Archive | Beauty & Makeup

ELLE Beauty Top 5 Hall of Fame : Tinted Moisturizers

Posted on 26 February 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าสาวๆ วันหยุดที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าคงจะแฮบปี้กันทุกคนนะคะ เมื่อเสาร์ + อาทิตย์ที่ผ่านมาตัวเองก็มีโอกาสได้ไปอบรมกับ Amarin Training มาด้วยค่ะ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องอดใจรอแป็บนึงนะคะ (กำลังรอรูปอยู่เหมือนกันค่ะ) แล้วเดี๋ยวจะอัพเดทให้สาวๆ ฟังค่ะ ^_^ ระหว่างนี้ก็ลองคลิกกันเข้าไปดูคอร์สต่างๆ กันดูนะคะ หรือสามารถติดตามได้จากแม็กกาซีนในเครืออมรินทร์ เช่น แพรว, สุดสัปดาห์, ชีวจิต, Health & Cuisine เป็นต้นค่ะ

ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนแล้วนะคะ บางทีอาจทำให้สาวๆ ไม่อยากใช้ make up ที่หนาจนเกินไป เพราะพอผสมกับความมันบนใบหน้าแล้วพาลจะทำให้หน้าเหนียวเหนอะหนะ รู้สึกหนาหนักที่หน้าจนเกินไป ที่สำคัญบางคนเตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกันแล้ว เพราะมีวันหยุดยาวรับเงินเดือนออกใน weekend นี้ด้วยนะคะเนี่ย (คริๆ เป็นที่อิจฉาอย่างยิ่ง keng11.gif )

วันนี้ vinegargirl ขอนำเสนอ BEAUTY TOP 5 HALL OF FAME :
Tinted Moisturizers จาก elle ค่ะ

elle-hall-of-fame_tinted-mo.jpg

จากใน Top 5 Hall of Fame นี้โดยส่วนตัวเคยใช้แค่ของ Clinique ยี่ห้อเดียวค่ะ ซึ่งก็ชอบเหมือนกันค่ะ และเคยใช้ Stila Illuminating tinted moisturizer ซึ่งก็ชอบมากๆ อีกเช่นกันค่ะ แต่ที่ได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลนี่ เป็น Laura Mercier ค่ะ ถ้าสาวๆ คนไหนเคยลองแล้ว รบกวนเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ^_^

หลายคนอาจสงสัยว่า Tinted Moisturizer คืออะไร?
A : Tinted Moisturizer ก็คือมอยเจอร์ไรเซอร์ ผสมรองพื้นเนื้อบางเบาค่ะ คือเป็นแบบ 2 ขั้นตอนในครั้งเดียวค่ะ คือบำรุงผิวหน้า และ ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ

ในบางยี่ห้ออาจผสมสารกันแดด และเนื้อแบบ sheer หรือ illusminating ที่ช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งประกาย ดูชุ่มช่ำแบบ dewy look คือ ผิวที่ดูฉ่ำๆ โดยที่สาวๆ อาจทาแต่ tinted moisturizer โดยไม่ต้องลงแป้งทับค่ะ ลุคนี้เหมาะมากๆ สำหรับสาวๆ ที่ไปเที่ยวทะเลค่ะ ^_^

Comments (4)

Valentine’s Make Up

Posted on 13 February 2007 by Vinegar Girl

ช่วงนี้ต้องรีบเอาใจสาวๆ ค่ะ ตามกระแสนี้ดดดส์นึงค่ะ กลัวสาวๆ ไม่สวยสุดๆ
ในวันสำคัญที่มาถึงพรุ่งนี้แล้วค่ะ อะฮั้นก็รีบปั่น topic นี้เป็นการด่วนเลยค่ะ
อ้อ! ก่อนที่สาวๆ จะไปสวยกัน ขอแทรกให้หนุ่มๆ หน่อยนะคะ
ถ้าใครยังคิดไม่ออกบอกไม่ถูกเรื่องดอกไม้ และอยู่แถวๆ สีลมด้วยละก็
vinegargirl มีร้านดอกไม้น่ารักๆ มาแนะนำค่ะ อยู่ในซอยคอนแวนต์ค่ะ
สังเกตหน้าร้านสีม่วงสุดเก๋โดดเด่นมาแต่ไกล ชื่อร้าน treats ค่ะ
พี่อี๊ด เจ้าของร้านสุดสวย จะคอยให้คำแนะนำกับหนุ่มๆ รวมทั้งยังมีตุ๊กตาน่ารักๆ
ให้เลือกมากมาย รับรองว่าจะได้ช่อดอกไม้สุดเก๋ในวาเลนไทน์นี้
สำหรับมอบให้คนพิเศษของคุณ สามารถโทรไปถามข้อมูลเพิ่มเติม
หรือสั่งจองได้ค่ะ ที่เบอร์ 0-2234-0839 ^_^

ขอบคุณภาพ Mischa Barton และ Jacinda Barrett
จาก elle ค่ะ

vinegargirl-m-mischa-jacind.jpg

แนะนำโทนสีพีช – แอปริคอต ซึ่งทำให้สาวทุกโทนสีผิวสวยได้แน่นอนค่ะ ใช้บลัชออนโทนสีพีช และปากโทนสีส้มอมชมพู ซึ่งทำให้ใบหน้าสดใส นอกจากนี้ยังดูอ่อนเยาว์มากๆด้วยค่ะ

vinegargirl-m-hilary-lindsa.jpg

สำหรับสาวเปรี้ยว ก็จะเป็นอะไรอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากสโมคกี้อายส์ค่ะ เหมือนอย่าง Hilary Duff ที่เป็น smoky eyes ในโทนน้ำตาล ไม่ดูเข้มจนเกินไป กับปากสีชมพูค่ะ

หรือว่าจะกรีดตาด้วย อายไลเนอร์ ให้เส้นคมเข้ม เหมือนลุคของ Lindsay Lohan ก็ได้ค่ะ + กับปากสีนู้ดแล้ว ดูเซ็กซี่ แฝงความหรูด้วยค่ะ

Comments (3)

Pop Cherub by Lancome

Posted on 03 February 2007 by Vinegar Girl

popcherub-lancome-300.jpg

เนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักค่ะ
จึงอยากแนะนำเมคอัพน่ารักๆ ให้เหมาะกับเทศกาลค่ะ
เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ กุชชี เวสต์แมน เนวิลล์
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าของ Lancome
ให้สาวๆ สวยไร้เดียงสา ราวกับเทพธิดาน้อย แสนซนค่ะ
กับ Pop Cherub Collection สีสันแต่งหน้าฤดูใบไม้ผลิปี 2007 ค่ะ

lancome-popcherub-eyeshadow.jpg POP CHERUB PALETTE
(3,400 บาท) ตลับอายแชโดว์ห้าสี เนื้อครีมและเนื้อฝุ่น พร้อมพู่กันและกระจก ในตลับสไตล์วินเทจผสานด้วยรายละเอียดทันสมัยอย่างโลโก้ของแบรนด์บนป้ายกลมสีเบบี้พิงค์และ cupid ใน 2 ชุดโทนสี คือสีพาสเทลกับสีช็อคโกตค่ะ

 

lancome-popcherub-lipbalm.jpgSWEET CAPRICE (1,000 บาท)
ลิปบาล์ม หอมกลิ่นมาร์ชมัลโลว์ บำรุงเรียวปากให้ชุ่มชื่น ค่ะ

 

 

 

lancome-popcherub-cheek.jpg MAGIE BLUSH (1,200 บาท)
มูสแต่งสีแก้มสุดสวยค่ะ

 

 

 

lancome-popcherub-lipstick.jpg COLOR FEVER (1,000 บาท)
ลิปสติกสีสันโดดเด่น เนื้อสัมผัสบางเบา ติดทนนาน มี 2 สีค่ะ Beige Loo และ Rose Shamal ค่ะ

 

 

และนอกจากนี้ยังมีรองพื้น Teint Idole Ultra ที่เป็นรองพื้นเลื่องชื่อของลังโคม และอายไลเนอร์ (1,700 บาท) และTraceur Design (1,250 บาท) อายไลเนอร์แบบพู่กันค่ะ

Comments (4)

Newest Mascara

Posted on 31 January 2007 by Vinegar Girl

เนื่องจากช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา แต่อยากอัพบล็อกหน่ะค่ะ
เลยขอแบบสั้นๆ (รึเปล่าคะเนี่ย!?) อิอิ  kuki.JPG
เมื่อวานได้รับ email จากน้อง Katiay Rubby ขอบคุณนะค๊า..
และนอกจาก email แล้วน้อง Rubby ของเรายังฝาก comment
มาในเรื่องของ mascara (มาสคาร่า) อีกด้วยค่ะ appre2.gif
วันนี้เลยรีบปั้นเรื่องมาสคาร่า มาเอาใจสาวๆ ว่ามีอะไรใหม่กันบ้าง

