Archive | Beauty & Makeup

Tags: ,

Lamer Treatment – The Eye Balm Intense

Posted on 31 October 2010 by Vinegar Girl

จากครั้งที่แล้ว ที่วีนิก้าเกิร์ลได้บรรยายส่วนผสมที่ล้ำสุดๆ ของ Lamer The Eye Balm Intense ไปแล้ว วันนี้นำภาพของการทำทรีตเม้นท์จากลาแมร์มาฝากค่ะ

vinegargirl_Lamer_set1vinegargirl_Lamer_set2เหล่านี้คือโฉมหน้าผู้พิทักษ์ผิวของวีนิก้าเกิร์ลจาก Lamer (ลาแมร์) ค่ะ เรียงจากซ้ายไปขวา ตามลำดับการทำทรีตเม้นท์เลยนะคะ

  1. Cleansing Lotion : ก่อนทำทรีตเมันท์ เราก็ต้องเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าด้วย cleansing lotion กันก่อนค่ะ วีนิก้าเกิร์ลเองก็แต่งหน้ามา พร้อมด้วยครีมกันแดด ตัวนี้ก็สามารถทำความสะอาดได้หมดจดค่ะ
  2. The Refining Facial : ด้วยผิวที่หมองคล้ำ มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ พร้อมรอยดำจากสิว (ครบทุกประเภทของความโทรมเลยค่ะ 5555) Therapist เลยรีบจัดสครับเพื่อขจัดเซลที่เสื่อมสภาพให้เป็นการด่วนค่ะ ซึ่ง The Refining Facial ตัวนี้มีความพิเศษที่วีนิก้าเกิร์ลชอบมากๆ คือมีตัวขัดผิวเป็นผงเพชรค่ะ นอกจากตัวผงเพชรที่ทำให้รู้สึกอลังการแล้ว เนื้อละเอียดมากๆ ไม่ระคายเคืองผิวเลยค่ะ ต้องบอกว่าติดใจตัวนี้มากๆ เลยหล่ะค่ะ
  3. The Whitening Lotion : หลังจากสครับกันไปเรียบร้อย แล้วก็ต้องเตรียมผิวให้พร้อมในการบำรุงขั้นต่อไป ด้วยโทนเนอร์ตัวนี้ ที่ช่วยลดปัญหาจุดด่างดำค่ะ
  4. The Blanc de la Mer Infusion : เป็นพรีเซรั่ม ที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ค่ะ
  5. The Whitening Essence : มาถึงเซรั่มสุดเข้มข้นที่ Therapist ช่วยเน้นขั้นตอนนี้ให้วีนิก้าเกิร์ลค่ะ ด้วยผิวหน้าหมองคล้ำซะเหลือเกิน เซรั่มตัวนี้ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำ ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสยิ่งขึ้นค่ะ
  6. The Concentrate : จากนั้นก็นวดกดจุดบนผิวหน้าด้วย The Concentrate หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมากของลาแมร์ค่ะ ช่วยฟื้นฟูผิว ลดอาการระคายเคืองของผิว ตัวนี้ที่ช่วยฟื้นฟูผิวที่เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ และรอยแผลต่างๆค่ะ
  7. The Eye Balm Intense : หนึ่งในนางเอกของการทำทรีตเม้นท์วันนี้ค่ะ นวดกดจุดบริเวณผิวรอบดวงตา ด้วย Silver – Tipped Applicator ค่ะ ช่วยให้ผิวรอบดวงตาที่เหนื่อยล้าของวีนิก้าเกิร์ล ดูดีขึ้นมาทันตาเห็นค่ะ จุดเด่นคือลดอาการบวมบริเวณใต้ตา และช่วยลดรอยหมองคล้ำได้ด้วยค่ะ
  8. The Moisturizing Lotion : ครีมบำรุงผิวสำหรับ ผิวผสม – ผิวแห้ง จริงๆ แล้วเป็นคนผิวผสมค่ะ ก่อนหน้านี้มีได้ไปทำเลเซอร์มาบ้าง แต่ไม่ค่อยได้ดูแลผิว จริงทำให้ผิวดูแห้งมากๆ ค่ะ Therapist เลยเลือกครีมบำรุงผิวตัวนี้ให้ค่ะ
  9. The SPF 30 UV Protecting Fluid : แน่นอนค่ะ แสงแดดสามารถทำร้ายผิวของเราได้ ต้องลงครีมกันแดดกันหน่อย ตัวนี้เนื้อเบาๆ ค่ะ ไม่รู้สึกเหนอะหนะหน้ามากเท่าไหร่ค่ะ
  10. The Lip Balm : ใกล้เสร็จแล้วก็บำรุงริมฝีปากกันหน่อยค่ะ ชุ่มชื่นและรู้สึกว่าผิวริมฝีปากนุ่มขึ้นด้วยค่ะ
  11. The Mist : ขั้นตอนสุดท้ายสเปรย์น้ำแร่บนผิวหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว และกลิ่นหอมอ่อนยิ่งทำให้รู้สึกสดชื่นค่ะ

vinegargirl_LaMer_t02

เมื่อจบขั้นตอนการทรีตเม้นท์ therapist สุดสวยของเราก็ช่วยลงแป้งฝุ่นเนื้อละเอียดบางเบา แต่ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นมาทันทีค่ะ พร้อมปัดแก้มอ่อนๆ เท่านี้เองค่ะ แต่ผิวดูกระจ่างใสมากๆ จุดด่างดำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ พิเศษสุดๆ คือผิวชุ่มชื่นขึ้นมากเลยค่ะ จากก่อนหน้านี้หน้าแห้งช่วยใต้ตาและข้างแก้ม พอทรีตเม้นท์เสร็จแก้มใสเลยค่ะ ^_^

vinegargirl_Lamer_treatment

ขอเก็บรูปเป็นที่ระลึก ได้มีโอกาสเจอกับน้องบีที่น่ารักจาก Beyond Jealous และ คุณฟลุค จาก alwaysfluke

น้องบีเป็นสาวผิวดี หน้าใสไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ ถ้าเทียบกับตัวเอง จะโดดเด้งเห็นผลชัดเจนมาก เพราะหน้าแย่ แต่ลาแมร์ช่วยได้ค่ะ ^_^  ส่วนคุณฟลุคตามมาสมทบในช่วงท้าย เป็นคนที่ช่วยคอนเฟิร์ม before & after ของวีินิก้าเกิร์ลค่ะ คุณฟลุคถึงกับออกปากว่าผิวดูดีขึ้นมากๆๆๆ ค่ะ  5555

ช่วงนี้กรุงเทพฯ อากาศเย็นพอดีค่ะ ยังไงก็ฝากสาวๆ ทุกคนดูแลสุขภาพ และก็อย่าลืมดูแลผิวเป็นพิเศษด้วยนะค๊าาาา ^_^

Comments (1)

La Mer – The Eye Balm Intense

Posted on 17 October 2010 by Vinegar Girl

วันนี้ vinegargirl ขอมาเล่าประสบการณ์ที่แสนประทับใจจาก La Mer (ลาแมร์) กันค่ะ วีนิก้าเกิร์ลได้รับเกียรติจาก La Mer ให้ไปร่วมทำทรีตเม้นต์ และได้ทดลองอายครีมตัวใหม่ The Eye Balm Intense ค่ะ

ส่วนตัวก็เป็นแฟนของ La Mer มาหลายปีแล้วค่ะ ย้อนกลับไปน่าจะประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์ 2 ชนิดแรกที่เริ่มใช้ แน่นอนว่าต้องเป็นนางเอกของลาแมร์ค่ะ นั่นคือ Crème de la Mer และ The Eye Balm ค่ะ หลังจากนั้นก็มี The Radiant Infusion ตามมาติดๆ ค่ะ เมื่อเริ่มแรกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ เพราะชื่อเสียงอันโด่งดัง และความล้ำ ของ Crème de la Mer ที่ถูกค้นพบโดย ดร. แมกซ์ ฮูเบอร์ นักฟิสิกส์ด้านกระสวยอวกาศ ใช้ครีมตัวนี้ เพื่อดูแลผิวที่เกิดแผลไฟไหม้ค่ะ ส่วน The Eye Balm นั้นเห็นผลจาก ดวงตาเปล่งประกายของเพื่อนสาวที่เป็นแอร์ ซึ่งชีวิตเธออดหลับอดนอน ต้องเจอกับอากาศที่แปรปรวน แต่ตายังปิ๊งไม่คล้ำเหมือนก่อน เห็นอย่างนี้ วีนิก้าเกิร์ลก็รีบไปถอยทันทีค่ะ

vinegargirl_LaMer_06

สำหรับครั้งนี้วีนิก้าเกิร์ลได้มารู้ ข้อมูลเพิ่มเติมของ The Eye Balm Intense แล้วถึงกับอึ้งค่ะ กว่าจะได้ส่วนผสมประกอบกันมาเป็นครีม 1 กระปุก เรียกได้ว่ายากลำบากกันทีเดียวค่ะ สาวๆ ที่มักมีปัญหาตาบวม รับรองต้องกรี๊ดดดดด กับ The Eye Balm Intense ตัวนี้ค่ะ

ใน The Eye Balm Intense นี้มีหัวใจสำคัญคือ The Miracle Broth ที่เข้มข้น 3 เท่า ซึ่งประกอบด้วย 3 สูตรค่ะ มี

  1. Original Miracle Broth : สูตรดั้งเดิม สาวๆ ลองนึกภาพน้ำสีอำพันนะคะ อันนี้หล่ะค่ะ คือ The Miracle Broth ที่หมักบ่มจากสาหร่ายทะเล ที่เก็บได้เพียงปีละ 2 ครั้ง และต้องเก็บช่วงพระจันทร์เต็มดวงอีกด้วยนะคะ  แถมระหว่างหมักบ่มต้องปล่อยคลื่นเสียง และ แสง เพื่อทำให้เจ้า Miracle Broth นี่ alive ค่ะ เหมือนมีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเล แล้วต้องเทียงเคียง DNA ทุกครั้งว่าตรงกับสูตรเดิม ที่ ดร. แมกซ์ ฮูเบอร์ ได้คิดค้นไว้ค่ะ
  2. Concentrated Miracle Broth : สูตรเข้มข้น ที่ใช้สูตรดั้งเดิม มาผ่านขบวนการสูญญากาศที่มีความเย็นจัดเป็นเวลา 3 วันค่ะ เพื่อให้ได้เพียงน้ำสกัดเข้มข้นค่ะ
  3. Encapsulated Miracle Broth : สูตรที่บรรจุในรูปแคปซูลค่ะ อันนี้บอกได้คำเดียวว่าล้ำมากๆ ค่ะ เพราะเจ้าแคปซูลนี้จะทำหน้าที่ขนส่ง The Miracle Broth ไปยังผิวชั้นบน แล้วจะปล่อยให้สารสกัดออกมาทำความชุ่มชื้นกับผิว เมื่อยามที่ผิวต้องการค่ะ คือเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ฉลาดล้ำมากค่ะ เพราะฉะนั้น ผิวของเราก็จะชุ่มชื้นได้ตลอดทั้งวันค่ะ

ตัวเองเป็นคนชอบอะไรที่เป็นวิทยาศาตร์อยู่แล้วค่ะ เลยโน้ตเป็นหน้ากระดาษค่ะ พอยิ่งได้ทราบความเป็นมา ก็เข้าใจแล้วว่า ความ premium อยู่ที่ตรงไหนค่ะ กลับมา search ข้อมูลเพิ่มเติม ได้เจอกับสิ่งนี้ค่ะ The Miracle Broth Journey ลองคลิกไปดูกันค่ะ

เท่านี้ยังไม่พอนะคะ ฮ่าๆๆๆ ต่อด้วย The Marine De-Puff Ferment เป็นสาหร่ายทะเลลึกสีแดง ที่มึความสามารถเฉพาะตัว ที่จะมีชีวิตได้ในทะเลที่มืดสนิทค่ะ เพราะเค้าสามารถสังเคราะห์แสงได้ด้วยวิธีพิเศษค่ะ พอมาบวกกับแร่ทัวร์มารีนที่หายาก ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นประจุไฟฟ้า ส่วนผสมทั้งหมดเลยบรรจุใน Smart Sea Gel ค่ะอันนี้แหล่ะค่ะ ที่ช่วยลดอาการบวมของผิวรอบดวงตาค่ะ

และสุดท้าย The Lifting Ferment ที่ผสม Marine Peptide Ferment และอีกหลายๆ Ferment เข้าด้วยกัน (กลัวสาวๆ จะนึกว่า lecture วิชาชีวะอยู่จังเลย) สรุปว่าเจ้าสิ่งนี้ ทำให้ผิวกระชับขึ้น และเสริมสร้างความกระจ่างใสให้ผิวรอบดวงตาของสาวๆ อีกด้วยค่ะ

vinegargirl_LaMer_02

นอกจากส่วนผสมสุดล้ำแล้ว ยังมี The Applicator อีกด้วยค่ะ ซึ่งปลายของเจ้า Applicator จะทำด้วยเงินแท้ (Silver) แค่วีนิก้าเกิร์ลเอาตัว Applicator มาแตะกับผิวก็รู้สึกเย็นแล้วค่ะ  ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้ ช่วยนวดเพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดค่ะ ยิ่งมาใช้กับ The Eye Balm Intense จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของเทคโนโลยี De-Puffing อีกด้วยค่ะ  แถมเห็นปลายเป็นหัวกลมๆ แบบนี้ จริงๆ เค้าออกแบบไว้ให้ตักครีม ได้ปริมาณที่พอเหมาะในการใช้แต่ละครั้งอีกด้วยนะคะ แค่วีินิก้าเกิร์ล เอาปลาย The Applicator จุ่มลงในกระปุกเบาๆ ก็ได้เนื้อครีมสีเขียว แล้วเอามานวดที่ผิวรอบดวงตา สบายมากเลยค่ะ

vinegargirl_LaMer_08

งานครั้งนี้ นอกจากได้รับทราบสรรพคุณของ The Eye Balm Intense + The Applicator ที่จุดเด่นคือ ช่วยลดอาการบวมของผิวรอบดวงตา ทั้งที่เกิดจากการบวมน้ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือกรรมพันธุ์ แล้วยังช่วยกระชับผิวรอบดวงตา ลดเลือนริ้วรอย และรอยหมองคล้ำอีกด้วยค่ะ และด้วยเทคโนโลยีของ The Miracle Broth ทั้ง 3 สูตรรวมกัน ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา ได้ตลอดทั้งวัน เท่านี้ยังไม่พอค่ะ ยังได้ทราบวิธีการนวดกดจุดอีกด้วยค่ะ

