Archive | May, 2007

กระเป๋าใส่ Laptop เก๋ ๆ สำหรับสาว ๆ

Posted on 30 May 2007 by keng

กระเป๋าใส่ laptop หรือที่เรารู้จักกันในนานว่า คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นกระเป๋าเชย ๆ เหมือนที่เราเห็นกันโดยทั่วไป เดี๋ยวนี้เค้ามีกระเป๋า หรือซองใส่ laptop แบบสวยเก๋ เอาไว้ใส่ laptop ไปประชุมได้โดยไม่อายลูกค้า หรือเพื่อน ๆ ของเราแล้วครับ

Women Laptop Bag

1. Mobile Edge Madison Women’s Notebook Tote
กระเป๋าโน๊ตบุ๊คจาก Mobile Edge รุ่น Madison ใบนี้ สามารถใช้ใส่โน๊ตบุ๊คไปทำงาน และไปเที่ยวได้เลย เพราะดีไซน์ที่ทำออกมาในแนวคลาสสิค ใช้ได้ในทุกโอกาสแบบไม่ขัดเขิน เรียกได้ว่าซื้อใบเดียว คุ้มไปทุกงาน จุดเด่นคือพื้นที่เก็บของเยอะมาก แถมยังมีที่เพียงพอสำหรับใส่เครื่องสำอางได้อีกด้วย เป็นกระเป๋าที่เหมาะกับสาว ๆ อย่างแท้จริง ส่วนวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าใบนี้คือ ผ้าและหนัง สามารถใส่โน๊ตบุ๊คที่มีขนาดหน้าจอกว้างได้ถึง 15 นิ้ว ราคาประมาณ 150 เหรียญสหรัฐ

2. Mobile Edge Komen Microfiber Tote

สำหรับใบที่สอง เป็นกระเป๋าโน๊ตบุ๊คจาก Mobile Edge รุ่น Komen ซึ่งทำจากผ้าุไมโครไฟเบอร์ กระเป๋าใบนี้มีแถมพวกกุญแจเก๋ ๆ ด้วยนะครับ พร้อมทั้งมีกระเป๋าเล็ก ๆ สำหรับใส่เครื่องสำอาง สามารถดึงแยกไปใช้ต่างหากได้ด้วย พร้อมทั้งใส่โน๊ตบุ๊ค ที่มีขนาด 15 นิ้วได้สบาย ๆ ราค 129.99 เหรียญสหรัฐ

3. Clark & Mayfield Metro-Express Laptop Tote

กระเป๋าโน๊ตบุ๊คใบเก๋ Clark & Mayfield รุ่น Metro-Express นี้เหมาะกับสาว ๆ สมัยใหม่อย่างแท้จริง เรียกได้ว่าใช้ใบนี้ใบเดียว หอบหิ้วของทุกอย่างของคุณไปได้ด้วย ด้วยกระเป๋าที่ใหญ่มาก ใ่ส่โน๊ตบุ๊คที่มีหน้าจอใหญ่ ๆ ได้สบาย แถมสายสะพายก็ยังนุ่ม ไม่ทำให้หัวไหล่ของสาว ๆ ต้องมีมลทิน ด้านในมีช่องใส่ของ ไว้ใส่พวกปากกา หรือโทรศัพท์มือถือ เครื่องปาล์มเป็นต้น วัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าใบนี้คือ หนังและโพลีเอสเตอร์ ราคาแค่ใบละ 129 เหรียญเท่านั้นเองจ้า
4. The Slim Cargo

กระเป๋าโน๊ตบุ๊ครุ่น The Slim Cargo ของ Acme Made นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่พื้นที่เก็บของ ที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เราสามารถใส่พวกเมาส์ หรือสายไฟต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก มีการบุโฟมนุ่ม ๆ ที่ตัวกระเป๋า เพื่อป้องกันความเสียหายให้กับโน๊ตบุ๊คคู่ชีพของสาว ๆ และนอกจากนี้ กระเป๋าใบนี้ยังป้องกันน้ำหกใส่ได้อีกด้วย เพราะว่าตัวผ้าเป็นผ้าแบบกันน้ำ ราคาของ The Slim Cargo เริ่มต้นที่ 109.99 เหรียญสหรัฐ จนถึง 249.99 เหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุครับ

5. Sumo Laptop Sleeve

สำหรับกระเป๋าสามใบที่เห็นข้างบนนี้ มันคือซองใส่ Laptop หรือฝรั่งเค้าจะเรียกว่า Laptop Sleeve ยี่ห้อ Sumo คือเราสามารถเอาคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของเรา ใส่เข้าไปในซองนี้ได้ จะถือไปประชุมเลยก็ได้ หรือจะเอาไปใส่กระเป๋าโน๊ตบุ๊คอีกที ก็จะใช้เป็นซองที่ทำหน้าที่กันกระแทกได้อีกด้วย โดยกระเป๋า Sumo Laptop Sleeve นี้ทำออกมาสำหรับโน๊ตบุ๊ค ที่มีขนาดหน้าจอกว้าง 13 นิ้ว 15 นิ้ว และ 17 นิ้ว โดยทำออกมาถึงสี่สีด้วยกัน คือสีแดง สีชมพู สีดำ และสีเขียว สำหรับกระเป๋าของ Sumo นี้มีจำหน่ายที่เว็บ KoloBags ราคาใบละ 34.99 เหรียญสหรัฐ ใครสนใจไปสอยกันมาได้เลยจ๊ะ

6. GYMSPacific MacBook Sukie Sleeve – 13″

สาวก Mac ย่อมไม่ควรพลาดซองใส่โน๊ตบุ๊คใบนี้ เป็นกระเป๋าที่ทำมาเฉพาะสำหรับ Apple MacBook หน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว มีให้เลือกสามลาย เราลองเอามาให้ดูลายเดียวก่อน ใครอยากดูลายเพิ่มก็แวะไปดูได้ที่ ebags.com นะครับ โดยวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าใบนี้เป็นยางเทียม ที่กันน้ำ และสามารถกันกระแทกได้ด้วย ถ้ากระเป๋าเลอะ สามารถนำกระเป๋าไปซักในน้ำ และสบู่ได้ด้วย เรียกได้ว่า ดูแลรักษาก็ง่ายด้วย สนนราคาประมาณ 38 เหรียญสหรัฐจ้า ที่ ebags.com

จะเห็นว่ากระเป๋าโน๊ตบุ๊คสมัยนี้ ดีไซน์กันสวย ๆ เก๋ ๆ ทั้งนั้น ถ้าเราไม่สะดวกสั่งซื้อจากเืมืองนอก เราลองมามองร้านค้าในเมืองไทยกันบ้าง เท่าที่ผมเคยเห็นร้านที่มีขายกระเป๋าโน๊ตบุ๊คเก๋ ๆ  ดีไซน์อาจจะไม่เหมือนกันเปี๊ยบ แต่ว่ามีแบบเก๋ ๆ สำหรับสาว ๆ เยอะเหมือนกัน ลองแวะไปดูร้าน IT City ที่สยาม พารากอน กันดูครับ

Comments (9)

How to look good กับแพรว

Posted on 28 May 2007 by Vinegar Girl

เป็นยังไงกันบ้างคะสาวๆ เมื่อวีคเอนด์ที่ผ่านมา สภาวะของกระเป๋าสตางค์ยังแข็งแรงกันดีอยู่ใช่ไหมคะ?! อิอิ kuki.JPG ใจเย็นๆ กันนะค๊า…สำหรับใครที่เงินเดือนยังไม่ออก หรือ(กระเป๋าสตางค์) ยังแข็งแรงดีละก็ เก็บเงินไว้ก่อนค่ะ รีบเช็คปฏิทิน และทำตัวให้ว่างไว้ในวันที่ 16 – 17 เดือนมิถุนายนนี้กันนะคะ เพราะวันนี้ Vinegargirl มีเรื่องดีๆ จะมานำเสนอกันค่ะ

ติดค้างไว้เมื่อครั้งกระนู้นนนน (หลายเดือนที่ผ่านมา) แฮ่ๆ ว่าจะเล่าให้ฟังว่าอะฮั้นไปทำอะไรมาแบบดีๆ มีหลายท่าไม่ว่าจะนั่งหรือยืน…และครั้งแรกอีกแล้วค่ะ คริๆๆ fauxcul1.jpg ต้องขอบคุณ คุณอาร์ม (หนุ่มมาด + น้ำเสียงสุดเท่) ที่โทรมาชวนให้ไปทำกิจกรรมสุดยอดดดแบบนี้หน่ะค่ะ

ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะคิดเตลิดเปิดเปิงกันไปไกล (ที่จริงเกริ่นมาซะยาว) จะแอบกระซิบว่า
คุณอาร์ม อิศรัช เทวะวโรดม (Marketing Manager) แห่ง Amarin Training เค้าโทรมาชวนให้อ้อมไปอบรมหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ How to Look Good กับนิตยสารแพรว มาค่ะ (เนื่องด้วยอ้อมเป็นศิษย์เก่าหลักสูตรทำเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ และเคยบอกเอาไว้ใน vinegargirl นี้) คุณอาร์มเห็นว่าหลักสูตรนี้น่าจะเหมาะกับสาวๆ อย่าง vinegargirl เลยลองนำเสนอมาให้อ้อมดูหน่ะค่ะ พอเห็น course outline แล้ว มีหรือที่สาว vinegargirl อย่างเราจะพลาด

และขอขอบคุณภาพจาก Amarin Training ด้วยค่ะ ^_^

how-to-look-good-preaw-02.jpg

สำหรับ How to Look Good with Preaw ครั้งที่ไปมานี้เป็นรุ่นที่ 1 เลยค่ะ เปิดอบรมไปเมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาค่ะ [ขอข้ามรายละเอียดของ course outline ไปเลยนะคะ (<- คลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ค่ะ) ใจร้อนอยากเล่าเร็วๆค่ะ ] เนื่องจากครั้งที่แล้วววว (เพราะมันนานมากมาแล้วค่ะ) ที่เคยอบรมหลักสูตรเบเกอรี่ ไม่ได้มาอบรมที่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ค่ะ [เพราะตอนนั้นเค้ากำลังสร้างสถานที่ ที่นี่อยู่นั่นหล่ะค่ะ] ครั้งนี้เลยถือว่าเป็นครั้งแรก กับรุ่นแรกในสถานที่แห่งนี้ค่ะ อะฮั้นจึงเกิดอาการก่งก๊งกับเส้นทาง เลยมาสายในวันแรก (คำว่าแรกเยอะจริงๆ) ทำให้พลาดช่วงแรกของพี่เจี๊ยบ เอกมล อรรถกมล บรรณาธิการแฟชั่นนิตยสารแพรว ไปอย่างน่าเสียดายค่ะ มาก่อนเบรคแรกสักพัก แต่ไม่แน่ใจว่าพี่เจี๊ยบอธิบายอะไรไปแล้วมั่ง เลยไม่ค่อยกล้าถามค่ะ

