Archive | Review

Stila Sheer Pressed Powder Review

Posted on 18 July 2006 by Vinegar Girl

หายหน้าหายตาไปหลายวันค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ [026].gif
ที่หายไปเนี่ย เพราะพยายามไปสำรวจผลิตภัณฑ์
แต่ยังไม่ทันได้ดูเครื่องสำอางอะไร พอสายตาปะทะกับร้านอาหาร แอนด์ขนม
ก็เลี้ยวทิ้งโค้ง ตรงดิ่งเข้าไปหม่ำทันที
แฮ่ๆ มิชชั่นเมื่อวีคเอนด์นี้ เลยกลายเป็น มิชชั่นอิมพอสสิเบิ้ล ซะงั้น!
มัวแต่ขลุกอยู่กับการกิน ช่วงนี้เลยกลมกลิ้งเลยค๊า…คุณผู้อ่าน sweat-2.gif
หมายเหตุ: ความสามารถเฉพาะตัวห้ามลอกเลียนแบบ!!
(ไม่รู้จะหมายเหตุไว้ทำไม?! คงไม่มีใครอยากเลียนแบบแน่นอนฮ่ะ!)

เกริ่นมาซะเยิ้นเย้อ… วันนี้มารีวิวกันต่อดีกว่าค่ะ

vinegargirl-stila-sheer.jpg

sheer pressed powder จาก stila ค่ะ
ราคา 1,350 บาท
ขนาด 9 g

จริงๆแล้วมันจะแยกเป็น sheer pressed powder compact เป็นตลับเปล่าค่ะ ราคา 500 บาท และ
sheer pressed powder refill ราคา 850 บาท เพราะฉะนั้น เราจะเสียเงิน 1,350 บาทในเวลาที่ซื้อครั้งแรก พอแป้งหมด ครั้งต่อไปก็ซื้อแต่ตัวแป้ง refill มาเติมค่ะ ^_^

คุณสมบัติที่ทาง stila บอกมานั้นเป็นดังนี้ค่ะ
เป็นแป้งที่ควบคุมความมันบนใบหน้าค่ะ ด้วยสูตรพิเศษที่เนื้อแป้งเนียนละเอียด ให้ความเนียนเรียบ เพื่อผิวหน้าที่ดูสะอาด สดใส เนื้อแป้งเบาไม่ทำให้รู้สึกหนักบนผิวหน้า หรือพอกหน้าหนาเตอะค่ะ!

Review: สีที่อ้อมซื้อมาคือสี fair ค่ะ เป็นเนื้อแป้งสีขาว เพื่อเพิ่มความผุดผ่องให้ใบหน้ายิ่งขึ้น (คุณนก ที่เคาน์เตอร์ สตีล่า ดิ เอ็มโพเรียม เค้าแนะนำเช่นนั้นค่ะ ) มีสีอื่นๆให้เลือกหลายเฉดด้วยนะคะ อย่าง extra light, light ,medium ก็เป็นโทนสีเนื้ออ่อนๆค่ะ เนื้อแป้งบางเบาจริงๆค่ะ

โดยส่วนตัว ไม่ค่อยใช้แป้งที่มีรองพื้นอยู่แล้ว เพราะถ้าใช้แป้งที่เนื้อหนาผสมรองพื้น พอผ่านช่วงเวลากลางวันไป หน้าเริ่มเยิ้มจากไขมันใต้ชั้นผิวหนังของอะฮั้น ทำให้แป้งจับตัวเป็นคราบๆ เป็นรอยๆ ตามร่องจมูก ร่องแก้ม หรือหน้าผาก โอ้ว! กลัวคนมาขูดขอหวย เดือนละ 2 ครั้งค่ะ!! (คนนะ ไม่ใช่ต้นโพธิ์!!!) เพราะฉะนั้น

Sheer Pressed Powder เนื้อแป้งจึงถูกใจอะฮั้นยิ่งนักค่ะ ให้ความบางเบาที่ผิวหน้า แต่ทว่าติดผิวเช่นกัน (แต่จะหวังให้ติดทนนานตลอดทั้งวัน คงลำบากนะคะ สำหรับเนื้อแป้งที่ไม่ผสมรองพื้นเช่นนี้ มันต้องได้อย่างเสียอย่างค่ะ) สามารถเติมได้ตลอดทั้งวัน โดยที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าพอสมควรค่ะ ดีตรงพอหน้ามันๆ ปัดแป้งลงไป ก็ดูใสกิ๊งได้ค่ะ ^_^ สาวๆหลายคนเห็นเนื้อแป้งสีขาวนี่ ไม่ต้องกลัวค่ะ เพราะสีขาว (fair) ตัวนี้ทาแล้วไม่ทำให้หน้าดูวอกนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นน้องผีญี่ปุ่น ไม่วอกแน่นอนค่ะ รับรอง สีนี้ช่วยทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นด้วยค่ะ ใครที่กำลังมองหาแป้งควบคุมความมัน อย่าง น้อง pasta หรืออยากได้แป้งไฮไลต์ชนิดไม่มีชิมเมอร์อย่าง น้องมีน sheer pressed powder ตลับนี้พอจะตอบโจทย์น้องๆได้เลยค่ะ (ส่วนน้องโอปอลซื้อไปแว้ว 2 ยี่ห้อทั้งแบบมีชิมเมอร์และไม่มีเลยค่ะ) และด้วยตลับสีเงินสวยหรู เพรียวบาง มีลายพิมพ์นูนด้านบนตลับ ตามแบบฉบับของสตีล่า ก็ทำให้ดูสวยเก๋ น่าพกพาจริงๆค่ะ (ความหนาของตลับเพียง 1 ซม. เหอๆๆ ใครจะเชื่อว่าดิชั้น บ้าวัดขนาดตลับแป้งมาในรีวิวด้วยเนี่ย! sweat1.gif)

จุดด้อย (ขอเรียกแบบนี้นะคะ เพราะดูไม่ฮาร์ดคอร์เท่าไหร่ แฮ่ๆ) ไม่ถึงขนาดแย่อะไร แต่ขอเขียนไว้ในอีกมุมมองนะคะ นั่นคือ เรื่องแรก กลิ่นของแป้ง(แทบทุกรุ่น) ของสตีล่า ซึ่งเป็นกลิ่นน้ำนมข้าว บางคนจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ((เวลาใครให้แนะนำแป้ง จะพยายามบอกข้อนี้ให้ทราบก่อนทุกครั้ง กลัวไม่ชอบกลิ่นค่ะ)) ตัวอ้อมเองรู้สึกเฉยๆนะคะ มันเป็นกลิ่นเฉพาะของแต่ละยี่ห้อจริงๆ (หรือว่าจมูกไม่ดีเลยไม่ค่อยรับกลิ่นได้เหมือนคนอื่นเนี่ย!) แต่เท่าที่เคยถามช่างแต่งหน้าที่เคาน์เตอร์สตีล่า เค้าก็เคยเจอที่ลูกค้าบางคนไม่ชอบกลิ่นน้ำนมข้าวอันนี้เหมือนกันค่ะ แต่ความรู้สึกตัวเองโอเคกับกลิ่นนี้นะคะ ^_^ ยังไงต้องไปลองขอพนักงานดมกันดูค่ะ ฟังเช่นนี้บรรดาหนุ่มๆ รีบชูจั๊ก-กะ-แร้ รับอาสาดมกันหย่าย.. เอ่อ!…ให้ไปดมกลิ่นแป้งนะเคอะ!..ไม่ใช่ดมพนักงานสาวสวยที่เคาน์เตอร์! เหอๆๆ ! sweat1.gif

เรื่องที่สอง พัฟฟ์ ที่ให้มาในตลับ เป็นฟองน้ำบางๆ ซึ่งอาจใช้ไม่ค่อยทนเท่าไหร่ค่ะ และเนื้อฟองน้ำอาจดึงแป้งมาในปริมาณที่มากเกินไปบนผิวหน้าค่ะ (เหมือนคุณภาพของเนื้อฟองน้ำ ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร) เนื้อฟองน้ำพอใช้ไปซักพัก ก็เหมือนเริ่มไม่ค่อยซับแป้งแล้วค่ะ เพราะมีแป้งผสมกับคราบมันบนใบหน้าเราเกาะอยู่ ทำให้การใช้บนผิวหน้าไม่เนียนเท่าที่ควร อาจต้องทำการซักล้างพัฟฟ์ หรือเปลี่ยนพัฟฟ์ ซึ่งถ้าเปลี่ยนพัฟฟ์ที่ไม่ใช่ของรุ่นนี้ (บางทีเราไปซื้อพัฟฟ์แบบบที่เป็นผ้ามาใช้) อาจทำให้ฝาตลับปิดไม่ลงได้ค่ะ – -”
st_S1N701_200.jpg

#31 retractable powder brush
ราคา 1,350 บาท

นั่นเป็นบ่อเกิดให้อะฮั้นเสียเงินเพิ่มขึ้น เพราะเพื่อความกระจ่างใส ของใบหน้า จึงต้องซื้อแปรงมาด้วยค่ะ แฮ่ๆ ข้ออ้างอ่ะป่าวเนี่ย!? แต่ไม่ผิดหวังค่ะ เพราะใช้แปรงดีกว่าจริงๆ ค่ะ แปรงเป็นขนหางม้า นุ่มมากๆ พอปัดแป้งลงบนใบหน้า แป้งก็กระจายตัวดีค่ะ และด้วยที่อยากได้แปรงแบบที่ พกพาสะดวกเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยค่ะ

Comments (5)

DiorShow Powder & HBD

Posted on 14 July 2006 by Vinegar Girl

อะแฮ่มๆ (กระแอมกระไอก่อนขึ้นโน้ต) …แฮ้ป..ปี้..เบิร์ดเดย์..ทูหมี่ ทูมี้….
(ร้องเป็นเพลงลูกทุ่งมาเลยค่ะ) อิอิอิ fauxcul.jpg
วันนี้เป็นวันเกิดอ้อมเองค่ะ…
ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ
ขอให้ทุกคนรักและรักษาสิ่งแวดล้อมนะคะ (แฮ่ๆ พูดเหมือนนางงาม)
ขอให้รัก vinegargirl น้อยๆ แต่รักนานๆนะคะ กริ๊วววว [010].gif

ปล. เดือนนี้ก็รอ Happy Birthday น้องเบสอยู่เช่นกันค่ะ เป็นผลพวงให้ขยันเข้า diary น้องเบสทู้กกวัน เมื่อวันที่ server มีปัญหา พาลคิดว่า เดี้ยนคงพลาดแน่ๆ นึกว่าคนแห่เข้ามา HBD น้องเบสถล่มทลายซะแล้น..(หรือผ่านไปแล้วจริงๆเนี่ย! – -” ) ถ้ายังไงรบกวนแอบบอกก่อนได้ไหมค๊า….จะได้ไม่พลาด..อิอิ