เพิ่มเติม ณ วันที่ 1 Feb 07 ค่ะ

เนื่องจากตอนนี้คงเป็นที่ถูกอกถูกใจสาวๆ กำลังจะอัพตอนใหม่
เข้ามาเจอ comments กันเข้ามาถล่มทลาย จึงขอยกตอนนี้ให้คงอยู่อีกหนึ่งวันค่ะ
(จริงๆ แล้วถูกใจกว่า เพราะได้ถือโอกาสยืดไปอีกตอน อิอิ)
เรามาดู comments ของสาวๆ กันค่ะ ว่ามีใครว่ายังไงบ้าง
w-fasio.jpg

น้อง Rubby แนะนำมาสคาร่าของ Fasio ค่ะ

ถ้างั้นใครอยากได้แบบกันน้ำและยาวด้วยดีด้วย ก็ต้องของ Fasio เลยรับรองร่นกันน้ำรุ่นนี้กระโดดลงน้ำได้เลย แถมมีให้เลือกด้วยว่าอยากได้อย่างยาวหรืออย่างหนา แต่เคล็ดลับก็ง่ายๆ อ่ะค่ะ ปัดซิกแซกสิก็ยาวแล้วค่ะ

ลองแอบเดินไปเช็คราคาในวัตสันมาแล้วค่ะ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 290 บาท ค่ะ ^_^

จาก น้องหนิง ค่ะ

พี่อ้อมหนิงใช้ของคลีนิกอยู่ ตัวนี้แหละ ดีมากเลยนะ เพราะปัดแล้วใช้หวีแปรงมันเหมือนเราต่อขนตาปลอม สวยมากเลยค่ะ แล้วไม่เลอะเป็นหมีแพนดาด้วย ราคาดูแพง แต่ใช้ได้เป็นปี คุ้มมากขอบอก

น้อง Pui_n* เค้าบอกมาว่า

เออช่ายยตอนนี้ใช้lancomeแล้วมันแอบเป็นก้อนนิสนึงงด้วยอ่า

ส่วน น้องมิ้ง ให้คำแนะนำมาแบบนี้ค่ะ

ตอนนี้มิ้งใช้คลีนิคค่ะ ชอบนะคะ เพราะว่ามาสคาร่าไม่จับเป็นก้อน(แม้ปัดซ้ำ) ที่สำคัญมิ้งเป็นคนชอบขยี้ตาน่าดู แต่กลับไม่เลอะขอบตาอย่างที่คิดไว้  ไม่ต้องตกใจนะคะเพราะว่าใช้แค่วาสลินลูบทิ้งไว้ แล้วเช็ดด้วยสำลี แค่นี้ก็สะอาดหมดจด ชอบม๊าก มากค่ะ
พี่อ้อม มิ้งเจอโฆษณา ยี่ห้อ เดจาวู ที่ขายที่วัตสัน อันนี้นี่ดีจริงรึเปล่าคะ อ้อ! สำหรับสาวขนตาสั้น มีคนแนะนำของ Helena ค่ะ เขาบอกว่ายาวได้ใจ แถมโค้งสวยงามราวสะพานพระราม 9 ใครมี comment รีบ add นะคะ อยากทราบค่ะ

w-esteelauder-projectionist.jpg

อีกหนึ่งนวัตกรรมล่าสุด กับ Estee Lauder
Projectionist High Definition Volume Mascara  (900 บาท)

มาสคาร่า นวัตกรรมพิเศษ VolumAire เทคโนโลยีก้าวล้ำ มีส่วนผสมของสารโพลีเมอร์พิเศษที่มีลักษณะกลมกลวง ทำหน้าที่เหมือนบอลลูนอากาศ ทำให้ขนตาหนาโดยไม่ทำให้ขนตาหนักลง นอกจากนี้ยังมีแปรงพิเศษที่ออกแบบมาให้แปรงขนตาได้ โดยไม่จับเป็นก้อนค่ะ

 

w-clinique-defining-power.jpgDefining Power Mascara จาก Clinique  (850 บาท)

Defining Power Mascara มีด้ามแปรงที่เป็นทั้งหวี และแปรงในด้ามเดียวกัน ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับขนตาของสาวเอเชียที่ส่วนใหญ่ มีลักษณะสั้นและตรง Defining Power Mascara

จะช่วยเพิ่มความหนาของขนตา และให้ขนตาเรียงตัวสวย ไม่ติดกันเป็นก้อน และไม่หลุดลอกเป็นเกล็ด พร้อมสร้างความคมเข้มให้ขนตาแต่ละเส้นด้วยเนื้อสีเข้มข้น ทำให้ดวงตาสวยงามโดดเด่นขึ้นอย่างที่คุณคาดไม่ถึง

นอกจากนี้ คลีนิกข์ยังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเพิ่มหวีสามซี่เล็กๆ ด้านปลายหวี เพื่อให้ปัดมาสคาร่าได้ ในบริเวณที่ยากแก่การเข้าถึง เช่น หัวตา และส่วนที่แคบของดวงตา

w-lancome-cils-design-pro.jpg

Lancome Cils Design Pro จาก Lancome (ราคาสอบถามที่เคาน์เตอร์ลังโคม)

มาสคาร่าสมบูรณ์แบบ ช่วยจัด ปรับ แต่ง และเพิ่มความเรียวให้กับขนตา เพียงสองขั้นตอนง่ายๆ

  • มาสคาร่าปลายแรก Hi Pro Stretch แปรงปัดช่วยจัดระเบียบขนตาให้เรียงเส้นสวย และเนื้อมาสคาร่าที่มีส่วนผสมพิเศษ อย่าง Fiberstretch Complex ช่วยต่อปลายขนตาให้ยาวขึ้น
  • ปรับแต่งขนตาด้วยมาสคาร่าปลายที่สอง เนื้อมาสคาร่า Plum Wax Complex เข้าเคลือบขนตาอย่างทั่วถึงแบบเส้นต่อเส้น ช่วยให้ขนตางอนงามขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Comments (8)

ETUDE Clean & Lasting Eyeliner – Review

Posted on 25 January 2007 by Vinegar Girl

สำหรับน้อง Pui_n* เรื่องทรงผมไปงานที่จะใส่กับเดรสเกาะอกนั้น
พี่อ้อมแนะนำว่า ถ้าผมยาวพอที่จะรวบได้ ลองรวบหางม้าแบบต่ำ แล้วเอาหางม้าปัดเอียงมาข้างใดข้างหนึ่ง และเอามาไว้ด้านหน้า เพื่อไม่ให้ดูโล่งๆ ตรงช่วงไหล่ก็ได้ค่ะ (อธิบายแบบนี้แล้ว งงไหมคะ?) เอาไว้เดี๋ยวจะรีบหารูปมาไว้ให้ดูนะคะ (หวังว่าคงพอจะทันก่อนวันงานของน้อง Pui_n* นะคะ)

ขอบคุณสองหนุ่มจากงาน Thailand Blogger Meeting 2007
ที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะคะ คุณต้อม ช่างภาพสุดเท่จาก photomind
และ Catkun หนุ่มหน้าใส อยากรู้ว่าบล็อกของแต่ละคนมีอะไร
ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านกันเลยค่ะ ยังไงขออนุญาตใส่ link เช่นกันนะคะ ^_^

น้องMink ส่งข่าวมาบอกสาวๆค่ะว่า VNC ลดราคาถึง 80%
อยู่ที่ Central World (เซ็นทรัลเวิร์ด) คิดว่าสาวๆ คงได้แวะไปดูนะคะ อิอิ

ขอบคุณ NongNing , น้อง Opal และสมาชิกใหม่ น้องแผม
ที่แวะเข้ามาทักทายนะจ้ะ ^_^

กลับมาแล้วค๊า..กับการรีวิว ที่ไม่ได้ทำซะนาน แฮ่ๆ
ขอต้อนรับการกลับมาคราวนี้ กับอะไรที่เป็นแท่งๆ อีกแล้วค่ะ!
เก๊าะ..แหม อะฮั้นชอบอะไรที่เป็นแท่งนี่ค่ะ.. อิอิ
ต้องเป็นอะไรที่ขนาดพอดีมือ ใช้ง่าย..ใช้สะดวก และเสร็จ!
อุ้ย! พิมพ์หล่นไปหน่ะค่ะ fauxcul1.jpg และสวยเสร็จในขั้นตอนเดียว
จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากอายไลเนอร์ เอ้อ..เอ้อ.. แท่งนี้นี่เอง!!
แต่ที่เกริ่นนำช่วงแรก ดูเหมือนไม่น่าจะกลายมาเป็นอายไลเนอร์ได้เลย sweat12.gif

et-cleaneye-1.jpg

Clean & Lasting Eyeliner จาก Etude ค่ะ
ขนาด 8.5g
ราคา ประมาณ 4xx บาท
(สี่ร้อยกว่าบาทค่ะ พอดีซื้อในช่วงลดราคา เลยจำราคาไม่ได้ค่ะ)

