XanaxAdderall onlineLevitraADDERALL onlineadderall without prescriptionPhentermine onlinetramadol onlinevalium online

Archive | Review

FANCL Facial Washing Powder – Review

Posted on 14 May 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเป็นยังไงกับบ้างค๊า..เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอะฮั้นถือเป็นวัน 3 ซ. (ย่อมาจากซวยซ้ำซ้อน) ของตัวเองเลยค๊า..เพราะเจอไปถึง 3 เด้งในวันเดียว (อารมณ์ตรง เด้งแรก คือเด้งหน้าค่ะ นั่งอยู่ในรถจอดอยู่นิ่งๆ กำลังปัดขนตาอยู่ดีๆ แล้วก็มีรถมาจิ้มท้ายให้เด้ง(ไป)หน้าจิ้มตาตัวเองสิคะ! แถมไม่มีขอโทษแล้วยังทำให้รู้สึกว่า ต้องคลานเข่าขอขมาให้รอประกัน จนสับสนว่าใครเป็นคนชนกันแน่เนี่ย! -*- เด้งที่ 2 มันต่อเนื่องค่ะ คือต้องรีบไปช่วยเรื่องประชุมกับเพื่อน แต่ในช่วงที่พันละวันกับรถอยู่นั้น ก็จำไม่ได้ค่ะว่าต้องไปที่ตึกไหน ชั้นอะไร คนที่นัดกันไว้ก็เล่นปิดเสียงมือถือตลอดเวลา (แล้วเธอก็ไม่คิดจะหยิบโทร. มาดู หรือโทรหาก่อนถึงเวลาประชุมเลยซักกะติด๊ดดด..) ดิชั้นก็ต้องวิ่งหาตึกเอาเองค่ะ (ซึ่งมีทั้งหมด 3 ตึกๆ ละ 20 ชั้น) กว่าจะเจอเล่นเอาเยินเหมือนไปออกรบมายังไงอย่างงั้น โอ้ววว..พอเสร็จธุระ ว่าจะไปเดินเล่นแก้เครียด แต่กลับเครียดยิ่งกว่าเดิมค่ะ เพราะสร้อยข้อมือเส้นโปรดที่ใส่มานั้น เกิดหล่นหายโดยไม่รู้ตัว!! เอากันเข้าไปค่ะ ท่านผู้ชม!! 55555 เพราะฉะนั้นใครที่กำลังเครียด หรือว่ารู้สึกแย่กับตัวเองอยู่ ไม่ต้องเครียดไปนะคะ ทุกปัญหามีทางออกค่ะ ปัญหาไหนแก้ไม่ได้แล้วก็ต้องทำใจค่ะ อย่างตัวเองจะต้องคิดไว้ก่อนว่า คิดมากเดี๋ยวหน้าไม่สวยค่ะ อิอิ ^_^

เรามาฟังเรื่องน่ายินดีกันบ้างค่ะ ขอแสดงความยินดีกับ น้องโอปอล นะคะ ที่ได้เป็น Medical Technologist แล้วค่ะ ยินดีด้วยค๊า…teeth_smiley.gif และขอต้อนรับน้องปอด้วยค๊า.. และเรื่องที่ติดค้างกันไว้กับ น้อง Pato ใจเย็นๆ อีกนิดนึงนะคะ เดี๋ยวจะรีบหาข้อมูลมาใส่ไว้ในบล็อกด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องของวันนี้ขอยกให้เรื่องของ NooNui กันก่อนนะคะ สำหรับ cleanser ค่ะ (บ่นมาซะยาวเลย สงสัยว่าต้องอ่านกันตาลายแน่ๆ เลยค่ะ topic วันนี้ แฮ่ๆ ) เนื่องจากน้อง NooNui อยากให้แนะนำ cleanser ว่ายี่ห้อไหนใช้ดีค่ะ จริงๆ โดยส่วนตัวเนี่ย ใช้ได้ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ไม่จำกัดราคาค่ะ เพราะหน้าทนทานต่อการแพ้ค่ะ อิอิ วันนี้เลยขอแนะนำยี่ห้อที่ช่วงนี้สาวๆ คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี จากโฆษณาทีวี และตามหน้าแมกกาซีนนะคะ นั่นคือ
fancl_facialwashingpowder-0.jpg
Facial Washing Powder จาก FANCL
ราคา : 600 บาท
ขนาด : 50g

คุณสมบัติ :

  • ผงแป้งล้างหน้า สามารถสร้างฟองครีม แบบหนานุ่ม ล้างหน้าได้อย่างสะอาดหมดจด
  • Perfect Cleansing Sensor หน้าที่พิเศษช่วย ขจัดเฉพาะสิ่งสกปรก ความมันส่วนเกิน และเซลล์ผิวเก่า
  • ช่วยปกป้อง ชั้นความชุ่มชื่นของผิว Moisture Layer ไม่ให้ถูกชำระล้างออกไป ผิวจึงนุ่มนวล ไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า
  • ช่วยเสริมประสิทธิภาพ การบำรุงผิวหลังล้างหน้า ทำให้สารบำรุงผิว ซึมซาบลึกสู่ชั้นผิว ได้ดีกว่าการล้างหน้า ในแบบอื่น ๆ เมื่อล้างซ้ำสองครั้ง สามารถล้างคราบเครื่องสำอางบาง ๆ ได้
  • มีส่วนประกอบของ Amino-acid based Cleansing คือสารเคมีที่มีคุณสมบัติเดียวกับชั้นผิวของคนเรา ที่อ่อนโยนและช่วยทำความสะอาดผิว และให้ประสิทธภาพที่สูงกว่าเมื่ออยู่ในรูปของผงแป้ง

