Posted on 10 March 2006 by Vinegar Girl
ครั้งที่แล้วทำเป็นแอบวงเล็บ (ตอนที่ 1 ) ทำเหมือนน่าจะมีหลายตอน…จริงๆ ก็มีแค่เนี้ยหล่ะค่ะ..5555555 (ทำหน้าภาคภูมิจายในความมั่วนิ่ม!)
ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับครีมกันแดดกันต่อเลยค่ะ
PA+ / PA++ // PA+++
หลายๆคนคงคุ้นๆเจ้า PA กันมาบ้างนะคะ..เอ่อ! PA นะเคอะ ไม่ช่าย PO เหอๆๆ อันนั้นต้องเมางาน อาหารกลางวันไม่ย่อยแน่ๆค่ะ
ตอนนี้ครีมกันแดดมักจะปะ PA+ หรือบวกบวก หรือบวกบวกบวก ไม่ใช่เสียค่า VAT 7% + กับ service charge อีก 10% นะคร้าบบบพี่น้อง แต่เป็นหน่วยวัดระดับการปกป้องรังสียูวีเอ (ถ้ายังงงๆ ขอทบทวนบทเรียนเก่ากันก่อนนะคะนักเรียน SPF เนี่ยเป็นค่าการปกป้องผิวของครีมกันแดดจากรังสียูวีบีค่ะ) แต่ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดหน่วยบอกระดับการซึมซับยูวีเอ อย่างละเอียดแบบ SPF เพราะฉะนั้นค่า PA เลยเป็นแค่การบอกคร่าวๆด้วยเครื่องหมาย + ค่ะ (ไม่มีลบ คูณ หารนะเคอะ! <- มันยังจะกล้าเล่นมุขนี้อีกคร้าบบบทั่นผู้ชม!! - -") ที่เค้ามี + กันมีอยู่ 3 ระดับค่ะ จริงๆแล้ว PA+ ก็เพียงพอในการทำกิจกรรมเกือบทุกประเภทของคุณสาวๆแล้วหล่ะค่ะ แต่ถ้าต้องอยู่กลางแดดนานๆ ก็เพิ่มเป็น PA++ หรือระดับสูงสุดที่ PA+++ ก็ได้ค่ะ
สองศรีพี่น้อง UVA & UVB ยูวีบี (ผู้น้อง) จะทำให้เกิดอาการแสบร้อนผิว ผิวไหม้ได้ค่ะ ส่วน ยูวีเอ (ผู้พี่) มาแบบไม่รู้ตัว เพราะเราไม่รู้สึกแสบร้อนเวลาโดน แต่อิทธิฤทธิ์เหลือร้ายค่ะ เพราะคุณพี่เค้าทำให้สาวๆเราหน้าตาเหี่ยวย่น เป็นฝ้า และก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ
Water Resistant กับ Waterproof
จริงๆแล้วไม่มีครีมกันแดดตัวใดที่สามารถกันน้ำ (Waterproof) ได้ดั่งที่ฉลากแปะไว้ ยังไงก็ต้องทำซ้ำเวลาเหงื่อออก หรือหลังลงเล่นน้ำค่ะ เลยน่าจะเป็นการเล่นภาษาในการโฆษณามากกว่าค่ะ
ส่วนครีมกันแดดที่ระบุไว้ว่า Water Resistant จะมีส่วนผสมจากพลาสติกสร้างแผ่นฟิล์มเคลือบครีมกันแดดให้ติดแน่น แม้จะเปียกน้ำ ฉะนั้นเวลาทาครีมกันแดดชนิดนี้แล้วลงน้ำนาน 40 นาที ค่า SPF ก็ยังคงที่ แล้วในตลาดก็ยังมี Very Water Resistant (แบบขอมีสูตรโชว์เหนือกว่านี๊ดดดส์นึง) ก็จะทำให้ทนน้ำได้นานยิ่งขึ้นเป็น 80 นาทีค่ะ แต่ไม่น่าจะใช้เป็นประจำค่ะ เพราะมันเหนียวเหนอะภายใต้เมคอัพของสาวๆค่ะ
