แซลมอน ปลาหิมะ ปลาเฮอริง หรือแมคเคอเรล และทูน่า
  • เนื้อแดง แต่สำหรับสาวๆ ที่ระวังเรื่องสุขภาพและน้ำหนักด้วย vinegargirl ขอเสนอ อกไก่ หรือไก่งวง เท่านั้นค่ะ
  • อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม และ Zinc สูง เช่น ธัญพืช ไข่ หอยนางรม นม เต้าหู้ โยเกิร์ต หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม และอาหารทะเลค่ะ

พอทานอาหารบำรุงกันแล้ว ก็อย่าลืมหมั่นดูแลเอาใจใส่ รักษาความสะอาด และบำรุงเล็บด้วยนะคะ ^_^

น้อง Apple ฝากมาใน comment ค่ะ เลยนำมาให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ

เคยไปซื้อมากินไบโอติน (Biotin) ค่ะ ตอนนั้นผมร่วงเยอะมาก ช่วยได้จริงๆ กินไปประมาณ 1 เดือนรู้สึกว่าช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรงขึ้นค่ะ

Comments (5)