ณ กลางดึกของคืนวันพุธที่ผ่านมา หลังนอนพุงอืดเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน
เริ่มตัวร้อน..กระสับกระส่าย..ปวดเมื่อยทั้งร่างกาย และปวดศีรษะรุนแรง
ราวกับถูกบีบรัดศีรษะอย่างรุงแรงด้วยมงคลที่ถูกเสกคาถาเพื่อลงโทษ
โดยพระถังซำจั๋ง เจี๊ยก!!..ไม่ใช่ไซอิ๋ว แต่ถ้าเป็นผัดซีอิ๊วขอ 2 จานค่ะ!
ท่านผู้อ่านบอกที่บรรยายมานี่ เดาไม่ถูกเลยว่าเป็นตัวอะไร
ระหว่าง ตือโป๊ยก่าย + ซึน หงอ คง แฮ่ๆ
วันนี้เห็นทีท่านผู้อ่าน vinegargirl ต้องอ่านกันยาวเหยียดหน่อยนะค๊า…แต่ก่อนอื่นขอขอบพระคุณในความห่วงใยของทุกๆ คนนะค๊า..ซาบซึ้งใจมากๆค่ะที่ช่วยกันอวยพรให้อ้อมหายเร็วๆ ผ่านมาทาง comments แรงใจของเพื่อนๆ ส่งผ่านมาให้อ้อมหายได้เร็วจริงๆค่ะ ขอบคุณทุกๆคนมากๆ นะค๊า จะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยป่วยมาเลยค่ะ
ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะค๊า ช่วงนี้หลายๆ คนไม่สบายกันเยอะมากๆ ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนค่ะ เพิ่งจะแอบเข้าไปเป็นกำลังใจให้คุณ Enemy222 ที่ไม่ค่อยสบาย (ค่อนข้างหนักเหมือนกัน) ไม่ทันไร ก็คำอวยพร (ให้หายป่วย) กลับมาเป็นกำลังใจเช่นกัน ขอบคุณทุกๆคนอีกครั้งค๊า…
เรื่องอาการป่วยนั้นก็เริ่มจากจับไข่แล้วสั่นค่ะ อุ้ย! ยังมึนๆ กับยาเล็กน้อย คือจับไข้แล้วหนาวสั่นหน่ะค่ะ มีแต่ไข้อย่างเดียว ไม่มีไอ+จาม มาเป็นลูกสมุนแต่อย่างใด พอไข่ เอ้ย! ไข้เริ่มสูงขึ้น ก็สั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ (หนาวสั่นหน่ะค่ะ) พอสั่นหนักๆแรงๆเข้า ในที่สุดก็ร้องครางงง…
<-หลายคนบอก นี่มันอาการของคนไม่สบายตรงไหนเนี่ย!! อ่านแล้วเครียด!!! -*- แฮ่ๆ งั้นเอาใหม่แบบเป็นการเป็นงานนะคะ
อาการมันจะเริ่มเป็นช่วงดึกๆ ค่ะ หลังจากเริ่มเข้านอนแล้ว จากนั้นก็เริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย ทุรนทุราย เหมือนกันใครเอาเข็มมาแทงที่ศีรษะ ตัวร้อนขึ้นร้อนขึ้น นอนไม่ได้จนต้องลุกขึ้นมานั่งโยกไปมา แล้วตัวก็เริ่มสั่นเทา ทานยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย นอกจากสาดด้วยข้าวสารเสก หรือรดด้วยน้ำมนต์เท่านั้น อูยยยยยย….ฟังแล้วไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่เลยนะคะเนี่ย
ช่วงแรงของการป่วย โดยที่ยังรอผลเลือดที่เพาะเชื้อบางตัวอยู่นั้น คุณหมอยังไม่ฟังธงว่าเป็นอะไร ระหว่าง “ไข้เลือดออก” และ “ไข้รากสาดใหญ่” แต่ในช่วง 1-2 วันแรกที่เพื่อนๆ มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลนั้น อะฮั้นได้เป่าประกาศไปว่า
“น่าจะเป็นไข้เลือดออกนะ เพราะกำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้”
เพื่อเป็นการ confirm ว่าเราเป็นคนอินเทรนด์เลยต้องเป็นกะเค้ากันหน่อย แฮ่ๆ
เพื่อนๆ : “อืม…เห็นนาเดียเพิ่งเป็นไปนี่..”
