Posted on 29 November 2007 by Vinegar Girl
สวัสดีค๊า..สาวๆ วีคเอนด์นี้มีมิดไนท์เซลกันอีกแล้วนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะรีบขึ้นให้ดูค่ะว่ามีเซลอะไรที่ไหนกันบ้าง (วันนี้แอบบอกไว้ก่อน ให้เตรียมสตางค์ไว้ค่ะแฮ่ๆ )
วันนี้อยากคุยเรื่องสุขภาพกันบ้างค่ะ เพราะเรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้ ตรงกับชีวิตตัวเองมากๆ เลยค่ะ เพราะทุกวันนี้เหมือนตัวเองมีชีวิตเร่งรีบ (หรือขี้เกียจ) ทุกวันค่ะ เลยต้องพึ่งพาอะไรๆ ที่สำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่กินประจำ ยามเงินหมด (ไปกะการช้อป.. อ้ะ..ล้อเล่นนนน) แถมทานอาหารกลางวันหน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ (เนื่องจากนั่งโหลดรูป X ดูไปด้วย ไม่ใช่แล้นค่ะ!! รูป X ที่ว่านี่หมายถึง x, m, l ขนาดเสื้อผ้าค่ะ รูปแฟชั่นๆ ค๊า..อย่าเพิ่งคิดไปไกลค่ะ อิอิ
) โดยส่วนตัวเป็นคนชอบสะสมอาหารในตู้เย็น จนคุณแม่ และคุณแม่บ้านที่ทำงานต้องนั่งจัดสรร พื้นที่ในตู้เย็นจนเบื่อค่ะ พอไม่มีเวลา ก็รื้อๆของกินในตู้เย็นมาอุ่นไมโครเวฟรับประทาน (แลดูเลี้ยงง่ายมั้ยคะ แฮ่ๆ)
แต่เมื่อเดือนก่อนได้อ่านนิตสาร COSMOPOLITAN ของประเทศไทยเราเนี่ยค่ะ ฉบับเดือน ตุลาคม 2007 ในส่วนของ Health Special เป็นบทความดีมากกกกกค่ะ เป็นการสำรวจข้อมูลที่ทำโดย คอสโมฯ เรื่อง
อาหารเหลือในตู้เย็น (Leftover Foods) อาจกลายเป็นยาพิษที่ฆ่าคุณได้?
เรื่องโดย ดร. เปี่ยมสุข เมนะเศวต
สัมภาษณ์โดยคุณ เชอร์ลี่ย์ สุวรรณทรรภ และคุณวิภาพร หมู่ศิริเลิศ
อ่านหัวข้อแล้วสยิว เอ้ย! สยองเล็กน้อยค่ะ เลยอยากหยิบยกข้อมูลบางส่วนจากคอสโมฯ มาบอกเล่าแบบ vinegargirl ให้สาวๆ ได้อ่านกันวันนี้ค่ะ แต่ถ้าสาวๆ อยากอ่านทั้งหมด ซึ่งมี 40 ข้อ ก็สามารถสั่งซื้อนิตสารย้อนหลังได้จากคอสโมฯนะค๊า

- ก่อนอื่นข้อมูลในนิตสารบอกว่า การตั้งอุณหภูมิในตู้เย็น สำหรับช่องแข็ง ควรตั้งที่ ลบ 18 องศาเซลเซียส จะดีที่สุดค่ะ แต่โดยทั่วไปที่เราตั้งกันจะอยู่ที่ ลบ 10 องศาเซลเซียสค่ะ ส่วนตู้เย็น ควรตั้งที่ ลบ 10 องศาเซลเซียส จะดีที่สุดค่ะ แต่โดยทั่วไปมักตั้งกันที่ 12 องศาเซลเซียสค่ะ (โอ้ว…อย่างนี้ คิดว่าตู้เย็นที่ทำงานผ่านโลดค่ะ เพราะเย็นระดับนกแพนกวินยังหนาวววว…บรึ๋ย ถ้าหยิบของในตู้เย็นนานหน่อย ต้องระวังเซลที่นิ้วมือตายได้เลยค่ะ!! ฮ่าๆ อันนี้เวอร์แล้น..ไม่ใช่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์!! อิอิ)
- ในนิตยสารเค้าบอกไว้ด้วยค่ะ สำหรับวิธีคำนวนจำนวนแบคทีเรียใน 1 วันถ้าทิ้งอาหารไว้ในตู้เย็นจะเป็นเท่าไหร่ แต่ไม่ค่อยเก่งเลข คิดไปแล้วเหนื่อยค่ะ สรุปว่า อย่าเก็บไว้นานดีที่สุดค่ะ 5555 แต่สำหรับจุลินทรีย์นั้น จะหยุดการเติบโตเมื่ออยู่ในช่องแข็งเท่านั้นนะคะ ถ้าเราหยิบอาหารออกมาจากตู้เย็นก็จะเจริญเติบโตกันต่อไป แต่เมื่อใส่กลับไปในตู้เย็นใหม่ ก็หยุดโต แต่จำนวนที่โตไปแล้วนี่ไม่ลดลงนะคะ บรึ๋ยสส์!
