Archive | May, 2007

Costume Institute Gala featuring Poiret King of Fashion

Posted on 21 May 2007 by Vinegar Girl

ขอขอบคุณทุกๆคนอีกครั้งนะคะ ที่ comments ให้กำลังใจกันมากับเหตุการณ์เรื่องการลอกบทความของ WOMEN mthai จากเหตุการณ์นี้ทำให้ได้เห็นน้ำใจของ เพื่อนๆ หลายๆคน ที่แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน เพียงแค่รู้จักผ่านจากตัวอักษรที่อ้อมเขียนไว้ในบล็อกเล็กๆนี้ ช่างเป็นความซาบซึ้งและประทับใจ และจะเป็นความทรงจำที่ดีของอ้อมตลอดไปค่ะ appre.gif

ขอขอบคุณคุณเก่งจาก keng.com ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงแทนให้ (ซึ่งอาจทำให้คนบางกลุ่มไม่พอใจ) เลยต้องลำบากเลยค่ะ และจากครั้งนี้ทำให้อ้อมได้ทราบว่า การลอกบทความนั้นระบาดไปทั่วทุกที่ ยังไงก็ฝากถึงสื่อใหญ่ๆ ทุกๆที่และทุกๆสื่อด้วยนะคะ เพราะลำพังแค่กลุ่มคนเล็กๆ ที่เขียน content อย่างเราๆ คงไม่มีกำลังไปสู้อะไรได้มาก ก็ได้แค่เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองอยู่ในบล็อกตัวเองเนี่ยหล่ะค่ะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านที่พยายามผลิตงานดีๆ (และฟรี) ออกมาให้กับสังคมนะคะ

Note : จากการที่มี 1 comment ที่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงความแตกต่างของการลอกบทความ แบบ copy & paste กับการ re-write คุณเก่งได้เขียนถึงเรื่องวิธีการเขียนบทความที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นไว้ค่ะ ถ้ายังไงลองเข้าไปอ่านกันนะคะ ^_^ (และขอความกรุณาใช้คำที่สุภาพด้วยค่ะ)

พอพูดถึงคนที่ผลิตงานดีๆ ออกสู่สังคม คงไม่พูดถึงงานนี้ไม่ได้แล้วค่ะ ในวงการแฟชั่น Paul Poiret ( พอล ปัวเร่ต์) ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสที่ถูกยกย่องให้เป็น King of Fashion อย่างแท้จริงค่ะ เพราะถือได้ว่าเค้าเป็นกูรูของดีไซเนอร์ในยุค ’20s-’30s และได้สร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่ถือได้ว่าล้ำกว่ายุคที่เค้ามีชีวิตอยู่ค่ะ ผลงานของเค้ามีทั้งผ้าโพกผม เข็มขัด บราเซีย ถุงน่องสีสันสดใส และเดรสบางพริ้วไหวแบบซิลูเอต ที่ทำให้ร่างกายของผู้หญิงรู้สึกอิสระจากชุดแบบคอร์เซ็ตค่ะ งานนี้จัดขึ้นที่ The Met ค่ะ โดยงานกาล่าครั้งนี้หนึ่งในหัวเรือใหญ่คือ Anna Wintour จาก Vogue นั่นเองค่ะ

ช่วงนี้เห็นหลายๆ สาวกำลังหาชุดเพื่อไปงานกันพอสมควร เลยนำภาพสวยๆมาให้ดูด้วยค่ะ แนะนำว่าใครที่คิดจะตัดหรือซื้อชุดใหม่นั้น เลือกแบบเดรสสั้นไว้ ใส่ได้หลายงานแน่นอนค่ะ ในช่วงนี้จะเน้นดีไซน์กระเป๋าด้านข้าง ก็เก๋ไม่เบานะคะ ^_^ ส่วนเรื่องโทนสี สีทองและเงิน ยังแรงไม่ตกค่ะ ส่วนสีสดใสก็มีให้เห็นเช่นกันค่ะ แต่ภาพในงานนี้เป็น Gala ที่เน้นความแกรนด์และหรูหราค่ะ และผลงานแบบ Haute Couture ของดีไซเนอร์ เลยมีเดรสยาวที่ตกแต่งดีเทลได้สวยงามมากๆ ให้เห็นตลอดทั้งพรมแดงค่ะ ส่วนเดรสสั้นนั้นพอมีให้เห็นบ้างค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ขอบคุณภาพจาก instyle.com และ style.com นะคะ สาวๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูภาพขนาดใหญ่แบบจุใจได้ที่เว็บดังกล่าวค่ะ ^_^

costume_institute_gala-03.jpg

ขอเริ่มต้นรูปแรกกับผู้หญิงเก่ง แกร่ง และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมาก (กว่าที่เราเห็นในหนังอีกนะคะ ((ฟังดูน่ากลัว อารมณ์เจ้าแม่ไปรึเปล่าคะ? )) แต่ confirm ว่าเธอเป็นอย่างนั้นจริงๆ) Anna Wintour ที่วันนี้สวยเป็นพิเศษในชุดจาก Chanel Haute Couture และ Bee Shaffer ในชุดจาก Nina Ricci ค่ะ

