ณ กลางดึกของคืนวันพุธที่ผ่านมา หลังนอนพุงอืดเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน
เริ่มตัวร้อน..กระสับกระส่าย..ปวดเมื่อยทั้งร่างกาย และปวดศีรษะรุนแรง
ราวกับถูกบีบรัดศีรษะอย่างรุงแรงด้วยมงคลที่ถูกเสกคาถาเพื่อลงโทษ
โดยพระถังซำจั๋ง เจี๊ยก!!..ไม่ใช่ไซอิ๋ว แต่ถ้าเป็นผัดซีอิ๊วขอ 2 จานค่ะ!
ท่านผู้อ่านบอกที่บรรยายมานี่ เดาไม่ถูกเลยว่าเป็นตัวอะไร
ระหว่าง ตือโป๊ยก่าย + ซึน หงอ คง แฮ่ๆ
วันนี้เห็นทีท่านผู้อ่าน vinegargirl ต้องอ่านกันยาวเหยียดหน่อยนะค๊า…แต่ก่อนอื่นขอขอบพระคุณในความห่วงใยของทุกๆ คนนะค๊า..ซาบซึ้งใจมากๆค่ะที่ช่วยกันอวยพรให้อ้อมหายเร็วๆ ผ่านมาทาง comments แรงใจของเพื่อนๆ ส่งผ่านมาให้อ้อมหายได้เร็วจริงๆค่ะ ขอบคุณทุกๆคนมากๆ นะค๊า จะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยป่วยมาเลยค่ะ
ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะค๊า ช่วงนี้หลายๆ คนไม่สบายกันเยอะมากๆ ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนค่ะ เพิ่งจะแอบเข้าไปเป็นกำลังใจให้คุณ Enemy222 ที่ไม่ค่อยสบาย (ค่อนข้างหนักเหมือนกัน) ไม่ทันไร ก็คำอวยพร (ให้หายป่วย) กลับมาเป็นกำลังใจเช่นกัน ขอบคุณทุกๆคนอีกครั้งค๊า…
เรื่องอาการป่วยนั้นก็เริ่มจากจับไข่แล้วสั่นค่ะ อุ้ย! ยังมึนๆ กับยาเล็กน้อย คือจับไข้แล้วหนาวสั่นหน่ะค่ะ มีแต่ไข้อย่างเดียว ไม่มีไอ+จาม มาเป็นลูกสมุนแต่อย่างใด พอไข่ เอ้ย! ไข้เริ่มสูงขึ้น ก็สั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ (หนาวสั่นหน่ะค่ะ) พอสั่นหนักๆแรงๆเข้า ในที่สุดก็ร้องครางงง…
<-หลายคนบอก นี่มันอาการของคนไม่สบายตรงไหนเนี่ย!! อ่านแล้วเครียด!!! -*- แฮ่ๆ งั้นเอาใหม่แบบเป็นการเป็นงานนะคะ
อาการมันจะเริ่มเป็นช่วงดึกๆ ค่ะ หลังจากเริ่มเข้านอนแล้ว จากนั้นก็เริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย ทุรนทุราย เหมือนกันใครเอาเข็มมาแทงที่ศีรษะ ตัวร้อนขึ้นร้อนขึ้น นอนไม่ได้จนต้องลุกขึ้นมานั่งโยกไปมา แล้วตัวก็เริ่มสั่นเทา ทานยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย นอกจากสาดด้วยข้าวสารเสก หรือรดด้วยน้ำมนต์เท่านั้น อูยยยยยย….ฟังแล้วไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่เลยนะคะเนี่ย
ช่วงแรงของการป่วย โดยที่ยังรอผลเลือดที่เพาะเชื้อบางตัวอยู่นั้น คุณหมอยังไม่ฟังธงว่าเป็นอะไร ระหว่าง “ไข้เลือดออก” และ “ไข้รากสาดใหญ่” แต่ในช่วง 1-2 วันแรกที่เพื่อนๆ มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลนั้น อะฮั้นได้เป่าประกาศไปว่า
“น่าจะเป็นไข้เลือดออกนะ เพราะกำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้”
เพื่อเป็นการ confirm ว่าเราเป็นคนอินเทรนด์เลยต้องเป็นกะเค้ากันหน่อย แฮ่ๆ
เพื่อนๆ : “อืม…เห็นนาเดียเพิ่งเป็นไปนี่..”