Review : เห็นราคากับขนาดขวดตอนแรก ก็รู้สึกตกใจนิดหน่อยค่ะ เพราะไม่ค่อยทุ่มทุนสร้าง cleanser ที่มีราคาค่อนข้างแพงค่ะ แต่ด้วยความอยากรู้อยากลอง เลยทำให้ตัดสินใจซื้อ Facial Washing Powder ตัวนี้มาค่ะ ในตอนแรกที่ซื้อมาขั้นตอนแลดูเยอะค่ะ B.A. อธิบายมาถึงบ้านลืมหมดค่ะ เลยต้องเข้าไปดูตัวอย่างขั้นตอนการใช้ใน web แทนค่ะ (มีตัวอย่างที่เป็นคนจริงๆ กับภาพ animation ในส่วนล่างสุดของหน้าที่ให้ไว้นะคะ) ขั้นตอนเค้าคือต้องโรยผงแป้ง แล้วใช้ลูกบอลที่เค้าให้มา (หรือใช้พัฟ ที่ต้องซื้อแยกนะคะ แต่เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขั้นเมื่อใช้คู่กัน..เค้าว่าอย่างนั้น) แล้วเราก็ต้องบีบๆๆ พัฟให้เกิดฟอง แล้วต้องพักฟองที่หยาบๆ (แลดูเหมือนฟองเวลาล้างจาน แต่เสียงเวลาปั๊มฟองเหมือนซักผ้าหน่ะค่ะ แฮ่ๆ sweat-21.gif นี่เราล้างหน้าอยู่แน่หรือนี่!?!? ) นำฟองไปพักที่มือนึง ทำสลับกันไปมา จนกว่าจะเป็นเนื้อครีมละเอียดๆค่ะ ครั้งแรกที่เราทำเวลาที่เริ่มเห็นฟองเปลี่ยนเป็นครีมเนื้อละเอียด มันช่างเป็น moment ที่มีความหวังเกินบรรยายค่ะ..ว่าเราจะได้เริ่มได้ล้างซักที! 555 อ้ะ! ล้อเล่นน.. เราจะรู้สึกว่าอยากกินฟองนั้น เพราะมันช่างเหมือนวิปครีมเสียนี่กระไร!?! ไม่ใช่แล้น! แล้วเราก็ต้องล้างตามขั้นตอนการถูพัฟลงบนหน้าให้ถูกวิธีด้วยค่ะ

พอล้างเสร็จ แว้บแรกที่มองกระจก บอกได้เลยค่ะว่าหน้าดูใสขึ้นจริงๆ และรู้สึกสะอาดๆ ดี แต่หลังล้างหน้าด้วย Washing Powder ในครั้งแรกนี่ รู้สึกหน้าตึงๆ นิดหน่อย ไม่ทราบว่าเพราะไม่ชินรึเปล่า..เพราะที่ผ่านๆ มาใช้โฟมแบบไม่มีฟองหน่ะค่ะ มันจะได้อารมณ์ล้างหน้าแบบไม่ได้ล้าง 555 งงอ่ะป่าวคะ แบบล้างแล้วหน้ายังเหมือนมันๆ ลื่นๆ อยู่ แต่พอเปลี่ยนมาเป็นฟังก์เคลตัวนี้แล้ว มันจะไม่รู้สึกมันๆ ที่ผิวแล้วหน่ะค่ะ แต่ไม่ทราบว่าคิดไปเองรึเปล่า รู้สึกว่าหน้าก็นุ่มๆ ดีค่ะ และรู้สึกว่าเวลาทาโลชั่นแบบที่เป็นน้ำหลังการล้างหน้า ก็ซึมซาบได้ทั่วทั้งใบหน้าได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

หลังจากล้างหน้าด้วย Facial Washing Powder ผ่านไป 1 เดือนก็รู้สึกว่าสิวอุดตันที่บริเวณคางลดลงค่ะ จนตอนนี้เริ่มติด(ใจ) ค่ะ ถ้าวันไหนไม่ได้ล้างด้วยเจ้าตัวเนี้ย ก็จะ(คิดไปเอง)ว่าหน้าไม่ใส และไม่สะอาดเท่าไหร่ (ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็ไม่แน่ใจว่าจริงรึเปล่า เพราะอันนี้ใช้ความรู้สึก และการสังเกตของตัวเองวัดเอาหน่ะค่ะ) เพราะจริงๆ โดยส่วนตัวไม่ค่อยสังเกตผลหลังการใช้ของ cleanserเหมือนพวก skincare หน่ะค่ะ คือรู้สึกว่าก็แค่ล้างหน้า แต่ Facial Washing Powder ตัวนี้สามารถทำให้รู้สึกได้ค่ะ ว่าหน้าใสขึ้นเล็กน้อย – ปานกลาง รู้สึกว่าหน้าสะอาดและพร้อมสำหรับขั้นตอนการบำรุงต่อไปค่ะ cute_2.png ส่วนเรื่องราคากับความคุ้มค่า ก็คิดว่าพอได้นะคะ เพราะขวดนึง สาวๆ สามารถใช้ได้ประมาณ 2 เดือน (แต่ที่ตัวเองใช้นี่มากกว่า 2 เดือนค่ะ สงสัยช่วงแรกๆ ประหยัดผงแป้งไปหน่อย อิอิ) ก็ควรเก็บขวดผงแป้งไว้ในที่แห้งๆ หน่อยหน่ะค่ะ ถ้าเอาไว้ในห้องน้ำ อาจทำให้ผงแป้งชื้นๆ แล้วมีเศษผงแป้งชื้นๆ ติด อุดตันที่ปากขวด อาจทำให้เทยาก หรืออาจทำให้ความสดใหม่ลดลงเร็วขึ้น เพราะฝาปิดไม่ได้สนิทค่ะ อ้อ! ลืมบอกว่าสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ คือเครื่องสำอางของฟังก์เคลเค้าไม่ผสมสารกันเสียค่ะ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ vinegargirl เองรู้สึกว่าได้ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ปลอดภัยจริงๆ เลยค่ะ

