Archive | February, 2006

Happy Valentine’s Day ค้า…

Posted on 14 February 2006 by Vinegar Girl

ต้องขอสุขสันต์วันมาฆบูชา ที่ผ่านมาเมื่อวานด้วยนะคะ ^_^ มีใครไปทำบุญตักบาตร - เข้าวัดเวียนเทียนกันบ้างรึเปล่า?
ข้าพเจ้าไม่ได้ไปเลยค่ะ เพราะนอนจับไข่ เอ้ย! ผันวรรณยุกต์ผิด!! นอนจับไข้ มาหลายวันแว้วค้า… (จริงๆถึงสบายดีก็คงไม่ได้ไปวัด เพราะเข้าวัดเข้าวาแล้นมันร้อนน…แฮ่ๆ …เข้าวัดทำบุญทำจิตใจให้สงบเป็นเรื่องดีค่ะ ^_^ )
ต้องบอกว่าฤกษ์ดีจริงๆ เมื่อวานวันมาฆบูชา วันนี้วันวาเลนไทน์ เลยมาเป็นแพ็คเกจไหว้พระ ไหว้คุณพ่อ-คุณแม่ แถมด้วยสามีคนไหนที่เอาภรรยาขึ้นหิ้งบูชาไว้ จะทำความเคารพด้วยเลยก็ได้คริๆๆ อ่ะล้อเล่นนนนน….

วันนี้อยากจะเขียนใจจะขาด เลยต้องเกริ่นไว้ก่อนเพื่อให้ได้วันที่วันนี้ค่ะ พอดีวันนี้ฤกษ์ดี เป็นวันแห่งความรัก เลยถือโอกาส ส่ง invoice แอนด์ ทวงหนี้ลูกค้าซะหน่อย เพราะลูกค้าจะได้รักมั่กๆ ( เหอๆ เข้าใจอะไรผิดอ่ะป่าวเนี่ย!! - -”) งานวันนี้เลยค่อนข้างรัดติ้ว เอ้ย! รัดตัว (รัดติ้วอ่ะเสื้ออะฮั้นต่างหาก เพราะพุงเป็นชั้นๆ แล้น)

ต้องขออนุญาตมาเขียนต่อในวันพรุ่งนี้นะคะ เพราะตอนนี้ computer ที่บ้านไม่มี (ชีวี้ตตตมันเศร้า)
แอบบอกเล็กน้อยว่าจะเอาสูตรขนมหวานๆมาฝากค่ะ ^_^

——
ต้องขออภัยด้วยค่ะ เมื่อวานออกไปหาลูกค้าทั้งวันเลยไม่ได้เอาสูตรขนมมาให้ตามสัญญา วันนี้มารายงานตัวแล้นค้า..^_^
ก่อนจะเริ่มต้องบอกก่อนว่าสูตรเหล่านี้ได้มาจากแมกกาซีนดีๆ หัวนอกอย่าง
Marie Claire ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2549 หน้าปกเป็นคุณหมิว ลลิตา ศศิประภาค่ะ
ได้อ่านแล้วรู้สึกว่าสูตรส่วนใหญ่ทำง่าย (หาซื้อส่วนผสมในการทำช็อคโกแลตได้ตามร้านขายอุปกรณ์และวัตถุดิบการทำเบเกอรี่ รวมทั้งซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไปค่ะ) เลยอยากนำมาลงไว้ในบล็อคในสาวๆที่ชอบทำขนม แต่ไม่ได้อยู่เมืองไทยเลยหาซื้อมาอ่านไม่ได้ อย่างสาวกุ้ง และน้องเบสลองดู เผื่อๆได้ลองทำทานเล่นๆนะคะ ^_^
มาเริ่มที่สูตรแรกกันเลยนะคะ