คุณสมบัติที่ Etude นำเสนอนั่นคือ

  • ส่วนผสมเช่น Fit-Up polymer ที่ทำให้ Clean & Lasting อายไลเนอร์ ไม่เลอะเปื้อนรอบดวงตาค่ะ
  • ด้วยสูตร Quick Drying Synthetic polymer ที่ทั้งแห้งเร็ว และยังช่วยให้อายไลเนอร์ติดทนนาน และยังคมชัดอยู่ตลอดค่ะ

Review : จะขอเริ่มรีวิวส่วนปลายพู่กันก่อนนะคะ คิดว่าส่วนของพู่กันสำหรับเขียนค่อนข้างยาวและอ่อนนุ่มมาก จึงทำให้การควบคุมเส้นค่อนข้างยากในการเขียนครั้งแรกๆค่ะ แต่พอเริ่มชินและเริ่มมีเทคนิคในการคอนโทรลก็จะเขียนง่ายขึ้นค่ะ ที่คัญสำหรับอายไลเนอร์แบบน้ำ หรือลิควิดแบบนี้คือ เราสามารถบังคับให้เส้นใหญ่ เส้นเล็ก หรือเส้นหมี่ได้ อุ้ย! ไม่ใช่ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้วค่ะ พอเราเริ่มฝึกวิชาแก่กล้า เราก็จะสามารถควบคุมเส้นให้ออกมาจากจิตวิญญาณ~ มาสู่ปลายพู่กันได้อย่างงดงามค่ะ

ด้วยส่วนผสมที่ลงท้ายด้วย polymer เนี่ยค่ะ เวลาเขียนลงไปนี่จะให้ความรู้สึกแตกต่างจากอายไลเนอร์แบบน้ำทั่วๆไปเลยนะคะ มันจะเหมือนฟิล์มเคลือบอยู่ แห้งเร็วมากๆ ซึ่งในจุดนี้ช่วงแรกจะมีปัญหาเวลาเขียนไม่สวย ต้องมาลบเขียนใหม่ แต่เพิ่งค้นพบสูตรค่ะ คือจริงๆ ใช้คอทท้อนบัด หรือก้านสำลีเนี่ยหล่ะค่ะ (แฮ่ๆ คิดคำศัพท์ไม่ทัน.พิมพ์ซะยาวเชียว) เอาก้านสำลีชุบน้ำหมาดๆ แล้วค่อยๆ เกลี่ยเส้น หรือส่วนที่เราเขียนผิด หรือเขียนไม่สวยออก แล้วค่อยๆลงอายไลเนอร์ใหม่ค่ะ ทีนี้ก็ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ แล้วรอบดวงตาจะไม่เลอะ และไม่ต้องมานั่งแต่งใหม่ทั้งหมดค่ะ ซึ่งอันนี้ถือเป็นข้อดีนะคะ เพราะถ้าเค้าไม่ได้ทำให้เป็นโพลีเมอร์เนี่ย เวลาลบอาจยุ่งยาก และเลอะเทอะด้วยค่ะ ซึ่งคุณสมบัติเค้า คลีน และ ติดทนนานสมชื่อเลยค่ะ ไม่ว่าจะเย็นย่ำขนาดไหน สีของอายไลเนอร์ก็ยังแจ่มชัดอยู่เสมอค่ะ ที่สำคัญ ไม่เคยเลอะเทอะเลยค่ะ ดีมากๆ เลยค่ะ (เพราะปกติใส่คอนแทคเลนส์ แล้วบริเวณรอบดวงตาจะเลอะง่าย อาจเป็นเพราะต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อย) แต่ใช้อายไลเนอร์ตัวนี้ ไม่เคยต้องกังวลเลยค่ะ บางครั้งตอนเย็นต้องออกไปงานต่อ ก็สามารถล้างหน้าได้ + แต่งหน้าใหม่ได้เลยค่ะ แต่อายไลเนอร์ยังอยู่ (ถ้าไม่ฟอกโฟมล้างหน้า ถู หรือ ขยี้ที่รอบดวงตาเวลาล้างหน้านะคะ) เวลาล้างออกจริงๆ ง่ายมากเลยค่ะ แนะนำว่าใช้น้ำยา หรือเจลล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาชุบสำลีแปะไว้สักครู่ แล้วลูบออกได้ง่ายได้ บางทีถ้าล้างหน้า เราก็จะสามารถลอกออกได้เลยค่ะ (ต้องใช้คำนี้ค่ะ เพราะบางทีเวลาล้างหน้าธรรมดา แล้วพยายามถูเบาๆตรงอายไลเนอร์..เค้าสามารถลอกออกมาเป็นเส้นได้เลยค่ะ อันนี้ไม่มีเลอะเทอะรอบดวงตา เป็นหมีแพนด้าแน่นอนค่ะ) ขอแอบกระซิบอีกนิดหน่อย ว่าใช้เจลล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาจะเวิร์คกว่าค่ะ เพราะไม่ใช่แบบน้ำมัน (ยี่ห้อที่ใช้ดีก็คือ ของ Talika ค่ะ ^_^) สรุปว่าไม่เป็นหมีแพนด้าระหว่างวันแน่นอนค่ะ

แต่ข้อด้อย ของอายไลเนอร์ตัวนี้ก็มีค่ะ ตรงที่เป็น polymer เช่นกันค่ะ เพราะถ้าเขียนบนผิวรอบดวงตาเราเนี่ยเจ๋งมากๆ แต่พอดีเรามีขนตาด้วยสิคะ และยิ่งถ้าเป็นคนที่ขนตางอนเด้งเช้งวับละก็ ค่อนข้างมีปัญหาค่ะ ตรงที่ปลายพู่กันจะโดนส่วนของขนตาด้วย ทำให้ใยโพลีเมอร์จับที่ขนตาด้วย โดยเฉพาะช่วงโคนขนตา ทีนี้เวลาเขียนอายไลเนอร์สวยแล้ว จะปัดขนตาให้เรียงเส้นสวย อาจทำได้ยากมาก ถ้าโคนขนตาโดนจับด้วยอายไลเนอร์ เพราะมันจะไม่สามารถแผ่กระจายได้เรียงเส้นแล้วค่ะ และภาคต่อหลังจากนั้น คือเวลาล้างออกเนี่ยหล่ะค่ะ ถ้ามันกระจุกตรงโคนขนตาเยอะ อันนี้ต้องอาศัยความใจเย็นในการล้างเครื่องสำอางเข้าช่วยค่ะ บางทีกลับมาเหนื่อยๆ อยากรีบนอน ก็จะรูดๆ (เอ่อ..หมายถึงเส้นขนตานะเคอะ มิใช่รูดๆๆ อย่างอื่น อิอิ) พอรูดๆๆ มากๆเข้า มันก็หลุดหน่ะสิคะ! ขนตาค่ะ ขนตาหลุดค่ะ อีกสิ่งหนึ่งคือ ตัวเนื้ออายไลเนอร์เวลาเขียนเสร็จ พื้นผิวจะมีความมันวาวเล็กน้อยค่ะ ถ้าคนที่ต้องการขอบตาแบบที่ดูเป็นธรรมชาติหน่อย คิดว่าไม่น่าจะเหมาะค่ะ เพราะอันนี้จะเห็นเด่นชัดขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ ถ้าจะให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้เขียนขอบตา อาจต้องใช้อายไลเนอร์แบบดินสอ หรือแบบเจลจะดีกว่าค่ะ

เขียนมาซะยาวเหยียด อ่านกันเหงือกแห้งเลยสิคะเนี่ย! จริงๆ อยากจะบรรยายละเอียดกว่านี้ แต่กลัวเห็นเรื่องวันนี้แล้วจะกลัวจนเล็บเหลืองกันซะก่อน เอาเป็นว่า ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม แบบให้บรรยายจนเห็นภาพ บอกได้ค่ะ เดี๋ยวจัดให้นะคะ ^_^

วันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ ราตรีสวัสดิ์ (รู้ว่าคุณผู้อ่าน ต้องอ่านตั้งแต่เช้ายันเย็นแน่ๆ สำหรับรีวิวเรื่องนี้ แฮ่ๆ sweat-2.gif )