- ไม่ควรเก็บอาหารไว้ในกล่องโฟมค่ะ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ผ่านความร้อนมา หรืออาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ ควรย้ายไว้ในกล่องพลาสติตกันอากาศ หรือถุงซิปล็อคและแช่ช่องแข็งไว้ค่ะ ถ้าเราต้องการเก็บไว้ทานอีกครั้งค่ะ
- การเปิดตู้เย็นบ่อยๆ นี่นอกจากทำให้เปลืองไฟแล้ว (ทำให้โลกร้อนขึ้นด้วยค่ะ) และยังทำให้อาหารเสียง่ายด้วยนะคะ
- นมข้นหวานเป็นเพียงอย่างเดียว ที่สามารถเก็บทิ้งไว้ในกระป๋องได้เหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่ต้องปิดด้วยฝาพลาสติคค่ะ
- เนื้อไก่ จะเสียเร็วกว่าเนื้อหมู และเนื้อวัวค่ะ แม้จะเป็นไก่ทอด ปะทะกับเนื้อตุ๋น แต่ไก่ทอดก็ยังเสียเร็วกว่าอยู่ดีค่ะ แต่ถ้าในไก่ด้วยกัน ไก่ทอดนั้นเสียช้ากว่าไก่ดิบค่ะ (อ่านข้อนี้ งง อ่ะป่าวคะ แฮ่ๆ)
- การอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟนั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งหมดค่ะ แต่ เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งหมด เมื่ออาหารถึงจุดเดือดที่ 100 องศาเซลเซียสค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าจะอุ่นอาหารในไมโครเวฟ ควรทำให้ร้อนเหมือนน้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียสค่ะ
- ข้อคิดก่อนเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นแล้วนำมาทานใหม่นะคะ ให้คำนึงถึง
ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร : ถ้าอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์มากๆ คือมีทั้ง โปรตีน นม ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ไข่ จะยิ่งเสียง่ายค่ะ เช่น แซนวิชแฮมค่ะ
ความเป็นกรดด่าง : อาหารที่มีความเป็นด่าง เช่น นม หรือ เนื้อสัตว์ จะเสียง่ายกว่าอาหารที่มีกรดมาก เช่น น้ำส้มค่ะ
ความชื้น : อาหารที่มีความชื้นน้อย จะเก็บได้นานกว่าค่ะ เช่น ขนมปังกรอบ ค่ะ
- การเก็บอาหารในตู้เย็น ควรใช้กล่องกันอากาศ และ เก็บโดยแช่ช่องแข็ง จะทำให้เก็บได้นานเป็นเดือนๆ ค่ะ แต่ถ้าเป็นช่องเย็นธรรมดา จะอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน แต่ถ้าอาหารที่อุดมสมบูรณ์มาก อย่าง อาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ หรือมี ไข่ จะเก็บได้ประมาณ 1 - 2 วันเป็นอย่างมากค่ะ (ทางที่ดี ควรทานให้หมดดีกว่าค่ะ )
Tips & Trick : ในการเลือกใช้ภาชนะในการเก็บ หรือ wrap อาหารในตู้เย็น ค่ะ
- ถุงซิปล็อค : ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่เป็นกรดค่ะ
- ถุงไร้สูญญากาศ : ขนมปังอบ หรือ อาหารจำพวกแป้ง หรืออาหารที่มีความชื้นต่ำ
- กล่องพลาสติกกันอากาศ หรือ กล่องทัปเปอร์แวร์ : เนื้อสัตว์สุกแล้ว หรืออาหารที่มีความเป็นด่างสูง