Chocolate Rocher

CHOCOLATE ROCHER
ส่วนผสมช็อคโกแลตโรเชอร์

  • ช็อคโกแลต 40 กรัม
  • ถั่วอัลมอนด์ชนิดแท่ง 40 กรัม

วิธีทำ

  1. อบถั่วอัลมอนด์ในเตาอบให้หอม (ขอเพิ่มเติมว่า ให้สาวๆลองสังเกตว่าสีจะออกเหลืองนวลๆค่ะ คือถั่วสุกแล้ว ตามปกติถ้าเป็นอัลมอนด์ชนิดเม็ดใช้ไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ อบแค่ 10 นาทีค่ะ แต่ถ้าเป็นอัลมอนด์ที่สไสด์มาแล้วแนะนำว่าควรใช้เวลาเร็วมากๆ แค่พอมีกลิ่นหอมโชยมาก็พอแล้วค่ะ)
  2. ละลายช็อคโกแลต
  3. คลุกถั่วอัลมอนด์ในชามช็อคโกแลตที่ละลายแล้ว ใช้ช้อนกอบเป็นคำๆ ใส่ถ้วยกระดาษ หรือหยอดเป็นก้อนเล็กๆ จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นให้แข็งตัวแล้วจึงนำออกมาเสิร์ฟ

* ขอสลับข้อกับหนังสือนะคะ (ในหนังสือเค้าบอกให้ละลายช็อคโกแลตก่อน) เพราะโดยส่วนตัวเห็นว่าเราควรอบอัลมอนด์ให้เสร็จก่อน แล้วทิ้งไว้ให้เย็นก่อนหน่ะค่ะ มันจะได้กรอบ

MIDNIGHT CHOCOLATE CUP
ส่วนผสมมิดไนท์ช็อคโกแลต

  • ช็อคโกแลตดำ 350 กรัม
  • ครีม 250 กรัม
  • ชีสมาสคาร์โพน 250 กรัม
  • เหล้าเทีย มาเรีย (Tia Maria) 2 ออนซ์
  • วิปปิ้งครีมสำหรับแต่งหน้า

วิธีทำ

  1. ละลายช็อคโกแลต
  2. ผสมช็อคโกแลตที่ละลายแล้วกับชีสมาสคาร์โพน โดยค่อยๆ ตะล่อมให้เข้ากันจนเนื้อเนียน
  3. เติมครีมแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นเติมเหล้าเทีย มาเรีย ค่อยๆ คนให้เข้ากัน
  4. เทลงในถ้วยเสิร์ฟ แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม

French Chocolate Cake

FRENCH CHOCOLATE CAKE

ส่วนผสมเฟรนช์ช็อคโกแลตเค้ก

  • ช็อคโกแลตดำ 300 กรัม
  • แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ
  • เนยสด 200 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม
  • ไข่ไก่ 5 ฟอง

วิธีทำ

  1. ละลายช็อคโกแลต
  2. เทช็อคโกแลตที่ละลายแล้วลงในชามเนยสด คนให้เข้ากันดีแล้วพักไว้
  3. ตีไข่กับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟู จากนั้นค่อยๆเทช็อคโกแลตที่ละลายแล้วลงไปทีละนิด คอยตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน
  4. เติมแป้งสาลีลง คนให้เข้ากัน จากนั้นเทลงในพิมพ์ที่ทาเนยเตรียมไว้ แล้วนำเข้าไปอบในเตาที่ความร้อน 170 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30-45 นาที (ในหนังสือเค้าไม่ได้บอกว่า องศาอะไรหน่ะค่ะ ((น่าจะเป็นองศาเซลเซียส เพราะว่าตัวเลขค่อนข้างต่ำ )) นานประมาณ 30-45 นาที
    * ขอบคุณน้องเบส สาวสวยเก่ง แอนด์ มือโปรทางด้านการทำขนม (และชิมขนม…แฮ่ๆ) ที่ได้มาช่วยตอบข้อข้องใจเรื่องอุณหภูมินะคะ ^_^
    ได้รับการ confirm จากมือโปรแล้วค่ะว่าเป็นองศาเซลเซียส

Cherry En Kirsh Chocolate Truffle

CHERRY EN KIRSH CHOCOATE TRUFFLE

ส่วนผสมเชอร์รี่อองคีร์ช ช็อคโกแลตทรัฟเฟิล

  • ช็อคโกแลต 100 กรัม
  • เชอร์รี่แช่เหล้า 10 ลูก

วิธีทำ

  1. ละลายช็อคโกแลต
  2. เทช็อคโกแลตลงในพิมพ์ รอสักครู่แล้วเทออก (คิดว่า เหมือนเทเคลือบพิมพ์ เพื่อให้เราสอดไส้ลูกเชอร์รี่เอาไว้ข้างในให้ได้อ่ะค่ะ )
  3. ตักลูกเชอร์รี่ลงวางข้างใน ใช้ช้อนกดให้จมลงไป
  4. ตักช็อคโกแลตหยอดปิดหลุมให้เต็มพิมพ์ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น จากนั้นนำมาเคาะให้ออกจากพิมพ์

