Archive | Beauty & Makeup

Tags: , ,

สูตรพอกผิวหลังออกแดดค่ะ

Posted on 16 April 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า… สาวๆ เป็นยังไงกันบ้างค๊า… เล่นน้ำสงกรานต์กันเย็นฉ่ำรึเปล่า หรือว่าไปเที่ยวทะเลในร้อนนี้กันคะ ส่วนตัวเองไม่ได้ไปไหนค่ะ แต่เมื่อวันอาทิตย์ มีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนค่ะ และก็มีบรรดาหลานๆ ตัวเล็กๆ มาด้วย งานนี้เลยได้เล่นเกมส์ Wii เป็นครั้งแรกในชีวิต 5555555 (เชยมั้ยคะ?!)

[เคยมีน้องที่ทำงาน ถามว่าจะซื้อเกมส์ Wii หรือว่า ไปเรียนโยคะใน class ดี ตอนนั้นตัวเองตอบไป ว่าให้ไปเรียนก่อน เพราะถ้ามาเล่นในเกมส์เลย เดี๋ยวไม่รู้วิธีหายใจ แต่เดี๋ยวเปิดเทอม หลังสงกรานต์นี้ อาจต้องไปบอกน้องเค้าใหม่ ว่าพี่ขอซื้อเกมส์่ก่อน ถึงยังไม่เล่นโยคะ ด้วย Wii แต่มีเกมส์อื่นๆ ที่มันส์มั่กๆ ค่ะ ]

เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากวอร์มอัพ ด้วยการโยนโบว์ิลิ่ง ตีกอล์ฟ และเล่นเทนนิส ชนิดที่เรียกว่า หวดกันซะ แขนพันกับคนเล่นข้างๆ ไปแล้ว ยังปิดท้ายด้วยการขึ้นชก ระหว่าง วีินิก้าเกิร์ล ศิษย์เจ้าแม่ไทรทอง VS เก่งดอทคอม ศิษย์เจ้าพ่อตะขบ ผลคือ วีนิก้าเกิร์ลชนะน็อค ในยกที่ 3 ค่ะ งานนี้แอนตาซิล ไม่แจก เพราะไม่แตกจริง นอกจากเสียงเชียร์ จากเพื่อนๆ และหลานๆ แล้ว ได้ยินแต่เสียงหอบ ของตัวเอง เหมือนวิ่งหนีหมาจิ๊กโก๋ปากซอยมาค่ะ จากความอึดถึก ได้รางวัลเป็นเกี๊ยวซ่าแช่แข็ง 1 ห่อกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นเนี่ยสิเคอะ เพิ่งซาบซึ้ง กับเกี๊ยวซ่าที่ได้มา T T เพราะกว่าจะดันตัวให้ลุกจากที่นอนขึ้นมา ไม่มีเรี่ยวแรงทำอย่างอื่นได้ นอกจากอุ่นเกี๊ยวซ่ากิน สรุปว่าปวดเมื่อยตัวอยู่ 2 วันค่ะ เพราะไม่ฟิต แฮ่ๆ sweat-2.gif ขอบอกว่ามันเป็นการ convergence ระหว่างกีฬา กับ เกมส์ ได้ดีมากๆ ค่ะ (ใช้ศัพท์หรูอ่ะป่าว 5555 มั่วมากๆ ค่ะ )

วันนี้เริ่มฟื้นคืนสภาพ กล้ามเนื้อแขนเริ่มมีแรง เลยมานั่งอัพเดทบล็อก ให้สาวๆ ไ้ด้อ่านกันต่อค่ะ เล่านอกเรื่องมาซะยาว มาเข้าเรื่องวันนี้เลยดีกว่าค่ะ

vinegargirl_b_sm.jpg

เล่นเอารูปใหญ่ขู่ไว้ก่อนค่ะ เพราะที่จะเขียนต่อไปนี้สั้น เอ้ย! ง่ายมากค่ะ

สูตรพอกหน้าและผิว เพื่อลดอาการบวมแดง หลังโดนแดดค่ะ

ส่วนผสม
ใบมิ้นต์ (ชื่อนี้เวลา go inter) หรือ ใบสะระแหน่ นั่นแหล่ะค่ะ ใช้ประมาณ 5 ใบ สำหรับผิวหน้าค่ะ
แตงกวา
และไข่ขาวค่ะ

นำใบสะระแหน่ มาปั่นให้ละเอียด ด้วยเครื่องปั่นค่ะ จากนั้น ก็นำแตงกวาที่ปอกเปลือกแล้ว และคว้านเอาเมล็ดออก มาปั่นให้เข้ากัน พักส่วนผสมนี้ไว้ก่อนค่ะ

แล้วก็หันไปตีไข่ (ไม่ใช่ไข่ของคนข้างๆ) แต่เป็นไข่ขาวที่แยกไว้ ตีให้ฟูตั้งยอดค่ะ แล้วก็นำส่วนผสมด้านบน ที่ปั่นไว้ มาคนให้เข้ากันค่ะ แล้วทาทั่วใบหน้า หรือผิวกาย ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกค่ะ

ส่วนผสมนี่ ไม่จำกัดจำนวนค่ะ ลองเพิ่ม หรือลดเอาตามขนาดพื้นผิว ที่เราจะใช้นะคะ ยกเว้นไข่ขาว 1 ฟอง คิดว่าน่าจะพอค่ะ สูตรนี้เคยอ่านเจอในนิตยสาร ต่างประเทศค่ะ แต่ไม่เคยลองตีไข่ไปด้วยสักที.. กลัวเจ็ะ ไม่ใช่แล้น!! จริงๆ ขี้เกียจตีไข่ขาวค่ะ แฮ่ๆ เอาง่ายๆ ก็แตงกวา กับสะระแหน่ค่ะ ไม่แน่ใจว่า ถ้าเพิ่มไข่ขาวด้วย นอกจากทำให้ส่วนผสมพอกง่ายแล้ว ไข่ขาวจะมีประสิทธิภาพ ในการช่วยลดอาการบวมแดงรึเปล่า ถ้าใครทราบเรื่องนี้ รบกวนแนะนำด้วยนะคะ แต่สูตรเค้าให้มา 3 อย่าง ถ้าใครไม่ขี้เกียจก็ลุยเลยค๊า ^_^

วันนี้คงไม่ได้ลองสูตรนี้ เพราะไม่ได้บวมแดง จากการถูกแดดเผา (มีแต่สีดำ เกรียมสนิท ที่ผิวหนังแทนค่ะ) และมีแต่อาการ (ตัว)บวม เนื่องจากกินเยอะค่ะ

ยังไงก็แล้วแต่ ขอขอบคุณท่านสปอนเซอร์ ที่ช่วยมาลงโฆษณาใน vinegargirl ค่ะ ที่ช่วยสนับสนุน ทุนออกกำลังกาย ของวีนิก้าเกิร์ล กับเกมส์ Wii ค่ะ อิอิอิ เดี๋ยว (Wii) เจอกันแน่ๆ แต่ตอนนี้ ขอหยอดกระปุกไปอีกหลายเดือนก่อนค๊า…. กระซิกๆๆ

Comments (4)

เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดด ให้ได้ประสิทธิภาพค่ะ

Posted on 11 April 2008 by Vinegar Girl

vinegargirl_b_sb.jpg

วันนี้มาฝากเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ไม่แน่ใจว่า สาวๆ ทราบกันบ้างรึยังค่ะ นั่นคือเคล็ดลับในการทาครีมกันแดดค่ะ เคยอ่านเจอในแมกกาซีน เค้าบอกว่า ปริมาณที่พอเหมาะ แก่การใช้ครีมกันแดด สำหรับผิวหน้า นั่นคือ ปริมาณเท่ากับเหรียญบาท ค่ะ โอ้ววว!! อ่านแล้ว ดูเหมือนจะไม่พอกับใบหน้า อันใหญ่โตมโหฬาร ของตัวเองค่ะ 5555555 เอาเป็นว่า ปรับให้ปริมาณพอดี กับผิวหน้าละกันนะค๊า

Tips & Trick

ควรใช้ครีมกันแดด ในปริมาณที่พอเหมาะกับผิวค่ะ เพราะถ้าน้อยจนเกินไป ก็ไม่สามารถปกป้องผิว จากแสงแดดได้อย่างเต็มที่ หรือถ้ามากเกินไป นอกจากทำให้เหนียวเหนอะหนะผิวแล้ว อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดสิวได้ค่ะ และเคล็ดลับที่สำคัญ ในการทาครีมกันแดด นั่นคือ ให้เกลี่ยเนื้อครีมไปในทิศทางเดียวกันค่ะ ซึ่งจะส่งผลให้ช่วยปกป้องผิวได้ดีที่สุดค่ะ เพราะบางทีเราก็เพลินค่ะ ทาวนไปวนมา โดยเฉพาะที่แขนและขาค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมทาซ้ำ เวลาที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยนะค๊า

ขอฝากเรื่องเก่าๆ เอามาให้อ่านกันอีกทีค่ะ
คุยเฟื่องเรื่องครีมกันแดด ตอนแรก
คุยเฟื่องเรื่องครีมกันแดด ตอนจบ
ทดสอบ Sun Block แบบ Reality จาก GM Magazine

Comments (9)

Tags: , , , , ,

กระชับรูขุมขนด้วย Apple Cider Vinegar กันค่ะ

Posted on 02 April 2008 by Vinegar Girl

เริ่มชื่อเรื่องกันย๊าววว…ยาวค่ะ แต่สูตรนั้นง่ายแสนง่าย เพราะเดือนนี้ร้อนมากๆ นะคะ บางทีออกไปข้างนอก หน้าตามันเยิ้ม ด้วยอากาศ ที่ทำให้รูขุมขนเราเปิดกว้าง ช่วงนี้ตัวเอง จึงมีใบหน้ามันเยิ้ม แอนด์ สิว (สาว!? ((ที่เหลืออยู่น้อย)) แฮ่ๆ) ทยอยขึ้นเต็มหน้า รับสงกรานต์กันเลยค่ะ ฉะนั้น วันนี้จึงนำสูตร ที่ช่วยรักษาสภาพผิว มาฝากสาวๆ ค่ะ

วันนี้พระเอกของเรา มิใช่ใครที่ไหนค่ะ นั่นคือ Apple Cider Vinegar ที่คุ้นเคยของเรานั่นเอง หลังจากที่ เขียนเรื่อง เครื่องดื่มประจำ vinegargirl ไปเมื่อ 2 ปีก่อน จนอยากซื้อหุ้นใน BRAGG เพราะมีแต่คนคิดว่าโฆษณาให้ค่ะ 555555 ตอนนี้เราเริ่มกลับมา (หากิน) ที่เค้าอีกครั้งค่ะ

vinegargirl_b_bg-1.jpg สูตรแรกนี้ นำมาจากสูตร ที่ห้อยไว้ข้างขวด เวลาซื้อน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ลค่ะ 5555 หากินง่ายไปรึเปล่า แฮ่ๆ แหมม… เห็นว่ามีประโยชน์กับสาวๆ หน่ะค่ะ (จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายสูตร ให้หากินอีกเยอะ กริ๊ววววววว) ก่อนจะรู้ไต๋ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

อ้อ! ขอโน้ตนิดนึงค่ะ ว่าทุกสูตร ควรมีการเทสต์ ที่ท้องแขน เพื่อทดสอบการแพ้ หรือระคายเคือง ก่อนนะค๊า นั่นคือ นำส่วนผสม มาทาที่ท้องแขน ทิ้งไว้ ครึ่งชั่วโมงค่ะ ดูว่ามีผื่นแดง หรืออาการระคายเคืองหรือเปล่า

วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ล ผสมกับน้ำ ในอัตราส่วนที่เท่ากันค่ะ หลังจากผสมเสร็จแล้ว แช่ในตู้เย็นไว้ แล้วนำมาใช้เช็ดหน้า โดยใช้สำลีชุบหมาดๆ แล้วเช็ดบริเวณใบหน้า (ควรเว้นรอบดวงตานะคะ อันนี้เพิ่มเติมให้เองค่ะ เพราะน้ำส้มสายชู มีฤทธิ์เป็นกรด ควรหลีกเลี่ยงรอบดวงตา เพราะระหว่างที่เช็ดหน้าอยู่ บางคนอาจแสบตาได้ค่ะ ถ้าคนที่มีอาการแสบตา ควรหลีกเลี่ยง ผิวบริเวณที่ใกล้ดวงตาเกินไปค่ะ ((หรือใช้น้องสาว หรือพี่สาว เช็ดให้เรา แล้วเราก็นอนหลับตา เหมือนอยู่ในสปา แทนค่ะ อิอิอิ fauxcul.jpg )) หรือถ้ามีการแสบตามาก ควรผสมน้ำเพิ่ม หรือหลีกเลี่ยงการใช้สูตรนี้ค่ะ) จากนั้นก็อาจใช้สำลี ที่ชุบด้วยส่วนผสมนั้น หมาดๆ นะคะ แปะไว้บนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกทีค่ะ เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวสดชื่น ช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วยค่ะ

ขอเพิ่มอีกสูตรค่ะ สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย อันนี้เป็นสูตรตัวเอง ไม่ได้มาจากข้างขวดค่ะ

วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือเจ้า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล เนี่ยหละ่ค่ะ (เขียนเต็มๆ อีกที ไม่มีย่อ) 1/2 – 1 ช้อน (แล้วแต่ช้อนเล็ก ช้อนใหญ่นะคะ แฮ่ๆ – -”)
น้ำผึ้ง 2 – 3 ช้อน

หรือจะปรับอัตราส่วนเองก็ได้ค่ะ แต่ควรให้น้ำผึ้ง มีอัตราส่วนที่ มากกว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลนะคะ อย่างที่บอกค่ะ ว่าตัว Apple Cider Vinegar มีความเป็นกรดสูง อาจทำให้ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองได้ง่ายอยู่แล้วค่ะ

ผสมทั้ง 2 อย่าง แล้วก็พอกทิ้งไว้ที่ใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาเหมือนเดิมค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ

สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน และทำให้หน้าดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ เพราะ apple cider vinegar นอกจากจะ ช่วยกระชับรูขุมขนแล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นกรด เพราะฉะนั้น จึงเป็น AHA หรือกรดจากผลไม้ นั่นเองค่ะ ช่วยผลัดเซลผิวได้ค่ะ แต่การใช้ น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊บเปิ้ลนี้ ต้องระวังมากค่ะ เพราะการที่อยู่บนผิวหน้า นานไปก็เกิดอันตรายต่อผิวหน้าได้ค่ะ ถ้าเมื่อไหร่ที่สาวๆ รู้สึกแสบผิว ไม่ต้องอดทนนะคะ ล้างออกได้เลยค่ะ ไม่งั้นจะพอกให้หน้าใส จะเปลี่ยนเป็นหน้าไหม้ ระคายเคืองค่ะ

และด้วยน้ำผึ้ง มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ และช่วยกระชับรูขุมขน ไม่มีฤทธิ์ เป็นกรด หรือด่างค่ะ สำหรับคนที่ไม่แน่ใจ ว่าแพ้ น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลนี้ ใช้แต่น้ำผึ้งพอกหน้า อย่างเดียวก็ได้ค่ะ ^_^

Note : เพิ่มเติมค่ะ หลังจากที่ได้ลองมาแล้ว คิดว่าต้องปรับสูตรกันเล็กน้อยค่ะ นั่นคือ ปริมาณ น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ล อาจต้องน้อยกว่า ส่วนผสมอื่นๆ หน่อยค่ะ ที่วีนิก้าเกิร์ล ได้ลอง นั่นคือใช้สูตร Apple Cider Vinegar + น้ำผึ้งค่ะ โดยผสม ACV 1 ช้อนชา + น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา แต่รู้สึกว่า ACV จะมากไปค่ะ  ควรใช้ Apple Cider Vinegar แค่ 1/2 ช้อนชา ก็พอค่ะ เพราะถ้ามากไป มันจะเหลว ไม่ติดผิวค่ะ

Review : ตอนที่ทาหน้า ไม่แสบตาเท่าไหร่ค่ะ แต่จะบอกว่า การสูดดม กลิ่น Apple Cider Vinegar นี่ ก็ทรมานได้เหมือนกันค่ะ ทำให้ไม่สามารถทิ้งไว้ได้นานเท่าไหร่ค่ะ สาวๆ ควรเว้นรอบดวงตา และรอบริมฝีปาก จะดีกว่าค่ะ (ตอนที่ตัวเองทำ ไม่ได้เว้นรอบริมฝีปากค่ะ เลยได้กลิ่นเต็มๆ แฮ่ๆ) ขณะที่ลองใช้ กำลังเป็นสิวอักเสบ 1 เม็ดใหญ่ (แบบกำลังบวมแดงเลยค่ะ)  ไม่แน่ใจว่า ระหว่างการพอกหน้าด้วยสูตรนี้ กับการไปเที่ยวทะเล เจอน้ำเกลือในทะเล อันไหนช่วยมากกว่ากัน เพราะก่อนกลับจากไปเที่ยว สิวก็หายพอดีค่ะ 555555 สรุปว่า น้ำส้มสายชู VS น้ำทะเล ไม่ได้มีอะไรช่วย แต่ไปเที่ยว จิตใจเบิกบาน เลยทำให้สิวยุบซะงั้น!?! อ้ะ!! มั่วค่ะ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่า ตัดเรื่องสิวออกไปก่อนนะคะ

เรื่องรูขุมขนี่น้อง ning และน้องๆหลายคนถามว่า มันจะช่วยลดขนาดได้ ต้องทำกี่ครั้ง อันนี้ขอตอบจากความรู้ ที่ได้มาจากประสบการณ์ + แพทย์ผิวหนังนะคะ ว่ารูขุมขนเนี่ย ไม่สามารถลดขนาด หรือปิดสนิทแบบถาวรได้ ด้วยสกินแคร์ใดๆ ค่ะ สิ่งเหล่านี้ ช่วยทำให้กระชับชั่วคราวเท่านั้นค่ะ สำหรับสูตรนี้ก็เหมือนกันค่ะ เพราะหน้าร้อน อากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้รูขุมขนผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น สูตรนี้เป็นแค่วิธีที่ทำให้รูขุมขนที่เปิดกว้างเพราะอากาศ กระชับขึ้นชั่วคราวค่ะ แต่จะได้ประโยชน์ จากกรด AHA ในน้ำส้มสายชูหมัก ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และ ประโยชน์ในการสมานผิว ลดการอักเสบ และกระชับผิว จากน้ำผึ้งอีกส่วนหนึ่งค่ะ

ถ้าใช้สูตร Apple Cider Vinegar นี้ คิดว่าไม่ควรทำบ่อยมากนะคะ อาจจะ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้ง ก็พอค่ะ เพราะอย่างที่บอกค่ะ ว่ามีฤทธิ์เป็นกรดค่ะ ทำบ่อยเกินไป ผิวอาจจะแห้งมากค่ะ

ส่วนการพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง พี่อ้อมใช้ น้ำผึ้้งสวนจิตรลดาค่ะ มีทั้งเป็นหลอด และขวดใหญ่ค่ะ  หรือสาวๆ จะใช้ยี่ห้ออื่นๆ ก็ได้นะคะ แต่ขอเป็นน้ำผึ้งแท้ค่ะ วิธีการแสนง่ายค่ะ นั่นคือ นำน้ำผึ้งมาพอกไว้ที่หน้าได้เลยค่ะ เว้นรอบดวงตาอย่างเคยนะคะ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที  ระหว่างนั้นก็จะพอกไปกินไปค่ะ เพราะน้ำผึ้งจะไหลลงมาที่มุมปาก เราก็เลยไปเรื่อยๆ 55555  การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งนี้ สามารถทำได้บ่อยค่ะ เพราะน้ำผึ้งไม่เป็นอันตรายต่อผิวค่ะ สามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้เหมือนกันค่ะ และช่วยลดการอักเสบของสิวได้อีกด้วยค่ะ  ^_^

Comments (14)

Tags: , , ,

LANCÔME : Virtuôse Mascara Review

Posted on 25 February 2008 by Vinegar Girl

กลับมาแล้วค๊า…กับการรีิวิวค่ะ หายไปนาน จนเพิ่งรู้ว่า เมนู Review ของตัวเองก็หายไปด้วยค่ะ พอจะเขียน แล้วเพิ่งมาเห็นค่ะ ว่า Review Category ของอะฮั้น มันหายไปไหน?! littleshock-2.gif
มานึกขึ้นได้ สงสัยว่า ตอนที่มีการ upgrade WordPress เวอร์ชั่นใหม่ พร้อมกับ implement Design มาเป็น ดีไซน์ใหม่เดิ้นอันนี้ มันทำให้ Review ที่อยู่ใน Category เดิม มันไปรวมกับ Beauty & Makeup เพราะ ที่วางเมนูมันไม่พอค่ะ…เลยต้องมานั่ง group เรื่องที่ไปรวมกันอยู่ แยกออกมาค่ะ ตอนนี้ สาวๆ สามารถ คลิกดูเฉพาะ รีวิว ได้ที่ Sub Menu ใต้ Beauty & Makeup นะค๊า ^_^

จริงๆ อยากจะรีวิวให้ได้บ่อยๆ ค่ะ แต่ก็อยากเอาใจสาวๆ ด้วยการถ่ายรูป Before & After ค่ะ เลยกว่าจะได้ 1 บทความ ต้องใช้เวลานาน พร้อมกับวันที่ว่างๆ ถ่ายรูปจริงๆค่ะ วันนี้ เตรียมตัวช็อก กับรูปตาเท่าบ้าน ดูน่ากลัวมากๆ แฮ่ๆ ไปรีวิวกันเลยค๊า ^_^

virtuose-mascara_lancome.jpg

Virtuôse Mascara จาก LANCÔME ค่ะ
ราคา 1,000 บาท

คุณสมบัติ : ที่ทางแบรนด์ นำเสนอไว้ค่ะ

ด้วยวิทยาการล่าสุด Hydrophobic Polymer เมื่อแรกสัมผัส Virtuôse Mascara ให้คุณรู้สึกได้ถึงเนื้อสัมผัสที่นวลเนียน บางเบา แต่ปกคลุมขนตาได้อย่างทั่วถึง ให้ขนตาเรียงตัวสวยเส้นต่อเส้น โดยมี Contouring Film เสริมสร้างความโค้งงอนของขนตา พร้อมดีไซน์แปรงมาสคาร่าแบบใหม่ที่โค้งรับแนวขนตา ให้ขนตาโค้งงอนถึงขีดสุดกว่า 100 องศา สูตรผสม Smudge-proof สร้างเนื้อมาสคาร่าที่ทนต่อความชื้นและเหงื่อ ติดทนเนิ่นนานกว่า 12 ชั่วโมง แต่กระนั้นก็ทำความสะอาดง่ายดายด้วยน้ำเปล่า

Review : เป็นมาสคาร่า ที่ปัดเพียงครั้งแรก ก็ให้ความคมชัด สีดำชัดเจน ทำให้ดูขนตา หนาขึ้นได้เลยค่ะ โดยเฉพาะตรงโคนๆ ที่ดูำดำ และหนาขึ้นค่ะ เนื้อมาสคาร่า จับขนตา ให้เรียงเส้นสวยได้ดีทีเดียวค่ะ