ตัวเอง : “อืม..เลยลองเป็นมั่ง เพื่อหายแล้วจะสวยแบบเค้า!”
หลังจากนั้นเพื่อนๆ ก็ถกกันไม่เลิก (เอ่อ..หมายถึงถกเถียง หน่ะค่ะ มิได้ถกอย่างอื่น!) เกี่ยวกับ ไข้รากสาดใหญ่ ว่าน่าจะสูญหายไปจากโรคแผนปัจจุบันแล้ว จนเพื่อนผู้ชายในกลุ่มเอามาเล่นกันเอง ระหว่างพูดคำว่า ไข้รากสาดดดด แล้วหันหน้าไปทางเพื่อนข้างๆ หรือกลายเป็น “ไข้ล่าสัตว์ใหญ่!” (อันนี้ตัวเองก็ร่วมด้วย แฮ่ๆ พูดพร้อมเอามือชี้ไปยังอูโม่เพื่อนที่ตัวสูงใหญ่ที่สุดในกลุ่มค่ะ)
แต่สุดท้ายผลสรุปว่าป่วยเป็น “ไข้รากสาดใหญ่” ค่ะ ชื่อฟังดูโบราณมั่กๆ นี่ถ้าเพื่อนในกลุ่ม +น้องที่ office รู้ต้องโดนแซวถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแน่ๆ เค้าคงต้องบอกว่า “เธอป่วยด้วยชื่อโรคที่เหมาะกับวัยมากๆย่ะ!” แฮ่ๆ ถึงตอนนี้เลยยังไม่ได้อัพเดทกับเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าโรคที่เป็นคืออะไรเลยค่ะ โชคดีที่เพื่อนๆ ใกล้ตัวไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านที่นี่ และก็ยังมีอีกบางส่วนที่ไม่ทราบด้วยว่าตัวเองทำ vinegargirl นี้ 5555555 (หัวเราะแบบผู้มีชัยชนะ!!)
เอาหล่ะค่ะ ก่อนจะยืดยาวไปกว่านี้ เอาไว้จะเล่าอาการที่ถูกต้องแบบละเอียดกว่านี้ให้ฟังในตอนหน้านะคะ อดใจกันนิดนึง จริงๆ แล้วมีเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในครอบครัวเกิดขึ้น ก่อนที่ตัวเองจะป่วยเพียงไม่กี่วันเองค่ะ เดี๋ยวถ้าวันนี้มัวแต่เล่าถึงอาการป่วย จะขโมยซีนหมด คริๆๆ
อย่างที่จั่วหัวเรื่องหน่ะค่ะ นั่นคือเรื่องของการแต่งงาน..อาน..อาน..(เสียงพลังเอคโค่) กริ๊ววววววว…ยาง…ยังไม่ใช่ตัวเองแน่นอนค่ะ ถึงแม้จะเป็นพี่คนโต งานนี้น้องสาวสุดสวยของอะฮั้น มาแรงแซงโค้งด้วยพลังแก๊สโซฮอล เจ้าบ่าวสุดหล่อเค้าจึงมีวิธีแก้เคล็ดให้กับพี่เจ้าสาวกันขึ้นคาน ด้วยการให้ของขวัญเป็น “เคาเตอร์เพน โวทาเรน ยาหม่องตาเสือ และยาหม่องถ้วยทองชุดใหญ่” <- เอาไว้แก้เคล๊ดดด ไม่ใช่แล้น!! เค้ามอบแหวนทอง - หลอดอ็อฟเดอะริง ไว้ให้ค๊า..ขณะรับมอบ เลยตอบกลับไปด้วยเสียงแหบแห้ง พร้อมสีหน้าแววตาหื่นกระหายว่า “My Treasure!” จ๊าก! นั่นมัน “กอลลั่ม” แล้น!! อูยยย..เล่าไปแล้วเริ่มยาว (เพราะนอกเรื่องกว่า 70 % ) สรุปว่างานแต่งงานคุณน้องสาวของอะฮั้นผ่านไปเมื่อวันจันทร์ที่ 20 ส.