Tip
วิธีละลายช็อคโกแลตทำโดยตั้งหม้อ ต้มน้ำให้เดือด หักช็อคโกแลตให้เป็นชิ้นๆ ใส่ลงในชามแล้วนำไปวางในหม้อน้ำเดือดอีกที (มันคือการตุ๋นนั่นแหละค่ะ) จากนั้นใช้พายค่อยๆ คนให้ช็อคโกแลตละลายจนหมด

Note: สูตรการทำช็อคโกแลตในหนังสือ จากร้าน Cherubin
ถ. สุขุมวิท 31 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม.
โทร. 0-2260-9800

ขอบคุณภาพจากนิตยสาร marie claire ด้วยค่ะ

Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, สูตรทำขนมที่ผสมช็อคโกแลต, สูตรขนมหวานช็อกโกแลต, สูตรเค้กช็อกโกแลต, วิธีทำขนมหวานจากช็อคโกแลต, ของหวานที่ผสมช็อกโกแลต

Popularity: 1% [?]

Comments (6)

สูตรสวยจากธรรมชาติ - เพื่อผมและผิว

Posted on 10 February 2006 by Vinegar Girl

เมื่อวานตีไข่..ใส่หน้ากันไปแล้ว..วันนี้มาต่อค่ะ..ภาคสองสำหรับผมและผิวสวยจากธรรมชาติ สูตรหาได้ง่ายในครัว

avocado

สูตรน้องผมแห้งเสีย
สูตรนี้ต้องเป็นครัวไฮโซลลลล์หน่อยเคอะ ถึงจะมี อะโวคาโด อยู่ในตู้เย็น ( ถ้าไม่มีในตู้เย็น…เราสามารถหาซื้ออะโวคาโดได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต อย่างวิลล่า หรือ supermarket ในห้างหรูๆหน่อยหน่ะค่ะ )
วิธีทำ ก็คือ ปั่นเนื้ออะโวคาโดให้แหลก เติมน้ำผึ้งนิดหน่อยพอให้เนื้อครีมข้น หมักบำรุงผมที่แห้งเสียให้ชุ่มชื่น เพราะในอะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี และเอนไซน์ที่ช่วยเคลือบเส้นผม และยังช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื่น สามารถช่วยขจัดรังแคได้ด้วยนะคะ อันนี้แอบชิมไปหมักไป ได้รสชาติหวานมันอร่อยดี (เกือบไม่มีเหลือไว้หมักแล้น..แฮ่ๆ)

tamarind

สูตรน้องผิวหมองคล้ำ
สูตรนี้สวยแบบโบร่ำโบราณ ส่วนประกอบมี ขมิ้น + มะขามเปียกค่ะ
ก่อนอื่นนำมะขามเปียกมาขยำลงในน้ำอุ่น ใช้กะปริมาณให้ทั่วผิวกาย ( ตัวเองใช้มะขามเปียกซัก 1-2 ฝักกับน้ำอุ่นนิดหน่อย ) ให้น้ำมะขามมีลักษณะข้นๆ จากนั้นก็นำผงขมิ้นมาละลายลงไป ไม่ต้องใส่เยอะนะคะ ซัก 1/4 - 1/2 ช้อนชาก็พอ เดี๋ยวจากสาวผิวเนียน จะกลายเป็นสาวดีซ่าน! (ตัวเหลือง!!)
จากนั้นก็นำส่วนผสมที่ได้มาพอกผิว อาจใช้ใยบวบขัดผิวเบาๆไปด้วยก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ในแห้ง แล้วค่อยล้างออก เท่านี้สาวๆ ก็มีผิวนุ่มเนียน กระจ่างใสน่าสัมผัสแล้วค่ะ! ^_^