Comments (2)

เทรนด์การแต่งหน้า ก่อนลาหน้าหนาวค่ะ

Posted on 05 January 2007 by Vinegar Girl

คงยังไม่สายที่จะบอก Happy New Year กับทุกๆคนนะคะ
(จริงๆ ช้าไปมากแล้ว น่าจะเป็นอวยพรวันเด็กจะดูอัพเดทมากกว่า…แฮ่ๆ)
ถึงเริ่มปีนี้ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ
มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน
และที่สำคัญขอให้มีเงินใช้เยอะๆนะค๊า….. ^_^
ขอบคุณน้องเบส NongNing ที่อวยพรปีใหม่มาด้วยนะคะ
น้องโอปอล (พี่อ้อมว่าจะคุยหลังไมค์กับ link ที่น้องโอปอลอยากรู้หน่ะค่ะ
จริงๆ พี่อ้อมไม่มี link หน่ะค่ะ แฮ่ๆ แต่เดี๋ยวจะอัพเดทข้อมูลให้นะคะ)

วันนี้เรามาอัพเดทเทรนด์แต่งหน้าในช่วงที่อากาศเย็นเริ่มจะจางไปดีกว่าค่ะ
ขอบคุณภาพจาก elle ค่ะ

vinegargirl-makeup-W06-01.jpg

จากรันเวย์ของ Oscar de la Renta ที่มาในแนว Earth Tones ค่ะ
ส่วนหนาวนี้ต้องปากแนว Winter Pink บนรันเวย์ของ Peter Som

vinegargirl-makeup-W06-02.jpg

Soft Gray Smoky Eye การไล่สีแปลกตาแบบสโมกี้ อายส์นั้นมาในทุกหนาวค่ะ แต่หนาวนี้ทำให้ดูบางเบาลง ด้วยสีเทาอ่อนๆค่ะ บนรันเวย์ของ Doo Ri

Frosty Lips and Warm Cheecks ปากชมพูชุ่มฉ่ำดุจน้ำค้างแข็งในหน้าหนาว จะดูอบอุ่นขึ้นกับแก้มสีพีชค่ะ จากรันเวย์ของ Michael Kors

vinegargirl-makeup-W06-03.jpg

Matte Finish บนรันเวย์ของ Louis Vuitton ที่ใช้ Loose powder ตาสีนู้ด หรือเปลือยเปล่า เพิ่มความสดใสบนใบหน้า ด้วยแก้มสี peach ค่ะ

Black Liner ที่กำลังฮอตฮิตในช่วงนี้ บนรันเวย์ของ Derek Lam

vinegargirl-makeup-W06-04.jpg

ใช่ว่า Black อย่างเดียวจะเฉี่ยวได้นะคะ Midnight Blue Shadow บนรันเวย์ของ Versace ก็ทำให้สาวๆ ดูเปรี้ยวเฉี่ยวได้ไม่แพ้ใครเลยค่ะ แต่อย่าลืมสูตรเบสิค ตาเข้ม+ปากอ่อนนะคะ

Femme Fatale Eyeliner and Red Lips อันนี้เป็นข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวค่ะ ที่การเขียนอายไลเนอร์เน้นย้ำทั้งดวงตาและตวัดปลายเฉียงแบบ Femme Fatale กับปากแดงก่ำ (ที่ไม่ได้ทำตามสูตร) ต้องประกอบกับการแต่งตัวด้วยนะคะ ถ้าเป็นเดย์ลุคไม่แนะนำค่ะ ^_^ จากรันเวย์ของ Valentino ค่ะ

Comments (4)

เคล็ดลับการแต่งหน้าเพื่อไปงานปาร์ตี้

Posted on 21 December 2006 by Vinegar Girl

เมื่อวันศุกร์-เสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาศไปดู Bangkok Jazz Festival ที่สนามเสือป่ามาค่ะ (เวลาเล่าให้ใครฟัง ก็ถามกันเข้ามาเยอะเหลือเกินว่า ใช่งานเดียวกับที่มีข่าวใน internet เกี่ยวกับนางแบบรึเปล่า? ขอบอกว่าไม่ใช่นะคะ อันนั้น Jazz Royale จัดไปเมื่ออาทิตย์ก่อนหน้าค่ะ งานนั้นไม่ได้ไปค่ะ แฮ่ๆ fauxcul3.jpg ) อากาศก็เป็นใจเริ่มเย็นลงเมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. พอดี ถึงแม้จะไม่เย็นเท่ากับปีที่ผ่านๆมา (และไม่เย็นเท่าตอนนี้) แต่ก็ถือว่าสบายๆค่ะ

งาน Jazz Fest ที่ผ่านมาจึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่เกิดขึ้นในปีนี้ของอ้อมเองค่ะ  (ใครว่าดูแจ๊สแล้วจะหลับ ขอบอกว่าไม่เป็นเช่นนั้นเลยค่ะ ขอบอกว่าได้ลุกขึ้นเต้นไปกับ Tower of Power และยังมี Jazz Kamikaze ที่ทำให้หลงรักการเล่นสดของพวกเค้า มากขึ้นกว่าการฟังจาก CD เฉยๆค่ะ ถ้าใครอยากจะทราบว่า Jazz Kamikaze เป็นยังไง และเพลงแจ๊สมีอะไรที่น่าสนใจอีก สามารถอ่านได้ที่ aoddyz ค่ะ (แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้อัพเดท เพราะมีสิ่งมหัศจรรย์สิ่งที่ 8 เกิดขึ้นในชีวิตของเค้าค่ะ Teeth_Smiley3.gif )

มาเข้าเรื่องวันนี้กันค่ะ ยังคงให้สาวๆได้สวยไปงานปาร์ตี้กันค่ะ
กับข้อมูลดีๆจาก นิตยสารแอล (ประเทศไทย)
ฉบับเดือน ธันวาคม 2549 ค่ะ

ขอบอกว่าเคล็ดลับจากคุณนิก บาโรสนี้เป็นประโยชน์กับสาวๆมากจริงๆค่ะ ^_^

vinegargirl-party-M-01.jpg
PARTY MAKE UP
โดย คุณนิก บาโรส
เมกอัพอาร์ทิสต์

สไตล์การแต่งหน้า ต้องดูเป็นธรรมชาติ เพราะงานปาร์ตี้เล็กๆจะใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ลองสีทองเมทัลลิก หรือแดงเบอร์กันดี ใช้ให้ดูง่ายๆ ไม่แฟนซีหวือหวามาก

เมกอัพแบบธรรมชาติ เน้นการแต่งดวงตาหรือริมฝีปากอย่างใดอย่างหนึ่ง ลองเล่นกับสีสันใหม่ๆ โดยผิวต้องดูเป็นธรรมชาติ ส่วนตัวผมชอบใช้  Clarins True Comfort Foundation และ  Laura Mercier Oil Free Tinted Moisturizer แล้วใช้   Translucent Loose Powder ปัดเบาๆ บริเวณทีโซน

มิกซ์แอนด์แมตช์ ลองสิ่งที่ปกติเราแต่งไม่ได้ อย่างแต่งดวงตาแบบเมทัลลิก สโมกกี้ หรือใช้อายไลเนอร์กลิตเตอร์ให้ดวงตาดูระยิบระยับ ทาปากด้วยสีแดงเบอร์กันดีก็เข้ากันได้ดีกับเสื้อผ้าสีดำ

แต่งหน้าด้วยกลิตเตอร์ เลือกเติมชิมเมอร์เพียงบริเวณเดียว อาจเป็นดวงตา แก้ม ปาก หรือเล็บ

ลุคที่สวยทุกปาร์ตี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะดูสวยด้วยสีทอง ซึ่งสามารถแต่งได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

เทรนด์การแต่งหน้าสำหรับปาร์ตี้ ผมชอบลุคของ Chanel ที่แต่งหน้าแบบร็อกสตาร์ โดยใช้สีเมทัลลิกที่ดวงตา ใช้กลิตเตอร์เม็ดเล็กๆ ส่วนริมฝีปากต้องใช้สีแดงหรือเบอร์กันดี ซึ่งเนื้อลิปไม่ควรแวววาว

ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวหลังปาร์ตี้ แช่  SKII Face And Eye Mask ในตู้เย็น แล้วเอามาใช้ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

สีเมกอัพเข้ากับสีเสื้อ เลือกสีเมกอัพกับเสื้อผ้าที่โทนสีเดียวกันได้แต่ต้องคนละเฉด อย่างเช่น ถ้าชุดแดง ริมฝีปากควรเป็นสีน้ำตาลแดง ซึ่งทิปส์นี้สามารถใช้กับเล็บได้ด้วย
 