ตัวเอง : “อืม..เลยลองเป็นมั่ง เพื่อหายแล้วจะสวยแบบเค้า!”
หลังจากนั้นเพื่อนๆ ก็ถกกันไม่เลิก (เอ่อ..หมายถึงถกเถียง หน่ะค่ะ มิได้ถกอย่างอื่น!) เกี่ยวกับ ไข้รากสาดใหญ่ ว่าน่าจะสูญหายไปจากโรคแผนปัจจุบันแล้ว จนเพื่อนผู้ชายในกลุ่มเอามาเล่นกันเอง ระหว่างพูดคำว่า ไข้รากสาดดดด แล้วหันหน้าไปทางเพื่อนข้างๆ หรือกลายเป็น “ไข้ล่าสัตว์ใหญ่!” (อันนี้ตัวเองก็ร่วมด้วย แฮ่ๆ พูดพร้อมเอามือชี้ไปยังอูโม่เพื่อนที่ตัวสูงใหญ่ที่สุดในกลุ่มค่ะ)
แต่สุดท้ายผลสรุปว่าป่วยเป็น “ไข้รากสาดใหญ่” ค่ะ ชื่อฟังดูโบราณมั่กๆ นี่ถ้าเพื่อนในกลุ่ม +น้องที่ office รู้ต้องโดนแซวถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแน่ๆ เค้าคงต้องบอกว่า “เธอป่วยด้วยชื่อโรคที่เหมาะกับวัยมากๆย่ะ!” แฮ่ๆ ถึงตอนนี้เลยยังไม่ได้อัพเดทกับเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าโรคที่เป็นคืออะไรเลยค่ะ โชคดีที่เพื่อนๆ ใกล้ตัวไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านที่นี่ และก็ยังมีอีกบางส่วนที่ไม่ทราบด้วยว่าตัวเองทำ vinegargirl นี้ 5555555 (หัวเราะแบบผู้มีชัยชนะ!!)
เอาหล่ะค่ะ ก่อนจะยืดยาวไปกว่านี้ เอาไว้จะเล่าอาการที่ถูกต้องแบบละเอียดกว่านี้ให้ฟังในตอนหน้านะคะ อดใจกันนิดนึง จริงๆ แล้วมีเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในครอบครัวเกิดขึ้น ก่อนที่ตัวเองจะป่วยเพียงไม่กี่วันเองค่ะ เดี๋ยวถ้าวันนี้มัวแต่เล่าถึงอาการป่วย จะขโมยซีนหมด คริๆๆ
อย่างที่จั่วหัวเรื่องหน่ะค่ะ นั่นคือเรื่องของการแต่งงาน..อาน..อาน..(เสียงพลังเอคโค่) กริ๊ววววววว…ยาง…ยังไม่ใช่ตัวเองแน่นอนค่ะ ถึงแม้จะเป็นพี่คนโต งานนี้น้องสาวสุดสวยของอะฮั้น มาแรงแซงโค้งด้วยพลังแก๊สโซฮอล เจ้าบ่าวสุดหล่อเค้าจึงมีวิธีแก้เคล็ดให้กับพี่เจ้าสาวกันขึ้นคาน ด้วยการให้ของขวัญเป็น “เคาเตอร์เพน โวทาเรน ยาหม่องตาเสือ และยาหม่องถ้วยทองชุดใหญ่” <- เอาไว้แก้เคล๊ดดด ไม่ใช่แล้น!! เค้ามอบแหวนทอง - หลอดอ็อฟเดอะริง ไว้ให้ค๊า..ขณะรับมอบ เลยตอบกลับไปด้วยเสียงแหบแห้ง พร้อมสีหน้าแววตาหื่นกระหายว่า “My Treasure!” จ๊าก! นั่นมัน “กอลลั่ม” แล้น!! อูยยย..เล่าไปแล้วเริ่มยาว (เพราะนอกเรื่องกว่า 70 % ) สรุปว่างานแต่งงานคุณน้องสาวของอะฮั้นผ่านไปเมื่อวันจันทร์ที่ 20 ส.ค. 50 ด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น สร้างความชื่นมื่น และอื้นอื้น (ให้พ้องเสียงไปงั้นอ่ะค่ะ) โดยมีตัวเองเป็นพิธีกรค่ะ (ใครจะรับเชิญไปเป็นพิธีกรยินดีนะค๊า..