Posted on 04 February 2008 by Vinegar Girl
สวัสดีวันจันทร์ ที่เฉอะแฉะ ตั้งแต่เช้าจรดเย็นวันนี้ค่ะ ถึงแม้ฟ้าฝนจะดูอึมครึมไปหน่อย แต่คิดว่าคงไม่ทำให้ สาวๆ มีอารมณ์หม่นหมอง ตามอากาศนะค๊า ^_^ ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ เพิ่งจะเริ่มเข้าหน้าร้อน แต่ช่วงนี้กรุงเทพฝนตก กันจน สร้างความสับสนทางฤดูเลยค่ะ ฝากทุกๆ คน รักษาโลกเราด้วยนะคะ ช่วยกันลดโลกร้อนกันค่ะ ^_^
วันนี้ตามใจ น้อง Ham ค่ะ ที่อยากให้แนะนำการแต่งหน้า โทนนู้ด หรือการแต่งหน้าแบบบางๆ สำหรับแต่งไปทำงานทุกวันค่ะ
สำหรับ Summer Makeup Trend 2008 นี้ ผิวอบอุ่น เหมือนเพิ่งโดนแดด เข้ามาแทนที่ นู้ดสไตล์ผิวขาวซีด ของหนาวที่ผ่านมาค่ะ

- สิ่งสำคัญของการแต่งหน้าโทนนู้ด นั่นก็คือ ผิวหน้าที่ดูเฟอร์เฟ็ค บางเบาค่ะ ควรใช้ ทินท์มอยส์เจอร์ (Tinted Moisturizer) หรือรองพื้น เนื้อมูส หรือครีม เพื่อให้ผิวดูชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง หรือดิวอี้ลุค ซึ่งทำให้ดูสวย อ่อนเยาว์ แบบธรรมชาติค่ะ
- หรือถ้าเราเลือกใช้รองพื้นเนื้อแมทท์ สาวๆ ต้องใช้เทคนิคการเติมชิมเมอร์ ที่ตา แก้ม กันด้วยค่ะ
Makeup น่าลอง
- Wonder Foundation จาก Make Up Store ที่เป็นรองพื้นเนื้อมอยส์เจอร์ ที่ให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ชุ่มชื่น แต่ไม่ทำให้หน้ามันค่ะ ราคา 1,200 บาท
- Tinted Moisturizer จาก Laura Mercier

- เพื่อให้ได้ลุคสวย บ่มแดดนิดๆ สาวๆ ควรใช้บรอนเซอร์ หรือ บลัชออนโทนสีพีช ไล้บริเวณโหนกแก้ม และช่วงขมับค่ะ
- เทคนิคของวีนิก้าเกิร์ล เราอาจลงด้วยบลัชแบบมูส เจล หรือครีมบนผิวก่อน แล้วค่อยใช้บรอนเซอร์ลงเฉพาะโหนกแก้มค่ะ
Makeup น่าลอง
- Maybelline Mousse Blush เป็นบลัชเนื้อมูส จาก Maybelline ค่ะ
- Pro Cheeks No. 455 เป็นบลัชเนื้อครีม จาก Dior ราคา 850 บาท ค่ะ
- บลัช ที่ผสมชิมเมอร์นิดๆ อย่าง Sheertone Shimmer Blush สี Dolly Mix จาก M.A.C ราคา 920 บาท ค่ะ
- Fusion Soft Lights สี Dusk จาก Smasbox ราคา 1,300 บาท ชิมเมอร์ตลับเดียว ที่มีการไล่สี โทนอ่อน-สีไฮไลท์ค่ะ
- Glow Twin Color จาก Canmake ราคา 299 บาท มีจำหน่ายที่ร้านวัตสันค่ะ

- คีย์เมคอัพ สำหรับโทนนู้ดใน Summer 2008 นี้ คือเปลือกตา ชิมเมอร์ ในโทนสีสว่าง อย่าง ขาว เงิน หรือทอง ที่เปล่งประกายอยู่บนเปลือกตา เพียงเฉดเดียวเท่านั้นค่ะ
Makeup น่าลอง
- Duo Eyeshadow สี Key Largo จาก Nars ราคา 1,200 บาท ค่ะ
- Mix Color for eyes เบอร์ 09 จาก RMK ราคา 1,480 บาท
หรือลองไปดูลิสท์ที่วีนิก้าเกิร์ล เคยทำเขียนไว้ ยังพอใช้ได้อยู่ค่ะ กับการแต่งหน้า โทน Warm Metal