มีคำถามหลังไมค์มาจากเรื่อง Physical กับ Chemical ที่บอกไว้ในตอนแรกค่ะ
จริงๆแล้วทั้งคู่ต่างก็เป็นสารเคมีนะคะ เพียงแต่การเล่นคำโฆษณา (อีกแล้นครับท่าน!) ที่ได้โอกาสเรียก Physical หรือ “Non-Chemical” อาจทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าไม่ได้เป็นสารเคมี แต่นั่นคือชื่อชนิดของครีมกันแดดเฉยๆนะคะ confirm ค่ะว่าทั้ง 2 ชนิดต่างก็เป็นสารเคมี แต่หน้าที่การทำงานแตกต่างกันไปค่ะ
- ครีมกันแดดแบบ Physical เค้าก็พยายามผลิตคิดค้นที่ทำให้หน้าตาไม่ขาววอกเกินเหตุ อย่าเช่นของ DDF Moisturizing Photo-Age Protection SPF 30 (1,800 บาท) แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีเทคนิคการขายที่เหนือชั้นกว่าคือทำเป็นว่า ครีมกันแดด แล้วมี makeup base ในตัว (ว่าเข้าไปน่านนน..จริงๆมันก็ขาวสว่างด้วยตัวเองอยู่แว้ว - -”) แต่จริงๆอะฮั้นก็รับได้นะคะ เพราะหน้าขาวๆ ก็ยังดีกว่าหน้าดำๆอ่ะเคอะ แล้วก็ยังมีพวกสูตรโลชั่นน้ำ ต้องเขย่าๆก่อนใช้! อิอิ ( คิดถึงอารายยกันค้า…ทะลึ่งนะคะเนี่ย!!
คนเดียวเลยสิเนี่ย!! ) อ่ะเข้าเรื่องต่อครีมกันแดดแบบนี้ชอบมากๆเป็นการส่วนตัว เพราะให้ความรู้สึกไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ ที่ใช้อยู่เช่น Sunplay Powdery White SPF47+ (299 บาท) ถ้าแพงหน่อยก็ Anessa จาก Shiseido (ประมาณ 1,200 บาท) ((ไม่ได้ซื้อนานพอสมควร ไม่แน่ใจว่าราคาขึ้นไปเท่าไหร่แล้วค่ะ…มีฝากเพื่อนซื้อจากญี่ปุ่นบ้าง ราคาจึงค่อนข้างถูกกว่าที่นี่ แต่ช่วงหลังๆ ขี้เกียจรอเพื่อนเลยซื้อ Sunplay ใช้ ยี่ห้อ Biore ก็มีขายแล้วนะคะ ราคาน่าจะอยู่ที่ 270-350 บาทค่ะ ลองซื้อมาใช้แล้วเหมือนกันค่ะแต่จำราคาไม่ค่อยได้))
- ส่วนครีมกันแดดแบบ Chemical ก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวให้มากขึ้น อย่าง RoC Minesol SPF 30 Anti-Shine Emulsion (800 บาท) ที่ช่วยยับยั้งความมันได้ Lancome Absolue Soleil Absolute Replenishing Protective Face Cream SPF 50 ( 2,800 บาท) ช่วยลดริ้วรอย และจุดด่างดำค่ะ
ครีมกันแดดแบบ Water Resistant เช่น The Body Shop Protect it! Sun Lotion for Body SPF25 PA++ (890 บาท) ส่วนสูตร Very Water Resistant เช่น SpectraBAN Sunblock Cream SPF 60 (225 บาท) ค่ะ
Popularity: 2% [?]