และดีไซเนอร์ชื่อดัง Michael Kors และ Eva Mendes ที่สวยในเดรสสั้นที่จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากของ Michael Kors ดีไซน์เก๋มีกระเป๋าข้างด้วยค่ะ

costume_institute_gala-05.jpg

Kate Bosworth กับเดรสสั้นที่สวยหรูจาก Prada
Scarlett Johanssen กับชุดเกาะอกปักดีเทลช่วงบน และกระโปรงสั้นที่มีวอลลุ่ม จาก Stella McCartney ค่ะ

costume_institute_gala-04.jpg

Cate Blanchett สวยเด่นยืนต้อนรับแขกอยู่ริมสุดของพรมแดงค่ะ กับชุดสีทองที่มีดีเทลละเอียดอ่อนจาก Balenciaga โดย Nicholas Ghesquirer ที่ดีไซเนอร์คนเก่งคนนี้ก็เป็นหนึ่งในเจ้าภาพด้วยค่ะ

Bruno Frisoni และ Jennifer Lopez ที่สวยหรูในชุดสีเงินจาก Marchesa ค่ะ (ต้องบอกได้เลยค่ะว่า Marchesa มาแรงจริงๆค่ะ ด้วยเดรสที่มีดีเทลที่อ่อนหวานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว )

costume_institute_gala-02.jpg

สองสาวที่ใจตรงกันด้วยสีชมพูสดfuschia Cameron Diaz กับเดรสเกาะอกระบายเป็นชั้นๆ สวยงามจึงไม่ต้องการอะไรมาก นอกจากสีพื้นที่สดใส จาก Dior โดย John Galliano

และ Rosario Dawson ในเดรสเกาะอกแบบเรียบจาก Roberto Cavallli

Continue Reading

Popularity: 3% [?]

Comments (6)

จากใจ Vinegargirl

Posted on 15 May 2007 by Vinegar Girl

มาถึงวันนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ที่จัดทำบล็อก vinegargirl  คงต้องออกมาพูดอะไรกันบ้างนะคะ คิดว่าผู้อ่าน vinegargirl เองหลายๆ ท่านคงยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น รบกวนลองอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดใน keng.com กันนะคะ ขอบคุณคุณเก่ง และผู้อ่านบล็อก keng.com ทุกๆ ท่านที่ช่วยให้ความคิดเห็น และกำลังใจมาด้วยนะคะ appre.gif

ขอย้อนไปในความรู้สึกแรกที่กำลังดูภาพสาวๆ หลังจากที่น้องๆ ใน office ส่งต่อกันมา แล้วก็พลันแว้บไปเห็นเมนูด้านข้างใน Women MThai ที่มีภาพการแต่งตาเหมือนที่อ้อมนำมาประกอบใน vinegargirl ยังแอบคิดในใจว่า เค้าก็นำมาจาก elle.com เหมือนกับเราเลยหรือนี่!? แต่แล้วก็ยังเหลือบไปเห็นภาพอีกหลายๆ ภาพที่เหมือนกัน และแถมด้วยเนื้อหาที่เป็นคำพูดของเรา ก็เลยมานั่งดู เท่าที่เห็นคร่าวๆ ราว 10 กว่าบทความได้ค่ะ พูดได้คำว่าเดียวว่าเห็นแล้วเหนื่อยค่ะ T_T  (แม้กระทั่งบทความเรื่อง พารากอน และ เซ็นทรัลเซล ยังนำไปเลยค่ะ แฮ่ๆ ) เมื่อวานเพิ่งเขียนไป 1 บทความหลังเลิกงาน เลยยังไม่มีแรงจะเขียนถึง WOMENmthai หน่ะค่ะ คุณเก่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงช่วยเป็นกระบอกเสียงให้แทนไปก่อน  ขอบคุณทุกๆ ท่านอีกทีค่ะ

vinegargirl-womenmthai-sm.jpg

อ้อมขอเล่าความเป็นมาของ vinegargirl คร่าวๆ ก่อนนะคะ เริ่มเขียนจากต้องขาย blog hosting ก็เลยอยากศึกษาว่าการเขียน blog ทำยังไง ก็เลยเริ่มมาเขียนเล่นๆ ค่ะ โดยนำข้อมูลที่ชื่นชอบคือเรื่องแฟชั่นและความสวยความงาม มารวบรวมเอาไว้ในบล็อกนี้ค่ะ โดยข้อมูลส่วนใหญ่เกิดจากการอ่าน หรือสะสมความรู้ในเรื่องนี้มาไว้ และก็นำข้อมูลดิบเพื่อมาอ้างอิงบ้างบางส่วนค่ะ คิดถึงเวลาที่ตัวเองเจอข้อมูลที่มีประโยชน์ในหน้าแมกกาซีนต่างๆ อย่างเช่นสูตรมาสก์หน้า พอถึงเวลาจะทำจริงๆ กลับหาไม่เจอ เลยต้องการรวบรวมไว้เพื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ด้วยค่ะ ^_^