ค. 50 ด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น สร้างความชื่นมื่น และอื้นอื้น (ให้พ้องเสียงไปงั้นอ่ะค่ะ) โดยมีตัวเองเป็นพิธีกรค่ะ (ใครจะรับเชิญไปเป็นพิธีกรยินดีนะค๊า..เพิ่งฝึกไปงานนี้งานเดียว อยากฝึกหลายๆ งานหน่ะค่ะ อิอิ <- มีเสียงตะโกนจากข้างหลังว่า.. “เป็นได้แค่งานนี้อ่ะแหล่ะ..ไม่มีใครเค้าให้เป็นแล้น” แฮ่ๆ) และที่ปลื้มใจมากๆ คือได้มีส่วนร่วมในการออกแบบชุดเจ้าสาวให้น้องสุดที่รักด้วยค่ะ (ถึงตรงนี้..ท่านผู้อ่านน้ำตาไหลพราก…พลางคิดในใจว่า “มันได้เข้าเรื่องซะที!”) วันนี้เลยนำเคล็ดลับเกี่ยวกับการเลือกชุดเจ้าสาวให้เหมาะกับรูปร่างมาฝากด้วยค่ะ
ขอบคุณภาพจาก brides.com ค่ะ ในเว็บนี้มีเรื่องและเคล็ดลับดีๆ มากมายสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวรวมทั้งเจ้าบ่าวด้วยค่ะ vinegargirl ได้นำภาพจากรันเวย์ของ 4 ดีไซเนอร์ชื่อด้งมาให้ดูกันค่ะ

Carolina Herrera (แคโรไลน่า เฮอร์เรร่า) ที่เน้นชุดที่มีวอลุ่มให้กับเจ้าสาว อย่างชุดกระโปรงบาน หรือ ชุดกระโปรงทรงบอลลูน (ไม่ได้นำภาพมาให้ดูนะคะสำหรับแบบนี้) แต่ก็ยังคงความสวยละเมียดละไมกับดีเทลของผ้าลูกไม้รวมถึงเนื้อผ้าบางเบาด้วยค่ะ

Monique Lhuillier (โมนีค ลุยลิเยร์) ซีซั่นนี้เค้าได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของกลีบดอกไม้ บนโครงเสื้อที่เรียบเก๋ค่ะ เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ชอบความเรียบหรู ไม่ฟูฟ่องนักค่ะ (จริงๆ ในคอลเล็คชั่นนี้ ก็มีแบบกระโปรงบานให้เห็นนะคะ แต่รู้สึกว่าสไตล์เค้าจะมีแนว Sheath เยอะเหมือนกันค่ะ)

Oscar de la Renta (ออสการ์ เดอ ลา เรนต้า) เจ้าสาวที่ชอบความโรแมนติค ต้องดูแฟชั่นเจ้าสาวจากรันเวย์นี้ค่ะ ซีซั่นนี้เค้าใช้ความหลากหลายของเนื้อผ้าจนได้ความหวานแบบลงตัวค่ะ และเทคนิคชั้นสูงที่ให้ดีเทลที่งดงามค่ะ

Vera Wang (วีร่า แวง) มาให้ดูกันค่ะ เห็นแล้วต้องร้องว้าวค่ะ สำหรับชุดซ้ายมือนี่ ราวกับเทพธิดากรีกเลยค่ะ ในซีซั่นนี้เธอจึงทำชุดเจ้าสาวแบบสวยสง่าราวกับเทพกรีกเลยค่ะ
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การที่จะช่วยน้องออกแบบชุด เลยทำให้พอมีข้อมูลเรื่องชุดเจ้าสาวกับเค้าบ้างหน่ะค่ะ โดยวันนี้ได้นำเคล็บลับบางส่วนจาก Wedding Magazine (มาดัดแปลงเป็นภาษาของตัวเองนะคะ) มาให้สาวๆ ได้รู้จักชุดเจ้าสาว และวิธีเลือกไปพร้อมๆ กันค่ะ โดยชุดเจ้าสาวจะมีรูปทรงพื้นฐานอยู่ 4 แบบหลักๆ คือ