Posted on 07 March 2006 by Vinegar Girl
หายหน้าหายตัวอักษรไปหลายวัน คิดถึงกันบ้างมั้ยค้า…..((ออดอ้อนนน…”สาวยก” (สวยแอนด์เด็กกว่า..แม่ยก!) ราวกับเป็นพระเอกลิเก…ว่าเข้าไปน่านนน)) ต้องขออภัยอย่างสูงค่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ทำงานยิ่งกว่าแบกหาม ลามยันเช้า เลยซัดซาลาเปาไป 2 เข่ง! (6 ลูก) ฮื้อออ!! แถมช่วงนี้ทำดี ไม่มีครายเห็น ชีวิตลำเค็ญ พี่ๆกุ้งเต้นจาน! เจี๊ยก!! (นี่มันกินแก้เครียดนี่คร้าบบ..พี่น้อง) พอได้มาอ่าน comments ของน้องๆแล้วก็ช่วยทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ ไม่ต้องไปกินน้ำใบบัวบกค่ะ ^_^
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ น้อง bess* ที่อุตส่าห์โยกย้าย diary มาให้อ่านเป็นการส่วนตัว (ทำให้รู้สึกเป็น VIP มั่กๆค่ะ..ซึ้งๆ) เพราะข้าพเจ้าเข้าไดอารี่ของน้องเบสไม่ได้ ขอบคุณนะค๊า…^_^
ขอบคุณกุ้ง สาวเกาหลี (ที่อินไซด์เดอร์ ก่อนเทรนด์เกาหลีจะฮ๊อตฮิตเหมือนในตอนนี้) ขอบคุณน้อง Opal น้อง POCKYmm และ น้อง Nush ค่ะ
และขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาเยี่ยมชม ทั้งที่มาช่วยแสดงความคิดเห็นให้คำแนะนำ และคำถามดีๆ รวมถึงคนที่ถนัดอ่านอย่างเดียว แค่เข้ามาก็ดีใจแล้วหล่ะค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ ซึ้งๆ กระซิกๆๆ

ร้อนๆ เครียดๆ แบบนี้เราต้องหยุดพักร้อนไปเที่ยวทะเลค๊า….( เหอๆ จริงๆ เป็นเรื่องหาข้ออ้างหยุดงานไปเที่ยวของอะฮั้น..แนะนำให้ทำหน้าเครียดๆเข้าไว้ เจ้านายจะรีบเซ็นใบลาให้ค่ะ..อิอิ (( จริงๆเค้าจะให้อะฮั้นลาไปฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า!!…แป่ว!)) ) สาวๆขา..ไปทะเลหรือไม่ไป ยังงั๊ยยย..ยังไงก็ต้องทาครีมกันแดดนะคะ เพราะถึงแม้อยู่ในกรุงเทพฯ แสงแดดก็แผดเผา เดี๋ยวใบหน้าเราจะเหี่ยวเฉาก่อนวัยค่ะ
วันนี้เลยอยากเจาะลึกเรื่องครีมกันแดดกันค่ะ…แต่ทำเป็นตอนๆ เพราะถ้าม้วนเดียวจบจะอ่านกันหอบแดดซะก่อน! คริๆๆ
Note: ข้อมูลดีๆเหล่านี้ นำมาจากหนังสือ คนรักหน้า
โดย แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ
ครีมกันแดดแบ่งเป็น 2 ประเภทค่ะ คือ
- Chemical Sunscreen : เป็นครีมกันแดดที่ทำหน้าที่ดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตไว้ แต่ไม่ทั้งหมดนะคะ
- Physical Sunscreen : อันนี้เป็นประเภทที่มาแรงแซงโค้งกว่าค่ะ เพราะว่าครีมประเภทนี้ไม่ดูดซึม แต่จะสกัดกั้น (block) รังสีอัลตราไวโอเลตไว้ ไม่ให้ลงสู่ผิวของเรา คล้ายๆกับหลักการสะท้อนกลับค่ะ ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง จะเรียกครีมชนิดนี้ว่า “Non-Chemical” ซึ่งมีส่วนผสมหลักก็คือ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium dioxide) และ ซิงค์ ไดออกไซด์ (Zinc dioxide) ที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนกลับอย่างสูงงงงง มีข้อดีก็มีข้อเสียค่ะ ข้อเสีย คือ ความมันเยิ้มและเป็นคราบเวลาเหงื่อออกมากๆ หรือเวลาโดนน้ำ
SPF คำที่คุ้นหู.. มาดูกันค่ะว่ามันคืออะไร?!
