Posted on 21 December 2005 by Vinegar Girl
สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะ นิรันดร์กาล อีกหนึ่งตัวคือ…แต่น แตน แต๊นนนนนนน

Meteorites Powder for the Face จาก Guerlain
ราคา 2,450 บาท
note: ในเว็บของ Guerlain เค้าใช้ Mtorites Powder แต่กูเกิ้ลดูแล้วส่วนใหญ่เป็น Meteorites ซึ่งพอหาลึกลงไปคำเดียวกันมันก็มีวิธีเขียนได้หลายแบบค่ะ แต่ขอเขียนแบบคนส่วนใหญ่ละกันนะคะ ^_^
จำได้ว่าตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยสมัยเพิ่งเริ่มๆแต่งหน้าใหม่ๆ (ประมาณปี 2) ได้ยินเสียงร่ำลือถึงแป้ง Meteorites Powder จาก Guerlain ตัวนี้แล้วรู้สึกอยากใช้มากจนวันนึงผ่านไปแถว ISETAN แล้วเค้ามี promotion ทำเป็นขนาด mini มาน่ารักน่าพกมา-ก-ก >_< (กรี๊ดๆ) เลยได้ครอบครองเพราะราคาก็มินิตามลงมา พอไหวสำหรับสเตตัสนักศึกษาในตอนนั้น (( ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าแพงเยย…จำได้ว่าต้องต้มไวไว ( ชอบทานไวไวมากกว่าอ่ะฮ้า ) รับประทานไปหลายมื้อ ฮือๆๆๆ )) แป้ง Meteorites นี้เป็นแป้งปรับสีผิวและไฮไลต์ (high light) ในตัวรุ่นแรกๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ( แหม..รีบคำนวณอายุเดี้ยนกันหย่ายเลยนะฮ้าท่านผู้ชม!! ยังไม่แก่ขนาดน้า-นนะเคอะ - -” คือแป้งเค้าผลิตออกมานานแว้วฮ่า….) แต่จริงๆสมัยที่เรียนอยู่แล้วแต่งหน้าใหม่ๆ เราก็ยังไม่ค่อยสนใจเรื่อง makeup base มากนักค่ะ เพราะใช้แต่แป้งกับลิปสติกเพราะปลอดภัยสำหรับมือใหม่ เลยไม่แน่ใจว่าตอนนั้นพวก makeup base ตอนนั้นผลิตออกมากันเยอะรึยัง… (แต่เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่การปรับสีผิวในตอนนั้นจะมาในรูปแบบของแป้งกันมากกว่า อย่าง body shop เมื่อก่อนก็มีแป้งฝุ่นสีม่วงๆ ออกมาฮิตติดตลาดเหมือนกันค่ะ) แล้วเจ้าสรรพคุณของแป้ง Meteorites นี้คือช่วยปรับสีผิวให้สว่างไสวดูสดใสขึ้นได้ในพริบตา เลยต้องหามาเป็นเจ้าของเพื่อพิสูจน์กันหน่อย
Review : พอได้ซื้อมาใช้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เพราะเจ้าเม็ดกลมๆ ที่มีอยู่หลายหลากสีในตลับสีทองลายๆ (ในภาพ) ข้างบนนี้ช่างทำให้มีความรู้สึกหรูเริ่ดตั้งแต่ยังไม่ได้ปัด 5555555 เม็กกลมๆหลายสีเนี่ยหล่ะคะ ทำหน้าที่ต่างกันไป concept เดียวกับสีของเมคอัพเบสหน่ะค่ะ คือสีม่วง - ชมพูช่วยเพิ่มความสว่าง แล้วยังมีสีทอง - เงินและสีขาวมาช่วยทำไฮไลต์ขึ้นอีก เวลาแต่งหน้าเสร็จก็ปัดลงไปทำให้หน้าเป็นประกายสว่าง ดูเด้งใสขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ^_^ ถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เพราะเป็นขั้นตอนที่ง่ายมาก เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างอะฮั้นอีกแว้วฮ้า…คริๆๆ ซึ่งตอนนี้เค้าก็พัฒนามาเป็นรุ่นนี้ค่ะ

Guerlain เค้าจัดให้แบบตลับเพื่อเหมาะแก่การพกพา แบบไม่เป็นภาระ!