หลังจากใช้ The Applicator ตักเนื้อครีม แล้วแตะลงเบาๆ ที่ผิวรอบดวงตาด้านล่าง เริ่มจากบริเวณหางตา ไล่มาจนถึงหัวตา และวนไปยังหัวตาด้านบน ไปจนถึงหางตาแล้ว เรามาดูวิธีกดจุดกันค่ะ

The Renewing Acupressure Technique เราเริ่มกดจุดโดยใช้นิ้วนางของเราค่ะ กดเบาๆ เริ่มจากจุดด้านบนระหว่างคิ้ว จากนั้นใช้นิ้วนางกดที่หัวตา กด แล้วค่อยๆ เคลื่อนนิ้วออกไปทางโหนกแก้ม 7 ครั้งค่ะ ให้สาวๆ กดในแนวกระดูก จากนั้นใช้นิ้วกลางกดขึ้นไปทางคิ้ว มาจรดที่หัวตา 7 ครั้ง และจบด้วยการใช้นิ้วกลาง กดไล่จากหัวตาลงมาที่จมูก 7 ครั้งค่ะ  เป็นการฟื้นสภาพผิวรอบดวงตาค่ะ

vinegargirl_LaMer_03

คราวหน้า วีินิก้าเกิร์ลจะมาเล่าช่วงทำ ทรีตเม้นท์ พร้อมภาพหลังทำให้ดูค่ะ ว่าผิวเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรค่ะ ^_^


Comments (0)

Sunscreen Review : SpectraBan SC Sunscreen Sebum Control Gel SPF40 PA+++ (PPD 13)

Posted on 24 August 2010 by Vinegar Girl

จากเรื่องครั้งที่แล้ว ที่เกริ่นๆ ว่าจะรีวิวครีมกันแดดให้สาวๆ ได้อัพเดทกันนั้นค่ะ ขอเล่าความเป็นมาย้อนหลังนิดนึงค่ะ เพราะช่วงที่ผ่านมา หน้าตาเยินมีเหตุอันเนื่องจากสิวค่ะ ราวกับเพิ่งแตกเนื้อสาว อิอิ ด้วยอากาศช่วงหน้าร้อน ที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ผิวมันเยิ้ม เจ้าครีมกันแดด ผสมกับเครื่องสำอางที่โปะประโคมหน้าอยู่นั้น ก็ผสมรวมกัน ทำให้เกิดสิวอุดตันเยอะแยะมากมาย แถมด้วยสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่มีอยู่แล้วเป็นประจำเดือนละเม็ด และด้วยความมือสนของเราที่บีบ แคะ แกะ เกา เจ้าสิวอุดตัน มันเลยดันอักเสบขึ้นมา บรรยายให้เห็นภาพขนาดนี้  สาวๆ คงร้องอี๋กันแล้วใช่ไหมคะ?

จริงๆ ก็พอจะทราบดีว่าควรหยุดสิ่งที่บล็อคผิวหน้า ที่มีส่วนผสมของน้ำมันทั้งหลาย เว้นอย่างเดียวที่หยุดไม่ได้ คือ ครีมกันแดด ค่ะ เพราะชีวิตประจำวันของวีนิก้าเกิร์ลนี้ มีอันต้องผจญแสงแดดทู้กกกวัน แต่ดูเหมือนครีมกันแดดที่ชอบใช้ เป็นรุ่น milky ที่สามารถเป็นเหมือน makeup base ได้อาจจะไม่เหมาะกับผิวของเราในช่วงนี้ ค่ะ กลุ้มใจว่าจะทำยังไง ให้หน้าไม่หมองคล้ำ และไม่เป็นสิวค่ะ  เลยต้องออกปฏิบัติการตามล่าหาครีมกันแดดค่ะ

vinegargirl-SB-1

SpectraBan-SC

จนกระทั้งมาได้เจอฮีโร่ขี่ม้าขาวววววววว เพราะมาในกล่องสีขาว ดูหรูหรา SpectraBan SC Sunscreen Sebum Control Gel SPF40 PA+++ (PPD 13) มาคราวนี้ชื่อย้าววว..ยาวววค่ะ นอกจากชื่อยาวแล้ว เห็นสรรพคุณข้างกล่องแล้ว ไม่หยิบใส่ตระกร้า จ่ายตังค์ แล้วพากลับบ้านไม่ได้แล้วค่ะ ก็เพราะ list ที่เขียนไว้ข้างกล่อง ช่างตรงใจกับที่หาอยู่เลยค่ะ

ราคา : 1,080 บาท

  • For Oily / Combination skin type < ผิววีนิก้าเกิร์ลเป็นผิวผสมค่ะ บางช่วงฤดูผิวก็แห้งช่วงแก้มมาก แต่ฤดูร้อนนี่จัดว่ามันเลยทีเดียวค่ะ
  • Non – Comedogenic <  ข้อนี้แหล่ะที่ต้องการ  ไม่เป็นสาเหตุให้เกิดสิวค่ะ แอบกระซิบว่าให้คะแนนข้อนี้เยอะสุดๆ
  • Hypoallergenic < เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายด้วยค่ะ เพราะพอมาอ่านรายละเอียดข้างกล่อง เห็นว่า ไม่มีสารกันเสียค่ะ
  • Non – Greasy < ไม่เหนียวเหนอะหนะ อันนี้ก็ได้ใจค่ะ
  • Paraben Free <  Paraben สิ่งนี้ไม่มีในเครื่องสำอางได้ จัดว่าดีค่ะ
  • Perfume Free <  ไม่มีน้ำหอมด้วยค่ะ  และไม่มีสีค่ะ
  • Water Resistant

Note : สาวๆ หลายคนคง งง ว่า PPD ที่อยู่ในชื่อของ SpectraBan SC อันนี้ คืออะไรนะคะ ได้ความมาว่า ย่อมาจาก The Persistent Pigment Darkening นั่นก็คือการวัดค่าการป้องกันแสงแดด คล้ายๆ กับที่เราเรียกค่า SPF นั่นเองค่ะ แต่เค้า PPD method นี้ ถูกพัฒนาขึ้นในญี่ปุ่นค๊าาา

และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ครั้งนี้ สเปคตร้าแบน มาในรูปแบบ เจล ค่ะ แถมด้วยสิ่งสำคัญมากกกกกสำหรับผิว นั่นคือ เจล ปราศจากแอลอฮอล์ค่ะ จริงๆ แค่เห็นว่าเป็นเจล ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ก็ซื้อแล้วค่ะ 555555

vinegargirl-SB-2

และด้วยส่วนตัวที่เป็นแฟน สเปคตร้าแบน อยู่แล้ว ถ้ายังจำกันได้ในบทความเก่าๆ ก็ใช้กันทั้งครอบครัว เพราะคุณหมอที่คุณแม่รู้จักเป็นคนแนะนำมาค่ะ ก่อนหน้านี้ตัวเองถอย  SpectraBan Sensitive มาใช้ รุ่นนี้ก็ดีค่ะ เป็นเนื้อครีม แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะเช่นกันค่ะ
กลับมาที่ฮีโร่ของเรากันต่อค่ะ พอแกะกล่องออกมา ต้องร้องว้าววค่ะ เพราะไม่ธรรมดา มาในแบบขวดปั๊มกด ใช้สะดวกค่ะ
ปั๊มๆๆๆๆ  (ครั้งแรกที่ใช้ต้องกดเยอะหน่อยค่ะ กว่าครีมจะขึ้นมา เพราะขวดทรงสูงค่ะ) พอเนื้อครีมออกมาจากหัวปั๊ม ก็เห็นเนื้อเจลสีขาวค่ะ เมื่อสัมผัสกับผิวหน้านุ่มลื่นนน เกลี่ยง่ายค่ะ แถมใช้เพียงนิดเดียวก็เกลี่ยได้ทั่วหน้าแล้ว คงเป็นเพราะเนื้อเจลที่เกลี่ยง่ายมากกกกกๆ ค่ะ   เจลกันแดดของสเปคตร้าแบนตัวนี้ ไม่ทำให้หน้าขาววอกค่ะ เนื้อเจลลื่นไปกับผิวเลยค่ะ  ไม่มัน ไม่เหนียวเลยค่ะ ซึ่งก็ง่ายสำหรับการแต่งหน้าต่อค่ะ และผ่านไปถึงช่วงบ่าย หน้าก็ไม่ค่อยมันเยิ้มแล้วค่ะ ณ จุดนี้วีนิก้าเกิร์ลรู้สึกว่า เครื่องสำอางยังคงทน ผ่องใสอยู่บนหน้าเราได้ค่ะ
และมาด้วย hi-light ที่เลือกเจลกันแดดตัวนี้ ด้วยเพิ่งทดลองใช้ได้ประมาณ 2 วีค ก็พอจะเห็นผลบ้างว่าไม่มีสิวอุดตันเพิ่มใหม่แถวบริเวณคาง รอบจมูก และหน้าผาก เหมือนกับที่เคยเป็นค่ะ ต้องบอกว่าเจลกันแดดของสเปคตร้าแบนตัวนี้ ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิว เช่นน้ำหอม สี Paraben แถมด้วย ไม่ก่อให้เกิดสิว และช่วยควบคุมความมันอีกด้วยค่ะ ซึ่งเหล่านี้นี่เองที่ดีต่อผิวหน้า แล้วก็ยังทำให้วีนิก้าเกิร์ลสบายใจด้วยค่ะ (แค่อ่านคุณสมบัติก็รู้สึกดีแล้วค่ะ  555555)  แอบหวังใจว่า กว่าจะถึงวันนั้นของเดือน ก็คงไม่ทำให้เกิดสิวอักเสบเยอะแยะมากมายเหมือนเคยด้วยค๊า ^_^

Comments (3)

Tags: , ,

เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง

Posted on 26 April 2010 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าาา… กลับมาแล้วค๊าาา เป็นยังไงกันบ้างค๊าาา คิดถึงมากๆ เลยค่ะ ต้องบอกว่าห่างหายไปนาน จนใช้เวลานานมากในการอัพเดทบทความนี้ค่ะ แถวบ้านเรียกลืมนั่นเองค่ะ 55555

วันนี้มาแบบสั้นๆ ก่อนนะคะ กับเคล็ดลับเล็กๆ ที่สาวๆ อาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนค่ะ ว่าการทาครีม ที่เราทากันทุกวันนั้น ก็ต้องมีวิธีทาให้ถูกต้องด้วยนะคะ

body_B_100425

การทาครีมเพื่อป้องกัน หรือลดริ้วรอยนั้น นอกจากตัวผลิตภัณฑ์เองแล้ว วิธีการทาของเรา ก็มีส่วนที่จะช่วยให้สกินแคร์ที่เราซื้อมา (แพงๆ) นั้นได้ผลดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ^_^

เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง โดย Dominique Rist ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เครื่องสำอาง Calrins เป็นผู้เผยเคล็ดลับให้เราทราบกันค่ะ

สิ่งสำคัญคือการห้ามทำให้ผิวเคลื่อนที่ค่ะ เพราะผิวของเรานั้น เปรียบเสมือนยางยืดค่ะ ยิ่งเราดึงออกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งขยายออกมากเท่านั้น และก็จะทำให้เกิดริ้วรอยมากตามไปด้วยค่ะ (ฟังดูแล้วน่ากลัวจริงๆ ค่ะ – -”)

  • เทคนิค คือ ให้วอร์มครีมที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง โดยถูมือเข้าหากันเบาๆ แล้ววางฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างเบามือ ให้แนบสนิทพอดีกับแก้ม หน้าผาก คาง และคอ แล้วดึงมือออกแรงๆ จากนั้นค่อยกดเบาๆ ด้วยฝ่ามือ และนิ้วมือ เพื่อกระจายเนื้อครีมให้ทั่วใบหน้า และใ้ห้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้นค่ะ
  • อันนี้เคล็ดลับเพิ่มเติม จากตัวเองค่ะ สำหรับผิวรอบดวงตาก็คล้ายๆ กันค่ะ ให้วอร์มครีมก่อน จากนั้นใช้ปลายนิ้วกดเนื้อครีมเบาๆ ในแนวรอบดวงตาค่ะ ^_^

วินีก้าเกิร์ลเองทำมาผิดๆ ตลอดหลายสิบปีค่ะ 55555 เพิ่งทราบก็วันนี้ สาวๆ ก็ลองทำกันดูนะค๊าาาา

Comments (1)

Summer 2009 Make up Trend – Sunshine

Posted on 19 April 2009 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า ช่วงวันหยุดสงกรานต์ สาวๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างคะ? เข้ามาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ  เห็นวีนิก้าเกิร์ลหายหน้าไป ในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ มีหรือที่จะไม่ไปเที่ยว ฮ่าๆๆๆๆ  คราวนี้ไปแบบไม่ได้วางแผนกันเลยทีเดียวค่ะ  สืบเนื่องจากที่เพื่อนๆ ทั้งหลาย ออกไปต่างจังหวัดกันหมด ส่วนตัวเอง ไม่ได้จองอะไรไว้ เพราะปกติ ไม่ค่อยชอบไปช่วงสงกรานต์ คนเยอะๆ ค่ะ แต่ครั้งนี้มันอดใจไม่ไหว แฮ่ๆ ในที่สุด ก็หาแนวร่วม แล้วเก็บกระเป๋า ไปเดาเอาดาบหน้าค่ะ เริ่มจากขับรถไปเรื่อยๆ ถึงทางแยก สุราษฎร์ธานี ตัดสินใจระหว่าง ซ้าย สมุย / พงัน หรือขวา ภูเก็ต ในที่สุด ก็ลงเอยที่ภูเก็ตค่ะ เพราะขับรถกันมา เอารถไปด้วยดีกว่า (เพื่อความประหยัด แอนด์ สะดวกค่ะ)