SPF มีชื่อเต็มๆว่า Sun Protection Factor
ซึ่งก็คือ ค่าของครีมกันแดดที่จะบ่งบอกระยะเวลาที่สามารถปกป้องผิวของเราจากรังสียูวี ว่านานแค่ไหนค่ะ
ก่อนอื่นต้องสังเกตผิวของตัวเราเองก่อนค่ะว่าถ้าเราไม่ได้ทาครีมกันแดดแล้วสามารถทนอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้กี่นาที หรือง่ายๆ สั้นๆ คือ ถ้าไปยืนตากแดดหัวแดงกี่นาทีผิวคุณสาวๆถึงจะไหม้หน่ะค่ะ
การคำนวณก็ง่ายๆ ถ้าผิวเราทนแดดได้แค่ 10 นาที ถ้าเราใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15 ก็จะช่วยให้เราทนแดดได้นานมากขึ้น 15 เท่า หรือบวกลบคูณหารมาแล้ว เท่ากับ 150 นาที (2 ชั่วโมงครึ่ง) ค่ะ
ลองมาดูตัวอย่างอันนี้กันค่ะ เป็นระยะเวลาที่ผิวสามารถทนแดดได้
| ชนิดของผิว |
ไม่ได้ใช้ครีมกันแดด |
ครีมกันแดด SPF 8 |
ครีมกันแดด SPF 15 |
| ผิวขาว |
10 นาที |
80 นาที |
2 1/2 ชม. |
| ผิวเหลือง - น้ำตาล |
30 นาที |
4 ชม. |
7 1/2 ชม. |
| ผิวดำ |
1 ชม. |
8 ชม. |
ตลอดวัน |
ขอฝากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไว้อีกนี๊ดดดส์ค่ะ
Tips & Tricks
สาวๆหลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ยิ่งสูงจะยิ่งปกป้องผิวได้ดีมากขึ้นนะคะ แต่จริงๆแล้วสาวเมืองร้อนอย่างเราๆ ใช้ครีมที่มีค่า SPF อยู่ในระดับ 15-30 ก็พอค่ะ เพราะถ้าเกินกว่า SPF 30 อาจจะทำให้ผิวอักเสบ ระคายเคือง มากเกินความจำเป็นค่ะ ที่สำคัญจะทำให้กระเป๋าสตางค์อักเสบ เพราะบริษัทเครื่องสำอางมักทำราคาของครีมกันแดด สูงตามค่า SPF ด้วยหน่ะสิคะ..อิอิ ใช้วิธีทาซ้ำบ่อยๆ เวลาที่เราต้องลงเล่นน้ำ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตอนที่ผิวหนังต้องมีการเสียดสี อย่างนอนกลิ้งกลุกๆคลุกทราย หรือเช็ดตัว เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวคงความสวย แบบเสียตังค์น้อยหน่อยแล้วหล่ะค่ะ ^_^
Blog Thai, Blog Thai, บล็อกไทย, ประเภทของครีมกันแดด, ค่า SPF คืออะไร, การเลือกซื้อครีมกันแดด, เคล็ดลับในการซื้อครีมกันแดด, ข้อมูลเกี่ยวกับครีมกันแดด
Popularity: 2% [?]