Comments (3)

Stila – illuminating tinted moisturizer spf 15 – Review

Posted on 28 September 2006 by Vinegar Girl

แต่น แตน แต๊นนนนน….
ท่านผู้อ่านโปรดทราบ ช่วงนี้ฝนตกหนักทู้ก-กวัน
ต้องระวังสุขภาพกันหน่อยนะคะ
ควรกางร่ม หรือ ใส่เสื้อกันฝน จะได้ปลอดภัย (จากการเปียกฝน)
สำหรับใครที่ไม่ชอบกางร่ม หรือ ใส่เสื้อกันฝน ก็อาจ”ชื้นแฉะ”
และ “เลอะเทอะ” กันได้นะคะ!! เสี่ยงต่อสุขภาพมากๆค่ะ…ไม่ดีค่ะ ไม่ดี!
เอ่อ..ทั้งหมดที่พูดมา หมายถึงเรื่องฝนอย่างเดียวจริงๆค่ะ เหอๆๆ herher-11.gif

หายไปนานสำหรับการรีวิว วันนี้จัดให้แล้วค๊า…. Teeth_Smiley3.gif
สำหรับ แท่งเดียว ที่ทำให้เสียว อุ้ย! ที่ทำให้สวยเสร็จครบวงจร!!
แหม..พิมพ์ผิดค่ะ ไม่ต้องตกใจค่ะ fauxcul4.jpg
ยังอยู่ในเรื่องความสวยความงามเช่นเดิมค่ะ กับ

stila-illuminating-tinted-0.jpg

อูยยยย…. แท่งใหญ่และยาวไปหน่อยมั้ยคะเนี่ย! เอ่อ…หมายถึงรูปหน่ะค่ะ แฮ่ๆ..ใช้คำนามที่เป็นประธานผิดไปหน่อย อิอิ fauxcul4.jpg กับ (อีกทีค่ะ)
illuminating tinted moisturizer spf 15
จาก Stila ค่ะ
ขนาด 50 ml
ราคา 1,350 บาท

กับสรรพคุณที่เค้าบอกมาว่า เป็นสิ่งที่รวมความชอบของสาวๆ ไว้ในแท่ง..อุ้ย! หลอดนี้หลอดเดียว!! ว้าววว…ฟังแล้วน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆค่ะ!!

  • ไม่ว่าจะเป็นชิมเมอร์ในปริมาณที่พอเหมาะ
  • เนื้อมอยซ์เจอร์ที่ทำให้ผิวสาวๆ ดูสวยสมบูรณ์แบบได้ตลอดวัน
  • แถมยังมีสารกันแดด spf 15 อีกด้วย

จะสวยด้วยหลอดนี้เดี่ยวๆ หรือใช้ก่อนทารองพื้นก็ได้ค่ะ แหมสรรพคุณช่างครบวงจรจริงๆค่ะ แบบนี้มีรึที่ vinegargirl จะพลาด!

stl-illu-t-m-15.jpg

Review : เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้น ไม่ได้เป็นเนื้อมอยซ์เจอร์แบบเหลวนะคะ ครีมค่อนข้างเกาะตัวกันมากๆ สำหรับเรื่องกลิ่นก็โอเคค่ะ คือไม่ได้มีกลิ่นเครื่องสำอางรุนแรงมาก และไม่ใช่กลิ่นเดียวกับแป้งของ stila (ที่เคยบอกว่า กลิ่นเหมือนน้ำนมข้าว ที่บางคนรู้สึกหื่นๆ เอ้ย!หืนๆ หน่ะค่ะ อิอิ fauxcul4.jpg )

สำหรับชิมเมอร์ที่เราจะได้เห็นในเนื้อมอยซ์เจอร์ illuminating tinted moisturizer จาก Stila อันนี้ไม่ได้โดดเด่น เป็นประกายวิบวับมากมายนะคะ ซึ่งตัวเองก็คิดว่าพอเหมาะแล้วค่ะ ไม่งั้นสาวๆ คงหน้าวิบวับ เหมือน(กระจก)พระอุโบสถ ไปเรียน หรือทำงานกันตอนกลางวัน มันจะไม่งามค่ะ (แฮ่ๆ พูดไปนู่น! shy.gif )

พอทาลงไปที่ผิวเนื้อมอยซ์เจอร์จะให้ความรู้สึกเคลือบลงบนผิว ทำให้ผิวมีความนุ่ม รู้สึกเรียบเนียนในการแต่งหน้า มีความมันอยู่บ้างเล็กน้อย ไม่มากนะคะ (ก็เพราะเป็นมอยซ์เจอร์นี่คะ แฮ่ๆ) เนื้อมอยซ์เจอร์มีสีออกเนื้ออ่อนๆ ค่ะ เมื่อทาลงไปก็ทำให้หน้าดูสดใสขึ้นค่ะ ด้วยชิมเมอร์เนื้อละเอียดที่ช่วยสะท้อนแสง นั่นเองค่ะที่ให้หน้าดูสดใส สิ่งที่ดีโดดเด่นคือมีสารกันแดดในตัวด้วย ซึ่งทำให้สาวๆ ที่ไม่มีเวลา (หรือขี้เกียจอย่างดิชั้น) ที่จะทำอะไรหลายๆ ขั้นตอน เจ้าหลอดนี้ สามารถตอบโจทย์ได้ค่ะ
ถ้าให้เปรียบเทียบกับ รองพื้น VS illuminating tinted moisturizer spf 15 นี้ขอให้คำจำกัดความเว่าเป็น มอยซ์เจอร์กันแดดแบบมีสี ที่ช่วยให้หน้าดูสดใส ในคราวเดียว ค่ะ คุณสมบัติในการอำพราง และการปกปิดยังไม่สามารถทำได้เหมือนรองพื้นค่ะ

MakeUp Base VS illuminating tinted moisturizer spf 15 น้องหงษ์ของเรา เข้ามาถามหลังไมค์ว่ามันช่วยให้หน้ากระจ่าง ต่างกันอย่างไร? อืม…ขอตอบแบบทื่อๆ เหมือนเมื่อกี้อ่ะค่ะ… ก็คือ makeup เบสจะส่งพลังให้หน้ากระจ่างใส หรือบางยี่ห้อ ก็ทำให้หน้าดูขาวใสขึ้น ได้มากกว่าตัวนี้ค่ะ เพราะ makeup base เป็นการใช้สีกับปัญหาของผิว เนื้อ makeup base จึงมีสีต่างๆให้เลือกมากมาย เช่น ขาว ชมพู ม่วง หรือ เขียว หรือ makeup base บางตัว อย่าง strobe cream ของ M.A.C. ก็ให้การกระจายแสงที่มากกว่าตัวนี้ค่ะ

ตัวนี้จะเป็นอะไรที่รวมมิตรนี้ดดดส์นึงค่ะ เพราะฉะนั้นดูแล้วคุณสมบัติแต่ละอย่างจะมีพอประมาณ ไม่ได้โดดเด่นไปด้านใดด้านนึง เหมือนกับ makeup base หรือ รองพื้น ค่ะ แต่เหมาะสำหรับ สาวๆ ที่รักความสะดวกสบายง่ายๆ ที่อยากจะใช้แท่ง เอ้ย! หลอดเดียวอยู่ค่ะ!! อิอิ fauxcul4.jpg

Comments (5)

รองพื้นปกปิดปานดำ (รูปตะเกียบคีบลูกชิ้น)

Posted on 09 August 2006 by Vinegar Girl

ขอบคุณมากๆ เลยนะคะสำหรับทุกข้อความที่เป็นห่วงนะคะ
ไม่ว่าจะเป็นโอปอล (ที่ได้เห็นแผลเป็นๆ แต่ไม่อยากให้เป็นแผลเป็น)
ในวันคอนเสิร์ต the B.E.P ขอบคุณน้องเบส น้องโอ้ มากๆนะคะ
ซึ้งๆ ๆ ๆ ๆ กระซิกๆ ๆ ๆ [026].gif 
มิ้งหลังไมค์เข้ามาถามว่า อ้อมไปทำมาเองหรือเปล่า
บอกเลยค่ะว่า “เรื่องจริงผ่านจอ (computer)” กันเลยทีเดียวค่ะ!!
มิ้งน่ารักมากๆ ได้ให้คำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการทำ IPL
จากประสบการณ์หาหมอสิวอันโชกโชนของมิ้ง เอาไว้ด้วยค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะมิ้ง

