Posted on 28 February 2006 by Vinegar Girl
สาวๆขา อากาศตอนนี้ร้อนเหงื่อแตกเหงื่อแตน ว่าแล้นก็อยากตัดผม เพื่อมีทรงผมรับร้อนกันเป็นแถวๆ ทรงผมเนี่ยช่วยส่งเสริม ความงามบนใบหน้าของสาวๆ ได้นะคะ
วันนี้เลยจัดหาวิธี เลือกทรงผมให้รับกับรูปหน้าของสาวๆกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องมาเช็คกันก่อนค่ะ ว่าโครงหน้าของเราเนี่ย มีลักษณะแบบไหน คือเก็บผมเปิดหน้าผาก ให้เห็นความเหม่ง! อูยยยย…ให้เห็นโครงหน้าของเราที่หน้ากระจกกันค่ะ ^_^

หน้ารูปไข่ สาวหน้าลูบไข่ อุ๊ปส์! หน้ารูปไข่เป็นอะไรที่ perfect ค่ะ เพราะสามารถหาทรงผม ที่เข้ากับรูปหน้าได้ง่าย และหลากหลาย ไม่ว่าจะสั้นจะยาว แต่แบบที่สวยโดนใจสุดๆ คงต้องเป็นผมสไลส์ไล่ระดับ ในช่วงใดของใบหน้า ที่อยากให้คนอื่นมอง เช่น สไลซ์ใกล้โหนกแก้ม ริมฝีปาก หรือ คาง
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมสั้นสไลซ์ไล่ระดับ ที่เพิ่มความสูงให้กับส่วนบนของศีรษะ เพราะจะทำให้ใบหน้าดูยาวไปค่ะ
สาวที่มีใบหน้ารูปไข่ อย่าง Charlize Theron กับผมบลอนด ์สไตล์เรโทร ด้วยทรงผมบ๊อบเคลียไหล่ ที่มีความยาวไม่เท่ากันด้านหน้า ช่วยขับใบหน้าให้ยิ่งดูสวยโดดเด่นค่ะ

หน้าสี่เหลี่ยม สาวที่มีลักษณะหน้าผากกว้าง โหนกแก้มเยอะ หรือคางปาด จะเหมาะกับทรงผมที่เป็นลอนอ่อนๆ ทรงสไลซ์ ให้ไล่ระดับตามกรอบหน้า ถ้าเป็นทรงผมสั้นต้องเป็นปลายแหลมๆ จะดูสวยมากค่ะ ถ้าผมยาวให้สไลซ์ผมกรอมใบหน้าด้านข้าง เพื่อปิดขากรรไกร ไล่ลงมาด้านล่าง
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมบ๊อบตัดตรง โดยเฉพาะที่มีความยาวระดับคาง และผมม้าทื่อๆ เพราะจะยิ่งทำให ้ใบหน้าดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้นไปอีกค่ะ
Kate Bosworth กับทรงผมดัดลอนอ่อนๆ ที่ช่วยเพิ่มความหวาน และพรางช่วงกราม และคางให้ดูกลมกลึงมากขึ้นค่ะ

หน้ากลม เหมาะกับทรงผม ที่มีความยาวเลยคางลงไป และทรงผมที่ เล่นระดับจากศีรษะด้านบน ลงด้านล่าง ซึ่งจะช่วยถ่ายเทน้ำหนัก และความกลมตันของใบหน้าให้เฉลี่ยออกไปด้านข้าง ทรงผมที่สวยน่ารัก คือผมดัดลอนอ่อนๆตั้งแต่ช่วงปลายติ่งหูลงไป สไลซ์ให้ยาวระดับไหล่
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมดัดหยิกลอนเล็ก ที่มีความยาวระดับคาง
ไม่ใช่ว่าสาวหน้ากลมห้ามรวบผมตึง โดยเด็ดขาดนะคะ เพราะสาว Christina Ricci ทำให้ดูแล้วว่า ถ้าต้องการรวบผมตึง มีเทคนิคยกช่วงบนให้สูง (อารมณ์ตีโป่งผมช่วงบน แบบทันสมัยหน่ะค่ะ มีอยู่ช่วงนึงเมื่อปลายปี 2004 ที่เหล่าดารา Hollywood ฮิตตีโป่งผมด้านหน้า แล้วปล่อยปลายผมยาว..ทรงนี้สาวหน้ากลมสามารถทำได้ และดูสวยเริ่ดเชียวค่ะ.. การที่ยกผมช่วงบนสูง เพื่อที่จะถ่ายน้ำหนักด้านข้างของใบหน้า ทำให้หน้าดูเพรียวยาวขึ้นได้ค่ะ ^_^
Note : เพิ่มเติมค่ะ ลองไปดู แบบผมสวยๆ สำหรับสาว หน้ากลม กันค่ะ ^_^

หน้ายาว สำหรับผมตรง ควรเพิ่มความกว้างของใบหน้า ด้วยผมม้า หรือผมแสกข้าง นอกจากนี้ ทรงผมดัดหยิกมีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง ก็สามารถเพิ่มความกว้าง ให้ศีรษะได้ค่ะ
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมสั้นสไลซ์ที่สั้นเกินไป หรือเน้นน้ำหนัก ช่วงบนศีรษะ อย่างตีโป่งด้านหน้า อันนี้ไม่ควรค่ะ เพราะจะเน้นให้ใบหน้าดูยาวยิ่งขึ้นค่ะ
ทรงผมยาวดัดลอนสวยนี้ ช่วยให้สาวที่มีรูปหน้ายาว อย่าง Sarah Jessica Parker ดูมีใบหน้าที่ได้รูปมากขึ้น