วันนี้มาต่อกันสำหรับแป้งไฮไลต์ (highlighting powder) ที่น้องโอปอลช้อปมา และให้เกียรติช่วยรีวิวให้นะค๊า… ^_^

Vinegargirl-DiorSnow.jpg

DiorShow Powder จาก Dior ค่ะ
ขนาด 5 g
ราคา 1,600 บาท

คุณสมบัติที่ทาง Dior บอกไว้คือ DiorShow Powder ตัวนี้เป็นทั้งบลัชเชอร์ปัดแก้ม และเพิ่มความเป็นประกายมุกสะท้อนแวววาว ช่วยขับประกายสีผิวให้เปล่งปลั่ง เพื่อให้ผิวหน้าแลดูสดชื่น อมชมพูสดใส หรือสว่างผุดผ่อง ควรปัดที่แก้ม หัวไหล่ และเนินอกค่ะ ตลับเล็กพอเหมาะพร้อมพัฟฟ์ สะดวกใช้ในตลับเดียว

Review : DiorShow Powder มี 2 สีนะคะ คือสีขาว และสีชมพู ที่น้องโอปอลซื้อมาคือสีขาวค่ะ แป้งดิออร์โชว์อันนี้มีประกายกลิตเตอร์ (glitter) ค่ะ สาวๆที่มองหาแป้งไฮไลต์ที่เป็นประกาย ให้ผิวสวยผุดผ่องยามค่ำคืน อันนี้เลยค่ะ น้องโอปอลบอกว่า package เค้าดีไซน์ดี คือเปิดฝาออกมา แล้วเอากระปุกที่มีพัฟฟ์อยู่ด้านบนมาตบหน้าได้เลยค่ะ แป้งจะออกมาตามรูค่ะ อาจสิ้นเปลืองเล็กน้อย เวลาที่ตัวแป้งส่วนเกินปลิวออกมา (พอจะคิดภาพตามกันออกไหมคะ)

น้องโอปอลได้มาเพิ่มเติมรายละเอียดไว้แล้วค่ะ

“เอาเรื่องฝาก่อนนะคะ ซื้อมาตอนแรกเนี่ยจะมีฝาพลาสติกครอบอยู่ด้านในค่ะ ก่อนใช้ก้อต้องแกะออกก่อน คือถ้าจะปิดไว้เหมือนเดิมก้อได้อ่ะค่ะ แต่ไม่สามารถใช้ฝาพลาสติกนี้อย่างเดียวได้เพราะมันจะอยู่ใต้พัฟฟ์ ประมาณว่าทิ้งไปเลยก้อดี จะได้ไม่ต้องถอดพัฟฟ์เข้า ๆ ออก ๆ แล้วก้อยังไงก้อต้องปิดฝาสีเงินอยู่ดี เพราะไม่งั้นพัฟฟ์จะสกปรกได้ ใต้พัฟฟ์ก้อจะมีฟองน้ำที่เป็นรูให้แป้งออกมาอ่ะค่ะ ถ้าพัฟฟ์สกปรก นำออกไปซักได้ค่ะ ขนาด 5 g(เองง่ะ ฮือ ๆ ) ราคา 1,600 บาท ค่ะ ” น้องโอปอลบอกว่าถ้าเอาหัวจุกไปด้วย มันก็พกลำบากเหมือนกันค่ะ ตัวแป้งไม่ค่อยติดทนเท่าไหร่ ต้องเติมบ่อยค่ะ

สรุปคือจุดเด่นอยู่ที่กลิตเตอร์ ขอเรียกอย่างนี้นะคะ เพราะน้องโอปอลบอกว่า เม็ดมันค่อนข้างใหญ่ มองเห็นได้เลย เนื้อของกลิตเตอร์ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ (เพราะถ้าละเอียดมากๆ ในยุคใหม่ๆเค้าจะนิยมใช้อีกคำมาทำให้ดูแตกต่าง คือ ชิมเมอร์นั่นเองค่ะ แต่จริงๆแล้วมันก็เหมือนๆกันหน่ะค่ะ) อาจพกพาไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ไม่ได้ทำให้หน้าขาวขึ้นนะคะ แต่ผิวจะเป็นประกายค่ะ ^_^

ป.ล. ขอบคุณทุกๆคำอวยพรนะค๊า… ^_^

Comments (3)

Clinique – Derma White Brightening Loose Powder

Posted on 13 July 2006 by Vinegar Girl

แต่น แตน แต้น แต๊นนนน… วันนี้มาแบบภูมิใจนำเสนอค๊า….. ^_^

เนื่องจากมีน้องๆ แอบมาประชุมหลังไมค์กันหลายคน เกี่ยวกับเรื่อง แป้งไฮไลต์ ( highlighting powder) ไม่ว่าจะเป็นน้องโอปอล น้องมีน และน้องโอ้ เลยต้องรีบนำเสนอเอาใจกันหน่อยค่ะ เมื่อวานแอบแว้บไปสำรวจสินค้า และราคา ที่ห้างดิเอ็มโพเรียม โอ้ววว…เรี่ยมมม…ไปเรยค๊าคุณ…เงินเรียบเรยค๊า…แค่จะไปดู แอนด์ขอทดลองเจ๋ยๆ ขากลับมันมาเป็นถุงเยย… นี่ก็หอบไวไวมาต้มรับประทาน ประทังชีวิตให้ถึงสิ้นเดือน เพิ่งจะเตือนสาวๆ ไปก่อนช้อปช่วงมิดน้งมิดไนท์เซล ว่าต้องแข็งเข้าไว้ พอเอาเข้าจริงมันแข็งยากมั่กๆค๊า…คู้นนน (เอ่อ! ใจนะคะใจ ไม่ใช่อวัยวะอย่างอื่น อิอิ )

เรื่องขอวันนี้เป็นรีวิวที่สัมภาษณ์จาก น้องโอปอล ค่ะ ต้องขอบคุณมากๆเลยนะคะ ^_^ กระซิกๆๆ ซึ้งๆๆ เลียแข้งเลียขา…งี๊ดๆๆ น้องโอปอล ไปลุยมาแล้นค่ะ ซื้อมาใช้ 2 ยี่ห้อเลยค่ะ เริ่มด้วยยี่ห้อแรกก่อนนะคะ

Vinegargirl-Clinique-DermaW.jpg

Derma White Brightening Loose Powder จาก Clinique ค่ะ
ขนาด 20 กรัม
ราคา 1,600 บาท

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ คุณสมบัติ ที่โดดเด่นของ Derma White Brightening Loose Powder กันค่ะ

  • เนื้อแป้งมีน้ำบรรจุแคปซูลพิเศษ มอบความเย็น ผ่อนคลายให้แก่ผิว พร้อมให้ความรู้สึกนวลเนียนราวใยไหม ด้วย Spherical Silica
  • เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง สารอนุพันธ์จากวิตามินซีจะช่วยให้ผิวที่ได้รับผลกระทบจากรังสียูวีดูกระจ่างใสขึ้น
  • เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทดสอบแล้วว่าปลอดภัยแม้ผิวแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอม 100% และปราศจากน้ำมัน

Review : น้องโอปอลชอบที่แป้งตัวนี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ด้วยกลิ่นที่หอม และความรู้สึกเย็นสบายเมื่อแป้งสัมผัสกับผิวค่ะ เพราะด้วยเนื้อแป้งมีน้ำบรรจุในแคบซูลพิเศษ จึงให้ความรู้สึกเย็นๆ สบายๆ ที่ผิว รู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง (อะฮั้นคิดว่าเจ้าคุณสมบัติแคบซูลพิเเศษนี้ แลดูไฮเทคเหนือชั้น แอนด์ไฮโซมั่กๆค่ะ )
แต่ตัวแป้งไม่มี shimmer นะคะ สำหรับใครที่คิดว่าจะหาแป้งไฮไลต์ แบบที่เป็นประกายวิ้งๆ (ว่าจะรักกันจริง หรือเปล่า หว่าว หว่าว หว่าวว…เข้าเพลงค่ะ เข้าเพลง) สำหรับไปงานกลางคืน ตัวนี้คงไม่ตอบโจทย์นะคะ
ข้อควรระวังอย่างนึงที่น้องโอปอลบอก็คือ เวลาใช้ต้องปิดฝาให้สนิท ไม่งั้นมันเหมือนจะระเหย ประมาณนั้นค่ะ <–
ยกมาครบทุกคำพูดเลยนะคะ น้องโอปอล..อิอิอิ

สรุปจากน้องโอปอลนะคะ จุดเด่นคือ ความรู้สึกเย็น ผ่อนคลาย สบายผิว พร้อมกลิ่นหอม ใช้แล้วหน้าก็ขาวกระจ่างใสขึ้นค่ะ แต่ไม่มีประกายชิมเมอร์ และกระปุกใหญ่ เพราะฉะนั้น สาวๆ ก็ต้องแต่งสวยให้เสร็จก่อนออกจากบ้านกันเลยค่ะ คงพกพาไปสวยฉ่ำกันระหว่างวันลำบาก ยกเว้นสาวที่พกกระเป๋าใหญ่ๆค่ะ ^_^ น้องโอปอลไม่กล้าให้คะแนนเองค่ะ งั้นอ้อมให้ดาวจากข้อมูลของน้องโอปอลละกันนะคะ ^_^

4star.jpg

Comments (2)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/home/httpd/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/uploads/2006/04/RealitySunblockTest-01-1.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

ทดสอบ Sun Block แบบ Reality จาก GM แมกกาซีนค่ะ!

Posted on 20 April 2006 by Vinegar Girl

มาเกาะติดประเด็นร้อนๆ อ้ะๆ ไม่ใช่ผลเลือกตั้ง สว. แต่อย่างใดค่ะ แต่เป็นเรื่องที่สาวๆหลายๆคนพูดถึงและอยากรู้มากๆในตอนนี้ สังเกตได้จาก comments เมื่อวานค่ะโดยเฉพาะจากสาวกุ้ง อะฮั้นจึงต้องรีบเอาใจสาวๆ ด้วยการพูดถึงประเด็นนี้สักเล็กน้อย (เพื่อให้ความรู้สึกคลุกวงใน ให้อินนี้ดดดส์นึงค่ะ คริๆๆ)
ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณน้องเบส ที่ส่ง forward e-mail เรื่องนี้มาให้พี่อ้อมตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนค่ะ ซึ้งๆ กระซิกๆๆ
อ่านแล้วยังอืมม..ดีจังๆ (น่าเอามาลง! อุ้ย!! ไม่ใช่ค่ะ เป็นเรืองที่ดีมาก) เพราะเคยอยากทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน แต่ด้วยที่ตัวเองก็ดำจะแย่อยู่แล้ว จะเห็นความแตกต่างไหมคะเนี่ย?!..เหอะๆๆ sweat1.gif
ไม่แน่ใจว่าสาวๆของเราได้อ่านกันทุกคนรึยัง เลยเอามาให้ดูกันไว้ค่ะ เป็นเรื่องที่ตั้งใจทำกันดีมากๆค่ะ น่ายกย่องนายแบบคุณชายบุ๊ยมั่กๆ แถมบทความยังฮาอีกด้วย…ขออนุญาตนิตยสาร GM นำบทความมาลงนะคะ

GM Magazine
เรื่อง Jeeno
ภาพ : วราวุธ อันศิริมงคล
เอื้อเฟื้อแผ่นหลังโดย : คุณชายบุ๊ย

GM Magazine - Reality Sun Block Test

เหล่านี้คือโฉมหน้าของผู้เข้าร่วมแข่งขันค่ะ ไปดูกันสิว่าครีมกันแดดทั้ง 5 ยี่ห้อนี้ใครจะได้เป็นหนึ่งในการปกป้องผิวจากแสงแดดอันร้อนแรงและแผดเผา (กรุณาอ่านพร้อมทำโทนเสียงเหมือนในทีวีแชมเปี้ยนด้วยนะเคอะ!)