ในช่วงเช้าพี่เจี๊ยบ จะพูดถึงการแต่งตัว ให้เหมาะกับรูปร่างของแต่ละคน เช่น สาวที่ไม่ค่อยมีก้น แต่มีหน้าท้อง ไม่ใช่ว่าจะเลือกกระโปรงจีบรอบตัวแล้วปลอดภัย ช่วยเสริมให้ดูมีสะโพกอย่างเดียวนะคะ แต่พี่เจี๊ยบแนะนำว่า ควรเลือกแบบที่ด้านหน้าไม่มีจีบ แต่มีจีบที่ด้านหลังอย่างเดียวค่ะ ซึ่งตรงนี้ทุกๆ คนในห้อง ก็พยายามถามคำถาม เพื่อให้พี่เจี๊ยบได้แนะนำการแต่งตัว ให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเองกันทั้งนั้นค่ะ เรียกว่า สิ่งที่พี่เจี๊ยบสอนนั้น มาจากประสบการณ์จริง ที่คลุกคลีในวงการแฟชั่นมานาน ไม่ใช่สอนจากตามทฤษฎีนะคะ เพราะเห็นกับตามาเลยค่ะ (เพราะพี่เจี๊ยบวาดให้ดู 555 ) ว่าบางทฤษฎีนั้นก็อาจใช้ไม่ได้จริงๆ อย่างเช่นเสื้อลายดอก ที่เคยอ่านมาจากหลายหนังสือว่า คนรูปร่างอ้วนหรือตัวใหญ่ ให้ใส่ลายดอกเล็กนั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่ซะแล้วค่ะ เพราะลายดอกที่ใหญ่กว่า ในขนาดเสื้อที่เท่ากัน แต่กลับพรางตาให้เห็นว่าเสื้อมีขนาดเล็กลงค่ะ จากนั้นก็เบรคในช่วงเช้าค่ะ

how-to-look-good-preaw-01.jpg

จากนั้น เราก็ยังอยู่กับพี่เจี๊ยบกันต่อ กับช่วงที่หลายๆ คน รวมทั้งตัวเองตั้งตารอคอย กับการ Mix & Match Grooming ค่ะ งานนี้ได้ลองไปมิกซ์และแมทช์ด้วยตัวเองด้วยค่ะ พี่เจี๊ยบได้สอนการมิกซ์เสื้อผ้า และเครื่องประดับให้กับสาวๆ ในห้อง และจากนั้นก็สอนการค้นหาสไตล์ให้กับตัวเองค่ะ เทรนด์แฟชั่นสำหรับปีนี้ และเคล็ดลับเรื่องแฟชั่นอีกมากมายค่ะ

หลังจากพักกลางวัน [อาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ที่แสนอร่อย ทำให้ลืมไปเลยว่ากำลังควบคุมน้ำหนัก 5555] เราก็เข้ามาต่อกับเคล็ดลับการทำผมไปงานต่างๆ การดูแลรักษาผิวพรรณ จากนั้นก็พบกับ 2 (สาว) วิทยากรคนสวยจาก Make Up Store ค่ะ ซึ่งมาสาธิตการแต่งหน้าแบบง่ายๆ พร้อมเสียงฮาเป็นระยะๆ ค่ะ และเคล็ดลับการแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าของแต่ละคน เช่นสาวแก้มพอง ก็ได้เรียนรู้วิธีเฉดดิ้ง (shading) เพื่อพรางให้ดูหน้าเรียวขึ้น [ <-- ฮ่าๆ ถูกใจสาวๆ กันใช่มั้ยหล่ะค๊า..]

ในวันอาทิตย์เป็นวันที่อะฮั้นก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันค่ะ เพราะวันนี้มีหลายเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้วันแรกเลยทีเดียวค่ะ เป็นวันที่ให้สาวๆ ได้สวยจากภายในและมีบุคลิกภาพที่ดี

เริ่มจากช่วงเช้าเราได้พบกับ คุณชนินทร์ ต่วนชะเอม ซึ่งเป็นเจ้าของและวิทยากรประจำสถาบันสอนบุคลิกภาพ ที่มาสอนให้เราได้ปรับทัศนะคติ โดยการพูดแนะนำตัวและสิ่งที่คิดว่าตัวเราเป็น หรือปัญหาทีตัวเรามีอยู่ทีละคนค่ะ โดยส่วนตัวเห็นว่าเรื่องการมีทัศนะคติที่ดีสำคัญมากๆ ค่ะ ตรงนี้คุณชนินทร์ได้เน้นย้ำ และช่วยให้สาวๆ สวยจากภายในจริงๆค่ะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการสร้างความประทับใจครั้งแรกกับผู้พบเห็น การแสดงออก การเข้าสังคม การวางตัว การควบคุมอารมณ์ และการสื่อสารที่ดีที่น่าประทับใจค่ะ เรียกว่าเยอะเสียจนอยากจะต่อเวลา ก่อนพักทานอาหารกลางวันกันเลยทีเดียวค่ะ

how-to-look-good-preaw-03.jpg

หลังจากนั้นก็คิดว่าเป็นช่วงที่ทุกๆ คน โดยเฉพาะตัวเองรอคอย เพราะเราจะพบกับคุณพาย ภัทรียา ณ นครกันแบบใกล้ชิด คุณพายได้สอนวิธียืน (ให้สวย) เวลาที่ต้องไปงานสังคม หรือสาวๆ หลายคนอาจประสบปัญหาที่ต้องไปงาน แล้ววางตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเอามือไปไว้ตรงไหน หรือควรทำอะไรก่อน รับรองว่าจะได้คำตอบจากคุณพายแน่นอนค่ะ

how-to-look-good-preaw-05.jpg

คุณพายให้ทุกคนเดินให้ดูค่ะ และค่อยแนะนำวิธีปรับปรุงการเดินของแต่ละคนให้สวยขึ้นค่ะ ไม่ใช่แค่เดินนะคะ ยังมีท่านั่ง แบบระบบสัมผัส [<-- ขอเรียกแบบนี้นะคะ คุณพาย อิอิ] ที่เอาไว้ใช้เวลาที่รับเชิญไปบนเวที แล้วต้องนั่งบนเวที หรือจะนำไปใช้เวลาสอบสัมภาษณ์ก็ได้ค่ะ แบบท่านั่งที่ทุกคนลงความเห็นว่ายากมาก แต่คุณพายทำได้สวยมากๆ ค่ะ ทุกคนรวมทั้งตัวอะฮั้น เลยพยายามที่จะฝึกการนั่งให้สวยประทับใจกันหลายรอบค่ะ อิอิ

how-to-look-good-preaw-04.jpg

จากนั้นก็เป็นการสาธิตมารยาทบนโต๊ะอาหารค่ะ โดยคุณพายจะอธิบายก่อนว่า ช้อนส้อมอันไหน ใช้กับอะไร แก้วแบบต่างๆ เรียกว่าได้ทราบครบทุกอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารแน่นอนค่ะ จากนั้นคุณพายก็จะเริ่มลงมือทาน (ปลอมๆ) ให้เราดูว่า วิธีทานอาหารที่ต่างชนิดกันควรทำอย่างไร เช่น ขนมปัง หรือผักในจานสลัด ในภาพนี้คุณพายโชว์วิธีเช็ดปากแบบสวยงามให้ชมกันค่ะ และมีอีกหลากหลายเคล็ดลับค่ะ จนถึงช่วงคำถาม ก็พยายามคิดกันจนหมดคำถามนั่นแหล่ะค่ะ

หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 2 วันนั้น จากที่เฉยๆ หรือเบื่อๆ กับการแต่งตัว กลับบ้านไปแบบมีไฟมากเลยค่ะ รื้อตู้เสื้อผ้ามา mix & match อย่างแรง! ขนาดคิดว่าตัวเองเป็นคนที่แต่งตัวอยู่แล้ว กิจกรรมในครั้งนี้ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมา(พยายาม)เปลี่ยนสไตล์(ตามเสื้อผ้าในตู้ของตัวเองจะอำนวยค่ะ) เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่า ถ้าสาวคนไหน ที่กำลังลังเล กล้าๆ กลัว กับการจะลุกขึ้นมาแต่งตัว หรือเปลี่ยนลุคตัวเองแล้วละก็ กิจกรรมนี้ช่วยได้มากเลยทีเดียวค่ะ และตัวเองก็พยายามปรับปรุงท่าการเดินให้สวย (ทุกครั้งเวลาเดินไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินหนีเจ้านายแอบแว้บไปช้อปปิ้งตอนพักกลางวัน อิอิ ) แถมกลับบ้านมายังฝึกนั่งระบบสัมผัส ซะจนก้นกบอักเสบ <– อ้ะ!! ล้อเล่นนนนค่ะ เรียกว่าประทับใจและบิวด์ให้มีแรงบันดาลใจให้ตัวเรามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่สวยงามและดีขึ้นมากๆ เลยค่ะ เพราะฉะนั้นคิดว่าคอร์สนี้เหมาะกับสาวๆ ทุกๆคนค่ะ [เห็นทางอมรินทร์ เทรนนิ่ง เค้าบอกว่าหลักสูตรนี้จะทำให้ผู้บริหาร แอร์โฮสเตส พิธีกร พริตตี้ ประชาสัมพันธ์ หรือพนักงานขาย มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น แต่ตัวเองคิดว่า จริงๆ แล้วเหมาะกับผู้หญิงทุกคนจริงๆ ค่ะ แม้ว่าการงานอาจไม่จำเป็นต้องพบปะผู้คน แต่ความรู้ที่ได้มาในครั้งนี้ รับรองได้แน่นอนค่ะว่า สาวๆจะสวยดูดีทั้งภายในและภายนอกแน่นอนค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นการให้รางวัลกับตัวเอง เพราะนอกจากได้พัฒนาตัวเองแล้ว ยังรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นด้วยนะคะ ^_^]