แต่ทั้งนี้ก็จะเขียนในภาษาของตัวเองค่ะ ส่วนเรื่องของรูปภาพประกอบที่ใช้ ถ้าเป็นรูปทั่วๆไป จะซื้อมาจาก istockphoto.com ค่ะ เพราะอ้อมทำงานตรงนี้อยู่ เราให้เกียรติและเคารพเรื่องลิขสิทธิ์อย่างมาก แต่รูปภาพแฟชั่นจากรันเวย์ หรือรูปภาพดาราฮอลลิวูด อ้อมไม่สามารถรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้จริงๆค่ะ จึงต้องนำภาพมาจากหลายๆ เว็บที่เกี่ยวกับแฟชั่นเช่นกันค่ะ โดยทุกครั้งจะใส่ link ไปยังแหล่งที่มาด้วยค่ะ ซึ่งอ้อมก็นำภาพมาตกแต่ง ประกอบให้เป็นในแบบ vinegargirl เองหน่ะค่ะ ในบางเรื่องก็จะจัดหมวดหมู่ภาพด้วย พร้อมทั้งเขียนอ้างอิงถึงแบรนด์ที่เป็นเจ้าของชิ้นงานนั้นๆ เสมอค่ะ

ต้องบอกว่าตลอดเวลาที่ทำ vinegargirl.com มาปีกว่าๆนี้ ทำด้วยใจมาโดยตลอดค่ะ หลายๆ ครั้งต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูล และหารูปภาพ พร้อมทั้งทำรูปหลายวันกว่าที่จะเขียนขึ้นมาเป็น 1 บทความได้ (คิดว่าคนที่ทำบล็อก หรือเว็บหลายๆ ท่านคงเข้าใจความรู้สึกนี้นะคะ)  ในเวลาที่คนเริ่มเข้ามาดูเยอะขึ้น (จาก search engine เพราะไม่ได้โปรโมทที่ไหนค่ะ) ก็หวังแค่ว่า ถ้ามี sponsor ที่เห็นแล้วอยากแจกตัวอย่างทดลองให้กับกลุ่มผู้อ่าน เพื่อทราบ feedback ผ่านทางนี้ อ้อมก็จะขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ  อ้อมเองเคยติดต่อบริษัท เอลก้า เพื่อขอข้อมูล และรูปภาพ เวลาที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ วางจำหน่าย อยากจะช่วยแนะนำค่ะ แต่ก็ไม่ได้ความสนใจแต่อย่างใดทุกครั้ง อาจเป็นเพราะบล็อกนี้ เป็นแค่บล็อกเล็กๆ อยู่

พอได้เห็นข้อมูลตัวเองใน WOMENmthai ก็ดีใจนะคะ (แสดงว่า content ของเราก็คงน่าสนใจไม่น้อย)  แน่นอนว่าจำนวน page view มากกว่าจำนวนคนอ่านใน vinegargirl โดยตรงค่ะ ซึ่งในบางบทความที่นำไปใช้ทั้งหมด ไม่ได้มีการขออนุญาต หรือทำ link กลับมาแต่อย่างใด (จำนวน page view เราก็เท่าเดิมค่ะ แฮ่ๆ - -” )  คิดว่าคนเขียนบล็อกหรือเว็บหลายๆ คนคงเข้าใจนะคะ ว่าพอเค้านำไปหลายๆ บทความเข้า (เพื่อไปเติม content ให้เต็ม และขายโฆษณา ) รวมทั้งบางบทความ ที่ดูเหมือนตั้งใจจะทำเนียนๆ โดยเอา link ที่อ้อม refer แหล่งที่มารูปภาพ ที่อ้อมใส่ไว้ด้านบนสุด ก่อนขึ้นรูปภาพเสมอ แต่เค้าได้นำมาใส่ไว้ด้านล่าง เหมือนแหล่งที่มาของเนื้อหามาจากเว็บนั้นด้วย สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเสื่อมสมรรถภาพทางการเขียนหน่ะค่ะ กำลังใจถดถอย พลอยจะเป็นหมัน เอ้ย! หน้ามืด

หลังจากที่คุณเก่งเขียนขึ้นใน keng.com ไปเมื่อคืน (14 พ.ค. 2550) ในตอนเช้า ทาง WOMENmthai ก็แอบมาใส่ link และ logo ให้ค่ะ โดยที่ยังไม่มีใครติดต่ออ้อมมาเช่นกัน ในช่วงบ่ายของวันนี้ 15 พ.ค. 2550 คุณเก๋จาก WOMENmthai ได้โทรมาขอโทษและขอไกล่เกลี่ยให้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ค่ะ โดยแจ้งว่าทางน้องฝึกงานเป็นคนนำ content ไปใส่ค่ะ โดยขอคำปรึกษาว่าควรทำอย่างไรดี? ในขณะที่อ้อมเขียนเรื่องนี้อยู่ ในใจตอนนั้นคิดว่า น่าจะมีจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการ (ไม่ใช่มาอุบอิ๊บ งิ๊บงับกันอยู่แค่นี้ ) แต่คิดว่าตอนนี้คงถึงมือผู้ใหญ่ใน MThai แล้ว และได้มีจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ แต่สิ่งที่อ้อมอยากจะฝากไว้คือ