GM Magazine - Reality Sun Block Test

Before
เราคัดครีมกันแดด SPF (Sun Protection Factor) 30 – 50 มา 5 ยี่ห้อ ในาราคาใกล้เคียงกัน และมาทดสอบกันสดๆ บนแผ่นหลังของชายหนุ่มสุดฮอต (เพราะร้อน) แดดระอุของชายหาดทะเลตอนใต้อาจช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกครีมกันแดดได้ง่ายขึ้น โดยหลังจากทาครีมแล้ว เราจะทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อทดสอบการปกป้องแผ่นหลัง

GM Magazine - Reality Sun Block Test

After
หลังจากทาครีมไปแล้ว 30 นาที

  1. Nivea Sun Block SPF 30 อาจต้องใช้ SPF ที่สูงกว่านี้อีกนิดเพราะสังเกตได้จากรอยหมองคล้ำที่ปรากฎอย่างเห็นได้ชัด แต่นีเวียก็เด่นเรื่องเนื้อครีมที่ไม่เหนียวเหนอะจนเกินไป C-
  2. Vaseline SPF 30 เด่นที่ราคาสมเหตุสมผลและของเขาดี แต่สำหรับแดดหน้าร้อนริมหาดตอนใต้นั้น วาสลิน SPF 30 อาจจะยังไม่แข็งแกร่งพอจะรับมือ เรียกว่าคุณภาพไล่กันมาติดๆ กับนีเวีย แต่ก็สามารถนำแซงโค้งสุดท้ายได้ในที่สุด C+
  3. Banana Boat Sport SPF 30 หลอดนี้ขนะใจเต็มๆ เพราะหลังจากทดสอบแล้ว แผ่นหลังของนายแบบยังคงขาวกิ๊กแทบจะไม่ต่างจากตอนแรก เราจึงขอเทคะแนนให้ว่าขวดนี้เหมาะสำหรับการไปทะเลอย่างยิ่ง A
  4. Biore UV Protect SPF 50 แม้ชื่อของบิโอเรจะเป็นที่รู้จักกันในนามของโฟมล้างหน้ามากกว่า แต่ในฐานะครีมกันแดดแล้วบิโอเรก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะมีความหมองคล้ำให้เห็นบ้าง แต่ก็ยังจัดว่าใช้ได้ อีกทั้งความเหนียวเหนอะก็ยังน้อยอีกด้วย แต่ราคาแพงไปนิดหากคิดเทียบกับปริมาณ B
  5. Watson Spray Sun SPF 30 เป็นครีมกันแดดแบบสเปรย์เจ้าเดียวที่เข้าร่วมแข่งขันแม้จะได้ประโยชน์เต็มที่จากความสบายผิวในการใช้ แต่มาตกม้าตายเมื่อเจอของจริง เพราะครีมสเปรย์ขวดนี้ไม่ค่อยจะปกป้องผิวของนายแบบเราสักเท่าไหร่ D

ความรู้สึกของนายแบบแผ่นหลัง : แค่ 10 นาทีแรกที่ผ่านไป ก็พอรู้ว่าความรู้สึกของเนื้อแดดเดียวเป็นอย่างไร 30 นาทีต่อมาผมจึงเริ่มทำใจ แต่ก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ว่าเมื่อกลับไปกรุงเทพฯแล้ว แผ่นหลังของผมคงจะมีประโยชน์ให้หลานที่บ้านเอาไปเล่นเกมโอ-เอ็กซ์ได้บ้าง

ความคิดเห็นของตัวเองจากที่ดูมาเนี่ยค่ะ แผ่นหลังเบอร์ 5 สีคล้ำกว่าซีกซ้ายที่ไม่มีหมายเลขเสียอีก! ไม่ทราบเป็นเพราะว่านายแบบทาครีมกันแดดยี่ห้ออื่นๆ ไว้ที่แผ่นหลังด้วยหรือเปล่า (เพราะถ้าไม่ทาครีมเลย ผิวน่าจะไหม้คล้ำกว่าเบอร์ 5 นะคะ แอบคิดเหมือนกันรึเปล่า) สาเหตุนี้ทำให้สาวกุ้ง งงๆ สงสัยว่าเป็นครีมแบบ Sun Tan เพราะอันนี้รึเปล่าคะ? (ไม่รู้ว่าอ้อมเดาข้อสงสัยของกุ้งถูกรึเปล่าคะ?)

แต่เท่าที่ดูครีมกันแดดที่นำมา test เนี่ย ทุกๆยี่ห้อเป็น Sun Block หมดเลยนะคะ (พวก Sun tan มักมีค่า SPF ที่ต่ำ เช่น 5-9 ค่ะ) เพราะฉะนั้นผลที่คือผลของ Sun Block ยี่ห้อนั้นๆที่ปกป้องผิวให้คล้ำจากแดดที่แตกต่างกันฟันธงค่ะ! ไม่มี sun tan แอบแฝงแน่ๆค่ะ

เรื่องนี้ทั้งดี..มันส์และฮาจริงๆค่ะ ต้องขอบคุณน้องเบสอีกรอบที่ส่งเรื่องนี้มาให้นะคะ อยากทำอะไรแบบนี้บ้าง เคยคิดว่าจะ test ใช้เครื่องสำอางบำรุงผิวแค่ครึ่งหน้า อีกครี่งนึงไม่ใช้อะไรเพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนก็ยังไม่ได้ทำเลยเพราะกลัวว่าถ้าเอาหน้าตัวเองมาลง คนอื่นๆคงต๊ก-กะ-จาย..นอนฝันร้ายแน่ๆค่ะ…อิอิอิ
งั้นต้องขอตัวไปหาเหยื่อ เอ้ย! นายหรือนางแบบมาทดสอบก่อนนะคะ…คริๆๆ

Comments (12)

Air Stocking Review

Air Stocking Review

Posted on 23 January 2006 by Vinegar Girl

สาวๆที่เคยถามถึง Air Stocking หรือสเปรย์ถุงน่อง หรือ concept ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์เค้าเรียกว่า “ถุงน่องล่องหน”
ส่วนใครที่ยัง งงๆ ว่าเจ้า Air Stocking คืออะไร ขอบอกว่าอันนี้เป็นโปรดักส์ยอดฮิตในเจแปน (ต้องถามน้องเบส อีกทีว่า ฮิตจริงอ่ะป่าว หรือแค่คำโฆษณา ) คือเป็นสเปรย์พ่นลงไปบนเรียวขาของสาวๆ เท่านี้เรียวขาอันเรียวงามก็จะดูเนียนสวยราวกับใส่ถุงน่องกันเลยเดียว
ข้าพเจ้าได้ไปถอยมาทดลองเรียบโร้ยแล้วค้า~ จึงจะมารีวิวกันให้อ่าน ณ บัดนาว

Air Stocking
Air Stocking
ขนาด 50 g
ราคา 890 บาท* (* อันนี้ซื้อตอนลดราคาแล้วค่ะ ราคาเต็มน่าจะประมาณเก้าร้อยกว่าบาทนะคะ )
Review รูปแบบมาในกระป๋องต้องเป็นสาวเชค (เขย่า) ก่อนใช้ ซึ่งเป็นสเปรย์ใช้ง่ายค่ะ เพียงแค่ฉีดให้ห่างจากผิวประมาณ 20 ซม. แล้วเกลี่ยให้เรียบ ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที แนะนำว่าควรกระทำการฉีดพ่นก่อนใส่เสื้อผ้านะคะ เพราะว่าทดลองวันแรกก็เลอะเสื้อเลย เนื่องจากมันยังไม่แห้งดี แล้วก้มไปโดนพอสเปรย์และเกลี่ยแล้วเรียบเนียนแห้งเร็ว คล้ายๆกับการลงรองพื้นให้ขา
- ทางผลิตภัณฑ์เค้าบอกว่า สามารถปกปิดริ้วรอยต่งาๆบนเรียวขา อย่างเช่น เส้นเลือดขอด หรือ รอยฟกช้ำต่างๆได้
ทดลองแล้ว ก็พอปิดได้โดยประมาณ แต่เนื่องจากยังไม่มีรอยฟกช้ำดำเขียวจัดๆ เลยไม่แน่ใจว่าถ้าเขียวปั๊ดจะเอาอยู่หรือไม่ แต่ได้ทดสอบกับขาที่มีรอยแตกลายงา (บ่งบอกถึงอายุการใช้งานที่ทนทาน อุ้ย~! ขาค่ะ ไม่ใช้กระเบื้องหินอ่อน) ก็ช่วยทำให้ดูดีขึ้น เพราะเนื่องจากผิวหนังที่แตกเป็นร่องมันดูไม่เรียบเนียนอยู่แล้ว แต่ Air Stocking ช่วยทำให้สีผิวบริเวณนั้นสม่ำเสมอกัน ดูดีขึ้นได้ค่ะ เส้นเลือดขอดก็สามารถปกปิดได้บ้าง แต่คงไม่กลืนหายไปเลย ถ้าในคนที่มีเส้นเลือดขอดมาก อาจต้องพ่นบริเวณหนาขึ้นนิดนึงค่ะ
- เนื้อเสปรย์เลอะเสื้อผ้า?
จริงๆ ก็ไม่ติดเสื้อผ้านะคะ (ถ้าแห้งแล้วนะคะ) แต่เค้าก็ให้ใบคู่มือมาแจ้งให้ทราบอยู่แล้วว่า Air Stocking เปรียบเสมือนรองพื้นสำหรับขา ดังนั้นจึงมีโอกาสติดเสื้อผ้า ถ้าเกิดการเช็ดถูอย่างแรง และขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยค่ะ อย่างว่าค่ะเมืองไทยเราออกแนวร้อนเหงื่อแตกเหงื่อแตน อาจทำให้เลอะได้ แต่เท่าที่ใช้ตัวเนื้อสเปรย์เนียนไปกับผิว เบาบางไม่เลอะติดชายกระโปรง เพราะตอน test ใช้กับแขนแล้วใส่เสื้อแขนยาวก็ไม่เลอะค่ะ มีเหงื่อบ้างก็ยังไหว
ผลเท่าที่ใช้ก็ประทับใจค่ะ สามารถใช้ได้ทั้งขา แผ่นหลัง เหมาะสำหรับใส่ชุดที่เปิดบนเปิดล่างเปิดหน้าเปิดหลัง! ไม่ใช่แล้น!! รับรองค่ะว่าได้ผิวนวลเนียนสวยดั่งใจแน่นอนค่ะ ในใบที่แนบมาเค้าบอกว่ากระป๋องขนาด 50 g. ใช้ได้ประมาณ 10 – 15 ครั้งค่ะ
ใครที่สนใจอยากมีเรียวขาเนียนสวย ไปหามาเป็นเจ้าของได้ที่เซ็ลทรัลทุกสาขาค่ะ ตอนนี้ลดราคาอยู่ด้วยนะคะ ^_^

Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, เครื่องสำอาง Air Stocking , รองพื้นสำหรับขา, สเปรย์ถุงน่อง, สเปรย์รองพื้นสำหรับร่างกาย, รองพื้นเพื่อผิวกายเรียบเนียน

Comments (19)

Beauty Forever – Body Shaping Cream by Clarins

Beauty Forever – Body Shaping Cream by Clarins

Posted on 23 December 2005 by Vinegar Girl

สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล อาน อาน อาน อาน ในวันนี้ได้แก่ ^_^

Body Shaping Cream by Clarins

Body Shaping Cream จาก Clarins
ขนาด 200 ml.
ราคา 1,990 บาท

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์กระชับเรือนร่าง ผลิตภัณฑ์รุ่น Shaping Cream ของ Clarins ตัวนี้มักถูกนึกถึงในอันดับต้นๆนะคะ เก๊าะ~ Clarins เค้าขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์กระชับเรือนร่างนี่คะ
Body Shaping Cream จาก Clarins มีส่วนผสมบริสุทธิ์จากธรรมชาติอย่าง caffein ( รู้สึกผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นๆก็เริ่มมี caffein ผสมอยู่กันมากขึ้นนะคะ….ระวังอาการข้างเคียงตาค้างแข็ง..นอนไม่หลับ จายสั่น-น ไม่ช่ายแล้น!! ) ช่วย Helps reduce stubborn curves <– ประมาณว่าช่วยสลายไขมันที่พอกพูนให้ลดลง ลดอาการบวมน้ำ และกระชับผิวให้เรียบเนียนได้ดี ถูกใจสาวๆทั่วโลก ฮิตติดตลาดตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน ( อย่างอะฮั้นแค่เห็นคำว่า helps reduce stubborn curves ก็ตาโตรีบแจ้นไปหามาใช้แล้วอ่ะฮ้า…เพราะทั้งร่างกายมี curve ที่สวยงามอยู่ช่วงเดียว คือ “ระหว่างหัวและไหล่” !! เลยต้องหาผลิตภัณฑ์ช่วยลดอาการดื้อดึงของเจ้า curves ทั้งหลายในร่างกายกันหน่อย…อิอิอิ )

เคยซื้อมาลองใช้ค่ะ แต่เนื่องจากใช้มาเป็นปีแล้ว และไม่ค่อยได้ใช้ต่อเนื่องเลยไม่กล้า review เป็นเรื่องเป็นราว เท่าที่จำได้คือรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้นจริงค่ะ แต่เนื่องจากตอนนั้นร่างกาย firm กว่าตอนนี้มา-ก เลยไม่กล้าฟันธงว่าเพราะ Body Shaping Cream ทำให้สาวๆที่เผละ มี curve กระชับทันตารึเปล่า?!?! แต่แน่นอนค่ะ ว่าต้องออกกำลังกายร่วมตัวนะคะ ไม่ใช่รอใช้ครีมอย่างเดียวค่ะ ถ้ามีครีมอะไรที่ทาถูๆ อย่างเดียวแล้วผอม เจ้าของครีมคงนอนอยู่บนเตียงที่ยัดด้วยแบงค์แทนนุ่นแล้นหล่ะค้า…~ แต่เท่าที่ใช้ตอนนั้นก็เห็นผลน่าพอใจอยู่ไม่ใช่น้อยค่ะ ^_^ เพราะไปถอยผลิตภัณฑ์กระชับๆ รุ่นอื่นๆ มากระชับส่วนอื่นๆ ไม่ให้หย่อนคล้อย แปรสภาพเป็นถุงกาแฟ พยายามคงสภาพเด้งดึ๋งๆ เต่งตึงต้านแรงโน้มถ่วงที่สุด ใช้มาจนถึงทุกวันนี้อ่ะเคอะ!! – -*

เอาเป็นว่าไว้ซื้อ Body shaping cream มาใช้แบบต่อเนื่องอีกที ณ ตอนนี้ที่ร่างกายเริ่มเผละแล้วจะฟันธงให้นะเจ้าคะ~ Body Shaping Cream ตัวนี้จุดประสงค์หลักคือ ช่วยสลายไขมันพอกพูน ลดอาการบวมน้ำ ทำให้ผิวกระชับเรียบเนียน แต่มีอีกตัวที่น่าสนใจและอยากแนะนำเหมือนกันค่ะ คือ Body Firming Cream อันนี้ตรงจุดสำหรับสาวๆที่อยากให้ผิว firm กระชับ และลดผิวฟองน้ำได้เคอะ! เพราะเคยลองแล้วอีกเช่นกันค่ะ เมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นผิวยังไม่เป็นฟองน้ำอ่ะค่ะ ( เป็นแต่ผิวสก็อตไบรท์!!! – -” )

คือโดยรวมของผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกายของ Clarins เค้าทำออกมาได้ดี มีชื่อเสียงและให้ผลน่าพอใจนะคะ อย่างผิวหน้ามีพี่ที่ x’office ( ที่ทำงานเก่า ) ก็ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Clarins แล้วเค้ามีนวดหน้าให้ฟรีค่ะ คือใช้ skincare ที่ซื้อมานวดให้อ่ะค่ะ ส่วนตัวของพี่คนนั้นก็ happy มากเพราะหน้าเค้าดีขึ้นมาเลย จากที่เคยมีจุดด่างดำ ริ้วรอย หน้าดูกระชับเรียบเนียนขึ้น และยังแนะนำให้ไปซื้อ skincare แล้วลองนวดหน้าดูด้วยค่ะ ^_^ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ทำ เพราะเท่าที่ check ดูในห้างใกล้ๆบ้าน ห้องที่เค้าเอาไว้นวด (ก็อยู่หลังเคาน์เตอร์นั่นแหล่ะค่ะ) มักจะเต็มเสมอ เลยขอแค่ซื้อ eye cream และ skin care บางตัวกลับมาใช้ที่บ้านเท่านั้นค่ะ ^_^
สาวๆคนไหนสนใจลองเช็คดูได้นะคะ รู้สึกว่าเค้าจะมีที่ให้บริการของ Clarins กันเลยค่ะ มีทั้งนวดหน้าและนวดตัว ( หรือเอาไว้เดี๋ยวเช็คให้แล้วมาบอกอีกทีนะคะ ขอแปะไว้ก่อนละกันค่ะ ^_^ )

ให้ดาว 5 ดวงเลยนะคะสำหรับเซ็ตผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล

Thai Blog, Blog ไทย ,บล็อกไทย, ครีมกระชับรูปร่าง, ครีมกระชับเรือนร่างยอดนิยม, ครีมกระชับเรือนร่าง Body Shaping cream ที่กำเนิดมายาวนาน, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเรือนร่างสุดคลาสสิก

Comments (1)

Radiant Touch – Yves Saint Laurent

Radiant Touch – Yves Saint Laurent

Posted on 22 December 2005 by Vinegar Girl

Radiant Touch - Yves Saint Laurent

Radiant Touch จาก Yves Saint Laurent
ราคา 1,200 บาท

เจ้าสิ่งนี้คือคอนซีลเลอร์ชนิดปากกา Radiant Touch จาก Yves Saint Laurent
เป็นคอนซีลเลอร์และไฮไลต์ชนิดพกพารุ่นแรก เมื่อสิบกว่าปีก่อน <– อะฮ้า….เห็นคำว่าสิบกว่าปีก่อนอีกแล้น!! แน่นอนฮ้า..ว่าคุณกับลังอยู่ในช่วง retro ย้อนยุคกับเวเนก้า เกิร์ลและเหล่า สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล
(กรุณาอ่านออกเสียงสวย – หล่อ แล้วคุณจะได้อารมณ์เหมือนประหนึ่งเป็นดีเจ)
คอนซีลเลอร์ชนิดปากการุ่นแรกนี้เป็นที่ร่ำลือของสาวๆเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อนมากค่ะ ( เกิดไม่ทันช่วงนั้นนะคะ!! – -” แก้ตัวสุดฤทธิ์!! ) ที่รู้จัก Radiant Touch เนี่ยสืบเนื่องจากได้อ่าน magazine ต่างประเทศแล้วเห็นว่าสิ่งที่เหล่าบรรดา celebs ใน hollywood เค้าพกพากันก็มีปากกา radiant touch อยู่ด้วยอ่ะค่ะ (( ถ้าจำไม่ผิดในกระเป๋าเครื่องสำอางของ Naomi Watts ( นางเอกในหนัง เจ้าลิงยักษ์ King Kong ) ก็มี Radiant Touch อยู่ด้วยเช่นกันค่ะ ))