ขอพูดแบบส่วนตัวอีกนิดนะคะว่า ประทับใจวิทยากรทุกๆ ท่าน โดยเฉพาะพี่เจี๊ยบ เอกมล ที่คอยเป็นห่วงผู้เข้าร่วมทุกๆ คน คอยดูแล และเอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียดของช่วงการบรรยายของวิทยากรท่านอื่นๆ (คือคอยดูแลเรื่องความทั่วถึงของการชมการสาธิต และคอยเป็นผู้ดูแลให้ถามคำถามหน่ะค่ะ) และคุณพาย ในความน่ารักและให้ความเป็นกันเองมากๆ กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกๆ คนค่ะ จากที่ปลื้มคุณพายเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ต้องบอกเลยค่ะว่าเทใจให้อีกท่วมท้น เพราะคุณพายเธอทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆ ค่ะ และขอบคุณน้องๆ เจ้าหน้าที่ ที่คอยบริการ (และช่วยพี่เจี๊ยบถือชุด ตอน mix & match 555 ) น้องกิ๊ฟท์ (มั้งนะคะ..ถ้าจำไม่ผิด..แต่ถ้าจำผิด ต้องขออภัยด้วยนะคะ พอดีมีปัญหาเรื่องการจำชื่อหน่ะค่ะ sweat-22.gif เพราะต้องจำชื่อแฟนๆ แอนด์บรรดากิ๊กๆ ทั้งหลายของพี่น้องใน office เลยทำให้ระบบความจำ(ชื่อ)เสื่อมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อิอิ…ล้อเล่นน๊าค๊า!… อะฮั้นหน่วยความจำแบบปลาทองเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วต่างหากค่ะ

แหมม…พอเล่าถึงแล้ว ก็กระตุ้นต่อมความอยากของตัวเองอีกแล้วค่ะ อยากไปอีกรอบนะคะ เก๊าะ..สมุดโน๊ตคู่ชีพ ที่ใช้จดทุกรายละเอียดวันนั้น ดั๊นนน…หายไปหน่ะสิคะ อะไรที่พอจำได้ก็ได้ใช้ แต่ด้วยเนื้อหาสาระที่เยอะ เกินกว่าจะจำได้หมด (หรือว่าเป็นปลาทองจริงๆคะเนี่ย ความจำสั้นมาก!) ทำให้อยากไปอีกค่ะ (แต่รู้สึกเขินวิทยากรมากๆ แฮ่ๆ ) ได้แต่รอเผื่อว่าจะมี How to Look good ภาค 2 หรือว่ารอให้ผ่านไปหลายรุ่นก่อนแล้วจะกลับไปใหม่ อิอิ kuki.JPG

เพราะฉะนั้น สาวๆ คนไหนที่สนใจ อยากจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้ อยากแนะนำว่า

  1. ถ้าใครมีเทปอัดเสียงเล็กๆ ควรพกไปด้วยก็จะช่วยให้เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนเลยทีเดียวค่ะ เพราะในบางช่วง เราไม่สามารถจดได้ค่ะ ต้องดูและทำไปด้วยหน่ะค่ะ
  2. สิ่งจำเป็นสำหรับสาวๆที่ครั้งแรก… (กับสถานที่นี้) ต้องโทรสอบถามเส้นทางก่อนนะคะ เพื่อจะได้สามารถไปถึงได้ทันเวลา (ขอบอกว่า ห้ามพลาดสักช่วงเลยค่ะ)
  3. เตรียมตัวและท้อง เอ้ย! เตรียมร่างกายไปอย่างเดียวค่ะ เพราะอาหารอร่อยๆ ที่มีสลับสับเปลี่ยนในทุกช่วงเบรค และอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ กับสถานที่รื่นรมย์ สวยงามในรุ่นที่ 1 ได้จัดในห้องโถงริมน้ำค่ะ บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ ^_^
  4. สำหรับใครที่เป็นแฟนหนังสือของคุณพาย ควรพกหนังสือของคุณพาย (เพื่อรับลายเซ็น) หรือกล้องถ่ายรูปเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกค่ะ พูดแล้วก็เสียดายค่ะ เพราะตัวเองลืมเอาหนังสือไปด้วยในวันนั้น คือสรุปว่าไม่พกอะไรไปซัก-กะ-อย่าง นอกจากกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่า!!
  5. แล้วก็เตรียมอิ่มท้อง เอ้ย! อิ่มสมองและอิ่มใจ ได้จากความรู้ที่เต็มที่กับกิจกรรมนี้ค่ะ ^_^

กับกิจกรรม How to Look Good with Preaw ในรุ่นที่ 2 นี้ วันเสาร์ – อาทิตย์ที่ 16- 17 มิถุนายน 2550 นี้ ที่บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ชั้น 3 ถนนอรุณอมรินทร์ค่ะ

พูดถึง How to Look Good with Preaw กันแล้วก็พลันเห็นคอร์สอื่นๆ ที่น่าสนใจจากอมรินทร์เทรนนิ่ง ที่มีหลากหลาย แต่ที่เน้นเอาใจคุณสาวๆ ก็มี

อูยยย….ไปๆ มาๆ ดูเหมือนว่ากิจกรรมการกิน เอ้ย! หลักสูตรการทำอาหาร จะเป็นแรงบันดาลใจ ที่แรงกล้าให้กับอะฮั้น เพราะอาหารหน้าตาดีในภาพจาก Amarin Training นี้ จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนัก และหิวอีกแล้วคร้าบบบบพี่น้องงง! 031.gif

Comments (7)

LUXURY PRODUCT MEGA SALES

Posted on 24 May 2007 by Vinegar Girl

ต้องขอขอบคุณน้อง P453 มากๆนะคะ ที่ช่วยตอบมาให้ comment เรื่องเครื่องสำอางแบรนด์ดังๆ เซล ขออนุญาตยก comment ไว้บนนี้เลยนะคะ

น่าจะเป็นงานนี้นะคะ ของ loreal sale
venue : 2nd floor Bangkok City Tower,Sathorn Rd.
Staff : 24 May 2007 10.00-11.00 am
Public : 24 May 2007 12.00-18.00 pm
25-26 May 2007 10.00-18.00 pm

และพอดีได้ข้อมูลมาแล้วค่ะ ขอบคุณน้องแนนด้วยนะคะ น้องแนนเปิดร้านขายต่างหู hand made อยู่ที่จตุจักรค่ะ ใครที่อยากได้ต่างหูแบบ Unique หรือ Bohemian แบบที่ไม่เหมือนใคร ลองแวะไปดูได้ค่ะที่จตุจักร โครงการ 4 ซอย 2 ค่ะ (หรือเข้าไปสั่งซื้อทาง website ได้นะคะ ^_^ )

ส่วนเรื่องของวันนี้ (คลิกเพื่อดูภาพใหญ่ได้นะคะ)

luxuryproduct-megasales.jpg

LUXURY PRODUCT MEGA SALES
from 40-80% Off

PUBLIC DAY : 24 MAY 2007 12.00 – 18.00 pm
25-26 MAY 2007 10.00 am – 18.00 pm
VENUE : 2nd FLOOR, BANGKOK CITY TOWER SATHORN ROAD

แบรนด์ที่ลดราคา ได้แก่ LANCOME BIOTHERM SHU UEMURA RALPH LAUREN GIORGIO ARMANI LA ROCHE POSAY VICHY

ส่วนตึก Bangkok City นั้นอยู่ตรงมุมถนนสาธรเลยนะคะ (ที่มี บ. Pricewaterhouse Coopers) ตรงสี่แยก ฝั่งตรงข้ามเป็นตึก Empire Tower ค่ะ ยังไงใจเย็นๆ กันนะค๊า…สาวๆ ค่อยๆ ช็อปนะค๊า ^_^ คริๆ

ป.ล. น้องเบสจ๋า พี่อ้อมเพิ่งเลื่อน comment กลับมาที่เดิมแล้วนะค๊า..พอดีเพิ่งเปลี่ยนธีมเมื่อเช้า ยังไม่เรียบร้อยดีเลยค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากนะค๊า…. (แฟนตัวจริงเสียงจริงมั่กๆ อิอิ) ถ้าธีมใหม่เสร็จแล้วจะถามความคิดเห็นน้องเบสอีกทีนะคะ ^_^ ขอบคุณค่ะ

Comments (5)

EMPORIUM & PARAGON MEGA SALE

EMPORIUM & PARAGON MEGA SALE

Posted on 23 May 2007 by Vinegar Girl

เซลกันอีกแล้วค๊า…..เงินเดือนยังไม่ทันคลอด ดิเอ็มโพเรียม กับ พารากอน เค้าก็รีบจัดโปรโมชั่นมายั่วน้ำลาย ให้สาวๆ เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมกระเป๋าสตางค์กันให้พร้อมกันตั้งแต่เนิ่นๆ  สำหรับใครที่เงินเดือนออกก่อนสิ้นเดือน คงได้ช็อปกันก่อนค่ะ สำหรับงานนี้

ป.ล. ขอต้อนรับสมาชิกใหม่นะคะ น้อง aoi และ น้อง lollipopz* ค่ะ (สำหรับเรื่อง apple cider vinegar นั้นสามารถใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ค่ะ แต่ที่แนะนำยี่ห้อนั้น เพราะเป็นยี่ห้อดั้งเดิม มีชื่อเสียงเรื่องการหมักในถังไม้ทำนองนี้หน่ะค่ะ เดี๋ยวพี่อ้อมไปค้นคว้า แล้วกลับมาตอบอีกครั้งนะคะ ^_^)

ส่วนน้อง aoi ถามมาว่า

Elca เค้ามี sale บ่อยมั้ยค่ะ จะมีอีกประมาณเมื่อไหร่ เคยไปมา 2 ครั้งแล้วเพื่อนทุกคนชอบมากค่ะ เดือนที่แล้วพลาดเพราะไม่ทราบข่าว เห็นเพื่อนบอกว่า lancome sale 24-26 พ.ค. 50 แต่ไม่ทราบที่ไหน พอทราบมั้ยคะ ขอบคุณค่ะ

ยังไงฝากถึงสาวๆ คนไหนที่พอจะทราบเรื่องนี้ด้วยนะคะว่าเอลก้าเซลนั้นมีอีกเมื่อไหร่ เพราะพี่อ้อมยังไม่ทราบข่าว Lancome เซลที่จะถึงนี้เลยค่ะ ขอบคุณค๊า..  ^_^

paragon-megasale_may-jun07.jpg

EMPORIUM & PARAGON
MEGA SALE
ระหว่างวันที่ 24 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2550
ลด 15 – 60% ทั้งดีพาร์ทเมนต์สโตร์ค่ะ