Tips : ถ้าสาวๆ ต้องการให้ดวงตา ดูโดดเด่นขึ้นมาอีกหน่อย ลองใช้เจลอายไลเนอร์ หรือดินสอเขียนขอบตา เฉพาะขอบตาบนนะคะ ไม่ต้องตวัดหางนะคะ เพราะเราเน้นลุค อ่อนใส ธรรมชาติ และควรหลีกเลี่ยง ลิควิดอายไลเนอร์ ไปเลยค่ะ เพราะจะทำให้ดูแต่งหน้าจัดเกินไปค่ะ

สำหรับริมฝีปาก ก็เน้นโทนอบอุ่นค่ะ นอกจากสาวๆ ที่มีผิวขาวจัด ก็สามารถเลือก ลิปสติก หรือกลอส สีเนื้ออมชมพู โทนเย็นได้ค่ะ
Makeup น่าลอง
- Gloss Unlimited สี BG 952S จาก Shu Uemura ราคา 900 บาท ค่ะ อันนี้ จะออกเป็นสีเบจหน่อยค่ะ
- Lip Gloss สี Nude จาก Bobbi Brow ราคา 800 บาทค่ะ
- Lipglass สี Bare Truth จาก M.A.C. ราคา 750 บาท
- Lip Stick สี Patchouli จาก Laura Mercier ราคา 850 บาท
Tips & Trick : ให้ทิปส์ จาก backstage อีกเล็กน้อย ค่ะ
- ช่างแต่งหน้าจะใช้ แปรงขนาดใหญ่ ชนิดหัวตัด ไล้โหนกแก้ม จะทำให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะพอดีค่ะ
- ใช้บรอนเซอร์ หรือบลัชออนสีอบอุ่น ไล้ตามแนวไรผม กราม จะช่วยทำให้รูปหน้าดูเล็กลงค่ะ
Posted on 16 January 2008 by Vinegar Girl
สวัสดีค๊าสาวๆ ช่วงนี้ประชาชนชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยว ก็ยังคงหลั่งไหลไปร่วมกันถวายสักการะ แด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กันอย่างต่อเนื่องนะคะ
ช่วงนี้วินีก้าเกิร์ล เราเลยอัพเดท น้อยลงหน่อย ตั้งแต่ปีใหม่ค่ะ (กำลังจะทำธีมใหม่ เพื่อร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ) Continue Reading
Posted on 26 December 2007 by Vinegar Girl
โฮ๊ะ โฮะ โฮะ โฮ… (หัวเราะแบบซานต้าค่ะ) Merry Christmas ค๊า สาวๆ
ขอโทษด้วยนะค๊า..ที่ช้าไป 1 วัน เพราะซานตี้มีภาระกิจติดพุงค่ะ เลยกว่าจะเขม่วพุงให้หล่นจากปล่องไฟได้ เล่นเอาหมดแรงค่ะ โฮะ โฮะ โฮ้… 
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ comments ท่วมท้นสำหรับเรื่อง Primer & Foundation for Photogenic look ที่ผ่านมา หวังว่าคงจะถูกใจสาวๆ กันนะค๊า (ชื่นใจๆๆ) ขอบคุณน้อง ZeaRene ด้วยนะค๊า น้อง Opal และ น้อง nene ที่เข้ามา Merry Christmas มีความสุขมากๆ นะค๊า
น้อง Fruitysalad อุตส่าห์เข้ามาแจ้งข่าวเรื่อง Zen Midnight Sale ต้องขอโทษสาวๆ คนอื่นด้วยนะคะ พอดียังไม่ได้ขึ้นเรื่องใหม่ เลยแจ้งผ่านไม่ทันค่ะ หมดแล้วค่ะ สำหรับ Midnight Sale แต่รับรองค่ะ ว่าคราวหน้าจะรวบรวมเซลส่งท้ายปีมาให้ได้ดูกัน พี่อ้อมเคยเห็น L’occitane ที่เจ้เล้งนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีครบทุกรุ่นเหมือนที่เคาน์เตอร์รึเปล่านะคะ (ยังไม่เคยได้เปรียบเทียบราคาค่ะ เพราะเจ้เล้งค่อนข้างไกลจากบ้านมากกกก – -” ปกติเลยซื้อที่เคาน์เตอร์เพราะสะดวกกว่า อาจจะราคาสูสีถ้าบวกค่าน้ำมันรถจากบ้านพี่อ้อมไปเจ๊เล้งหน่ะค่ะ) ใช้แล้วเป็นยังไง อย่าลืมอัพเดทให้ฟังบ้างนะคะ…