Review : ด้วยรูปแบบที่เป็นปากกาย่อมมีข้อดีในการพกพาที่สะดวก และใช้ง่าย เพียงแค่ปิด – หมุนตรงปลายปากกาด้านบนเนื้อคอนซีลเลอร์จะไหลลงมายังพู่กัน แล้วใช้แต้มคำผิด! อุ๊ย!!! แต้มปิดรอยจุดด่างดำ หรือรอยคล้ำใต้ตาค่ะ เนื้อคอนซีลเลอร์มีความชุ่มชื้นอยู่มาก และเหลวพอที่จะเกลี่ยส่วนที่บอบบางใต้ตาได้เรียบเนียน (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านเรื่อง การเลือกใช้คอนซีลเลอร์ให้ถูกวิธี ลองไปอ่านดูก่อนก็ได้นะคะ ^_^ ) และด้วยที่เป็นพู่กันทำให้การเกลี่ยง่ายรวดเร็วและเรียบเนียนยิ่งขึ้นค่ะ แล้วสีของคอนซีลเลอร์ถึงมีให้เลือกไม่มาก ( รู้สึกว่ามีแค่ 2 สีเองมั้งคะ ) แต่ตัวสีของเนื้อคอนซีลเลอร์ไม่โดดและไม่ทำให้เห็นเป็นรอยด่างขาว ต้องเรียกว่าเป็นอุปกรณ์ลบความไม่ perfect ของผิวแบบแบบฉุกเฉินจริงๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ต้องการปกปิดจุดด่างดำ หรือรอยหมองคล้ำ ก็หยิบมาให้ได้ทันทีสะดวกรวดเร็ว หรือใครที่ผิว perfect อยู่แล้วจะใช้เป็น high light ก็ไม่ว่ากันค่ะ ^_^
เดี๋ยวนี้เห็นว่ามีหลายยี่ห้อที่ทำคอนซีลเลอร์ในรูปปากกาออกมาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่เคยลองใช้ยี่ห้ออื่นเลยค่ะ เหมือนเคยไป test ยี่ห้อนึงแต่จำไม่ได้แล้วค่ะ ว่ายี่ห้ออะไรรู้แต่ว่าไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นัก ถ้าเพื่อนๆมียี่ห้ออะไรในดวงใจกัน อย่าลืมเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย ,บล็อกไทย, คอนซีลเลอร์แบบพกพา, คอนซีลเลอร์แบบปากกา, คอนซีลเลอร์รุ่นพกพายอดนิยม, เครื่องสำอางสุดคลาสสิก

Comments (0)

Beauty Forever – Meteorites Powder by Guerlain

Beauty Forever – Meteorites Powder by Guerlain

Posted on 21 December 2005 by Vinegar Girl

สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะ นิรันดร์กาล อีกหนึ่งตัวคือ…แต่น แตน แต๊นนนนนนน

Meteorites Powder for the Face by Guerlain

Meteorites Powder for the Face จาก Guerlain
ราคา 2,450 บาท

note: ในเว็บของ Guerlain เค้าใช้ Mtorites Powder แต่กูเกิ้ลดูแล้วส่วนใหญ่เป็น Meteorites ซึ่งพอหาลึกลงไปคำเดียวกันมันก็มีวิธีเขียนได้หลายแบบค่ะ แต่ขอเขียนแบบคนส่วนใหญ่ละกันนะคะ ^_^

จำได้ว่าตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยสมัยเพิ่งเริ่มๆแต่งหน้าใหม่ๆ (ประมาณปี 2) ได้ยินเสียงร่ำลือถึงแป้ง Meteorites Powder จาก Guerlain ตัวนี้แล้วรู้สึกอยากใช้มากจนวันนึงผ่านไปแถว ISETAN แล้วเค้ามี promotion ทำเป็นขนาด mini มาน่ารักน่าพกมา-ก-ก >_< (กรี๊ดๆ) เลยได้ครอบครองเพราะราคาก็มินิตามลงมา พอไหวสำหรับสเตตัสนักศึกษาในตอนนั้น (( ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าแพงเยย…จำได้ว่าต้องต้มไวไว ( ชอบทานไวไวมากกว่าอ่ะฮ้า ) รับประทานไปหลายมื้อ ฮือๆๆๆ )) แป้ง Meteorites นี้เป็นแป้งปรับสีผิวและไฮไลต์ (high light) ในตัวรุ่นแรกๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ( แหม..รีบคำนวณอายุเดี้ยนกันหย่ายเลยนะฮ้าท่านผู้ชม!! ยังไม่แก่ขนาดน้า-นนะเคอะ – -” คือแป้งเค้าผลิตออกมานานแว้วฮ่า….) แต่จริงๆสมัยที่เรียนอยู่แล้วแต่งหน้าใหม่ๆ เราก็ยังไม่ค่อยสนใจเรื่อง makeup base มากนักค่ะ เพราะใช้แต่แป้งกับลิปสติกเพราะปลอดภัยสำหรับมือใหม่ เลยไม่แน่ใจว่าตอนนั้นพวก makeup base ตอนนั้นผลิตออกมากันเยอะรึยัง… (แต่เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่การปรับสีผิวในตอนนั้นจะมาในรูปแบบของแป้งกันมากกว่า อย่าง body shop เมื่อก่อนก็มีแป้งฝุ่นสีม่วงๆ ออกมาฮิตติดตลาดเหมือนกันค่ะ) แล้วเจ้าสรรพคุณของแป้ง Meteorites นี้คือช่วยปรับสีผิวให้สว่างไสวดูสดใสขึ้นได้ในพริบตา เลยต้องหามาเป็นเจ้าของเพื่อพิสูจน์กันหน่อย

Review : พอได้ซื้อมาใช้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เพราะเจ้าเม็ดกลมๆ ที่มีอยู่หลายหลากสีในตลับสีทองลายๆ (ในภาพ) ข้างบนนี้ช่างทำให้มีความรู้สึกหรูเริ่ดตั้งแต่ยังไม่ได้ปัด 5555555 เม็กกลมๆหลายสีเนี่ยหล่ะคะ ทำหน้าที่ต่างกันไป concept เดียวกับสีของเมคอัพเบสหน่ะค่ะ คือสีม่วง – ชมพูช่วยเพิ่มความสว่าง แล้วยังมีสีทอง – เงินและสีขาวมาช่วยทำไฮไลต์ขึ้นอีก เวลาแต่งหน้าเสร็จก็ปัดลงไปทำให้หน้าเป็นประกายสว่าง ดูเด้งใสขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ^_^ ถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เพราะเป็นขั้นตอนที่ง่ายมาก เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างอะฮั้นอีกแว้วฮ้า…คริๆๆ ซึ่งตอนนี้เค้าก็พัฒนามาเป็นรุ่นนี้ค่ะ

Meteorites Compact Powder for the face - Voyage by Guerlain

Guerlain เค้าจัดให้แบบตลับเพื่อเหมาะแก่การพกพา แบบไม่เป็นภาระ!
เพราะไม่งั้นอยากเติมหน้าให้สว่างไสวกันที ต้องพกกระปุกแบบเม็ดๆไป เปิดทีเม็ดกระจา-ย ต้องนั่งไล่เก็บให้ครบทุกเม็ด
จากหน้าสว่างไสว กลายเป็นหน้ามืดแทน! – -”
เรียกว่ารุ่นนี้สวยแบบไม่เดือดร้อน แนะนำค่ะ แนะนำ! เติมได้ทุกเวลา ไม่ต้องล้างหน้าใหม่
เวลาใช้ก็ไม่ต้องคิดคำนวณการแตะแปรง ให้ balance กับค่าสีในตลับเพื่อสัมพันธ์กับใบหน้าให้ปวดหัวเล่นแต่อย่างใด! ( แต่ถ้ามีเวลาว่างนั่งรอแฟนนาน ไม่อยากคิดมาก จะเอาวิธีนี้ลองไปใช้ก็ได้นะคะ ) แต่การใช้จริงๆแค่แตะแปรงลงไปแล้วปัด แค่นี้ก็สวยแล้วค่ะ ^_^
สรุปว่าแป้ง Meteorites นี้ใช้ง่าย ได้ผลสวยถูกใจ แอนด์ตลับไฮโซ~ว พกไว้ในกระเป๋ามันจะเปล่งประกายความงามเรืองรอง เพิ่มรัศมีให้ผู้พกพา แต่หายซ่าและงี้ดไปถึงสิ้นเดือน เพราะรสนิยมสูง แต่รายได้ต่ำ!! หึหึ – -” แต่สาวๆขา…ฟังแล้วไม่ต้องตกใจ เพราะแป้งตลับนี้ใช้ได้นานแสนนาน…แนะนำว่าถ้าใครอยากได้ควรซื้อในช่วงที่ clash flow สะพัดๆ เงินไหลมาเทมาแบบคล่องๆหน่อย จะได้สวยแบบไม่เดือดร้อนนะคะ ( กระเป๋าเงิน และปากท้องอ่ะค่ะ )

และนี่คืออีกหนึ่งสุดยอดผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิก และอมตะนิรันดร์กาลค่ะ ^_^

Thai blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, แป้งปรับสีผิวและไฮไลต์, Mtorites compact powder Voyage, รีวิวแป้ง Meteorites จาก Guerlain, แป้งปรับสีผิว และ high light ที่ขายดี

Comments (2)

Shu Uemura Cleansing Oil Review

Shu Uemura Cleansing Oil Review

Posted on 20 December 2005 by Vinegar Girl

ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ไม่ได้ up date blog มาหลายวันนะคะ งี๊ดๆๆๆ เพราะไม่ค่อยสบายและงานการยุ่งเกินห้ามใจ ไม่มีเวลาจะแว้บมาอัพ เวเนก้า เกิร์ล ตอนทำงาน ชะอุ๋ย!!! แอบคิดอารายออกปายยย!!! ไม่รู้ว่าสาวๆที่รออ่านจะน้อยใจหนีหายกันไปหมดอ่ะยัง!? T_T กระซิกๆๆ

หลังจากเถียงกับตัวเองมา 3 วัน 2 คืนว่าจะทำเรื่องชุดนี้เป็นแบบตอนเดียวจบ หรือแยกเป็นทีละตัวๆดี ในที่สุดก็คิดว่าจะขึ้นแบบตอนเดียวให้ดูยิ่งหย่ายอลังการงานสร้าง หลังจากที่ไม่ได้อัพมาหลายวัน แต่แล้วเนื่องจากเวลาไม่ค่อยมี เลยกลับมาที่ ต้องแยกมาทีละตัว เลยแถมรีวิวให้ด้วยค่ะ เรื่องที่ว่าคือ เรื่องของ “เครื่องสำอางที่สุดยอด อมตะนิรันดร์กาล”

SHU UEMURA Cleansing Oil

SHU UEMURA SKIN PURIFIER
High Performance Balancing Cleansing Oil by Shu Uemura
ขนาด 150 ml. : ราคา 1,350 บาท
ขนาด 450 ml. : ราคา 2,900 บาท

Shu Uemura มีประสบการณ์ใกล้ชิดแวดวงดาราฮอลลีวู้ดเค้าจึงคิดที่จะผลิตสิ่งที่ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด น้ำมันทำความสะอาดผิวจึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1960 ( ก่อนเราเกิดอีกนะคะเนี่ย!!! ) และก็ได้รับความนิยมมาก แพร่หลายทั่วโลกตั้งแต่ดารา ช่างแต่งหน้า จนถึงคนธรรมดาอย่างอะฮั้นก็ต้องมีไว้ในครอบครอง ความฮิตที่ยาวนานและต่อเนื่องของ cleansing oil ตัวนี้ของ Shu Uemura ฮิตติดลมจนเข้าขั้นเป็นตำนานไปแล้วค่ะสาวๆ
ปล. ที่ทำให้ตัวเองได้รู้จักและใช้ Shu Uemura มาจาก 2 ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเค้าคือ Cleansing Oil ตัวนี้ และที่ดัดขนตาค่ะ