แต่…ไม่เข้าใจว่า ตัวเองไม่มีเทคนิคที่ดีพอ หรือปัดไม่เก่ง เพราะมัน ไม่สามารถ โค้งงอนได้กว่า 100 องศาค่ะ ไม่ว่าจะตีลังกา หรือทำท่าสะพานโค้งปัด เพื่อต้านทานแรงโน้มถ่วง <- อันนี้โอเว่อร์มั่กๆ นอกจาก ไม่โค้งเหมือนสะพานแขวนแล้ว พอปัดทิ้งไว้จะทำให้ขนตาตกด้วยค่ะ เมื่อตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ เนื้อมาสคาร่า จะมีความชุ่มชื่นมาก โดยเฉพาะ เวลาปัดไป จะรู้สึกว่า เนื้อมาสคาร่า เคลือบเส้นขนตาไว้เต็มที่ค่ะ ซึ่งนั่น ก็ทำให้ขนตาหุบ ตกลงมาแบบฉับพลัน หลังจากที่เราเพิ่งดัดขนตา ให้งอนงามค่ะ เลยคิดว่า เนื้อมาสคาร่า อาจเกาะที่แปรงเยอะเกินไป เลยทำให้เนื้อมาสคาร่า ที่มาอยู่บนขนตาเราเยอะ จนหนัก (แต่ไม่ได้เยิ้มนะคะ) และทำให้ขนตาตกให้ที่สุดค่ะ เลยพยายามแก้ไขโดย ใช้มาสคาร่า ของ Fasio รุ่นที่ช่วยให้ขนตางอนงาม ปัดให้ตั้งไว้ก่อน แล้วปัดซ้ำด้วยตัวนี้ เพื่อความหนา ยาว ดกดำ และตั้งโด่ (ขนตาค่ะ ขนตา คริๆ) แต่ด้วยช่วงที่เปิดใช้แรกๆ เนื้อมาสคาร่า ก็ยังชุ่มชื่น ต้องใช้คำนี้ค่ะ เพราะมันไม่ได้เยิ้มอยู่บนขนตา แต่พอใช้ไปซักพัก เนื้อมาสคาร่า จะแห้งขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติของทุกยี่ห้อค่ะ ดูเหมือนว่าก็ยังพอได้อยู่ แต่เวลาผ่านไป ไม่กี่ชั่วโมง ขนตาก็ตกอีกแล้วค่ะ และรู้สึกหนักๆ ด้วยค่ะ

หรืออาจเพราะว่า โดยส่วนตัว จะชอบขนตา ที่ค่อนข้างตั้งขึ้น (อันนี้เป็นโรคจิตค่ะ) คือไม่ค่อย มีการเปลี่ยนแปลงมาก หลังจากปัด นั่นคือ ดัดมาแล้วงอนระดับไหน เวลาปัด ก็ควรคงความงอน ไว้ใกล้เคียงระดับเดิมหน่ะค่ะ ลองไปดูภาพกันค่ะ

vinegargirl-r-virtue-before.jpg

Before : พอดีว่าลืมถ่ายรูป ขนตาข้างเดียวกัน ก่อนปัดค่ะ เลยขออนุญาต ถ่ายรูปขนตาอีกข้าง มาแทนไ้ด้อ่ะค่ะ่ sweat-2.gif
รูปนี้ คือขนตาเพียวๆ เพิ่งผ่านการดัดมาค่ะ จำนวนเส้นขน (ตา) อาจไม่เท่ากันเด๊ะๆ แต่คิดว่าสาวๆ อาจพอดูออกนะค๊า ขอโทษด้วยค๊า รอบหน้าจะไม่ลืมค่ะ

vinegargirl-r-virtue-font-1.jpg

After : ภาพนี้ คือปัด 1 ครั้ง หลังดัดขนตาแล้วค่ะ จะสังเกตว่า ขนตาเรียงเส้นสวยค่ะ โดยเฉพาะโคนขนตา จะดำๆ หน่อยค่ะ ทำให้ดูขนตาหนาค่ะ

note : ขออภัย หากรูปภาพ ทำให้สาวๆ เกิดอาการตกใจ ในความเหี่ยว 55555555 พยายาม retouch แล้วค่ะ อิอิ แต่ก็ยังช่วยได้เท่านี้ พอดีไม่ได้แต่งหน้าค่ะ แฮ่ๆ [เพิ่งเห็นว่า ตัวเอง (ขอบ) ตาเหลือง เป็นดี (ฟุ้ง) ซ่านค่ะ ]

vinegargirl-r-virtue-side-3.jpg

ภาพนี้ หลังจากปัดซ้ำ เป็นครั้งที่ 2 ค่ะ อาจมีการจัีบเป็นก้อน ของมาสคาร่า ที่โคนขนตาบ้างค่ะ แต่โดยรวม ขนตาก็ยังเรียงเส้นค่ะ แต่ด้วยแปรง (ที่เค้าออกแบบมาให้โค้งรับ กับแนวขนตา) หรือว่าข้าพเจ้า ใช้ไม่เป็น คือว่ารู้สึกว่า มันไม่สามารถ เข้าถึง ระดับแนวโคนขนตา ระยะประชิดได้ค่ะ มันจะเกือบๆ ชิดแนวหน่ะค่ะ แต่ถ้าพยายาม ปัดให้ชิดแนว มันก็จะเริ่มจับเป็นก้อนๆ นิดหน่อยค่ะ

vinegargirl-r-virtue-side-4.jpg

ภาพด้านข้างค่ะ ไม่แน่ใจว่า สาวๆ จะเห็นมั้ยคะ ว่าเนื้อมาสคาร่า จะยังเคลือบได้ ไม่ถึงโคนทีเดียวค่ะ และภาพนี้ ปัดและทิ้งไว้ ประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากเปิดใช้มาสคาร่า มาเกือบ 2 เดือนแล้วค่ะ คือว่าตัวเองอาจโรคจิต ที่ไม่ค่อยชอบ ให้มันตกลงมาเป็นกันสาดหน่ะค่ะ แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ถึงขนาดแย่มากนะคะ คิดว่า สำหรับคนที่ขนตางอนอยู่เป็นทุนเดิม น่าจะชื่นชอบค่ะ เพราะดูสิคะว่า มาสคาร่ารุ่นนี้ ทำให้ดูขนตา หนาเป็นแพ และยังคงเรียงเส้นได้สวยงามค่ะ คือเค้าก็ยังงอนอยู่นิดหน่อยค่ะ ไม่แน่ใจว่า ที่เค้าบอกว่า งอนกว่า 100 องศา นั้นก็ถูกต้องแล้ว เพราะขนตาเรามันงอน เกินขีดจำกัด บวกเพิ่มไปอีก เป็น 180 องศา ระนาบกับพื้นเลย อิอิ อ้ะ ล้อเล่นนนน

สรุปนะคะ เอาเป็นว่า ถ้าพูดถึงความประทับใจ อาจไม่สุดค่ะ เพราะแบบว่า อาจจะคาดหวังไว้เยอะ + กับเสียเงินเยอะ 55555555 ผนวกกับ ความโรคจิตส่วนตัว ที่ชอบให้ขนตางอนจนถึงคิ้ว มันเลยไม่จบที่ แท่งนี้แท่งเดียวค่ะ เพราะต้องใช้ตัวช่วย นั่นคือ ถ้าปัดแล้วไม่งอน ก็ดัดเพิ่ม แต่อันนี้ ไม่ดีๆค่ะ ไม่ควรทำนะคะ เพราะจะทำให้ขนตาหัก และหลุดร่วงได้ง่ายค่ะ เพราะฉะนั้น เลยสรรหา option เสริม เป็นแท่งอื่นๆ ที่ปัดเพื่อให้ขนตา set ตั้งไว้ก่อนค่ะ แต่พอปัดทับด้วยแท่งนี้ เวลาครึ่งวันผ่านไป ก็ยังตกอยู่ดี แต่มาสคาร่า Virtuôse นี้ เหมาะมากๆ สำหรับ สาวๆ ที่มีขนตางอนอยู่แล้ว หรือสาวที่ไม่ชอบ ปัดมาสคาร่า แล้วขนตาจะทิ่มกับเปลือกตาหน่ะค่ะ รุ่นนี้ก็ทำให้งอนสวยแบบธรรมชาติ หรืองอนแต่พองามค่ะ และยังได้ความหนา เป็นแพ เรียงเส้นสวย

ผ่านไปครึ่งวันไม่เป็นคราบค่ะ ล้างออกง่ายด้วยน้ำเปล่า?! ขอไปพิสูจน์แป็บเดียว เดี๋ยวกลับมาบอกค่ะ

ไปล้างมาแล้วค่ะ น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถ กำจัดได้หมดค่ะ เพราะพอเนื้อมาสคาร่า ที่หลุดจากขนตา มันก็เลอะๆ อยู่บนเปลือกตาบน และล่าง แต่ถือว่าล้างออกได้ง่ายค่ะ ยิ่งถ้าใช้ eye make up remover ไม่ต้องออกแรงเยอะ ก็ล้างออกได้หมดจดค่ะ ^_^

มาดูคะแนนกันค่ะ คะแนนเต็ม ของแต่ละอันที่ 5 ดาวนะคะ
ความยาว 3-half_star.jpg
ความหนา 4-half_star.jpg
ความงอน 2star.jpg
ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก 3-half_star.jpg
ไม่ทำให้เป็นแพนด้า เวลาเจอเหงื่อ 3star.jpg
ล้างออกง่าย 4star.jpg

ใครเคยใช้ Virtuôse มาสคาร่า จากลังโคมรุ่นนี้ ได้ผลเป็นอย่างไร รบกวนช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะค๊า

ส่วนรีวิว วันนี้ หากภาพประกอบ ทำให้สาวๆ เกิดภาพหลอน หรือมีภาพรบกวนสายตา ต้องกราบขออภัย อีกครั้งค่ะ เพราะต้องการให้เห็นขี้ตา เอ้ย! ขนตาทุกเส้น เลย zoom จนเห็นรอยตีนกาแทน แฮ่ๆ

Comments (10)

Tags: , ,

Makeup Course

Posted on 18 February 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ เป็นยังไงคะ รู้สึกถึงความแตกต่างของบล็อก ว่า load เร็วขึ้นรึเปล่าค๊า?
สาวๆ บอก : “ไม่เห็นว่าจะเร็วขึ้น หรือแตกต่างเลยค่ะ!”
วีนิก้าเกิร์ล : 034.gif <- ใจสลายค่ะ อย่าเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเซี้ยงจี้ 2 ก้อนนะคะ

ยังไงช่วยๆ กันทำเนียน รู้สึกว่ามันเร็วขึ้นนิดนึงนะคะ เพราะว่าทุ่มทุนกับ server ใหม่ อย่างแรงงง!! ค่ะ (และก็อย่างแพงด้วยค่ะ) แฮ่ๆ ตอนนี้ก็เลยกรอบเกรียว เคี้ยวหญ้าอ่อน เอ่อ..อันนี้ไม่เกี่ยวกันละ! เป็นความอยากจากจิตใต้สำนึก แฮ่ๆ

vinegargirl-m-bb-1-1.jpg

ช่วงก่อนหน้านี้ น้องๆ หลายคนกำลังจะรับปริญญา เลยมีการถามเรื่องแต่งหน้า เข้ามาเยอะมากนะคะ และก็มีอีกหลายคน โดยเฉพาะ น้อง nene ที่เคยถามถึง คอร์สเรียนแต่งหน้า ไว้ค่ะ วันนี้เลยรวบรวม คอร์สสอนแต่งหน้า แบบระยะสั้น จากหลากหลายแบรนด์เครื่องสำอางค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการให้ซื้อ voucher แล้วสามารถ แลกของได้หลังเรียนเสร็จค่ะ มีแบรนด์อะไรบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

ที่แรกกับ Bobbi Brown ค่ะ ได้รับ brochure มาที่บ้าน ก็สดุดกับสีสันสวยงามทันทีค่ะ (ไว้ถ้าบล็อกเรา ฮิตกว่านี้อีกนิด จะลองติดต่อขอไฟล์ภาพ ทางอีเมล์ค่ะ สาวๆ จะได้ดูภาพสวยๆ กว่านี้ค่ะ) วันนี้สแกน มาให้ดูกันก่อนนะค๊า

vinegargirl-m-bb-2-1.jpg

Bobbi Brown University
หลักสูตรเรียนแต่งหน้าแบบต่อเนื่อง เพื่อให้สาวๆได้เรียนรู้ทุกขั้นตอน แบบเจาะลึก โดยเรียงลำดับหลักสูตรต่างๆ ง่ายต่อความเข้าใจ ตามหัวข้อด้านล่างนี้ค่ะ