งานนี้ Beauty Hall ไม่ได้ลดนะคะ เป็นรับของสมนาคุณพิเศษค่ะ เพราะก่อนหน้านี้เค้ามี promotion ที่ใช้คูปองเป็นส่วนลดสูงสุด 10% สำหรับเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง และน้ำหอม ใช้ได้ถีงวันนี้วันสุดท้ายค่ะ  (23 May 07) ค่ะ

Ladie’s Fashion : 15-50% off
ยกตัวอย่างแบรนด์ที่น่าสนใจค่ะ Fly Now, Kloset,  Roccoco, Senada, Sretsis, EQ:IQ

Shoes & Bags Salon 30-70% off
เช่น Nine West, Crazy Step, Guess Footwear, Kenneth Cole Reaction, Camper, Irregular Choice

Accessories Bazaar : 10-15% off
Celina, Pretty Studio, Envogue, Longue Vue

Lingerie Salon & Swimwear
40-60% off (selected items)

BSC, Boudoir, Elle, Triumph, Vanity Fair, Maidenform, Morgan, Kyra, Metinee, Speedo, BSC Swim, Streamline,  Jantzen, Arena, Triumph Swim

Note : เพิ่มเติมอีกนิดค่ะ ขอบคุณ น้อง Pui_n* ที่ฝากข่าวมาบอกกันเพิ่มด้วยค่ะ ว่า Zen ก็ลดถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2550 นี้ด้วยค่ะ

Comments (4)

Up Dos Hair for Party

Posted on 22 May 2007 by Vinegar Girl

เมื่อคราวก่อนให้สาวๆ ดูชุดสวยๆ กันไปแล้ว วันนี้เรามาต่อกันที่แบบผมสวยๆ สำหรับไปงาน เอาใจสาวๆ กันต่อค่ะ vinegargirl ลองได้รวบรวมแบบผมจากรันเวย์ Spring 2007 ที่ผ่านมา เป็นแบบผมที่คิดว่า สาวทุกคนทำแล้วต้องสวยแน่ๆค่ะ

ขอบคุณภาพจาก style.com ค่ะ

vinegargirl-hair-runway-spr.jpg

ทรงหากินของตัวเองจะคล้ายๆ แบบผมจากรันเวย์ของ Gucci นี่หล่ะค่ะ สำหรับสาวที่ไม่ได้เหม่งแบบอะฮั้น สามารถรวมผมด้านหน้าให้เรียบตึงไปเลยค่ะ รับรองว่าลุคนี้เรียบหรูแต่ดูดี อย่าลืมให้หางม้าเป็นลอนเล็กน้อยเฉพาะตรงปลายแบบนี้นะคะ ^_^

ส่วนแบบผมเกล้าจากรันเวย์ของ Bottega Veneta ที่เพิ่มความหวานด้วยโบว์ประดับผม แต่ดูเหมือนว่าเทคนิคการสลับราง เอ้ย! สลับช่อผมไปมาแบบนี้ ต้องใช้ความสามารถของช่างเล็กน้อย – ปานกลางค่ะ เอาเป็นว่าสาวๆ อาจดูไว้ประยุกต์ให้มันคล้ายๆ ก็น่าจะสวยได้คล้ายๆ กันนะคะ

vinegargirl-hair-runway-s-0.jpg

ส่วนใครที่ไม่อยากเกล้าผมให้ยุ่งยาก ลองแบบนี้ค่ะ จาก Versace ดูค่ะ (เหม่งแบบเราทำไม่ได้อีกแล้น T_T) การเก็บผมด้านหน้าให้เรียบตึง เพื่อเปิดให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้น ส่วนปลายผมเป็นลอนอ่อนๆค่ะ (หรือที่เรียกว่าปลายสะบัดค่ะ) ยิ่งถ้าสาวๆ แต่งหน้าเน้นดวงตาแบบ Smoky Eyes เหมือนนางแบบแล้วหล่ะก็ รับรองว่าสะกดทุกสายตาในงานแน่นอนค่ะ

สาวคนไหนที่อยากได้ลุคคุณหนู หรูหราแล้ว ต้องเกล้าตึงด้านหน้า แล้วประดับด้วยที่คาดผมเส้นเล็กๆ 2 เส้น แบบนี้ จากนั้นยีผมด้านหลังให้พองขึ้นไปเล็กน้อยเหมือนในภาพค่ะ แบบผมสวยๆ นี้จากรันเวย์ของ Valentino ค่ะ

Comments (1)

Costume Institute Gala featuring Poiret King of Fashion

Posted on 21 May 2007 by Vinegar Girl

ขอขอบคุณทุกๆคนอีกครั้งนะคะ ที่ comments ให้กำลังใจกันมากับเหตุการณ์เรื่องการลอกบทความของ WOMEN mthai จากเหตุการณ์นี้ทำให้ได้เห็นน้ำใจของ เพื่อนๆ หลายๆคน ที่แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน เพียงแค่รู้จักผ่านจากตัวอักษรที่อ้อมเขียนไว้ในบล็อกเล็กๆนี้ ช่างเป็นความซาบซึ้งและประทับใจ และจะเป็นความทรงจำที่ดีของอ้อมตลอดไปค่ะ appre.gif

ขอขอบคุณคุณเก่งจาก keng.com ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงแทนให้ (ซึ่งอาจทำให้คนบางกลุ่มไม่พอใจ) เลยต้องลำบากเลยค่ะ และจากครั้งนี้ทำให้อ้อมได้ทราบว่า การลอกบทความนั้นระบาดไปทั่วทุกที่ ยังไงก็ฝากถึงสื่อใหญ่ๆ ทุกๆที่และทุกๆสื่อด้วยนะคะ เพราะลำพังแค่กลุ่มคนเล็กๆ ที่เขียน content อย่างเราๆ คงไม่มีกำลังไปสู้อะไรได้มาก ก็ได้แค่เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองอยู่ในบล็อกตัวเองเนี่ยหล่ะค่ะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านที่พยายามผลิตงานดีๆ (และฟรี) ออกมาให้กับสังคมนะคะ

Note : จากการที่มี 1 comment ที่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงความแตกต่างของการลอกบทความ แบบ copy & paste กับการ re-write คุณเก่งได้เขียนถึงเรื่องวิธีการเขียนบทความที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นไว้ค่ะ ถ้ายังไงลองเข้าไปอ่านกันนะคะ ^_^ (และขอความกรุณาใช้คำที่สุภาพด้วยค่ะ)

พอพูดถึงคนที่ผลิตงานดีๆ ออกสู่สังคม คงไม่พูดถึงงานนี้ไม่ได้แล้วค่ะ ในวงการแฟชั่น Paul Poiret ( พอล ปัวเร่ต์) ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสที่ถูกยกย่องให้เป็น King of Fashion อย่างแท้จริงค่ะ เพราะถือได้ว่าเค้าเป็นกูรูของดีไซเนอร์ในยุค ’20s-’30s และได้สร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่ถือได้ว่าล้ำกว่ายุคที่เค้ามีชีวิตอยู่ค่ะ ผลงานของเค้ามีทั้งผ้าโพกผม เข็มขัด บราเซีย ถุงน่องสีสันสดใส และเดรสบางพริ้วไหวแบบซิลูเอต ที่ทำให้ร่างกายของผู้หญิงรู้สึกอิสระจากชุดแบบคอร์เซ็ตค่ะ งานนี้จัดขึ้นที่ The Met ค่ะ โดยงานกาล่าครั้งนี้หนึ่งในหัวเรือใหญ่คือ Anna Wintour จาก Vogue นั่นเองค่ะ

ช่วงนี้เห็นหลายๆ สาวกำลังหาชุดเพื่อไปงานกันพอสมควร เลยนำภาพสวยๆมาให้ดูด้วยค่ะ แนะนำว่าใครที่คิดจะตัดหรือซื้อชุดใหม่นั้น เลือกแบบเดรสสั้นไว้ ใส่ได้หลายงานแน่นอนค่ะ ในช่วงนี้จะเน้นดีไซน์กระเป๋าด้านข้าง ก็เก๋ไม่เบานะคะ ^_^ ส่วนเรื่องโทนสี สีทองและเงิน ยังแรงไม่ตกค่ะ ส่วนสีสดใสก็มีให้เห็นเช่นกันค่ะ แต่ภาพในงานนี้เป็น Gala ที่เน้นความแกรนด์และหรูหราค่ะ และผลงานแบบ Haute Couture ของดีไซเนอร์ เลยมีเดรสยาวที่ตกแต่งดีเทลได้สวยงามมากๆ ให้เห็นตลอดทั้งพรมแดงค่ะ ส่วนเดรสสั้นนั้นพอมีให้เห็นบ้างค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ขอบคุณภาพจาก instyle.com และ style.com นะคะ สาวๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูภาพขนาดใหญ่แบบจุใจได้ที่เว็บดังกล่าวค่ะ ^_^

costume_institute_gala-03.jpg

ขอเริ่มต้นรูปแรกกับผู้หญิงเก่ง แกร่ง และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมาก (กว่าที่เราเห็นในหนังอีกนะคะ ((ฟังดูน่ากลัว อารมณ์เจ้าแม่ไปรึเปล่าคะ? )) แต่ confirm ว่าเธอเป็นอย่างนั้นจริงๆ) Anna Wintour ที่วันนี้สวยเป็นพิเศษในชุดจาก Chanel Haute Couture และ Bee Shaffer ในชุดจาก Nina Ricci ค่ะ

และดีไซเนอร์ชื่อดัง Michael Kors และ Eva Mendes ที่สวยในเดรสสั้นที่จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากของ Michael Kors ดีไซน์เก๋มีกระเป๋าข้างด้วยค่ะ

costume_institute_gala-05.jpg

Kate Bosworth กับเดรสสั้นที่สวยหรูจาก Prada
Scarlett Johanssen กับชุดเกาะอกปักดีเทลช่วงบน และกระโปรงสั้นที่มีวอลลุ่ม จาก Stella McCartney ค่ะ

costume_institute_gala-04.jpg

Cate Blanchett สวยเด่นยืนต้อนรับแขกอยู่ริมสุดของพรมแดงค่ะ กับชุดสีทองที่มีดีเทลละเอียดอ่อนจาก Balenciaga โดย Nicholas Ghesquirer ที่ดีไซเนอร์คนเก่งคนนี้ก็เป็นหนึ่งในเจ้าภาพด้วยค่ะ