เอาไว้เล่าเรื่องพร้อมรูปประกอบการเที่ยว กันทีเดียวเลยนะคะ  ในขณะที่ลั้นลาเพลิดเพลินในภูเก็ต ก็เห็นข่าวร้อนระอุในกรุงเทพฯ ชวนให้ติดตาม  ว่าจะหยุดต่ออีก 2 วันกันหรือเปล่า อุ้ย! ไม่ใช่ค่ะ ชวนให้ติดตามด้วยความเป็นห่วงค่ะ  ในที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้อย่างเรียบร้อยนะคะ  ยังไงประเทศไทยเรา ก็มีกันอยู่ 3 สีค่ะ  สีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน รวมกันเป็นหนึ่งค่ะ  ^_^

แต่สำหรับซัมเมอร์นี้ สีที่ฮ็อตจัด มัดใจหนุ่มๆ และสาวๆ อย่างเรา คงหนีไม่พ้น สีผิวผุดผ่อง ยามแดดส่องเป็นประกายค่ะ กับ เมคอัพเทรนด์ประจำทุกซ้มเมอร์ กับผิวบรอนซ์เป็นประกายค่ะ

vinegargirl-m-ss09-sh2.jpg

ทุกซัมเมอร์ ในหลายรันเวย์ โชว์ผิวแทน และการไฮไลท์ ช่วงโหนกแก้มให้ดูเป็นประกาย ยามผิวต้องแสงแดดริมหาดค่ะ หรือถึงแม้ไม่ได้ไปเดิน ริมหาดที่ไหน เราก็ทำให้ดูผิวสวย เป็นประกายแบบนี้ได้ ตลอดร้อนนี้ค่ะ

  • เพียงเตรียมผิวให้เรียบเนียน ด้วยเมคอัพเบส หรือรองพื้นบางเบา
  • ปัดแก้มด้วยสีชมพูเรื่อๆ เหมือนผิวเพิ่งโดนแดดอ่อนๆ หรือสาวคนไหนอยากดูแทนเต็มพิกัด ลองเปลี่ยนสีปัดแก้ม เป็นโทนนู้ด – บรอนซ์
  • ใช้ไฮไลท์เนื้อครีม หรือฝุ่น เกลี่ยลงบนโหนกแก้ม และสันจมูกเบาๆ แถมด้วยเคล็ดลับจากรันเวย์ค่ะ นั่นคือปัดไฮไลท์เบาๆ บนร่องเหนือริมฝีปากบนด้วย เพื่อความสวยเวลาถ่ายรูปค่ะ
  • ถ้าต้องการผิวส่องประกาย แบบเต็มพิกัด เพิ่มอีกหนึ่งจุดที่เปลือกตา ด้วยอายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ เกลี่ยที่โหนกคิ้วอีกหนึ่งจุด เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ
  • แต่ถ้าทั้งหมดนี้ เกินกว่าที่สาวๆ ผู้ไม่สันทัดเรื่องเมคอัพจะลงมือแล้วหล่ะก็ สามารถเปล่งประกาย ด้วยริมฝีปาก แต่เพียงอย่างเดียว ก็พอได้อยู่ค่ะ ^_^

    เคล็ดลับสำคัญแถมท้ายค่ะ

  • ความเปล่งประกายบนใบหน้า ควรเลือกจุดสำคัญ อย่างโหนกแก้ม โหนกคิ้วบริเวณเปลือกตา และ /หรือสันจมูก เท่านี้พอนะคะ  อย่าปัดไฮไลท์ทั่วบริเวณผิวหน้า เพราะอาจทำให้ดูหน้ามัน แทนที่ผิวผุดผ่อง ส่องประกายได้ค่ะ
  • สำหรับสาวๆ ที่มีแป้งไฮไลท์ แล้วยังใช้ไม่หมดซะที (อย่างวีนิก้าเกิร์ลค่ะ มีตลับของ Bobbi Brown หลายเวอร์ชั่นมากๆ) ก็ปัดได้บ่อยๆ เหมือนกันนะคะ โดยเฉพาะเวลาสะท้อนกับแสงไฟสีส้มๆ จะดูสวยทีเดียวค่ะ และ สามารถใช้ปัดบริเวณหัวไหล่ และเนินหน้าอก เวลาไปงานกลางคืนได้เช่นกันค่ะ ^_^

vinegargirl-m-ss09-sh3.jpg

Photo: Imaxtree

เมคอัพสำหรับผิวเป็นประกายค่ะ

  • Luminosity Shimmer Stick จาก Model Co.  ไฮไลต์เนื้อครีม ราคา 1,350 บาท
  • The Multiple สี Orgasm และ St’ Barts จาก Nars ราคา 1,700 บาท
  • Face Color สี E513 จาก Ipsa แป้งปัดหน้า ราคา 850 บาท
  • Face Designing Brightener จาก Etude แป้งชิมเมอร์ เพื่อผิวกระจ่าง ราคา 595 บาท
  • Glitter Lip Balm No. 2 จาก Bobbi Brown : ลิปบาล์ม ผสมกลิตเตอร์ ราคา 820 บาท
  • Highlight Powder สี Spectacle! จาก M.A.C แป้งไฮไลต์ ราคา 1,300 บาท

Comments (2)

Fall 2008 Make up Trend – Pop Art

Posted on 06 December 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า ดีใจมากๆ ที่อัพเดทปุ๊บ comment จากสาวๆ ที่น่ารักทุกๆ คน ก็มาปั๊บค่ะ ดีใจมากๆ จริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
fruitysalad  สำหรับลุคของ Diane Kruger อดใจรอนิดนึงนะคะ เอาไว้จะนำมาให้ชมแน่นอนค่ะ
marisam มาตามคำเรียกร้องค๊า
zeaRene*  น้องซีแต่งเท่นี่ หลายๆ คนเท่ไม่ได้นะคะ พี่อ้อมว่า น้องซีจะหวานเมื่อไหร่ ทำได้แน่นอนค่ะ
หมูนุ่ม  คิดถึงน้องหมูนุ่มแน่นอนอยู่แล้ว และดีใจที่สาวๆ คิดถึง แต่ก็ confirm ว่าคิดถึงสาวๆ ทุกๆคนมากกกกที่ซู้ดดดค่ะ
opal   ดีใจที่น้องโอปอล กลับมาอ่านด้วยค่ะ ^_^

วันนี้มารายงานตัวก่อนไปเที่ยวค่ะ รอบนี้ขอ go inter ค่ะ จะไปเที่ยวสิงคโปร์ค่ะ ใครอยากได้ลอดช่อง ยกมือขึ้นนนน!! อิอิ อ้ะ! ล้อเล่นนนน fauxcul.jpg เดี๋ยวจะไปดูว่าสาวๆ สิงคโปร์เค้ามีอะไรฮ็อตๆ แล้วรับรองว่าจะเอามาฝาก สาวๆ vinegargirl แน่นอนค่ะ

วันนี้มาอัพเดท เทรนด์การแต่งหน้า กันบ้างค่ะ สำหรับหนาวนี้ ไม่ปล่อยให้สีเสื้อผ้าขรึมๆ ครองซีซั่นเหมือนเช่นเคย เพราะสาวๆ เพิ่มสีสดใส ให้หน้าหนาว ด้วยเมคอัพสีสดใน สไตล์ Pop Art มาให้สาวๆ ได้สนุกกันค่ะ

vinegargirl_m_fall08_pop-art_1.jpg

vinegargirl_m_fall08_pop-art_2.jpg

vinegargirl_m_fall08_pop-art_3.jpg

สำหรับการแต่งหน้า สไตล์ Pop Art หรือ สไตล์ ’70s นี้ ให้สาวๆ ได้เลือกเพิ่มความสดใส บนใบหน้าเพียงจุดเดียวค่ะ ระหว่าง เปลือกตา หรือ เรียวปาก โดยให้ส่วนอื่นๆ บนใบหน้าเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ สิ่งสำคัญของลุคนี้ คือปรับผิว ให้สวยเรียบเนียน เป็นธรรมชาติที่สุด (แต่จริงๆ เรามีการแต่งเติมค่ะ) โดยใช้ primer หรือ makeup base ส่วนจะลงรองพื้นเนื้อบางเบาต่อ หรือ มอยส์เจอร์ หรือ BB Cream แล้วแต่สาวๆ เลยค่ะ จากนั้นเลือกสีสดใจ จุดใดจุดหนึ่ง

ถ้าง่ายที่สุด สำหรับตัวเอง คงหนีไม่พ้น เรียวปากค่ะ สีที่แนะนำ ควรเป็น ชมพู ฟูเชีย หรือ สีสด ไปจนถึงแดงอมม่วง เป็นอันใช้ได้ค่ะ
สำหรับเปลือกตา เล่นได้ทุกเฉดสี ไม่ว่าเหลือง ส้ม ชมพู ฟ้า เขียว ม่วง ไม่เกี่ยงว่าจะสีอะไรค่ะ ขอให้สดใส จี๊ดจ๊าดดด เทคนิค คือ ไล้สีให้เป็นละออง ฟุ้งๆ ขึ้นมา คล้ายๆ กับการแต่งหน้าแบบ สโมกี้อายส์ค่ะ

Recommended Make up

  • Rouge Dior No. 752 จาก Dior ราคา 1,900 บาท
  • Color Fever No. 318  ลิปสติก จาก Lancome ราคา 1,000 บาท
  • The Makeup Automatic Lip Crayon สี LC3  เป็นลิปสติกในรูปดินสอ จาก Shiseido ราคา 800 บาท
  • Lipstick สี Girl About Town จาก M.A.C ราคา 750 บาท
  • 5-Colour Eyeshadow No. 190  อายแชโดว์ พาเลตต์ ที่รวบรวม 5 สีสด จาก Dior ราคา 2,200 บาท
  • Micor Shadow สี Aquarius / Colibri อายแชโดว์เนื้อแมตต์ จาก Make Up Store ราคา 600 บาท
  • Colour Surge Eye Shadow No. 291 อายแชโดว์ เนื้อชิมเมอร์ สีพีชประกายทอง  จาก Clinique ราคา 720 บาท
  • Geminate Eyeliner No. 07 ลิควิดอายไลเนอร์ จาก Lunasol ราคา 800 บาท
  • Le 2 de Guerlain  มาสคาร่าสีน้ำเงิน ช่วยให้ดวงตาเป็นประกาย จาก Guerlain ราคา 1,550 บาท

นอกจากนี้ Make Up Store, M.A.C และ Shu Uemura ยังมีอายแชโดว์ สีสด มากมายหลากหลาย เลยค่ะ ยังไงก็ลองเลือกกันดูนะค๊า ขอให้สนุกกับสีสันสดใสนะค๊า ^_^

Comments (9)

Clinique – High Impact Colour SPF 15 New!

Posted on 31 August 2008 by Vinegar Girl

วีคเอนด์นี้ คาดว่าหลายๆ คนคงเพลิดเพลิน เดินช้อป ที่ เซ็นทรัล กับมิดไนท์เซล ส่วนตัว วีนิก้าเกิร์ล ไม่ได้ไปไหนค่ะ ชดใช้หนี้สิน ที่เกิดในรอบบิลที่แล้ว แฮ่ๆ  sweat-4.gif  วันนี้เลยมีเวลา มาทุ่มเทกับการอัพเดทบล็อกค่ะ อิอิ

เมื่อครั้งก่อน ได้อัพเดทเทรนด์ เมคอัพ ที่กำลังนิยม สีสันสดใส หรือ ร้อนแรง บนเรียวปากของสาวๆ วันนี้เมื่อได้เห็น ภาพสวยๆ จาก ลิปสติคใหม่ ของ คลีนิกข์ เลยอดไม่ได้ ที่จะนำมาให้สาวๆ ได้ดูกันค่ะ

vinegargirl-clinique-spflipstick.jpg
แรงสุดของสีสัน เนียนนุ่มยาวนาน พร้อมให้การปกป้องรังสียูวีอย่างครอบคลุม…  แล้วผู้หญิงจะต้องการอะไรมากกว่านี้อีก ?

ใหม่ HIGH IMPACT LIP COLOUR SPF 15

เพื่อการปกป้องริมฝีปากจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ คลีนิกข์แนะนำ HIGH IMPACT LIP COLOUR SPF 15 ลิปสติกมากประสิทธิภาพที่ให้ทั้งสีสันสวยงาม พร้อมมอบความชุ่มชื่นสูงสุดในวินาทีแรกที่ทาลงบนริมฝีปาก สูตรส่วนผสมพิเศษที่ให้ผลลัพธ์ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น การมอบความชุ่มชื่น ให้สีสันสดชัด ติดทนนานถึง 8 ชั่วโมง ไม่เลอะเลือน รวมทั้งปกป้องริมฝีปากจากรังสี UVA และ UVB  ด้วยค่า SPF 15

High Impact Colour SPF 15 จะให้สีสันติดทนนาน สามารถทาบางๆ หรือทาทับหลายชั้นเพื่อสีสันที่ชัดเจน พร้อมให้ความชุ่มชื่น และสรรค์สร้างลุคสวยงาม อ่อนหวานด้วยเนื้อนุ่มนวล สมกับเป็นลิปสติกในฝันของหญิงสาวทุกคน

HIGH IMPACT LIP COLOUR SPF15
มี 14 เฉดสีให้เลือก
ราคา 700  บาท

ผ่านการทดสอบการแพ้ ปราศจากน้ำหอม 100%

แฮ่ๆ มาในช่วงกำลังหาลิปสติคใหม่ เพื่อลุคปากสีสันสดใสพอดีเลยค่ะ (เพิ่งไปถอยมาหมาดๆ) พออ่านสรรพคุณ ของคลีนิกข์ เค้าแล้วแถมด้วย ช่วยกันแดดอีก แบบนี้ แววเสียเงิน เริ่มครอบงำ (อีกแล้ว)  ไม่รู้ว่าไป Central Midnight Sale วันนี้ยังทันไหมคะเนี่ย? อิอิ  (ขอโทษด้วยนะค๊า ที่ไม่ได้อัพเดท ข่าวเซลในช่วงวีคเอนด์นี้ กลัวสาวๆ จะเบื่อกัน กับ เว็บไซต์ ของเซ็นทรัล มิดไนท์ เซล คราวนี้ ช่างอลังการ สุดยอดดดด อยากให้ทุกคนได้ลองเข้าไปดูค่ะ ชอบๆๆๆ  ^_^)