เพิ่งฝึกไปงานนี้งานเดียว อยากฝึกหลายๆ งานหน่ะค่ะ อิอิ <- มีเสียงตะโกนจากข้างหลังว่า.. “เป็นได้แค่งานนี้อ่ะแหล่ะ..ไม่มีใครเค้าให้เป็นแล้น” แฮ่ๆ) และที่ปลื้มใจมากๆ คือได้มีส่วนร่วมในการออกแบบชุดเจ้าสาวให้น้องสุดที่รักด้วยค่ะ (ถึงตรงนี้..ท่านผู้อ่านน้ำตาไหลพราก…พลางคิดในใจว่า “มันได้เข้าเรื่องซะที!”) วันนี้เลยนำเคล็ดลับเกี่ยวกับการเลือกชุดเจ้าสาวให้เหมาะกับรูปร่างมาฝากด้วยค่ะ
ขอบคุณภาพจาก brides.com ค่ะ ในเว็บนี้มีเรื่องและเคล็ดลับดีๆ มากมายสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวรวมทั้งเจ้าบ่าวด้วยค่ะ vinegargirl ได้นำภาพจากรันเวย์ของ 4 ดีไซเนอร์ชื่อด้งมาให้ดูกันค่ะ

Carolina Herrera (แคโรไลน่า เฮอร์เรร่า) ที่เน้นชุดที่มีวอลุ่มให้กับเจ้าสาว อย่างชุดกระโปรงบาน หรือ ชุดกระโปรงทรงบอลลูน (ไม่ได้นำภาพมาให้ดูนะคะสำหรับแบบนี้) แต่ก็ยังคงความสวยละเมียดละไมกับดีเทลของผ้าลูกไม้รวมถึงเนื้อผ้าบางเบาด้วยค่ะ

Monique Lhuillier (โมนีค ลุยลิเยร์) ซีซั่นนี้เค้าได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของกลีบดอกไม้ บนโครงเสื้อที่เรียบเก๋ค่ะ เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ชอบความเรียบหรู ไม่ฟูฟ่องนักค่ะ (จริงๆ ในคอลเล็คชั่นนี้ ก็มีแบบกระโปรงบานให้เห็นนะคะ แต่รู้สึกว่าสไตล์เค้าจะมีแนว Sheath เยอะเหมือนกันค่ะ)

Oscar de la Renta (ออสการ์ เดอ ลา เรนต้า) เจ้าสาวที่ชอบความโรแมนติค ต้องดูแฟชั่นเจ้าสาวจากรันเวย์นี้ค่ะ ซีซั่นนี้เค้าใช้ความหลากหลายของเนื้อผ้าจนได้ความหวานแบบลงตัวค่ะ และเทคนิคชั้นสูงที่ให้ดีเทลที่งดงามค่ะ

Vera Wang (วีร่า แวง) มาให้ดูกันค่ะ เห็นแล้วต้องร้องว้าวค่ะ สำหรับชุดซ้ายมือนี่ ราวกับเทพธิดากรีกเลยค่ะ ในซีซั่นนี้เธอจึงทำชุดเจ้าสาวแบบสวยสง่าราวกับเทพกรีกเลยค่ะ
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การที่จะช่วยน้องออกแบบชุด เลยทำให้พอมีข้อมูลเรื่องชุดเจ้าสาวกับเค้าบ้างหน่ะค่ะ โดยวันนี้ได้นำเคล็บลับบางส่วนจาก Wedding Magazine (มาดัดแปลงเป็นภาษาของตัวเองนะคะ) มาให้สาวๆ ได้รู้จักชุดเจ้าสาว และวิธีเลือกไปพร้อมๆ กันค่ะ โดยชุดเจ้าสาวจะมีรูปทรงพื้นฐานอยู่ 4 แบบหลักๆ คือ
- Ball Gown (บอลกาวน์) หรือชุดทรงสุ่ม - (ลองดูภาพกลางจากรันเวย์ของ Carolina Herrera และ Oscar de la Renta ค่ะ) คือชุดเจ้าสาวที่มีตัวเสื้อท่อนบนเข้ารูปถึงเอว กระโปรงบานกว้างคล้ายทรงสุ่มค่ะ ชุดทรงบอลกาวน์นี้เหมาะกับผู้ที่มีรูปร่างสูง และมีทรวดทรงค่ะ ในหนังสือบอกว่า ไม่เหมาะกับผู้ที่มีรูปร่างเล็ก หรือค่อนข้างอ้วน (ขอเสริมจากประสบการที่เคยเห็นมา คือถ้ารูปร่างเล็กแบบหุ่นผอมๆ หน่อยก็ใส่ได้สวยนะคะ คิดว่าเล็กแบบที่หนังสือหมายถึง คือตัวเล็กมากหรือไม่สูงมากหน่ะค่ะ เพราะเราอาจเหมือนหายเข้าไปในชุดกระโปรงได้ค่ะ)