- ถุงซิปล็อค หรือกล่องพลาสติกกันอากาศ : เค้ก สปาเก็ตตี้ ลาซานญ่า หรืออาหารที่มีความชื้นสูง และมีไขมันเป็นส่วนประกอบมาก
ขอหยิบ credit note จากนิตสารมาขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ขอขอบคุณ :
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุทธิศักดิ์ สุขในศิลป์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คุณอารีย์ ก๋งฉิน หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Popularity: 6% [?]
Posted on 26 November 2007 by Vinegar Girl
มาแล้วค๊าสาวๆ สำหรับตัวอย่างการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้า กับรองเท้าบู๊ตระดับข้อเท้า
แต่ก่อนจะไปเรื่องนั้น อยากอัพเดทกันหน่อยค่ะ ว่าเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีใครได้ไปลอยกระทงกันบ้างค๊า..เป็นยังไงกันบ้าง ^_^ ส่วนตัวเองลอยเงินออกนอกกระเป๋าที่ลานพารากอนพาร์ค กับงาน สุดสัปดาห์ Shopping Market 4 (ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกกันก่อน ไม่ได้ตามข่าวเหมือนกันค่ะ พอดีกะจะมาดูชุดใส่ไปงานแต่งงาน แล้วบังเอิญทรัพย์ละลายอยู่ตรงนั้นแหล่ะค่ะ แฮ่ๆ
) เอาไว้คราวหน้ารับรองว่าไม่พลาดค่ะ จะบอกสาวๆ ล่วงหน้าให้เตรียมเงิน เอ้ย! เตรียมตัวช้อปกระจายยเลยค๊า ^_^
เม้าท์จบแล้ว เราไปดูเรื่องของวันนี้กันเลยค่ะ อย่างที่บอกค่ะว่าซีซั่นนี้ไม่มีอะไรฮ็อตไปกว่าบู๊ตระดับข้อเท้า ไม่ว่าจะมาในดีไซน์ของ Oxford Pump อย่างที่เคยพูดถึงไป หรือว่าดีไซน์แบบอื่นๆ ซึ่งจะนำมาให้ชมกันนะค๊า วันนี้นำการมิกซ์กับเสื้อผ้ามาให้ดูค่ะ ว่าควรแต่งอย่างไรให้เก๋ค๊า

เนื่องด้วยรองเท้า Ankle Booties เหล่านี้เก๋ด้วยตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราควรเพิ่มความโดดเด่นให้มันด้วยการใส่ชุดที่สามารถโชว์ความสวยของรองเท้าได้ค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะผนึกกำลังกับเดรสสั้นที่ฮ๊อตไม่แพ้กันในซีซั่นนี้ค่ะ

ซึ่งพออากาศเริ่มเย็น ก็จะเป็นเดรสสั้น + ถุงน่องเนื้อหนา หรือเลคกิ้งส์ เพื่อไม่ได้ผิวปะทะลมหนาวค่ะ หรือจะเลือกกระโปรงยาวระดับเข่าก็ได้อยู่ค่ะ แต่ต้องเป็น Pencil Skirt นะคะ หรือกระโปรงเข้ารูปค่ะ คีย์สำคัญสำหรับลุคนี้ก็คือ ท่อนล่างควรดูบางและแนบเรียวขาไว้ค่ะ ไม่เหมาะกับการแมทช์กับกางเกงขายาวที่เป็นทรงขากว้าง หรือกระโปรงยาวบานค่ะ เพราะรองเท้าที่ดูหนักและเด่นแล้ว เราควรเหลือช่องว่างให้กับท่อนบน นั่นคือเลือกท่อนล่างที่บางๆ ไว้ หรือไม่ใส่ดีกว่าค่ะ <- อะจึ๋ย!! ไม่ได้แนะนำให้ไม่ใส่อะไรในท่อนล่างนะค๊า แต่ให้เลือกเป็นเดรสหน่ะค่ะ คริๆ 

ถ้าสาวๆ อยากใส่กับกางเกงขายาว แนะนำเป็นสกินนี่ยีนส์จะเหมาะที่สุดค่ะ ^_^
ยังไงก็ลองมิกซ์แอนด์แมทช์กันดูนะค๊า รับรองว่าหนาวนี้สาวๆ จะมีลุคสุดคูลแน่นอนค่ะ ^_^
Popularity: 6% [?]