สูตรน้องผิวแห้ง
ต้องมี น้ำมันมะกอก + เกลือทะเล + สตรอว์เบอร์รี่
ช่วงนี้เห็นรถเข็นขายสะตอ…เอ้ย! สตรอว์เบอร์รี่เกลื่อนเลยค่ะ ช่วงนี้จึงเหมาะมากๆ กับการทำสูตรนี้ มีคำแนะนำเพิ่มเติมคือ ควรเลือกเกลือที่เม็ดเล็กๆ หรือเม็ดที่ไม่คมมากเดี๋ยวจะพาลเลือดสาดก่อนผิวสวยค่ะ เกลือนำมาใช้เพื่อทำหน้าที่เป็นสครับ ( สค่ะ ไม่ได้นะเคอะ! เหอๆ มุขมาวสตรอว์เบอร์รี่มั่กๆ )
วิธีทำคือ ผสมน้ำมันมะกอกกับเกลือเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่สตรอว์เบอร์รี่ที่ใช้ช้อนบี้ๆ บดๆจนเละลงไปด้วย ได้สีสวยและคุณค่าเพื่อผิวด้วยค่ะ
แล้วนำมาขัดถูๆ ทั่วร่างกาย รับรองว่าสาวๆ ได้ผิวชุ่มชื่น สดใส เต่งตึง ขึ้นเป็นกองเลยค่ะ คริๆ ^_^

เสาร์ - อาทิตย์นี้ได้เวลาห้องน้ำเลอะ!! ..เหอๆๆ ไม่ได้เลอะอย่างอื่นค่ะ แต่เลอะส่วนผสมเพื่อผิวสวยนะค้า~

Blog Thai, Thai Blog, บล็อกไทย, สูตรพอก-ขัดผิวกายจากธรรมชาติ, สูตรพอกผมจาก Avocado

Popularity: 2% [?]

Comments (4)

สูตรสวยจากธรรมชาติ - เพื่อใบหน้าสวยเด้ง

Posted on 09 February 2006 by Vinegar Girl

ได้ไปดูหนังเรื่องเกอิชากันมารึยังคะ? เนื้อหาวันนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเลยฮ้า…อิอิ
เวลาเปิดไปเจอสูตรเพื่อความสวยความงามแบบราคาย่อมเยาแล้วอดไปได้ที่จะต้องนำมารวบรวมไว้ค้า…วันนี้กับสูตรง่ายๆ หาได้จากในครัวอีกแล้นค้า…
ต้องขอบอกก่อนว่าบางสูตรยังไม่เคยลองด้วยตัวเองเลยค่ะ ถ้าสาวๆคนไหนอ่านแล้วได้นำไปลองรบกวนบอกกันด้วยนะค้า..^_^

slice orange

สูตรน้องหน้ามัน ไม่ช่ายทำให้หน้ามันนะคะ แต่เป็นสูตรสำหรับสาวหน้ามันนนน…เคอะ!
ส่วนผสมที่สำคัญของสูตรนี้คือ กะหล่ำปลี และ ส้ม ค่ะ
ให้นำใบกะหล่ำปลี 2 ใบล้างให้สะอาด ตัดก้านแข็งทิ้งไปแล้วแปะที่แก้ม 2 ข้าง ให้วิตามินซีและแคโรทีนดูดซับสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ให้นำน้ำส้มคั้นสดผสมน้ำคั้นจากใบกะหล่ำปลีทาบางๆทั่วหน้าแทนโลชั่น ทำให้หน้าหายมัน แต่ยังคงความชุ่มชื่น
ปล. สูตรนี้ยังไม่เคยลองค่ะ ไม่รู้ว่าขั้นตอนสุดท้ายมันจะแปลกๆ ดูไม่คุ้นเคยหรือเปล่าที่ต้องมีน้ำส้มบนใบหน้า ถ้าสาวๆ อยากลอง อาจจะทาทิ้งไว้อีก 15 นาที แล้วค่อยล้างออกก็ได้