- Princess Line (พริ้นเซสไลน์) หรือชุดทรงเจ้าหญิง- อันนี้ไม่มีภาพตัวอย่างค่ะ ชุดแบบนี้คือชุดที่ช่วงบนเข้ารูป แล้วบานออกช่วงล่างจะเป็นกระโปรงแบบเรียบๆค่ะ แต่ลักษณะเด่นเฉพาะคือ เส้นตะเข็บตามยาวสองข้างของแนวเส้นอก ตั้งแต่ขอบบนของเสื้อบริเวณไหล่ หรือจากบริเวณอก คอดเข้าบริเวณเอว แล้วผายออก ยาวตลอดลำตัวไปจนจรดชายกระโปรง โดยไม่มีเส้นตัดขวาง (พอจะนึกภาพกันออกไหมคะ? ข้อมูลใน Wedding Magazine บอกว่า ชุดเจ้าสาวแบบนี้มาจาก ชุดอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงอเล็กซานดรากับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งออกแบบโดย ชาร์ลส์ เวิร์ธ (Charles Worth) ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษค่ะ ชุดทรงเจ้าหญิงนี้มีรูปทรงชัดเจน และเส้นตะเข็บตามยาวทำให้เพรียวขึ้นค่ะ ชุดนี้จึงเหมาะกับทุกรูปร่าง และช่วยอำพรางข้อเสียได้ ไม่ว่าจะอวบอ้วน หรือผอมบางไม่มีทรวดทรงค่ะ
- A-Line ชุดทรงเอไลน์ หรือทรงที่เป็นเหมือนรูปตัว A นั่นเองค่ะ คือชุดที่เข้ารูปบริเวณลำตัว แล้วค่อยๆบานออกจากช่วงเอว ลงไปถึงชายกระโปรง ซึ่งทรงเอไลน์นี้จะคล้ายกับพริ้นเซสไลน์ค่ะ แต่ต่างกันที่ทรง princess line จะเน้นแนวเส้นตะเข็บความยาว ในขณะที่เอไลน์จะมีการเดินตะเข็บขวางลำตัว เพื่อเน้นบริเวณเอวค่ะ (เท่าที่ลอง search ดูผลงานออกแบบแล้ว princess line จะเป็นชุดที่เป็นชุดเดียวกันทั้งชุดค่ะ พูดแล้วยิ่งทำให้ผู้อ่านงง..แฮ่ๆ นั่นคือ ชุดท่อนด้านบนจะตัดเย็บต่อกันด้วยผ้าชิ้นเดียวยาวถึงกระโปรง ทำให้เกิดแนวตะเข็บที่ยาวตั้งแต่หน้าอก-กระโปรงค่ะ แต่ A-line นั้นสามารถดัดแปลงโดยใช้เสื้อคอร์เซ็ตด้านบน เป็นชุดคนละชิ้นกับกระโปรงค่ะ และตะเข็บที่เน้นช่วงเอวอาจเป็นแบบ เอวสูงใต้อก (Empire) หรือเอวต่ำ (Dropped) หรืออาจจะไม่มีเส้นขวางลำตัวเลยก็ได้ค่ะ) ชุดแบบ A-line นี้เหมาะกับรูปร่างทุกประเภทค่ะ และสามารถดัดแปลงได้หลายสไตล์ เป็นได้ทั้งแบบที่เน้นรูปร่าง และไม่เน้นรูปทรงที่ชัดเจนค่ะ (ลองดูตัวอย่างจาก ชุดด้านขวาของ Carolina Herrera, ชุดด้านซ้ายมือของ Oscar de la Renta และชุดตรงกลางจาก Vera Wang ค่ะ)