หน้ารูปหัวใจ สาวที่มีรูปหน้าแบบนี้ คือหน้าผากค่อนข้างกว้าง หรือเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีโหนกแก้มสูง ส่วนคางแคบ เล็ก แหลม ดวงตาของสาวๆ หน้ารูปหัวใจ จะเป็นจุดเด่นที่สุด บนใบหน้า สิ่งที่ต้องทำคือ เบนความสนใจจากโหนกแก้ม ไปยังส่วนอื่นๆ และพรางคางที่แหลมเล็ก ให้ดูกลมกลึง ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ถ้าต้องการตัดผมสั้น ควรให้ผมด้านบนยาว และสไลซ์ให้ดูเบา อย่าง ผมหน้าม้าปาดข้างที่ออกจะฮ็อตฮิตอยู่ สาวๆผมสั้นทรงนี้จะดูเปรี้ยว เฉี่ยว ทันสมัย ไฮโซววว์มากๆค่ะ ถ้าอยากไว้ทรงผมบ็อบระดับคาง หรือเคลียไหล่ เหมาะกับทรงผม ที่เซ็ตปลายสะบัด หรือสไลซ์ปลาย เพราะจะช่วยไม่เน้น ให้คางดูแหลมมากนักค่ะ ถ้าชอบผมยาว จะดูสวยโดดเด่นเป็นพิเศษ กับทรงผมดัดคลื่นลอนอ่อนๆ เพราะบดบังความสูงของโหนกแก้ม และพรางตาไม่ให้คางเล็กแหลม จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนหวานมากยิ่งขึ้นค่ะ
ควรหลีกเลี่ยง ทรงผมม้าตัดตรง เพราะจะเน้นใบหน้าช่วงล่างทั้งคาง และโหนกแก้มให้ชัดเจนมากไปค่ะ ส่วนการสไลซ์ที่ตัดหยาบๆ ไม่บางเบา ก็จะทำให้โครงใบหน้าเราดูแข็งค่ะ
สาวหน้ารูปหัวใจ Kirsten Dunst กับผมดัดลอนอ่อนๆช่วยพรางโหนกแก้ม และคางที่เล็กแหลมให้ดูได้สัดส่วนสวยงามมากขึ้นค่ะ
photo : www.handbag.com
www.es.movies.yahoo.com
แถมท้ายอีกนิดนะคะ นอกจากรูปหน้าแล้ว สาวๆต้องดูลักษณะเนื้อผม ประกอบด้วยนะคะ ถ้าผมลีบบางมาก ควรเลือกทรงผมที่สั้นหน่อย เพราะจะช่วยทำให้ผมดูหนา มีน้ำหนักยิ่งขึ้น ถ้าสาวที่ดัดผมหยิก เป็นคลื่นลอนเล็กน้อยถึงปานกลาง ไปจนกระทั้งลอนรุนแรง ควรสไลซ์เล่นระดับ ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยให้ดูสวย ไม่หนาหนักจนเกินไปค่ะ ส่วนสาวๆที่ผมหนามากๆ จะเหมาะมากกับ ทรงผมที่สไลซ์เล่นระดับค่ะ ^_^
ร้อนนี้สาวๆคงหาทรงผมถูกใจ และทรงผมที่สวยรับกับใบหน้ากันได้แล้วนะคะ ^_^
Posted on 26 February 2006 by Vinegar Girl
เมื่อวาน (วันพฤหัสบดี) ได้เลิกงานเร็วเลยมีโอกาสเข้าร้านหนังสือ เพื่อลองไปดู หนังสือที่สอนแต่งหน้าให้ น้องPOCKYMM
ไปดูทั้ง SE-ED และ B2S แต่ทำไมมันช่างมีน้อยเหลือเกิน จำได้ว่าก่อนหน้านี้ (หลายเดือน) ยังแอบเห็นหนังสือของคุณม้าอยู่บนชั้นอยู่เลยค่ะ
ตอนนี้เท่าที่ดูแล้วน่าสนใจ มีอยู่เล่มเดียว คือ หนังสือ Makeup for Working Women โดยสำนักพิมพ์ Bliss Publishing ราคา 220 บาทค่ะ
หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณฟูก ธำรงรัตน์ วรารักษ์ : เมคอัพอาร์ติสท์ระดับแนวหน้าของเมืองไทยค่ะ ^_^ (คุณฟูกเธอทั้งสวย ดูเรียบร้อย และแต่งหน้าเก่งอีกต่างหาก) ถ้าชอบการแต่งหน้าแบบที่ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติคุณฟูกก็คือหนึ่งในเมคอัพอาร์ติสท์ที่เป็นสไตล์นั้นค่ะ นอกนั้นก็มีคุณชรภาส โอภาสพันธ์ (คนนั้นก็เป็นเมคอัพอาร์ติสท์ในดวงใจข้าพเจ้าเหมือนกันค่ะ)
คุณม้า อรนภา และ คุณสรวุฒิ ฉัตรกุล ณ อยุธยา
แต่ถ้าสีสันจัดจ้านหลายสไตล์คงต้องเป็นพี่เป็ด อภิชาต นรเศรษฐาภรณค่ะ
ยังไงน้อง POCKYMM ลองไปอ่านๆดู แล้วเปรียบเทียบกันนะคะ ^_^ คิดว่าเมคอัพอาร์ติสท์แต่ละคนคงมีเคล็ดลับ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยฝากไว้ในหนังสือกันบ้างหล่ะค่ะ
(เดี๋ยวคงกลับไปซื้อมาใหม่ เพราะเมื่อวานรีบๆค่ะ ไปที่ SE-ED เห็นว่าไม่ค่อยมี เลยไปที่ B2S แต่กลับมีน้อยกว่าอีก เหอๆ) ถ้าได้อ่านแบบละเอียดแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะคะ ^_^
ส่วนเรื่องของวันนี้เป็นรูปสวยๆ จากเหล่าบรรดา Celebs จาก Hollywood ค่ะ ให้ดูอุปกรณ์เสริม เอ้ย! เครื่องประดับ ว่าตอนนี้เค้าฮิตสปอยเลอร์ คนนะไม่ช่ายรถ!! มาอัพเดทกันค่ะว่าต่างหู หรือเครื่องประดับแบบไหนที่กำลังร้อนฉ่าอยู่บนพรมแดงในเวลานี้!!
สาวแรก Keira Knightley (ที่มักจะมาอวดโฉมใน blog อะฮั้นเสมอๆ แฮ่ๆ) ไปงาน Golden Globe Award ที่ผ่านมา เธอใส่ต่างหูที่สวยถูกจาย จนต้องนำรูปน้องเคียร่าและต่างหูเพชรเม็ดเท่าไข่เยี่ยวม้า…สีก็ไม่ใช่แล้น~! ชอบต่างหูของ Cartier คู่นี้มั่กๆ เคอะ (ได้แต่ดูแต่ตาค่ะ ไม่มีปัญญาครอบครองเคอะ!) อย่างอะฮั้นได้แต่”คาที่” ไปก่อนอ่ะค่ะ คริๆๆๆ
Sienna Miller สาวสวยจากหนังเรื่อง Casanova ที่เพิ่งหั่นผมสั้นจู๋หลังเลิกกับแฟนหนุ่ม (จอมเจ้าชู้) Jude Law ดูเปรี้ยวสดใส ได้ใจจริงๆค่ะ เธอเลือกใส่ต่างหูห่วงยาง เอ้ย! ห่วงยาวสีทอง กับเสื้อเกาะอกและกางเกงเข้ารูปสีดำ เลยต้องนำมาให้สาวๆดูกันค่ะ (เผื่อออกตัดผมทรงเดียวกับเซียนน่าด้วย..อิอิ)
Reese Witherspoon กับต่างหูห้อยทรงกลม ที่ช่วยพรางโครงหน้าส่วนคาง – ขากรรไกรให้ดูนุ่มนวนขึ้น ต่างหูออกสีเทานิดๆ เพื่อให้เข้ากับเลื่อมของเดรส ถึงแม้จะสีเทาหน่อยๆ แต่ก็เจิดจรัสเปล่งประกาย ในยามค่ำคืน โดยเฉพาะตอนที่ต้งอขึ้นไปรับรางวัล Best Actress ในปีนี้ค่ะ ^_^
Ziyi Zhang สาวหมวย สวย x จากเรื่อง Memoirs of A Geisha ในงาน Golden Globes เหมือนกันค่ะ (ฮี่ๆๆ งานนี้งานเดียวอะฮั้นหากินได้หลายครั้งเลย จุ๊กกรู๊ววววว
)
สังเกตดีๆ ต่างหูเธอน่ารักมากเลยนะคะ เป็นรูปผีเสื้อเล็กๆ 2 ตัว ตรงปลายต่างหูเป็นมุข ดูอ่อนหวานผู้หญิ้งงงง..ผู้หญิงค่ะ
ยังมีอีกนะคะ..ตามไปดูกันต่อเลยค่ะ ^_^ Continue Reading
Posted on 23 February 2006 by Vinegar Girl
โดยส่วนตัวแล้ว เครื่องประดับที่ใช้เป็นประจำ คือต่างหูค่ะ ต้องใส่ทุกวัน ถึงจะดูแต่งตัวครบ แฮ่ๆ
ต่างหูคู่สวยของสาวๆ นอกจะมีความสวยเก๋ เตะตาแล้ว ยังสามารถให้ประโยชน์อีกมากมายกับสาวๆ ได้อีกด้วยนะคะ อ้ะๆ ถึงเราไม่สามารถใช้มันไปซื้อกาแฟได้ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย! ไม่ได้เกี่ยวเลยค่ะ ฮ่าๆ งั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าต่างหูสามารถทำหน้าที่อะไรได้บ้าง
ต่างหูช่วยดึงความสนใจไปจากร่างกายท่อนบน ในส่วนที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของในหน้าหรือลำคอ ลองมาดูหลักการคร่าวๆ (ที่บางคนอาจจะทราบกันอยู่แล้ว) ก่อนซื้อต่างหูกันนะคะ
- รูปทรงของต่างหู สามารถช่วยแก้ไขรูปหน้าของสาวๆได้นะคะ เพราะฉะนั้นหลักการง่ายๆ คือเลือกต่างหูที่มีลักษณะตรงข้ามกับรูปโครงหน้าของเราเอง
- สาวหน้ากลม ควรใส่ต่างหูที่เป็นทรงห้อยระย้าลงมา ประมาณช่วงกราม จะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น นอกจากนี้ต่างหูระย้า ยังช่วยสาวคอสั้น ให้ดูโปร่างขึ้นด้วยนะคะ
- สาวหน้ารูปสี่เหลี่ยม ควรเลือกต่างหูที่มีลักษณะเป็นทรงกลมๆ ทรงห่วง เพราะจะช่วยปรับโครงหน้าให้ดูนุ่มขึ้นได้
- สาวหน้ารูปหัวใจ ใช้ต่างหูที่มีลักษณะกว้างตรงฐานด้านล่าง หรือเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วให้ยอดแหลมของสามเหลี่ยมอยู่ตรงติ่งหูนั่นล่ะค่ะ (เอ่อ..งงกับคำอธิบายมั้ยเอ่ย!?) เพราะจะช่วยพรางคางที่แหลมเล็กลงมากว่าด้านหน้าผากของเราให้ดูสมดุลมากขึ้นค่ะ
- สาวรูปหน้ายาว ต่างหูระย้ายาวว..ในทรงแบบที่เป็นเส้นเดียว อันนี้ต้องระวังค่ะ เพราะมันจะยิ่งทำให้หน้าดูย้าว..ยาวหนักขึ้นไปอีก
- ขนาดของติ่งหู ถึงเป็นรายละเอียดที่เล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อต่างหูนะคะ โดยเฉพาะต่างที่แบบที่ติดกับติ่งหู ควรเลือกขนาดที่สมดุลกับความกว้างของปลายติ่งหูเรา ถึงจะดูสวยค่ะ
- สาวในหน้าหมองคล้ำ หลายคนคงนึกในใจ ต่างหูนะ ไม่ช่ายครีมไวท์เทนนิ่ง จะได้ช่วยให้หน้าขาวได้ อ้ะๆ แหม..ถึงไม่ได้ทำให้หน้าขาว แต่ช่วยขับผิวสาวๆ ให้ดูขาวใสกระจ่างขึ้นได้นะคะ เพียงแค่เลือกต่างหูเพชร มุก (ไม่ว่าจะแท้หรือเทียม) คริสตัลสีสว่างใส รวมทั้งเครื่องประดับแวววาวที่เป็นสีเงิน หรือสีทอง เท่านี้สาวๆ ก็หน้าเด้งมาให้ทันตาเห็นเลยหล่ะค่ะ
แอบฝากไว้ให้อินนี๊ดดดดดดดส์นึงว่า ตอนนี้ต่างหูjewelry (คือไม่เน้นว่าเป็นของแท้ แต่ให้แลดูวูบวาบ แวววาวเป็นใช้ได้ค่ะ) ทรงระย้า แบบใหญ่ๆที่แลดูคล้ายจี้สำหรับสร้อยคอแบบในรูปนี้ กำลังอินมั่กๆ เคอะ แล้วต้องเลือกแบบที่เป็นสีๆ สดใส เพราะจะได้ไม่ดูแก่เกินวัยค่ะ ^_^
Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, วิธีเลือกต่างหูให้เข้ากับรูปหน้า, การแก้ไขอำพรางรูปหน้าด้วยต่างหู, วิธีเลือกซื้อต่างหู, ต่างหูที่เหมาะสมกับสาวรูปหน้าต่างๆ
Posted on 22 February 2006 by Vinegar Girl