Posted on 23 November 2007 by Vinegar Girl
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง 
พรุ่งนี้เป็นวันลอยกระทง สาวๆ จะไปลอยกระทงกันที่ไหนค๊า… ส่วนวินีก้าเกิร์ลนี่ มีหนุ่มๆ มาชวนไปลอยเยอะเลยค่ะ แต่ไม่ใช่ลอยกระทงนะคะ ชวนไป ลอยอังคาร ซะงั้น!!
แฮ่ๆ ล้อเล่นนนน..ยังไม่มีแพลนไปไหนค่ะ ยังหาคนชวนไม่ได้ อิอิ แต่ที่สำคัญอยากจะฝากไว้สำหรับเทศกาลลอยกระทงก็คือ อยากให้ทุกๆคน ช่วยกันดูแลความสะอาดของแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล ป่าเขา รวมไปถึงทุกๆที่ และทำกันทุกๆวันเลยค่ะ (ท่านผู้อ่านบอก -> มันได้คืบจะเอาศอก แฮ่ๆ ช่วยกันค่ะ ^_^) เพื่อเมืองไทยของเรา เพื่อโลกของเราด้วยค่ะ ^_^
วันนี้ขออัพเดทข่าวกันหน่อยค่ะ เซลอีกแล้วค๊า….เล่นเซลกันตั้งแต่กลางเดือน ถึงก่อนเงินเดือนออกแบบนี้ ก็ซ่าไม่ได้หน่ะสิคะ แฮ่ๆ
(คลิกดูแผนที่ได้ที่รูปนะค๊า ^_^)

GUESS WAREHOUSE SALE
UP TO 80% OFF
November 15th - 25th 2007
10 am - 9 pm
45th Floor, The Offices at CentralWorld
Exclusively for Citibank Credit Card,
Get 5% On-Top Discount* + Gift Upon Spending
(*Except Watches)
สำหรับสาวๆ ที่จะไปงานนี้ ต้องบอกว่าสู้ๆ นะค๊า (ท่าทางคนจะเยอะค่ะ แฮ่ๆ - -”) แต่ตัวเองขอนอน guess (เดา) อยู่ที่บ้านว่าเดือนนี้จะเป็นโรคชัก (หน้าไม่ถึงหลัง) อ่ะป่าวค่ะ?!?! 55555
Popularity: 2% [?]