จุดด้อยของเค้า ก็คงเป็นอย่างที่บอกหน่ะค่ะ สาวๆ อาจต้องขยันกันสักนิด อย่างตัวเองก็ต้องตื่นเช้าหน่อยเพื่อการนี้โดยเฉพาะค่ะ! โอ้วว..แลดูเหมือนอลังการ คือจริงๆโดยส่วนตัวเนี่ย เป็นคนที่ขี้เกียจสุดๆค่ะ ขนาดที่ไม่ค่อยใช้ครีมนวดผม เพราะขี้เกียจนวดแล้วล้างอีกครั้ง แฮ่ๆ sweat-21.gif ทุกๆ อย่างจะรีบๆค่ะ ไม่เน้น แต่เพื่อสิ่งนี้ก็เลยต้องมีเวลาปล้ำ เอ้ย! ปั๊มกะเค้าหน่อย ซึ่งตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกเสียเวลาหน่อยค่ะ ทำๆไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มชิน แต่บางวันที่ขี้เกียจจริงๆ ก็ไม่ได้ใช้ค่ะ แต่ตอนนี้แก้ปัญหาด้วยการซื้อแบบ Liquid มาใช้ค่ะ แบบนี้ถ้าใช้กับพัฟนี่ หยดเพียงนิดก็ให้ฟองราวกับซักผ้าได้เป็นกาละมังเลยค่ะ แฮ่ๆ หรือบางทีขี้เกียจมากๆ ก็ใช้มืออย่างเดียวก็เกิดฟองได้ง่ายกว่าค่ะ

ส่วนขั้นตอนสำคัญของการใช้ Facial Washing Powder ให้เกิดฟอง
ถ้าใช้มือ (อูยยยย..สยิวคำพูดตัวเอง อิอิ) จะไม่ค่อยเกิดฟองได้ดีหน่ะค่ะ หรือว่าข้าพเจ้าไม่มีความสามารถก็ไม่ทราบ แต่แนะนำว่าให้ใช้ลูกบอลที่เค้าให้มา หรือใช้คู่กับพัฟดีที่สุดค่ะ สำหรับ powder ถ้าสาวๆ ที่อยากประหยัดเวลาก็ลองแบบ liquid ได้นะคะ แต่ถ้าให้แนะนำ สาวๆ ควรลองแบบ original คือแบบผงแป้งกันก่อนค่ะ teeth_smiley.gif

คะแนน 4star1.jpg

Note: ถ้าสาวๆ หรือหนุ่มๆ คนไหนอยากทดลองใช้ดู (เมื่อเดือนที่ผ่านมา เค้ามีแจก sample ด้วยนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่า ตัวอย่างทดลองของ Facial Wasing Powder อันนี้หมดไปรึยัง?) ลองไปเช็คดูได้ค่ะ ที่เคาน์เตอร์ หรือสามารถสั่งซื้อทาง FANCL Call Center ด้วยนะคะ

สำหรับสาวๆ คนไหนที่มี cleanser ดีๆ อยากแนะนำ รบกวนลองบอกกันเข้ามาหน่อยนะค๊า.. appre.gif

Comments (15)

Estee Projectionist High Definition Volume Mascara – Review

Posted on 14 March 2007 by Vinegar Girl

ขอตอบ comments ของเรื่องมินิเดรสกันก่อนนะคะ สำหรับสาวๆ ที่อยู่ในเมืองหนาวๆ อยู่ อย่างน้องเบส และน้องโอปอลเนี่ย ไม่ต้องรอให้ร้อนถึงใสมินิเดรสก็ได้ค่ะ เพียงแต่จับคู่กับเลกกิ้งส์ หรือสกินนี่ยีนส์ตัวเก่ง ก็ช่วยให้เป็น ’60s นิวลุคได้ค่ะ ^_^

ส่วนวันนี้เรามารีวิวมาสคาร่าจากเอสเต้ ลอเดอร์ รุ่น Projectionist High Definition Volume ค่ะ (โอ้ววว..ชื่ออลังการยาวได้ใจมากค่ะ) ขอขอบคุณนางแบบ และสัมภาษณ์จากน้องบัว สาวสวยที่ออฟฟิศอีกครั้งนะคะ ที่ได้นางแบบรับเชิญและผู้ที่ test เพราะพอดีน้องบัวจะซื้อมาสคาร่าใหม่ เพื่อสวยใสในวันพิเศษค่ะ ข้อมูลที่ได้มานี่ถามจากความรู้สึกก่อนและหลังทดลองของน้องบัวทั้งหมดค่ะ น้องบัวลังเลว่าจะซื้อรุ่นไหนดี เลยชวนกันไป test ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางโดยมีน้องแนนเป็นพยานด้วยค่ะ ส่วน vinegargirl วันนั้นพอดีปัดมาสคาร่ามาจากบ้านแล้ว เลยไม่ได้ test ด้วยตัวเองซึ่งเสียดายมากๆค่ะ T_T

น้องบัวเราเสียสละขนตาเพื่อ test ขนตาข้างหนึ่งด้วยมาสคาร่าของคลีนิครุ่นเมื่อวาน และอีกข้างด้วยเอสเต้รุ่นนี้ เย็นวันนั้นเลยต้องเดินกลับบ้านแบบตัวเอียงๆ เพราะขนตา 2 ข้างหนาและยาวไม่เท่ากัน! แฮ่ๆ fauxcul2.jpg (อ้ะ..ล้อเล่นนน..ขนตาไม่ใช่น้ำในหูไม่เท่ากัน!)