Review : เนื่องจากเป็นน้ำมัน ความที่เนื้อของผลิตภัณฑ์นั้นต้องมันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ถ้าอ่านแล้ว งง ขอแปลเป็นไทยอีกรอบว่า ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นน้ำมัน มันก็ต้องมันหน่ะสิค้า~ คู้ณขา) วิธีใช้คือปั๊มออกมาแค่ 1 จึ๊ก (1 ทีอ่ะค่ะ) ก็ลูบไล้ทั่วใบหน้า <– อูยยย ใช้ศัพท์สยิวกิ๊ววว อีกแว้ว! เพียงแค่ 1-2 ปั๊มก็สามารถใช้ได้ทั่วใบหน้าของคุณสาวๆได้แล้วค่ะ จากนั้นก็นวดๆให้ทั่ว แล้วแตะน้ำลงบนน้ำมัน ซึ่งจะแปลงร่างกลายเป็นน้ำนม อาจนวดๆอีกแป๊บ หรือจะล้างออกเลยก็ได้ค่ะ ผลที่ได้คือ เครื่องสำอางที่กันน้ำหรือยากต่อการล้างออก ได้มลายไปหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงใบหน้าว่างเปล่าไร้เครื่องสำอาง และไม่นำความแห้งกร้านออกไปด้วย สรุปสิ่งที่เป็นข้อดีของตัวนี้นะคะ

  1. ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด ( แต่ไม่ได้ใช้ล้างมาสคาร่านะคะ แนะนำว่ารอบดวงตาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาโดยเฉพาะดีกว่าค่ะ เพราะตัวนี้เป็นน้ำมัน ไม่น่าจะเหมาะเพราะอาจเข้าตาได้ง่ายค่ะ )
  2. ใช้ง่าย ไม่เปลือง เพราะความสะดวกรวดเร็ว เพียงแค่ปั๊มออกมา แล้วทาถูๆ แล้วล้าง ไม่ต้องเปลืองสำลี และยังทำได้รวดเร็ว เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างอะฮั้น และใช้ได้นาน ประหยัด เหมาะกับคนใช้เงินเป็น (หรืองกกันแน่!?) อย่างอ่ะฮั้นอีกนั่นแหล่ะค่ะ
  3. เมื่อล้างคราบเครื่องสำอางออกแล้ว ใบหน้าไม่แห้งตึง ถึงแม้อะฮั้นจะมีผิวมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้ cleansing ที่ทำให้หน้าแห้งผาดขนาดนั้นนะคะ (( อ้อ! ลืมบอกว่า oil ที่เป็นสีเหลืองขวดนี้เหมาะกับผิวธรรมดา – ผิวผสม ซึ่ง Shu Uemura เค้าก็ทำออกมาหลายตัวเพื่อผิวแต่ละประเภทด้วยค่ะ )) ตัวนี้ใช้เสร็จแล้วบางทีไม่ได้ล้างหน้าตัวโฟมหรือสบู่ต่อเลยค่ะ โดยเฉพาะหน้าหนาวอย่างตอนนี้ เพราะถึงหน้ามัน แต่บางทีผิวก็ลอกเป็นขุยได้ เนื่องจากโฟมที่ใช้ดึงความชุ่มชื้นไปหมด สาวๆคะ อย่าติดในความคิดที่ว่าเราผิวผสม – มันเนี่ย ต้องล้างหน้าให้ถูเอี๊ยดๆกันเลยนะคะ (ไม่ใช่โฆษณาน้ำยาล้างจานนะเคอะ!) ลองสังเกตพวกโฟมไม่มีฟองทั้งหลาย ล้างหน้าแล้วเหมือนไม่ได้ล้าง แต่ไม่ทำลายผิวนะฮ้า…ซึ่งอันนี้ล่ะค่ะถึงจะถูก เพราะฉะนั้นหน้าสะอาดไม่จำเป็นต้องแห้งผาดนะคะ

นับข้อดีได้ 3 ข้อใหญ่ๆแล้วก็ตกลงใจใช้ Shu Uemura Cleansing Oil ต่อไปเลยฮั๊บ! รีวิววันนี้ขอให้เป็นดาวแทนคะแนนนะคะ เก๊าะ..แหมผลิตภัณฑ์อมตะสุดยอดคลาสสิกทั้งหลาย ของเค้าดีจริงถึงอยู่มาได้ ขอให้เต็ม 5 ดาวเลยนะคะสำหรับ Cleansing Oil by Shu Uemura ^_^

Thai Blog, blog ไทย, บล็อกไทย, วิจารณ์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางของชู อูเอมูระ, รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง Shu Uemura, น้ำมันทำความสะอาดผิว, น้ำมันล้างเครื่องสำอาง, Cleansing Oil ยอดนิยม

Comments (8)

ครีมหน้าเด้ง หรือ GPO Curmin ครีม

ครีมหน้าเด้ง หรือ GPO Curmin ครีม

Posted on 28 November 2005 by Vinegar Girl

เมื่อวานไปใครที่ไปสยามมาคงจะได้พบกับโฉมใหม่ของสยามเซ็นเตอร์กันแล้วนะคะ นอกจากร้านค้าแบรนด์ดังทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว เห็นบนชั้น 4 กำลังทำ Food for Fun เป็นศูนย์อาหารตกแต่งด้วยสีส้มจี๊ดถูกใจจริงๆค่ะ และมี Cheeze Studio เป็น Public Casting Studio คือสตูดิโอแมวมองปั้นเหล่าบรรดาวัยทีนให้เป็นดาวหน่ะค่ะ และที่ชั้น 4 เมื่อวานก็ยังเห็นบูธดีเจจากเอไทม์ ( a-time media ) โถ…..เหล่าดีเจของเราเป็นน้องนางในตู้กระจกซะแล้น…คริๆๆ เมื่อวานเห็นดีเจพีเคสุดหล่อนั่งจัดรายการอยู่ในห้อง ที่เป็นกระจกใสๆ แล้วก็มีน้องๆแฟนคลับยืนเกาะกระจกกันอยู่ อืมมดูแล้วฉงฉานดีเจเหมือนกันเนอะ…แบบว่าโล่งโปร่งมากกกก…จะแอบแคะขี้มูกคงทำได้ย้าก…กกกกส์ เพราะเค้าย้ายมาจัดกันที่นี่ทุกวันเลยค่ะเป็น Studio GMM Media มาทั้ง 88 Peak FM,89 Banana FM, 91.5 Hot waveม 93.5 EFM และ 106.5 Green Wave ส่วนลานระหว่าสยามเซ็นเตอร์กับสยามดิสคัฟเวอรี่ด้านล่างในช่วงเย็นมี Thaitanium concert และช่วงเกือบๆ 2 ทุ่มยังมี concert ของ Academy Fantasia 2 พอดีได้ทันดูน้องพัดออกมาร้องเพลงสะกดคนดูด้วยเพลงก่อน ต่อด้วยน้องเปรี้ยว และน้องอ๊อฟค้า…เรียกว่าเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับสนั่นกันเลย ยังไงก็ต้องติดตามกันต่อไป ส่วนสยามพารากอนก็ใกล้คลอดเต็มทีแล้วนะคะ ยังมีทีเด็ดอีกมากมายในสยามพารากอนค่ะ ^_^

GPO Curmin Cream

มาเข้าเรื่องวันนี้ดีกว่านะคะสืบเนื่องจากน้องโอปอล comments มาให้ช่วยแนะนำครีมบำรุงผิว และอีกสาวนามว่า ringko อยากให้ช่วยแนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อสาวเอเซีย แหม…แหม..แหม..เราคนไทย ต้องแนะนำผลิตภัณฑ์ภายในประเทศกันก่อนสิค้า….~ จริงไหมคะ…สาวๆขา…ครีมที่ว่านี้ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้วตอนนี้ คือ จีพีโอ เคอร์มิน ครีม หรือ ครีมหน้าเด้ง! ที่เป็นที่ต้องการของสาวๆกันนั่นเองค่ะ ((ทุกวันมีคน search ครีมหน้าเด้งแล้วหลงเค้ามาใน vinegar girl (เพราะแอบให้สูตรครีมหน้าเด้งแบบทำเองเอาไว้) เราก็คิดไปถึงครีมหน้าเด้งของดาราชาย ศิษย์รุ่นพี่ร่วมสถาบันอ่ะค่ะ ต๊ายยยย….ตายยย…เดี้ยนไปหลงอยู่ไหนมาถึงเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันมานี้เองค่ะว่าเค้าโฆษณากันปาว ปาว ว่าครีมจีพีโอ เคอร์มินเนี่ยที่แท้ก็คือครีมหน้าเด้ง!! – -” โห่….~หิ้ววววว~..ววว อุ้ย! เสียงใครโห่! จะมารำกลองยาวแถวนี้หรอคะ!!..เหอะๆๆ – - ” ))

ขออรัมภบทก่อนนะคะ <– สะกดถูกอ่ะเปล่าคะเนี่ย – -” เปโคไท ล้อเพงช้าดด้ะ แต่เขียะพะสาทะม่ะค่อโถะ (ต้องการ subtitle ไม๊ค้า….อิอิ)
เริ่มรู้จักจีพีโอ เคอร์มินครีมเมื่อประมาณเดือนสิงหา- กันยาปีที่แล้ว เพราะได้อ่านนิตยสารเล่มนึง แล้วเค้าจะมีหน้านึงแบบประมาณว่าสัมภาษณ์สาวไฮโซ..ว เกี่ยวกับเครื่องสำอาง หรือสกินแคร์ที่ใช้อะไรเงี้ยค่ะ แล้วเล่มนั้นเป็นคุณหมอสาวสวย แล้วคุณหมอเค้าก็บอกว่าเค้าใช้เคอร์มินครีมขององค์การเภสัชกรรมค่ะ เราก็อูยยย..น่าลองแต่ยังไม่มีโอกาสได้ซื้อ เพราะไปหาซื้อในร้านวัตสัน มีครีมที่ชื่อเคอร์มินเหมือนกันค่ะ แต่คำย่อข้างบนกล่องไม่ใช่ GPO เลยขอผ่านค่ะ