Basic Makeup
ไม่ว่าคุณจะแต่งหน้า มานานกี่ปีแล้วก็ตาม เบสิกคอร์ส จะทบทวนคุณอีกครั้ง ว่าสิ่งที่คุณปฏิบัิติอยู่ ถูกต้องหรือไม่? และช่วยคุณค้นหาสไตล์ และสีสัน ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัวคุณ

All about eyes
เรียนรู้วิธีตกแต่งทรงคิ้ว และแต่งดวงตาในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่างกันค่ะ รวมทั้ง ยังอัพเดท เทรนด์การแต่งตาที่นิยมด้วยค่ะ

Color Combination
การจับคู่สีตา แก้ม ปาก อย่างลงตัว และการใช้สีเข้ม หรืออ่อนบนจุดต่างๆ บนใบหน้า ซึ่งจะทำให้ภาพรวมของเมคอัพของคุณ ดูสวยแบบไร้ที่ติค่ะ

vinegargirl-m-bb-3.jpg3 เดือน สำหรับ 3 หลักสูตร
เพื่อให้คุณเรียน และเข้าใจ แต่ละหลักสูตรอย่างแท้จริง ถ้ามีปัญหา ในการแต่งหน้าใดๆ หรือต้องการทบทวน หลักสูตรต่างๆ ที่ผ่านมา สามารถนัดเวลา เพื่อเรียนกับ Makeup Artist แบบตัวต่อตัวตลอดเวลาค่ะ ทุกหลักสูตร มีเอกสารประกอบการเรียน เพื่อทบทวนแต่ละขั้นตอน ได้เองที่บ้าน หลังจากจบหลักสูตรทั้งหมดนี้ คุณก็สามารถเป็น ช่างแต่งหน้ามือโปร สำหรับตัวเองได้ค่ะ

9 ชั่วโมงการเรียน
มูลค่า 7,500 บาท ซึ่งสามารถ แลกเป็นผลิตภัณฑ์ ได้เต็มมูลค่า หลังจากจบหลักสูตรทั้ง 3 รับ Travel Brush Set มูลค่้า 4,000 บาท ทุกท่านค่ะ

นอกจากนี้ยังมี
สิทธิพิเศษ สำหรับผู้ถือบัตร Emporium Prestige Card หรือ Beauty Card
เมื่อซื้อคูปอง Bobbi Brown University รับ Pink Collection เป็นกระเป๋าเครื่องสำอาง ขนาดพกพา สี Pink Quartz ภายในบรรจุ Split pan Eye Shadow, Mini Lip Gloss และ Skincare ขนาดทดลองตาสภาพผิว 1 ชุด มูลค่า รวม 1,500 บาทค่ะ
*สิ้นสุดถึงวันที่ 2 มีนาคม 2551 นี้ค่ะ

สาวๆ ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดได้ที่ บ็อบบี้ บราวน์ สตูดิโอ (Bobbi Brown Studio)

  • The Emporium (ดิ เอ็มโพเรียม) โทร. 0-2664-7533
  • Siam Paragon (สยามพารากอน) โทร. 0-2610-7707
  • The Mall บางกะปิ โทร. 0-2734-2178
  • The Mall งามวงศ์วาน โทร. 0-2951-7902
  • The Mall ท่าพระ โทร. 0-2876-5443

*****************************************************************

vinegargirl-m-lm-1.jpg

Laura Mercier กับ “The Flawless Face Workshop”

Laura Mercier เชื่อว่า พื้นฐานการแต่งหน้าที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากพื้นผิวที่ สวยเนียนเรียบไร้ที่ติก่อนค่ะ เค้าจึงจัด workshop ให้สาวๆ ได้เรียนรู้เทคนิคการแต่งหน้าแบบ สวยใส ไร้ที่ติ พร้อมเทคนิค และเคล็ดลับ ที่จะทำให้สาวๆ สามารถเนรมิตผิวสวย ได้ด้วยตัวเองค่ะ

เพียงซื้อ voucher มูลค่า 3,000 บาท ซึ่งสามารถแลกเป็นสินค้าได้เต็มจำนวน ภายหลังจากการเรียน และยังสามารถ พาเพื่อนมาร่วม workshop ได้อีก 1 ท่านฟรี! ค่ะ

สอบถามรายละเอียด และสำรองเวลาได้ที่ เคาน์เตอร์ Laura Mercier ทุกสาขาค่ะ

  • เซ็นทรัล ชิดลม โทร. 0-2254-9130
  • เซ็นทรัล ลาดพร้าว โทร. 0-2541-1671
  • เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โทร. 0-2884-8056
  • Zen โทร. 0-2100-9064
  • พารากอน โทร. 0-2610-7726

*****************************************************************

vinegargirl-m-pj-1.jpg

และสุดท้าย กับ PAUL & JOE ค่ะ ใน คอลเลคชั่น SWEETIE
ที่มากับเฉดสีลูกกวาด แสนสดใส รับร้อนนี้ค่ะ พร้อมกับ International Make up Artist จาก ญี่ปุ่น Joji Tsuchiya ที่จะมานำเสนอ เทคนิคการแต่งหน้า แบบญี่ปุ่น ให้กับสาวๆค่ะ ซึ่งสาวๆ สามารถสำรองที่นั่ง ได้ตามวันและเวลา ดังนี้ค่ะ

20 ก.พ. 08 14.00 – 17.30 น. ณ ดิ เอ็มโพเรียม
21 ก.พ. 08 14.00 -17.30 น. ณ พารากอน

* สำรองที่นั่งได้ที่ 02-627-3881 ตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น.
สำหรับผู้เข้าร่วม workshop รับฟรี gift set และ gift voucher มูลค่า 1,000 บาท

และสำหรับ ลูกค้าที่ซื้อสินค้า ระหว่าง วันที่ 20 – 24 ก.พ. 2551 ณ เคาน์เตอร์ PAUL & JOE สาขาใดก็ได้ ครบ 4,000 บาท รับฟรี Exclusive Gift ค่ะ และยังมีช่วงเวลา WOW!! Promotion คือช่วงเวลา 15.00 – 18.00 น. ของ วันที่ 20 – 22 ก.พ. 2551 นี้อีกนะคะ ส่วนจะเป็นอะไร ต้องไป WOW กันที่เคาน์เตอร์ค่ะ คือว่ามันเยอะค่ะ แฮ่ๆ (พิมพ์นิ้วหงิกแล้วค่ะ)

Comments (4)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/var/www/virtual/vinegargirl.com/htdocs/wp-content/uploads/2008/02/thumb-b-s08-n-1.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

Tags: , , , ,

Summer 2008 Makeup Trend – Sunshine Nude

Posted on 04 February 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีวันจันทร์ ที่เฉอะแฉะ ตั้งแต่เช้าจรดเย็นวันนี้ค่ะ ถึงแม้ฟ้าฝนจะดูอึมครึมไปหน่อย แต่คิดว่าคงไม่ทำให้ สาวๆ มีอารมณ์หม่นหมอง ตามอากาศนะค๊า ^_^ ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ เพิ่งจะเริ่มเข้าหน้าร้อน แต่ช่วงนี้กรุงเทพฝนตก กันจน สร้างความสับสนทางฤดูเลยค่ะ ฝากทุกๆ คน รักษาโลกเราด้วยนะคะ ช่วยกันลดโลกร้อนกันค่ะ ^_^

วันนี้ตามใจ น้อง Ham ค่ะ ที่อยากให้แนะนำการแต่งหน้า โทนนู้ด หรือการแต่งหน้าแบบบางๆ สำหรับแต่งไปทำงานทุกวันค่ะ

สำหรับ Summer Makeup Trend 2008 นี้ ผิวอบอุ่น เหมือนเพิ่งโดนแดด เข้ามาแทนที่ นู้ดสไตล์ผิวขาวซีด ของหนาวที่ผ่านมาค่ะ

vinegargirl-b-s08-2.jpg

  • สิ่งสำคัญของการแต่งหน้าโทนนู้ด นั่นก็คือ ผิวหน้าที่ดูเฟอร์เฟ็ค บางเบาค่ะ ควรใช้ ทินท์มอยส์เจอร์ (Tinted Moisturizer) หรือรองพื้น เนื้อมูส หรือครีม เพื่อให้ผิวดูชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง หรือดิวอี้ลุค ซึ่งทำให้ดูสวย อ่อนเยาว์ แบบธรรมชาติค่ะ
  • หรือถ้าเราเลือกใช้รองพื้นเนื้อแมทท์ สาวๆ ต้องใช้เทคนิคการเติมชิมเมอร์ ที่ตา แก้ม กันด้วยค่ะ

Makeup น่าลอง

  • Wonder Foundation จาก Make Up Store ที่เป็นรองพื้นเนื้อมอยส์เจอร์ ที่ให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ชุ่มชื่น แต่ไม่ทำให้หน้ามันค่ะ ราคา 1,200 บาท
  • Tinted Moisturizer จาก Laura Mercier

vinegargirl-b-s08-1.jpg

  • เพื่อให้ได้ลุคสวย บ่มแดดนิดๆ สาวๆ ควรใช้บรอนเซอร์ หรือ บลัชออนโทนสีพีช ไล้บริเวณโหนกแก้ม และช่วงขมับค่ะ
  • เทคนิคของวีนิก้าเกิร์ล เราอาจลงด้วยบลัชแบบมูส เจล หรือครีมบนผิวก่อน แล้วค่อยใช้บรอนเซอร์ลงเฉพาะโหนกแก้มค่ะ

Makeup น่าลอง

  • Maybelline Mousse Blush เป็นบลัชเนื้อมูส จาก Maybelline ค่ะ
  • Pro Cheeks No. 455 เป็นบลัชเนื้อครีม จาก Dior ราคา 850 บาท ค่ะ
  • บลัช ที่ผสมชิมเมอร์นิดๆ อย่าง Sheertone Shimmer Blush สี Dolly Mix จาก M.A.C ราคา 920 บาท ค่ะ
  • Fusion Soft Lights สี Dusk จาก Smasbox ราคา 1,300 บาท ชิมเมอร์ตลับเดียว ที่มีการไล่สี โทนอ่อน-สีไฮไลท์ค่ะ
  • Glow Twin Color จาก Canmake ราคา 299 บาท มีจำหน่ายที่ร้านวัตสันค่ะ

vinegargirl-b-s08-3.jpg

  • คีย์เมคอัพ สำหรับโทนนู้ดใน Summer 2008 นี้ คือเปลือกตา ชิมเมอร์ ในโทนสีสว่าง อย่าง ขาว เงิน หรือทอง ที่เปล่งประกายอยู่บนเปลือกตา เพียงเฉดเดียวเท่านั้นค่ะ

Makeup น่าลอง

  • Duo Eyeshadow สี Key Largo จาก Nars ราคา 1,200 บาท ค่ะ
  • Mix Color for eyes เบอร์ 09 จาก RMK ราคา 1,480 บาท

หรือลองไปดูลิสท์ที่วีนิก้าเกิร์ล เคยทำเขียนไว้ ยังพอใช้ได้อยู่ค่ะ กับการแต่งหน้า โทน Warm Metal

Tips : ถ้าสาวๆ ต้องการให้ดวงตา ดูโดดเด่นขึ้นมาอีกหน่อย ลองใช้เจลอายไลเนอร์ หรือดินสอเขียนขอบตา เฉพาะขอบตาบนนะคะ ไม่ต้องตวัดหางนะคะ เพราะเราเน้นลุค อ่อนใส ธรรมชาติ และควรหลีกเลี่ยง ลิควิดอายไลเนอร์ ไปเลยค่ะ เพราะจะทำให้ดูแต่งหน้าจัดเกินไปค่ะ

vinegargirl-b-s08-4.jpg

สำหรับริมฝีปาก ก็เน้นโทนอบอุ่นค่ะ นอกจากสาวๆ ที่มีผิวขาวจัด ก็สามารถเลือก ลิปสติก หรือกลอส สีเนื้ออมชมพู โทนเย็นได้ค่ะ