และขอต้อนรับสมาชิกใหม่ น้อง Rosylynn ค่ะ ขอบคุณมากนะค๊า..หวังว่าจะติดตามอ่านกันไปเรื่อยๆ นะค๊า 

วันนี้ขอแอบแทรกเรื่องแต่งหน้าก่อนนะคะ เพราะช่วงนี้เป็นปาร์ตี้ไทม์ เพราะฉะนั้นอาจมีต้องนอนดึก หรือปาร์ตี้บ่อยๆ ทำให้ผิวหน้าของเราดูอิดโรยได้ค่ะ ซึ่งสูตรนี้เหมาะกับช่วงเวลาสิ้นปีอย่างนี้มากๆ ค่ะ เพราะอุปกรณ์ ผลไม้ที่ใช้ช่างเอื้ออำนวยค่ะ
สูตรมาส์กหน้าจากธรรมชาติเพื่อผิวขาวใสเปล่งปลั่ง
หลักการมีง่ายๆ ค่ะคือใช้กรดผลไม้ค่ะ นั่นก็คือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวๆ หน่อย อย่าง สตรอว์เบอร์รี่ เนี่ยหล่ะค่ะ ช่วงหน้าหนาว (แบบในนาม แต่ทางภาคปฎิบัตินี่ เย็นบ้าง ร้อนบ้างตามอัธยาศัยค่ะ) <- เอ้า นอกเรื่องค่ะ จะบอกว่า ช่วงหน้านี้สตรอว์เบอร์รี่ราคาไม่แพงมากค่ะ นอกจากใช้กินแล้ว ก็ใช้ทาถูๆ บนใบหน้าได้ด้วย (ใช้คำพูดแบบนี้ ทำให้จินตนาการสวยหรูแบบสปาไฮโซของอะฮั้นหายโหม้ดดดด) แฮ่ๆ
ขั้นตอน : ง่ายๆ เลยค่ะ เอาสตรอว์เบอร์รี่มาล้างให้สะอาดๆ แล้วก็ฝานบางๆ แปะไว้ที่หน้าค่ะ หรือถ้าอยากให้ใช้ประโยชน์ทั้งผลให้เต็มที่ ก็ลองเป็นสับหยาบๆ แล้วพอกหน้าไว้ค่ะ แต่การสับอาจทำให้ยากเวลาพอกหน่อย แต่ก็อาจทำให้คุณค่าทั้งหลาย ซึมถึงผิวง่ายกว่า (รึเปล่า?! แฮ่ๆ ไม่รู้คิดไปเองอ่ะป่าวนะคะ) แต่ ถ้าปั่นละเอียดไป มันจะกลายเป็นน้ำหมดค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
เทคนิค คือ ก่อนล้างออก ค่อยๆ สครับสตรอว์เบอร์รี่เบาๆ บนผิวค่ะ แล้วล้างออกค่ะ วิตามินซีในสตรอว์เบอร์รี่ ก็จะช่วยผลัดเซลผิว พร้อมทั้งทำให้ดูขาวใสขึ้นค่ะ ถ้าเราเอาสตรอร์เบอร์รี่ไปแช่เย็นก่อน ก็จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นด้วยค่ะ
strawberry : แต่ก่อนที่จะเอามาพอกหน้านั้น เพื่อความชัวร์ว่าเราจะไม่แพ้ (เพราะอาจมีคนแพ้เมื่อเอาสตรอว์เบอร์รี่มาทา แต่ไม่แพ้เวลาทานค่ะ <- แค่ไม่มี น หนู ก็ทำให้แพ้ได้ด้วย!!) ลองทดสอบการแพ้โดยทาที่หลังใบหู หรือท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนก็ดีค่ะ
ผลไม้อีกชนิดที่แนะนำก็คือ องุ่น ค่ะ ผ่าแล้วเอาเม็ดออกก่อนะคะ แล้วก็ถูเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าได้เลยค่ะ
Note :
- แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั้นก็มีฤทธิ์เป็นกรดนะคะ ไม่ควรมาส์ก หรือสครับบ่อยเกินไป ไม่ควรเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ
- โดยเฉพาะถ้าเป็นสาวผิวแห้ง ควรระวังมากขึ้นค่ะ อาจผสมกับโยเกิร์ต เพื่อลดความเข้มข้นของผลไม้ลง และเพิ่มให้ผิวชุ่มชื่นจากโยเกิร์ตค่ะ
อ้ะอ้า…ไม่รู้มีใครแอบคิดเหมือนกันอ่ะป่าวว่า ถ้าใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เพื่อสนับผลไม้ไทยๆ ลองใช้มะดัน ตะลิงปลิง อะไรทำนองนี้ดูได้ไหม?!?! เอ่อ..