  • เว็บใหญ่ๆ แบบ MThai ในการเป็น Content Center น่าจะมีนโยบายชัดเจน หรือการ training ให้น้องๆ ฝึกงาน หรือ content editor ประพฤติในรูปแบบเดียวกัน ตามมารยาทที่ถูกต้องของเขียนเว็บนะคะ (เพราะการไม่ตรวจสอบ เนื้อหา หรือแหล่งข้อมูล นั้นหมายถึงทาง WOMENmthai ต้องการแค่ content ที่มาเติมให้เต็ม โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ก่อนที่จะนำเสนอเลยหรือคะ?
  • ทางคุณเก๋ได้แจ้งมาว่าอาจจะลบเนื้อหาที่เคยลงไว้ออก - อันนี้ขึ้นอยู่กับทาง WOMENmthai จะพิจารณาค่ะ
  • สิ่งที่อ้อมอยากทิ้งท้ายไว้คือ ในอนาคตทาง WOMENmthai จะแก้ไขไปในทิศทางใด คงไม่ใช่แค่ ทำ link ให้เวลาที่นำ content หลายๆ บทความไปลงอย่างเดียวนะคะ?
  • ในการที่อ้อมออกมาพูดในครั้งนี้ เพื่อต้องการความถูกต้องค่ะ ถ้าทาง WOMENmthai ได้ติดต่ออ้อม หรือสนใจในเนื้อหา ขอนำบทความลงในลักษณะเป็น partner (เพราะหลายบทความ หรือต้องการ content ที่ต่อเนื่อง) ตั้งแต่แรก อ้อมก็คงดีใจและยินดีอย่างยิ่งค่ะ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น และขั้นตอนในการแก้ปัญหาในตอนแรกไม่ professional ค่ะ
  • ตอนนี้ได้อ่านจดหมายแสดงความขอโทษจากทีมงาน WOMENmthai แล้วต้องบอกว่าขอบคุณค่ะ ที่ได้พยายามแก้ปัญหาและจะพยายามปรับปรุงให้ถูกต้อง อ้อมหวังว่าต่อไปเราคงได้เห็นสังคม (อินเตอร์เน็ต) พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนบล็อก หรือเว็บท่านอื่นๆที่พยายามทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมทุกๆ ท่านนะคะ ^_^

Popularity: 2% [?]

Comments (36)

FANCL Facial Washing Powder - Review

Posted on 14 May 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเป็นยังไงกับบ้างค๊า..เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอะฮั้นถือเป็นวัน 3 ซ. (ย่อมาจากซวยซ้ำซ้อน) ของตัวเองเลยค๊า..เพราะเจอไปถึง 3 เด้งในวันเดียว (อารมณ์ตรง เด้งแรก คือเด้งหน้าค่ะ นั่งอยู่ในรถจอดอยู่นิ่งๆ กำลังปัดขนตาอยู่ดีๆ แล้วก็มีรถมาจิ้มท้ายให้เด้ง(ไป)หน้าจิ้มตาตัวเองสิคะ! แถมไม่มีขอโทษแล้วยังทำให้รู้สึกว่า ต้องคลานเข่าขอขมาให้รอประกัน จนสับสนว่าใครเป็นคนชนกันแน่เนี่ย! -*- เด้งที่ 2 มันต่อเนื่องค่ะ คือต้องรีบไปช่วยเรื่องประชุมกับเพื่อน แต่ในช่วงที่พันละวันกับรถอยู่นั้น ก็จำไม่ได้ค่ะว่าต้องไปที่ตึกไหน ชั้นอะไร คนที่นัดกันไว้ก็เล่นปิดเสียงมือถือตลอดเวลา (แล้วเธอก็ไม่คิดจะหยิบโทร. มาดู หรือโทรหาก่อนถึงเวลาประชุมเลยซักกะติด๊ดดด..) ดิชั้นก็ต้องวิ่งหาตึกเอาเองค่ะ (ซึ่งมีทั้งหมด 3 ตึกๆ ละ 20 ชั้น) กว่าจะเจอเล่นเอาเยินเหมือนไปออกรบมายังไงอย่างงั้น โอ้ววว..พอเสร็จธุระ ว่าจะไปเดินเล่นแก้เครียด แต่กลับเครียดยิ่งกว่าเดิมค่ะ เพราะสร้อยข้อมือเส้นโปรดที่ใส่มานั้น เกิดหล่นหายโดยไม่รู้ตัว!! เอากันเข้าไปค่ะ ท่านผู้ชม!! 55555 เพราะฉะนั้นใครที่กำลังเครียด หรือว่ารู้สึกแย่กับตัวเองอยู่ ไม่ต้องเครียดไปนะคะ ทุกปัญหามีทางออกค่ะ ปัญหาไหนแก้ไม่ได้แล้วก็ต้องทำใจค่ะ อย่างตัวเองจะต้องคิดไว้ก่อนว่า คิดมากเดี๋ยวหน้าไม่สวยค่ะ อิอิ ^_^