- Ball Gown (บอลกาวน์) หรือชุดทรงสุ่ม - (ลองดูภาพกลางจากรันเวย์ของ Carolina Herrera และ Oscar de la Renta ค่ะ) คือชุดเจ้าสาวที่มีตัวเสื้อท่อนบนเข้ารูปถึงเอว กระโปรงบานกว้างคล้ายทรงสุ่มค่ะ ชุดทรงบอลกาวน์นี้เหมาะกับผู้ที่มีรูปร่างสูง และมีทรวดทรงค่ะ ในหนังสือบอกว่า ไม่เหมาะกับผู้ที่มีรูปร่างเล็ก หรือค่อนข้างอ้วน (ขอเสริมจากประสบการที่เคยเห็นมา คือถ้ารูปร่างเล็กแบบหุ่นผอมๆ หน่อยก็ใส่ได้สวยนะคะ คิดว่าเล็กแบบที่หนังสือหมายถึง คือตัวเล็กมากหรือไม่สูงมากหน่ะค่ะ เพราะเราอาจเหมือนหายเข้าไปในชุดกระโปรงได้ค่ะ)
- Princess Line (พริ้นเซสไลน์) หรือชุดทรงเจ้าหญิง- อันนี้ไม่มีภาพตัวอย่างค่ะ ชุดแบบนี้คือชุดที่ช่วงบนเข้ารูป แล้วบานออกช่วงล่างจะเป็นกระโปรงแบบเรียบๆค่ะ แต่ลักษณะเด่นเฉพาะคือ เส้นตะเข็บตามยาวสองข้างของแนวเส้นอก ตั้งแต่ขอบบนของเสื้อบริเวณไหล่ หรือจากบริเวณอก คอดเข้าบริเวณเอว แล้วผายออก ยาวตลอดลำตัวไปจนจรดชายกระโปรง โดยไม่มีเส้นตัดขวาง (พอจะนึกภาพกันออกไหมคะ? ข้อมูลใน Wedding Magazine บอกว่า ชุดเจ้าสาวแบบนี้มาจาก ชุดอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงอเล็กซานดรากับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งออกแบบโดย ชาร์ลส์ เวิร์ธ (Charles Worth) ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษค่ะ ชุดทรงเจ้าหญิงนี้มีรูปทรงชัดเจน และเส้นตะเข็บตามยาวทำให้เพรียวขึ้นค่ะ ชุดนี้จึงเหมาะกับทุกรูปร่าง และช่วยอำพรางข้อเสียได้ ไม่ว่าจะอวบอ้วน หรือผอมบางไม่มีทรวดทรงค่ะ
- A-Line ชุดทรงเอไลน์ หรือทรงที่เป็นเหมือนรูปตัว A นั่นเองค่ะ คือชุดที่เข้ารูปบริเวณลำตัว แล้วค่อยๆบานออกจากช่วงเอว ลงไปถึงชายกระโปรง ซึ่งทรงเอไลน์นี้จะคล้ายกับพริ้นเซสไลน์ค่ะ แต่ต่างกันที่ทรง princess line จะเน้นแนวเส้นตะเข็บความยาว ในขณะที่เอไลน์จะมีการเดินตะเข็บขวางลำตัว เพื่อเน้นบริเวณเอวค่ะ (เท่าที่ลอง search ดูผลงานออกแบบแล้ว princess line จะเป็นชุดที่เป็นชุดเดียวกันทั้งชุดค่ะ พูดแล้วยิ่งทำให้ผู้อ่านงง..