จริงๆ ที่บ้านก็ปลูกตะลิงปลิง แต่ยังไม่เคยทดลองค่ะ มิใช่ว่าไม่ไฮโซแบบสตรอว์เบอร์รี่ แต่ก็เกรงว่าจะแรงเกินไปสำหรับผิวหน่ะค่ะ + และต้องระวังผลไม้ที่มียางนะคะ เอาเป็นว่าก่อนจะพลิกแพลงกันมาก ต้องผ่านท่าเบสิคกันก่อนนะคะ <– แฮ่ๆ หมายถึงสูตรเบสิคๆ หน่ะค่ะ คริๆ 
Posted on 20 December 2007 by Vinegar Girl
มาแล้วค๊าสาวๆ ขอโทษด้วยค๊า หายไปนานอีกแล้น… <- ท่านผู้อ่านบอก “ชินแล้น!!.. เดี๋ยวนี้ถ้ามาอัพเดทบ่อยๆ นี่คือผิดปกติ!!!” โอ๋ๆๆๆ อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ ด้วยภาระกิจรัดตึงเปรี๊ยะจริงๆค่ะ ที่สัญญาน้อง pink kaaa ไว้นี่ ปล่อยให้น้องรอจนจะรับปริญญาโทอยู่แล้ว แฮ่ๆ ไม่ขนาดนั้นค่ะ หวังว่ายังทันอยู่นะคะเนี่ย..แฮ่ๆ 
เข้าเรื่องกันเลยค่ะ วันนี้ทำตามสัญญา น้อง pink kaaa เรื่องการแต่งหน้าไปงานรับปริญญาค่ะ (หรือแนะนำเมคอัพ ((makeup product)) ที่ใช้แต่งหน้าสำหรับรับปริญญาค่ะ ) ก็เลยทำเป็นแนะนำ product ละกันนะคะ อยากแนะนำเผื่อสำหรับคนที่ต้องเดินสายปาร์ตี้ในช่วงสิ้นปีนี้ด้วยค่ะ (ของตัวเองใช้จ้างช่างแต่งหน้าสำหรับวันรับปริญญาเอาค่ะ เพราะต้องตื่นแต่เช้าทั้งทำผม+แต่งหน้า คิดว่าทำเองไม่ไหวแน่นอนค่ะ) จากที่น้อง pink kaaa รีเควสต์มา เลยอยากรบกวนเพื่อนๆ ด้วยค่ะ ว่ามีใครแนะนำเรื่องนี้ยังไงบ้างคะ? รบกวนผ่าน comment เลยนะค๊า ^_^ ขอบคุณมากๆค่ะ
ป.ล. ไม่ว่าจะงานรัดตัวขนาดไหน แต่ก็อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง วันที่ 23 ธันวาคมนี้นะค๊า ^_^
การแต่งหน้านั้นประกอบไปด้วยหลายส่วนค่ะ(ขณะจะกดอัพเดทเรื่องนี้ น้องกิ๊ก comment เข้ามาพอดีค่ะ เลยคิดว่าน่าจะพอถูกใจน้องกิ๊กด้วยนะค๊า ^_^) เพราะฉะนั้นต้องมีภาคต่อแน่นอนค่ะ แฮ่ๆ – -” วันนี้ขอพูดเรื่องผิวหน้ากันก่อนละกันนะคะ สำหรับสาวๆ ที่ต้องออกงานบ่อยๆ ถ่ายรูปเยอะๆ และกำลังมองหารองพื้นสำหรับแต่งหน้าเองค่ะ (แต่ถ้าน้องๆ คนไหนจะรับปริญญา แล้วคิดว่าเราแต่งหน้าลุคแบบธรรมชาติ พี่อ้อมแนะนำเป็น ใช้ช่างแต่งให้เป็นครั้งคราวไปค่ะ ((เดี๋ยวนี้เค้าเป็นให้ซื้อของครบเท่านี้ๆ แล้วมีแถมแต่งหน้าให้ฟรีกี่ครั้ง อย่างนี้ เราก็เลือกของที่ใช้ได้บ่อยๆ แล้วเวลาให้ช่างแต่งให้ก็ลองขอให้ช่างเค้าช่วยปรับผิวด้วยโพรดักค์ต่างๆ ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนสวยเวลาถ่ายรูปหน่ะค่ะ อย่างนี้น่าจะคุ้มกว่าค่ะ ^_^ ))

