วันนี้ vinegargirl ขอมาเล่าประสบการณ์ที่แสนประทับใจจาก La Mer (ลาแมร์) กันค่ะ วีนิก้าเกิร์ลได้รับเกียรติจาก La Mer ให้ไปร่วมทำทรีตเม้นต์ และได้ทดลองอายครีมตัวใหม่ The Eye Balm Intense ค่ะ
ส่วนตัวก็เป็นแฟนของ La Mer มาหลายปีแล้วค่ะ ย้อนกลับไปน่าจะประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์ 2 ชนิดแรกที่เริ่มใช้ แน่นอนว่าต้องเป็นนางเอกของลาแมร์ค่ะ นั่นคือ Crème de la Mer และ The Eye Balm ค่ะ หลังจากนั้นก็มี The Radiant Infusion ตามมาติดๆ ค่ะ เมื่อเริ่มแรกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ เพราะชื่อเสียงอันโด่งดัง และความล้ำ ของ Crème de la Mer ที่ถูกค้นพบโดย ดร. แมกซ์ ฮูเบอร์ นักฟิสิกส์ด้านกระสวยอวกาศ ใช้ครีมตัวนี้ เพื่อดูแลผิวที่เกิดแผลไฟไหม้ค่ะ ส่วน The Eye Balm นั้นเห็นผลจาก ดวงตาเปล่งประกายของเพื่อนสาวที่เป็นแอร์ ซึ่งชีวิตเธออดหลับอดนอน ต้องเจอกับอากาศที่แปรปรวน แต่ตายังปิ๊งไม่คล้ำเหมือนก่อน เห็นอย่างนี้ วีนิก้าเกิร์ลก็รีบไปถอยทันทีค่ะ
สำหรับครั้งนี้วีนิก้าเกิร์ลได้มารู้ ข้อมูลเพิ่มเติมของ The Eye Balm Intense แล้วถึงกับอึ้งค่ะ กว่าจะได้ส่วนผสมประกอบกันมาเป็นครีม 1 กระปุก เรียกได้ว่ายากลำบากกันทีเดียวค่ะ สาวๆ ที่มักมีปัญหาตาบวม รับรองต้องกรี๊ดดดดด กับ The Eye Balm Intense ตัวนี้ค่ะ
ใน The Eye Balm Intense นี้มีหัวใจสำคัญคือ The Miracle Broth ที่เข้มข้น 3 เท่า ซึ่งประกอบด้วย 3 สูตรค่ะ มี
- Original Miracle Broth : สูตรดั้งเดิม สาวๆ ลองนึกภาพน้ำสีอำพันนะคะ อันนี้หล่ะค่ะ คือ The Miracle Broth ที่หมักบ่มจากสาหร่ายทะเล ที่เก็บได้เพียงปีละ 2 ครั้ง และต้องเก็บช่วงพระจันทร์เต็มดวงอีกด้วยนะคะ แถมระหว่างหมักบ่มต้องปล่อยคลื่นเสียง และ แสง เพื่อทำให้เจ้า Miracle Broth นี่ alive ค่ะ เหมือนมีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเล แล้วต้องเทียงเคียง DNA ทุกครั้งว่าตรงกับสูตรเดิม ที่ ดร. แมกซ์ ฮูเบอร์ ได้คิดค้นไว้ค่ะ
- Concentrated Miracle Broth : สูตรเข้มข้น ที่ใช้สูตรดั้งเดิม มาผ่านขบวนการสูญญากาศที่มีความเย็นจัดเป็นเวลา 3 วันค่ะ เพื่อให้ได้เพียงน้ำสกัดเข้มข้นค่ะ
- Encapsulated Miracle Broth : สูตรที่บรรจุในรูปแคปซูลค่ะ อันนี้บอกได้คำเดียวว่าล้ำมากๆ ค่ะ เพราะเจ้าแคปซูลนี้จะทำหน้าที่ขนส่ง The Miracle Broth ไปยังผิวชั้นบน แล้วจะปล่อยให้สารสกัดออกมาทำความชุ่มชื้นกับผิว เมื่อยามที่ผิวต้องการค่ะ คือเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ฉลาดล้ำมากค่ะ เพราะฉะนั้น ผิวของเราก็จะชุ่มชื้นได้ตลอดทั้งวันค่ะ
ตัวเองเป็นคนชอบอะไรที่เป็นวิทยาศาตร์อยู่แล้วค่ะ เลยโน้ตเป็นหน้ากระดาษค่ะ พอยิ่งได้ทราบความเป็นมา ก็เข้าใจแล้วว่า ความ premium อยู่ที่ตรงไหนค่ะ กลับมา search ข้อมูลเพิ่มเติม ได้เจอกับสิ่งนี้ค่ะ The Miracle Broth Journey ลองคลิกไปดูกันค่ะ
เท่านี้ยังไม่พอนะคะ ฮ่าๆๆๆ ต่อด้วย The Marine De-Puff Ferment เป็นสาหร่ายทะเลลึกสีแดง ที่มึความสามารถเฉพาะตัว ที่จะมีชีวิตได้ในทะเลที่มืดสนิทค่ะ เพราะเค้าสามารถสังเคราะห์แสงได้ด้วยวิธีพิเศษค่ะ พอมาบวกกับแร่ทัวร์มารีนที่หายาก ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นประจุไฟฟ้า ส่วนผสมทั้งหมดเลยบรรจุใน Smart Sea Gel ค่ะอันนี้แหล่ะค่ะ ที่ช่วยลดอาการบวมของผิวรอบดวงตาค่ะ
และสุดท้าย The Lifting Ferment ที่ผสม Marine Peptide Ferment และอีกหลายๆ Ferment เข้าด้วยกัน (กลัวสาวๆ จะนึกว่า lecture วิชาชีวะอยู่จังเลย) สรุปว่าเจ้าสิ่งนี้ ทำให้ผิวกระชับขึ้น และเสริมสร้างความกระจ่างใสให้ผิวรอบดวงตาของสาวๆ อีกด้วยค่ะ
นอกจากส่วนผสมสุดล้ำแล้ว ยังมี The Applicator อีกด้วยค่ะ ซึ่งปลายของเจ้า Applicator จะทำด้วยเงินแท้ (Silver) แค่วีนิก้าเกิร์ลเอาตัว Applicator มาแตะกับผิวก็รู้สึกเย็นแล้วค่ะ ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้ ช่วยนวดเพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดค่ะ ยิ่งมาใช้กับ The Eye Balm Intense จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของเทคโนโลยี De-Puffing อีกด้วยค่ะ แถมเห็นปลายเป็นหัวกลมๆ แบบนี้ จริงๆ เค้าออกแบบไว้ให้ตักครีม ได้ปริมาณที่พอเหมาะในการใช้แต่ละครั้งอีกด้วยนะคะ แค่วีินิก้าเกิร์ล เอาปลาย The Applicator จุ่มลงในกระปุกเบาๆ ก็ได้เนื้อครีมสีเขียว แล้วเอามานวดที่ผิวรอบดวงตา สบายมากเลยค่ะ
งานครั้งนี้ นอกจากได้รับทราบสรรพคุณของ The Eye Balm Intense + The Applicator ที่จุดเด่นคือ ช่วยลดอาการบวมของผิวรอบดวงตา ทั้งที่เกิดจากการบวมน้ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือกรรมพันธุ์ แล้วยังช่วยกระชับผิวรอบดวงตา ลดเลือนริ้วรอย และรอยหมองคล้ำอีกด้วยค่ะ และด้วยเทคโนโลยีของ The Miracle Broth ทั้ง 3 สูตรรวมกัน ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา ได้ตลอดทั้งวัน เท่านี้ยังไม่พอค่ะ ยังได้ทราบวิธีการนวดกดจุดอีกด้วยค่ะ
หลังจากใช้ The Applicator ตักเนื้อครีม แล้วแตะลงเบาๆ ที่ผิวรอบดวงตาด้านล่าง เริ่มจากบริเวณหางตา ไล่มาจนถึงหัวตา และวนไปยังหัวตาด้านบน ไปจนถึงหางตาแล้ว เรามาดูวิธีกดจุดกันค่ะ
The Renewing Acupressure Technique เราเริ่มกดจุดโดยใช้นิ้วนางของเราค่ะ กดเบาๆ เริ่มจากจุดด้านบนระหว่างคิ้ว จากนั้นใช้นิ้วนางกดที่หัวตา กด แล้วค่อยๆ เคลื่อนนิ้วออกไปทางโหนกแก้ม 7 ครั้งค่ะ ให้สาวๆ กดในแนวกระดูก จากนั้นใช้นิ้วกลางกดขึ้นไปทางคิ้ว มาจรดที่หัวตา 7 ครั้ง และจบด้วยการใช้นิ้วกลาง กดไล่จากหัวตาลงมาที่จมูก 7 ครั้งค่ะ เป็นการฟื้นสภาพผิวรอบดวงตาค่ะ
คราวหน้า วีินิก้าเกิร์ลจะมาเล่าช่วงทำ ทรีตเม้นท์ พร้อมภาพหลังทำให้ดูค่ะ ว่าผิวเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรค่ะ ^_^