Makeup น่าลอง

  • Gloss Unlimited สี BG 952S จาก Shu Uemura ราคา 900 บาท ค่ะ อันนี้ จะออกเป็นสีเบจหน่อยค่ะ
  • Lip Gloss สี Nude จาก Bobbi Brow ราคา 800 บาทค่ะ
  • Lipglass สี Bare Truth จาก M.A.C. ราคา 750 บาท
  • Lip Stick สี Patchouli จาก Laura Mercier ราคา 850 บาท

Tips & Trick : ให้ทิปส์ จาก backstage อีกเล็กน้อย ค่ะ

  1. ช่างแต่งหน้าจะใช้ แปรงขนาดใหญ่ ชนิดหัวตัด ไล้โหนกแก้ม จะทำให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะพอดีค่ะ
  2. ใช้บรอนเซอร์ หรือบลัชออนสีอบอุ่น ไล้ตามแนวไรผม กราม จะช่วยทำให้รูปหน้าดูเล็กลงค่ะ

Comments (13)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/var/www/virtual/vinegargirl.com/htdocs/wp-content/uploads/2008/01/thumb-university.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

Tags: , ,

เทคนิคการแต่งหน้า และทรงผมรับปริญญา

Posted on 16 January 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าสาวๆ ช่วงนี้ประชาชนชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยว ก็ยังคงหลั่งไหลไปร่วมกันถวายสักการะ แด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กันอย่างต่อเนื่องนะคะ

ช่วงนี้วินีก้าเกิร์ล เราเลยอัพเดท น้อยลงหน่อย ตั้งแต่ปีใหม่ค่ะ (กำลังจะทำธีมใหม่ เพื่อร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ) Continue Reading

Comments (11)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/var/www/virtual/vinegargirl.com/htdocs/wp-content/uploads/2008/01/thumb-strawberry-mask.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

สูตรมาส์กหน้า เพื่อผิวเปล่งปลั่งค่ะ

Posted on 26 December 2007 by Vinegar Girl

โฮ๊ะ โฮะ โฮะ โฮ… (หัวเราะแบบซานต้าค่ะ) Merry Christmas ค๊า สาวๆ teeth_smiley.gif  ขอโทษด้วยนะค๊า..ที่ช้าไป 1 วัน เพราะซานตี้มีภาระกิจติดพุงค่ะ เลยกว่าจะเขม่วพุงให้หล่นจากปล่องไฟได้ เล่นเอาหมดแรงค่ะ โฮะ โฮะ โฮ้… shy.gif

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ comments ท่วมท้นสำหรับเรื่อง Primer & Foundation for Photogenic look ที่ผ่านมา หวังว่าคงจะถูกใจสาวๆ กันนะค๊า (ชื่นใจๆๆ) ขอบคุณน้อง ZeaRene ด้วยนะค๊า  น้อง Opal และ น้อง nene ที่เข้ามา Merry Christmas มีความสุขมากๆ นะค๊า

น้อง Fruitysalad อุตส่าห์เข้ามาแจ้งข่าวเรื่อง Zen Midnight Sale ต้องขอโทษสาวๆ คนอื่นด้วยนะคะ พอดียังไม่ได้ขึ้นเรื่องใหม่ เลยแจ้งผ่านไม่ทันค่ะ หมดแล้วค่ะ สำหรับ Midnight Sale แต่รับรองค่ะ ว่าคราวหน้าจะรวบรวมเซลส่งท้ายปีมาให้ได้ดูกัน พี่อ้อมเคยเห็น L’occitane ที่เจ้เล้งนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีครบทุกรุ่นเหมือนที่เคาน์เตอร์รึเปล่านะคะ (ยังไม่เคยได้เปรียบเทียบราคาค่ะ เพราะเจ้เล้งค่อนข้างไกลจากบ้านมากกกก – -” ปกติเลยซื้อที่เคาน์เตอร์เพราะสะดวกกว่า อาจจะราคาสูสีถ้าบวกค่าน้ำมันรถจากบ้านพี่อ้อมไปเจ๊เล้งหน่ะค่ะ)  ใช้แล้วเป็นยังไง อย่าลืมอัพเดทให้ฟังบ้างนะคะ…appre.gif

และขอต้อนรับสมาชิกใหม่ น้อง Rosylynn ค่ะ ขอบคุณมากนะค๊า..หวังว่าจะติดตามอ่านกันไปเรื่อยๆ นะค๊า appre.gif

ist_641840_strawberry-retou.jpg

วันนี้ขอแอบแทรกเรื่องแต่งหน้าก่อนนะคะ เพราะช่วงนี้เป็นปาร์ตี้ไทม์ เพราะฉะนั้นอาจมีต้องนอนดึก หรือปาร์ตี้บ่อยๆ ทำให้ผิวหน้าของเราดูอิดโรยได้ค่ะ ซึ่งสูตรนี้เหมาะกับช่วงเวลาสิ้นปีอย่างนี้มากๆ ค่ะ เพราะอุปกรณ์ ผลไม้ที่ใช้ช่างเอื้ออำนวยค่ะ

สูตรมาส์กหน้าจากธรรมชาติเพื่อผิวขาวใสเปล่งปลั่ง

หลักการมีง่ายๆ ค่ะคือใช้กรดผลไม้ค่ะ นั่นก็คือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวๆ หน่อย อย่าง สตรอว์เบอร์รี่ เนี่ยหล่ะค่ะ ช่วงหน้าหนาว (แบบในนาม แต่ทางภาคปฎิบัตินี่ เย็นบ้าง ร้อนบ้างตามอัธยาศัยค่ะ) <- เอ้า นอกเรื่องค่ะ  จะบอกว่า ช่วงหน้านี้สตรอว์เบอร์รี่ราคาไม่แพงมากค่ะ นอกจากใช้กินแล้ว ก็ใช้ทาถูๆ บนใบหน้าได้ด้วย (ใช้คำพูดแบบนี้ ทำให้จินตนาการสวยหรูแบบสปาไฮโซของอะฮั้นหายโหม้ดดดด) แฮ่ๆ 

ขั้นตอน : ง่ายๆ เลยค่ะ เอาสตรอว์เบอร์รี่มาล้างให้สะอาดๆ แล้วก็ฝานบางๆ แปะไว้ที่หน้าค่ะ หรือถ้าอยากให้ใช้ประโยชน์ทั้งผลให้เต็มที่ ก็ลองเป็นสับหยาบๆ แล้วพอกหน้าไว้ค่ะ แต่การสับอาจทำให้ยากเวลาพอกหน่อย แต่ก็อาจทำให้คุณค่าทั้งหลาย ซึมถึงผิวง่ายกว่า (รึเปล่า?! แฮ่ๆ ไม่รู้คิดไปเองอ่ะป่าวนะคะ) แต่ ถ้าปั่นละเอียดไป มันจะกลายเป็นน้ำหมดค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
เทคนิค คือ ก่อนล้างออก ค่อยๆ สครับสตรอว์เบอร์รี่เบาๆ บนผิวค่ะ แล้วล้างออกค่ะ วิตามินซีในสตรอว์เบอร์รี่ ก็จะช่วยผลัดเซลผิว พร้อมทั้งทำให้ดูขาวใสขึ้นค่ะ ถ้าเราเอาสตรอร์เบอร์รี่ไปแช่เย็นก่อน ก็จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นด้วยค่ะ

strawberry : แต่ก่อนที่จะเอามาพอกหน้านั้น เพื่อความชัวร์ว่าเราจะไม่แพ้ (เพราะอาจมีคนแพ้เมื่อเอาสตรอว์เบอร์รี่มาทา แต่ไม่แพ้เวลาทานค่ะ <- แค่ไม่มี น หนู ก็ทำให้แพ้ได้ด้วย!!)  ลองทดสอบการแพ้โดยทาที่หลังใบหู หรือท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนก็ดีค่ะ

ผลไม้อีกชนิดที่แนะนำก็คือ องุ่น ค่ะ ผ่าแล้วเอาเม็ดออกก่อนะคะ แล้วก็ถูเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าได้เลยค่ะ

Note :

  • แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั้นก็มีฤทธิ์เป็นกรดนะคะ ไม่ควรมาส์ก หรือสครับบ่อยเกินไป ไม่ควรเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ
  • โดยเฉพาะถ้าเป็นสาวผิวแห้ง ควรระวังมากขึ้นค่ะ อาจผสมกับโยเกิร์ต เพื่อลดความเข้มข้นของผลไม้ลง และเพิ่มให้ผิวชุ่มชื่นจากโยเกิร์ตค่ะ

อ้ะอ้า…ไม่รู้มีใครแอบคิดเหมือนกันอ่ะป่าวว่า ถ้าใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เพื่อสนับผลไม้ไทยๆ ลองใช้มะดัน ตะลิงปลิง อะไรทำนองนี้ดูได้ไหม?!?!  เอ่อ..  sweat1.gif จริงๆ ที่บ้านก็ปลูกตะลิงปลิง แต่ยังไม่เคยทดลองค่ะ มิใช่ว่าไม่ไฮโซแบบสตรอว์เบอร์รี่ แต่ก็เกรงว่าจะแรงเกินไปสำหรับผิวหน่ะค่ะ + และต้องระวังผลไม้ที่มียางนะคะ  เอาเป็นว่าก่อนจะพลิกแพลงกันมาก ต้องผ่านท่าเบสิคกันก่อนนะคะ <– แฮ่ๆ หมายถึงสูตรเบสิคๆ หน่ะค่ะ คริๆ fauxcul1.jpg

Comments (9)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/var/www/virtual/vinegargirl.com/htdocs/wp-content/uploads/2008/01/thumb_foundationprimer.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

Tags: , , , ,

Primer & Foundation for Photogenic Look

Posted on 20 December 2007 by Vinegar Girl

มาแล้วค๊าสาวๆ ขอโทษด้วยค๊า หายไปนานอีกแล้น… <- ท่านผู้อ่านบอก “ชินแล้น!!.. เดี๋ยวนี้ถ้ามาอัพเดทบ่อยๆ นี่คือผิดปกติ!!!” โอ๋ๆๆๆ อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ ด้วยภาระกิจรัดตึงเปรี๊ยะจริงๆค่ะ ที่สัญญาน้อง pink kaaa ไว้นี่ ปล่อยให้น้องรอจนจะรับปริญญาโทอยู่แล้ว แฮ่ๆ ไม่ขนาดนั้นค่ะ หวังว่ายังทันอยู่นะคะเนี่ย..แฮ่ๆ sweat-2.gif

เข้าเรื่องกันเลยค่ะ วันนี้ทำตามสัญญา น้อง pink kaaa เรื่องการแต่งหน้าไปงานรับปริญญาค่ะ (หรือแนะนำเมคอัพ ((makeup product)) ที่ใช้แต่งหน้าสำหรับรับปริญญาค่ะ ) ก็เลยทำเป็นแนะนำ product ละกันนะคะ อยากแนะนำเผื่อสำหรับคนที่ต้องเดินสายปาร์ตี้ในช่วงสิ้นปีนี้ด้วยค่ะ (ของตัวเองใช้จ้างช่างแต่งหน้าสำหรับวันรับปริญญาเอาค่ะ เพราะต้องตื่นแต่เช้าทั้งทำผม+แต่งหน้า คิดว่าทำเองไม่ไหวแน่นอนค่ะ) จากที่น้อง pink kaaa รีเควสต์มา เลยอยากรบกวนเพื่อนๆ ด้วยค่ะ ว่ามีใครแนะนำเรื่องนี้ยังไงบ้างคะ? รบกวนผ่าน comment เลยนะค๊า ^_^ ขอบคุณมากๆค่ะ