- การเตรียมผิวหน้าสำหรับวันสำคัญ อย่างวันรับปริญญา หรือไปตามปาร์ตี้เนี่ย คือต้องสวยเด้งสำหรับการถ่ายรูป เพื่อให้ผิวดูเปล่งปลั่ง เราต้องเตรียมผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน เมคอัพติดทนนานค่ะ และอาจใช้ที่เป็นสูตรควบคุมความมันสำหรับสาวผิวมัน เพื่อไม่ให้หน้าดูเงา-มันเวลาถ่ายรูปด้วยค่ะ นั่นก็คือพวกไพรเมอร์ (primer) นั่นเองค่ะ หลังจากการบำรุงผิวแล้ว เราก็ลงไพรเมอร์ได้เลยค่ะ ลักษณะของไพรเมอร์ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อเจลใสๆ ซึ่งมีซิลิโคนผสมอยู่ อารมณ์เหมือนกับฉาบ <- ใช้คำนี้ดูฉาบปูนไปมั้ยคะเนี่ย?! อิอิ เอาเป็นเคลือบผิวหน้าไว้ให้เรียบเนียน ไม่ให้เมคอัพตกหลุมตกร่อง และช่วยให้เกลี่ยรองพื้นให้เนียนขึ้นด้วยค่ะ ไพรเมอร์นี้มีหลายยี่ห้อเลยค่ะ อาจมียี่ห้อที่ไม่ได้ยกตัวอย่างในรูปนี้นะคะ
- ก่อนรองพื้นก็ลงเมคอัพเบส (makeup base) สีในโทนส้ม หรือ ม่วง หากเป็นสาวผิวสองสี หรือโทนสีขาว-ชมพู สำหรับสาวผิวขาวนะคะ ขอไม่ยกตัวอย่างรูปภาพนะคะ เพราะเคยพูดถึงคุณสมบัติของเมคอัพเบสไปแว้ว ลองอ่านได้ที่นี่ค่ะ
เคล็ดลับหน้าใสๆ เพราะใช้ makeup base
Review Strobe Cream จาก M.A.C
Biotherm Makeup Base Review
แต่ product ที่เคยเขียนถึงนี่ก็นานแล้วค่ะ เอาไว้จะอัพเดทเมคอัพเบสที่น่าสนใจใหม่ๆ ให้ดูกันอีกทีนะค๊า ^_^
- อย่าลืมคอนซีลเลอร์ (concealer) สำหรับสาวๆ ที่ตื่นเต้น นอนไม่หลับก่อนวันรับปริญญานะคะ
- สำหรับรองพื้น (foundation) ก็ต้องเป็นรองพื้นที่เนื้ออาจจะหนากว่าปกติหน่อย เพื่อการปกปิดที่ดีขึ้น และถ่ายรูปออกสวยค่ะ แต่ก็แนะนำเป็นรองพื้นแบบลิควิดนะคะ ถ้าใครไม่อยากให้ดูหน้าหนาเตอะ ก็ใช้เทคนิคการผสมโลชั่นที่ช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่ง หรือพวกลูมิไนเซอร์ ที่ช่วยให้ผิวดูโกลว์ค่ะ (แต่อย่าเยอะนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้เน้นผิวโกลว์แล้วละก็ จะทำให้ดูหน้าเป็นเงามันเยอะเกินไปเวลาถ่ายรูปค่ะ และขอเน้นย้ำว่าพวกลูมิไนเซอร์เนี่ย เป็นเหมือนไฮไลท์ชนิดลิควิดค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าอยากผสมเยอะ หรือใช้ลูมิไนเซอร์ก่อนรองพื้น เวลาเกลี่ยถ้าอยากให้ดูลุคเป็นธรรมชาติ ควรใช้เฉพาะโหนกแก้ม สันจมูก หัวคิ้ว หรือใต้ตาเท่านั้นค่ะ) แต่มียี่ห้อนึงที่อ่านเจอในแมกกาซีน เป็นเทคนิคที่พี่นิค บาโรส แนะนำไว้คือ Clarins รุ่น Instant Light Complexion Perfector (ขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ได้นำรูปมาใส่ พอดีเพิ่งอ่านเจอ เลยเอามาฝากค่ะ) พี่นิคบอกว่าโลชั่นนี้ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับผิว ที่ทำให้ผิวดูโกลว์แบบเบาๆ อันนี้แหล่ะค่ะ ที่ทำให้รองพื้นดูไม่หนาเตอะเกินไป แต่ก็ไม่ทำให้หน้าดูมันเงาด้วยค่ะ พอเราได้รองพื้นแล้ว ก็เป็นเทคนิคการเกลี่ยค่ะ โดยปกติตัวเองใช้นิ้วค่ะในเวลาเช้าๆ ของทุกๆ วันค่ะ แต่จริงๆ แล้วสำหรับงานพิเศษที่ต้องการความเนี้ยบนี่ไม่สามารถนะคะ ต้องใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ หรือแปรงสำหรับเกลี่ยรองพื้น ค่อยๆ เกลี่ยให้เรียบเนียนนะคะ อาจใช้ปลายนิ้วนางกับนิ้วกลางของเรา ตบเบาๆ ตามรอยของทิศทางที่เกลี่ย เพื่อให้รองพื้นเซ็ตตัวกับผิวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ (เอ่อ…อันนี้พอนึกภาพกันออกมั้ยคะ?