ขอแอบให้รายละเอียดของน้องบัวหน่อยนะคะ น้องบัวจะเป็นสาวที่มีดีเทลกับขนตามากๆ เวลาดัดขนตานี่จะต้องเด้งเนียนๆ แบบธรรมชาติ ไม่มีวันไหนที่น้องบัวมาทำงานแบบขนตาหักเด็ดขาดค่ะ โดยส่วนตัวของน้องบัวจะชอบขนตาที่ดูเป็นธรรมชาติค่ะ (สังเกตแล้วน้องไม่ชอบปัดขนตาให้ดูเหมือนใส่ขนตาปลอมนะคะ) เพราะฉะนั้นสาวๆที่ชอบแบบคม ชัด ลึกหล่ะก็ ไม่ต้องคิดมากค่ะ สำหรับคลีนิครุ่นเมื่อวาน เพราะสวยเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกลแน่นอนค่ะ

w-esteelauder-projectionist.jpg Estee Lauder : Projectionist High Definition Volume Mascara
ราคา : 900 บาท

คุณสมบัติ :
มาสคาร่า นวัตกรรมพิเศษ VolumAire เทคโนโลยีก้าวล้ำ มีส่วนผสมของสารโพลีเมอร์พิเศษที่มีลักษณะกลมกลวง ทำหน้าที่เหมือนบอลลูนอากาศ ทำให้ขนตาหนาโดยไม่ทำให้ขนตาหนักลง นอกจากนี้ยังมีแปรงพิเศษที่ออกแบบมาให้แปรงขนตาได้ โดยไม่จับเป็นก้อนค่ะ

Review : เนื้อครีมลื่น ปัดง่ายมากๆค่ะ แบบที่ไม่ต้องตั้งใจมาก ก็ปัดออกมาได้สวยค่ะ เวลาปัดซ้ำไม่เป็นก้อนค่ะ รู้สึกเบาที่ขนตาค่ะ มาสคาร่าตัวนี้ช่วยให้ขนตาเรียงเส้นสวยมากๆค่ะ ไม่เป็นก้อนเลยจริงๆค่ะ ขอเน้นค่ะ สามารถใช้ทุกส่วนของแปรงปัด แล้วออกมาสวยค่ะ ไม่ต้องมาเลือกมุมค่ะ

ส่วนที่เด่นๆ เลยคือ ช่วงโคนขนตาจะไม่รวมตัวเป็นก้อนเวลาปัดค่ะ เวลาปัดซ้ำก็จะแยกเส้นชัดเจน (พิมพ์ไปพิมพ์มานี่ เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวเลยค่ะ มีแยกเส้น แยกน้ำด้วยอ่ะป่าวเนี่ย!) แฮ่ๆ เข้าเรื่องต่อค่ะ มาสคาร่าตัวนี้ถ้าปัดพลาด คือเป็นก้อนเล็กๆ ที่ปลายขนตา สาวๆ สามารถใช้หวี หรือทิชชูสะกิด หรือเขี่ยเบาๆ ก็ออกค่ะ ถ้าต้องการดัดขนตาหลังจากปัดมาสคาร่าแล้ว ก็สามารถทำได้ค่ะ เพราะตัวมาสคาร่าได้แห้งไปกับเส้นขนตา ไม่รู้สึกหนึบๆ เวลาหนีบที่ดัดขนตาลงไปค่ะ และที่สำคัญอย่างที่บอกค่ะ ว่าหลังดัดแล้วก็ไม่ทำให้ขนตาจับกันเป็นแพ ไม่จับเป็นกระจุกค่ะ

estee_projectionist-test-02.jpg

Projetionist ตัวนี้เท่าที่น้องบัวปัดแบบครั้งเดียว จะให้ความยาวที่เด่นขึ้นมา แต่ความหนายังไม่ได้ค่ะ แต่น้องบัวชอบแบบดูเหมือนขนตาธรรมชาติที่ดูยาวสวย จึงพอใจกับการปัดแค่ครั้งเดียวค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าถ้าปัดซ้ำ จะช่วยให้ดูหนาขึ้นได้เยอะแค่ไหนค่ะ ตัวนี้ล้างออกง่ายค่ะ

แต่สิ่งที่ตามมาคือ ถ้าร้องไห้ หรือเวลาทานส้มตำปูปลาร้าแล้วน้ำตาเล็ด ต้องระวังนิ้ดส์นึงค่ะ เพราะก็เลอะได้เวลาโดนน้ำค่ะ เวลาเลอะนี่ทำให้สาวๆ กลายเป็นหมีแพนด้าได้เลยค่ะ ไม่มาแบบเป็นเกล็ดๆร่วงๆนะคะ มาเป็นคราบเลยค่ะ แต่ถ้าอยู่ในเวลาปกติ ผ่านไปทั้งวันโดยไม่โดนน้ำแบบไหลมาเทมานี่ ปลอดภัยจากขอบตาแพนด้าแน่นอนค่ะ และที่เท่าที่น้องบัวสังเกต คือ ปัดตั้งแต่เช้า ช่วงเย็นผ่านไป ขนตาก็ยังตกลงมาเหมือนกันค่ะ ไม่เด้งงอนงามเหมือนตอนที่ดัดขนตาใหม่ๆค่ะ (รูปอาจไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นะคะ)

มาดูคะแนนกันนะคะ คะแนนเต็ม 5 ดาวเช่นเคยค่ะ

ความยาว 4star1.jpg
ความหนา 3star.jpg
ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก 4star1.jpg
ล้างออกง่าย 3-half_star.jpg