ป.ล. ไม่ว่าจะงานรัดตัวขนาดไหน แต่ก็อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง วันที่ 23 ธันวาคมนี้นะค๊า ^_^

การแต่งหน้านั้นประกอบไปด้วยหลายส่วนค่ะ(ขณะจะกดอัพเดทเรื่องนี้ น้องกิ๊ก comment เข้ามาพอดีค่ะ เลยคิดว่าน่าจะพอถูกใจน้องกิ๊กด้วยนะค๊า ^_^) เพราะฉะนั้นต้องมีภาคต่อแน่นอนค่ะ แฮ่ๆ – -” วันนี้ขอพูดเรื่องผิวหน้ากันก่อนละกันนะคะ สำหรับสาวๆ ที่ต้องออกงานบ่อยๆ ถ่ายรูปเยอะๆ และกำลังมองหารองพื้นสำหรับแต่งหน้าเองค่ะ (แต่ถ้าน้องๆ คนไหนจะรับปริญญา แล้วคิดว่าเราแต่งหน้าลุคแบบธรรมชาติ พี่อ้อมแนะนำเป็น ใช้ช่างแต่งให้เป็นครั้งคราวไปค่ะ ((เดี๋ยวนี้เค้าเป็นให้ซื้อของครบเท่านี้ๆ แล้วมีแถมแต่งหน้าให้ฟรีกี่ครั้ง อย่างนี้ เราก็เลือกของที่ใช้ได้บ่อยๆ แล้วเวลาให้ช่างแต่งให้ก็ลองขอให้ช่างเค้าช่วยปรับผิวด้วยโพรดักค์ต่างๆ ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนสวยเวลาถ่ายรูปหน่ะค่ะ อย่างนี้น่าจะคุ้มกว่าค่ะ ^_^ ))

vinegargirl-makeup-primer-f.jpg

  • การเตรียมผิวหน้าสำหรับวันสำคัญ อย่างวันรับปริญญา หรือไปตามปาร์ตี้เนี่ย คือต้องสวยเด้งสำหรับการถ่ายรูป เพื่อให้ผิวดูเปล่งปลั่ง เราต้องเตรียมผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน เมคอัพติดทนนานค่ะ และอาจใช้ที่เป็นสูตรควบคุมความมันสำหรับสาวผิวมัน เพื่อไม่ให้หน้าดูเงา-มันเวลาถ่ายรูปด้วยค่ะ นั่นก็คือพวกไพรเมอร์ (primer) นั่นเองค่ะ หลังจากการบำรุงผิวแล้ว เราก็ลงไพรเมอร์ได้เลยค่ะ ลักษณะของไพรเมอร์ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อเจลใสๆ ซึ่งมีซิลิโคนผสมอยู่ อารมณ์เหมือนกับฉาบ <- ใช้คำนี้ดูฉาบปูนไปมั้ยคะเนี่ย?! อิอิ เอาเป็นเคลือบผิวหน้าไว้ให้เรียบเนียน ไม่ให้เมคอัพตกหลุมตกร่อง และช่วยให้เกลี่ยรองพื้นให้เนียนขึ้นด้วยค่ะ ไพรเมอร์นี้มีหลายยี่ห้อเลยค่ะ อาจมียี่ห้อที่ไม่ได้ยกตัวอย่างในรูปนี้นะคะ
  • ก่อนรองพื้นก็ลงเมคอัพเบส (makeup base) สีในโทนส้ม หรือ ม่วง หากเป็นสาวผิวสองสี หรือโทนสีขาว-ชมพู สำหรับสาวผิวขาวนะคะ ขอไม่ยกตัวอย่างรูปภาพนะคะ เพราะเคยพูดถึงคุณสมบัติของเมคอัพเบสไปแว้ว ลองอ่านได้ที่นี่ค่ะ
    เคล็ดลับหน้าใสๆ เพราะใช้ makeup base
    Review Strobe Cream จาก M.A.C
    Biotherm Makeup Base Review
    แต่ product ที่เคยเขียนถึงนี่ก็นานแล้วค่ะ เอาไว้จะอัพเดทเมคอัพเบสที่น่าสนใจใหม่ๆ ให้ดูกันอีกทีนะค๊า ^_^
  • อย่าลืมคอนซีลเลอร์ (concealer) สำหรับสาวๆ ที่ตื่นเต้น นอนไม่หลับก่อนวันรับปริญญานะคะ
  • สำหรับรองพื้น (foundation) ก็ต้องเป็นรองพื้นที่เนื้ออาจจะหนากว่าปกติหน่อย เพื่อการปกปิดที่ดีขึ้น และถ่ายรูปออกสวยค่ะ แต่ก็แนะนำเป็นรองพื้นแบบลิควิดนะคะ ถ้าใครไม่อยากให้ดูหน้าหนาเตอะ ก็ใช้เทคนิคการผสมโลชั่นที่ช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่ง หรือพวกลูมิไนเซอร์ ที่ช่วยให้ผิวดูโกลว์ค่ะ (แต่อย่าเยอะนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้เน้นผิวโกลว์แล้วละก็ จะทำให้ดูหน้าเป็นเงามันเยอะเกินไปเวลาถ่ายรูปค่ะ และขอเน้นย้ำว่าพวกลูมิไนเซอร์เนี่ย เป็นเหมือนไฮไลท์ชนิดลิควิดค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าอยากผสมเยอะ หรือใช้ลูมิไนเซอร์ก่อนรองพื้น เวลาเกลี่ยถ้าอยากให้ดูลุคเป็นธรรมชาติ ควรใช้เฉพาะโหนกแก้ม สันจมูก หัวคิ้ว หรือใต้ตาเท่านั้นค่ะ) แต่มียี่ห้อนึงที่อ่านเจอในแมกกาซีน เป็นเทคนิคที่พี่นิค บาโรส แนะนำไว้คือ Clarins รุ่น Instant Light Complexion Perfector (ขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ได้นำรูปมาใส่ พอดีเพิ่งอ่านเจอ เลยเอามาฝากค่ะ) พี่นิคบอกว่าโลชั่นนี้ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับผิว ที่ทำให้ผิวดูโกลว์แบบเบาๆ อันนี้แหล่ะค่ะ ที่ทำให้รองพื้นดูไม่หนาเตอะเกินไป แต่ก็ไม่ทำให้หน้าดูมันเงาด้วยค่ะ พอเราได้รองพื้นแล้ว ก็เป็นเทคนิคการเกลี่ยค่ะ โดยปกติตัวเองใช้นิ้วค่ะในเวลาเช้าๆ ของทุกๆ วันค่ะ แต่จริงๆ แล้วสำหรับงานพิเศษที่ต้องการความเนี้ยบนี่ไม่สามารถนะคะ ต้องใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ หรือแปรงสำหรับเกลี่ยรองพื้น ค่อยๆ เกลี่ยให้เรียบเนียนนะคะ อาจใช้ปลายนิ้วนางกับนิ้วกลางของเรา ตบเบาๆ ตามรอยของทิศทางที่เกลี่ย เพื่อให้รองพื้นเซ็ตตัวกับผิวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ (เอ่อ…อันนี้พอนึกภาพกันออกมั้ยคะ?… แบบเวลาเราเกลี่ยด้วยเครื่องมือ เช่น ฟองน้ำ หรือแปรง โดยเฉพาะแปรง มันจะแอบมีรอยเส้นบางๆ ของขนแปรงบ้าง ถ้าเราเกลี่ยไม่ค่อยเรียบหน่ะค่ะ ก็ใช้นิ้วเราตบเบาๆ ให้มันกลมกลืนไปกับผิวอีกทีหน่ะค่ะ…แฮ่ๆ ทำไม ไม่เขียนงี้ตั้งแต่แรกเนี่ย – -”)
  • หลังจากเกลี่ยรองพื้นแล้ว ก็ปัดทับด้วย Loose powder เท่านี้ก็เรียบร้อยสำหรับผิวหน้าค่ะ

ผลิตภัณฑ์เริ่มจากซ้ายไปขวานะคะ

  1. Make Up For Ever : Mat Velvet เป็นรองพื้นแบบออยล์ฟรี เนื้อเบาค่ะ ไม่มันและไม่เป็นเงาด้วยค่ะ ราคา 1,715 บาท (<- อันนี้เค้าเขียนใฆษณาไว้นะคะ เป็นโพรดักค์ใหม่ วินีก้าเกิร์ลก็ยังไม่เคยได้ลองค่ะ แต่เคยมีเพื่อนไปแต่งหน้าที่เคาน์เตอร์ของ Make Up For Ever ที่ดิเอ็มโพเรียมมา เพื่อไปงานแต่งงาน แต่งเสร็จแล้วประทับใจมาก เพราะดูสวยมากเลยค่ะ ผิวดูสวย ปาร์ตี้ต่อหน้าก็ยังไม่เมือกค่ะ อันนี้ได้เห็นความสวยของเพื่อนมาด้วยตัวเองค่ะ ((เลยต้องถามว่าไปแต่งที่ไหนมาอ่ะค่ะ)) เรียกว่าเป็น before & after ที่อเมซิ่งมากๆ เลย ผิวหน้าดูสวยมากเลยค่ะ เพราะแบรนด์นี้เค้าก็ออกแบบโพรดักค์มาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในการแต่งหน้าโดยเฉพาะ อันนี้เลยอยากลองนำเสนอค่ะ )
  2. Laura mercier : foundation primer oil free ขอโทษด้วยนะค๊า จำราคาไม่ได้ น่าจะอยู่ในเรนจ์ประมาณ 1,000 บาท ค่ะ เป็นไพรเมอร์ ที่วินีก้าเกิร์ลใช้อยู่ค่ะ (กำลังรอให้ตัวนี้หมด เพื่อเปลี่ยนเป็น Smashbox ค่ะ แฮ่ๆ) คุณสมบัติอย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วยเคลือบผิวหน้า เป็นรองพื้นของรองพื้นอีกค่ะ!! 555 อ่านแล้วงงอ่ะจิ อิอิ
  3. Smashbox : Photo Finish Foundation Primer ส่วนอันนี้ราคายังไม่ได้ไปสำรวจมาเลยค่ะ แฮ่ๆ ไพรเมอร์ตัวนี้เค้าเป็นรุ่นท็อปฮิต ชื่อเสียงร่ำลือของ Smashbox อยู่แล้วค่ะ คงไม่ต้องบรรยายมากค่ะ
  4. Lancome : Photogenic Lumessence ราคา 1,850 บาท เป็นรองพื้นรุ่นใหม่จากลังโคมค่ะ เหมือนว่าเนื้อจะหนาหน่อยค่ะ แต่ช่วยในการปกปิด และความโดดเด่นของโพรดักค์ ต้องเป็นเรื่องแสงตกกระทบกับผิวหน้าเวลาถ่ายรูป ที่ทำให้ผิวดูสวยโด่นค่ะ (อันนี้ยังไม่เคยลองใช้เช่นกันค่ะ)

เป็นผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันค่ะ เพราะรุ่นเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อการแต่งหน้าเพื่อการถ่ายรูปอย่างแท้จริงค่ะ ยังไงใครมีอะไรเด็ดๆ ก็ช่วยแนะนำกันด้วยนะค๊า ^_^ ขอบคุณค๊า ^_^

Comments (12)


Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/var/www/virtual/vinegargirl.com/htdocs/wp-content/uploads/2007/11/note.gif) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs:/tmp) in /var/www/vhosts/vinegargirl.com/httpdocs/wp-content/themes/premiumnews/functions/admin-functions.php on line 566

Make up Trend – Warm Metal

Posted on 08 November 2007 by Vinegar Girl

ลมหนาวมาเมื่อไหร่…ใจฉันมันยิ่งเหงา..note.gif
แฮ่ๆ วันนี้ร้องเพลงมาเลยค่ะ ลมหนาวมาแล้วค่ะ…อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพกันด้วยน๊าค๊า.. ^_^