เรามาฟังเรื่องน่ายินดีกันบ้างค่ะ ขอแสดงความยินดีกับ น้องโอปอล นะคะ ที่ได้เป็น Medical Technologist แล้วค่ะ ยินดีด้วยค๊า…teeth_smiley.gif และขอต้อนรับน้องปอด้วยค๊า.. และเรื่องที่ติดค้างกันไว้กับ น้อง Pato ใจเย็นๆ อีกนิดนึงนะคะ เดี๋ยวจะรีบหาข้อมูลมาใส่ไว้ในบล็อกด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องของวันนี้ขอยกให้เรื่องของ NooNui กันก่อนนะคะ สำหรับ cleanser ค่ะ (บ่นมาซะยาวเลย สงสัยว่าต้องอ่านกันตาลายแน่ๆ เลยค่ะ topic วันนี้ แฮ่ๆ ) เนื่องจากน้อง NooNui อยากให้แนะนำ cleanser ว่ายี่ห้อไหนใช้ดีค่ะ จริงๆ โดยส่วนตัวเนี่ย ใช้ได้ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ไม่จำกัดราคาค่ะ เพราะหน้าทนทานต่อการแพ้ค่ะ อิอิ วันนี้เลยขอแนะนำยี่ห้อที่ช่วงนี้สาวๆ คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี จากโฆษณาทีวี และตามหน้าแมกกาซีนนะคะ นั่นคือ
fancl_facialwashingpowder-0.jpg
Facial Washing Powder จาก FANCL
ราคา : 600 บาท
ขนาด : 50g

คุณสมบัติ :

  • ผงแป้งล้างหน้า สามารถสร้างฟองครีม แบบหนานุ่ม ล้างหน้าได้อย่างสะอาดหมดจด
  • Perfect Cleansing Sensor หน้าที่พิเศษช่วย ขจัดเฉพาะสิ่งสกปรก ความมันส่วนเกิน และเซลล์ผิวเก่า
  • ช่วยปกป้อง ชั้นความชุ่มชื่นของผิว Moisture Layer ไม่ให้ถูกชำระล้างออกไป ผิวจึงนุ่มนวล ไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า
  • ช่วยเสริมประสิทธิภาพ การบำรุงผิวหลังล้างหน้า ทำให้สารบำรุงผิว ซึมซาบลึกสู่ชั้นผิว ได้ดีกว่าการล้างหน้า ในแบบอื่น ๆ เมื่อล้างซ้ำสองครั้ง สามารถล้างคราบเครื่องสำอางบาง ๆ ได้
  • มีส่วนประกอบของ Amino-acid based Cleansing คือสารเคมีที่มีคุณสมบัติเดียวกับชั้นผิวของคนเรา ที่อ่อนโยนและช่วยทำความสะอาดผิว และให้ประสิทธภาพที่สูงกว่าเมื่ออยู่ในรูปของผงแป้ง

Review : เห็นราคากับขนาดขวดตอนแรก ก็รู้สึกตกใจนิดหน่อยค่ะ เพราะไม่ค่อยทุ่มทุนสร้าง cleanser ที่มีราคาค่อนข้างแพงค่ะ แต่ด้วยความอยากรู้อยากลอง เลยทำให้ตัดสินใจซื้อ Facial Washing Powder ตัวนี้มาค่ะ ในตอนแรกที่ซื้อมาขั้นตอนแลดูเยอะค่ะ B.A. อธิบายมาถึงบ้านลืมหมดค่ะ เลยต้องเข้าไปดูตัวอย่างขั้นตอนการใช้ใน web แทนค่ะ (มีตัวอย่างที่เป็นคนจริงๆ กับภาพ animation ในส่วนล่างสุดของหน้าที่ให้ไว้นะคะ) ขั้นตอนเค้าคือต้องโรยผงแป้ง แล้วใช้ลูกบอลที่เค้าให้มา (หรือใช้พัฟ ที่ต้องซื้อแยกนะคะ แต่เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขั้นเมื่อใช้คู่กัน..เค้าว่าอย่างนั้น) แล้วเราก็ต้องบีบๆๆ พัฟให้เกิดฟอง แล้วต้องพักฟองที่หยาบๆ (แลดูเหมือนฟองเวลาล้างจาน แต่เสียงเวลาปั๊มฟองเหมือนซักผ้าหน่ะค่ะ แฮ่ๆ sweat-21.gif นี่เราล้างหน้าอยู่แน่หรือนี่!?!? ) นำฟองไปพักที่มือนึง ทำสลับกันไปมา จนกว่าจะเป็นเนื้อครีมละเอียดๆค่ะ ครั้งแรกที่เราทำเวลาที่เริ่มเห็นฟองเปลี่ยนเป็นครีมเนื้อละเอียด มันช่างเป็น moment ที่มีความหวังเกินบรรยายค่ะ..ว่าเราจะได้เริ่มได้ล้างซักที! 555 อ้ะ! ล้อเล่นน.. เราจะรู้สึกว่าอยากกินฟองนั้น เพราะมันช่างเหมือนวิปครีมเสียนี่กระไร!?! ไม่ใช่แล้น! แล้วเราก็ต้องล้างตามขั้นตอนการถูพัฟลงบนหน้าให้ถูกวิธีด้วยค่ะ