ไหนๆ ก็พูดถึง คลีนิกข์ แล้ว เมื่อวีคก่อน หนุ่มในที่ทำงาน ส่ง link มาให้ช่วยโหวด ให้สาวๆ (ที่เป็น เพื่อนของเพื่อน ของเพื่อน) หนึ่ง C จากทั้งหมด 10 คนค่ะ อันนี้เค้ามี campaign
Clinique Great Skin Challenge  นอกจากหนุ่มๆ คนอื่นๆ ได้ถือโอกาส เข้าไปดูสาวๆ หน้าตา น่ารัก กันแล้ว  ที่ทำให้หนุ่มๆ และ สาวๆ ใน office ออกแรงโหวต เห็นจะเห็น ได้ลุ้นรับรางวัลเนี่ยหล่ะค่ะ   เสียดายที่ไม่ทราบช่วงเริ่ม campaign ไม่งั้น จะเชียร์ให้สาวๆ ไปร่วมประกวด วีนิก้าเกิร์ล จะช่วยโหวตขาดใจเลยค๊า ^_^

Comments (4)

Summer 2008 Make up Trend – Bold Lip

Posted on 25 August 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊าาา หลังจากที่หัวฟูกันไป จากแบบผม ยีพองฟูรอบที่แล้ว มีหลายคนที่ชอบมากๆ กับเทรนด์ที่แล้ว อิอิ เพราะมันช่างดูธรรมชาติ เหมือนเพิ่งลุคจากที่นอนมาเลย แต่จริงๆ ก็ผ่านการจัดแต่งนะคะ และก็อีกค่ะ พอมาจากรันเวย์ มันย่อมพองฟูกว่าปกติค่ะ หลายคนก็เลยกลัว ที่จะทำเทรนด์ผมคราวที่แล้วค่ะ ถ้าลองสังเกตดีๆ ผมพองฟู ก็ฮิตในบ้านเรานะคะ อย่างน้อง สายป่าน ที่ทำทรงผมหยิกฟู ดูเปรี้ยวเซอร์มากๆ ค่ะ ถ้าใครยังติดใจ ผมที่เหมือนเพิ่งลุกจากที่นอน ให้ลองดู แบบผมจาก Sportmax ในรูปด้านล่างนี้นะคะ

ขอบคุณ น้องหมูนุ่ม น้องเบส น้องซี น้อง Oh และ คุณ fruitysalad มากๆ ค่ะ สำหรับ กำลังใจนะค๊าาาา ซึ้งๆ กระซิกๆ appre.gif
ของคุณมากๆ เลยค่ะ และก็ขอให้ทุกๆ คน เจอแต่ความรักดีๆ นะค๊า และก็อย่าลืมว่า เราได้ความรักดีๆ ในทุกๆ วัน จากครอบครัว และเพื่อนๆ ของเราอยู่แล้วนะค๊า

วันนี้เลยอยากนำเสนอ วิธีเปลี่ยนลุคแบบง่าย มากกกกกกกๆ ค่ะ ที่ย้ำว่าง่าย เพราะเพียงแค่แท่งเดียวเอาอยู่ค่ะ อิอิ แท่งเดียว แท่งนี้ ที่ข้าพเจ้ามีอยู่ นั่นคือ ลิปสติค ค่ะ fauxcul.jpg
vinegargirl-b-s08-lip-1.jpg

บนรันเวย์ เรียวปากที่มีเนื้อ แมตต์ เม็ดสีเข้มข้น เนื้อสีสด ที่มีตั้งแต่แดงเชอร์รี่ ที่เป็นสีแดงสด ที่สามารถ เปลี่ยนลุคให้เข้ากับชุดหรูหรา หรือแนวร็อคมาดเท่ห์ค่ะ

vinegargirl-b-s08-lip-3.jpg

สำหรับสีที่เข้มขึ้นมาหน่อย เป็นในเฉด สีแดงเบอร์กันดี ที่ทำให้ริมฝีปากสวย เหมือนเพิ่งจิบไวน์มาหมาดๆ สีนี้ รับรองว่าอินไปจนถึงหนาวนี้แน่ๆค่ะ (Winter 08)

vinegargirl-b-s08-lip-2.jpg

นอกจากนี้ ยังมีโทนสว่าง อย่าง ส้มคอรัล และ ชมพู ที่ช่วยขับให้ใ บหน้าดูสว่างสดใสยิ่งข้นค่ะ

vinegargirl-b-s08-lip-4.jpg
และปิดท้ายด้วยความ “จี๊ดจ๊าด” (ไม่ใช่มะขามคลุก ที่อยู่ในกระปุกแต่อย่างใดนะคะ อิอิ) แต่เป็นโทนสีนีออน ที่มีไว้ให้สาวเปรี้ยว ใจกล้า ได้ทาบนริมฝีปากเท่านั้นค่ะ เช่นสีม่วงนีออน ด้านบนค่ะ

Tips & Trick

  • เมื่อสีริมฝีปาก ของสาวๆ เป็นเนื้อแมตต์ (matte)  เราต้องเน้นเนื้อทึบแสง เพียงจุดเดียวบนใบหน้าค่ะ  สิ่งที่บาลานซ์ คือ เปลือกตาชิมเมอร์ เนื้อโปร่งแสง และผิวหน้าที่ดูชุ่มชื่น เท่านั้นค่ะ ที่จะทำให้ลุคดูสดใส เรียบง่าย และเบาสบายยิ่งขึ้นค่ะ
  • สำหรับเปลือกตา ควรเลือก อายแชโดว์ เนื้อชิมเมอร์ เนื้อโปร่งแสง หรือ จะเว้นการแต่งเปลือกตาไปเลยก็ได้ค่ะ ไม่ต้องแต่งให้ยุ่งยากเลยค่ะ เพียงแค่ดัด และปัดขนตาเท่านั้นค่ะ
  • ผิวหน้าที่ชุ่มชื่น ได้จากรองพื้น เนื้อเชียร์ ่สำหรับสาว ที่ไม่ชอบรองพื้น  ก็เปลี่ยนเป็น ทินต์ มอยเจอร์ไรเซอร์ (Tinted Moisturizer) จากนั้นก็ตามด้วยแป้งฝุ่นค่ะ
  • สำหรับริมฝีปาก เนื้อเข้มนั้น เราสามารถทาจากแท่งได้เลยค่ะ โดยทาไปช่วงกลางปาก แล้วใช้พู่กันเกลี่ยออก มาที่รอบๆ ริมฝีปาก จะช่วยให้เนื้อสี ยังคมเข้มอยู่ แต่ก็ดูไม่หนาหนักเกินไปค่ะ อาจใช้คอตต้อนบัด เกลี่ย เพื่อให้ดูเนื้อแมตต์ขึ้นได้ค่ะ  หรือง่ายๆ ก็สามารถใช้นิ้วแตะๆ ริมฝีปากหลังทาเสร็จ เพื่อเซ็ต และควบคุมเนื้อสีค่ะ
  • แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือความมั่นใจค่ะ ต้องไม่ทาไป ซับสีออกไป จนสีจางลงค่ะ ไม่งั้นคงไม่ตรง คอนเซ็ป Bold Lip Color นะค๊าาาา ^_^

Recommended items

  • Renewit Lipcolor No. 200 จาก Revlon ( 349 บาท)
  • Rouge Appeal No. 07 จาก Clarins (950 บาท)
  • Kiss Kiss Stick Gloss No. 960 จาก Guerlain (1,250 บาท)
  • Butter Shine Lipstick No.450 จาก Clinique (800 บาท)
  • และยังมีอีกหลายี่ห้อ เช่น Bobbi Brown   M.A.C.  และ Nars ที่มีสีสันให้เลือก มากมาย จนตาลายเลยค่ะ อิอิ

คิดว่าน่าจะถูกใจสาวๆ นะค๊า เพราะง่ายมากๆ ประหยัดเวลา และทำให้ ลุคบนใบหน้าเราเปลี่ยนไป อีกด้วยค่ะ สำหรับสาวๆ ที่มีลิปสติค อยู่ในสต็อคเยอะ (แบบไม่รู้ตัวอยู่แล้ว แฮ่ๆ อันนี้ตัวเองก็เป็นค่ะ บางทีชอบซื้อมาเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว) ลองจับเอาสีที่มีอยู่ มาผสมกันดูค่ะ อาจได้สีที่ถูกใจมากๆ ก็ได้นะคะ แถมประหยัดตังค์ด้วยค่ะ ^_^

Comments (9)

NIVEA White Extra Cell Repair 5 in 1 Day Cream – Review

Posted on 05 July 2008 by Vinegar Girl

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณแฟนๆ ทั้งหลาย อีกครั้ง จริงๆ จะตอบไปใน comment ของเรื่องนั้นๆ แต่ขอยกมาตรงนี้อีกที กลัวน้องๆ ไม่เห็นค่ะ ไม่ว่าจะเป็น น้อง bess* น้อง Opal น้องหมูนุ่ม – เดี๋ยวพี่อ้อม จะยืดอกพกร่ม และพกถุง (ผ้า) ไปพร้อมๆ กันค่ะ น้อง zeaRene สูทบางร้านที่ตัด ราคาใกล้เคียงกับสูทซื้อ เหมือนกันค่ะ ^_^ และคุณ fruitySalad ที่จะส่งของมา ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เกรงใจมากๆ ค่ะ เดี๋ยวจะลำบากหน่ะค่ะ เกรงใจจริงๆค่ะ

ช่วงนี้รีวิว เป็นอะไรที่ทำง่าย และทำได้รวดเร็วค่ะ เพราะฉะนั้น สาวๆ อาจได้อ่าน รีวิว จากวินีก้าเกิร์ลกันเยอะนิดนึงค่ะ เพิ่งจะรีวิวครีมกันแดดไปด้านล่างค่ะ เพราะเรื่องนั้น stock ไว้แล้ว กลัวสาวๆ จะไม่เห็น เลยเอาอีก 1 รีวิว ขึ้นมา feature ด้วยค่ะ

คราวที่แล้วที่รีวิวไป ก็จะีมี ครีมกันแดดสำหรับผิวกาย ของนีเวีย ที่ใช้อยู่เป็นประจำนะคะ ใช้มาหลาย (สิบ) ปี ก่อนที่จะมาเป็นท่านสปอนเซอร์ในวันนี้ค่ะ แฮ่ๆ และท่านสปอนเซอร์ใจดี ก็ ได้ส่ง Nivea Visage White Extra Cell Repair 5 in 1 หรือ นีเวีย วิซาจ ไวท์ เอ็กซ์ตร้า เซลล์ รีแพร์ (5 คุณสมบัติใน 1 กระปุก  อันนี้แปลเองค่ะ) มาให้วีนิก้าเกิร์ล ได้ทดลองใช้ด้วยค่ะ ช่วงนี้เลยแอบรีวิว กันให้ชม เพราะทั่นสปอนเซอร์ ไม่อยู่ในช่วงนี้ จะได้รีิวิวได้ แบบไม่เกรงจายยย ฮ่าๆๆๆๆ เอิ้ก

nivea-visage-white-extra-cell-repair.jpg

เมื่อก่อนดูโฆษณา น้ำยาปรับผ้านุ่ม พร้อมกับประโยคฮิต ที่ลูกชายพูดกับคุณแม่ว่า “เมื่อนับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว ก็ตกลงใจใช้…..ได้แล้วครับ!” (หลายคนทำหน้างุนงง เกิดไม่ทัน?!) ไม่เป็นไรค่ะ ฮ่าๆๆ (เศร้าใจในมุข ตอกย้ำอายุขัย ของตัวเอง) ที่ต้องการจะบอก เพราะเห็นเค้า 5 in 1 อิชั้นก็โรคจิต เลยต้องรีบพลิกดูว่า 5 ใน 1 เนี่ย มันเร้าจายกว่า 2 รุม 1 อุ้ย! 2 ใน 1 ตรงไหน? แหม พิมพ์ผิดอีกแล้วค่ะ คริๆๆๆ

มาดูคุณสมบัติของ นีเวีย วิซาจ ไวท์ เอ็กซ์ตร้า เซลล์ รีแพร์ กันก่อนค่ะ เค้าบอกว่า
เพื่อผิวกลับรู้สึกแข็งแรงกระจ่างใส ไม่ไวต่อแดด 5 ใน 1 เดียว

1. ผิวดูขาวอย่างเป็นธรรมชาติ
2. จุดด่างดำดูจางลง
3. สีผิวดูสม่ำเสมอ
4. ผิวกระชับเนียนนุ่มชุ่มชื่น
5. ปกป้องผิวจากแสงแดด ไม่ให้กลับมาคล้ำเสียอีก

nivea-visage-white-ex-cell-re.jpg

เห็นคุณสมบัติมากมายขนาดนี้ แอนด์ โดนใจตรง “ไม่ไวต่อแดด” นี่หล่ะค่ะ เลยต้องลองหน่อย อิอิ (แหม ก็ท่านให้มาฟรี เลยกระดี้กระด๊า รีบใช้ อิอิ)

เป็น ไวเทนนิ่งครีม ที่ผสมสารป้องกันแดด ที่ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อคนที่ผิวไวต่อแดด และคล้ำเสียง่ายค่ะ และเนื้อครีมอนุภาคเล็กขนาดไมโคร (อยากจะเล่นมุขต่อ ว่าถ้าขนาดแม๊คโคร ก็เข้าไปเดินซื้อของใช้ได้ อ้าว! คิดดังออกมาเป็นวงเล็บเลย แฮ่ๆ) เข้าเรื่องต่อค่ะ ว่ามีส่วนผสมของ

  • Soy Extract สารสกัดจากถั่วเหลือง เห็นคำนี้ ก็โดนอีกค่ะ เพราะเคยเอาสูตรพอกผิว จากถั่วเหลืองมาให้อ่านกันไปแล้ว และเจ้าถั่วเหลือง นี่ก็เพื่อผิวขาวกระจ่างใส จริงๆ ค่ะ
  • ยังไม่พอค่ะ มี White Vitamin Active ที่ช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย ลึกถึงชั้นเซลล์ผิว ให้ผิวกลับรู้สึกแข็งแรง กระจ่างใส ไม่ไวต่อแดดค่ะ
  • Licorice Extract เจ้าตัวนี้ คิดว่าหลายคนที่ใช้พวก ไวเทนนิ่ง คงรู้จักกันดี เพราะเค้าช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ทั้งหลายค่ะ