Posted on 04 March 2006 by Vinegar Girl
หยุดสุดสัปดาห์นี้ไปเที่ยวไหนกันบ้างรึเปล่าคะสาวๆ ถ้าใครยังคิดไม่ออกลองดูโปรแกรมหนังสิคะ รู้สึกว่าช่วงนี้มีหนังดีๆหลายเรื่อง และยังมีเทศกาลภาพยนตร์ที่เข้าชิง Oscar (ที่จะประกาศผลในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคมนี้ (( หรือเช้าวันจันทร์ที่เมืองไทยค่ะ)) ณ โรงภาพยนตร์ที่สยามพารากอนด้วยค่ะ แต่สำหรับอะฮั้นขอหลบร้อนนั่งอัพ vinegar girl ในมุมโปรดของบ้านก่อนค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาทายนิสัยของคุณๆ จากมุมโปรดในบ้านกันค่ะ เรื่องนี้ได้ฟังมาจาก GET 102.5 ตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดีแล้วค่ะ ในช่วง GET Diva ช่วงเช้าๆกับ DJ สี่สาว คือ คุณเปิ้ล หัทยา วงศ์กระจ่าง คุณเอื้อง สาลินี ปัญยารชุน คุณเหมียว อัจฉริยา สินรัชตานันท์ และคุณเตย วินรัตน์ สกาวรัตนานนท์ ที่มาเมาท์กันอย่างเมามันส์ทุกเช้าวันจันทร์ - ศุกร์ช่วง 8.00 - 10.00 น.ค่ะ

ถ้ามุมโปรดของคุณเป็น ระเบียง : คุณจะเป็นคนที่รักความอิสระ มีจินตนาการสูง ไม่ชอบที่จะได้รับแรงกดดัน และไม่ชอบให้คนอื่นมาบงการ อาจมีการแหวกกฏเกณฑ์บ้างในบางครั้ง สถานที่เที่ยวที่ชอบไปมากๆ คือชายหาด ภูเขาและป่าที่เงียบสงบ
มุมโปรดของสาวๆหลายคน คงหนีไม่พ้น ห้องครัว : คุณเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ถ้าเป็นการประกวดนางงาม คุณก็คงเป็นนางงามมิตรภาพแน่นอนค่ะ! คุณจะเป็นคนที่มีความสุขมากวเลาที่ได้ดูแล เทคแคร์คนอื่นๆ และคุณก็จะมักได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ ให้เป็นที่ปรึกษา…เป็นศิราณีเสมอๆค่ะ
ถ้ามุมโปรดของคุณเป็น ห้องนั่งเล่น : คุณเป็นสาวสังคม หรือ หนุ่มสังคมตัวจริงเสียงจริงเลยค่ะ เพราะคุณชอบที่จะถูกห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนฝูง ได้อยู่กับเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ๆ และเมาท์กับเพื่อนๆอย่างออกรสออกชาติ แต่เมื่อถึงเวลาทำงานก็เต็มที่และมีความรับผิดชอบสูง ไม่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ที่สำคัญถ้ามีงานใหญ่ คุณก็พร้อมที่จะเป็นแม่งานรับผิดชอบอย่างเต็มอกเต็มใจ
หลายๆคนทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ คงชอบ ห้องน้ำ : ชื่อก็บอกแล้วค่ะว่าสุขา…ทุกคนเข้าแล้วก็สุขี ชีวีรื่นรมย์ ถ้ามุมโปรดที่สุดในบ้านของคุณเป็นห้องน้ำ นั่นก็บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่รักและดูแลตัวเองเป็นอย่างดีทั้งภายนอกและภายใน คือสวยเริ่มจากจิตใจถึงร่างกายเลยหล่ะค่ะ เพื่อนฝูงอาจตั้งฉายาให้เป็นสาวอนามัยจัด แต่คุณน่ารัก มองโลกในแง่ดีเสมอ จึงไม่แปลกใจเลยที่คุณจะเป็นที่รักของเพื่อนๆ
ห้องสุดท้ายที่ทุกๆคนต้องเข้าไปในช่วงสุดท้ายของวัน และหลายๆคนคงชอบมากๆ คือ ห้องนอน นั่นเองค่ะ : เป็นคนช่างฝัน มีจินตนาการ มีเสน่ห์ดึงดูดใจ เพราะด้วยคำพูดจาอ่อนหวาน สุภาพของคุณ จึงทำให้คนรอบข้างหลงรัก จุดเด่นของคุณจึงอยู่ที่เสน่ห์การพูดจา และทำให้คนอื่นคล้อยตามได้ง่าย จะพูดจะทำอะไรก็ง่ายราบรื่นไปหมด ทำให้มีคนอื่นแอบอิจฉาคุณอยู่ในใจค่ะ
เป็นยังไงคะ ตรงหรือไม่ตรงกับนิสัยของคุณๆ บอกกันเข้ามาได้นะคะ ^_^ ส่วนข้าพเจ้าชอบกินกับนอนได้ทุกห้องในบ้าน…ไม่ต้องทายให้เหนื่อยก็รู้ค่ะ ว่าเป็นคนขี้เกียจ…แฮ่ๆ
Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, มุมโปรดในบ้านสะท้อนนิสัย
Popularity: 1% [?]