พอล้างเสร็จ แว้บแรกที่มองกระจก บอกได้เลยค่ะว่าหน้าดูใสขึ้นจริงๆ และรู้สึกสะอาดๆ ดี แต่หลังล้างหน้าด้วย Washing Powder ในครั้งแรกนี่ รู้สึกหน้าตึงๆ นิดหน่อย ไม่ทราบว่าเพราะไม่ชินรึเปล่า..เพราะที่ผ่านๆ มาใช้โฟมแบบไม่มีฟองหน่ะค่ะ มันจะได้อารมณ์ล้างหน้าแบบไม่ได้ล้าง 555 งงอ่ะป่าวคะ แบบล้างแล้วหน้ายังเหมือนมันๆ ลื่นๆ อยู่ แต่พอเปลี่ยนมาเป็นฟังก์เคลตัวนี้แล้ว มันจะไม่รู้สึกมันๆ ที่ผิวแล้วหน่ะค่ะ แต่ไม่ทราบว่าคิดไปเองรึเปล่า รู้สึกว่าหน้าก็นุ่มๆ ดีค่ะ และรู้สึกว่าเวลาทาโลชั่นแบบที่เป็นน้ำหลังการล้างหน้า ก็ซึมซาบได้ทั่วทั้งใบหน้าได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

หลังจากล้างหน้าด้วย Facial Washing Powder ผ่านไป 1 เดือนก็รู้สึกว่าสิวอุดตันที่บริเวณคางลดลงค่ะ จนตอนนี้เริ่มติด(ใจ) ค่ะ ถ้าวันไหนไม่ได้ล้างด้วยเจ้าตัวเนี้ย ก็จะ(คิดไปเอง)ว่าหน้าไม่ใส และไม่สะอาดเท่าไหร่ (ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็ไม่แน่ใจว่าจริงรึเปล่า เพราะอันนี้ใช้ความรู้สึก และการสังเกตของตัวเองวัดเอาหน่ะค่ะ) เพราะจริงๆ โดยส่วนตัวไม่ค่อยสังเกตผลหลังการใช้ของ cleanserเหมือนพวก skincare หน่ะค่ะ คือรู้สึกว่าก็แค่ล้างหน้า แต่ Facial Washing Powder ตัวนี้สามารถทำให้รู้สึกได้ค่ะ ว่าหน้าใสขึ้นเล็กน้อย - ปานกลาง รู้สึกว่าหน้าสะอาดและพร้อมสำหรับขั้นตอนการบำรุงต่อไปค่ะ cute_2.png ส่วนเรื่องราคากับความคุ้มค่า ก็คิดว่าพอได้นะคะ เพราะขวดนึง สาวๆ สามารถใช้ได้ประมาณ 2 เดือน (แต่ที่ตัวเองใช้นี่มากกว่า 2 เดือนค่ะ สงสัยช่วงแรกๆ ประหยัดผงแป้งไปหน่อย อิอิ) ก็ควรเก็บขวดผงแป้งไว้ในที่แห้งๆ หน่อยหน่ะค่ะ ถ้าเอาไว้ในห้องน้ำ อาจทำให้ผงแป้งชื้นๆ แล้วมีเศษผงแป้งชื้นๆ ติด อุดตันที่ปากขวด อาจทำให้เทยาก หรืออาจทำให้ความสดใหม่ลดลงเร็วขึ้น เพราะฝาปิดไม่ได้สนิทค่ะ อ้อ! ลืมบอกว่าสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ คือเครื่องสำอางของฟังก์เคลเค้าไม่ผสมสารกันเสียค่ะ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ vinegargirl เองรู้สึกว่าได้ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ปลอดภัยจริงๆ เลยค่ะ