- Sheath (ชีธ) / Column (คอลัมน์) คือชุดที่เป็นทรงตรง กระโปรงเข้ารูปค่ะ (ลองดูชุดทั้งหมดจาก Monique Lhuillier ค่ะ และชุดซ้ายจาก Carolina Herrera) ซึ่งก็ได้รับการพัฒนาหลายแบบ ไม่ว่าจะแบบที่เน้นรูปร่าง และไม่เน้นรูปร่าง อย่างชุดทรงหลวมขึ้น และมีหลายดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงสั้น-ยาว จีบทบด้านหลัง จีบเดรป หรือชายกระโปรงแบบหางปลา หรือนางเงือก (mermaid) ((ดูภาพตัวอย่างจาก ชุดขวาของ Oscar de la Rentaค่ะ)) ด้วยความที่ชุดแบบนี้จะเน้นรูปร่างชัดเจนกว่าทรงอื่นๆ จึงเหมาะกับผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนค่ะ (โดยส่วนตัวคิดว่า ถ้าคนที่ผอมสูง แต่ไม่ค่อยมีอก-เอว ก็ใส่ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับดีไซน์ด้วย อย่างชุดซ้ายมือบนรันเวย์ของวีร่า แวงก็สามารถใช้ได้ค่ะ ส่วนชุดตรงกลางจาก Monique Lhuillier ก็เหมาะสำหรับสาวสูงโปร่ง อกเล็กแต่พอมีสะโพกค่ะ)
จริงๆ แล้วชุดเจ้าสาวต้องลองเยอะๆ ค่ะ (เคล็ดลับนี้น่าจะใช้ได้ทั้งแบบที่สั่งตัดขึ้นมาใหม่เลย และแบบที่ใช้ชุดที่ดีไซน์ไว้แล้วบ้างจาก studio หน่ะค่ะ) เพราะไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ หรือเนื้อผ้าล้วนมีผลต่อรูปร่างของเราทั้งสิ้นค่ะ บางทีอย่างเพิ่งจำกัดตัวเองเกินไปสำหรับแบบที่ชอบอยากใส่ แต่รู้สึกว่าเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะกับรูปร่างเราเท่าไหร่ ลองดูก่อนค่ะ เพราะถ้าเราได้คัตติ้งที่ดี + การดีไซน์ที่ดัดแปลงจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอ-แขน-อก-เอว-สะโพก และเนื้อผ้าให้เหมาะสมกับรูปร่างเรา เท่านี้ก็ได้แบบที่อยากใส่และสวยที่สุดในวันนั้นแล้วค่ะ ^_^
โห่ ฮิ้ววว โห่……..ขอโหนคานลากันแบบทาร์ซานเลยนะค๊า…คริๆๆ
Popularity: 8% [?]


August 30th, 2007 at 1:02 am
Oh wow . You’re Back!!! Yeah!!!
I like Vera Wang wedding dress oh and Carolina Herrera too….so neat. But ummm the price…โอ้แม่เจ้า มันแพงมากเลย I just came back from New York. I thought Carolina Herrera’s original from NY right?
August 30th, 2007 at 1:02 am
โอ้ จริง ๆ แล้วอยากเห็นชุดน้องสาวพี่อ้อมอ่ะ เอารูปมาลงมั่งดิ อยากเห็น อยากเห็น อิอิ
August 30th, 2007 at 6:45 am
เห็นแล้วก็อยากจะลองแต่งดูสักครั้ง..ฮ่าๆ..แต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย..
ยังไงเบสก็เปิดทางให้พี่อ้อมก่อนแน่นอนค่ะ..เพราะอย่างน้อยพี่อ้อมก็มีคนรออยู่แล้ว..
เนอะ..เห็นด้วยกับคุณ Opal อยากเห็นชุดของน้องสาวพี่อ้อมจังค่ะ
August 30th, 2007 at 6:46 am
อ้อ..ดีใจที่พี่อ้อมหายป่วยอย่างรวดเร็ว..และไม่เป็นอะไรที่รุนแรงมาก..