แฮ่ๆ นั่นคือ ชุดท่อนด้านบนจะตัดเย็บต่อกันด้วยผ้าชิ้นเดียวยาวถึงกระโปรง ทำให้เกิดแนวตะเข็บที่ยาวตั้งแต่หน้าอก-กระโปรงค่ะ แต่ A-line นั้นสามารถดัดแปลงโดยใช้เสื้อคอร์เซ็ตด้านบน เป็นชุดคนละชิ้นกับกระโปรงค่ะ และตะเข็บที่เน้นช่วงเอวอาจเป็นแบบ เอวสูงใต้อก (Empire) หรือเอวต่ำ (Dropped) หรืออาจจะไม่มีเส้นขวางลำตัวเลยก็ได้ค่ะ) ชุดแบบ A-line นี้เหมาะกับรูปร่างทุกประเภทค่ะ และสามารถดัดแปลงได้หลายสไตล์ เป็นได้ทั้งแบบที่เน้นรูปร่าง และไม่เน้นรูปทรงที่ชัดเจนค่ะ (ลองดูตัวอย่างจาก ชุดด้านขวาของ Carolina Herrera, ชุดด้านซ้ายมือของ Oscar de la Renta และชุดตรงกลางจาก Vera Wang ค่ะ)
- Sheath (ชีธ) / Column (คอลัมน์) คือชุดที่เป็นทรงตรง กระโปรงเข้ารูปค่ะ (ลองดูชุดทั้งหมดจาก Monique Lhuillier ค่ะ และชุดซ้ายจาก Carolina Herrera) ซึ่งก็ได้รับการพัฒนาหลายแบบ ไม่ว่าจะแบบที่เน้นรูปร่าง และไม่เน้นรูปร่าง อย่างชุดทรงหลวมขึ้น และมีหลายดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงสั้น-ยาว จีบทบด้านหลัง จีบเดรป หรือชายกระโปรงแบบหางปลา หรือนางเงือก (mermaid) ((ดูภาพตัวอย่างจาก ชุดขวาของ Oscar de la Rentaค่ะ)) ด้วยความที่ชุดแบบนี้จะเน้นรูปร่างชัดเจนกว่าทรงอื่นๆ จึงเหมาะกับผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนค่ะ (โดยส่วนตัวคิดว่า ถ้าคนที่ผอมสูง แต่ไม่ค่อยมีอก-เอว ก็ใส่ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับดีไซน์ด้วย อย่างชุดซ้ายมือบนรันเวย์ของวีร่า แวงก็สามารถใช้ได้ค่ะ ส่วนชุดตรงกลางจาก Monique Lhuillier ก็เหมาะสำหรับสาวสูงโปร่ง อกเล็กแต่พอมีสะโพกค่ะ)
จริงๆ แล้วชุดเจ้าสาวต้องลองเยอะๆ ค่ะ (เคล็ดลับนี้น่าจะใช้ได้ทั้งแบบที่สั่งตัดขึ้นมาใหม่เลย และแบบที่ใช้ชุดที่ดีไซน์ไว้แล้วบ้างจาก studio หน่ะค่ะ) เพราะไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ หรือเนื้อผ้าล้วนมีผลต่อรูปร่างของเราทั้งสิ้นค่ะ บางทีอย่างเพิ่งจำกัดตัวเองเกินไปสำหรับแบบที่ชอบอยากใส่ แต่รู้สึกว่าเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะกับรูปร่างเราเท่าไหร่ ลองดูก่อนค่ะ เพราะถ้าเราได้คัตติ้งที่ดี + การดีไซน์ที่ดัดแปลงจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอ-แขน-อก-เอว-สะโพก และเนื้อผ้าให้เหมาะสมกับรูปร่างเรา เท่านี้ก็ได้แบบที่อยากใส่และสวยที่สุดในวันนั้นแล้วค่ะ ^_^
โห่ ฮิ้ววว โห่……..ขอโหนคานลากันแบบทาร์ซานเลยนะค๊า…คริๆๆ
Popularity: 8% [?]








) เอาใหม่นะคะ!..ปากกาสวยๆ ให้คุณแม่พกไว้ใช้ จะได้คิดถึงคุณลูกต่างหากค๊า…อิอิ [ ในภาพ ปากกาจาก