รีวิว :

nivea-visage-white-ex-cell-re-2.jpg
หลังจากเปิดฝากระปุกออก ก็เจอฟอล์ยอีกชั้นนึง (บรรยายละเอียดไปไหมคะ 555)

เมื่อฉีกฟอล์ยออก ก็รีบสูดดมทันที (อันนี้ยังอยู่ในการรีวิว นีเวีย วิซาจ ไวท์ เอ็กซ์ตร้า เซลล์ รีแพร์ ค่ะ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นยาดม)

ด้วยความชอบ (โรคจิต) ส่วนตัว ที่สกินแคร์ที่ใช้ ต้องมาพร้อม รูป รส (อาจเผลอชิมได้ ถ้านอนน้ำลายไหล แล้วซู้ดดดกลับเข้ามาค่ะ อิอิ) “กลิ่น” เสียง ก่อนที่หลายคน จะบอกว่า ยายนี่ ท่าจะบร้า… สกินแคร์ที่ไหนมีเสียง!! ขอบอกว่ามีค่ะ!! ถ้าเราเดินไปในซุปเปอร์มาเก็ต กำลังยืนเงอะๆงะๆ เลือกของอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงพูดกับเราขึ้นมา หันไปมองซ้าย ขวาไม่มีคน ก่อนลุกลี้ลุกลนเตรียมวิ่ง นึกว่าผีหลอก ก็พลันฉลาดเหลือบไปเห็น ป้ายโฆษณา ที่เค้าติดไว้บนชั้นวางสินค้า เค้าพูดกับเรานี่เอง อิอิอิ ไม่ใช่แล้น!! เสียงในที่นี้ วีนิก้าเกิร์ล หมายถึง เสียงชม จากคนรอบข้างค่ะ ว่าเราดูดีขึ้น ผิวดีขึ้น ทำนองนี้!!! (เท่ไหมคะ? ไหลไปได้เรื่อยๆ ผ่านไปครึ่งหน้า ยังเปิดฝากันอยู่เรย 55555)

ก่อนที่ท่านผู้อ่าน จะด่าวีนิก้าเกิร์ลในใจ มาเข้าเรื่องกันต่อค่ะ
กลิ่นของ นีเวีย วิซาจ ไวท์ เอ็กซ์ตร้า เซลล์ รีแพร์ นี้หอมกำลังพอดีค่ะ ไม่ฉุนเกินไปค่ะ เมื่อสัมผัสเนื้อครีมแล้ว รู้สึกเนื้อครีมบางเบาจริงๆ ค่ะ จากนั้นเมื่อทาลงบนผิวหน้า รู้สึกว่า เนื้อครีมซึมซาบเร็วมาก รู้สึกบางเบามากๆ ที่สำคัญไม่เหนอะหนะผิวเลย อันนี้คอนเฟิร์มมากๆ คิดว่าเป็นจุดเด่นของ เนื้อครีมตัวนี้เลยค่ะ เพราะมันช่างซึมไปกับผิว บางเบามากๆ แต่ก็ทำให้หน้าชุ่มชื่น โดยไม่เหนียว เหนอะหนะค่ะ วันที่ใช้วันแรก ลองใช้ตามปกติ คือคู่กับสกินแคร์ตัวอื่นๆ ที่ใช้อยู่ ผ่านไปหลายชั่วโมง เนื้อครีมตัวนี้ ดีกว่าเดย์ครีมที่ใช้อยู่เป็นประจำ เพราะตัวนี้ไม่ทำให้หน้ามันเลยค่ะ จึงอาจจะยืนยันได้ อย่างที่เค้าบอกไว้ในคุณสมบัติว่า เนื้อครีมอนุภาคเล็กขนาดไมโคร และไม่อุดตันรูขุมขนค่ะ แต่ตอนนี้เรื่องไม่อุดตัน ขอเวลาดูไม่สักพักก่อนค่ะ เพราะเพิ่งเริ่มใช้มา ประมาณ 1 อาทิตย์ค่ะ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา ก็ใช้เดี่ยวๆ ดูค่ะ เพื่อให้เห็นผลกันชัดๆ ไปเรยยย
พอใช้เดี่ยวๆ ก็คอนเฟิร์มได้แน่นอนค่ะ ว่าเนื้อครีมบางเบามากๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะผิวจริงๆ ผ่านไปครึ่งวัน หน้าไม่มันง่าย เหมือนเวลาใช้สกินแคร์ตัวอื่นๆ ร่วมด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น ใครที่เคยกลัวเรื่อง ทาเดย์ครีมแล้วหน้ามัน อันนี้รับรองได้ค่ะ เหมาะมากกับผู้ที่ต้องการ เดย์ ครีม ที่เนื้อบางเบา และ ไม่มันค่ะ

ผ่านไป 1 สัปดาห์ ด้วยงานที่ต้องออกไปพบลูกค้าในช่วงกลางวัน ทำให้ต้องปะทะกับแสงแดด กันเต็มๆ อยู่แล้ว อย่างที่บอกค่ะ ว่าเห็น คอนเซ็ปต์ ของนีเวีย ที่ว่า ช่วยผิวที่ไวต่อแดด แอนด์ ฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย เลยตาโตเป็นไข่ห่าน เพราะบอดี้โลชั่น ก็ใช้ของเค้าอย่างที่บอกอยู่แล้วค่ะ พอมาใช้เดย์ ครีม ตัวนี้ ก็รู้สึกว่า ผิวไม่ดูทรุดโทรมเหมือนเคย แม้ว่าต้องผจญแดดแทบทุกวัน (วันธรรมดา หาลูกค้า ส่วนวันหยุด ต้องตากผ้ากลางแดดค่ะ)

ตอนนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการคิดเอง ทำเองคนเดียว เลยจับคนรอบตัว ไม่ว่าหญิง หรือชาย มาร่วมใช้ และช่วยกันสังเกตการณ์ต่อค่ะ ว่าใช้แล้วรู้สึกเป็นยังไง (ส่วนรูป before & after ไม่มีนะคะ เพราะไม่แฟร์ กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ ถ้าฝีมือการถ่ายรูปเราแย่เอง เพราะถ่ายแต่ละที ถ้าปัจจัยแสงภายนอก ต่างกัน ผิวก็ดูต่างกันแล้วค่ะ จริงๆ แล้ว ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปตัวเอง ในการริวิว อยู่แว้ว เพราะขี้เกียจ แฮ่ๆ)

สรุปว่า : เท่าที่ใช้มาประมาณ 4 อาทิตย์ รู้สึกพอใจกับ นีเวีย วิซาจ ไวท์ เอ็กซ์ตร้า เซลล์ รีแพร์ ค่ะ เพราะโดดเด่น ตรงที่ ไม่ทำให้หน้ามัน ตอนนี้ยังไม่มีสิวเพิ่ม (คือจะบอกว่าไม่มีสิวไม่ได้ค่ะ เพราะช่วงวันนั้นของเดือน จะมีเป็นปกติ แถวคางอยู่แว้ว) ส่วนเรื่องปกป้องผิว ไม่ให้คล้ำเสีย ด้วยความที่ตัวเองเจอแดดแรงๆ แทบทุกวัน ก็น่าจะเห็นได้ชัดค่ะ ตอนนี้ก็ถือว่าดีเลยทีเดียว เพราะหน้าดูไม่หมองคล้ำลงจากเดิมค่ะ

ส่วนคนรอบข้าง ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันกับที่วีนิก้าเกิร์ล บอกไปเมื่อกี้ค่ะ ว่าชอบตรงที่เนื้อครีมบางเบา ไม่ทำให้หน้ามัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วยค่ะ ส่วนบางคนไม่ค่อยได้เจอแดดแรงๆ เหมือนข้าพเจ้า เลยแก้มใสกันไปค่ะ

ยังไงเดี๋ยวคืนนี้ จะมาอัพเดทกันต่อค่ะ ว่าคนรอบข้างที่ใช้ไป เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ

ป.ล. รีบเอาขึ้นก่อน เดี๋ยวสาวๆ คิดว่า ไม่ได้อัพเดทค่ะ แฮ่ๆ sweat-2.gif

Comments (10)

มหากาพย์ รีวิว ครีมกันแดดค่ะ

Posted on 05 July 2008 by Vinegar Girl

วันนี้อยากจะเปิดกรุ ครีมกันแดด ที่ตัวเองใช้อยู่เป็นประจำ เป็นครีมกันแดด ที่ใช้กับผิวหน้า และผิวกาย เลยค๊าาาาา เพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะนับจากนี้ ท่านผู้อ่าน ต้องใช้สายตาอย่างมาก ขอเริ่มกันที่ครีมกันแดด ชนิดน้ำก่อนนะคะ

vinegargirl-sc-fcl.jpg
FANCL SUNGUARD SPF 30 PA+++ ราคา 1,000 บาท ขนาด 60ml ค่ะ

เป็นครีมกันแดดชนิดน้ำค่ะ ส่วนตัวอ้อมชอบใช้ ชนิดน้ำมากกว่า เพราะชอบเขย่าก่อนใช้ค่ะ คริๆๆๆ (คิดอะไรเนี่ยเรา อิอิ fauxcul.jpg ) ไม่ใช่แล้น!! จริงๆ ชอบเพราะกันแดดแบบน้ำ ให้ความรู้สึกทาง่ายดี และเร็วดี แฮ่ๆ แบบขี้เกียจหน่ะค่ะ อันนี้อ่อนโยนมากๆ เพราะสามารถทาใต้ตาได้ โดยไม่แสบตาค่ะ เพราะไม่มีแอลกอฮอล์ค่ะ ที่ชอบใช้สกินแคร์ของ FANCL (ฟังก์เคล) เพราะไม่มีสารกันเสีย ไม่มีน้ำหอม และไม่มีสารเคมี ที่รุนแรงกับผิว ไม่มี มิเนรัลออยล์ ไม่มีปิโตรเลียมเซอร์แฟคแทนต์ 2 อันหลังนี่ ทำให้เกิดสิวค่ะ (โอ้ววว…ไม่มีหลายอย่างมั่กๆ sweat-2.gif ) คือสรุปแล้วว่า โปรดักส์เค้า อ่อนโยน และปลอดภัยต่อผิวนั่นแหล่ะค่ะ

ขอบอกก่อนค่ะว่า รุ่นที่ซื้อมาใช้ แล้วนำมารีวิวในเรื่องนี้ เป็นรุ่นเก่า ก่อนปรับปรุงใหม่ แอบเข้าไปดูในเว็บ FANCL เค้ามาค่ะ ว่าได้เปลี่ยนไปแล้ว ทั้ง package และ ส่วนผสม ที่ไฉไล ดูน่าใช้กว่าเดิม แต่ขอรีวิวรุ่นเดิมนะคะ เพราะรุ่นใหม่ ยังไม่ได้ไปถอยมาลองค่ะ

เนื้อครีมกันแดดชนิดน้ำของฟังก์เคล มีความเข้มข้นสูง หยดนิดเดียว สามารถทาได้ทั่วหน้า เพราะรุ่นเก่านี้ สีขาว ทาไปจะเห็นเลยค่ะ ว่าทาไปแล้ว เพราะหน้าจะขาวขึ้น ค่อนข้างวอกได้ ถ้าทาเยอะเกินไปค่ะ แฮ่ๆ อันนี้ชอบตรงดีที่ เวลาไปเที่ยว พกอันนี้อันเดียว เหมือนมีเมคอัพเบส คือทาแล้วหน้าขาวค่ะ ถ่ายรูปออกมาสวย ดูหน้าใส 5555555 แต่ถ้าใช้ในชีวิตประจำวัน ต้องระวังนิดนึงค่ะ เพราะ จะดูหน้าวอกได้ สำหรับสาวผิวน้ำผึ้งแบบตัวเอง (เรียกให้ดูไพเราะจริงๆ ค่ะ อิอิ) และถ้าทาเยอะไป อาจเป็นคราบได้ค่ะ

ที่ชอบตัวนี้ นอกจากอ่อนโยนแล้ว ระดับการป้องกันดีทีเดียวค่ะ คือ เวลาไปดำน้ำต่างจังหวัด นอกจากถ่ายรูปให้หน้าขาวแล้ว ผิวก็ไม่คล้ำขึ้นด้วยค่ะ ใช้ง่ายมากๆ ทาซ้ำได้ โดยไ่ม่เป็นคราบค่ะ
แต่รุ่นเก่านี้ อาจรู้สึกเป็นมอยส์เจอร์ไปนิดนึงค่ะ คือไม่เหนอะหนะนะคะ แต่ทาแล้วมันอาจดูมันๆ นิดนึง อาจด้วยที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ เลยออกแนว milky หน่ะค่ะ คือชุ่มชื่น – มันได้ แต่ต้องขอย้ำว่า อันนี้รุ่นเก่านะคะ ตอนนี้เค้าเป็นรุ่นใหม่แล้ว อ่านสรรพคุณในเว็บ ดูดีกว่าเดิมเยอะมากๆ ไม่แน่ใจว่าได้ปรับปรุงเรื่องนี้รึยังค่ะ

anessa.jpg

Annesa Perfect Sparkling Sunscreen SPF50+ PA+++
Annesa Perfect UV Sunscreen EXN SPF50+ PA+++

ราคา 1,300 บาท ขนาด 60 กรัม

Annesa นี่ไม่ต้องบอกสรรพคุณนะคะ คิดว่าหลายๆ คนคงประทับใจ และชอบกันอยู่แล้ว ขอย้อนกลับไปสมัยเรียน มหาวิทยาลัยกันเลยทีเดียว หลังจากที่ใช้ Banana Boat แล้ว ก็มาใช้ Annesa และใช้มาตลอดไ่ม่เคยเปลี่ยนค่ะ อันนี้สำหรับการใช้เป็นประจำ ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ เค้าจะมีอีกรุ่นนึง ที่เป็นหลอด คือ ANNESA MILKY SUNSCREEN (TOWN USE) SPF 32+ PA+++ ราคา 1,200 บาท คือใช้มาทุกรุ่น รวมถึง sunscreen cleansing ของเค้าด้วยค่ะ