Posted on 21 November 2007 by Vinegar Girl
ขอบคุณสำหรับ comments ในเรื่อง Accessories กับรองเท้าสวยๆ คราวที่แล้วนะคะ
คิดถึงน้อง bess* มากนะค๊า ^_^ พูดไปแล้วนึกถึงน้อง Opal ของเราเลยค่ะ ขอ Happy Birthday ย้อนหลังออกอากาศด้วยนะค๊า ^_^ แฮ่ๆ (ถึงแม้จะเนิ่นนานผ่านมาแล้ว แต่ขออุ๊บอิ๊บถือเป็นเดือนเกิดอยู่ ขอให้มีความสุขมากๆ นะค๊า ^_^) สำหรับรองเท้าแบบ flats ยังไงจะรีบนำมาให้น้อง moovan* ดูโดยด่วนนะค๊า และขอบคุณน้อง zeaRene ด้วยนะค๊า ดีใจมากค่ะ ที่ถูกใจน้องซี
สำหรับตอนนี้มีอะไรใหม่ๆ เตรียมรับปีใหม่เยอะแยะเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังใหม่ อ้ะอ่อ.. อันนี้ไม่เกี่ยวเลย 555 แต่ขอนอกเรื่องนิดนึงนะคะ พอดีได้อัพเดทหนังใหม่ในโรงภาพยนตร์ เห็นเรื่อง Rise ที่แปลเป็นชื่อไทยว่า “ผีกระชากหัว” ฟังชื่อแล้วกลั๊วววว..กลัวค๊า
แหมมเล่นกระชากกันแบบนี้ ไม่ค่อยนิยมความรุนแรงค่ะ อิอิ แต่ถ้าเป็น “ผีกลัวหัว” นี่ดูน่ากลัวกว่าอีกนะคะ เป็นผีห้ามกลัวหัวค่ะ! ถ้าจะให้ดีต้อง “ผีเล่นหัว” ค่ะ เพราะดูเป็นผีขี้เล่นดีค่ะ กริ๊ววววววววว 
แฮ่ๆ นอกเรื่องกันแล้ว มาเข้าเรื่องวันนี้กันบ้างค่ะ วันนี้จะมาอัพเดทแบรนด์เครื่องสำอางที่เข้ามาเปิดตัวในเมืองไทยกันเรียบร้อย ให้สาวไทยได้ช้อปกันง่ายขึ้นแล้วค่ะ
BENEFIT

Benefit แบรนด์ฮ็อตจากซานฟรานซิสโก ที่สาวไทยรู้จักกันดีค่ะ กับ Benetint ที่ทำให้สาวๆ มีแก้ม+ปากแดงสุขภาพดีแบบมีเลือดสาด เอ้ย! เลือดฝาดค่ะ (ที่สาวไทยเราฉลาด สวยแบบประหยัด ใช้น้ำยาอุทัยทิพย์แทนหน่ะค่ะ อิอิ) Jane & Jean สองพี่น้องฝาแฝดเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Benefit นี้ค่ะ เครื่องสำอางยี่ห้อนี้ ต้องบอกเลยว่ามี package ที่โดดเด่น น่ารัก น่าใช้มากๆ ค่ะ ไม่เพียงแต่แพ็คเกจจิ้งสวยนะคะ ที่สำคัญเค้าออกแบบมาเพื่อความสะดวก และง่ายต่อการใช้งานด้วยค่ะ นอกจาก Benetint ที่ฮ็อตแล้ว เค้าก็ยังมีอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่ฮิตไม่แพ้กันค่ะ
Hot Items :
- ในกลุ่มปาก และแก้ม เช่น High Beam หรือ Dandelion บลัชสีน่ารัก แพ็คเกจน่าใช้ค่ะ
- Realness of Concealness เป็นชุดคอนซีลเลอร์ที่ช่วยให้สาวๆ ปกปิดได้เนียนขึ้นค่ะ
- Dr. Feelgood เป็นบาล์มบำรุงผิว ที่ให้ผิวนุ่ม ลื่น ไม่มันค่ะ
Benefit เปิดตัวที่เมืองไทย กลางเดือนพฤศจิกายน 2550 ที่เซ็นทรัลชิดลม เป็นแห่งแรกค่ะ
***********************************************************
SMASHBOX