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณหลายๆ comments เลยค่ะ พอดีมีปัญหาเรื่องระบบ email นิดหน่อยค่ะ เลยยังไม่ได้ตอบหลายๆ คนที่ส่งคำถามและ comments เลยค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ วันนี้เลยขออนุญาตยกยอด comments ทั้งหลายมาพูดไว้ตรงนี้ก่อนตอบทาง email อีกทีนะค๊า ^_^

และขอบคุณ comments จากสาวๆ ไม่ว่าจะเป็น น้อง ZeaRene  น้องใหม่ Dolly Gal และน้อง Rachell
น้อง p.J. : จริงๆ สีขรึมๆ มาทุกหนาวอยู่แล้วค่ะ แต่หนาวสีมีสีจัดจ้านมาให้เราได้สนุกกันด้วย ^_^ (คิดถึงน้องพลอยเหมือนกันค๊า ^_^ )
น้อง bess* : ขอบคุณนะค๊า..ที่แนะนำมานะค๊า..กำลังหารูปบู๊ตสั้นมาให้สาวๆ ได้ดูเหมือนกันค่ะ (น้องเบสสบายดีนะค๊า…คิดถึงๆๆ) ^_^
สำหรับน้อง ของขวัญ และ เล็กจ้า ที่ถามเข้ามาเรื่องคอนซีลเลอร์ ต้องขอบคุณน้อง fab_paris และ น้อง kook ด้วยค่ะ ที่ช่วยแนะนำเข้ามาทาง comments ขออนุญาตินำมาแปะไว้ให้อ่านกันในเรื่องนี้ด้วยนะคะ

อันแรกนี่จากน้อง fab_paris ค่ะ

แว้บมาแนะนำคอนซีลเลอร์ให้ค่ะ
ราคาไม่แพงมาก ของKATE สามร้อยกว่าบาทค่ะ
เป็นแบบแท่ง ใช้ได้ทั้งกับใต้ตาและรอยสิวค่ะ

และจากน้อง kook ค่ะ

คอนซีลเลอร์ลองใช้ของ No.7 สิคะไม่แพงแถมดีด้วยใช้ได้ใต้ตาอย่างเดียวนะคะ แต่เพื่อนกุ๊กใช้กะสิวด้วยค่ะเห็นเค้าว่าใช้ได้

 สำหรับเรื่องของวันนี้เป็นอะไรอุ่นๆ ที่ช่วยทำให้หนาวนี้ไม่หนาวจนเกินไปค่ะ (แฮ่ๆ จริงๆ เมืองไทยก็ไม่หนาวจนรับไม่ได้อยู่แว้ว! – -” ) เอาเป็นว่าทำให้สาวๆ ตาร้อนๆ อุ่นๆ กันค่ะ อ้ะๆ ไม่ได้อิจฉาใคร แต่เป็นสีบนเปลือกตาร้อนๆ ที่ทำให้ดูอบอุ่นค่ะ อิอิ

ขอบคุณภาพจาก elle.com ค่ะ

vinegargirl-makeup-fall07-w.jpg

หนาวนี้ต้องเลือกอายแชโดว์ที่มีเม็ดสีเข้มข้นในโทนสีอบอุ่น เช่นทอง ทองแดง เขียวกากี น้ำตาลทองที่เป็นแบบชิมเมอร์ เนื้อละเอียดๆ หน่อยนะคะ  อายแชโดว์แบบกลิตเตอร์ที่เป็นผงหยาบๆ ไม่ผ่านนะคะ เดี๋ยวเป็น “น้องกระทงหลงทาง“ นึกว่าทำการฝีมือวันลอยกระทง แล้วกากเพชรเหลือเลยเอามาทาตา แฮ่ๆ อ้ะล้อเล่นนนน…ค่ะ sweat-22.gif
ชิมเมอร์อายแชโดว์ที่ทาเดี่ยวๆ บนเปลือกตาได้สวย ยิ่งเมื่อเวลาแสงตกกระทบ (ยามปาร์ตี้ค่ำคืน) จะทำให้เป็นประกายที่เปลือกตาค่ะ

Tips & Trick :

  • สาวๆ สามารถใช้พู่กันแต้มอายแชโดว์แล้วเกลี่ยชิดขอบตาล่าง เพื่อเพิ่มความเก๋ให้กับสีสันบนเปลือกตา นอกจากระบายบนเปลือกตาบนแล้วนะคะ ลองดูตัวอย่างในภาพค่ะ ^_^
  • หลังจากเกลี่ยให้ทั่วเปลือกตาแล้ว เขียนขอบตาด้วยอายไลเนอร์ และปัดขนตาค่ะ เมคอัพลุคนี้ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลยค่ะ
  • สำหรับสาวๆ ที่กลัวว่าสีบนเปลือกตาจะไม่ติดทน และเป็นคราบนั้น มีวิธีป้องกันโดย ลงไพรเมอร์เบสบนเปลือกตา หรือจะใช้รองพื้นบางๆ ก็ได้ค่ะ แล้วปัดแป้งฝุ่นเบาๆ (loose powder) ที่เปลือกตา ก่อนทาด้วยอายแชโดว์ค่ะ
  • สิ่งที่ต้องห้าม สำหรับการเลือกสี คือโทนสีขาวมุก หรือขาวเมทัลลิค (ซึ่งเป็นสีโทนเย็น) ค่ะ ถ้าทาเดี่ยวๆ บนเปลือกตา จะทำให้ดูตาโปน บวมขึ้นได้ค่ะ

มาถึงสีสันของอายแชโดว์ที่แนะนำ ที่จะทำให้ได้เปลือกตาสีอบอุ่นขึ้นกันค่ะ ^_^

  • Nars :  Eye Shadow Duo สี Sea, Sex & Sun (<- ชื่อสีนี่น่าใช้มากๆ 5555 ที่ซื้อเครื่องสำอางยี่ห้อนี่ เพราะชื่อจริงๆ ค่ะ อย่าง Blush ที่ชื่อ Orgasm นี่ที่ทาแล้วทาอีก อิอิ) ราคา 1,400 บาทค่ะ  (สีนี้จะออกเป็นสีทองๆ หน่อยค่ะ สวยค่ะ สวย)
  • Bobbi Brown : Metallic Eye Shadow สี Burnt Sugar Metallics ราคา 1,800 บาท (อันนี้เป็น palette มี 3 ช่องสีโทนน้ำตาลให้เลือกค่ะ เนื้ออายแชโดว์เนียนสวยค่ะ)
  • Red Earth : Illusion Lights สี Ginger Bread (สีนี้จะออกน้ำตาลแดงทองๆ หน่อยค่ะ) ราคา 490 บาท สีของ red earth ยังมีอีกหลายสีในโทนอบอุ่นอย่างสีเขียวกากีให้เลือกอีกนะคะ เช่นสี Irish Tweed และ Tiger Eye ค่ะ
  • Make Up Store : Eye Dust สี Golden Mane ราคา 600 บาท (รุ่นนี้จะเป็นผงที่มีประกายชิมเมอร์ค่ะ) และอีกรุ่นที่อยากแนะนำคือ Micro Shadow สี Treasure ราคา 600 บาทเหมือนกันค่ะ
  • Arty Professional : Pearl Eye Shadow สี Y1 ราคา 450 บาท (เป็นอายแชโดว์เนื้อฝุ่นที่ผสมชิมเมอร์ค่ะ)
  • Bloom : Eyes Paint สี Taupe ราคา 950 บาท (รุ่นนี้เป็นอายแชโดว์เนื้อครีมค่ะ)
  • Kate : Gradical eyes สี GD-2 ราคาประมาณ 250+ ประมาณสองร้อยกว่าบาทค่ะ ต้องขอโทษทีค่ะ อันนี้จำราคาไม่ได้ค่ะ เป็นตลับเล็กๆ ที่มีสี hi-light และสีเข้มเพื่อเน้นมิติที่ดวงตาด้วยค่ะ  เนื้อสีพอใช้ได้ค่ะ ถึงแม้เม็ดสีจะไม่เข้มข้นมาก แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ ^_^
  • L’Oreal Paris : Colour Apppeal Platinum สี Pure Gold ราคา 200 บาทค่ะ

หรือสาวๆ ที่ไม่อยากเติมเต็มดวงตาด้วยอายแชโดว์ ก็อาจสร้างความเก๋ไก๋ได้ด้วย อายไลเนอร์ค่ะ ที่น่าสนใจก็มีของ

  • Elizabeth Arden : Color Intrique สี Deep Brown และ Hot Bronze ราคา 980 บาท
  • Dior : กับ liner ดินสอเขียนขอบตาสีบรอนซ์เมทัลลิค สีน้ำตาลทอง ราคา 800 บาท

Comments (10)

Dramatic Eyes

Posted on 01 October 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ หายกันไปหลายวันอีกแล้ว ที่วุ่นๆ นี่ไม่ใช่อะไรนะคะ ไปช่วยเป็น Pity เอ้ย! ช่วยทำเหมือน Pretty (คือหน้าตาไม่ให้ แต่ใจรักมากค่ะ) ณ งาน Comworld ที่สยามพารากอน เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2550 ที่ผ่านมาค่ะ อดดูน้องนางล้างรถในชุด bikini เลย มัวแต่ยืนขาใหญ่อยู่ที่บูธ keng.com เศร้าใจมากกกกค่ะ T_T ยังไงก็ต้องขอขอบพระคุณ คุณวัชระ ที่เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรม blog training ที่มาช่วยด้วยอีกแรงค่ะ ซึ้งใจจริงๆ ค่ะ appre.gif และจาก comments ที่แล้ว ขอบคุณ คุณหน่องนะคะ ที่ช่วยเข้ามาเรียกเสียงฮาจากสาวๆ กับมุขนี้ที่ขอซื้อค่ะ “ผ้าหมื่นคอ” หรือ “ผ้าแสนคอ” โอ้ววววว…คิดได้อย่างไรคะ คุณหน่องเล่นมาแบบนี้ คุณอ้อมเลยไปต่อไม่ถูกเลยค่ะ อิอิ

ส่วนเดือนนี้ก็มีเรื่องให้สาวๆ ให้ลุ้นรับโชคกันเหมือนเคยค่ะ กับ 2nd Anniversary ของ Vinegargirl.com ที่ตอนนี้ยังไม่ได้ว่างเว้นจากงานราษฎร์ งานหลวง ช่วงนี้เลยเครียดเอาไส้ติ่งก่ายหน้าผากอยู่ค่ะ กำลังสรุปรายการแจกของรางวัล และทำ Flash ให้สวยงาม hi-sooo อยู่ค๊า..อดใจรอกันนิดนึงนะค๊า…

ส่วนเรื่องของวันนี้ เพื่อให้ดูตื่นตาตื่นใจ รับการครบรอบ 2 ปีวีนิก้า เกิร์ล เราต้องทำตาเบิกโพลงไว้ค่ะ 5555 ไม่ใช่แล้วค่ะ! วันนี้เป็นเทรนด์ใหม่ร้อนๆ จากรันเวย์ค่ะ สำหรับการแต่งหน้าที่เน้นดวงตาคู่สวย กับการใช้อายไลเนอร์วาดเส้นหลากหลายรูปแบบค่ะ ไปดูกันเลยค่ะ

ขอบคุณภาพจาก style.com ค่ะ (ภาพจากส่วนของ Fashion Show ค่ะ)

vinegargirl-runway-liner-2.jpg

สำหรับ 2 ลุคนี้ เส้นที่เส้นอายไลเนอร์เฉี่ยวๆ ที่หางตา โดยเฉพาะจากรันเวย์ของ Versace ที่ครีเอทเส้นเก๋ไก๋ เป็น 2 ไลน์ระหว่างขอบตาบน และล่าง ไม่ได้บรรจบกันที่หางตาค่ะ (ไม่แน่ใจว่าเว้นที่เผื่อให้รอยตีนกาอ่ะป่าว อิอิ) นอกจากนี้ ยังเน้นที่ขนตาปลอมแบบหนา จากรันเวย์ของ Christian Dior เพื่อเน้นหนักที่ตาเพียงอย่างเดียวค่ะ

vinegargirl-runway-liner-1.jpg

Alexander McQueen ที่น่าจะได้แรงบันดาลใจจาก Cleopatra นะคะ จากการเน้นอายไลเนอร์รอบดวงตา พร้อมอายแชโดว์สีฟ้าเจิดจรัสค่ะ และอายไลเนอร์ที่มีหางตาตรงๆ จากรันเวย์ของ Karl Lagerfeld ค่ะ

vinegargirl-runway-liner-3.jpg

และ 2 ลุคสุดท้ายที่คล้ายๆ กันค่ะ หรือการใช้ลิควิด อายไลเนอร์เพียงอย่างเดียว กับเส้นที่คมเฉี่ยว ปลายตวัดแบบนี้ค่ะ จากรันเวย์ของ Louis Vuitton และ Prada ค่ะ