… แบบเวลาเราเกลี่ยด้วยเครื่องมือ เช่น ฟองน้ำ หรือแปรง โดยเฉพาะแปรง มันจะแอบมีรอยเส้นบางๆ ของขนแปรงบ้าง ถ้าเราเกลี่ยไม่ค่อยเรียบหน่ะค่ะ ก็ใช้นิ้วเราตบเบาๆ ให้มันกลมกลืนไปกับผิวอีกทีหน่ะค่ะ…แฮ่ๆ ทำไม ไม่เขียนงี้ตั้งแต่แรกเนี่ย – -”)
- หลังจากเกลี่ยรองพื้นแล้ว ก็ปัดทับด้วย Loose powder เท่านี้ก็เรียบร้อยสำหรับผิวหน้าค่ะ
ผลิตภัณฑ์เริ่มจากซ้ายไปขวานะคะ
- Make Up For Ever : Mat Velvet เป็นรองพื้นแบบออยล์ฟรี เนื้อเบาค่ะ ไม่มันและไม่เป็นเงาด้วยค่ะ ราคา 1,715 บาท (<- อันนี้เค้าเขียนใฆษณาไว้นะคะ เป็นโพรดักค์ใหม่ วินีก้าเกิร์ลก็ยังไม่เคยได้ลองค่ะ แต่เคยมีเพื่อนไปแต่งหน้าที่เคาน์เตอร์ของ Make Up For Ever ที่ดิเอ็มโพเรียมมา เพื่อไปงานแต่งงาน แต่งเสร็จแล้วประทับใจมาก เพราะดูสวยมากเลยค่ะ ผิวดูสวย ปาร์ตี้ต่อหน้าก็ยังไม่เมือกค่ะ อันนี้ได้เห็นความสวยของเพื่อนมาด้วยตัวเองค่ะ ((เลยต้องถามว่าไปแต่งที่ไหนมาอ่ะค่ะ)) เรียกว่าเป็น before & after ที่อเมซิ่งมากๆ เลย ผิวหน้าดูสวยมากเลยค่ะ เพราะแบรนด์นี้เค้าก็ออกแบบโพรดักค์มาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในการแต่งหน้าโดยเฉพาะ อันนี้เลยอยากลองนำเสนอค่ะ )
- Laura mercier : foundation primer oil free ขอโทษด้วยนะค๊า จำราคาไม่ได้ น่าจะอยู่ในเรนจ์ประมาณ 1,000 บาท ค่ะ เป็นไพรเมอร์ ที่วินีก้าเกิร์ลใช้อยู่ค่ะ (กำลังรอให้ตัวนี้หมด เพื่อเปลี่ยนเป็น Smashbox ค่ะ แฮ่ๆ) คุณสมบัติอย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วยเคลือบผิวหน้า เป็นรองพื้นของรองพื้นอีกค่ะ!! 555 อ่านแล้วงงอ่ะจิ อิอิ
- Smashbox : Photo Finish Foundation Primer ส่วนอันนี้ราคายังไม่ได้ไปสำรวจมาเลยค่ะ แฮ่ๆ ไพรเมอร์ตัวนี้เค้าเป็นรุ่นท็อปฮิต ชื่อเสียงร่ำลือของ Smashbox อยู่แล้วค่ะ คงไม่ต้องบรรยายมากค่ะ
- Lancome : Photogenic Lumessence ราคา 1,850 บาท เป็นรองพื้นรุ่นใหม่จากลังโคมค่ะ เหมือนว่าเนื้อจะหนาหน่อยค่ะ แต่ช่วยในการปกปิด และความโดดเด่นของโพรดักค์ ต้องเป็นเรื่องแสงตกกระทบกับผิวหน้าเวลาถ่ายรูป ที่ทำให้ผิวดูสวยโด่นค่ะ (อันนี้ยังไม่เคยลองใช้เช่นกันค่ะ)
เป็นผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันค่ะ เพราะรุ่นเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อการแต่งหน้าเพื่อการถ่ายรูปอย่างแท้จริงค่ะ ยังไงใครมีอะไรเด็ดๆ ก็ช่วยแนะนำกันด้วยนะค๊า ^_^ ขอบคุณค๊า ^_^
Posted on 08 November 2007 by Vinegar Girl
ลมหนาวมาเมื่อไหร่…ใจฉันมันยิ่งเหงา..