เพราะไม่งั้นอยากเติมหน้าให้สว่างไสวกันที ต้องพกกระปุกแบบเม็ดๆไป เปิดทีเม็ดกระจา-ย ต้องนั่งไล่เก็บให้ครบทุกเม็ด
จากหน้าสว่างไสว กลายเป็นหน้ามืดแทน! - -”
เรียกว่ารุ่นนี้สวยแบบไม่เดือดร้อน แนะนำค่ะ แนะนำ! เติมได้ทุกเวลา ไม่ต้องล้างหน้าใหม่
เวลาใช้ก็ไม่ต้องคิดคำนวณการแตะแปรง ให้ balance กับค่าสีในตลับเพื่อสัมพันธ์กับใบหน้าให้ปวดหัวเล่นแต่อย่างใด! ( แต่ถ้ามีเวลาว่างนั่งรอแฟนนาน ไม่อยากคิดมาก จะเอาวิธีนี้ลองไปใช้ก็ได้นะคะ ) แต่การใช้จริงๆแค่แตะแปรงลงไปแล้วปัด แค่นี้ก็สวยแล้วค่ะ ^_^
สรุปว่าแป้ง Meteorites นี้ใช้ง่าย ได้ผลสวยถูกใจ แอนด์ตลับไฮโซ~ว พกไว้ในกระเป๋ามันจะเปล่งประกายความงามเรืองรอง เพิ่มรัศมีให้ผู้พกพา แต่หายซ่าและงี้ดไปถึงสิ้นเดือน เพราะรสนิยมสูง แต่รายได้ต่ำ!! หึหึ - -” แต่สาวๆขา…ฟังแล้วไม่ต้องตกใจ เพราะแป้งตลับนี้ใช้ได้นานแสนนาน…แนะนำว่าถ้าใครอยากได้ควรซื้อในช่วงที่ clash flow สะพัดๆ เงินไหลมาเทมาแบบคล่องๆหน่อย จะได้สวยแบบไม่เดือดร้อนนะคะ ( กระเป๋าเงิน และปากท้องอ่ะค่ะ )
และนี่คืออีกหนึ่งสุดยอดผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิก และอมตะนิรันดร์กาลค่ะ ^_^

Thai blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, แป้งปรับสีผิวและไฮไลต์, Mtorites compact powder Voyage, รีวิวแป้ง Meteorites จาก Guerlain, แป้งปรับสีผิว และ high light ที่ขายดี
Popularity: 1% [?]
Posted on 20 December 2005 by Vinegar Girl
ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ไม่ได้ up date blog มาหลายวันนะคะ งี๊ดๆๆๆ เพราะไม่ค่อยสบายและงานการยุ่งเกินห้ามใจ ไม่มีเวลาจะแว้บมาอัพ เวเนก้า เกิร์ล ตอนทำงาน ชะอุ๋ย!!! แอบคิดอารายออกปายยย!!! ไม่รู้ว่าสาวๆที่รออ่านจะน้อยใจหนีหายกันไปหมดอ่ะยัง!? T_T กระซิกๆๆ
หลังจากเถียงกับตัวเองมา 3 วัน 2 คืนว่าจะทำเรื่องชุดนี้เป็นแบบตอนเดียวจบ หรือแยกเป็นทีละตัวๆดี ในที่สุดก็คิดว่าจะขึ้นแบบตอนเดียวให้ดูยิ่งหย่ายอลังการงานสร้าง หลังจากที่ไม่ได้อัพมาหลายวัน แต่แล้วเนื่องจากเวลาไม่ค่อยมี เลยกลับมาที่ ต้องแยกมาทีละตัว เลยแถมรีวิวให้ด้วยค่ะ เรื่องที่ว่าคือ เรื่องของ “เครื่องสำอางที่สุดยอด อมตะนิรันดร์กาล”

SHU UEMURA SKIN PURIFIER
High Performance Balancing Cleansing Oil by Shu Uemura
ขนาด 150 ml. : ราคา 1,350 บาท
ขนาด 450 ml. : ราคา 2,900 บาท