5 เดือนผ่านไป…ไวเหมือนโกหก ได้มีโอกาสผ่านไปแถวๆเทเวศร์ แล้วบังเอิญเห็นร้านขายยาขององค์การเภสัชฯ เลยรีบลังกาหลังใส่เกลียว..รอบครึ่ง..หมุนกลับตัวกลางอากาศ..แล้วยืนในท่าจบหน้าร้านอย่างสวยงาม! ^_^ หลังจากเสียงปรบมือกึกก้อง ดิชั้นก็รีบปรี่…ถลา…แล้วเบรคเอี๊ยดที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วถามหาครีมเคอร์มินทันทีทันใด จากนั้นก็ถอยกลับมาใช้ที่บ้านค่ะ (ตอนที่ลองใช้นี่โฆษณาทางทีวียังไม่ออกเลยค่ะ แต่ด้วยความหนาของหน้า ที่สามารถลองทุกอย่างได้ เลยตัดสินใจซื้อมาค่ะ) ซื้อแบบกระปุกเล็ก ขนาด15 กรัมมาค่ะ คู้ณขา…( เก๊าะแหมม..แบบว่ากระปุกใหญ่ 50 กรัมราคามันตั้ง 1,300 บาทนี่เคอะ..อิ๊คึ อิ๊คึ )

ตัดบทไปทำความรู้จักกับ จีพีโอ เคอร์มิน กันก่อนดีไหมคะ ว่าทำไม๊…ทำไม..มันถึงได้ฮิตชนิดองค์การองค์การเภสัชกรรม หัวกระไดไม่แห้งแถมยอดขายถล่มทลาย 2 เดือนได้ร้อยล้านนน…ว้าวววว!!!
เพราะสารสกัดขมิ้นชันขาวบริสุทธิ์ที่ผสมอยู่ใน จีพีโอ เคอร์มิน เป็นสมุนไพรที่มีสารเคอร์คูมินอยด์ ซึ่งเป็นสารสีเหลืองที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีกว่า 2 เท่า เมื่อพัฒนาสารเคอร์คูมินอยด์ให้เป็นสารเตตระไฮโดร เคอร์คูมินอยด์ หรือ THC จะทำให้ฤทธิ์ในการต้านสารอนุมูลอิสระมีมากกว่าเดิม ยิ่งใช้ร่วมกับวิตามินอี และวิตามินบี 5 ฟอสโฟลิปิด สารให้ความชุ่มชื้น กลีเซอริน หยดน้ำขนาดนาโนเมตร เมื่อนำมาบรรจุลงในไลโปโซม ซึ่งเป็นสารนำพาขนาดเล็กในระดับนาโนเทคโนโลยี เมื่อนำมาใช้จึงให้ประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง และนานกว่าสารเคอร์คูมินอยด์แบบเดิม ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ริ้วรอยเหี่ยวย่นลดลง และเพิ่มความเปล่งปลั่งสดใสให้กับผิวหน้า

ได้ฟังอะไรที่มันเป็นนาโน นาโนเนี่ยรู้สึกจะเห่อเป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว แต่อันนี้ไม่กล้าทำรีวิว (review) ณ เวลานี้ ต้องขอเวลาไปใช้แบบติดต่อกันนาน 3 เดือนเพื่อให้เห็นผลที่แท้จริง ถึงกล้ามารีวิวให้สาวๆได้รู้กันจริงๆค่ะว่าหน้าเด้งหรือไม่ขนาดไหน เพราะเนื่องจากตัวเองเป็นคนขี้เกียจมากกก…คือบางวันอาบน้ำนอนเลย ไม่โบ๊ะประทินผิวใดๆทั้งสิ้น เพราะเข้า sleep mode ตั้งแต่กลับบ้านแว้ววว (ยิ่งหน้าหนาวนี่ อาบน้ำวันละมื้อ!! อู้ยยยย…คิดอะไรออกปายยยย – -”)
ส่วนตัว (แอบรีวิวเล็กน้อย) มีความรู้สึกว่าเนื้อครีมเข้มข้นแบบชนิดทำให้หน้ามัน เพราะผิวตัวเองเป็นผิวผสมมันง่ายในช่วงทีโซนอยู่แล้วค่ะ เลยข้ามที่จะทาในตอนเช้า เพราะกลัวจะเยิ้มมมม (ไม่ใช่ตานะคะ!) แต่เป็นผิวที่มันจนเยิ้มมมในตอนกลางวันค่ะ ยิ่งช่วงที่ใช้ตอนนั้นกำลังเข้าหน้าร้อน เลยใช้แค่วันละมื้อก่อนนอน ตื่นมาหน้าก็เยิ้มเหมือนกันค่ะ แล้วประกอบกับทาบ้าง ไม่ทาบ้างเลยรู้สึกว่าหน้าตาก็เหมือนเดิมยังไม่เด้งเท่าไหร่ เพราะอาจยังใช้ยังไม่ต่อเนื่องค่ะ ถ้าสาวๆคนไหนคิดว่าซื้อมาใช้ปุ๊บแล้วเด้งปั๊บคิดว่าไม่ถึงขนาดนั้นนะคะ แต่คิดว่าถ้าใช้ตอนหน้าหนาวน่าจะเหมาะกว่า และคงเหมาะมั่กๆ กับสาวผิวแห้งด้วยค่ะ
ปล. เปิดใช้แล้วควรเก็บในที่เย็นนะคะ เพราะตอนตัวเองใช้เก็บไว้ในห้องนอนพออากาศตอนกลางวันร้อน เนื้อครีมสามารถแห้ง (เหมือนระเหิด อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ) คือพอใกล้หมดกระปุกแล้วเนื้อครีมแห้งติดกระปุกไปเลยค่ะ
สาวๆคนไหนที่ลองแล้ว ผลเป็นยังไงช่วยมา comment กันหน่อยนะคะ..นะคะ..น้า…(ทำตาซึ้ง…เป็นประกายเหมือนชินจังตอนเห็นซูชิไฮโซ~วของแม่เนเน่จัง) จะได้เป็นประโยชน์ให้สาวอยากเด้งคนอื่นๆอ่ะค่ะ ^_^ ขอบคุณล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ^_^

ถ้าสาวคนไหนสนใจลองเข้าไปที่ GPO กันเลยค่ะ เค้ามีให้สั่งซื้อจากเว็บขององค์การเภสัชฯได้โดยตรง หรือซื้อจากร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรมทั้ง 6 สาขา ได้แก่ ราชเทวี จรัลสนิทวงศ์ 22 เทเวศร์ ยศเส ตลาดสี่มุมเมือง และตึกกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือสั่งซื้อทางไปรษณีย์ก็ได้นะคะ ณ เคาน์เตอร์ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศเลยค่ะ
และตอนนี้ลองดูใน Watsons, Boots ทุกสาขา, Big-C, Tesco Lotus ทุกสาขา, ร้านขายยาใน Mackro และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ ก็น่าจะมีจำหน่ายทั่วถึงแล้วนะคะ
ในเว็บก็ยังมีที่อยู่ และเบอร์ติดต่อขององค์การเภสัชตามภาคต่างๆด้วยนะคะ click
หรือโทรสอบถามข้อมูลได้ที่ 1648 ค่ะ

Thai Blog, บล็อคไทย, จีพีโอ เคอร์มิน, ครีมหน้าเด้ง, ส่วนผสมครีมหน้าเด้ง, สถานที่จำหน่ายครีมหน้าเด้ง, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อสาวไทยโดยเฉพาะ, สกินแคร์, Skincare, ครีมบำรุงผิวหน้า, ครีมบำรุงผิวผสมสารสกัดจากธรรมชาติ, GPO Curmin Cream

Comments (8)

Biotherm Makeup Base Review

Biotherm Makeup Base Review

Posted on 05 November 2005 by Vinegar Girl

เปิดตัวกันไปแล้วนะคะ สำหรับ ELLE Fashion Week 2005 งานนี้เค้าเริ่ม 1 – 6 พฤศจิกายน 2548 ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า (Central World) คงมีดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ๆ มาโชว์กันไม่น้อย กับ 6 วัน 20 โชว์ เมื่อวาน (ศุกร์ที่ 4 ต.ค.)แอบชะแว้บไปดูนิดหน่อย พอดีทันโชว์ของ Senada เวลาในตารางที่เริ่มโชว์เป็น 21.00 น. แต่กว่าจะเริ่มจริงก็ 4 ทุ่มค่ะ คอลเลคชั่นนี้มีกางเกง และกระโปรงทรงบอลลูนให้เห็นเต็มรันเวย์ แต่ดูยังไม่ทันจบท้องมันร้องอยากกินไอติมฮาเก้นดาสHaagen-Dazs เลยขอชิ่งก่อนค่ะ แอบกระซิบว่าใครยังไม่ได้ลอง “ฮาเก้น-ดาส เทปันยากิ” ต้องไปลองดูนะคะ ไปกันหลายๆคนจะได้มีคนช่วยแย่ง ทั้งแย่งกันทาน แล้วแย่งกันจ่ายด้วย(รึเปล่า?!?!) … อิอิอิ สาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนที่จะพาหวานใจไปนั่งป้อนไอติม แนะนำเป็นศุกร์ เสาร์ 3 ทุ่ม – 5 ทุ่ม ที่สาขามณียาเซ็นเตอร์นะคะ เพราะจะได้นั่งทานไอติมหวานนุ่ม เคล้าเสียงเพลงโรแมนติก ด้วยเสียงกีต้าร์อคูสติคและเสียงนักร้องหนุ่มนุ่มๆที่เล่นสด พาให้บรรยากาศหวานฉ่ำแข่งกับรสชาติไอศครีมเลยค่ะ
ถ้าสาวคอแฟชั่นคนไหนสนใจ ELLE Fashion Week 2005 เสาร์ อาทิตย์นี้โชว์เริ่มกันตั้งแต่บ่ายโมง ถึงเย็นเลยค่ะ สามารถไปลงทะเบียนขอบัตรได้หน้างานค่ะ (ไปลงทะเบียนก่อน โชว์ซักครึ่งชั่วโมงนะคะ ^_^ )

มาเข้าเรื่อง Review กันต่อนะคะ

Biotherm White Detox Makeup Base

White Detox Makeup Base by BIOTHERM ( ให้ลองไปดู Biotherm Singapore กันค่ะ เพราะดูแล้วใกล้กับของไทยมากกว่า USA ค่ะ ^_^ )

ราคา 1,350 บาท
ขนาด 30 ML

Review : White Detox Maekup base เป็นเมคอัพเบสที่ใช้ตัวแรกในชีวิต อุ้ย! ฟังดูน่าตื่นเต้นเร้าจาย ยังไงๆอ่ะป่าวคะ อิอิ ก็แหม…ตอนนั้น (ผิวหน้า) ยัง virgin อยู่เลยนี่คะ คิกๆๆๆ เอ่อ…..ก่อนที่จะทำให้สาวๆคิดลึ้กกกกกมากไปกว่านี้ เข้าเรื่องต่อดีกว่าค่ะ แฮ่ๆ เมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อนนี้พวก makeup base ยังไม่ค่อยเยอะค่ะ ด้วย brand แบรนด์เครื่องสำอางที่มาเปิดในไทยที่มีน้อยกว่าตอนนี้ เลยไม่ค่อยมีให้เลือกมากนักค่ะ แล้ว White Detox Makeup base เนี่ยถือเป็นอะไรที่ครบสูตรที่สุด ณ ตอนนั้น (ถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าตัวนี้ครบสูตรและยังชอบอยู่นะคะ) ที่ว่าครบสูตรเนี่ยก็เพราะว่า White Detox เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแบผิวแบบ 3 ขั้นตอนคือ ยับยั้งจุดด่างดำ ปกป้องผิวจากรังสียูวี และขจัดสารพิษออกจากผิว บวกกับ เป็น makeup base ช่วยปรับสีผิวให้สว่างสดใส โอ้วววว!! พระเจ้าจอร์จมันทอด เอ้ย! มันยอดมากกกค่ะ!!!