August 31st, 2007 at 9:25 am
ดีใจกับพี่อ้อมด้วยนะค่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่อ้อมต้องมาตีแบตออกกำลังกาย ถึงจะไม่ป่วย…..อิอิ ถึกเหมือนอัง 555+
August 31st, 2007 at 1:08 pm
อยากสมัครสมาชิกทำงัยค่ะ
September 1st, 2007 at 2:12 pm
yummy พี่อ้อมกลับมาแล้ว ดีใจจังเย้ เย เพราะว่าไม่ได้อ่านมานานมากๆๆๆๆ แต่พอเห็นเรื่องที่เขียนแล้วก็ขอแสดงความยินดีกับน้องสาวพี่อ้อมด้วยนะคะ
เอาไว้เมื่อไหร่พี่อ้อมแต่งงาน พวกแฟน blog จะขนไปให้โรงแรมพังเลยคอยดู
September 1st, 2007 at 7:54 pm
Opal - ใช่ค่ะ Carolina Herrera เป็นดีไซน์เนอร์จาก New York ค๊า..เดี๋ยวตอนนี้รอรูปจากน้องสาวอยู่เหมือนกันค่ะ ไว้จะเอามาให้ดูนะค๊า..แต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้วิลิศมาหรา เลิศหรู อลังการ เลยค่ะ สำหรับชุดเจ้าสาวที่ออกแบบให้เค้าหน่ะค่ะ ออกจะธรรมดาด้วยซ้ำ (ยิ่งเมื่อได้เห็นชุดสุดสวย ของเหล่าดีไซเนอร์ค่ะ) อันนี้เค้าเช่า-ตัดค่ะ เลยมีข้อจำกัดเรื่องลูกไม้เยอะ แฮ่ๆ
bess* - 5555555555 มีอยากลองแต่งดูซักครั้งด้วยหรอค๊า.. ^_^ น้องเบสได้แต่งอยู่แล้วค่ะ ฟันธงๆ!!! ออกจะเพรียบพร้อมขนาดนี้ ของพี่อ้อมไม่มีแซงหน้าแน่นอนค่ะ มีแต่คนรอ (รุมตืบบบบ ตรึมเรย!!)
AnGiKo - น้องอังจ๋า..เป็นกำลังใจให้พูดอังกฤษเก่งๆ เหมือนกันนะค๊า พี่อ้อมฝึกพูดกับแตงโมให้คล่องก่อน แล้วค่อยพูดกะฝรั่งทีหลัง เอ้ย! ไม่ใช่แล้น!! อิอิ ล้อเล่นน๊า…น้องอังสู้ๆ จ๊า
ป.ล. พี่อ้อมเป็นแฟนรายการ คริส เดลิเวอร์รี่นะคะเนี่ย
moovan* - ซึ้งจังเลยค่ะ มีคนอยากสมัครสมาชิกด้วย แฮ่ๆ แต่พี่อ้อมยังไม่มีระบบสมาชิกค่ะ มีแต่ RSS Feed พอดีเปลี่ยน template ใหม่ก็เลยยังไม่ได้ทำใส่มาใหม่เลยค่ะ ไว้ถ้าทำเสร็จแล้ว จะอธิบายอีกทีนะค๊า.. ^_^
ป.ล. แอบกระซิบว่าในเดือน ต.ค. นี้จะมีให้ register ค่ะ ^_^
mink - ขอบคุณนะค๊า…ขอบคุณแทนน้องสาวด้วยค่ะ เอาไว้ถ้าได้แต่งเมื่อไหร่ จะเหมาะสนามฟุตบอลเลี้ยงเลยค๊า…คริๆๆๆๆ (น้อง mink บอก “สนามฟุตบอลไม่เอาอ่ะค่ะ ร้อนนน..ขอเป็นโรงแรมดีกว่า ฮ่าๆ”)
September 2nd, 2007 at 11:58 pm
วู้ ๆ ๆ ดีจังหายเปื่อยแล้ว
September 3rd, 2007 at 1:46 am
เย้ๆ พี่อ้อมหายป่วยแล้ว
คงอีกนานเลยแหละพี่อ้อม ฮ่าๆ
แต่ชุด Vera Wang สวยมากเลย >.
September 18th, 2007 at 5:49 pm
ขอบคุณพี่อ้อม มากๆนะค๊า ที่เป็นส่วนสำคัญให้งานออกมาราบรื่น ลื่น ปรื้ดๆ… เย้ย !! มะใช่แล้น ให้งานลุล่วงไปด้วยดีนะคะ
มีแต่คนชมชุด ว่าสวยมากกก ไม่มีใครชมเจ้าสาวเลยค่ะ 555
ขอบคุณ คุณmink สำหรับคำอวยพร นะคะ
ขอบคุณพี่สาวสุดที่เลิฟ อีกครั้งด้วยค่ะ
September 25th, 2007 at 4:47 am
ชอบรายละเอียดและตัวอย่างมากๆเลยค่ะ อยากใส่มั่งจัง คริๆ