egg yolk

สูตรน้องหน้าแห้ง-ผิวหยาบกร้าน แต่ไม่หยาบคาย
ปราบผิวแห้ง หยาบกร้านให้เป็นสาวผิวหน้าเนียนนุ่ม ด้วยการตีไข่….อุ้ย! เว้นช่องไฟผิด ตีไข่แดงค่ะ มิใช่ไข่อย่างอื่น..ตีไข่ให้แข็งๆ เอ้ย! แรงๆเหมือนจะทำไข่เจียวประมาณนั้นเลย จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไป ให้รู้สึกว่ามันเหนียวหนืดได้ที่ แล้วนำมาพอกทั่วทั้งหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำอุ่นจนหมดกลิ่นคาว อันนี้จะทำให้ผิวหน้าหยาบ กลับมาเนียนใส แบบไม่ต้องใช้รองพื้นกันเลยทีเดียวค่ะ ^_^
ปล. สูตรนี้ลองแล้วค่ะ แต่อาจต้องทนกับกลิ่นคาวของไข่เล็กน้อย (ไข่แดงนะคะไข่แดง)

สูตรน้องแพนด้า
สำหรับสาวที่อดหลับอดนอน จนขอบตาคล้ำเป็นหมาแพนดี้ วิธีเดิมๆที่สาวๆรู้ๆกันอยู่ยังคงใช้ได้ผลค่ะ สำหรับดื่มด่ำกับชาคาโมมายล์กลิ่นหอมเร้าจายแล้ว นำถุงชาคาโมมายล์แช่ในน้ำเย็น (หรือที่ทำเป็นปกติคือแช่ในตู้เย็นค่ะ) แล้วนำมาแปะตาสักพัก
หรือถ้าเจอแตงกวาขนาดเหมาะมือในตู้เย็น รีบนำมาล้าง แล้ว…..ฝานเป็นแผ่นบางๆค่ะ (แหม…คิดอะไรกันไปด้าย…คริๆๆ)
แต่สำหรับตู้เย็นที่ขาดสิ่งของเหล่านี้ ท่าไม้ตายคือใช้ช้อนแช่ช่องฟรีซมาประคบที่ตา ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวาได้ค่ะ
กับวิธีที่เคยแนะนำไว้ อันนี้ส่วนตั๊วส่วนตัวคือ ก้อนน้ำแข็ง นำมาถูๆ ที่รอบดวงตาและใบหน้า อันนี้สดชื่นได้ภายในเวลาอันรวดเร็วค่ะ

Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ, สูตรพอกหน้าสำหรับผิวมัน, สูตรพอกหน้าเพื่อผิวแห้งหยาบกร้าน

Popularity: 2% [?]

Comments (0)

สิ่งที่ควรรู้ก่อนสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนส

Posted on 07 February 2006 by Vinegar Girl

ตอนนี้นั่งทำงานจนพุงปลิ้น ก้นบาน ก่อนที่หน้าจะเป็นจาน พาลให้เสียเซล์ฟ เลยอยากจะหาเรื่องเสียเงิน…เข้าฟิตเนสอีกแล้น!!! ต้องบอกว่าอีกแล้นค่ะ เพราะว่าเคย มาแล้วค่ะ เคยเป็นสมาชิกฟิตเนสนะคะ ไม่ด้ายยยเคยอย่างอื่น….คริๆๆ
(แต่เมื่อครั้งนั้นเหมือนละลายเงินในช่วง 6 เดือนหลังของการเป็นสมาชิก 1 ปี เพราะไม่มีเวลาไปเลยค่ะ (จริงๆ คือคำอ้างของคนขี้เกียจ) อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ห้ามลอกเลียนแบบ!!)

ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสที่ไหน ต้องทบทวนให้ดีๆก่อนนะคะ เพราะมันคือภาระผูกพันทางการเงินในระยะยาว (ส่วนใหญ่ 1 ปีเป็นต้นไป) เพราะฉะนั้นควรเลือกที่คุ้มค่าเงินมากที่สุดนะคะ สิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้ค่ะ

  1. สถานที่ตั้ง
  2. ถ้าฟิตเนสที่อยากไปเพราะมันช่างไฮโซเดิ้นซะเหลือเกิน แต่ดั๊น….อยู่ไกลบ้านหรือที่ทำงาน การเดินทางไม่สะดวก อันนี้ขอให้เลิกคิดที่จะเป็นสมาชิกไปได้เลยค่ะ เพราะอันนี้อะฮั้นประสบพบเจอมาด้วยตัวเอง ขนาดฟิตเนสที่ใกล้บ้านขนาดไหน ยังไม่ค่อยมีแรงจูงใจจะไปเลยค่ะ (เพราะปกติขี้เกียจอยู่แล้น.. Y_Y) ต้องให้มีเพื่อนๆมาลากไป ไม่งั้นไม่ค่อยจะกระเสือกกระสนดิ้นรนไปด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้ใช้เม็ดเงินที่โดนตัดบัตร credit ไปไม่คุ้มนะเคอะ!