สาวๆ ขา trend กระเป๋า ก็วนไปเวียนมาเหมือนเสื้อผ้าเนี่ยหล่ะค่ะ โดยเฉพาะกระเป๋าแบรนด์เนมทั้งหลายเนี่ย ราคาไม่ใช่ถูกๆ ถ้าเราดูแลรักษาดีๆ ก็สามารถเป็นมรดกตกทอดถึงทายาทรุ่นลูก รุ่นหลานกันได้เลยทีเดียว (เหอๆ คือทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีทรัพย์สมบัติมีค่าอื่นใดอีกเลย นอกจากกระเป๋า….เหอๆๆ T_T ขอแสดงความเสียใจกับอนาคตหลานน้า ((ถึงตำแหน่งต้องเป็นป้า..แต่จะสอนให้หลานเรียกน้า เพื่อความอ่อนเยาว์ของวัย))..ตอนนี้ยังไม่มีทายาทนะเคอะ (ยางเป็นโฉด เอ้ย! โสด…ยังไม่ได้แต่งงานเยยค้า~…แฮ่ๆ)
แต่ก่อนอื่นที่จะทำการมอบมรดกเป็นกระเป๋า 1 ใบให้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน เราต้องมาหาวิธีเก็บรักษากระเป๋าให้สวยปิ๊งเหมือนใหม่กันค่ะ
ได้นำบทความบางส่วนมาจากหนังสือ Mix & Match ของคุณพลอย จริยะเวช ค่ะ
photo : www.louisvuitton.com
เพื่อได้รับความชื่นชม ปิติปรีดา เสียงโห่ร้องเซ็งแซ่ยินดีจากอนาคตหลานๆ ที่ได้กระเป๋าวินเทจของน้าอ้อมไว้สะพายกิ๊บเก๋!!! (<-- เว่อร์ไปมั้ยเนี่ย แค่กระเป๋าใบเดียว
ทำยังกะบ้านพร้อมที่ดิน 30 ไร่..เหอๆ – -” )
เราต้องพึงปฎิบัติตามข้อต่อไปนี้กันค่ะ
- สาวๆควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้าสำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะนะคะ เพราะถุงแบบนั้นจะมีข้อดีคือ ลทสามารถผ่านได้พอประมาณ กันฝุ่นได้ดีค่ะ (ถ้าเราเสียตังค์ซื้อกระเป๋าจากร้านเครื่องหนังโดยเฉพาะ หรือร้านแบรนด์เนมทั้งหลาย ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะเค้าจัดให้อยู่แล้น)
- อย่า…เก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติกนะเคอะ โดยเฉพาะกระเป๋าหนัง เพราะมันอับ + อากาศร้อนในบ้านเรา เสียหายค่ะ เพราะกระเป๋าหนังจะกรอบเกลียว เคี้ยวเป็นแคบหมูได้เยย
- สิ่งที่ควรระวังคือ ถ้าวางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อนในตู้มันจะสามารถหลอมละลายสีเคลือบตู้ให้มาคิดบนหนังกระเป๋า โดยเฉพาะหนังแก้วได้ทันที เพราะฉะนั้นสาวๆคนไหนยังไม่อยากเพนท์สี (จากตู้เสื้อผ้า) ลงบนกระเป๋าหนังแก้วใบสวย แอนด์แพงของเรา โปรดเก็บใส่ถุงผ้าด่วนค่ะ
- ควรนำกระเป๋ามารับออกซิเจนกันบ้าง (ฟังดูเวอร์อลังการมั้ยคะ?!) ไม่ได้อลังการยุ่งยากเลยค่ะ แค่เอากระเป๋าออกมาจากถุงผ้าให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท สิ่งสำคัญคือวางในร่มนะคะ ไม่ต้องตากแดด
- ข้อดีของการนำกระเป๋าออกมาจากถุงผ้าบ้าง คือ สาวๆเคยสังเกตเห็นขนกันบ้างมั้ยคะ เหอๆๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด..ขนจากถุงผ้าหน่ะค่ะ จะติดตามขอบ หรือสายกระเป๋า (โดยเฉพาะถุงผ้าจากยี่ห้อยอดฮิตของสาวๆนั่นแหล่ะค่ะ ผ้าด้านในถุงจะเป็นขน) และ ยิ่งถ้าเราเก็บกระเป๋าในตู้เสื้อผ้า อากาศร้อนอบ มันเหมือนกาวที่ติดสายหนังของกระเป๋าพ่วงเอาขนในถุงผ้ามาติดด้วย เวลาหยิบมาสะพายที เดินขอบเป็นขนกันเลย – -” (ใช้คำพูดได้น่ากลัวมั่กๆ แต่ชอบ 5555)
- กระเป๋าของคุณผู้หญิง ก็เหมือนรถใหม่ของคุณผู้ชายล่ะค่ะ รถใหม่ๆ ถ้าได้เคลือบสีก็จะดี ถ้าต่อไปเราพลั้งเผลอไปทำรอยขูดขีดก็จะไม่หนักหนาถึงตัวรถ กระเป๋าก็เหมือนกันค่ะ ถ้าซื้อมาใหม่ๆ ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนังป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนังเรามีคุณภาพแจ่มแจ๋วทนทานต่อริ้วร่อยยิ่งขึ้นค่ะ
- การรักษารูปทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญค่ะ การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษช่วยรักษารูปทรงได้มากเลยทีเดียวค่ะ เพราะไม่ว่าเราจะเก็บไว้ในลักษณะนอน หรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรงค่ะ
ว่าแล้ววันนี้กลับบ้านไป ต้องเอาน้องกระเป๋าออกมารับออกซิเจนบ้างแล้วหล่ะค่ะ ^_^
blog Thai, Thai Blog, บล็อกไทย, วิธีดูแลรักษากระเป๋า, การเก็บรักษากระเป๋า
Posted on 20 February 2006 by Vinegar Girl
ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกๆคนที่แวะเข้ามาอ่านและช่วย comments นะคะ ^_^ ช่วงนี้เหมือนอัพเดทน้อยไปนิด แต่จะพยายามอัพให้ได้บ่อยที่สุดนะคะ
ขอบคุณ เพื่อน ด้วยค่ะ – ตอนนี้เริ่มไม่จับไข่ เอ้ย! จับไข้แล้วค่ะ ตอนนี้คนที่เป็นหวัดเหมือนจะเป็นหนักขึ้น และหายยากมากขึ้นนะคะ
เพราะฉะนั้นต้องดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ การไม่มีโรค เป็นลาบ น้ำตก ส้มตำ อุ้ย! เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆค่ะ
ขอบคุณ น้องเบส พี่อ้อมเข้าไปอ่านของน้องเบสไม่ได้จริงๆ ลบเค้ก เอ้ย! ลบคุ้กกี้หลอกเครื่องก็แล้ว re-start ก็แล้ว นี่ก็ว่าจะลองตบเครื่องคนอื่นมาใช้อยู่ แฮ่ๆ เกี่ยวป่าวเนี่ย!! – -”
ขอบคุณ Nush ที่เข้ามาอ่านและมา Happy Valentine’s Day ให้ด้วยค่ะ จะพยายามหาเรื่องที่ช่วยแก้ปัญหาที่ผิวหน้าให้นะคะ
ขอบคุณ POCKYMM นะคะ ยังติดค้างเรื่องหนังสือแต่งหน้าอยู่ ไม่ได้ลืมนะค้า… ไว้จะมาเขียนไว้ให้นะคะ ^_^
ได้ไปเจอบทความเกี่ยวกับเรื่อง What You Read Reveals your Personality โดย ริชาร์ด เบนเนท มาค่ะ เลยอย่างให้สาวๆลองดูว่า การอ่านหนังสือแต่ละประเภทสามารถบ่งบอกว่าเราเป็นคนมีบุคลิกภาพแบบใด ลองดูไว้ไม่เสียหลายค่ะ เลยเอามาให้อ่านเล่นๆ ขำๆ กันนะคะ ^_^