แฮ่ๆ วันนี้ร้องเพลงมาเลยค่ะ ลมหนาวมาแล้วค่ะ…อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพกันด้วยน๊าค๊า.. ^_^
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณหลายๆ comments เลยค่ะ พอดีมีปัญหาเรื่องระบบ email นิดหน่อยค่ะ เลยยังไม่ได้ตอบหลายๆ คนที่ส่งคำถามและ comments เลยค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ วันนี้เลยขออนุญาตยกยอด comments ทั้งหลายมาพูดไว้ตรงนี้ก่อนตอบทาง email อีกทีนะค๊า ^_^
และขอบคุณ comments จากสาวๆ ไม่ว่าจะเป็น น้อง ZeaRene น้องใหม่ Dolly Gal และน้อง Rachell
น้อง p.J. : จริงๆ สีขรึมๆ มาทุกหนาวอยู่แล้วค่ะ แต่หนาวสีมีสีจัดจ้านมาให้เราได้สนุกกันด้วย ^_^ (คิดถึงน้องพลอยเหมือนกันค๊า ^_^ )
น้อง bess* : ขอบคุณนะค๊า..ที่แนะนำมานะค๊า..กำลังหารูปบู๊ตสั้นมาให้สาวๆ ได้ดูเหมือนกันค่ะ (น้องเบสสบายดีนะค๊า…คิดถึงๆๆ) ^_^
สำหรับน้อง ของขวัญ และ เล็กจ้า ที่ถามเข้ามาเรื่องคอนซีลเลอร์ ต้องขอบคุณน้อง fab_paris และ น้อง kook ด้วยค่ะ ที่ช่วยแนะนำเข้ามาทาง comments ขออนุญาตินำมาแปะไว้ให้อ่านกันในเรื่องนี้ด้วยนะคะ
อันแรกนี่จากน้อง fab_paris ค่ะ
แว้บมาแนะนำคอนซีลเลอร์ให้ค่ะ
ราคาไม่แพงมาก ของKATE สามร้อยกว่าบาทค่ะ
เป็นแบบแท่ง ใช้ได้ทั้งกับใต้ตาและรอยสิวค่ะ
และจากน้อง kook ค่ะ
คอนซีลเลอร์ลองใช้ของ No.7 สิคะไม่แพงแถมดีด้วยใช้ได้ใต้ตาอย่างเดียวนะคะ แต่เพื่อนกุ๊กใช้กะสิวด้วยค่ะเห็นเค้าว่าใช้ได้
สำหรับเรื่องของวันนี้เป็นอะไรอุ่นๆ ที่ช่วยทำให้หนาวนี้ไม่หนาวจนเกินไปค่ะ (แฮ่ๆ จริงๆ เมืองไทยก็ไม่หนาวจนรับไม่ได้อยู่แว้ว! – -” ) เอาเป็นว่าทำให้สาวๆ ตาร้อนๆ อุ่นๆ กันค่ะ อ้ะๆ ไม่ได้อิจฉาใคร แต่เป็นสีบนเปลือกตาร้อนๆ ที่ทำให้ดูอบอุ่นค่ะ อิอิ
ขอบคุณภาพจาก elle.com ค่ะ

หนาวนี้ต้องเลือกอายแชโดว์ที่มีเม็ดสีเข้มข้นในโทนสีอบอุ่น เช่นทอง ทองแดง เขียวกากี น้ำตาลทองที่เป็นแบบชิมเมอร์ เนื้อละเอียดๆ หน่อยนะคะ อายแชโดว์แบบกลิตเตอร์ที่เป็นผงหยาบๆ ไม่ผ่านนะคะ เดี๋ยวเป็น “น้องกระทงหลงทาง“ นึกว่าทำการฝีมือวันลอยกระทง แล้วกากเพชรเหลือเลยเอามาทาตา แฮ่ๆ อ้ะล้อเล่นนนน…ค่ะ 
ชิมเมอร์อายแชโดว์ที่ทาเดี่ยวๆ บนเปลือกตาได้สวย ยิ่งเมื่อเวลาแสงตกกระทบ (ยามปาร์ตี้ค่ำคืน) จะทำให้เป็นประกายที่เปลือกตาค่ะ
Tips & Trick :
- สาวๆ สามารถใช้พู่กันแต้มอายแชโดว์แล้วเกลี่ยชิดขอบตาล่าง เพื่อเพิ่มความเก๋ให้กับสีสันบนเปลือกตา นอกจากระบายบนเปลือกตาบนแล้วนะคะ ลองดูตัวอย่างในภาพค่ะ ^_^