จุดด้อยของเค้า ก็คงเป็นอย่างที่บอกหน่ะค่ะ สาวๆ อาจต้องขยันกันสักนิด อย่างตัวเองก็ต้องตื่นเช้าหน่อยเพื่อการนี้โดยเฉพาะค่ะ! โอ้วว..แลดูเหมือนอลังการ คือจริงๆโดยส่วนตัวเนี่ย เป็นคนที่ขี้เกียจสุดๆค่ะ ขนาดที่ไม่ค่อยใช้ครีมนวดผม เพราะขี้เกียจนวดแล้วล้างอีกครั้ง แฮ่ๆ sweat-21.gif ทุกๆ อย่างจะรีบๆค่ะ ไม่เน้น แต่เพื่อสิ่งนี้ก็เลยต้องมีเวลาปล้ำ เอ้ย! ปั๊มกะเค้าหน่อย ซึ่งตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกเสียเวลาหน่อยค่ะ ทำๆไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มชิน แต่บางวันที่ขี้เกียจจริงๆ ก็ไม่ได้ใช้ค่ะ แต่ตอนนี้แก้ปัญหาด้วยการซื้อแบบ Liquid มาใช้ค่ะ แบบนี้ถ้าใช้กับพัฟนี่ หยดเพียงนิดก็ให้ฟองราวกับซักผ้าได้เป็นกาละมังเลยค่ะ แฮ่ๆ หรือบางทีขี้เกียจมากๆ ก็ใช้มืออย่างเดียวก็เกิดฟองได้ง่ายกว่าค่ะ

ส่วนขั้นตอนสำคัญของการใช้ Facial Washing Powder ให้เกิดฟอง
ถ้าใช้มือ (อูยยยย..สยิวคำพูดตัวเอง อิอิ) จะไม่ค่อยเกิดฟองได้ดีหน่ะค่ะ หรือว่าข้าพเจ้าไม่มีความสามารถก็ไม่ทราบ แต่แนะนำว่าให้ใช้ลูกบอลที่เค้าให้มา หรือใช้คู่กับพัฟดีที่สุดค่ะ สำหรับ powder ถ้าสาวๆ ที่อยากประหยัดเวลาก็ลองแบบ liquid ได้นะคะ แต่ถ้าให้แนะนำ สาวๆ ควรลองแบบ original คือแบบผงแป้งกันก่อนค่ะ teeth_smiley.gif

คะแนน 4star1.jpg

Note: ถ้าสาวๆ หรือหนุ่มๆ คนไหนอยากทดลองใช้ดู (เมื่อเดือนที่ผ่านมา เค้ามีแจก sample ด้วยนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่า ตัวอย่างทดลองของ Facial Wasing Powder อันนี้หมดไปรึยัง?) ลองไปเช็คดูได้ค่ะ ที่เคาน์เตอร์ หรือสามารถสั่งซื้อทาง FANCL Call Center ด้วยนะคะ

สำหรับสาวๆ คนไหนที่มี cleanser ดีๆ อยากแนะนำ รบกวนลองบอกกันเข้ามาหน่อยนะค๊า.. appre.gif

Popularity: 8% [?]

Comments (12)

วิธีแต่งตาแบบง่ายๆ แต่เซ็กซี่ค่ะ

Posted on 11 May 2007 by Vinegar Girl

ต้องขอโทษด้วยอีกครั้งค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งทู้กวันค่ะ เลยอัพบล็อกไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่ อย่าเพิ่งงอนกันนะคะ สำหรับน้องๆ ที่ถามคำถาม และฝากให้หาข้อมูลกันมานั้น อดใจรอซักแป็บนะคะ จะรีบจัดให้โดยด่วนเลยค่ะ ^_^

สำหรับเทรนด์เมคอัพที่ให้ดวงตาเซ็กซี่แบบ Doe eyes ในคราวที่แล้ว หลายๆ คนบ่นว่ายากไปหน่อย วันนี้เลยนำเสนอการแต่งตาแบบง่ายๆ และรวดเร็วทันใจ ใช้เวลาไม่นาน แต่ยังให้ความเซ็กซี่ ดูชวนฝันกับดวงตาคู่สวยของสาวๆ นะคะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก elle  

howto-makeup-sexy-eyes_01.jpg

เทคนิคสำหรับดวงตาเซ็กซี่บาดใจแบบนี้ อยู่ที่การมิกซ์เทกซ์เจอร์กันระหว่าง อายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ ที่ทาทั่วเปลือกตา และเน้นขอบตาด้วยเนื้อเมทัลลิคค่ะ

วิธีแต่งตาแบบนี้

Step 1 : เลือกอายแชโดว์สีบรอนซ์ หรือทอง เกลี่ยให้ทั่วเปลือกตาค่ะ ถ้าต้องการความรวดเร็วยิ่งขึ้น ลองเลือกอายแชโดว์แบบที่เป็นเนื้อมูสหรือครีมก็จะเกลี่ยได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ และยังให้เนื้อสีที่ชัดเจน ติดทนนานยิ่งขึ้นค่ะ