Bruno Frisoni และ Jennifer Lopez ที่สวยหรูในชุดสีเงินจาก Marchesa ค่ะ (ต้องบอกได้เลยค่ะว่า Marchesa มาแรงจริงๆค่ะ ด้วยเดรสที่มีดีเทลที่อ่อนหวานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว )

costume_institute_gala-02.jpg

สองสาวที่ใจตรงกันด้วยสีชมพูสดfuschia Cameron Diaz กับเดรสเกาะอกระบายเป็นชั้นๆ สวยงามจึงไม่ต้องการอะไรมาก นอกจากสีพื้นที่สดใส จาก Dior โดย John Galliano

และ Rosario Dawson ในเดรสเกาะอกแบบเรียบจาก Roberto Cavallli

Continue Reading

Comments (6)

จากใจ Vinegargirl

Posted on 15 May 2007 by Vinegar Girl

มาถึงวันนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ที่จัดทำบล็อก vinegargirl  คงต้องออกมาพูดอะไรกันบ้างนะคะ คิดว่าผู้อ่าน vinegargirl เองหลายๆ ท่านคงยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น รบกวนลองอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดใน keng.com กันนะคะ ขอบคุณคุณเก่ง และผู้อ่านบล็อก keng.com ทุกๆ ท่านที่ช่วยให้ความคิดเห็น และกำลังใจมาด้วยนะคะ appre.gif

ขอย้อนไปในความรู้สึกแรกที่กำลังดูภาพสาวๆ หลังจากที่น้องๆ ใน office ส่งต่อกันมา แล้วก็พลันแว้บไปเห็นเมนูด้านข้างใน Women MThai ที่มีภาพการแต่งตาเหมือนที่อ้อมนำมาประกอบใน vinegargirl ยังแอบคิดในใจว่า เค้าก็นำมาจาก elle.com เหมือนกับเราเลยหรือนี่!? แต่แล้วก็ยังเหลือบไปเห็นภาพอีกหลายๆ ภาพที่เหมือนกัน และแถมด้วยเนื้อหาที่เป็นคำพูดของเรา ก็เลยมานั่งดู เท่าที่เห็นคร่าวๆ ราว 10 กว่าบทความได้ค่ะ พูดได้คำว่าเดียวว่าเห็นแล้วเหนื่อยค่ะ T_T  (แม้กระทั่งบทความเรื่อง พารากอน และ เซ็นทรัลเซล ยังนำไปเลยค่ะ แฮ่ๆ ) เมื่อวานเพิ่งเขียนไป 1 บทความหลังเลิกงาน เลยยังไม่มีแรงจะเขียนถึง WOMENmthai หน่ะค่ะ คุณเก่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงช่วยเป็นกระบอกเสียงให้แทนไปก่อน  ขอบคุณทุกๆ ท่านอีกทีค่ะ

vinegargirl-womenmthai-sm.jpg

อ้อมขอเล่าความเป็นมาของ vinegargirl คร่าวๆ ก่อนนะคะ เริ่มเขียนจากต้องขาย blog hosting ก็เลยอยากศึกษาว่าการเขียน blog ทำยังไง ก็เลยเริ่มมาเขียนเล่นๆ ค่ะ โดยนำข้อมูลที่ชื่นชอบคือเรื่องแฟชั่นและความสวยความงาม มารวบรวมเอาไว้ในบล็อกนี้ค่ะ โดยข้อมูลส่วนใหญ่เกิดจากการอ่าน หรือสะสมความรู้ในเรื่องนี้มาไว้ และก็นำข้อมูลดิบเพื่อมาอ้างอิงบ้างบางส่วนค่ะ คิดถึงเวลาที่ตัวเองเจอข้อมูลที่มีประโยชน์ในหน้าแมกกาซีนต่างๆ อย่างเช่นสูตรมาสก์หน้า พอถึงเวลาจะทำจริงๆ กลับหาไม่เจอ เลยต้องการรวบรวมไว้เพื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ด้วยค่ะ ^_^

แต่ทั้งนี้ก็จะเขียนในภาษาของตัวเองค่ะ ส่วนเรื่องของรูปภาพประกอบที่ใช้ ถ้าเป็นรูปทั่วๆไป จะซื้อมาจาก istockphoto.com ค่ะ เพราะอ้อมทำงานตรงนี้อยู่ เราให้เกียรติและเคารพเรื่องลิขสิทธิ์อย่างมาก แต่รูปภาพแฟชั่นจากรันเวย์ หรือรูปภาพดาราฮอลลิวูด อ้อมไม่สามารถรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้จริงๆค่ะ จึงต้องนำภาพมาจากหลายๆ เว็บที่เกี่ยวกับแฟชั่นเช่นกันค่ะ โดยทุกครั้งจะใส่ link ไปยังแหล่งที่มาด้วยค่ะ ซึ่งอ้อมก็นำภาพมาตกแต่ง ประกอบให้เป็นในแบบ vinegargirl เองหน่ะค่ะ ในบางเรื่องก็จะจัดหมวดหมู่ภาพด้วย พร้อมทั้งเขียนอ้างอิงถึงแบรนด์ที่เป็นเจ้าของชิ้นงานนั้นๆ เสมอค่ะ

ต้องบอกว่าตลอดเวลาที่ทำ vinegargirl.com มาปีกว่าๆนี้ ทำด้วยใจมาโดยตลอดค่ะ หลายๆ ครั้งต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูล และหารูปภาพ พร้อมทั้งทำรูปหลายวันกว่าที่จะเขียนขึ้นมาเป็น 1 บทความได้ (คิดว่าคนที่ทำบล็อก หรือเว็บหลายๆ ท่านคงเข้าใจความรู้สึกนี้นะคะ)  ในเวลาที่คนเริ่มเข้ามาดูเยอะขึ้น (จาก search engine เพราะไม่ได้โปรโมทที่ไหนค่ะ) ก็หวังแค่ว่า ถ้ามี sponsor ที่เห็นแล้วอยากแจกตัวอย่างทดลองให้กับกลุ่มผู้อ่าน เพื่อทราบ feedback ผ่านทางนี้ อ้อมก็จะขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ  อ้อมเองเคยติดต่อบริษัท เอลก้า เพื่อขอข้อมูล และรูปภาพ เวลาที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ วางจำหน่าย อยากจะช่วยแนะนำค่ะ แต่ก็ไม่ได้ความสนใจแต่อย่างใดทุกครั้ง อาจเป็นเพราะบล็อกนี้ เป็นแค่บล็อกเล็กๆ อยู่

พอได้เห็นข้อมูลตัวเองใน WOMENmthai ก็ดีใจนะคะ (แสดงว่า content ของเราก็คงน่าสนใจไม่น้อย)  แน่นอนว่าจำนวน page view มากกว่าจำนวนคนอ่านใน vinegargirl โดยตรงค่ะ ซึ่งในบางบทความที่นำไปใช้ทั้งหมด ไม่ได้มีการขออนุญาต หรือทำ link กลับมาแต่อย่างใด (จำนวน page view เราก็เท่าเดิมค่ะ แฮ่ๆ - -” )  คิดว่าคนเขียนบล็อกหรือเว็บหลายๆ คนคงเข้าใจนะคะ ว่าพอเค้านำไปหลายๆ บทความเข้า (เพื่อไปเติม content ให้เต็ม และขายโฆษณา ) รวมทั้งบางบทความ ที่ดูเหมือนตั้งใจจะทำเนียนๆ โดยเอา link ที่อ้อม refer แหล่งที่มารูปภาพ ที่อ้อมใส่ไว้ด้านบนสุด ก่อนขึ้นรูปภาพเสมอ แต่เค้าได้นำมาใส่ไว้ด้านล่าง เหมือนแหล่งที่มาของเนื้อหามาจากเว็บนั้นด้วย สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเสื่อมสมรรถภาพทางการเขียนหน่ะค่ะ กำลังใจถดถอย พลอยจะเป็นหมัน เอ้ย! หน้ามืด

หลังจากที่คุณเก่งเขียนขึ้นใน keng.com ไปเมื่อคืน (14 พ.ค. 2550) ในตอนเช้า ทาง WOMENmthai ก็แอบมาใส่ link และ logo ให้ค่ะ โดยที่ยังไม่มีใครติดต่ออ้อมมาเช่นกัน ในช่วงบ่ายของวันนี้ 15 พ.ค. 2550 คุณเก๋จาก WOMENmthai ได้โทรมาขอโทษและขอไกล่เกลี่ยให้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ค่ะ โดยแจ้งว่าทางน้องฝึกงานเป็นคนนำ content ไปใส่ค่ะ โดยขอคำปรึกษาว่าควรทำอย่างไรดี? ในขณะที่อ้อมเขียนเรื่องนี้อยู่ ในใจตอนนั้นคิดว่า น่าจะมีจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการ (ไม่ใช่มาอุบอิ๊บ งิ๊บงับกันอยู่แค่นี้ ) แต่คิดว่าตอนนี้คงถึงมือผู้ใหญ่ใน MThai แล้ว และได้มีจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ แต่สิ่งที่อ้อมอยากจะฝากไว้คือ

  • เว็บใหญ่ๆ แบบ MThai ในการเป็น Content Center น่าจะมีนโยบายชัดเจน หรือการ training ให้น้องๆ ฝึกงาน หรือ content editor ประพฤติในรูปแบบเดียวกัน ตามมารยาทที่ถูกต้องของเขียนเว็บนะคะ (เพราะการไม่ตรวจสอบ เนื้อหา หรือแหล่งข้อมูล นั้นหมายถึงทาง WOMENmthai ต้องการแค่ content ที่มาเติมให้เต็ม โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ก่อนที่จะนำเสนอเลยหรือคะ?
  • ทางคุณเก๋ได้แจ้งมาว่าอาจจะลบเนื้อหาที่เคยลงไว้ออก – อันนี้ขึ้นอยู่กับทาง WOMENmthai จะพิจารณาค่ะ
  • สิ่งที่อ้อมอยากทิ้งท้ายไว้คือ ในอนาคตทาง WOMENmthai จะแก้ไขไปในทิศทางใด คงไม่ใช่แค่ ทำ link ให้เวลาที่นำ content หลายๆ บทความไปลงอย่างเดียวนะคะ?
  • ในการที่อ้อมออกมาพูดในครั้งนี้ เพื่อต้องการความถูกต้องค่ะ ถ้าทาง WOMENmthai ได้ติดต่ออ้อม หรือสนใจในเนื้อหา ขอนำบทความลงในลักษณะเป็น partner (เพราะหลายบทความ หรือต้องการ content ที่ต่อเนื่อง) ตั้งแต่แรก อ้อมก็คงดีใจและยินดีอย่างยิ่งค่ะ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น และขั้นตอนในการแก้ปัญหาในตอนแรกไม่ professional ค่ะ
  • ตอนนี้ได้อ่านจดหมายแสดงความขอโทษจากทีมงาน WOMENmthai แล้วต้องบอกว่าขอบคุณค่ะ ที่ได้พยายามแก้ปัญหาและจะพยายามปรับปรุงให้ถูกต้อง อ้อมหวังว่าต่อไปเราคงได้เห็นสังคม (อินเตอร์เน็ต) พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนบล็อก หรือเว็บท่านอื่นๆที่พยายามทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมทุกๆ ท่านนะคะ ^_^

Comments (37)

FANCL Facial Washing Powder – Review

Posted on 14 May 2007 by Vinegar Girl

สวัสดีค๊า..สาวๆ ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเป็นยังไงกับบ้างค๊า..เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอะฮั้นถือเป็นวัน 3 ซ. (ย่อมาจากซวยซ้ำซ้อน) ของตัวเองเลยค๊า..เพราะเจอไปถึง 3 เด้งในวันเดียว (อารมณ์ตรง เด้งแรก คือเด้งหน้าค่ะ นั่งอยู่ในรถจอดอยู่นิ่งๆ กำลังปัดขนตาอยู่ดีๆ แล้วก็มีรถมาจิ้มท้ายให้เด้ง(ไป)หน้าจิ้มตาตัวเองสิคะ! แถมไม่มีขอโทษแล้วยังทำให้รู้สึกว่า ต้องคลานเข่าขอขมาให้รอประกัน จนสับสนว่าใครเป็นคนชนกันแน่เนี่ย! -*- เด้งที่ 2 มันต่อเนื่องค่ะ คือต้องรีบไปช่วยเรื่องประชุมกับเพื่อน แต่ในช่วงที่พันละวันกับรถอยู่นั้น ก็จำไม่ได้ค่ะว่าต้องไปที่ตึกไหน ชั้นอะไร คนที่นัดกันไว้ก็เล่นปิดเสียงมือถือตลอดเวลา (แล้วเธอก็ไม่คิดจะหยิบโทร. มาดู หรือโทรหาก่อนถึงเวลาประชุมเลยซักกะติด๊ดดด..) ดิชั้นก็ต้องวิ่งหาตึกเอาเองค่ะ (ซึ่งมีทั้งหมด 3 ตึกๆ ละ 20 ชั้น) กว่าจะเจอเล่นเอาเยินเหมือนไปออกรบมายังไงอย่างงั้น โอ้ววว..พอเสร็จธุระ ว่าจะไปเดินเล่นแก้เครียด แต่กลับเครียดยิ่งกว่าเดิมค่ะ เพราะสร้อยข้อมือเส้นโปรดที่ใส่มานั้น เกิดหล่นหายโดยไม่รู้ตัว!! เอากันเข้าไปค่ะ ท่านผู้ชม!! 55555 เพราะฉะนั้นใครที่กำลังเครียด หรือว่ารู้สึกแย่กับตัวเองอยู่ ไม่ต้องเครียดไปนะคะ ทุกปัญหามีทางออกค่ะ ปัญหาไหนแก้ไม่ได้แล้วก็ต้องทำใจค่ะ อย่างตัวเองจะต้องคิดไว้ก่อนว่า คิดมากเดี๋ยวหน้าไม่สวยค่ะ อิอิ ^_^

เรามาฟังเรื่องน่ายินดีกันบ้างค่ะ ขอแสดงความยินดีกับ น้องโอปอล นะคะ ที่ได้เป็น Medical Technologist แล้วค่ะ ยินดีด้วยค๊า…teeth_smiley.gif และขอต้อนรับน้องปอด้วยค๊า.. และเรื่องที่ติดค้างกันไว้กับ น้อง Pato ใจเย็นๆ อีกนิดนึงนะคะ เดี๋ยวจะรีบหาข้อมูลมาใส่ไว้ในบล็อกด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องของวันนี้ขอยกให้เรื่องของ NooNui กันก่อนนะคะ สำหรับ cleanser ค่ะ (บ่นมาซะยาวเลย สงสัยว่าต้องอ่านกันตาลายแน่ๆ เลยค่ะ topic วันนี้ แฮ่ๆ ) เนื่องจากน้อง NooNui อยากให้แนะนำ cleanser ว่ายี่ห้อไหนใช้ดีค่ะ จริงๆ โดยส่วนตัวเนี่ย ใช้ได้ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ไม่จำกัดราคาค่ะ เพราะหน้าทนทานต่อการแพ้ค่ะ อิอิ วันนี้เลยขอแนะนำยี่ห้อที่ช่วงนี้สาวๆ คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี จากโฆษณาทีวี และตามหน้าแมกกาซีนนะคะ นั่นคือ
fancl_facialwashingpowder-0.jpg
Facial Washing Powder จาก FANCL
ราคา : 600 บาท
ขนาด : 50g

คุณสมบัติ :

  • ผงแป้งล้างหน้า สามารถสร้างฟองครีม แบบหนานุ่ม ล้างหน้าได้อย่างสะอาดหมดจด
  • Perfect Cleansing Sensor หน้าที่พิเศษช่วย ขจัดเฉพาะสิ่งสกปรก ความมันส่วนเกิน และเซลล์ผิวเก่า
  • ช่วยปกป้อง ชั้นความชุ่มชื่นของผิว Moisture Layer ไม่ให้ถูกชำระล้างออกไป ผิวจึงนุ่มนวล ไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า
  • ช่วยเสริมประสิทธิภาพ การบำรุงผิวหลังล้างหน้า ทำให้สารบำรุงผิว ซึมซาบลึกสู่ชั้นผิว ได้ดีกว่าการล้างหน้า ในแบบอื่น ๆ เมื่อล้างซ้ำสองครั้ง สามารถล้างคราบเครื่องสำอางบาง ๆ ได้
  • มีส่วนประกอบของ Amino-acid based Cleansing คือสารเคมีที่มีคุณสมบัติเดียวกับชั้นผิวของคนเรา ที่อ่อนโยนและช่วยทำความสะอาดผิว และให้ประสิทธภาพที่สูงกว่าเมื่ออยู่ในรูปของผงแป้ง

Review : เห็นราคากับขนาดขวดตอนแรก ก็รู้สึกตกใจนิดหน่อยค่ะ เพราะไม่ค่อยทุ่มทุนสร้าง cleanser ที่มีราคาค่อนข้างแพงค่ะ แต่ด้วยความอยากรู้อยากลอง เลยทำให้ตัดสินใจซื้อ Facial Washing Powder ตัวนี้มาค่ะ ในตอนแรกที่ซื้อมาขั้นตอนแลดูเยอะค่ะ B.A. อธิบายมาถึงบ้านลืมหมดค่ะ เลยต้องเข้าไปดูตัวอย่างขั้นตอนการใช้ใน web แทนค่ะ (มีตัวอย่างที่เป็นคนจริงๆ กับภาพ animation ในส่วนล่างสุดของหน้าที่ให้ไว้นะคะ) ขั้นตอนเค้าคือต้องโรยผงแป้ง แล้วใช้ลูกบอลที่เค้าให้มา (หรือใช้พัฟ ที่ต้องซื้อแยกนะคะ แต่เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขั้นเมื่อใช้คู่กัน..เค้าว่าอย่างนั้น) แล้วเราก็ต้องบีบๆๆ พัฟให้เกิดฟอง แล้วต้องพักฟองที่หยาบๆ (แลดูเหมือนฟองเวลาล้างจาน แต่เสียงเวลาปั๊มฟองเหมือนซักผ้าหน่ะค่ะ แฮ่ๆ sweat-21.gif นี่เราล้างหน้าอยู่แน่หรือนี่!?!? ) นำฟองไปพักที่มือนึง ทำสลับกันไปมา จนกว่าจะเป็นเนื้อครีมละเอียดๆค่ะ ครั้งแรกที่เราทำเวลาที่เริ่มเห็นฟองเปลี่ยนเป็นครีมเนื้อละเอียด มันช่างเป็น moment ที่มีความหวังเกินบรรยายค่ะ..ว่าเราจะได้เริ่มได้ล้างซักที! 555 อ้ะ! ล้อเล่นน.. เราจะรู้สึกว่าอยากกินฟองนั้น เพราะมันช่างเหมือนวิปครีมเสียนี่กระไร!?! ไม่ใช่แล้น! แล้วเราก็ต้องล้างตามขั้นตอนการถูพัฟลงบนหน้าให้ถูกวิธีด้วยค่ะ

พอล้างเสร็จ แว้บแรกที่มองกระจก บอกได้เลยค่ะว่าหน้าดูใสขึ้นจริงๆ และรู้สึกสะอาดๆ ดี แต่หลังล้างหน้าด้วย Washing Powder ในครั้งแรกนี่ รู้สึกหน้าตึงๆ นิดหน่อย ไม่ทราบว่าเพราะไม่ชินรึเปล่า..เพราะที่ผ่านๆ มาใช้โฟมแบบไม่มีฟองหน่ะค่ะ มันจะได้อารมณ์ล้างหน้าแบบไม่ได้ล้าง 555 งงอ่ะป่าวคะ แบบล้างแล้วหน้ายังเหมือนมันๆ ลื่นๆ อยู่ แต่พอเปลี่ยนมาเป็นฟังก์เคลตัวนี้แล้ว มันจะไม่รู้สึกมันๆ ที่ผิวแล้วหน่ะค่ะ แต่ไม่ทราบว่าคิดไปเองรึเปล่า รู้สึกว่าหน้าก็นุ่มๆ ดีค่ะ และรู้สึกว่าเวลาทาโลชั่นแบบที่เป็นน้ำหลังการล้างหน้า ก็ซึมซาบได้ทั่วทั้งใบหน้าได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