ตัวที่ประทับใจมากที่สุดคือ Annesa Perfect Sparkling Sunscreen ค่ะ (ขวดสีขาวค่ะ) เพราะเหมือน เป็นเมคอัพเบสได้ ช่วยปรับให้สีผิว ดูสว่างขึ้นมาด้วยค่ะ เนื้อบางเบา ไม่มัน ทาง่าย ไม่ขาววอกจนเกินไปค่ะ รุ่นนี้ เค้าบอกว่าควรใช้กลางแจ้ง แต่ตัวเอง นำมาใช้ทุกวัน (ในช่วงที่กระเป๋าตังค์เฟื่องฟูนะคะ แฮ่ๆ)

สำหรับขวดสีทอง คือ Annesa Perfect UV Sunscreen EXN เหมาะสำหรับใช้เวลาไปเที่ยวทะเล ว่ายน้ำ หรือต้องเผชิญแสงแดดจ้าค่ะ ตัวนี้ตอนที่ซื้อมาใช้ พอดียังไม่ได้ไปทะเล แต่ตอนนั้น ซื้อเพราะเห็นเป็นรุ่นใหม่ เลยอยากลองค่ะ เอามาใช้ทุกๆ วันอีกเช่นกันค่ะ เลยไม่ทราบว่า สามารถปกป้องแสงแดด แผดเผา ได้ดีมากขนาดไหน เพราะใช้เค้าไม่เต็มประสิทธิภาพ ที่เค้ามีอยู่ค่ะ แฮ่ๆ

ส่วนตัว Annesa Milky Sunscreen (Town Use) ชื่อเค้าก็บอกอยู่แล้ว ว่า town use แต่ซื้อมาใช้ไม่กี่หลอดค่ะ เพราะติดนิสัย ที่ชอบใช้แบบน้ำมากกว่า แต่จริงๆ แล้วตัวนี้ ก็เนื้อครีมบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ เรียกว่าประทับใจทุกตัวค่ะ มีข้อแม้อย่างเดียว คือ ใช้แล้วหน้าชื่นตาบาน ตอนที่กระเป๋าตังค์ฟู อยู่เท่านั้น แฮ่ๆ

vinegargirl-sc-sp.jpg

SUN PLAY Powdery White Whitening SPF 40 PA++
อันนี้ขอย้อนเวลา กลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ไปเที่ยวเสม็ดค่ะ แล้ว Annesa ที่พกไปเกิดหมด เพราะจริงๆ ไปแบบติดเกาะ คือไปแล้วไม่ยอมกลับ เที่ยวเพลิน จนต้องไปหาซื้อครีมกันแดดใหม่ ร้านแถวนั้น ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ร้าน(สมัยนั้น น้ำไฟพอโอเคแล้ว แต่ยังไม่มีเซเว่น เหมือนปัจจุบันนะคะ) มีครีมกันแดด ยอดนิยมอย่าง Banana Boat และก็มี Sun Play วางอยู่ด้วย เลยถามเจ้าของร้าน ตามประสาคนชอบลอง เค้าบอกว่า นักท่องเที่ยว ญี่ปุ่น ชอบยี่ห้อนี้มากๆ เปรียบเทียบราคา ประมาณ เกือบ 400 บาทเหมือนกัน แต่ขวด Sun Play เล็กกว่าเห็นๆ (ตอนนั้นกระเป๋าตัง ไม่ค่อยฟูอยู่ค่ะ เพราะเที่ยวนาน) แต่ด้วยเป็นครีมกันแดด ชนิดน้ำ ย่อมชนะครีมกันแดดแบบครีม สำหรับการเลือก ของตัวเองค่ะ ฮ่าๆๆๆ อันนี้คือจุดกำเนิด การพบเจอกัน ของ Sun Play และข้าพเจ้า

หลังจากนั้นมา ก็ได้รู้ว่า ถ้าเป็นครีมกันแดดชนิดน้ำ ในยามที่เบี้ยน้อยหอยน้อย ก็ต้อง Sun Play เนี่ยหล่ะค่ะ ทาได้ทั้งลำตัว และใบหน้า แต่ควรเว้นรอบดวงตาค่ะ เพราะมีส่วนผสม ของแอลกอฮอลล์ เนื้อบางเบามาก ทา่ง่าย ไม่ทำให้หน้ามัน รุ่นที่ชอบ และใช้ทุกๆ วันได้ คือ Sun Play Powdery White ของแท้ ต้องมีรูปนกฟลามิงโก้ ยืนยกขาซ้ายอยู่ คริๆ ถ้าใครสังเกตดีๆ จะเห็นว่า วีนิก้าเกิร์ล ชอบอะไรที่เป็น Whitening คือขี้เกียจหน่ะค่ะ อะไรที่เป็นแบบเบ็ดเสร็จ ในขวดเดียวกัน มักจะชื่นชอบ แล้ว powdery white นี่ก็เช่นกันค่ะ ทาแล้วเหมือนเป็น make up base ในตัว ประหยัดเวลาดีค่ะ ทำให้ใบหน้าขาวขึ้นเล็กน้อย ไม่วอกค่ะ (แต่ถ้ารุ่น SPF 60 ถ้าทาเยอะมากกก ก็วอกได้ค่ะ)

sunplay.jpg ส่วนเวลาไปทะเล ใช้รุ่นที่ เป็นขวดสีแดง ที่มีน้องกิ้งก่า ยืน 2 ขา แลบลิ้นแผล่บๆ ถ้าสำหรับเด็ก จะมีรูปปลา โมลา โมล่า น้อยพ่นฟองอากาศ 4 ฟองอยู่ค่ะ 55555 เขียนมาขนาดนี้ กลัวคุณผู้อ่าน จะบ่นว่าไม่เห็นภาพ เลยต้องวิ่งไปทำ photoshop อีก 45 นาที กว่าจะเสร็จบทความนี้ ปาไป 7 วัน 7 คืน 5555

อ้ะ ไปดูน้องกิ้งก่า พร้อมหน้าน้องปลา โมลา โมล่า (เจ้าตัวหลังเนี่ยหล่ะค่ะ ที่ทำให้ต้องไปเอาภาพประกอบ เพราะถ้าใครไม่ได้ดำน้ำ หรือทำความรู้จักปลาใต้ทะเล อาจไม่เคยได้ยินชื่อปลานี้ แต่ตัวเองก็ยังไม่เคยเจอตัวจริงนะคะ เป็น 1 ในปลาที่ใฝ่ฝัน อยากเห็นมากที่สุดค่ะ )

ออกนอกเรื่องอีกแล้ว สรุปว่า ครีมกันแดด ชนิดน้ำของ Sun Play ราคาไม่แพงมาก ใช้ได้ค่ะ เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็วมาก ทนน้ำพอสมควร ไม่ทำให้หน้ามัน แต่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ค่ะ ในบางรุ่นนะคะ ส่วนรุ่น Baby Milk ที่เป็นน้องปลาโมล่า นั้น ไม่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอลล์ค่ะ

vinegargirl-sc-bor.jpg

Biore UV Bright Face Milk SPF 50+ PA+++
ขนาด 30 ml ราคา …. ( ขอไปเช็คราคาก่อนค่ะ จำไม่ได้แว้ว…เดี๋ยวมาเติมนะค๊า) บาท

สำหรับบิโอเร นี่ก็เช่นกันค่ะ เค้าวาง position ตัวเองมาเลย สำหรับรุ่นใหม่ ขวดสีชมพูนี้ ว่าเป็นเมคอัพเบส ในตัว (make up base) เป็นครีมกันแดดชนิดน้ำ ที่ใช้เป็นเมคอัพเบสด้วย เนื้อครีมเบา แต่ไม่บางมากค่ะ คือด้วยความที่เป็น milky ค่ะ ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร ถ้ามีคำว่า milk นี้มันจะข้นๆ เล็กน้อย เนื้อซึมได้ง่าย แต่ของบิโอเร จะให้สัมผัส silky คือลื่นๆ แต่ยังมี texture เวลาทาค่ะ คือจะไม่เป็นน้ำที่ทาแล้วแห้ง ซึมไปทีเดียวเลย คือมัน milky นิดๆค่ะ เนื้อเกลี่ยง่ายค่ะ แต่ก็ต้องเกลี่ยดีๆ เพราะอาจเป็นคราบได้ค่ะ

ทาไปแล้ว สัมผัสหน้า จะนุ่มๆ ลื่นๆ รู้สึกได้ว่าเคลือบผิวหน้าอยู่ ไม่ได้ทำให้หน้ามันมากค่ะ แต่ก็มีหนึบๆ เล็กน้อย สำหรับสีชมพูนี้ โดยส่วนตัว มีความรุ้สึกนะคะว่า แทบไม่ได้รู้สึกแตกต่างกับ บิโอเร ที่เป็นขวดสีขาวเท่าไหร่ คือทั้ง 2 สี ก็จะปรับผิวหน้า ให้สว่างขึ้นมานิดนึงอยู่แล้วค่ะ แต่อาจด้วยสีผิวตัวเอง ที่น้ำผึ้ง (คล้ำซะ) ขนาดนี้ สีชมพูเค้าเลย ไม่ออกที่หน้ารึเปล่าไม่ทราบ แฮ่ๆ สำหรับของ บิโอเรนี้ ใช้สำหรับใบหน้าอย่างเดียวค่ะ เค้าจะมีอีกแบบ ที่ใช้สำหรับลำตัว ขวดสีเขียวๆ ค่ะ

มาถึงแบบครีมกันบ้างค่ะ

vinegargirl-sc-bnb.jpg

Banana Boat (ราคาประมาณ 400 – 500 บาท ขึ้นอยู่กับ SPF ด้วยค่ะ ) ซึ่งเค้าออกมาหลายแบบ มีแบบที่ไม่มัน ไม่อุดตันรูขุมขนด้วยค่ะ ตัวที่ใช้อยู่ประจำ คือ Banana Boat Sun Protection SPF 30 Fragrance-Free Aloe Vera and Vitamin E (แหม ชื่อย๊าว..ยาว จริงๆ) ขนาด 118 ml

ชื่อเค้าไม่ยาวขนาดนี้หรอกค่ะ แต่อยากใส่ให้ครบ เพราะที่เลือก ตัวนี้ เห็นว่าไม่มีน้ำหอม และมี วิตามินอี และ อโลเวร่าค่ะ เนื้อครีมสีขาวขุ่น เข้มข้น แต่ก็สามารถซึมเข้าสู่ผิว ได้เร็วพอสมควร ไม่เหนียวเหนอะหนะ เท่าไหร่ค่ะ คือพอมีหนึบๆ นิดหน่อย ถ้าทามากเกินไป แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่โอเคเลยค่ะ

ของบานาน่า โบ๊ต ตัวนี้ บางทีก็ใช้ทาก่อนไปทำงาน แต่ส่วนใหญ่ ต้องพกออกไป เวลาเล่นกีฬากลางแจ้ง หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดค่ะ อันนี้ ใช้ได้ทั้งทาหน้า และตัวเลยค่ะ ทาทุกอย่างในหลอดเดียวกัน ป้องกันแดดได้ดีค่ะ เวลาไปดำน้ำ ก็มักจะใช้ตัวนี้ คู่กับ FANCL ค่ะ เพราะถือว่า ทนทานเวลาเจอน้ำ ได้ดีค่ะ

ถ้าเราโป๊ะให้ขาววอก คือกระหน่ำทา เหมือนคุณพ่อ เป็นเจ้าของโรงงานแล้วหล่ะก็ มันจะเป็นคราบขาวที่หน้าได้ เวลาโดนน้ำค่ะ แต่อันนี้เกิดกับคนที่พอกหนา 2 ซ.ม. อย่างข้าพเจ้าเท่านั้นนะคะ เพราะพอกเยอะ ขนาดนั้นหน้าขาววอก มันก็ขาวอยู่แว้ว แฮ่ๆ จะพูดทำไมเนี่ย?! ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง เพราะทาหนาไป ก็ไม่ได้ช่วยปกป้องเพิ่มขึ้น แฮ่ๆ เคยเขียน เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดด ให้ได้ประสิทธิภาพ ไปแว้วค่ะ

vinegargirl-sc-spb.jpg

SpectraBAN Facial Sunblock Cream SPF 60
ราคาประมาณ 600-700
บาท ขนาด 100 g

ยี่ห้อนี้ คุณหมอผิวหนัง ที่ออกกำลังกายกับคุณแม่ ท่านใช้ประจำ และแนะนำคุณแม่มาค่ะ หาซื้อได้ในรายขายยาค่ะ ถ้าเป็นรายขายยา แบบขายส่ง จะถูกลงด้วยค่ะ

สำหรับตัวนี้ป้องกันรังสี UVB 60 เท่า และ รังสี UVA 40 เท่าค่ะ เนื้อครีม สีขาวข้น มีความเข้มข้นสูงทีเดียวค่ะ แต่เค้าก็ปรับปรุงสูตรพัฒนาขึ้น จากเมื่อก่อนมากนะคะ เมื่อก่อนจะหนากว่านี้ค่ะ เดี๋ยวนี้บางเบาขึ้นเยอะค่ะ แต่ก็ถือว่ายังเข้มข้น ที่สุดในครีมกันแดดที่ใช้อยู่ ทุกยี่ห้อค่ะ แต่ข้อดีคือ ด้วยส่วนผสม ที่มีสารป้องกันแดด ระบุชัดเจน พร้อม จำนวน % ที่สูง จึงการันตี ได้ค่ะว่าคุณภาพ คับหลอด นั่นคือมี
Ethyl Hexyl-p-Methoxy Cinnamate 7%
Microfine Zinc Oxide with Dimethicone 10%
4-Methylbenzylidene Camphor 3.5%
Butylmethoxydibenzoylmethane 1%

สว้าบชเวบ เส้บ แซ่บ แซ่บ…ซาบาดาเฮ่.. โอ้ววว!! ศัพท์เทคนิคเยอะมาก ต้องเรียกน้อง sin ที่กำลังเรียนสายตรงเรื่องนี้ มาช่วยด่วน แต่เท่าที่คุณหมอผิวหนัง เคยจดไ้ว้ให้ เวลาไปซื้อครีมกันแดด ก็คือส่วนผสม ที่มีในยี่ห้อนี้นั่นแหล่ะค่ะ เดี๋ยวยี่ห้ออื่นจะน้อยใจ ว่าเค้าก็มี สว้าบชเวบ เส้บ แซ่บ แซ่บ…เหล่านี้ด้วย ทำไมไม่พูดถึง เอาเป็นว่า ของสเปคตร้าแบน นี้ มีคุณหมอแนะนำให้ใช้ สำหรับเรื่องประสิทธิภาพ ในการกันแดดที่แน่นอนค่ะ แฮ่ๆ sweat-2.gif