เนื้อครีมไม่มัน ค่อนข้างเป็นเนื้อแมท (matt) นุ่มลื่นเลยทำให้เกลี่ยง่ายมากเลยค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบธรรมชาติถูกใจค่ะ แล้วเนื้อครีมละเอียดเนียนไปกับผิว เลยไม่ทำให้เป็นรอยตามรูขุมขน ไม่เป็นคราบขาว ไม่ทำให้ผิวหน้ามันด้วยค่ะ สีแรกที่ซื้อใช้คือสีขาว ซึ่งให้ผิวดูขาวขึ้นเลย แต่ต้องใช้น้อยๆนะคะไม่งั้นหน้าวอกเกินไป สีขาวเนี่ยเหมาะกับเวลาหน้าโทรมจัดๆ เคยไปเที่ยวแล้วนอนไม่พอระหว่างเดินทางตอนกลางคืน พอถึงที่เที่ยวตอนเช้าต้องออกไปเที่ยว แต่หน้าโทรมยังกะผี ใช้ตัวนี้หน้าปิ๊งขึ้นมาทันตาเห็นเลยค่ะ ถ่ายรูปออกมาหน้า bright มั่กๆ แล้วดีที่มีกันแดด สาวๆก็สามารถเติมระหว่างวันเหมือนทาครีมกันแดดได้เลยค่ะ (แต่ต้องซับมันก่อนนะคะไม่งั้นจะไม่เนียนค่ะ) White Detox Makeup Base มี SPF 25 / PA++ ค่ะ สาวคนไหนอยากได้ผิวขาว กระจ่างใสแบบฉับไว ใช้สีขาวเลยค่ะ ( สีขาวเนี่ยเนื้อจะค่อนข้างแมทกว่าสีอื่นๆค่ะ )
สีชมพูอมทองจะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดี ดูสดใสเปล่งประกาย สีม่วงก็ช่วยปรับผิวหน้าให้ดูสว่างขึ้นมาได้เลยเหมือนกันค่ะ สีม่วงนี้ก็ช่วยทำให้ดูผิวขาวขึ้นนิดนึง ไม่ถึงขนาดสีขาว อันนี้เลยไม่ต้องกลัวหน้าวอก ขาวเวอร์ค่ะ และเค้าก็มีอีกสีคือ สีเขียวแต่สีนี้ไม่เคยใช้นะคะ เพราะปกติหน้าไม่มีรอยแดงให้ปกปิดมีแต่ความดำสม่ำเสมอค่ะ 5555

Rate : ข้อละ 2 คะแนน เต็ม 10 คะแนนค่ะ
เนื้อครีมเกลี่ยง่าย : 2
ใช้แล้วหน้าไม่มัน : 1.5
ช่วยทำให้หน้าสว่างใสขึ้น : 2
ไม่ทิ้งคราบขาว : 2
ความคุ้มค่ากับราคา : 1.5
คะแนนรวม 9/10 คะแนน

บล็อกไทย, Thai Blog, Makeup Base Review, Biotherm, วิจารณ์เมคอัพเบส, เครื่องสำอางไบโอเธิร์ม, White Detox Makeup Base

Comments (2)

Review M.A.C Makeup Base

Review M.A.C Makeup Base

Posted on 04 November 2005 by Vinegar Girl

สาวๆคงรู้จัก หรือเคยได้ยิน เวป ebay แหล่งประมูลของต่างๆจากทั่วโลกที่ดังที่สุดกันบ้างนะคะ แล้วที่ ebay เนี่ยมักมีของแปลกๆมาประมูลเสมอ ล่าสุดก็มี “บ้านพร้อมเจ้าสาว” !!! ค่ะสาวๆขา……เค้าประกาศขายบ้าน แถมเจ้าสาววัย 48 ปี (แต่ยังสวย และดูเอ๊าะอยู่นะคะ) ว้าวววววววววววววว!!! มุขนี้จะขอเก็บไว้ใช้ตอนใกล้จะเข้าไปอาศัยคานทองนิเวศน์ละกันนะคะ..ฮิฮิฮิ เข้าไปชมบ้านและเจ้าสาวได้ที่ housewithbride กันเลยค่ะ

เรามาเข้าเรื่อง review กันต่อนะคะ วันนี้งัดเมคอัพเบส (makeup base) ทุกยี่ห้อที่เคยใช้มารีวิวกันเลยค่ะ

MAC Strobe Cream

Strobe Cream by M.A.C
Strobe Cream Hydratant Lumineux M.A.C
ราคา 1,200 บาท
ขนาด 50 ML / 1.7 US FL OZ

Review : เคยอ่าน Magazine เมืองนอกเจอว่า Strobe Cream ของ M.A.C เป็นที่นิยมมากในหมู่ Celebs หรือ ดารา ช่างแต่งหน้าใน Hollywood ประสาคนช่างลองจึงรีบแจ้นไปซื้อมาใช้ดูมั่งค่ะ เพราะเป็นสาวก M.A.C อยู่แล้วค่ะ
กลิ่นอาจจะแปลกๆสำหรับบางคนหน่อยนะคะ ไม่ได้เหม็นนะคะ แค่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวแบบกลิ่นเครื่องสำอางอ่ะค่ะ บรรยายลำบาก แฮ่ๆ เรื่องกลิ่นไม่ค่อยเป็นปัจจัยหลัก แต่ความที่เนื้อครีมนุ่มละเอียดมาก เกลี่ยง่ายสุดๆ เนียนไปกับผิวแบบที่ไม่ต้องมาคอยเช็คคราบว่าเป็นปื้ดๆอ่ะป่าว เหมาะกับสาวเร่งรีบ (หรือขี้เกียจแบบเราจริงๆ) เนื้อครีมมีความมันเล็กน้อย ไม่ใช่เนื้อแมท (matt) นะคะ แต่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะไม่ได้ทำให้ผิวหน้ามันมาก
บีบมาปี๊ดแรกนี่เห็นถึงความแวววาวของเนื้อครีมเลยค่ะ เนื้อเป็นมุกสีขาวอมชมพูนิ้ดๆ เรียกว่ามึความ แวววาวสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ makeup base ยี่ห้ออื่นๆนะคะ Strobe Cream ของ M.A.C ตัวนี้ไม่ได้ทำให้หน้าขาวขึ้นมาอีกระดับชัดเจน เหมือนกับ makeup base สีชมพู หรือ ม่วง ของยี่ห้ออื่นนะคะ แต่ให้ผิวสว่างใสขึ้นค่ะ จุดเด่น คือทำให้หน้าดูใสปิ๊งแต่ทาแล้วไม่ได้ทำให้หน้าแวววาววเว่อร์นะคะ คือประกายชิมเมอร์ (shimmer) ที่สุดแสนละเอียดจนมองไม่เห็นเนี่ย จะทำให้หน้าตาดูเด้งสว่างใสขึ้นมาทันที เหมาะกับใช้เป็น highlight นะคะ ใช้เน้นช่วงโหนกแก้ม หน้าผาก เพราะ shimmer จะเล่นแสงทำให้ดูสวยเด่นขึ้นมาค่ะ ตัวเองจะใช้บ่อยเวลาหน้าตาโทรมๆ หรือเวลาที่ต้องไปงานกลางคือ อันนี้แจ้งเกิดค่ะ confirm!!
แนะนำว่า ไม่ควรทามากจนเกินไป อย่างที่บอกค่ะว่าเนื้อครีมไม่ได้ทำให้หน้ามันมาก แต่ทำให้ดูมันวาว แล้วอาจทำให้หน้าดูวาวจนเกินไปในเวลากลาววัน เดี๋ยวเป็นคุณน้องหน้ามันนะคะ..อิอิ แต่บางคนกลับชอบในส่วนนี้ อย่างเคยอ่านเจอเชอร์รี่ (เข็มอัปสร สิริสุขะ) ก็ชอบทาตัวนี้ทั้งหน้าแบบไม่ลงแป้งทับเพราะทำให้หน้าดูมันวาวดีทำนองนี้อ่ะค่ะ ตัวเองเป็นคนหน้าค่อนข้างมัน พอเวลากลางวันอาจต้องซับหน้าบ้างค่ะ เนื้อครีม + น้ำมัน + แป้งเนี่ย ไม่ทำให้ดูเป็นคราบนะคะสำหรับ Strobe Cream ตัวนี้ไม่ได้ผสมสารกันแดดนะคะ
สรุปว่าดูจากหลายๆคน และเคยเห็น review ของ magazine ต่างประเทศ ก็ให้ผลตอบรับที่ดีกับ strobe cream ตัวนี้ค่ะ เพราะใช้แล้วหน้าใสจริงๆค่ะ และด้วยความที่เกลี่ยง่ายมาก บีบมานิดหน่อยก็ใช้ได้ทั้งหน้าแล้วนะคะ ทำให้ใช้ได้นานมากกกกกกกๆ อย่างที่มีอยู่ซื้อมาเป็นปีแล้วค่ะ (ตั้งแต่ราคายังไม่ถึง 1,200 บาทในปัจจุบัน เลยค่ะ) ตอนนี้ก็ยังไม่หมดเลยค่ะ (แต่ที่ให้คะแนนไม่มาก เพราะตอนนี้ makeup base ในตลาดมีให้สาวๆเลือกกันไม่ถูกเลยหน่ะสิคะ และมี options อื่นๆ อย่างมีสารกันแดดด้วย เลยต้องให้แบบเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆค่ะ)
Rate : ข้อละ 2 คะแนน เต็ม 10 คะแนนค่ะ
เนื้อครีมเกลี่ยง่าย : 2
ใช้แล้วหน้าไม่มัน : 1
ช่วยทำให้หน้าสว่างใสขึ้น : 2
ไม่ทิ้งคราบขาว : 2
ความคุ้มค่ากับราคา : 1
คะแนนรวม 8/10 คะแนน

บล็อกไทย, Thai Blog, Makeup Base Review, M.A.C, วิจารณ์เมคอัพเบส, เครื่องสำอางแมค, Strobe Cream

Comments (3)