- นิตยสารผู้หญิง (women’s magazines) จะเป็นคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ เป็นผู้หญิงเก่ง ที่จะต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ว่าอุปสรรคจะมีแค่ไหน ก็จะพยายามไขว่คว้าหาทางที่จะก้าวต่อไปโดยไม่ท้อถอย เพราะคิดเสมอว่า อุปสรรคคือพลัง ไม่มีใครได้ทุกอย่างตามที่คิดหวัง แต่ถ้าเราพยายามทำให้ดีที่สุด ทุกอย่างก็อาจไม่ไกลเกินหวัง คนที่อ่านนิตยสารผู้หญิงจึงเป็นคนที่ขยันทำงาน ขอแค่มีความหวังทุกอย่างก็ไม่เกินฝัน
- หนังสือขำขัน (comic books) ใครที่ชอบอ่านหนังสือประเภทนี้ จะเป็นคนไม่คิดมาหรือเคร่งเครียดให้ชีวิตเป็นทุกข์ มีชีวิตแบบสบายๆ เห็นโลกสวยงาม น่าสนุก และรื่นรมย์ เพราะโลกยังมีสิ่งดีๆ อีกมากมายที่เราสามารถไขว่คว้าหาความสุขได้ เราจึงไม่จำเป็นต้องไปจมอยู่กับความทุกข์ ทำให้ครียดน้อยลงทำงานอย่างสบายใจ และคนที่ร่วมงานด้วยก็สบายใจ
- นวนิยายโรแมนติก (romantic novels) เป็นคนที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี ไม่ค่อยท้อถอยต่อชีวิต คิดเสมอว่า ล้มเพื่อลุก เดินเพื่อวิ่งต่อไป แล้วยังช่างคิดช่างฝัน ฝันในสิ่งดีและเชื่อว่าสิ่งไม่ดีจะอยู่ไม่นาน เปรียบเหมือนมีมืดก็ต้องมีสว่าง หนทางของชีวิตยังมีมากมาย และคิดเสมอว่า ถนนของชีวิคไม่ได้มีเส้นเดียว ยังมี ตรอกซอกซอยที่จะไปได้อีกมาก จึงไม่ห่วงว่าชีวิตจะมีอันหมดหนทางไป ฉะนั้นถ้าทำงานครั้งนี้ไม่ได้ผล ก็ยังมีหนทางอื่นพอทำได้
- บทกวี (poetry) เป็นคนที่รักธรรมชาติและสัตว์ มักจะทำตามความรู้สึกของตน ไม่ชอบฝืนหรือทำอะไรขัดกับความรู้สึกลึกๆ แม้สิ่งนั้นจะให้ผลตอบแทนมากก็ตาม เพราะถือใจที่อิสระเป็นใหญ่ วัตถุหรือชื่อเสียงเกียรติยศเป็นเรื่องเล็ก งานจึงต้องทำด้วยความรักเป็นหลัก
- ชีวประวัติ (biography) อาจมองดูว่าเป็นคนใฝ่รู้ อยากรู้ และทะเยอทะยานที่จะทำอะไรให้ได้ตามที่มุ่งมั่นตั้งใจ ขณะเดียวกันก็เป็นคนค่อนข้างจะรอบคอบ และหาเหตุผลหรือหนทางหลากหลายก่อนที่จะตัดสินใจ เรียกว่าไม่ใจเร็วด่วนได้ แต่จะรีบด่วยหาข้อมูลก่อนที่จะทำการใหญ่ เพื่อจะได้ผิดพลาดน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าเราได้ร่วมงานกับคนที่ชอบอ่านชีวประวัติ เราจึงต้องมีข้อมูลเพียบพร้อมไม่ประมาท
- หนังสือประวัติศาสตร์ (history books) ใครที่ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ค่อนข้างจะเน้นงานใหญ่ๆ มากกว่างานเล็กๆ หรือการไปปาร์ตี้สังสรรค์ เข้าทำนองชอบคิดชอบทำงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ชอบเรื่องไร้สาระ คนที่ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์จะเป็นคนทำงานดี มีเหตุผล ถ้าเราได้ร่วมงานกับคนแบบนี้ต้องอย่าพูดแบบน้ำท่วมทุ่งนะคะ ต้องพูดเรื่องที่มีเหตุผลและต้องย่อๆ ให้ได้ใจความค่ะ
- หนังสือคลาสสิค (classics) คนที่ชอบอ่านหนังสือแบบนี้ จัดว่าเป็นคนมีคลาส ดูดี ท่าทางมีระดับ ถ้าเป็นหนังสือต่างประเทศจะชอบแนว Tom Sawyer หรือ Little Woman ค่ะ คนแบบนี้จะดูดีทั้งการแต่งกาย และ การพูดจาค่ะ
- ข่าวด่วนรอบโลกประจำสัปดาห์ (weekly world news) คนที่ใส่ใจเรื่องนี้ คือ คนที่มีข้อมูลที่น่าสนใจเวลาพูดกับคนอื่นๆ ดังนั้นเค้าจะเป็นที่ชื่นชอบในวงสนทนา หรือในงานปาร์ตี้ เพราะสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆได้ ถ้าในเวลาทำงานจะสามารถวิจารณ์แบบมีหลักฐาน เป็นคนดีมีเมตตา และมีความกระตือรือร้นอีกด้วยค่ะ
- นิตยสารข่าวและหนังสือพิมพ์รายวัน (news magazines and daily news papers) เข้าทำนองรักการอ่านข่าวล่าสุด อัพเดทตลอดเวลา เป็นนักสู้ชีวิตแบบไม่ท้อถอย และยอมรับความคิดใหม่ๆ ในบางครั้งบุคลิกภายนอกอาจดูเหมือนคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว นั่นเป็นเพราะตัวคุณคิดว่าชีวิตต้องแกร่ง และน่าจะยืนหยัดต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพื่อจะได้มีสิ่งดีๆ ในวันข้างหน้า
- นิยายวิทยาศาสตร์ (scientific fiction) เป็นคนช่างคิดฝัน มีความคิดริเริ่ม และชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งชอบวางแผนการเพื่ออนาคต ทำงานด้วยความกระฉับกระเฉงไม่เฉื่อยชา มีความคิดริเริ่มที่น่าสนใจ ตลอดจนยอมรับว่าบางอย่างอาจไกลเกินฝัน แต่ต้องพยายามสานต่อให้เป็นจริงขึ้นให้ได้ การทำงานจึงต้องมีเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่างๆที่ทันสมัย หรือความคิดที่ทันโลกทันเหตุการณ์
* ขอบคุณ คุณ chris ที่ช่วยแก้ไขมาให้นะคะ ^_^ ( ออกอาการเมาลอดช่องเมื่อตอนกลางวันเลยเขียนผิดค่ะ…ขอบคุณมากๆค่ะ )
เป็นยังไงกันบ้างคะ พอจะตรงกับบุคลิกการทำงานของสาวๆกันบ้างรึเปล่าค้า…ปกติตัวเองอ่านหลายประเภทที่ซื้อทุกๆเดือนเก๊าะ FHM …เอ่อ..ไม่รู้ว่าอันนี้จัดผู้ในประเภทนิตยสารผู้หญิงได้รึเปล่า เพราะมีแต่ผู้หญิง (เอ็กซ์ๆ ) อัดแน่นทั้งเล่ม 55555555 ล้อเล่นนนนค้า~!
Thai Blog, Blog Thai , บล็อกไทย, อ่านหนังสือประเภทไหนบอกนิสัยการทำงาน, การอ่านหนังสือประเภทต่างๆสามารถบอกลักษณะบุคลิกภาพ
Posted on 14 February 2006 by Vinegar Girl
ต้องขอสุขสันต์วันมาฆบูชา ที่ผ่านมาเมื่อวานด้วยนะคะ ^_^ มีใครไปทำบุญตักบาตร – เข้าวัดเวียนเทียนกันบ้างรึเปล่า?
ข้าพเจ้าไม่ได้ไปเลยค่ะ เพราะนอนจับไข่ เอ้ย! ผันวรรณยุกต์ผิด!! นอนจับไข้ มาหลายวันแว้วค้า… (จริงๆถึงสบายดีก็คงไม่ได้ไปวัด เพราะเข้าวัดเข้าวาแล้นมันร้อนน…แฮ่ๆ …เข้าวัดทำบุญทำจิตใจให้สงบเป็นเรื่องดีค่ะ ^_^ )
ต้องบอกว่าฤกษ์ดีจริงๆ เมื่อวานวันมาฆบูชา วันนี้วันวาเลนไทน์ เลยมาเป็นแพ็คเกจไหว้พระ ไหว้คุณพ่อ-คุณแม่ แถมด้วยสามีคนไหนที่เอาภรรยาขึ้นหิ้งบูชาไว้ จะทำความเคารพด้วยเลยก็ได้คริๆๆ อ่ะล้อเล่นนนนน….
วันนี้อยากจะเขียนใจจะขาด เลยต้องเกริ่นไว้ก่อนเพื่อให้ได้วันที่วันนี้ค่ะ พอดีวันนี้ฤกษ์ดี เป็นวันแห่งความรัก เลยถือโอกาส ส่ง invoice แอนด์ ทวงหนี้ลูกค้าซะหน่อย เพราะลูกค้าจะได้รักมั่กๆ ( เหอๆ เข้าใจอะไรผิดอ่ะป่าวเนี่ย!! – -”) งานวันนี้เลยค่อนข้างรัดติ้ว เอ้ย! รัดตัว (รัดติ้วอ่ะเสื้ออะฮั้นต่างหาก เพราะพุงเป็นชั้นๆ แล้น)
ต้องขออนุญาตมาเขียนต่อในวันพรุ่งนี้นะคะ เพราะตอนนี้ computer ที่บ้านไม่มี (ชีวี้ตตตมันเศร้า)
แอบบอกเล็กน้อยว่าจะเอาสูตรขนมหวานๆมาฝากค่ะ ^_^
——
ต้องขออภัยด้วยค่ะ เมื่อวานออกไปหาลูกค้าทั้งวันเลยไม่ได้เอาสูตรขนมมาให้ตามสัญญา วันนี้มารายงานตัวแล้นค้า..^_^
ก่อนจะเริ่มต้องบอกก่อนว่าสูตรเหล่านี้ได้มาจากแมกกาซีนดีๆ หัวนอกอย่าง
Marie Claire ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2549 หน้าปกเป็นคุณหมิว ลลิตา ศศิประภาค่ะ
ได้อ่านแล้วรู้สึกว่าสูตรส่วนใหญ่ทำง่าย (หาซื้อส่วนผสมในการทำช็อคโกแลตได้ตามร้านขายอุปกรณ์และวัตถุดิบการทำเบเกอรี่ รวมทั้งซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไปค่ะ) เลยอยากนำมาลงไว้ในบล็อคในสาวๆที่ชอบทำขนม แต่ไม่ได้อยู่เมืองไทยเลยหาซื้อมาอ่านไม่ได้ อย่างสาวกุ้ง และน้องเบสลองดู เผื่อๆได้ลองทำทานเล่นๆนะคะ ^_^
มาเริ่มที่สูตรแรกกันเลยนะคะ