หลังจากล้างหน้าด้วย Facial Washing Powder ผ่านไป 1 เดือนก็รู้สึกว่าสิวอุดตันที่บริเวณคางลดลงค่ะ จนตอนนี้เริ่มติด(ใจ) ค่ะ ถ้าวันไหนไม่ได้ล้างด้วยเจ้าตัวเนี้ย ก็จะ(คิดไปเอง)ว่าหน้าไม่ใส และไม่สะอาดเท่าไหร่ (ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็ไม่แน่ใจว่าจริงรึเปล่า เพราะอันนี้ใช้ความรู้สึก และการสังเกตของตัวเองวัดเอาหน่ะค่ะ) เพราะจริงๆ โดยส่วนตัวไม่ค่อยสังเกตผลหลังการใช้ของ cleanserเหมือนพวก skincare หน่ะค่ะ คือรู้สึกว่าก็แค่ล้างหน้า แต่ Facial Washing Powder ตัวนี้สามารถทำให้รู้สึกได้ค่ะ ว่าหน้าใสขึ้นเล็กน้อย – ปานกลาง รู้สึกว่าหน้าสะอาดและพร้อมสำหรับขั้นตอนการบำรุงต่อไปค่ะ cute_2.png ส่วนเรื่องราคากับความคุ้มค่า ก็คิดว่าพอได้นะคะ เพราะขวดนึง สาวๆ สามารถใช้ได้ประมาณ 2 เดือน (แต่ที่ตัวเองใช้นี่มากกว่า 2 เดือนค่ะ สงสัยช่วงแรกๆ ประหยัดผงแป้งไปหน่อย อิอิ) ก็ควรเก็บขวดผงแป้งไว้ในที่แห้งๆ หน่อยหน่ะค่ะ ถ้าเอาไว้ในห้องน้ำ อาจทำให้ผงแป้งชื้นๆ แล้วมีเศษผงแป้งชื้นๆ ติด อุดตันที่ปากขวด อาจทำให้เทยาก หรืออาจทำให้ความสดใหม่ลดลงเร็วขึ้น เพราะฝาปิดไม่ได้สนิทค่ะ อ้อ! ลืมบอกว่าสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ คือเครื่องสำอางของฟังก์เคลเค้าไม่ผสมสารกันเสียค่ะ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ vinegargirl เองรู้สึกว่าได้ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ปลอดภัยจริงๆ เลยค่ะ

จุดด้อยของเค้า ก็คงเป็นอย่างที่บอกหน่ะค่ะ สาวๆ อาจต้องขยันกันสักนิด อย่างตัวเองก็ต้องตื่นเช้าหน่อยเพื่อการนี้โดยเฉพาะค่ะ! โอ้วว..แลดูเหมือนอลังการ คือจริงๆโดยส่วนตัวเนี่ย เป็นคนที่ขี้เกียจสุดๆค่ะ ขนาดที่ไม่ค่อยใช้ครีมนวดผม เพราะขี้เกียจนวดแล้วล้างอีกครั้ง แฮ่ๆ sweat-21.gif ทุกๆ อย่างจะรีบๆค่ะ ไม่เน้น แต่เพื่อสิ่งนี้ก็เลยต้องมีเวลาปล้ำ เอ้ย! ปั๊มกะเค้าหน่อย ซึ่งตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกเสียเวลาหน่อยค่ะ ทำๆไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มชิน แต่บางวันที่ขี้เกียจจริงๆ ก็ไม่ได้ใช้ค่ะ แต่ตอนนี้แก้ปัญหาด้วยการซื้อแบบ Liquid มาใช้ค่ะ แบบนี้ถ้าใช้กับพัฟนี่ หยดเพียงนิดก็ให้ฟองราวกับซักผ้าได้เป็นกาละมังเลยค่ะ แฮ่ๆ หรือบางทีขี้เกียจมากๆ ก็ใช้มืออย่างเดียวก็เกิดฟองได้ง่ายกว่าค่ะ

ส่วนขั้นตอนสำคัญของการใช้ Facial Washing Powder ให้เกิดฟอง
ถ้าใช้มือ (อูยยยย..สยิวคำพูดตัวเอง อิอิ) จะไม่ค่อยเกิดฟองได้ดีหน่ะค่ะ หรือว่าข้าพเจ้าไม่มีความสามารถก็ไม่ทราบ แต่แนะนำว่าให้ใช้ลูกบอลที่เค้าให้มา หรือใช้คู่กับพัฟดีที่สุดค่ะ สำหรับ powder ถ้าสาวๆ ที่อยากประหยัดเวลาก็ลองแบบ liquid ได้นะคะ แต่ถ้าให้แนะนำ สาวๆ ควรลองแบบ original คือแบบผงแป้งกันก่อนค่ะ teeth_smiley.gif

คะแนน 4star1.jpg

Note: ถ้าสาวๆ หรือหนุ่มๆ คนไหนอยากทดลองใช้ดู (เมื่อเดือนที่ผ่านมา เค้ามีแจก sample ด้วยนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่า ตัวอย่างทดลองของ Facial Wasing Powder อันนี้หมดไปรึยัง?) ลองไปเช็คดูได้ค่ะ ที่เคาน์เตอร์ หรือสามารถสั่งซื้อทาง FANCL Call Center ด้วยนะคะ

สำหรับสาวๆ คนไหนที่มี cleanser ดีๆ อยากแนะนำ รบกวนลองบอกกันเข้ามาหน่อยนะค๊า.. appre.gif

Comments (15)

วิธีแต่งตาแบบง่ายๆ แต่เซ็กซี่ค่ะ

Posted on 11 May 2007 by Vinegar Girl

ต้องขอโทษด้วยอีกครั้งค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งทู้กวันค่ะ เลยอัพบล็อกไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่ อย่าเพิ่งงอนกันนะคะ สำหรับน้องๆ ที่ถามคำถาม และฝากให้หาข้อมูลกันมานั้น อดใจรอซักแป็บนะคะ จะรีบจัดให้โดยด่วนเลยค่ะ ^_^

สำหรับเทรนด์เมคอัพที่ให้ดวงตาเซ็กซี่แบบ Doe eyes ในคราวที่แล้ว หลายๆ คนบ่นว่ายากไปหน่อย วันนี้เลยนำเสนอการแต่งตาแบบง่ายๆ และรวดเร็วทันใจ ใช้เวลาไม่นาน แต่ยังให้ความเซ็กซี่ ดูชวนฝันกับดวงตาคู่สวยของสาวๆ นะคะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก elle  

howto-makeup-sexy-eyes_01.jpg

เทคนิคสำหรับดวงตาเซ็กซี่บาดใจแบบนี้ อยู่ที่การมิกซ์เทกซ์เจอร์กันระหว่าง อายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ ที่ทาทั่วเปลือกตา และเน้นขอบตาด้วยเนื้อเมทัลลิคค่ะ

วิธีแต่งตาแบบนี้

Step 1 : เลือกอายแชโดว์สีบรอนซ์ หรือทอง เกลี่ยให้ทั่วเปลือกตาค่ะ ถ้าต้องการความรวดเร็วยิ่งขึ้น ลองเลือกอายแชโดว์แบบที่เป็นเนื้อมูสหรือครีมก็จะเกลี่ยได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ และยังให้เนื้อสีที่ชัดเจน ติดทนนานยิ่งขึ้นค่ะ

Step 2 : ทำแปรงเขียนขอบตาของคุณให้ชื้นๆ แล้วจุ่มลงไปในอายแชโดว์เนื้อเมทัลลิค แปรงที่ค่อนข้างชื้น หรือเปียกหมาดๆ นั้นจะทำให้สีของอายแชโดว์เข้มขึ้น จนใช้เขียนเปรียบเสมือนอายไลเนอร์ได้เลยทีเดียวค่ะ แต่ลุคนี้เราไม่ต้องการเส้นที่ดูคมชัดมากเกินไปของอายไลเนอร์นะคะ  
Note : โดยส่วนตัวยังไม่เคยลองทำแปรงให้เปียกหมาดๆ แล้วจุ่มในอายแชโดว์ เพื่อใช้เขียนเป็นไลเนอร์นะคะ อ้ะๆ แต่ถ้าใครที่อยากสวยแบบชัวร์ๆ vinegargirl เคยเห็นผลิ๖ภัณฑ์ของ Make Up Store ค่ะ เป็นน้ำยาที่ช่วยแปลงอายแชโดว์สีโปรดให้เป็นอายไลเนอร์ค่ะ (Make Up Store เมคอัพแบรนด์นี้จากสวีเดนค่ะ ใครสนใจลองไปเช็ค & อัพเดทได้ค่ะเคาน์เตอร์ที่ Zen ค่ะ) 

howto-makeup-sexy-eyes_02.jpg

Step 3 : เพื่อเพิ่มมิติให้กับดวงตา ใช้อายแชโดว์สีเข้ม (อาจเป็นน้ำตาลทอง) แต้มในส่วนของรอยพับบนเปลือกตา ให้เน้นที่หางตาก่อนนะคะ แล้วค่อยๆ เกลี่ยให้กลมกลืนกระจายมาประมาณกลางลูกตา   คิดภาพตามง่ายๆ นะคะ ให้เกลี่ยให้กลมกลืนคล้ายๆ รูปสามเหลี่ยมค่ะ แต่จะเป็นสามเหลี่ยมไม่สมประกอบ เพราะด้านที่ชิดขนตา มุมมันจะหายไปเหมือนพับครึ่งอยู่ค่ะ และเป็นสามเหลี่ยมแบบนอนด้วยค่ะ โดยยอดแหลมของสามเหลี่ยมอยู่ประมาณลูกตาดำ แล้วฐานของสามเหลี่ยมคือแนวหางตาค่ะ ( เอ่อ…สาวๆ บอกยิ่งพยายามอธิบาย ยิ่งทำให้งง!?!? อ่านของตัวเองก็เริ่มงง ด้วยเหมือนกันค่ะ ลองดูภาพประกอบนะคะ แฮ่ๆ sweat-21.gif ) หลังจากนั้นดัดและปัดขนตา เท่านี้เป็นอันเสร็จค่ะ

สาวๆ ลองฝึกฝีมือกันดูนะคะ คิดว่าไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับสาวๆ คนเก่งของเรา ได้ผลยังไงอย่าลืมมาบอกกันด้วยนะค๊า  ^_^

Comments (7)