แต่ก็มีความหนึบ ของเนื้อครีมสูงค่ะ แต่(อีก) ก็ไม่ทำให้หน้ามันมากเท่าไหร่ค่ะ

ปิดท้ายด้วยนีเวีย ซึ่งปกติ ใช้อยู่ 2 รุ่นค่ะ

vinegargirl-sc-nivea-sun-block.jpg

Nivea Sun Whitening Sun Block Lotion SPF 30 PA++
ขนาด 125 ml

เห็นรูปถ่าย สภาพขวดแล้ว คงทราบว่า ผ่านศึกการใช้งาน มาขนาดไหนนะคะ แฮ่ๆ (ใช้ photoshop ช่วยสุดฤทธิ์)

สำหรับตัวนี้ พกไปทุกที่ค่ะ โดยเฉพาะไปเที่ยวต่างจังหวัด เพราะด้วยที่ เค้าขึ้นไว้ว่า ทั้งปกป้อง และฟื้นฟู บำรุงผิว แบบ 3x ( โอ้ววว!! XXX แบบนี้ ก็ช้อบบ..ชอบสิคะ คริๆๆๆ fauxcul.jpg ไม่ใช่แล้น!! เค้าไม่ได้ เอ็กซ์ เอ็กซ์ เอ็กซ์ แต่หมายถึง พลังคูณ 3 เหอๆๆ ) นอกเรื่องตลอดเวลา

เข้าเรื่องกันต่อค่ะ เนื้อครีมสีขาวขุ่น ตามสไตล์ครีมกันแดดทั่วไปค่ะ แต่ที่ชอบที่สุดคือ กลิ่นหอม ของรุ่นนี้ค่ะ ชอบมากๆๆๆ ทาที่ตัว แล้วหอมอ่อนๆ กำลังดี กลิ่นนี้สิที่ใช่! เนื้อครีมเหลว ทาง่ายค่ะ ที่สำคัญที่สุด คือ ทาปรื้ดๆไป แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ แต่รุ่นนี้ มีหนึบๆ บ้าง นิดหน่อย แบบที่พอรับได้ค่ะ ไม่ได้ทำให้ผิว เหนอะมากค่ะ
นีเวีย ซัน ไวท์เทนนิ่ง ซัน บล็อค โลชั่น ตัวนี้ ชอบใช้ในวันที่ต้องเจอแดดแรงๆ ด้วยค่ะ เพราะใช้แล้ว รู้สึกว่า ผิวไม่ค่อยคล้ำลงค่ะ แล้วตัวนี้ มีความเป็นมอยส์เจอร์สูง เวลาไปเที่ยวเจอแดดแรงๆ ผิวมักจะแห้งๆ ชอบตัวนี้ เพราะมันช่วยให้ผิวชุ่มชื้นค่ะ อย่างที่บอกค่ะ ว่าเป็นคนขี้เกียจ ชอบแบบหลายๆ อย่างในขวดเดียวกันค่ะ อันนี้ทั้งเป็น whitening + sun block และยังมี moisture ที่่ทำให้ผิวชุ่มชื่นด้วยค่ะ จริงๆ แล้ว ตัวนี้ก็ใช้เป็นประจำในทุกๆ วันด้วยค่ะ เพราะที่ทำงาน แอร์เป่าตัว ผิวเลยแห้งมาก อันนี้ก็ทำให้ผิวไม่แห้งดีค่ะ เวลาเจออากาศแบบนี้ จากที่หนึบๆ นิดหน่อย หลังทาเสร็จ มันเลยบาลานซ์ค่ะ มันจะสู้กับแอร์ หรือแดดได้ค่ะ สำหรับตัวนี้ ค่อนข้างทนน้ำได้ดีเลยค่ะ

vinegargirl-sc-nivea-whn-ex-re.jpg

Nivea Body UV Whitening Milk Extra Repair
ขนาด 500 ml
ราคา
อันนี้ 5X เรยค่ะ อิอิ ด้วยที่ต้องทาโลชั่นทุกวัน เห็นปริมาณขวด กับราคาแล้ว รุ่นนี้เหมาะมากๆ สำหรับทาทุกๆ วัน แบบ chill chill ค่ะ ที่เลือกซื้อตัวนี้มาใช้ เป็นเพราะ เค้าออกแบบมาเพื่อ ผิวออกแดดบ่อย ช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสียสะสม และให้สีผิว ของตัวเราสม่ำเสมอด้วยค่ะ

เนื้อครีมสีขาวข้น บางเบามากๆ ซึมซาบเร็วดีค่ะ กลิ่นต่างจากตัวแรกนะคะ (ชอบกลิ่นของ sun block มากกว่าค่ะ แฮ่ๆ) ซึ่งกลิ่นของตัวนี้จะหอมอ่อนๆ ซึ่งก็ดีนะคะ เพราะทาทุกๆ วัน มันไม่กระทบกับน้ำหอมที่ใช้ค่ะ จุดเด่นของนีเวียรุ่นนี้คือ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ของแท้ค่้ะ เพราะฉะนั้น ส่วนตัว ก็จะเลือกใช้ อย่างวันที่อากาศ ชื้นๆ ร้อนๆ ซึ่งเป็นแทบทุกวันในตอนนี้ ก็มักจะใช้ Nivea body UV whitening milk extra repair อันนี้ โอ้ววชื่อยาวค่ะ แต่ถ้าต้องเจอกับแดดแรงๆ หรืออากาศแห้งๆ จะใช้ Nivea Sun Whitening Sun Block ค่ะ ซึ่งจริงๆ คุณสมบัติบางอย่าง เค้าใกล้เคียงกันค่ะ คือช่วยฟื้นฟูผิวในตัวด้วย ต่างกันที่ระดับความ X เอ้ย! ต่างกันที่ระดับ คุณสมบัติ 3 หรือ 5 ประการค่ะ วีนิก้าเกิร์ลว่า ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานด้วยค่ะ และ ตัว product ต่างกันค่ะ คือ อันแรก เป็น sun block ส่วนอันหลังนี้ เป็น whitening lotion ค่ะ

ซึ่งใช้โปรดักส์ของนีเวียเยอะมาก และใช้มานานแล้ว สำหรับกลุ่ม whitening lotion ค่ะ ใช้เป็นประจำมาตลอด สีผิวก็ไม่ค่อย เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ ถ้าไม่ค่อยออกแดด สีผิวก็จะสว่างขึ้นมาหน่อยค่ะ อันนี้คือในชีวิตประจำวันนะคะ ไม่รวมเวลาไปตากตรำ กรำแดดขนาดหนักค่ะ เพราะช่วงเที่ยวทะเลแบบนั้น จะใช้ครีมกันแดด ค่า SPF สูงๆ ประกอบด้วยค่ะ

Tips & Trick

  • เมื่อทาครีมกันแดดทั้งหลาย ทุกๆคน ควรจะใช้ cleansing ไม่ว่าจะเป็น cleansing oil, balm, cream ล้างครีมกันแดด ออกก่อน แล้วจึงทำความสะอาดผิวหน้า ตามปกตินะคะ เพราะจะช่วยให้ ทำความสะอาด ได้หมดจดกว่าการ ล้างหน้าปกติค่ะ จะได้ไม่เป็นสิวอุดตันด้วยค่ะ
  • การปกป้องแสงแดด ที่ดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดซ้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาเล่นกีฬาทางน้ำค่ะ

โอยยยย… อ่านกันเมื่อยตาเลยมั้ยคะ? อิอิ เก๊าะ! มันอั้นมานานนน…นี่ค๊า จริงๆ อันนี้เขียนไว้นานแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้ขึ้นซะที เพราะกว่าจะได้ว่าง ถ่ายภาพ ให้เรียบร้อย ก็เลยขึ้นทีเดียวเลย หวังว่า คงไม่อ่านกันจนเหนื่อยนะค๊าาาาา ^_^

Comments (17)

Summer 2008 Make up Trend – Lost in Paradise

Posted on 15 June 2008 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า… แฮ่ๆ เดี๋ยวนี้ผลุบๆ โผล่ๆ มาแว้บๆ ไปว๊าบๆ คราวนี้เอาจริงแล้วค่ะ ด้วยวีคเอนด์นี้ จะทำ stock ไว้อย่างจริงจัง รับรองว่า จะมีมากกว่า 1 บทความ ใน 1 วีคแน่นอนค่ะ appre2.gif

สำหรับ น้องหมูนุ่ม พี่อ้อมคาดว่า น่าจะมีปัญหาเรื่อง email ของพี่เองค่ะ ยังไม่ได้รับอีกเช่นเคย เพิ่งมา (ฉลาด) คิดได้ เดี๋ยวส่งด้วย email อื่นให้อีกทีนะค๊าาาาา … อย่าเพิ่งงอนนะจ๊าาาาาา

คิดถึงสาวๆ วีนิก้าเกิร์ล มากๆ ค๊า..

ขอบคุณ น้อง Aor นะค๊า ที่ทักทายมา ต่อไปนี้จะไม่หายตัวแว้วค๊า.. คิดถึงมากๆ เหมือนกันจ้ะ
น้อง pretty_lil_things ที่ช่วยมา share เรื่องน้ำหอม (ในบทความ อัพเดทน้ำหอม ของดาราฮอลลิวู้ด) และ อัพเดทชุดของ SJP (ในงานเปิดตัวภาพยนตร์ Sex and the City) ให้สาวๆ ฟังด้วย
น้อง Sin ดีใจด้วยค๊า..จะคอยเป็นกำลังใจให้ สู้ๆ ค่ะ อีกหน่อยต้องปรึกษา เรื่อง สกินแคร์ กับน้อง sin ซะแว้ว หรือว่า น้อง sin จะช่วยพี่อ้อม รีวิว เครื่องสำอาง ก็ยินดีมากๆ ค๊า (น้อง sin บอก “ให้หนูอ่านหนังสือสอบ ก่อนเถอะค่ะ!” ) – -” แฮ่ๆ
น้องหนิง และ น้อง anna ที่อุตส่าห์มาอัพเดท การเบียดเสียดกับสาวๆ ในงาน Elca Sale ค่ะ และ ขอบคุณน้องหนิง ที่อยากจะถ่ายรูปมาฝาก สาวๆ วีนิก้าเกิร์ล แต่ทำไม่ได้ เพราะโดน ฝากกระเป๋าหน้างาน แค่มาเล่าให้ฟัง ก็ชื่นใจแว้วค๊า
น้อง zeaRene ที่ไม่ได้ไปช้อป เพราะเหตุผลเดียวกับพี่อ้อม นั่นคือ “ตังค์หมด” นั่นเองค่ะ อิอิ ในบทความนั้น พี่อ้อมทำเป็นอ้างว่า ไม่มีเวลา แต่จริงๆ เหตุผลที่เหนือกว่า คืออันนี้ค่ะ 55555
สาวสวย น้อง bess* ที่ระยะทาง ไม่สามารถมาช้อป งาน Elca Sale ได้ แต่อยู่ญี่ปุ่น ก็มีอะไรให้น้อง bess* ช้อปไม่ไหวแล้นค๊า.. แต่พี่อ้อมสงสัย อย่างนึง ทำไมอีกนานกว่าที่ น้องเบส จะได้ดู Sex and the City ละค๊า?

คุยกะสาวๆ จบ มาเข้าเรื่องวันนี้กันค่ะ เรามาอัพเดท เทรนด์การแต่งหน้า กันดีกว่าค่ะ ถึงแม้จะผ่านพ้นช่วงหน้าร้อน (ตามทฤษฎี) แต่ในเชิงปฎิบัติ ประเทศไทยเรา เดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็ฝน แบบนี้สลับกันใน 1 วันก็มีค่ะ เอ้า! มาช่วยกันลดโลกร้อน แล้วอยากชวนสาวๆ มาแต่งหน้า้ด้วยสีสันสดใส ชวนฝันราวกับ Lost in Paradise (ใช้คำเว่อร์ได้ใจอ่ะป่าวคะ อิอิ เห็นเพลงกำลังฮิตหน่ะค่ะ แฮ่ๆ) หรืออีกนัยหนึ่ง นั่นคือ เมคอัพสีลูกกวาดนั่นเองค่ะ

vinegargirl_b_candy_ss08_1.jpg

ก่อนเข้าหน้าหนาว ที่เต็มไปด้วยโทรสีขรึมๆ ช่วงนี้ จึงเป็นช่วงที่ แนวสีสดใส ตั้งแต่เสื้อผ้า จนถึงการแต่งหน้า ต่างพาเหรดกันมาค่ะ นอกจากสีชมพู ที่วีนิก้าเกิร์ลได้อัพเดทไปแล้ว ยังมีอีกหลากสี ให้สาวๆ ได้สนุกกันค่ะ นอกจากสีสันบนแก้ม และเีรียวปาก ที่สดใสแล้ว

vinegargirl_b_candy_ss08_2.jpg

บนรันเวย์ส่วนใหญ่ เน้นเปลือกตา สารพัดสีกันเลยค่ะ โดยสาวๆ อาจเลือกใช้สีสดใส เพียงสีเดียว บนเปลือกตา อย่างรันเวย์ Unconditional ใช้สีเขียวสดใส บน texture มันวาวเล็กน้อย ด้วยเนื้ออายแชโดว์แบบครีม ก็สร้างเสน่ห์ได้มาก แม้ว่าส่วนอื่นบนใบหน้า จะแต่งให้เป็นธรรมชาิติที่สุดค่ะ

หรือจะมิกซ์สี ราวกับสีรุ้ง เช่นบนรันเวย์ของ Michael Kors ที่จับคู่ สีชมพู-ส้ม ได้อย่างลงตัว และสดใสอีกด้วยค่ะ โดยใช้สีม่วงชิดแนวขนตา และระบายบริเวณรอยพับ เปลือกตาด้วยสีชมพู และใช้สีส้ม บริเวณเหนือรอยพับเปลือกตาค่ะ เท่านี้ก็ดูสวยสดใส ได้ใจจริงๆ ค่ะ
vinegargirl_b_candy_ss08_3.jpg