CHOCOLATE ROCHER
ส่วนผสมช็อคโกแลตโรเชอร์
- ช็อคโกแลต 40 กรัม
- ถั่วอัลมอนด์ชนิดแท่ง 40 กรัม
วิธีทำ
- อบถั่วอัลมอนด์ในเตาอบให้หอม (ขอเพิ่มเติมว่า ให้สาวๆลองสังเกตว่าสีจะออกเหลืองนวลๆค่ะ คือถั่วสุกแล้ว ตามปกติถ้าเป็นอัลมอนด์ชนิดเม็ดใช้ไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ อบแค่ 10 นาทีค่ะ แต่ถ้าเป็นอัลมอนด์ที่สไสด์มาแล้วแนะนำว่าควรใช้เวลาเร็วมากๆ แค่พอมีกลิ่นหอมโชยมาก็พอแล้วค่ะ)
- ละลายช็อคโกแลต
- คลุกถั่วอัลมอนด์ในชามช็อคโกแลตที่ละลายแล้ว ใช้ช้อนกอบเป็นคำๆ ใส่ถ้วยกระดาษ หรือหยอดเป็นก้อนเล็กๆ จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นให้แข็งตัวแล้วจึงนำออกมาเสิร์ฟ
* ขอสลับข้อกับหนังสือนะคะ (ในหนังสือเค้าบอกให้ละลายช็อคโกแลตก่อน) เพราะโดยส่วนตัวเห็นว่าเราควรอบอัลมอนด์ให้เสร็จก่อน แล้วทิ้งไว้ให้เย็นก่อนหน่ะค่ะ มันจะได้กรอบ
MIDNIGHT CHOCOLATE CUP
ส่วนผสมมิดไนท์ช็อคโกแลต
- ช็อคโกแลตดำ 350 กรัม
- ครีม 250 กรัม
- ชีสมาสคาร์โพน 250 กรัม
- เหล้าเทีย มาเรีย (Tia Maria) 2 ออนซ์
- วิปปิ้งครีมสำหรับแต่งหน้า
วิธีทำ
- ละลายช็อคโกแลต
- ผสมช็อคโกแลตที่ละลายแล้วกับชีสมาสคาร์โพน โดยค่อยๆ ตะล่อมให้เข้ากันจนเนื้อเนียน
- เติมครีมแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นเติมเหล้าเทีย มาเรีย ค่อยๆ คนให้เข้ากัน
- เทลงในถ้วยเสิร์ฟ แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม

FRENCH CHOCOLATE CAKE
ส่วนผสมเฟรนช์ช็อคโกแลตเค้ก
- ช็อคโกแลตดำ 300 กรัม
- แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 200 กรัม
- น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม
- ไข่ไก่ 5 ฟอง
วิธีทำ
- ละลายช็อคโกแลต
- เทช็อคโกแลตที่ละลายแล้วลงในชามเนยสด คนให้เข้ากันดีแล้วพักไว้
- ตีไข่กับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟู จากนั้นค่อยๆเทช็อคโกแลตที่ละลายแล้วลงไปทีละนิด คอยตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน
- เติมแป้งสาลีลง คนให้เข้ากัน จากนั้นเทลงในพิมพ์ที่ทาเนยเตรียมไว้ แล้วนำเข้าไปอบในเตาที่ความร้อน 170 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30-45 นาที (ในหนังสือเค้าไม่ได้บอกว่า องศาอะไรหน่ะค่ะ ((น่าจะเป็นองศาเซลเซียส เพราะว่าตัวเลขค่อนข้างต่ำ )) นานประมาณ 30-45 นาที
* ขอบคุณน้องเบส สาวสวยเก่ง แอนด์ มือโปรทางด้านการทำขนม (และชิมขนม…แฮ่ๆ) ที่ได้มาช่วยตอบข้อข้องใจเรื่องอุณหภูมินะคะ ^_^
ได้รับการ confirm จากมือโปรแล้วค่ะว่าเป็นองศาเซลเซียส

CHERRY EN KIRSH CHOCOATE TRUFFLE
ส่วนผสมเชอร์รี่อองคีร์ช ช็อคโกแลตทรัฟเฟิล
- ช็อคโกแลต 100 กรัม
- เชอร์รี่แช่เหล้า 10 ลูก
วิธีทำ
- ละลายช็อคโกแลต
- เทช็อคโกแลตลงในพิมพ์ รอสักครู่แล้วเทออก (คิดว่า เหมือนเทเคลือบพิมพ์ เพื่อให้เราสอดไส้ลูกเชอร์รี่เอาไว้ข้างในให้ได้อ่ะค่ะ )
- ตักลูกเชอร์รี่ลงวางข้างใน ใช้ช้อนกดให้จมลงไป
- ตักช็อคโกแลตหยอดปิดหลุมให้เต็มพิมพ์ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น จากนั้นนำมาเคาะให้ออกจากพิมพ์
Tip
วิธีละลายช็อคโกแลตทำโดยตั้งหม้อ ต้มน้ำให้เดือด หักช็อคโกแลตให้เป็นชิ้นๆ ใส่ลงในชามแล้วนำไปวางในหม้อน้ำเดือดอีกที (มันคือการตุ๋นนั่นแหละค่ะ) จากนั้นใช้พายค่อยๆ คนให้ช็อคโกแลตละลายจนหมด
Note: สูตรการทำช็อคโกแลตในหนังสือ จากร้าน Cherubin
ถ. สุขุมวิท 31 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม.
โทร. 0-2260-9800
ขอบคุณภาพจากนิตยสาร marie claire ด้วยค่ะ
Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, สูตรทำขนมที่ผสมช็อคโกแลต, สูตรขนมหวานช็อกโกแลต, สูตรเค้กช็อกโกแลต, วิธีทำขนมหวานจากช็อคโกแลต, ของหวานที่ผสมช็อกโกแลต
Posted on 10 February 2006 by Vinegar Girl
เมื่อวานตีไข่..ใส่หน้ากันไปแล้ว..วันนี้มาต่อค่ะ..ภาคสองสำหรับผมและผิวสวยจากธรรมชาติ สูตรหาได้ง่ายในครัว

สูตรน้องผมแห้งเสีย
สูตรนี้ต้องเป็นครัวไฮโซลลลล์หน่อยเคอะ ถึงจะมี อะโวคาโด อยู่ในตู้เย็น ( ถ้าไม่มีในตู้เย็น…เราสามารถหาซื้ออะโวคาโดได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต อย่างวิลล่า หรือ supermarket ในห้างหรูๆหน่อยหน่ะค่ะ )
วิธีทำ ก็คือ ปั่นเนื้ออะโวคาโดให้แหลก เติมน้ำผึ้งนิดหน่อยพอให้เนื้อครีมข้น หมักบำรุงผมที่แห้งเสียให้ชุ่มชื่น เพราะในอะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี และเอนไซน์ที่ช่วยเคลือบเส้นผม และยังช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื่น สามารถช่วยขจัดรังแคได้ด้วยนะคะ อันนี้แอบชิมไปหมักไป ได้รสชาติหวานมันอร่อยดี (เกือบไม่มีเหลือไว้หมักแล้น..แฮ่ๆ)