- หลังจากเกลี่ยให้ทั่วเปลือกตาแล้ว เขียนขอบตาด้วยอายไลเนอร์ และปัดขนตาค่ะ เมคอัพลุคนี้ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลยค่ะ
- สำหรับสาวๆ ที่กลัวว่าสีบนเปลือกตาจะไม่ติดทน และเป็นคราบนั้น มีวิธีป้องกันโดย ลงไพรเมอร์เบสบนเปลือกตา หรือจะใช้รองพื้นบางๆ ก็ได้ค่ะ แล้วปัดแป้งฝุ่นเบาๆ (loose powder) ที่เปลือกตา ก่อนทาด้วยอายแชโดว์ค่ะ
- สิ่งที่ต้องห้าม สำหรับการเลือกสี คือโทนสีขาวมุก หรือขาวเมทัลลิค (ซึ่งเป็นสีโทนเย็น) ค่ะ ถ้าทาเดี่ยวๆ บนเปลือกตา จะทำให้ดูตาโปน บวมขึ้นได้ค่ะ
มาถึงสีสันของอายแชโดว์ที่แนะนำ ที่จะทำให้ได้เปลือกตาสีอบอุ่นขึ้นกันค่ะ ^_^
- Nars : Eye Shadow Duo สี Sea, Sex & Sun (<- ชื่อสีนี่น่าใช้มากๆ 5555 ที่ซื้อเครื่องสำอางยี่ห้อนี่ เพราะชื่อจริงๆ ค่ะ อย่าง Blush ที่ชื่อ Orgasm นี่ที่ทาแล้วทาอีก อิอิ) ราคา 1,400 บาทค่ะ (สีนี้จะออกเป็นสีทองๆ หน่อยค่ะ สวยค่ะ สวย)
- Bobbi Brown : Metallic Eye Shadow สี Burnt Sugar Metallics ราคา 1,800 บาท (อันนี้เป็น palette มี 3 ช่องสีโทนน้ำตาลให้เลือกค่ะ เนื้ออายแชโดว์เนียนสวยค่ะ)
- Red Earth : Illusion Lights สี Ginger Bread (สีนี้จะออกน้ำตาลแดงทองๆ หน่อยค่ะ) ราคา 490 บาท สีของ red earth ยังมีอีกหลายสีในโทนอบอุ่นอย่างสีเขียวกากีให้เลือกอีกนะคะ เช่นสี Irish Tweed และ Tiger Eye ค่ะ
- Make Up Store : Eye Dust สี Golden Mane ราคา 600 บาท (รุ่นนี้จะเป็นผงที่มีประกายชิมเมอร์ค่ะ) และอีกรุ่นที่อยากแนะนำคือ Micro Shadow สี Treasure ราคา 600 บาทเหมือนกันค่ะ
- Arty Professional : Pearl Eye Shadow สี Y1 ราคา 450 บาท (เป็นอายแชโดว์เนื้อฝุ่นที่ผสมชิมเมอร์ค่ะ)
- Bloom : Eyes Paint สี Taupe ราคา 950 บาท (รุ่นนี้เป็นอายแชโดว์เนื้อครีมค่ะ)
- Kate : Gradical eyes สี GD-2 ราคาประมาณ 250+ ประมาณสองร้อยกว่าบาทค่ะ ต้องขอโทษทีค่ะ อันนี้จำราคาไม่ได้ค่ะ เป็นตลับเล็กๆ ที่มีสี hi-light และสีเข้มเพื่อเน้นมิติที่ดวงตาด้วยค่ะ เนื้อสีพอใช้ได้ค่ะ ถึงแม้เม็ดสีจะไม่เข้มข้นมาก แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ ^_^
- L’Oreal Paris : Colour Apppeal Platinum สี Pure Gold ราคา 200 บาทค่ะ
หรือสาวๆ ที่ไม่อยากเติมเต็มดวงตาด้วยอายแชโดว์ ก็อาจสร้างความเก๋ไก๋ได้ด้วย อายไลเนอร์ค่ะ ที่น่าสนใจก็มีของ
- Elizabeth Arden : Color Intrique สี Deep Brown และ Hot Bronze ราคา 980 บาท
- Dior : กับ liner ดินสอเขียนขอบตาสีบรอนซ์เมทัลลิค สีน้ำตาลทอง ราคา 800 บาท