Tips & Trick
ในการเลือกซื้อมาสคาร่านั้นคือถ้าได้ทดลอง ก็น่าจะดีกว่าค่ะ เพราะมาสคาร่าบางยี่ห้อ ราคาก็ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นการได้ทดลอง น่าจะทำให้เราได้รุ่นที่ถูกใจจริงๆค่ะ ส่วนวิธีนั้นคือกล้าๆ เข้าไว้ค่ะ ถ้ารู้สึกไม่อยากโดน B.A. ข่มขืนด้วยสายตา ก็ต้องพาเพื่อนไปด้วยค่ะ ไปกันเป็นกลุ่มๆ ก็ยิ่งดี เพิ่มความกล้า และมั่นใจค่ะ แต่ส่วนที่สำคัญคือ ต้องขอแปรงที่ใช้สำหรับ test จาก B.A. ด้วยนะคะ (ไม่ได้ใช้แปรงในหลอดตัว tester บรรเลงจงบนขนตาเลยนะคะ) เพื่อสุขภาพดวงตาของเราเอง สำหรับบางยี่ห้อและบางรุ่นที่ เค้าไม่ได้ลงทุนทำแปรงสำหรับ tester (หรือ B.A. ปฏิเสธว่าไม่มีแปรง tester) เราก็ต้องรบกวนให้ B.A. ทำความสะอาดแปรงก่อนค่ะ ^_^

Comments (2)

Clinique Defining Power Mascara – Review

Posted on 13 March 2007 by Vinegar Girl

แท่น แทน แท๊น…กลับมาอีกครั้งค่ะ กับการรีวิวผลิตภัณฑ์ความงามค่ะ (แอบกระซิบว่า..เดี๋ยวจะมีหลายๆตัวตามมาอีกระลอกใหญ่เลยค่ะ) เนื่องด้วย topic ที่แนะนำมาสคาร่าใหม่ เป็นที่สนใจของสาวๆ อย่างมาก แถมมาสคาร่าเป็นชิ้นโปรดของสาวๆ ด้วยแล้ว vinegargirl ต้องไม่พลาดแน่ๆค่ะ ครั้งนี้เราไป test ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางกันค่ะ

clinique-defining-power-mas.jpg

และที่พิเศษสุดๆคือคราวนี้เราได้นางแบบรับเชิญ น้องบัว : web designer และถนัดวาดการ์ตูน+ animate มือโปร สาวสวยของเราใน office วันนี้จะขอเปลี่ยนจากการขยับข้อมือขึ้นๆลงๆ (ในการคลิกเม้าส์) มาเป็นขยับข้อมือขึ้นๆลงๆ (ในการปัดมาสคาร่า) แทนค๊า… แหมคุณๆขา คิดอะไรกันไปไหน น้องนุ่งในออฟฟิศค่ะ อะฮั้นไม่กล้าทำทะเล้นใส่หรอกค๊า…คิกๆ ๆ herher-1.gif น้องบัวของเราต้องการซื้อมาสคาร่าใหม่ค่ะ ลองมาดูกันเลยค่ะว่าเธอจะซื้อยี่ห้อไหนค่ะ

Clinique Defining Power Mascara
ราคา: 850 บาท
ขนาด: 6 กรัม

คุณสมบัติ :
มีด้ามแปรงที่เป็นทั้งหวี และแปรงในด้ามเดียวกัน ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับขนตาของสาวเอเชียที่ส่วนใหญ่ มีลักษณะสั้นและตรง Defining Power Mascara จะช่วยเพิ่มความหนาของขนตา และให้ขนตาเรียงตัวสวย ไม่ติดกันเป็นก้อน และไม่หลุดลอกเป็นเกล็ด พร้อมสร้างความคมเข้มให้ขนตาแต่ละเส้นด้วยเนื้อสีเข้มข้น ทำให้ดวงตาสวยงามโดดเด่นขึ้นอย่างที่คุณคาดไม่ถึง

Review : เนื้อครีมไม่แห้งค่ะ ลื่นเหมือนกัน แต่ปัดค่อนข้างยากค่ะ คือน้องบัวบอกว่าต้องตั้งใจปัดมากๆ ต้องมีการควบคุมข้อมือให้ดีค่ะ เพราะด้านหนึ่งที่เป็นแปรง และอีกด้านที่เป็นหวี ถ้าสะบัดข้อมือไม่ดี เดี๋ยวหวีทิ่มตา (แฮ่ๆ อันนี้พูดเล่นค่ะ คงไม่ถึงขนาดหวีทิ่มตาได้อ่ะนะคะ ) แต่ที่สำคัญคือ ต้องตั้งใจและใช้สมาธิสูงค่ะ เพราะว่าถ้าปัดไม่ดี อาจทำให้ขนตาเป็นก้อนได้ค่ะ แต่ครั้งแรกที่น้องบัวปัดจะยังเห็นไม่ชัด B.A. เธอทนไม่ไหว เลยทำการปัดให้ค่ะ มันก็เด้งขึ้นมาทันตาเห็นค่ะ แต่ไม่ค่อยสวยเรียงเส้นเท่าไหร่ค่ะ ออกแนวเป็นกระจุกมากกว่า (มีเกาะกัน โย้ไปเย้มาด้วยค่ะ ไม่แน่ใจว่า B.A. ปัดไม่ถนัดหรืออย่างไร)