แนะนำว่าที่เป็นแผลเนื่องจากโดนความร้อนมากเกินไป ไม่มีอะไร  อย่าแกะ เดี่ยวก็หายค่ะ  ตอนนี้มิ้งก็รักษาสิวเหมือนกันรักษาตั้งแต่เยอะๆ จน(เงิน)ใกล้หายแล้ว คุณหมอของมิ้งไม่แนะนะให้มิ้งทำ IPL เลยเพราะมิ้งมีสีผิวเข้ม หากทำไป ผิวจะตอบสนองกับแสงอาทิตย์ได้ดีกว่าคนผิวขาว แต่ถ้าผิวขาวก็ทำไปเถอะค่ะเพราะค่อนข้างได้ผล  เสียแต่ว่าราคาสูงไปนิด  ทำแต่ละครั้งผอมไปหลายวันเลย  แต่เพื่อเรื่องสวยงามสู้ตายอยู่แล้น  แนะนำอีกนิดนะคะ ไม่ใช่โม้น้าแต่มิ้งตระเวนรักษาสิว มาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้ว ย่านสยาม ย่านบางลำพู ย่านสุมวิท ย่านเมืองทอง โอ้ย ทั่วเมือง เราต้องหาหมอที่มีชื่อเสียงสักหน่อยนะ ไม่ใช่สิ  มิ้งหมายถึงหมอที่บอกรายละเอียดของการรักษาให้เราทราบทั้งหมด ข้อดี ข้อเสีย  ที่สำคัญราคา เพราะไหนๆ จะจ่ายเงินแล้วก็ต้องคุ้มหน่อยนะ  โอ้มเพี่ยง!!! ให้หน้าสวยมาก ยิ่งๆขึ้นไปนะคะ 

ต้องขอบคุณทุกๆคนมากๆเลยนะคะ ^_^ ขอบคุณจริงๆค่ะ

vinegargirl-laser-mup-01.jpg

จากประสบการณ์เป็นน้องปานดำเนี่ย ทำให้ค้นพบรองพื้นชนิดปกปิดยอดเยี่ยมค่ะ!
หลังจากที่ตระเวนทั่วทั้ง Beauty Mall ที่สยามพารากอน ไปเคาน์เตอร์เจ้าประจำอย่าง M.A.C. ก็แล้ว ลองให้เค้า test ให้ดู สีรองพื้นจะออกโทนเหลืองสว่าง และเนื้อรองพื้นก็ยังไม่สามารถปกปิดได้ จากนั้นก็เดินวนไปวนมาอีกหลายรอบ แต่ก็ยังไม่เจอรองพื้นอันไหนทำได้ค่ะ และแล้ว….แต่น แตน แต้น แต๊นนนนน

vinegargirl-laser-mup-02.jpg
 

และแล้วน้องปานดำรูปตะเกียบคีบลูกชิ้น (เฮ่อ..ชื่อย้าว..ยาวว
(( ชื่อนี้จากผลโหวตของผู้อ่านกว่า 80% ค่ะว่าเหมือนตะเกียบคีบลูกชิ้นจริงๆด้วย!! sweat-2.gif )) เหอๆๆ) ก็ได้เจอกับท่านชายรองพื้นที่ช่วยปกปิดรอยตะเกียบคีบลูกชิ้นอันนี้ได้ โอ้วววว…! (ขอไฟส่องมาที่น้องปานดำตะเกียบฯ เคียงคู่กับท่านชาย และขอ ดรายไอซ์ฟุ้งๆ สร้างบรรยากาศนี้ดดดส์ด้วยค่ะ) ท่านชายมีนามว่า Covermark ค่ะ เค้าช่างมีเนื้อที่แน่น ปึ๊ก! แค่ทีเดียวเท่านั้น…อู้ววววว…ก็อยู่เลยค่ะ…คิกๆๆ  ที่พูดมาเนี่ย หมายถึงเนื้อรองพื้นนะคะ ไม่ใช่อย่างอื่น…เหอๆๆๆ  herher-1.gif

ขนาด 11 g
ราคา 
617.50 บาท* (*ราคาที่ซื้อมาเป็นราคาที่ลดแล้วค่ะ) ขอแปะโป้งราคาเต็มไว้ก่อนนะคะ เพราะจำไม่ได้ว่าลดไปกี่เปอร์เซ็นต์ และวันนั้นที่ซื้อ แกะกล่องแล้วลองเทสต์เลย พนักงานเลยทิ้งกล่องไว้ที่เคาน์เตอร์ค่ะ

ชนิดนี้เป็นรองพื้นที่ปกปิดปานดำ ไฝ ฝ้าได้ดีทีเดียวเลยค่ะ เนื้อครีมมีเม็ดสีเข้มข้น จึงทำให้ใช้นิดเดียวก็ปกปิดได้ค่ะ เนื้อครีมสีเนื้อเจือโทนส้ม จึงทำให้พรางรอยดำๆ ได้ดีทีเดียว ประทับใจค่ะ นี่ก็คิดว่าโอกาสหน้าจะลองใช้พวกรองพื้นชนิดปกติ หรือ คอนซีลเลอร์ใต้ตาของ Covermark ดูค่ะ ^_^

Note: และแล้วเรื่องราวก็เหมือนจะ happy ending นะคะ แต่ซื้อมาใช้ได้แค่ 2 วันเท่านั้นค่ะ [040].gif  เพราะน้องปานดำรูปตะเกียบฯ เริ่มกลายร่าง..เริ่มเปลือยชุดชั้นนอกสีดำๆ ให้เห็นชั้นในสีขาวจั๊ว แอบมีสีชมพูปนแดงๆนิดๆ (สีแดงๆนี่เลือดค่ะ..อูยยย) ตอนนี้เป็นแผลเหวอะๆ ค่ะ ไม่สามารถใช้อะไรมาปกปิดได้ เพราะแผลมันไม่เรียบ เป็นหลุมลงไป เหมือนโดนระเบิด เหอๆๆ และแสบนิดๆค่ะ

Comments (8)

Stila Sheer Pressed Powder Review

Posted on 18 July 2006 by Vinegar Girl

หายหน้าหายตาไปหลายวันค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ [026].gif
ที่หายไปเนี่ย เพราะพยายามไปสำรวจผลิตภัณฑ์
แต่ยังไม่ทันได้ดูเครื่องสำอางอะไร พอสายตาปะทะกับร้านอาหาร แอนด์ขนม
ก็เลี้ยวทิ้งโค้ง ตรงดิ่งเข้าไปหม่ำทันที
แฮ่ๆ มิชชั่นเมื่อวีคเอนด์นี้ เลยกลายเป็น มิชชั่นอิมพอสสิเบิ้ล ซะงั้น!
มัวแต่ขลุกอยู่กับการกิน ช่วงนี้เลยกลมกลิ้งเลยค๊า…คุณผู้อ่าน sweat-2.gif
หมายเหตุ: ความสามารถเฉพาะตัวห้ามลอกเลียนแบบ!!
(ไม่รู้จะหมายเหตุไว้ทำไม?! คงไม่มีใครอยากเลียนแบบแน่นอนฮ่ะ!)

เกริ่นมาซะเยิ้นเย้อ… วันนี้มารีวิวกันต่อดีกว่าค่ะ

vinegargirl-stila-sheer.jpg

sheer pressed powder จาก stila ค่ะ
ราคา 1,350 บาท
ขนาด 9 g

จริงๆแล้วมันจะแยกเป็น sheer pressed powder compact เป็นตลับเปล่าค่ะ ราคา 500 บาท และ
sheer pressed powder refill ราคา 850 บาท เพราะฉะนั้น เราจะเสียเงิน 1,350 บาทในเวลาที่ซื้อครั้งแรก พอแป้งหมด ครั้งต่อไปก็ซื้อแต่ตัวแป้ง refill มาเติมค่ะ ^_^

คุณสมบัติที่ทาง stila บอกมานั้นเป็นดังนี้ค่ะ
เป็นแป้งที่ควบคุมความมันบนใบหน้าค่ะ ด้วยสูตรพิเศษที่เนื้อแป้งเนียนละเอียด ให้ความเนียนเรียบ เพื่อผิวหน้าที่ดูสะอาด สดใส เนื้อแป้งเบาไม่ทำให้รู้สึกหนักบนผิวหน้า หรือพอกหน้าหนาเตอะค่ะ!