  3. ค่าสมาชิก
  4. อันนี้ควรดูควบคู่กับสถานที่ตั้งของฟิตเนสค่ะ สิ่งนี้สำคัญมั่กๆ อย่าเป็นแบบ…กำลังเดินเมาชีวิตอยู่ในห้าง สติล่องลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วก็โดนมั่วมานั่งให้เค้าขายฟิตเนส ด้วยความที่จะไปช้อปปิ้งต่อก็รีบๆดู รีบๆฟัง รีบๆเซ็น สาวๆขา…อย่าให้ลายเซ็น (ในบัตรเครดิต) กะครายง่ายๆนะคะ ไม่ว่าคนขายเค้าจะเยินยอว่าเราสวยดูดี น่ารักน่าดูแลให้เป็นอย่างดีเวลาเป็นสมาชิก อย่าไปหลงเชื่อง่ายๆ ( ยิ่งถ้าไม่เคยมีคนชมมาก่อนเลยอย่างดิชั้น! ) ควรถามเรื่องค่าสมาชิกรวมอะไรไว้บ้าง มีเทรนเนอร์ ผ้าขนหนู ล็อกเกอร์ หรือต้องจ่ายต่างหาก ที่ต้องดูอีกอย่างคือค่าแรกเข้า เพราะส่วนใหญ่หลายๆที่เค้าจะมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าแรกเข้าให้ ส่วนค่าสมาชิกต้องอย่ารีบผลีผลามค่ะ อะฮั้นบอกไปเลยว่าถ้าจ่ายราคานี้ หุ่นก็ดีได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เพราะเงินจะรับประทานข้าวยังไม่มี! เราต้องกล้าจิกกล้าต่อค่ะ หรือลองดูว่ามีสมาชิกระยะสั้นไหม? เพื่อทดลองก่อนจ่ายเงินระยะยาว และที่สำคัญต้องเช็คให้ดีกว่า สามารถยกเลิกก่อนโดยไม่เสียค่าปรับหรือไม่? เพราะบางที่เค้าทำสัญญา 1 ปี และตัดเงินผ่านบัตรเครดิต สำหรับเดือน 10, 11 และ 12 ไปตั้งแต่คุณยังไม่ได้เข้าไปใช้บริการเลยค่ะ

  5. เวลาทำการ
  6. อันนี้ก็ต้องเช็คก่อนนะคะ ว่าเวลาเปิดและปิดของฟิตเนสเอื้ออำนวยต่อการใช้บริการของเราหรือเปล่า

  7. คลาสออกกำลังกาย
  8. ลองดูคลาสที่คุณอยากเรียน พร้อมกับตารางที่มีอยู่ใน 1 สัปดาห์ว่าสาวๆ สามารถเข้าไปเรียนคลาสนั้นในเวลาที่สะดวกหรือไม่ และอันนี้ต้องดูให้ดีอีกเช่นกันค่ะ เพราะมันมีคลาสที่เค้ากระหน่ำโฆษณา เราก็มาเพราะอยากเล่นคลาสนี้…แต่จริงๆต้องจ่ายเพิ่มนะเจ้าคะ!
    เหอๆๆ โดนกันไป ถ้าไม่ถามก่อนเป็นสมาชิก

  9. เครื่องออกกำลังกาย
  10. อันนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างวิบากกรรม สำหรับการที่เราเป็นสมาชิกในรุ่นแรกๆ ยังมีเครื่องให้ใช้ได้สบายๆ แต่พอนานไปคนเริ่มเยอะ เริ่มต้องต่อคิวยาว ราวกับไปเล่นเครื่องเล่นที่ดรีมเวิล์ด หรือคลาสที่คนแน่นเอี๊ยดเป็นปลากระป๋อง จะออกลีลามากก็ไม่ได้ เพราะเกรงใจคนรอบด้าน เดี๋ยวเราจะไปฟาดงวงฟาดงาโดนเค้าอ่ะค่ะ T_T

  11. พนักงาน
  12. อันนี้ต้องดูว่าถ้าอยากมีเทรนเนอร์ส่วนตัวต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีเทรนเนอร์จะมีใครมาช่วยให้เราออกกำลังกายโดยใช้เครื่องต่างๆได้หรือไม่ และจำนวนพนักงานที่ดูแลตรงนี้เพียงพอที่จะดูแลลูกค้าหรือไม่?