clinique-defining-mascara-tes.jpg

หลังจากหลายชั่วโมงผ่านไป ขนตายังคงความเด้ง งอนขึ้นไปอยู่ได้ทั้งวันค่ะ สัมภาษณ์น้องบัวว่ารู้สึกหนักที่ขนตาไหม? น้องบัวบอกว่าหนักเหมือนกันค่ะ แต่ขนตาไม่ตกลงมานะคะ คือก็ยังคงเด้ง และเป็นกระจุกอยู่ค่ะ แต่พอผ่านไปหลายชั่วโมง ตกเย็นๆ จะเห็นเป็นเศษมาสคาร่าเป็นผงๆหล่นอยู่บริเวณรอบดวงตาค่ะเนื่องจากรุ่นนี้เป็นรุ่นกันน้ำ (ออก) ((ไม่ใช่นาฬิกา~!!)) ค่ะรุ่นกันน้ำค่ะ จึงทำให้ล้างยากบ้างพอสมควรค่ะ ไม่ทราบเพราะว่า B.A. ปัดมาให้เป็นกระจุกโดยเฉพาะโคนขนตารึเปล่า? น้องบัวเราเลยต้องยิ่งพยายามล้างส่วนหนาแน่นตรงโคนขนตาค่ะ

สรุปนะคะ : จากที่เห็นตัวอย่างจากน้องบัวแล้ว vinegargirl ขอสรุปว่า Clinique Defining Power มาสคาร่ารุ่นนี้ เหมาะกับสาวๆที่ขนตาสั้น และมีลักษณะทิ่มตรงค่ะ เพราะจะช่วยให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นอย่างมากเมื่อปัดแล้ว แต่อาจต้องทำใจเรื่องการจับตัวเป็นก้อนอยู่บ้างค่ะ ถ้าใครที่มีความตั้งใจสูงในการปัดมาสคาร่าแต่ละครั้ง หรือสาวๆ ที่ค่อนข้างเทิร์นโปรในการปัดมาสคาร่าแล้ว รุ่นนี้ก็น่าจะเหมาะค่ะ คือสำหรับคนที่ชอบให้ขนตาดูเด้งไว้ก่อน ดูเด่นชัดมาแต่ไกล แต่ไม่ค่อยกังวลใจกับปัญหามาสคาร่าเป็นก้อนก็เลือกตัวนี้ได้เลยค่ะ

มาดูคะแนนกันค่ะ คะแนนเต็มที่ 5 ดาวนะคะ

ความยาว 4star.jpg
ความหนา 3-half_star.jpg
ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก 2-half_star.jpg
ล้างออกง่าย 2-half_star.jpg

สาวๆที่ลอง test แล้วเป็นยังไงช่วยบอกกันด้วยนะค๊า ไว้พรุ่งนี้เรามารีวิวมาสคาร่ากันต่อนะค๊า ^_^

Comments (3)

ELLE Beauty Top 5 Hall of Fame : Tinted Moisturizers

Posted on 26 February 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าสาวๆ วันหยุดที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าคงจะแฮบปี้กันทุกคนนะคะ เมื่อเสาร์ + อาทิตย์ที่ผ่านมาตัวเองก็มีโอกาสได้ไปอบรมกับ Amarin Training มาด้วยค่ะ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องอดใจรอแป็บนึงนะคะ (กำลังรอรูปอยู่เหมือนกันค่ะ) แล้วเดี๋ยวจะอัพเดทให้สาวๆ ฟังค่ะ ^_^ ระหว่างนี้ก็ลองคลิกกันเข้าไปดูคอร์สต่างๆ กันดูนะคะ หรือสามารถติดตามได้จากแม็กกาซีนในเครืออมรินทร์ เช่น แพรว, สุดสัปดาห์, ชีวจิต, Health & Cuisine เป็นต้นค่ะ

ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนแล้วนะคะ บางทีอาจทำให้สาวๆ ไม่อยากใช้ make up ที่หนาจนเกินไป เพราะพอผสมกับความมันบนใบหน้าแล้วพาลจะทำให้หน้าเหนียวเหนอะหนะ รู้สึกหนาหนักที่หน้าจนเกินไป ที่สำคัญบางคนเตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกันแล้ว เพราะมีวันหยุดยาวรับเงินเดือนออกใน weekend นี้ด้วยนะคะเนี่ย (คริๆ เป็นที่อิจฉาอย่างยิ่ง keng11.gif )

วันนี้ vinegargirl ขอนำเสนอ BEAUTY TOP 5 HALL OF FAME :
Tinted Moisturizers จาก elle ค่ะ

elle-hall-of-fame_tinted-mo.jpg

จากใน Top 5 Hall of Fame นี้โดยส่วนตัวเคยใช้แค่ของ Clinique ยี่ห้อเดียวค่ะ ซึ่งก็ชอบเหมือนกันค่ะ และเคยใช้ Stila Illuminating tinted moisturizer ซึ่งก็ชอบมากๆ อีกเช่นกันค่ะ แต่ที่ได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลนี่ เป็น Laura Mercier ค่ะ ถ้าสาวๆ คนไหนเคยลองแล้ว รบกวนเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ^_^

หลายคนอาจสงสัยว่า Tinted Moisturizer คืออะไร?
A : Tinted Moisturizer ก็คือมอยเจอร์ไรเซอร์ ผสมรองพื้นเนื้อบางเบาค่ะ คือเป็นแบบ 2 ขั้นตอนในครั้งเดียวค่ะ คือบำรุงผิวหน้า และ ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ

ในบางยี่ห้ออาจผสมสารกันแดด และเนื้อแบบ sheer หรือ illusminating ที่ช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งประกาย ดูชุ่มช่ำแบบ dewy look คือ ผิวที่ดูฉ่ำๆ โดยที่สาวๆ อาจทาแต่ tinted moisturizer โดยไม่ต้องลงแป้งทับค่ะ ลุคนี้เหมาะมากๆ สำหรับสาวๆ ที่ไปเที่ยวทะเลค่ะ ^_^