Review: สีที่อ้อมซื้อมาคือสี fair ค่ะ เป็นเนื้อแป้งสีขาว เพื่อเพิ่มความผุดผ่องให้ใบหน้ายิ่งขึ้น (คุณนก ที่เคาน์เตอร์ สตีล่า ดิ เอ็มโพเรียม เค้าแนะนำเช่นนั้นค่ะ ) มีสีอื่นๆให้เลือกหลายเฉดด้วยนะคะ อย่าง extra light, light ,medium ก็เป็นโทนสีเนื้ออ่อนๆค่ะ เนื้อแป้งบางเบาจริงๆค่ะ

โดยส่วนตัว ไม่ค่อยใช้แป้งที่มีรองพื้นอยู่แล้ว เพราะถ้าใช้แป้งที่เนื้อหนาผสมรองพื้น พอผ่านช่วงเวลากลางวันไป หน้าเริ่มเยิ้มจากไขมันใต้ชั้นผิวหนังของอะฮั้น ทำให้แป้งจับตัวเป็นคราบๆ เป็นรอยๆ ตามร่องจมูก ร่องแก้ม หรือหน้าผาก โอ้ว! กลัวคนมาขูดขอหวย เดือนละ 2 ครั้งค่ะ!! (คนนะ ไม่ใช่ต้นโพธิ์!!!) เพราะฉะนั้น

Sheer Pressed Powder เนื้อแป้งจึงถูกใจอะฮั้นยิ่งนักค่ะ ให้ความบางเบาที่ผิวหน้า แต่ทว่าติดผิวเช่นกัน (แต่จะหวังให้ติดทนนานตลอดทั้งวัน คงลำบากนะคะ สำหรับเนื้อแป้งที่ไม่ผสมรองพื้นเช่นนี้ มันต้องได้อย่างเสียอย่างค่ะ) สามารถเติมได้ตลอดทั้งวัน โดยที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าพอสมควรค่ะ ดีตรงพอหน้ามันๆ ปัดแป้งลงไป ก็ดูใสกิ๊งได้ค่ะ ^_^ สาวๆหลายคนเห็นเนื้อแป้งสีขาวนี่ ไม่ต้องกลัวค่ะ เพราะสีขาว (fair) ตัวนี้ทาแล้วไม่ทำให้หน้าดูวอกนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นน้องผีญี่ปุ่น ไม่วอกแน่นอนค่ะ รับรอง สีนี้ช่วยทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นด้วยค่ะ ใครที่กำลังมองหาแป้งควบคุมความมัน อย่าง น้อง pasta หรืออยากได้แป้งไฮไลต์ชนิดไม่มีชิมเมอร์อย่าง น้องมีน sheer pressed powder ตลับนี้พอจะตอบโจทย์น้องๆได้เลยค่ะ (ส่วนน้องโอปอลซื้อไปแว้ว 2 ยี่ห้อทั้งแบบมีชิมเมอร์และไม่มีเลยค่ะ) และด้วยตลับสีเงินสวยหรู เพรียวบาง มีลายพิมพ์นูนด้านบนตลับ ตามแบบฉบับของสตีล่า ก็ทำให้ดูสวยเก๋ น่าพกพาจริงๆค่ะ (ความหนาของตลับเพียง 1 ซม. เหอๆๆ ใครจะเชื่อว่าดิชั้น บ้าวัดขนาดตลับแป้งมาในรีวิวด้วยเนี่ย! sweat1.gif)

จุดด้อย (ขอเรียกแบบนี้นะคะ เพราะดูไม่ฮาร์ดคอร์เท่าไหร่ แฮ่ๆ) ไม่ถึงขนาดแย่อะไร แต่ขอเขียนไว้ในอีกมุมมองนะคะ นั่นคือ เรื่องแรก กลิ่นของแป้ง(แทบทุกรุ่น) ของสตีล่า ซึ่งเป็นกลิ่นน้ำนมข้าว บางคนจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ((เวลาใครให้แนะนำแป้ง จะพยายามบอกข้อนี้ให้ทราบก่อนทุกครั้ง กลัวไม่ชอบกลิ่นค่ะ)) ตัวอ้อมเองรู้สึกเฉยๆนะคะ มันเป็นกลิ่นเฉพาะของแต่ละยี่ห้อจริงๆ (หรือว่าจมูกไม่ดีเลยไม่ค่อยรับกลิ่นได้เหมือนคนอื่นเนี่ย!) แต่เท่าที่เคยถามช่างแต่งหน้าที่เคาน์เตอร์สตีล่า เค้าก็เคยเจอที่ลูกค้าบางคนไม่ชอบกลิ่นน้ำนมข้าวอันนี้เหมือนกันค่ะ แต่ความรู้สึกตัวเองโอเคกับกลิ่นนี้นะคะ ^_^ ยังไงต้องไปลองขอพนักงานดมกันดูค่ะ ฟังเช่นนี้บรรดาหนุ่มๆ รีบชูจั๊ก-กะ-แร้ รับอาสาดมกันหย่าย.. เอ่อ!…ให้ไปดมกลิ่นแป้งนะเคอะ!..ไม่ใช่ดมพนักงานสาวสวยที่เคาน์เตอร์! เหอๆๆ ! sweat1.gif

เรื่องที่สอง พัฟฟ์ ที่ให้มาในตลับ เป็นฟองน้ำบางๆ ซึ่งอาจใช้ไม่ค่อยทนเท่าไหร่ค่ะ และเนื้อฟองน้ำอาจดึงแป้งมาในปริมาณที่มากเกินไปบนผิวหน้าค่ะ (เหมือนคุณภาพของเนื้อฟองน้ำ ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร) เนื้อฟองน้ำพอใช้ไปซักพัก ก็เหมือนเริ่มไม่ค่อยซับแป้งแล้วค่ะ เพราะมีแป้งผสมกับคราบมันบนใบหน้าเราเกาะอยู่ ทำให้การใช้บนผิวหน้าไม่เนียนเท่าที่ควร อาจต้องทำการซักล้างพัฟฟ์ หรือเปลี่ยนพัฟฟ์ ซึ่งถ้าเปลี่ยนพัฟฟ์ที่ไม่ใช่ของรุ่นนี้ (บางทีเราไปซื้อพัฟฟ์แบบบที่เป็นผ้ามาใช้) อาจทำให้ฝาตลับปิดไม่ลงได้ค่ะ – -”
st_S1N701_200.jpg

#31 retractable powder brush
ราคา 1,350 บาท

นั่นเป็นบ่อเกิดให้อะฮั้นเสียเงินเพิ่มขึ้น เพราะเพื่อความกระจ่างใส ของใบหน้า จึงต้องซื้อแปรงมาด้วยค่ะ แฮ่ๆ ข้ออ้างอ่ะป่าวเนี่ย!? แต่ไม่ผิดหวังค่ะ เพราะใช้แปรงดีกว่าจริงๆ ค่ะ แปรงเป็นขนหางม้า นุ่มมากๆ พอปัดแป้งลงบนใบหน้า แป้งก็กระจายตัวดีค่ะ และด้วยที่อยากได้แปรงแบบที่ พกพาสะดวกเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยค่ะ

Comments (5)

DiorShow Powder & HBD

Posted on 14 July 2006 by Vinegar Girl

อะแฮ่มๆ (กระแอมกระไอก่อนขึ้นโน้ต) …แฮ้ป..ปี้..เบิร์ดเดย์..ทูหมี่ ทูมี้….
(ร้องเป็นเพลงลูกทุ่งมาเลยค่ะ) อิอิอิ fauxcul.jpg
วันนี้เป็นวันเกิดอ้อมเองค่ะ…
ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ
ขอให้ทุกคนรักและรักษาสิ่งแวดล้อมนะคะ (แฮ่ๆ พูดเหมือนนางงาม)
ขอให้รัก vinegargirl น้อยๆ แต่รักนานๆนะคะ กริ๊วววว [010].gif

ปล. เดือนนี้ก็รอ Happy Birthday น้องเบสอยู่เช่นกันค่ะ เป็นผลพวงให้ขยันเข้า diary น้องเบสทู้กกวัน เมื่อวันที่ server มีปัญหา พาลคิดว่า เดี้ยนคงพลาดแน่ๆ นึกว่าคนแห่เข้ามา HBD น้องเบสถล่มทลายซะแล้น..(หรือผ่านไปแล้วจริงๆเนี่ย! – -” ) ถ้ายังไงรบกวนแอบบอกก่อนได้ไหมค๊า….จะได้ไม่พลาด..อิอิ

วันนี้มาต่อกันสำหรับแป้งไฮไลต์ (highlighting powder) ที่น้องโอปอลช้อปมา และให้เกียรติช่วยรีวิวให้นะค๊า… ^_^

Vinegargirl-DiorSnow.jpg

DiorShow Powder จาก Dior ค่ะ
ขนาด 5 g
ราคา 1,600 บาท

คุณสมบัติที่ทาง Dior บอกไว้คือ DiorShow Powder ตัวนี้เป็นทั้งบลัชเชอร์ปัดแก้ม และเพิ่มความเป็นประกายมุกสะท้อนแวววาว ช่วยขับประกายสีผิวให้เปล่งปลั่ง เพื่อให้ผิวหน้าแลดูสดชื่น อมชมพูสดใส หรือสว่างผุดผ่อง ควรปัดที่แก้ม หัวไหล่ และเนินอกค่ะ ตลับเล็กพอเหมาะพร้อมพัฟฟ์ สะดวกใช้ในตลับเดียว