สูตรน้องผิวหมองคล้ำ
สูตรนี้สวยแบบโบร่ำโบราณ ส่วนประกอบมี ขมิ้น + มะขามเปียกค่ะ
ก่อนอื่นนำมะขามเปียกมาขยำลงในน้ำอุ่น ใช้กะปริมาณให้ทั่วผิวกาย ( ตัวเองใช้มะขามเปียกซัก 1-2 ฝักกับน้ำอุ่นนิดหน่อย ) ให้น้ำมะขามมีลักษณะข้นๆ จากนั้นก็นำผงขมิ้นมาละลายลงไป ไม่ต้องใส่เยอะนะคะ ซัก 1/4 – 1/2 ช้อนชาก็พอ เดี๋ยวจากสาวผิวเนียน จะกลายเป็นสาวดีซ่าน! (ตัวเหลือง!!)
จากนั้นก็นำส่วนผสมที่ได้มาพอกผิว อาจใช้ใยบวบขัดผิวเบาๆไปด้วยก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ในแห้ง แล้วค่อยล้างออก เท่านี้สาวๆ ก็มีผิวนุ่มเนียน กระจ่างใสน่าสัมผัสแล้วค่ะ! ^_^
สูตรน้องผิวแห้ง
ต้องมี น้ำมันมะกอก + เกลือทะเล + สตรอว์เบอร์รี่
ช่วงนี้เห็นรถเข็นขายสะตอ…เอ้ย! สตรอว์เบอร์รี่เกลื่อนเลยค่ะ ช่วงนี้จึงเหมาะมากๆ กับการทำสูตรนี้ มีคำแนะนำเพิ่มเติมคือ ควรเลือกเกลือที่เม็ดเล็กๆ หรือเม็ดที่ไม่คมมากเดี๋ยวจะพาลเลือดสาดก่อนผิวสวยค่ะ เกลือนำมาใช้เพื่อทำหน้าที่เป็นสครับ ( สค่ะ ไม่ได้นะเคอะ! เหอๆ มุขมาวสตรอว์เบอร์รี่มั่กๆ )
วิธีทำคือ ผสมน้ำมันมะกอกกับเกลือเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่สตรอว์เบอร์รี่ที่ใช้ช้อนบี้ๆ บดๆจนเละลงไปด้วย ได้สีสวยและคุณค่าเพื่อผิวด้วยค่ะ
แล้วนำมาขัดถูๆ ทั่วร่างกาย รับรองว่าสาวๆ ได้ผิวชุ่มชื่น สดใส เต่งตึง ขึ้นเป็นกองเลยค่ะ คริๆ ^_^
เสาร์ – อาทิตย์นี้ได้เวลาห้องน้ำเลอะ!! ..เหอๆๆ ไม่ได้เลอะอย่างอื่นค่ะ แต่เลอะส่วนผสมเพื่อผิวสวยนะค้า~
Blog Thai, Thai Blog, บล็อกไทย, สูตรพอก-ขัดผิวกายจากธรรมชาติ, สูตรพอกผมจาก Avocado
Posted on 09 February 2006 by Vinegar Girl
ได้ไปดูหนังเรื่องเกอิชากันมารึยังคะ? เนื้อหาวันนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเลยฮ้า…อิอิ
เวลาเปิดไปเจอสูตรเพื่อความสวยความงามแบบราคาย่อมเยาแล้วอดไปได้ที่จะต้องนำมารวบรวมไว้ค้า…วันนี้กับสูตรง่ายๆ หาได้จากในครัวอีกแล้นค้า…
ต้องขอบอกก่อนว่าบางสูตรยังไม่เคยลองด้วยตัวเองเลยค่ะ ถ้าสาวๆคนไหนอ่านแล้วได้นำไปลองรบกวนบอกกันด้วยนะค้า..^_^

สูตรน้องหน้ามัน ไม่ช่ายทำให้หน้ามันนะคะ แต่เป็นสูตรสำหรับสาวหน้ามันนนน…เคอะ!
ส่วนผสมที่สำคัญของสูตรนี้คือ กะหล่ำปลี และ ส้ม ค่ะ
ให้นำใบกะหล่ำปลี 2 ใบล้างให้สะอาด ตัดก้านแข็งทิ้งไปแล้วแปะที่แก้ม 2 ข้าง ให้วิตามินซีและแคโรทีนดูดซับสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ให้นำน้ำส้มคั้นสดผสมน้ำคั้นจากใบกะหล่ำปลีทาบางๆทั่วหน้าแทนโลชั่น ทำให้หน้าหายมัน แต่ยังคงความชุ่มชื่น
ปล. สูตรนี้ยังไม่เคยลองค่ะ ไม่รู้ว่าขั้นตอนสุดท้ายมันจะแปลกๆ ดูไม่คุ้นเคยหรือเปล่าที่ต้องมีน้ำส้มบนใบหน้า ถ้าสาวๆ อยากลอง อาจจะทาทิ้งไว้อีก 15 นาที แล้วค่อยล้างออกก็ได้

สูตรน้องหน้าแห้ง-ผิวหยาบกร้าน แต่ไม่หยาบคาย
ปราบผิวแห้ง หยาบกร้านให้เป็นสาวผิวหน้าเนียนนุ่ม ด้วยการตีไข่….อุ้ย! เว้นช่องไฟผิด ตีไข่แดงค่ะ มิใช่ไข่อย่างอื่น..ตีไข่ให้แข็งๆ เอ้ย! แรงๆเหมือนจะทำไข่เจียวประมาณนั้นเลย จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไป ให้รู้สึกว่ามันเหนียวหนืดได้ที่ แล้วนำมาพอกทั่วทั้งหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำอุ่นจนหมดกลิ่นคาว อันนี้จะทำให้ผิวหน้าหยาบ กลับมาเนียนใส แบบไม่ต้องใช้รองพื้นกันเลยทีเดียวค่ะ ^_^
ปล. สูตรนี้ลองแล้วค่ะ แต่อาจต้องทนกับกลิ่นคาวของไข่เล็กน้อย (ไข่แดงนะคะไข่แดง)
สูตรน้องแพนด้า
สำหรับสาวที่อดหลับอดนอน จนขอบตาคล้ำเป็นหมาแพนดี้ วิธีเดิมๆที่สาวๆรู้ๆกันอยู่ยังคงใช้ได้ผลค่ะ สำหรับดื่มด่ำกับชาคาโมมายล์กลิ่นหอมเร้าจายแล้ว นำถุงชาคาโมมายล์แช่ในน้ำเย็น (หรือที่ทำเป็นปกติคือแช่ในตู้เย็นค่ะ) แล้วนำมาแปะตาสักพัก
หรือถ้าเจอแตงกวาขนาดเหมาะมือในตู้เย็น รีบนำมาล้าง แล้ว…..ฝานเป็นแผ่นบางๆค่ะ (แหม…คิดอะไรกันไปด้าย…คริๆๆ)
แต่สำหรับตู้เย็นที่ขาดสิ่งของเหล่านี้ ท่าไม้ตายคือใช้ช้อนแช่ช่องฟรีซมาประคบที่ตา ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวาได้ค่ะ
กับวิธีที่เคยแนะนำไว้ อันนี้ส่วนตั๊วส่วนตัวคือ ก้อนน้ำแข็ง นำมาถูๆ ที่รอบดวงตาและใบหน้า อันนี้สดชื่นได้ภายในเวลาอันรวดเร็วค่ะ
Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ, สูตรพอกหน้าสำหรับผิวมัน, สูตรพอกหน้าเพื่อผิวแห้งหยาบกร้าน
Posted on 07 February 2006 by Vinegar Girl