ขอบอกว่ามันเป็นการ convergence ระหว่างกีฬา กับ เกมส์ ได้ดีมากๆ ค่ะ (ใช้ศัพท์หรูอ่ะป่าว 5555 มั่วมากๆ ค่ะ )

สูตรแรกนี้ นำมาจากสูตร ที่ห้อยไว้ข้างขวด เวลาซื้อน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ลค่ะ 5555 หากินง่ายไปรึเปล่า แฮ่ๆ แหมม… เห็นว่ามีประโยชน์กับสาวๆ หน่ะค่ะ (จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายสูตร ให้หากินอีกเยอะ กริ๊ววววววว) ก่อนจะรู้ไต๋ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ
)) หรือถ้ามีการแสบตามาก ควรผสมน้ำเพิ่ม หรือหลีกเลี่ยงการใช้สูตรนี้ค่ะ) จากนั้นก็อาจใช้สำลี ที่ชุบด้วยส่วนผสมนั้น หมาดๆ นะคะ แปะไว้บนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกทีค่ะ เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวสดชื่น ช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วยค่ะ
ขอโทษด้วยนะค๊า..ที่ช้าไป 1 วัน เพราะซานตี้มีภาระกิจติดพุงค่ะ เลยกว่าจะเขม่วพุงให้หล่นจากปล่องไฟได้ เล่นเอาหมดแรงค่ะ โฮะ โฮะ โฮ้… 


จริงๆ ที่บ้านก็ปลูกตะลิงปลิง แต่ยังไม่เคยทดลองค่ะ มิใช่ว่าไม่ไฮโซแบบสตรอว์เบอร์รี่ แต่ก็เกรงว่าจะแรงเกินไปสำหรับผิวหน่ะค่ะ + และต้องระวังผลไม้ที่มียางนะคะ เอาเป็นว่าก่อนจะพลิกแพลงกันมาก ต้องผ่านท่าเบสิคกันก่อนนะคะ <– แฮ่ๆ หมายถึงสูตรเบสิคๆ หน่ะค่ะ คริๆ 

Whitening Mask