  13. ความสะอาด
  14. อันนี้ก็ค่อนข้างสำคัญนะคะ เพราะเราต้องใช้ทุกอย่างร่วมกับผู้อื่น เช่นล็อกเกอร์ ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า ยันผ้าขนหนู

สิ่งสำตัญคือความขยันและตั้งใจของตัวเราเองนะคะ ถ้าพร้อมและมีวินัยกับตัวเองมากพอ ก็จะทำให้การเป็นสมาชิกฟิตเนสประสบผลสำเร็จไปด้วยดี มีหุ่นสวยสเลนเดอร์ แต่ถ้ายังไม่ค่อยแน่ใจว่าในอาทิตย์นึงจะไปได้ซักครั้ง อันนี้น่าจะยั้งเอาไว้ก่อนนะคะ เพราะสาวๆ อาจไม่ได้ใช้เงินให้คุ้มค่าก็ได้ค่ะ ^_^

Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, ข้อแนะนำในการเลือกฟิตเนสให้คุ้มค่า, วิธีตัดสินใจก่อนเป็นสมาชิกฟิตเนส

Popularity: 1% [?]

Comments (3)

ซอสมะเขือเทศ - ใช้กินใช้ทาในขวดเดียวกัน

Posted on 06 February 2006 by Vinegar Girl

Tomato sauce

สวัสดีค้า…สาวๆ เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์คงได้พักผ่อนหรือทำกิจกรรมกันไปแล้วนะค้า…ตัวดิชั้นเพื่อนสาวสุดที่รักเพิ่งบินมาจากสวีเดน และเพื่อนในกลุ่มนัดทานข้าวกัน เลยมีแต่กิจกรรมรับประทานเพื่อคงความสมบูรณ์และหนาแน่นของชั้นไขมันในร่างกาย…อิอิ
ส่วนสาวคนไหนถ้าเพิ่งไปทำสีผมมา เมื่อคืน - เช้าวันนี้เริ่มเมากลิ่น (สารเคมี) บนศีรษะตัวเองจนเริ่มหน้ามืด ตาลาย..ถ้านายสั่งงานมาก อาจจับมาเป็นตัวประกันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะเลย!! จายเย็นๆค้า…อย่าทำแบบน้านนนน…ตั้งสติกันไว้ให้มั่น ถ้าจะเอาเจ้านายเป็นตัวประกัน แนะนำว่าให้ร่างสิ่งที่ต้องการไว้ก่อน จะได้ไม่หลุดหรือลืมสิ่งที่จะเรียกร้องในสถานการณ์จริงๆ!! - -” กริ๊ววววววว!!!
วันนี้จะแนะนำ วิธีกำจัดกลิ่นของสารเคมีที่ตกค้างบนศีรษะของสาวๆ เวลาเข้าร้านทำผมมาค่ะ
วิธีทำก็ง่ายๆ ค่ะ โดยใช้ซอสมะเขือเทศ ผสมกับน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ ทาลงบนเส้นผมที่แห้ง ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยสระออก
วิธีก็จะช่วยขจัดกลิ่นสารเคมีรุนแรงบนเส้นผม และยังช่วยทำความสะอาดและบำรุงผมด้วยนะคะ ^_^

Thai Blog, Blog Thai, บล็อคไทย, วิธีกำจัดกลิ่นสารเคมีบนเส้นผม, ซอสมะเขือเทศช่วยลดกลิ่นสารเคมีบนผม, คำแนะนำการขจัดกลิ่นสารเคมีหลังทำสีผม

Popularity: 4% [?]

Comments (3)

CATEGORIES

INFORMATION

eXTReMe Tracker