Comments (4)

ETUDE Clean & Lasting Eyeliner – Review

Posted on 25 January 2007 by Vinegar Girl

สำหรับน้อง Pui_n* เรื่องทรงผมไปงานที่จะใส่กับเดรสเกาะอกนั้น
พี่อ้อมแนะนำว่า ถ้าผมยาวพอที่จะรวบได้ ลองรวบหางม้าแบบต่ำ แล้วเอาหางม้าปัดเอียงมาข้างใดข้างหนึ่ง และเอามาไว้ด้านหน้า เพื่อไม่ให้ดูโล่งๆ ตรงช่วงไหล่ก็ได้ค่ะ (อธิบายแบบนี้แล้ว งงไหมคะ?) เอาไว้เดี๋ยวจะรีบหารูปมาไว้ให้ดูนะคะ (หวังว่าคงพอจะทันก่อนวันงานของน้อง Pui_n* นะคะ)

ขอบคุณสองหนุ่มจากงาน Thailand Blogger Meeting 2007
ที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะคะ คุณต้อม ช่างภาพสุดเท่จาก photomind
และ Catkun หนุ่มหน้าใส อยากรู้ว่าบล็อกของแต่ละคนมีอะไร
ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านกันเลยค่ะ ยังไงขออนุญาตใส่ link เช่นกันนะคะ ^_^

น้องMink ส่งข่าวมาบอกสาวๆค่ะว่า VNC ลดราคาถึง 80%
อยู่ที่ Central World (เซ็นทรัลเวิร์ด) คิดว่าสาวๆ คงได้แวะไปดูนะคะ อิอิ

ขอบคุณ NongNing , น้อง Opal และสมาชิกใหม่ น้องแผม
ที่แวะเข้ามาทักทายนะจ้ะ ^_^

กลับมาแล้วค๊า..กับการรีวิว ที่ไม่ได้ทำซะนาน แฮ่ๆ
ขอต้อนรับการกลับมาคราวนี้ กับอะไรที่เป็นแท่งๆ อีกแล้วค่ะ!
เก๊าะ..แหม อะฮั้นชอบอะไรที่เป็นแท่งนี่ค่ะ.. อิอิ
ต้องเป็นอะไรที่ขนาดพอดีมือ ใช้ง่าย..ใช้สะดวก และเสร็จ!
อุ้ย! พิมพ์หล่นไปหน่ะค่ะ fauxcul1.jpg และสวยเสร็จในขั้นตอนเดียว
จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากอายไลเนอร์ เอ้อ..เอ้อ.. แท่งนี้นี่เอง!!
แต่ที่เกริ่นนำช่วงแรก ดูเหมือนไม่น่าจะกลายมาเป็นอายไลเนอร์ได้เลย sweat12.gif

et-cleaneye-1.jpg

Clean & Lasting Eyeliner จาก Etude ค่ะ
ขนาด 8.5g
ราคา ประมาณ 4xx บาท
(สี่ร้อยกว่าบาทค่ะ พอดีซื้อในช่วงลดราคา เลยจำราคาไม่ได้ค่ะ)

คุณสมบัติที่ Etude นำเสนอนั่นคือ

  • ส่วนผสมเช่น Fit-Up polymer ที่ทำให้ Clean & Lasting อายไลเนอร์ ไม่เลอะเปื้อนรอบดวงตาค่ะ
  • ด้วยสูตร Quick Drying Synthetic polymer ที่ทั้งแห้งเร็ว และยังช่วยให้อายไลเนอร์ติดทนนาน และยังคมชัดอยู่ตลอดค่ะ

Review : จะขอเริ่มรีวิวส่วนปลายพู่กันก่อนนะคะ คิดว่าส่วนของพู่กันสำหรับเขียนค่อนข้างยาวและอ่อนนุ่มมาก จึงทำให้การควบคุมเส้นค่อนข้างยากในการเขียนครั้งแรกๆค่ะ แต่พอเริ่มชินและเริ่มมีเทคนิคในการคอนโทรลก็จะเขียนง่ายขึ้นค่ะ ที่คัญสำหรับอายไลเนอร์แบบน้ำ หรือลิควิดแบบนี้คือ เราสามารถบังคับให้เส้นใหญ่ เส้นเล็ก หรือเส้นหมี่ได้ อุ้ย! ไม่ใช่ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้วค่ะ พอเราเริ่มฝึกวิชาแก่กล้า เราก็จะสามารถควบคุมเส้นให้ออกมาจากจิตวิญญาณ~ มาสู่ปลายพู่กันได้อย่างงดงามค่ะ