Smashbox แบรนด์นี้สาวๆ ที่ท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ หรือคนที่ท่องเน็ต (internet) บ่อยๆ น่าจะคุ้นตา ใน sephora และรู้สรรพคุณกันดีนะคะ เพราะเป็นแบรนด์ที่มีตำนานพอสมควรเลยค่ะ เพราะแบรนด์ Smashbox นี้ก่อตั้งโดย 2 พี่น้อง แต่เป็น 2 หนุ่มนะคะ David Factor และ Dean Factor โอ้ววว..นามสกุลคุ้นมากใช่ไหมละคะ?! ถูกต้องแล้วค่ะ 2 หนุ่มนี้เค้าเป็นรุ่นเหลนของแบรนด์ที่เป็นตำนานอย่าง Max Factor ค่ะ โดยเดวิด ซึ่งเป็นช่างภาพได้ก่อตั้งสตูดิโอถ่ายภาพขึ้นค่ะ และก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างต่อๆ กันไปค่ะว่า เมคอัพที่ใช้ในสตูดิโอนี้ ช่างทำให้ผิวของนางแบบดูสวยขึ้นเสียนี่กระไร เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เค้าสร้างสรรค์เมคอัพแบรนด์ใหม่ ที่ให้สาวๆมีผิวสวย โดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพค่ะ
Hot Items :
- Anti-Shine เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมความมัน ที่ทำให้เรากลายเป็น “น้องหน้าไม่มัน” ค่ะ
- Photo Finish Foundation Primer เบสไพรเมอร์ ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนก่อนแต่งหน้า หรือลงรองพื้นค่ะ
สาวๆ สามารถช้อป Smashbox ได้ที่ สยามพารากอน และ เซ็นทรัลชิดลมค่ะ
***********************************************************
Kiehl’s

Kiehl’s (คีลส์) ต้องบอกว่าแบรนด์นี้เป็นเวชสำอางอย่างแท้จริงค่ะ เพราะเค้าเริ่มจากร้านขายยาเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดย Mr. John Kiehl’s ในปี ค.ศ. 1851 (โอ้ววววว พระเจ้าจอร์จ ตั้ง 156 ปีแล้วค่ะ!!) เรียกว่าเป็นตำนานอย่างแท้จริงค่ะสำหรับคีลส์แบรนด์นี้นอกจากประสบการณ์อันยาวนานแล้ว ยังมีจุดเด่นของเค้า ซึ่งอยู่ที่การผสมผสานความรู้ด้านเครื่องสำอาง เภสัชกรรม เวชสำอาง และสมุนไพรเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยังไม่พอแค่นี้ค่ะ เพราะเค้าให้ความพิถีพิถันกับการคัดเลือกส่วนผสมที่ดีที่สุด และอ่อนโยนต่อผิวด้วยค่ะ แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในไทยนี้ เรียกได้ว่าเป็น One Stop Service ค่ะ เพราะโพรดักส์เค้าหลากหลายมากๆ เรียกได้ว่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยค่ะ และยังรวมไปถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย และเด็กเล็กด้วยนะคะ
Hot Items :
- ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Abyssine และ Cryste Marine ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และต่อต้านริ้วรอยค่ะ
สำหรับแฟล็กชิปสโตร์ของ Kiehl’s แห่งแรกในเมืองไทย สาวๆ สามารถสัมผัสประสบการณ์ความงามของคีลส์ได้ที่ ชั้น 1 สยามพารากอน ค่ะ
แฮ่ๆ เงินเดือนคราวนี้มีลิสท์ให้ช้อปกันล่วงหน้าซะแว้วค่ะ 
Popularity: 2% [?]