สำหรับสาวมาดเซอร์ สาวร็อคทั้งหลาย ไม่ต้องกลัวว่าสีลูกกวาดเหล่านี้ จะทำให้หวานแหวว เสียแนวตัวเองค่ะ เพราะการเลือกใช้สี ก็ทำให้สาวเซอร์ ดูเท่แบบสบายๆ สดใสได้ค่ะ

เช่นรันเวย์ของ Karl Lagerfeld ที่มิกซ์สีฟ้า และเขียวอ่อน บนเปลือกตาบน และ ขอบตาล่าง ได้คูลมากๆ ค่ะ หรือรันเวย์ของ Betsey Johnson ที่ใช้อายไลเนอร์สีฟ้าสด ตัดกับ ความระยิบระยับ ของเปลือกตา ที่มีชิมเมอร์ขนาดใหญ่ ให้ลุคดิสโก้สุดๆ ค่ะ ( สาวๆ ลองใช้อายไลเนอร์ ที่ผสมชิมเมอร์เยอะๆ ระบายให้ทั่วเปลือกตา แล้วเขียนขอบตาด้วย อายไลเนอ์สีฟ้าสด ก็น่าจะได้ลุคนี้ค่ะ )

vinegargirl_b_candy_ss08_4.jpg

ส่วนใครที่อยากได้ลุคแบบ less is more คือดูเหมือนไม่แต่งหน้าเยอะ แต่แอบเก๋ บนเปลือกตานิดหน่อย ลองใช้อายไลเนอร์ เนื้อดินสอ สีสด วาดเส้นหนาๆ แล้ว ตวัดหาง เท่านี้ก็สวยได้ และเร็วด้วยค่ะ อิอิ หรือมิกซ์สีใน 1 เส้น เช่นเมคอัพจากรันเวย์ Marni ค่ะ

Tips & Trick :

  • เทรนด์ฮอต ที่เน้นเปลือกตาสีสดใส เช่น ฟ้า ม่วง เขียว และ ส้ม นั้น อย่าลืมว่าต้องลดสีที่แก้ม และปาก ให้เบาบางลงด้วยค่ะ จะได้ลุคที่ดูไม่แต่งหน้าจัด จนเกินไปค่ะ
  • ควรลงเบสที่เปลือกตาก่อนค่ะ อาจใช้ เมคอัพเบส สำหรับเปลือกตา หรือคอนซีลเลอร์ จากนั้นก็ปัดทับด้วยแป้งฝุ่นบางๆ แล้วค่อยลงสีค่ะ เพราะจะทำให้สีติดทนนานขึ้นค่ะ
  • ลอง ครีมอายแชโดว์ เนื้อแป้ง สำหรับสาว ที่เปลือกตาค่อนข้างมันง่ายค่ะ เพราะจะช่วยให้ ไม่ทิ้งรอยคราบ บนเปลือกตาค่ะ

Recommended Make up

  • อันดับแรก จะแนะนำใครอื่นไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ Quick eyes cream shadow จาก Clinique ค่ะ ที่ใจดีส่งของให้แฟน วีนิก้าเกิร์ลได้ test กัน [ น้องหมูนุ่ม บอก ยังไม่ได้ใช้ซะทีเลยค่ะเนี่ย อันนี้ความผิดพี่เองค่ะ cry.gif ] ราคา 840 บาทค่ะ ว่าจะไปซื้อสีสดใส มาใช้เหมือนกันค่ะ แฮ่ๆ
  • Microshadow สี Pacific จาก Make Up Store ราคา 600 บาท เป็นอายแชโดว์แบบฝุ่น สีน้ำเงินเข้มค่ะ (อายแชโดว์ของยี่ห้อนี้ เค้าติดทน และเนื้อสีจัดจ้าน ไม่เปลี่ยนแปลง เวลาแต่งบนหน้าเราอยู่แล้วค่ะ ) สำหรับใครที่ขี้เกียจหา อายไลเนอร์สีจี๊ดๆ เพราะหายาก ลองซื้อน้ำยา ที่หยดบนอายแชโดว์เนื้อฝุ่น ให้เปลี่ยนเป็นเนื้อครีมชั่วขณะ แล้ววาดด้วยพู่กัน อันนี้ก็ประหยัดตังค์ ในการซื้ออายไลเนอร์ไปได้ค่ะ ของ Make up Store เค้ามีค่ะ (พูดมาได้ย๊าว..ยาว ยังไม่ได้ซื้อเหมือนกันค่ะ แต่ที่บอกได้ เพราะไปเข้า course training ของอมรินทร์ ครั้งนั้น แล้ว make up artist ของ Make Up Store เค้ามาสาทิตให้ดูค่ะ อิอิ)
  • Eye Show จาก Dior เป็น อายแชโดว์เนื้อครีมกึ่งแป้งค่ะ สีสันสวยสดใสมากๆ เลยค่ะ เช่น สีเขียว เหลือง และ ชมพค่ะ ราคา 890 บาทค่ะ
  • Geminate Eyes No. 04 จาก Lunasol ช่วงก่อนหน้า ถ้าใครติดตาม เมคอัพ ออกใหม่ แล้วพูดถึง อายแชโดว์พาเลตต์ ที่เป็นโทนสีน้ำเงิน คิดว่าหลายๆ คน คงนึกถึงยี่ห้อนี้แน่ๆ ค่ะ เป็นพาเลตต์ ที่รวมสีน้ำฟ้า-น้ำเงิน แถมด้วย ไฮไลท์สีขาว-เงิน ไว้ค่ะ ราคา 1,780 บาทค่ะ
  • Tri-Color Eye Pencil จาก Shu Uemura ราคา 950 บาท ค่ะ เป็นอายแชโดว์ แบบดินสอ ที่มี 3 สีในแท่งเดียวค่ะ วิธีใช้ ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ที่ระบายสี เอาสีดันๆ ขึ้นไปค่ะ แฮ่ๆ
  • Butterfly Eye Shadow จาก Elisees อายแชโดว์เนื้อฝุ่น ที่มีโทนสีเขียว 3 โทนใน 1 ตลับค่ะ
  • Eyelash Color No. 41 จาก Givency ราคา 980 บาท เป็นมาสคาร่า สีน้ำเงินสดใส ที่ปัดแล้ว ตาจะสว่างขึ้นมาทันทีค่ะ อันนี้เป็นเคล็ดลับ ที่เพิ่มความสดใส ให้ดวงตาค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ใส่ contact lenses สีน้ำตาล จะยิ่งช่วยขับให้ดวงตา เป็นประกายได้ดีค่ะ
  • Ombre Absolue สี B30 จาก Lancome ราคา 950 บาท เป็นอายแชโดว์เนื้อฝุ่น สีน้ำเงินสวยค่ะ

พยายาม ใส่สีให้คล้ายกับเมคอัพ ที่เขียนถึง ให้สาวๆ ดูเป็นตัวอย่างค่ะ แต่อาจไม่ตรงสักเท่าไหร่ แต่ประมาณนี้ค่ะ ไม่สามารถไปหา และรวบรวม รูปภาพของเมคอัพ ที่แนะนำ มาให้สาวๆ ดูเป็นตัวอย่างด้วยได้ค่ะ ไม่งั้นกว่าจะทำเสร็จ คงได้ขึ้นหน้าหนาวพอดี 5555555

แต่เดี๋ยวก็คงจะมีแนะนำมาอีกเรื่อยๆ ค่ะ กำลังรวบรวม direct mail ที่ส่งมาที่บ้าน แอนด์ สแกนมาไว้ที่นี่ ให้ชมกันค๊าาาา 033.gif

Comments (5)

Summer Make up Trend 2008 – Pink

Posted on 13 May 2008 by Vinegar Girl

เดือนนี้ต้องบอกว่า เป็นเดือนที่ เกิดภัยธรรมชาติขึ้น ต่อเนื่องในหลายประเทศกันเลยนะคะ ซึ่งในสถานการณ์ที่รุนแรง สำหรับประชาชนที่อยู่ในประเทศนั้นๆ แต่ก็ยังมีด้านที่ชื่นใจอยู่นะคะ เพราะน้ำใจที่ส่งผ่าน จากประเทศต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือมากมายค่ะ แต่ที่อยากจะสะท้อนให้ลึกกว่านั้น โลกของเราป่วยอยู่รึเปล่าคะ? คิดว่าหลายคนคงเริ่มเห็นว่า เรื่องโลกร้อน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ยังไงก็ฝากท่านผู้อ่าน ไว้ด้วยนะคะ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เราทำเลยค่ะ ไม่ต้องสนใจคนอื่น แค่เราเริ่มทำ ก็ถือว่า มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม เท่านี้ก็ภูมิใจแล้วค่ะ teeth_smiley.gif

เกริ่นซะยาวเลยค่ะ มาเข้าเรื่องวันนี้กันค่ะ สำหรับเทรนด์การแต่งหน้า ในซีซั่นนี้ ต้องบอกว่า สีชมพู มาแรงงงง จริงๆ ค่ะ! อ้ะๆ อันนี้ไม่จำกัด อยู่แค่สาวหวานนะคะ เพราะมีเฉดให้สาวเปรี้ยวได้จี๊ดจ๊าด รับร้อนเช่นกันค่ะ

vinegargirl-s08-m-pink_1.jpg

ให้สาวๆ ได้ลุคหวาน แข่งกับดอกไม้ ในช่วงหน้าร้อน ด้วยเมคอัพในโทนสีชมพู ที่มาแรงในหลายรันเวย์ค่ะ สำหรับสีชมพูที่อินเทรนด์นั้น ได้ทุกเฉดสี ตั้งแต่สีชมพูอ่อน ไปจนถึงชมพูเปรี้ยวจี๊ดดด อย่างราสพ์เบอร์รี่ และฟูเชียจัดจ้านค่ะ

vinegargirl-s08-m-pink_2.jpg

Key Look : หรือกุญแจสำหรับความสวย ในการใช้สีชมพูของร้อนนี้ นั่นคือ ใช้เน้นเพียง จุดใดจุดหนึ่งบนใบหน้าค่ะ เช่น ริมฝีปาก, แก้ม หรือตา อย่าได้เผลอใช้สีชมพูเข้มทั้งหน้านะคะ เดี๋ยวมีคนทักว่า จะไปเล่นงิ้วที่ไหน แฮ่ๆ

vinegargirl-s08-m-pink_3.jpg

นอกจากบนใบหน้าแล้ว สีชมพูยังอินไปถึงเรียวเล็บอีกด้วยค่ะ

vinegargirl-s08-m-pink_4.jpg

ในหลายรันเวย์ อย่าง Issey Miyake ก็ขอเก็บบรอนเซอร์ไว้ในกระเป๋า แล้่วใช้การแต่งหน้าที่เน้น พวงแก้มสุกปลั่ง ด้วยสีชมพูแทนค่ะ สำหรับสาวไทยเรา ที่ผิวไม่ขาวจัด ก็ลองใช้โทนชมพูอมส้มก็ได้ค่ะ

Tips : สำหรับการแต่งหน้าในโทนชมพู เราสามารถเลือกเฉดสี ตา แก้ม ปาก ในกลุ่มเดียวกันได้ค่ะ แต่ต้องเน้นอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ

  • ถ้าต้องการเน้นให้แก้มมีเลือดฝาด ดูสีชมพูสุดปลั่งแล้ว ต้องใช้ลิปสติกในโทนชมพูอ่อนค่ะ จะได้ดูเป็นธรรมชาติค่ะ
  • ถ้าเรียวปาก ใช้ลิปสติกสีเข้ม และเนื้อลิปสติกแบบแมตต์ หรือทึบแสงแล้วละก็ ควรงดการใช้สีที่แก้มค่ะ และเทคนิคง่ายๆ คือ ถ้าจะทาปากสีเข้ม ให้ทาปากให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาปัดแก้ม (สำหรับคนที่ยังอดไม่ได้ อยากมีแก้มชมพูนิดนึง) เพราะสีปากที่เข้มนั้น จะยิ่งขับให้สีแก้มดูเข้มขึ้นค่ะ
  • สำหรับใครที่เน้นจุดเด่นที่ ปาก หรือ แก้ม ไปแล้ว เราต้องจับคู่กับอายแชโดว์สีอ่อนเนื้อชิมเมอร์ ก็จะทำให้ดูสวยค่ะ แต่ถ้าต้องการเน้นที่ตา สูตรก็เหมือนเดิมค่ะ ตาเข้ม ปากอ่อน
  • สำหรับสาวผิวสีเข้ม ควรหลีกเลี่ยงโทนสีพาสเทลค่ะ ควรใช้สีชมพูอมส้มในโทนอบอุ่น แต่งที่ปาก หรือแก้ม ส่วนเปลือกตา ลองใช้โทนสีน้ำตาล จะทำให้ดูหรูหราขึ้นค่ะ

Recommended items

  • ถ้าต้องการเติมเรียวเล็บ ให้เปรี้ยวจี๊ดสส์ ไปกับสีชมพูฟูเชีย ลองดู Pure Color Nail Lacquer สี Fuchsia จาก Estee Lauder ราคา 580 บาทค่ะ
  • สำหรับริมฝีปาก Tinted Lip Balm สี Baby Pink จาก Bobbi Brown ราคา 820 บาทค่ะ ซึ่ง Bobbi Brown ยังมี Raspberry Face Palette ที่รวมทุกอย่างของการแต่ง ตา แก้ม และปาก ไว้ใน 1 ตลับ ราคา 2,500 บาทค่ะ
  • Blushing Daisies แป้งปัดหน้า เนื้อแป้งเป็นลายดอกเดซี่ สวยน่ารัก จาก The Body Shop ราคา 1,390 บาทค่ะ
  • Long Last Glosswear จาก Clinique นี้ก็มีให้เลือกโทนชมพู จนถึง ชมพูอมส้มค่ะ (ลองคลิกไปดูเฉดสีกันได้ค่ะ)
  • Ultra-Gloss Reflect สี No. 457 / 577 จาก Dior Addict ราคา 890 บาท

Comments (7)