Review : DiorShow Powder มี 2 สีนะคะ คือสีขาว และสีชมพู ที่น้องโอปอลซื้อมาคือสีขาวค่ะ แป้งดิออร์โชว์อันนี้มีประกายกลิตเตอร์ (glitter) ค่ะ สาวๆที่มองหาแป้งไฮไลต์ที่เป็นประกาย ให้ผิวสวยผุดผ่องยามค่ำคืน อันนี้เลยค่ะ น้องโอปอลบอกว่า package เค้าดีไซน์ดี คือเปิดฝาออกมา แล้วเอากระปุกที่มีพัฟฟ์อยู่ด้านบนมาตบหน้าได้เลยค่ะ แป้งจะออกมาตามรูค่ะ อาจสิ้นเปลืองเล็กน้อย เวลาที่ตัวแป้งส่วนเกินปลิวออกมา (พอจะคิดภาพตามกันออกไหมคะ)

น้องโอปอลได้มาเพิ่มเติมรายละเอียดไว้แล้วค่ะ

“เอาเรื่องฝาก่อนนะคะ ซื้อมาตอนแรกเนี่ยจะมีฝาพลาสติกครอบอยู่ด้านในค่ะ ก่อนใช้ก้อต้องแกะออกก่อน คือถ้าจะปิดไว้เหมือนเดิมก้อได้อ่ะค่ะ แต่ไม่สามารถใช้ฝาพลาสติกนี้อย่างเดียวได้เพราะมันจะอยู่ใต้พัฟฟ์ ประมาณว่าทิ้งไปเลยก้อดี จะได้ไม่ต้องถอดพัฟฟ์เข้า ๆ ออก ๆ แล้วก้อยังไงก้อต้องปิดฝาสีเงินอยู่ดี เพราะไม่งั้นพัฟฟ์จะสกปรกได้ ใต้พัฟฟ์ก้อจะมีฟองน้ำที่เป็นรูให้แป้งออกมาอ่ะค่ะ ถ้าพัฟฟ์สกปรก นำออกไปซักได้ค่ะ ขนาด 5 g(เองง่ะ ฮือ ๆ ) ราคา 1,600 บาท ค่ะ ” น้องโอปอลบอกว่าถ้าเอาหัวจุกไปด้วย มันก็พกลำบากเหมือนกันค่ะ ตัวแป้งไม่ค่อยติดทนเท่าไหร่ ต้องเติมบ่อยค่ะ

สรุปคือจุดเด่นอยู่ที่กลิตเตอร์ ขอเรียกอย่างนี้นะคะ เพราะน้องโอปอลบอกว่า เม็ดมันค่อนข้างใหญ่ มองเห็นได้เลย เนื้อของกลิตเตอร์ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ (เพราะถ้าละเอียดมากๆ ในยุคใหม่ๆเค้าจะนิยมใช้อีกคำมาทำให้ดูแตกต่าง คือ ชิมเมอร์นั่นเองค่ะ แต่จริงๆแล้วมันก็เหมือนๆกันหน่ะค่ะ) อาจพกพาไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ไม่ได้ทำให้หน้าขาวขึ้นนะคะ แต่ผิวจะเป็นประกายค่ะ ^_^

ป.ล. ขอบคุณทุกๆคำอวยพรนะค๊า… ^_^

Comments (3)

Clinique – Derma White Brightening Loose Powder

Posted on 13 July 2006 by Vinegar Girl

แต่น แตน แต้น แต๊นนนน… วันนี้มาแบบภูมิใจนำเสนอค๊า….. ^_^

เนื่องจากมีน้องๆ แอบมาประชุมหลังไมค์กันหลายคน เกี่ยวกับเรื่อง แป้งไฮไลต์ ( highlighting powder) ไม่ว่าจะเป็นน้องโอปอล น้องมีน และน้องโอ้ เลยต้องรีบนำเสนอเอาใจกันหน่อยค่ะ เมื่อวานแอบแว้บไปสำรวจสินค้า และราคา ที่ห้างดิเอ็มโพเรียม โอ้ววว…เรี่ยมมม…ไปเรยค๊าคุณ…เงินเรียบเรยค๊า…แค่จะไปดู แอนด์ขอทดลองเจ๋ยๆ ขากลับมันมาเป็นถุงเยย… นี่ก็หอบไวไวมาต้มรับประทาน ประทังชีวิตให้ถึงสิ้นเดือน เพิ่งจะเตือนสาวๆ ไปก่อนช้อปช่วงมิดน้งมิดไนท์เซล ว่าต้องแข็งเข้าไว้ พอเอาเข้าจริงมันแข็งยากมั่กๆค๊า…คู้นนน (เอ่อ! ใจนะคะใจ ไม่ใช่อวัยวะอย่างอื่น อิอิ )

เรื่องขอวันนี้เป็นรีวิวที่สัมภาษณ์จาก น้องโอปอล ค่ะ ต้องขอบคุณมากๆเลยนะคะ ^_^ กระซิกๆๆ ซึ้งๆๆ เลียแข้งเลียขา…งี๊ดๆๆ น้องโอปอล ไปลุยมาแล้นค่ะ ซื้อมาใช้ 2 ยี่ห้อเลยค่ะ เริ่มด้วยยี่ห้อแรกก่อนนะคะ

Vinegargirl-Clinique-DermaW.jpg

Derma White Brightening Loose Powder จาก Clinique ค่ะ
ขนาด 20 กรัม
ราคา 1,600 บาท

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ คุณสมบัติ ที่โดดเด่นของ Derma White Brightening Loose Powder กันค่ะ

  • เนื้อแป้งมีน้ำบรรจุแคปซูลพิเศษ มอบความเย็น ผ่อนคลายให้แก่ผิว พร้อมให้ความรู้สึกนวลเนียนราวใยไหม ด้วย Spherical Silica
  • เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง สารอนุพันธ์จากวิตามินซีจะช่วยให้ผิวที่ได้รับผลกระทบจากรังสียูวีดูกระจ่างใสขึ้น
  • เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทดสอบแล้วว่าปลอดภัยแม้ผิวแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอม 100% และปราศจากน้ำมัน

Review : น้องโอปอลชอบที่แป้งตัวนี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ด้วยกลิ่นที่หอม และความรู้สึกเย็นสบายเมื่อแป้งสัมผัสกับผิวค่ะ เพราะด้วยเนื้อแป้งมีน้ำบรรจุในแคบซูลพิเศษ จึงให้ความรู้สึกเย็นๆ สบายๆ ที่ผิว รู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง (อะฮั้นคิดว่าเจ้าคุณสมบัติแคบซูลพิเเศษนี้ แลดูไฮเทคเหนือชั้น แอนด์ไฮโซมั่กๆค่ะ )
แต่ตัวแป้งไม่มี shimmer นะคะ สำหรับใครที่คิดว่าจะหาแป้งไฮไลต์ แบบที่เป็นประกายวิ้งๆ (ว่าจะรักกันจริง หรือเปล่า หว่าว หว่าว หว่าวว…เข้าเพลงค่ะ เข้าเพลง) สำหรับไปงานกลางคืน ตัวนี้คงไม่ตอบโจทย์นะคะ
ข้อควรระวังอย่างนึงที่น้องโอปอลบอก็คือ เวลาใช้ต้องปิดฝาให้สนิท ไม่งั้นมันเหมือนจะระเหย ประมาณนั้นค่ะ <–
ยกมาครบทุกคำพูดเลยนะคะ น้องโอปอล..อิอิอิ

สรุปจากน้องโอปอลนะคะ จุดเด่นคือ ความรู้สึกเย็น ผ่อนคลาย สบายผิว พร้อมกลิ่นหอม ใช้แล้วหน้าก็ขาวกระจ่างใสขึ้นค่ะ แต่ไม่มีประกายชิมเมอร์ และกระปุกใหญ่ เพราะฉะนั้น สาวๆ ก็ต้องแต่งสวยให้เสร็จก่อนออกจากบ้านกันเลยค่ะ คงพกพาไปสวยฉ่ำกันระหว่างวันลำบาก ยกเว้นสาวที่พกกระเป๋าใหญ่ๆค่ะ ^_^ น้องโอปอลไม่กล้าให้คะแนนเองค่ะ งั้นอ้อมให้ดาวจากข้อมูลของน้องโอปอลละกันนะคะ ^_^

4star.jpg

Comments (2)