Step 2 : ทำแปรงเขียนขอบตาของคุณให้ชื้นๆ แล้วจุ่มลงไปในอายแชโดว์เนื้อเมทัลลิค แปรงที่ค่อนข้างชื้น หรือเปียกหมาดๆ นั้นจะทำให้สีของอายแชโดว์เข้มขึ้น จนใช้เขียนเปรียบเสมือนอายไลเนอร์ได้เลยทีเดียวค่ะ แต่ลุคนี้เราไม่ต้องการเส้นที่ดูคมชัดมากเกินไปของอายไลเนอร์นะคะ  
Note : โดยส่วนตัวยังไม่เคยลองทำแปรงให้เปียกหมาดๆ แล้วจุ่มในอายแชโดว์ เพื่อใช้เขียนเป็นไลเนอร์นะคะ อ้ะๆ แต่ถ้าใครที่อยากสวยแบบชัวร์ๆ vinegargirl เคยเห็นผลิ๖ภัณฑ์ของ Make Up Store ค่ะ เป็นน้ำยาที่ช่วยแปลงอายแชโดว์สีโปรดให้เป็นอายไลเนอร์ค่ะ (Make Up Store เมคอัพแบรนด์นี้จากสวีเดนค่ะ ใครสนใจลองไปเช็ค & อัพเดทได้ค่ะเคาน์เตอร์ที่ Zen ค่ะ) 

howto-makeup-sexy-eyes_02.jpg

Step 3 : เพื่อเพิ่มมิติให้กับดวงตา ใช้อายแชโดว์สีเข้ม (อาจเป็นน้ำตาลทอง) แต้มในส่วนของรอยพับบนเปลือกตา ให้เน้นที่หางตาก่อนนะคะ แล้วค่อยๆ เกลี่ยให้กลมกลืนกระจายมาประมาณกลางลูกตา   คิดภาพตามง่ายๆ นะคะ ให้เกลี่ยให้กลมกลืนคล้ายๆ รูปสามเหลี่ยมค่ะ แต่จะเป็นสามเหลี่ยมไม่สมประกอบ เพราะด้านที่ชิดขนตา มุมมันจะหายไปเหมือนพับครึ่งอยู่ค่ะ และเป็นสามเหลี่ยมแบบนอนด้วยค่ะ โดยยอดแหลมของสามเหลี่ยมอยู่ประมาณลูกตาดำ แล้วฐานของสามเหลี่ยมคือแนวหางตาค่ะ ( เอ่อ…สาวๆ บอกยิ่งพยายามอธิบาย ยิ่งทำให้งง!?!? อ่านของตัวเองก็เริ่มงง ด้วยเหมือนกันค่ะ ลองดูภาพประกอบนะคะ แฮ่ๆ sweat-21.gif ) หลังจากนั้นดัดและปัดขนตา เท่านี้เป็นอันเสร็จค่ะ

สาวๆ ลองฝึกฝีมือกันดูนะคะ คิดว่าไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับสาวๆ คนเก่งของเรา ได้ผลยังไงอย่าลืมมาบอกกันด้วยนะค๊า  ^_^

Popularity: 5% [?]

Comments (7)

Summer 2007 Accessories - Flats

Posted on 08 May 2007 by Vinegar Girl

เป็นยังไงกันบ้างค๊า..หยุดยาวหลายวันไปเที่ยวไหนกันบ้างรึเปล่าคะ? vinegargirl เราก็หายหน้าหายตาไปพร้อมกับวันหยุดอยู่เรื่อยเลยค่ะ แฮ่ๆ shy.gif (สงสัยว่ามันไม่เร้าใจเท่า ตอนแอบทำในเวลางานมั้งคะ อิอิ อ้ะ! ล้อเล้นนนน) เลยไม่ได้มาทักทายน้องๆ ที่เข้ามา comment กันเลยนะคะ (เพิ่งเข้าไปตอบมาเมื่อกี้เองค่ะ…อย่าเพิ่งงอนกันนะค๊า… กระซิกๆๆ)  ยังไงก็ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ appre.gif

วันนี้เรามาอัพเดทเทรนด์กันต่อนะคะ ทุก Summer เค้ามากันเป็นแฝด (<– ไม่ใช่หนังนะเคอะ!) แต่มักจะมาคู่กันระหว่าง Wedges (รองเท้าส้นตัน)  + Flats (และรองเท้าส้นแบน) ค่ะ ไปดูกันเลยนะคะว่าซีซั่นนี้มีสไตล์ไหนกันบ้าง

ป.ล. เห็นกระแสละคร “แรมพิศวาส” ฮ็อตฮิตติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วน่าจะมีภาค 2 เป็น “ฮาร์ดดิสก์ริษยา” อุ้ย! ไม่ใช่แล้น!! ล้อเล่นน้าค๊า…sweat-2.gif  แฮ่ๆ

ขอบคุณภาพจาก style และ elle ค่ะ

vinegargirl-s-07-flats-01.jpg

vinegargirl-s-07-flats-02.jpg

Popularity: 2% [?]

Comments (2)

CATEGORIES

INFORMATION

eXTReMe Tracker