สรุปว่าถ้าอยากได้ลายเส้นสวยๆ ก็ต้องฝึกกันบ่อยๆ ค่ะ โดยส่วนตัวแล้ว ชอบแบบที่เป็นลิควิด อายไลเนอร์ (liquid eyeliner) ที่สุดค่ะ เพราะให้เส้นคมชัดสวย และสามารถตวัดปลายหางได้สวยด้วยค่ะ เอาไว้คราวหน้า..หน้าๆ จะเตรียมเรื่องที่แนะนำอายไลเนอร์ให้อ่านกันนะค๊า ^_^

Comments (2)

บ๊ายบายขอบตาแพนด้า ตามหาคอลซีลเลอร์ถูกใจกันค่ะ

Posted on 13 September 2007 by Vinegar Girl

มาแล้วค๊า..เรื่องที่สาวๆ หลายคนรอคอย กับการตามหาคอนซีลเลอร์ใต้ตาที่ถูกใจค่ะ ช่วงนี้หลังจากหายเปื่อย เก็บกดค่ะ….หักโหมไปหน่อยค่ะ เล่นเอาฟ้าเหลืองกันเลย คริๆ fauxcul.jpg เอ่อ… หมายถึงงานหน่ะค่ะ มะรุมมะตุ้ม ทำเอาย่าทวดแพนด้าเข้าสิงเลยค่ะ tired.png เพราะฉะนั้นเลยต้องหาตัวช่วยกันหน่อยค่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เราไปดูกันเลยนะคะว่า บรรดาคอนซีลเลอร์สำหรับตา (eye concealer) ที่ vinegargirl อยากแนะนำมีอะไรกันบ้างค่ะ

Note : ทุกยี่ห้อที่ทดสอบ ได้มีการลงครีมให้ความชุ่มชื้นใต้ตายี่ห้อเดียวกันก่อนลงคอนซีลเลอร์ค่ะ เพื่อผลที่ได้ออกมาในรูปแบบเดียวกันค่ะ ^_^

clinique-concealer-sm.jpg

All About Eyes Concealer
Clinique
ขนาด
11 มล.
ราคา 800 บาท

สำหรับ All About Eyes Concealer ตัวนี้ทาง Clinique บอกไว้ว่าเป็น คอนซีลเลอร์สูตรครีมเหลวที่ช่วยลด และปกปิดรอยคล้ำ และรอยบวมรอบดวงตาค่ะ

Review : เนื้อครีมเหลว จึงช่วยทำให้เกลี่ยได้ง่ายมากเลยค่ะ ในการใช้แต่ละครั้งบีบมาเพียงนิดเดียว ก็ใช้ได้แล้วค่ะ ปกติบีบใช้แต่ละครั้ง ประมาณเท่าขนาดหัวไม้ขีดไฟ (จริงๆก็น้อยกว่านั้นอีกนะคะ แต่ไม่รู้ว่าจะวัดปริมาตรยังไงค่ะ) เท่านี้ก็ใช้เพียงพอค่ะ ไม่น่าเชื่อใช่ไหมละคะ?!?! เพราะว่าเนื้อครีมเหลวเนี่ยหล่ะค่ะ ที่ทำให้เกลี่ยได้พื้นที่กว้าง และมีเม็ดสีที่เข้มข้นสูงค่ะ เพราะฉะนั้นใช้เพียงนิด ก็ปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ค่ะ โทนสีก็เข้ากันได้ดีกับผิวคนเอเชียค่ะ ทาแล้วดูไม่วอกๆลอยๆ ค่ะ ตัวนี้ก็ค่อนข้างประทับใจค่ะ เนื้อครีม และเม็ดสีที่เข้มข้นสูง อาจจะหนักไปหน่อย แนะนำว่าควรใช้แปรงเกลี่ยนคอลซีลเลอร์ช่วยในการเกลี่ยบริเวณที่ชิดกับขอบตา จะช่วยให้ไม่เกิดเป็นเส้นๆ บริเวณรอยพับใต้ตานะคะ เนื้อครีมมีความชุ่มชื้นอยู่ด้วยค่ะ เลยทำให้ไม่ดูแห้ง เป็นคราบเมื่ออยู่บนผิวค่ะ และมีความติดทนพอสมควรค่ะ เมื่อผ่านไประหว่าง ก็ยังไม่ค่อยเป็นคราบค่ะ

แต่ถ้าเราใช้นิ้วเกลี่ยนเนื้อคอนซีลเลอร์อาจให้ไม่ค่อยสวยเนี้ยบเหมือนใช้แปรงค่ะ เพราะด้วยเนื้อครีม+เม็ดสีเข้มข้น อาจทำให้ดูหนักไปสำหรับใต้ตาค่ะ และมีปัญหาเป็นคราบที่รอยพับใต้ตาได้ง่ายค่ะ ถ้าใช้นิ้วนี่ ต้องใช้เนื้อครีมให้น้อยมากที่สุดเลยค่ะ

bobbi_brown-sm.jpgCREAMY CONCEALER KIT
BOBBI BROWN

ขนาด
8 กรัม
ราคา 1,300 บาท

Creamy Concealer Kit ตัวนี้ของ Bobbi Brown เค้าได้รางวัลด้วยค่ะ จากนิตยสาร “Brides” ในส่วนของ Beauty Makeup Award ฉบับเดือน พ.ค. / มิ.ย. ที่ผ่านมาค่ะ

Review: ตัวนี้ต้องยกให้เค้าค่ะ เพราถูกใจในความเบาบางของเนื้อครีมมากๆ เหมาะมากสำหรับส่วนอ่อนบางของใต้ตาค่ะ ซึ่งทำให้ปัญหาที่เนื้อครีมเกาะกันตามร่อง รอยพับใต้ตาน้อยลงมากเลยค่ะ เนื้อครีมมีความชุ่มชื้นสูงทีเดียวค่ะ เนื้อบางเบามาก แต่ปกปิดได้ดีค่ะ สำหรับตัวนี้ก็ต้องใช้แปรงคอนซีลเลอร์อีกเช่นกันค่ะ เพราะจะสามารถเกลี่ยได้ดีกว่าค่ะ ส่วนในเซ็ตนี้ เค้าจะมีตลับคอนซีลเลอร์ พร้อมกับแป้ง และมีพัฟอยู่ในกล่องค่ะ เรียกว่าครบถ้วนประโยชน์ใช้สอยเลยค่ะ (แต่สาวๆ บอกว่า ถ้าจะให้ดี น่าจะมีแปรงมาด้วย ((ใช่ไหมละค๊า…อิอิ)) ) อืมม..ไม่เป็นไรค่ะ เราลงทุนแปรงหนึ่งอัน แต่รับรองว่าใช้คุ้มค่ามากๆ แน่ๆ ค่ะ ^_^

lm-secret-concealer.jpgSecret Concealer
Laura Mercier
ขนาด 0.08 oz
ราคา 900 บาท

สำหรับคอลซีลเลอร์ของ Laura Mercier ตัวนี้ยังไม่เคยใช้เลยค่ะ แต่ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Flawless Face ของเค้าได้รับความนิยม และพูดถึงกันมากค่ะ อย่างที่ลองใช้อยู่ จะเป็น Foundation Primer, Tinted Moisturizer และแป้ง Loose Setting Powder ก็ใช้ได้ดีค่ะ และเคยลอง test ตัว Secret Concealer ตัวนี้ที่เคาน์เตอร์ แต่ไม่ได้ test ที่ใต้ตานะคะ ทดสอบบนหลังมือแทนค่ะ (เพราะพนักงานขายบางท่าน แลดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ ((ขนาดขอให้ลองป้ายครีมบนหลังมือ เค้ายังไม่อยากป้ายมาให้ 1 จึ๊กเลยค่ะ เกิดให้เค้า test แต่งหน้าจริงๆ..เดี๋ยวถ้าไม่ซื้อขึ้นมา กลัวโดนแปรงจิ้มตาค่ะ 55555 ล้อเล่นนะค่ะ สงสัยไปเจอแจ็คพ็อต พนักงานอารมณ์ไม่ค่อยดีวันนั้นพอดีหน่ะค่ะ – -” (อันนี้เป็นเคาน์เตอร์ที่เซ็นทรัลชิดลมนะคะ เดี๋ยวเคาน์เตอร์ที่สยามพารากอนจะงอน..แฮ่ๆ) เท่าที่เนื้อครีมสัมผัส ก็รู้สึกว่าลื่น เกลี่ยง่ายค่ะ เอาเป็นว่าไม่กล้าออกความคิดเห็นมากค่ะ เพราะยังไม่ได้ใช้จริงๆ <- ท่านผู้อ่านบอกว่า “แล้วเอามาแนะนำทำไมเนี่ย!” แฮ่ๆ…แนะนำไว้ให้สาวสๆ จะรับไว้พิจารณาค่ะ เพราะเห็นหลายแมกาซีนเมืองนอก พูดถึงตัวนี้เช่นกันค่ะ ^_^

nars_eyebrightener-sm.jpg

Eyebrightener
Nars
ขนาด
11.6 กรัม
ราคา 1,050 บาท

มีแบบที่แนะนำกันไปแล้ว ลองมาดูรุ่นนี้กันบ้างค่ะ Eyebrightener จาก Nars รุ่นนี้เห็นแล้วอยากซื้อเลยค่ะ และก็ซื้อมาเป็นอันแรกด้วยค่ะ เพราะเห็นคำโฆษณาที่ว่าประกอบด้วย eye primer บางเบา และคอนซีลเลอร์เนื้อครีม ที่ไม่หนาเหนียวเหนอะหนะ

Review : ด้วยประการฉะนี้ เลยรีบซื้อมาใช้ค่ะ ซึ่งเค้าออกแบบมามีเจตนาดีมากๆ คือส่วนสีขาว ใช้ทาใต้ตาให้ดูสว่างๆ ก่อน หรือสามารถทาที่เปลือกตา เพื่อกันการเปลี่ยนสีของอายแชโดว์ก็ได้ค่ะ แต่พอใช้งานจริงๆ แล้วเนื้อครีมค่อนข้างแห้งมากเลยค่ะ ขนาดทาครีมใต้ตาอย่างชุ่มเยิ้ม เมื่อทาคอนซีลเลอร์ตัวนี้ไป ก็ยังไม่สามารถทำให้เนื้อครีมเกลี่ยได้เนียนเรียบ เพราะเนื้อครีมที่แห้งนั้น จะแห้งติดกับผิวเป็นคราบๆ ค่ะ ถ้าทำให้เนื้อครีมมีความชุ่มชื่นขึ้นมาหน่อยก็น่าจะดีค่ะ เพราะด้านที่เป็นคอนซีลเลอร์ไม่ได้ใช้ แต่พอจะใช้ด้านสีขาว ใช้ได้แค่ไม่กี่ครั้งค่ะ เพราะเนื้อครีมก็แห้งติดกับตัวด้ามแล้วค่ะ สรุปว่า หมดกันงานนี้! T T ซื้อมาใช้ได้ไม่คุ้มเลยค่ะ

ตอนนี้เราก็มีตัวช่วยแล้ว งั้นขอลาไปฟ้าเหลืองต่อเลยละกันนะค๊า คริๆๆ fauxcul.jpg

Comments (10)