Posted on 19 November 2007 by Vinegar Girl
สวัสดีวันจันทร์ต้นสัปดาห์ค๊า..สาวๆ วันนี้รับสัปดาห์ใหม่พร้อมกับเทรนด์แอคเซสเซอรี่ส์ใหม่ๆ รับหน้าหนาวกันค่ะ ถึงแม้อากาศเมืองไทยจะหลอกให้เราดีใจเล่นไปเมื่อสิ้นเดือนตุลา…ตอนนี้แดดร้อนมาก แถมมีฝนปรอยๆ เมื่อวานนี้อีกค่ะ แฮ่ๆ ต้องเรียกว่าเป็นฤดูรวมมิตรจริงๆค่ะ - -” แต่ที่สำคัญที่ทำให้อากาศปรวนแปรยิ่งกว่าอารมณ์หญิงนี่ ก็น่าจะเป็นเพราะ “สภาวะโลกร้อน” นะคะ ยังไงก็ช่วยกันประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยโลกเรากันหน่อยนะค๊า…(แฮ่ๆ พูดจาราวกับจะหาเสียงเลือกตั้งเลย) เอาเป็นว่ามาดูรองเท้าฮ็อตๆ แข่งกับแดดที่ร้อนจัดในบางวันบ้างค่ะ
ขอบคุณภาพจาก style.com

เทรนด์รองเท้าของซีซั่นนี้คือรองเท้าบู๊ตระดับข้อเท้าค่ะ ซึ่งก็มีหลากหลายรูปแบบ วันนี้จะนำเสนอหนึ่งในเทรนด์ร้อนทั้งบนรันเวย์ และเซเลบทั้งหลายสวมใส่ นั่นก็คือ Oxford Pump คือรองเท้าส้นสูงที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากรองเท้าออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ นั่นก็คือ “รองเท้าส้นแบนหัวปิด ผูกเชือก” ค่ะ แต่ว่าดีไซน์เนอร์เพิ่มความเซ็กซี่ให้กับเรียวขาสาวๆ ด้วยการทำเป็นส้นสูงค่ะ

Tips & Trick : วิธีมิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้า ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ สามารถใส่ได้หลากหลายมากค่ะ ใส่กับเดรสสั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบกระโปรงบาน หรือว่าเดรสพอดีตัว ความยาวเหนือเข่า ใส่ได้สวยทั้งนั้นค่ะ และยังสามารถใส่ได้ทั้งเดรสกลางวัน และกลางคืนด้วยค่ะ
แต่ถ้าต้องการลุคเก๋ แก่นเปรี้ยว แนะนำว่า มิกซ์กับ เสื้อตัวบนเป็นเดรสสั้นผ้ายืด หรือเสื้อชีฟองสวมทับด้วยบเลเซอ หรือสูทตัวยาว คู่กับเลกกิ้ง หรือถุงน่องเนื้อหนาด้านล่าง รับรองว่าเปรี้ยวแน่ๆ ค่ะ
คีย์สำคัญก็คือ ความยาวของท่อนบนค่ะ คือต้องสั้นเหนือเข่า หรือระดับเข่า เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับรองเท้าคู่สวยค่ะ (เอาไว้จะนำภาพบู๊ตระดับข้อเท้าที่มิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้า มาให้ดูกันนะคะ ^_^)

Shopping Guide : ถ้าสาวๆ คนไหนสนใจอยากได้ Oxford Pump มาเป็นเจ้าของ ลองไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า คิดว่ามีให้เลือกหลายแบรนด์ค่ะ อย่างแบรนด์ไทยของเรา Sretsis ก็ดีไซน์ Oxford Pump ออกมาได้สวยค่ะ หรือ Nine West หรือ Villains SF ก็มีค่ะ
- Sretsis : ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร (2nd Floor Gaysorn) , ชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรียม (1st Floor The Emporium), สยามพารากอน (Siam Paragon)
- Nine West : ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ (1st Floor Siam Discovery), ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร (2nd Floor Gaysorn), ชั้น 2 ดิ เอ็มโพเรียม (2nd Floor The Emporium), ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์ (2nd Floor CentralWorld)
- Villains SF : แผนก Shoes & Bags Salon ชั้น M สยามพารากอนดีพาร์ตเม้นต์สโตร์ (Shoes & Bags Salon, M floor Siam Paragon Departmentstore)
Popularity: 5% [?]