Summer 2007 Accessories – Flats

Posted on 08 May 2007 by Vinegar Girl

เป็นยังไงกันบ้างค๊า..หยุดยาวหลายวันไปเที่ยวไหนกันบ้างรึเปล่าคะ? vinegargirl เราก็หายหน้าหายตาไปพร้อมกับวันหยุดอยู่เรื่อยเลยค่ะ แฮ่ๆ shy.gif (สงสัยว่ามันไม่เร้าใจเท่า ตอนแอบทำในเวลางานมั้งคะ อิอิ อ้ะ! ล้อเล้นนนน) เลยไม่ได้มาทักทายน้องๆ ที่เข้ามา comment กันเลยนะคะ (เพิ่งเข้าไปตอบมาเมื่อกี้เองค่ะ…อย่าเพิ่งงอนกันนะค๊า… กระซิกๆๆ)  ยังไงก็ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ appre.gif

วันนี้เรามาอัพเดทเทรนด์กันต่อนะคะ ทุก Summer เค้ามากันเป็นแฝด (<– ไม่ใช่หนังนะเคอะ!) แต่มักจะมาคู่กันระหว่าง Wedges (รองเท้าส้นตัน)  + Flats (และรองเท้าส้นแบน) ค่ะ ไปดูกันเลยนะคะว่าซีซั่นนี้มีสไตล์ไหนกันบ้าง

ป.ล. เห็นกระแสละคร “แรมพิศวาส” ฮ็อตฮิตติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วน่าจะมีภาค 2 เป็น “ฮาร์ดดิสก์ริษยา” อุ้ย! ไม่ใช่แล้น!! ล้อเล่นน้าค๊า…sweat-2.gif  แฮ่ๆ

ขอบคุณภาพจาก style และ elle ค่ะ

vinegargirl-s-07-flats-01.jpg

vinegargirl-s-07-flats-02.jpg

Comments (2)

Summer 2007 Make Up Trend – DOE EYES

Posted on 02 May 2007 by Vinegar Girl

เป็นยังไงกันบ้างคะสาวๆ หลังจากที่อัพเดทเรื่องราวของ gadget กันไปพอหอมปากหอมคอ อะฮั้นเลยถือโอกาสอู้งานเรยยย..อ้ะ! ล้อเล่นค๊า.. teeth_smiley.gif 

เมื่อวานเป็นวันแรงงาน เลยต้องหยุดพักผ่อน ถือโอกาสไปเดินช้อปปิ้งที่เซ็นทรัลแถวบ้านค่ะ ระหว่างนั้นเองได้ยินเสียงแว่วๆ มาจากลานจัดงานชั้นล่าง “หอยได้แก้ว” ทำเอาชะงักงัน ต้องหยุดยืนฟังค่ะ ว่าเค้าเล่นอะไรกัน เป็นงานของออฟฟิศ ดีโป้ค่ะ แต่เหมือนเกมที่เค้าเล่นกันจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเครื่องใช้สำนักงานเท่าไหร่ แฮ่ๆ เค้าให้ใช้คำว่า “หอย” แทนลงไปในสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตในภาษิตไทยค่ะ มีน้องๆ จนถึงผู้ใหญ่ร่วมเล่นเกมนี้กันมากมาย มีทั้ง “อย่าจับหอยสองมือ,  ชี้โพรงให้หอย, หอยขึ้นวอ, น้ำลดหอยผุด (<– อันนี้รู้สึกว่าไม่ได้แทนที่ด้วยสิ่งมีชีวิต แต่ฟังแล้วได้ใจดีค่ะ), หนีหอยปะหอย” แต่ที่ประทับใจอะฮั้นแบบฮาแตก นั่นก็คือ
“อย่าแหวกหญ้า ให้หอยตื่น!!”  ดีนะคะ ที่ไม่ค่อยมีคนใช้คำนี้แทนด้วยสิ่งของ ไม่งั้นคงมี “อย่าเหยียบ…สองแคม” คริๆๆ fauxcul.jpg

ส่วนเรื่องของวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหอยเลยค๊า..แต่ถ้าเปรียบเทียบเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องบอกว่าเป็นเทรนด์การเมคอัพนี้ทำให้สาวๆ ตาสวยเหมือนกวางกันเลยทีเดียว หวังว่าคงจะถูกใจน้องอัง นะค๊า ^_^

ขอบคุณภาพ จาก elle ค่ะ

vinegargirl-makeup-summer-01.jpg

เพราะการแต่งตาแบบนี้ ช่วยให้ผู้หญิงเราดูเซ็กซี่ สวยเข้ม น่าค้นหาขึ้นด้วยค่ะ (ในแนวเดียวกับ smoky eyes ค่ะ ) สำหรับซีซั่นนี้ เพิ่มลูกเล่นที่สีอ่อนลง แอบเพิ่มเฉดสว่างที่ชั้นรอยพับบนเปลือกตาค่ะ และที่สำคัญ liner ที่ทำให้ลุคนี้ดูเฉี่ยวขึ้นค่ะ

vinegargirl-makeup-summer-02.jpg

วิธีแต่งตาแบบนี้จากรันเวย์ของ Alberta Ferretti ค่ะ
Makeup Artist : Tom Pecheux

  1. ก่อนอื่นเราต้องลงรองพื้นที่ด้านหัวตาข้างจมูก และเกลี่ยขึ้นไปช่วงหน้าผากค่ะ Tom Pecheux เมคอัพอาร์ทิสต์ เลือกใช้ M.A.C’s Studio Fix Fluid และเน้นโครงหน้าให้ชัดจนยิ่งขึ้น ด้วยการปัดไฮไลท์ บริเวณสันจมูก และโหนกแก้มค่ะ
  2. การแต่งตาแบบนี้ใช้ลูกเล่นที่การเล่นเลเยอร์ของหลายเทกซ์เจอร์ด้วยค่ะ โดยเริ่มที่เกลี่ยอายแชโดว์แบบครีม (หรือมูส) ที่บริเวณเปลือกตา Tom Pecheux ใชสี frosted golden peach เกลี่ยให้ทั่วทั้งเปลือกตาเลยนะคะ และค่อยๆ ไล่ไปจนถึงแนวกระดูกตาใต้คิ้วค่ะ
  3. จากนั้นค่อยลงอายแชโดว์แบบฝุ่นสีน้ำตาลไปยังบริเวณรอยพับเปลือกตาค่ะ (ให้อยู่เหนือรอยพับขึ้นไปนะคะ) ควรค่อยๆ ลงทีละนิดนะคะ จะช่วยควบคุมสีได้ และจะได้ไม่เข้มจนเกินไปค่ะ ค่อยๆ เกลี่ยสีให้กระจายขึ้นไปแบบฟุ้งๆค่ะ
  4. ขั้นตอนสำคัญคือ เขียน อายไลเนอร์ที่ขอบตาบน ลากหางตาให้ยาวและตวัดปลายนิดนึงค่ะ ส่วนขอบตาล่าง เขียนอายไลเนอร์ถึงแค่กึ่งกลางตาก็พอค่ะ จากนั้นปัดด้วยมาสคาร่าค่ะ
  5. จากนั้นปัดแก้ม และทาปากค่ะ ควรเลือกเฉดสีชมพู หรือสีเบจนะคะ

Comments (6)

โทรศัพท์มือถือ LG Prada Phone (LG KE850)

Posted on 01 May 2007 by keng

LG Prada KE850

เมื่อ LG จับมือกับ Prada สาว ๆ จะคิดว่าเราจะได้อะไรออกมา ไม่ต้องรอเฉลยนาน เพราะเค้าได้ประกาศแถลงข่าวกันออกมาได้ซักระยะหนึ่งแล้วว่า ได้มีโทรศัพท์มือถือใหม่ ยี่ห้อ LG ที่ดีไซน์โดย Prada รุ่น LG KE850 โดยได้มีการเปิดตัวกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ในต่างประเทศ และล่าสุดมีวางขายแล้วในยุโรป

เจ้าโทรศัพท์ LG Prada นี้ได้ออกมาตัดหน้า iPhone ของค่าย Apple ด้วยดีไซน์ที่มีคนบอกว่าคล้าย ๆ กับ iPhone เลยทีเดียว แต่นั่นมันเรื่องของดีไซน์ เรามาดูฟังก์ชั่นกันบ้าง โดย LG Prada นี้ได้ชื่อว่าเป็นโทรศํพท์มือถือเครื่องแรกของโลก ที่ใช้เทคโนโลยี หน้าจอระบบสัมผัส (Touch Screen) โดยโทรศัพท์เครื่องนี้ จะไม่มีปุ่มตัวเลขมาให้เกะกะสายตา แต่ปุ่มต่าง ๆจะโผล่มาตรงหน้าจอ ให้เราได้ใช้นิ้วอันเรียวงาม ค่อย ๆ บรรจงกดเบา ๆ ที่หน้าจอได้เลย เจ้าระบบ Touch Screen นี้จะใหม่กว่า LG Chocolate ที่ยังมีปุ่มตัวเลขมาด้วย รับรองว่า LG Prada หรือ LG KE850 เดิ้นมาก ๆ เหมาะกับสาว ๆ ที่เปรี้ยวปริ๊ด ชอบความหรูหรา และมีสไตล์

ลองมาดูภาพหน้าจอแบบต่าง ๆ ของโทรศํพท์รุ่นนี้กันครับ จะเห็นว่า ไม่ต้องมีปุ่มอะไรให้เกะกะ ทุกอย่างสามารถโชว์ขึ้นมาที่หน้าจอได้ ให้เราใช้ระบบสัมผัส กดลงไปที่หน้าจอได้เลยครับ

LG PRADA PHONE (LG KE850)

เราไปแอบสืบเสาะราคาในต่างประเทศมาให้แล้ว โดยมี เว็บแห่งหนึ่ง ขายเจ้าโทรศัพท์ LG Prada นี้ในราคา856.99 เหรียญสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 30,000 บาทครับ เราก็ต้องรอกันต่อไปว่าจะเข้ามาขายในเมืองไทยเมื่อไหร่ จะเปิดตัวที่ราคาเท่าไหร่ เอ้า! ใครอยากได้ยกมือขึ้น

Vinegargirl Say (edit October 2007) :
สาวๆ ขา มาแล้วค๊า…กับ LG Prada เปิดตัวไปแล้วที่เมืองไทยค่ะ กับราคาเปิดตัวประมาณ 22,500 บาทค่ะ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเปิดตัวไปประมาณเดือนกันยายน 2550 ที่ผ่านมานะคะ แฮ่ๆ ไม่ชัวร์เรื่องวันที่เปิดตัวเหมือนกันค่ะ) ยังไงก็ลองดูราคา ณ ปัจจุบันกันละกันนะคะ คิดว่าน่าจะตกลงมาอีกนิดหน่อย นับจากวันเปิดตัวค๊า ^_^

Comments (6)