ด้วยส่วนผสมที่ลงท้ายด้วย polymer เนี่ยค่ะ เวลาเขียนลงไปนี่จะให้ความรู้สึกแตกต่างจากอายไลเนอร์แบบน้ำทั่วๆไปเลยนะคะ มันจะเหมือนฟิล์มเคลือบอยู่ แห้งเร็วมากๆ ซึ่งในจุดนี้ช่วงแรกจะมีปัญหาเวลาเขียนไม่สวย ต้องมาลบเขียนใหม่ แต่เพิ่งค้นพบสูตรค่ะ คือจริงๆ ใช้คอทท้อนบัด หรือก้านสำลีเนี่ยหล่ะค่ะ (แฮ่ๆ คิดคำศัพท์ไม่ทัน.พิมพ์ซะยาวเชียว) เอาก้านสำลีชุบน้ำหมาดๆ แล้วค่อยๆ เกลี่ยเส้น หรือส่วนที่เราเขียนผิด หรือเขียนไม่สวยออก แล้วค่อยๆลงอายไลเนอร์ใหม่ค่ะ ทีนี้ก็ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ แล้วรอบดวงตาจะไม่เลอะ และไม่ต้องมานั่งแต่งใหม่ทั้งหมดค่ะ ซึ่งอันนี้ถือเป็นข้อดีนะคะ เพราะถ้าเค้าไม่ได้ทำให้เป็นโพลีเมอร์เนี่ย เวลาลบอาจยุ่งยาก และเลอะเทอะด้วยค่ะ ซึ่งคุณสมบัติเค้า คลีน และ ติดทนนานสมชื่อเลยค่ะ ไม่ว่าจะเย็นย่ำขนาดไหน สีของอายไลเนอร์ก็ยังแจ่มชัดอยู่เสมอค่ะ ที่สำคัญ ไม่เคยเลอะเทอะเลยค่ะ ดีมากๆ เลยค่ะ (เพราะปกติใส่คอนแทคเลนส์ แล้วบริเวณรอบดวงตาจะเลอะง่าย อาจเป็นเพราะต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อย) แต่ใช้อายไลเนอร์ตัวนี้ ไม่เคยต้องกังวลเลยค่ะ บางครั้งตอนเย็นต้องออกไปงานต่อ ก็สามารถล้างหน้าได้ + แต่งหน้าใหม่ได้เลยค่ะ แต่อายไลเนอร์ยังอยู่ (ถ้าไม่ฟอกโฟมล้างหน้า ถู หรือ ขยี้ที่รอบดวงตาเวลาล้างหน้านะคะ) เวลาล้างออกจริงๆ ง่ายมากเลยค่ะ แนะนำว่าใช้น้ำยา หรือเจลล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาชุบสำลีแปะไว้สักครู่ แล้วลูบออกได้ง่ายได้ บางทีถ้าล้างหน้า เราก็จะสามารถลอกออกได้เลยค่ะ (ต้องใช้คำนี้ค่ะ เพราะบางทีเวลาล้างหน้าธรรมดา แล้วพยายามถูเบาๆตรงอายไลเนอร์..เค้าสามารถลอกออกมาเป็นเส้นได้เลยค่ะ อันนี้ไม่มีเลอะเทอะรอบดวงตา เป็นหมีแพนด้าแน่นอนค่ะ) ขอแอบกระซิบอีกนิดหน่อย ว่าใช้เจลล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาจะเวิร์คกว่าค่ะ เพราะไม่ใช่แบบน้ำมัน (ยี่ห้อที่ใช้ดีก็คือ ของ Talika ค่ะ ^_^) สรุปว่าไม่เป็นหมีแพนด้าระหว่างวันแน่นอนค่ะ

แต่ข้อด้อย ของอายไลเนอร์ตัวนี้ก็มีค่ะ ตรงที่เป็น polymer เช่นกันค่ะ เพราะถ้าเขียนบนผิวรอบดวงตาเราเนี่ยเจ๋งมากๆ แต่พอดีเรามีขนตาด้วยสิคะ และยิ่งถ้าเป็นคนที่ขนตางอนเด้งเช้งวับละก็ ค่อนข้างมีปัญหาค่ะ ตรงที่ปลายพู่กันจะโดนส่วนของขนตาด้วย ทำให้ใยโพลีเมอร์จับที่ขนตาด้วย โดยเฉพาะช่วงโคนขนตา ทีนี้เวลาเขียนอายไลเนอร์สวยแล้ว จะปัดขนตาให้เรียงเส้นสวย อาจทำได้ยากมาก ถ้าโคนขนตาโดนจับด้วยอายไลเนอร์ เพราะมันจะไม่สามารถแผ่กระจายได้เรียงเส้นแล้วค่ะ และภาคต่อหลังจากนั้น คือเวลาล้างออกเนี่ยหล่ะค่ะ ถ้ามันกระจุกตรงโคนขนตาเยอะ อันนี้ต้องอาศัยความใจเย็นในการล้างเครื่องสำอางเข้าช่วยค่ะ บางทีกลับมาเหนื่อยๆ อยากรีบนอน ก็จะรูดๆ (เอ่อ..หมายถึงเส้นขนตานะเคอะ มิใช่รูดๆๆ อย่างอื่น อิอิ) พอรูดๆๆ มากๆเข้า มันก็หลุดหน่ะสิคะ! ขนตาค่ะ ขนตาหลุดค่ะ อีกสิ่งหนึ่งคือ ตัวเนื้ออายไลเนอร์เวลาเขียนเสร็จ พื้นผิวจะมีความมันวาวเล็กน้อยค่ะ ถ้าคนที่ต้องการขอบตาแบบที่ดูเป็นธรรมชาติหน่อย คิดว่าไม่น่าจะเหมาะค่ะ เพราะอันนี้จะเห็นเด่นชัดขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ ถ้าจะให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้เขียนขอบตา อาจต้องใช้อายไลเนอร์แบบดินสอ หรือแบบเจลจะดีกว่าค่ะ

เขียนมาซะยาวเหยียด อ่านกันเหงือกแห้งเลยสิคะเนี่ย! จริงๆ อยากจะบรรยายละเอียดกว่านี้ แต่กลัวเห็นเรื่องวันนี้แล้วจะกลัวจนเล็บเหลืองกันซะก่อน เอาเป็นว่า ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม แบบให้บรรยายจนเห็นภาพ บอกได้ค่ะ เดี๋ยวจัดให้นะคะ ^_^

วันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ ราตรีสวัสดิ์ (รู้ว่าคุณผู้อ่าน ต้องอ่านตั้งแต่เช้ายันเย็นแน่ๆ สำหรับรีวิวเรื่องนี้ แฮ่ๆ sweat-2.gif )

Comments (2)

CATEGORIES

INFORMATION

eXTReMe Tracker