ตอนนี้นั่งทำงานจนพุงปลิ้น ก้นบาน ก่อนที่หน้าจะเป็นจาน พาลให้เสียเซล์ฟ เลยอยากจะหาเรื่องเสียเงิน…เข้าฟิตเนสอีกแล้น!!! ต้องบอกว่าอีกแล้นค่ะ เพราะว่าเคย มาแล้วค่ะ เคยเป็นสมาชิกฟิตเนสนะคะ ไม่ด้ายยยเคยอย่างอื่น….คริๆๆ
(แต่เมื่อครั้งนั้นเหมือนละลายเงินในช่วง 6 เดือนหลังของการเป็นสมาชิก 1 ปี เพราะไม่มีเวลาไปเลยค่ะ (จริงๆ คือคำอ้างของคนขี้เกียจ) อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ห้ามลอกเลียนแบบ!!)
ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสที่ไหน ต้องทบทวนให้ดีๆก่อนนะคะ เพราะมันคือภาระผูกพันทางการเงินในระยะยาว (ส่วนใหญ่ 1 ปีเป็นต้นไป) เพราะฉะนั้นควรเลือกที่คุ้มค่าเงินมากที่สุดนะคะ สิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้ค่ะ
- สถานที่ตั้ง
ถ้าฟิตเนสที่อยากไปเพราะมันช่างไฮโซเดิ้นซะเหลือเกิน แต่ดั๊น….อยู่ไกลบ้านหรือที่ทำงาน การเดินทางไม่สะดวก อันนี้ขอให้เลิกคิดที่จะเป็นสมาชิกไปได้เลยค่ะ เพราะอันนี้อะฮั้นประสบพบเจอมาด้วยตัวเอง ขนาดฟิตเนสที่ใกล้บ้านขนาดไหน ยังไม่ค่อยมีแรงจูงใจจะไปเลยค่ะ (เพราะปกติขี้เกียจอยู่แล้น.. Y_Y) ต้องให้มีเพื่อนๆมาลากไป ไม่งั้นไม่ค่อยจะกระเสือกกระสนดิ้นรนไปด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้ใช้เม็ดเงินที่โดนตัดบัตร credit ไปไม่คุ้มนะเคอะ!
- ค่าสมาชิก
อันนี้ควรดูควบคู่กับสถานที่ตั้งของฟิตเนสค่ะ สิ่งนี้สำคัญมั่กๆ อย่าเป็นแบบ…กำลังเดินเมาชีวิตอยู่ในห้าง สติล่องลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วก็โดนมั่วมานั่งให้เค้าขายฟิตเนส ด้วยความที่จะไปช้อปปิ้งต่อก็รีบๆดู รีบๆฟัง รีบๆเซ็น สาวๆขา…อย่าให้ลายเซ็น (ในบัตรเครดิต) กะครายง่ายๆนะคะ ไม่ว่าคนขายเค้าจะเยินยอว่าเราสวยดูดี น่ารักน่าดูแลให้เป็นอย่างดีเวลาเป็นสมาชิก อย่าไปหลงเชื่อง่ายๆ ( ยิ่งถ้าไม่เคยมีคนชมมาก่อนเลยอย่างดิชั้น! ) ควรถามเรื่องค่าสมาชิกรวมอะไรไว้บ้าง มีเทรนเนอร์ ผ้าขนหนู ล็อกเกอร์ หรือต้องจ่ายต่างหาก ที่ต้องดูอีกอย่างคือค่าแรกเข้า เพราะส่วนใหญ่หลายๆที่เค้าจะมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าแรกเข้าให้ ส่วนค่าสมาชิกต้องอย่ารีบผลีผลามค่ะ อะฮั้นบอกไปเลยว่าถ้าจ่ายราคานี้ หุ่นก็ดีได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เพราะเงินจะรับประทานข้าวยังไม่มี! เราต้องกล้าจิกกล้าต่อค่ะ หรือลองดูว่ามีสมาชิกระยะสั้นไหม? เพื่อทดลองก่อนจ่ายเงินระยะยาว และที่สำคัญต้องเช็คให้ดีกว่า สามารถยกเลิกก่อนโดยไม่เสียค่าปรับหรือไม่? เพราะบางที่เค้าทำสัญญา 1 ปี และตัดเงินผ่านบัตรเครดิต สำหรับเดือน 10, 11 และ 12 ไปตั้งแต่คุณยังไม่ได้เข้าไปใช้บริการเลยค่ะ
- เวลาทำการ
อันนี้ก็ต้องเช็คก่อนนะคะ ว่าเวลาเปิดและปิดของฟิตเนสเอื้ออำนวยต่อการใช้บริการของเราหรือเปล่า
- คลาสออกกำลังกาย
ลองดูคลาสที่คุณอยากเรียน พร้อมกับตารางที่มีอยู่ใน 1 สัปดาห์ว่าสาวๆ สามารถเข้าไปเรียนคลาสนั้นในเวลาที่สะดวกหรือไม่ และอันนี้ต้องดูให้ดีอีกเช่นกันค่ะ เพราะมันมีคลาสที่เค้ากระหน่ำโฆษณา เราก็มาเพราะอยากเล่นคลาสนี้…แต่จริงๆต้องจ่ายเพิ่มนะเจ้าคะ!
เหอๆๆ โดนกันไป ถ้าไม่ถามก่อนเป็นสมาชิก
- เครื่องออกกำลังกาย
อันนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างวิบากกรรม สำหรับการที่เราเป็นสมาชิกในรุ่นแรกๆ ยังมีเครื่องให้ใช้ได้สบายๆ แต่พอนานไปคนเริ่มเยอะ เริ่มต้องต่อคิวยาว ราวกับไปเล่นเครื่องเล่นที่ดรีมเวิล์ด หรือคลาสที่คนแน่นเอี๊ยดเป็นปลากระป๋อง จะออกลีลามากก็ไม่ได้ เพราะเกรงใจคนรอบด้าน เดี๋ยวเราจะไปฟาดงวงฟาดงาโดนเค้าอ่ะค่ะ T_T
- พนักงาน
อันนี้ต้องดูว่าถ้าอยากมีเทรนเนอร์ส่วนตัวต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีเทรนเนอร์จะมีใครมาช่วยให้เราออกกำลังกายโดยใช้เครื่องต่างๆได้หรือไม่ และจำนวนพนักงานที่ดูแลตรงนี้เพียงพอที่จะดูแลลูกค้าหรือไม่?
- ความสะอาด
อันนี้ก็ค่อนข้างสำคัญนะคะ เพราะเราต้องใช้ทุกอย่างร่วมกับผู้อื่น เช่นล็อกเกอร์ ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า ยันผ้าขนหนู
สิ่งสำตัญคือความขยันและตั้งใจของตัวเราเองนะคะ ถ้าพร้อมและมีวินัยกับตัวเองมากพอ ก็จะทำให้การเป็นสมาชิกฟิตเนสประสบผลสำเร็จไปด้วยดี มีหุ่นสวยสเลนเดอร์ แต่ถ้ายังไม่ค่อยแน่ใจว่าในอาทิตย์นึงจะไปได้ซักครั้ง อันนี้น่าจะยั้งเอาไว้ก่อนนะคะ เพราะสาวๆ อาจไม่ได้ใช้เงินให้คุ้มค่าก็ได้ค่ะ ^_^
Thai Blog, Blog Thai, บล็อกไทย, ข้อแนะนำในการเลือกฟิตเนสให้คุ้มค่า, วิธีตัดสินใจก่อนเป็นสมาชิกฟิตเนส
Posted on 06 February 2006 by Vinegar Girl

สวัสดีค้า…สาวๆ เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์คงได้พักผ่อนหรือทำกิจกรรมกันไปแล้วนะค้า…ตัวดิชั้นเพื่อนสาวสุดที่รักเพิ่งบินมาจากสวีเดน และเพื่อนในกลุ่มนัดทานข้าวกัน เลยมีแต่กิจกรรมรับประทานเพื่อคงความสมบูรณ์และหนาแน่นของชั้นไขมันในร่างกาย…อิอิ
ส่วนสาวคนไหนถ้าเพิ่งไปทำสีผมมา เมื่อคืน – เช้าวันนี้เริ่มเมากลิ่น (สารเคมี) บนศีรษะตัวเองจนเริ่มหน้ามืด ตาลาย..ถ้านายสั่งงานมาก อาจจับมาเป็นตัวประกันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะเลย!! จายเย็นๆค้า…อย่าทำแบบน้านนนน…ตั้งสติกันไว้ให้มั่น ถ้าจะเอาเจ้านายเป็นตัวประกัน แนะนำว่าให้ร่างสิ่งที่ต้องการไว้ก่อน จะได้ไม่หลุดหรือลืมสิ่งที่จะเรียกร้องในสถานการณ์จริงๆ!! – -” กริ๊ววววววว!!!
วันนี้จะแนะนำ วิธีกำจัดกลิ่นของสารเคมีที่ตกค้างบนศีรษะของสาวๆ เวลาเข้าร้านทำผมมาค่ะ
วิธีทำก็ง่ายๆ ค่ะ โดยใช้ซอสมะเขือเทศ ผสมกับน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ ทาลงบนเส้นผมที่แห้ง ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยสระออก
วิธีก็จะช่วยขจัดกลิ่นสารเคมีรุนแรงบนเส้นผม และยังช่วยทำความสะอาดและบำรุงผมด้วยนะคะ ^_^
Thai Blog, Blog Thai, บล็อคไทย, วิธีกำจัดกลิ่นสารเคมีบนเส้นผม, ซอสมะเขือเทศช่วยลดกลิ่นสารเคมีบนผม, คำแนะนำการขจัดกลิ่นสารเคมีหลังทำสีผม
Posted on 02 February 2006 by Vinegar Girl