Shu Uemura มีประสบการณ์ใกล้ชิดแวดวงดาราฮอลลีวู้ดเค้าจึงคิดที่จะผลิตสิ่งที่ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด น้ำมันทำความสะอาดผิวจึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1960 ( ก่อนเราเกิดอีกนะคะเนี่ย!!! ) และก็ได้รับความนิยมมาก แพร่หลายทั่วโลกตั้งแต่ดารา ช่างแต่งหน้า จนถึงคนธรรมดาอย่างอะฮั้นก็ต้องมีไว้ในครอบครอง ความฮิตที่ยาวนานและต่อเนื่องของ cleansing oil ตัวนี้ของ Shu Uemura ฮิตติดลมจนเข้าขั้นเป็นตำนานไปแล้วค่ะสาวๆ
ปล. ที่ทำให้ตัวเองได้รู้จักและใช้ Shu Uemura มาจาก 2 ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเค้าคือ Cleansing Oil ตัวนี้ และที่ดัดขนตาค่ะ
Review : เนื่องจากเป็นน้ำมัน ความที่เนื้อของผลิตภัณฑ์นั้นต้องมันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ถ้าอ่านแล้ว งง ขอแปลเป็นไทยอีกรอบว่า ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นน้ำมัน มันก็ต้องมันหน่ะสิค้า~ คู้ณขา) วิธีใช้คือปั๊มออกมาแค่ 1 จึ๊ก (1 ทีอ่ะค่ะ) ก็ลูบไล้ทั่วใบหน้า <– อูยยย ใช้ศัพท์สยิวกิ๊ววว อีกแว้ว! เพียงแค่ 1-2 ปั๊มก็สามารถใช้ได้ทั่วใบหน้าของคุณสาวๆได้แล้วค่ะ จากนั้นก็นวดๆให้ทั่ว แล้วแตะน้ำลงบนน้ำมัน ซึ่งจะแปลงร่างกลายเป็นน้ำนม อาจนวดๆอีกแป๊บ หรือจะล้างออกเลยก็ได้ค่ะ ผลที่ได้คือ เครื่องสำอางที่กันน้ำหรือยากต่อการล้างออก ได้มลายไปหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงใบหน้าว่างเปล่าไร้เครื่องสำอาง และไม่นำความแห้งกร้านออกไปด้วย สรุปสิ่งที่เป็นข้อดีของตัวนี้นะคะ
- ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด ( แต่ไม่ได้ใช้ล้างมาสคาร่านะคะ แนะนำว่ารอบดวงตาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาโดยเฉพาะดีกว่าค่ะ เพราะตัวนี้เป็นน้ำมัน ไม่น่าจะเหมาะเพราะอาจเข้าตาได้ง่ายค่ะ )
- ใช้ง่าย ไม่เปลือง เพราะความสะดวกรวดเร็ว เพียงแค่ปั๊มออกมา แล้วทาถูๆ แล้วล้าง ไม่ต้องเปลืองสำลี และยังทำได้รวดเร็ว เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างอะฮั้น และใช้ได้นาน ประหยัด เหมาะกับคนใช้เงินเป็น (หรืองกกันแน่!?) อย่างอ่ะฮั้นอีกนั่นแหล่ะค่ะ
- เมื่อล้างคราบเครื่องสำอางออกแล้ว ใบหน้าไม่แห้งตึง ถึงแม้อะฮั้นจะมีผิวมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้ cleansing ที่ทำให้หน้าแห้งผาดขนาดนั้นนะคะ (( อ้อ! ลืมบอกว่า oil ที่เป็นสีเหลืองขวดนี้เหมาะกับผิวธรรมดา - ผิวผสม ซึ่ง Shu Uemura เค้าก็ทำออกมาหลายตัวเพื่อผิวแต่ละประเภทด้วยค่ะ )) ตัวนี้ใช้เสร็จแล้วบางทีไม่ได้ล้างหน้าตัวโฟมหรือสบู่ต่อเลยค่ะ โดยเฉพาะหน้าหนาวอย่างตอนนี้ เพราะถึงหน้ามัน แต่บางทีผิวก็ลอกเป็นขุยได้ เนื่องจากโฟมที่ใช้ดึงความชุ่มชื้นไปหมด สาวๆคะ อย่าติดในความคิดที่ว่าเราผิวผสม - มันเนี่ย ต้องล้างหน้าให้ถูเอี๊ยดๆกันเลยนะคะ (ไม่ใช่โฆษณาน้ำยาล้างจานนะเคอะ!) ลองสังเกตพวกโฟมไม่มีฟองทั้งหลาย ล้างหน้าแล้วเหมือนไม่ได้ล้าง แต่ไม่ทำลายผิวนะฮ้า…ซึ่งอันนี้ล่ะค่ะถึงจะถูก เพราะฉะนั้นหน้าสะอาดไม่จำเป็นต้องแห้งผาดนะคะ
นับข้อดีได้ 3 ข้อใหญ่ๆแล้วก็ตกลงใจใช้ Shu Uemura Cleansing Oil ต่อไปเลยฮั๊บ! รีวิววันนี้ขอให้เป็นดาวแทนคะแนนนะคะ เก๊าะ..แหมผลิตภัณฑ์อมตะสุดยอดคลาสสิกทั้งหลาย ของเค้าดีจริงถึงอยู่มาได้ ขอให้เต็ม 5 ดาวเลยนะคะสำหรับ Cleansing Oil by Shu Uemura ^_^

Thai Blog, blog ไทย, บล็อกไทย, วิจารณ์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางของชู อูเอมูระ, รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง Shu Uemura, น้ำมันทำความสะอาดผิว, น้ำมันล้างเครื่องสำอาง, Cleansing Oil ยอดนิยม
Popularity: 2% [?]
Posted on 16 December 2005 by Vinegar Girl
หน้าหนาวที่เมืองไทยนี่เหมือนเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนะคะ แบบว่าเอ่อ..ฉา-นจะหนาวดีไม่หนาวดีมั้ยน้อ?! หรืออารมณ์หลอกให้เย็นๆจนอยากแล้วจากไป!! แต่ดูเหมือนช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี่หน้าหนาวเค้าเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เราจึงควรรีบขุดเสื้อไหมพรมตัวเก่ง หรือคาร์ดิแกนตัวสวย หรืออะไรที่เป็นพร๊อพหน้าหนาวทั้งหลาย รีบๆค้นมาใส่กันได้แล้วค่ะ หรืออยากแต่งตัวแบบ mix & match ใส่เสื้อหลายๆตัวไรงี้ รีบๆกันค่ะ ก่อนจะที่หน้าหนาวจะหมดความมั่นใจ
ช่วงนี้แทบทุกห้างลดกระหน่ำวินเทอร์เซลล์แข่งกันหูดับตับไหม้เลยนะคะ..เพื่อจูงใจให้เราออกไปจ่ายเงินจนกระเป๋าฉีก เค้าเก๊าะ~ ขยันทำโปรโมชั่น sale 80% เที่ยงวันยันเที่ยงคืน!! คิดจะให้เราช้อปกันแบบไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันทีเดียว - -” วันนี้เลยนำวิธีเตรียมตัว เตรีมตังค์ ก่อนออกไปช้อปเสื้อผ้าชุดสวยไปงาน หรือชุดใหม่รับซีซั่นนี้ค่ะ ^_^
- ให้ลองอัพเดทตู้เสื้อผ้ากันก่อนว่ามีอะไรอยู่บ้าง vinegar girl มีโรคประจำตัวคือ โรคหมกฮ่ะ! คือซื้อมาแล้วก็หมกๆ เก็บๆไว้ในตู้เสื้อผ้า บางทียังไม่เคยได้ใส่เพราะลืม - -” เพราะฉะนั้นก่อนออกไปช้อปเราต้องสำรวจตู้เสื้อผ้าก่อนว่าขาดอะไรบ้าง เราจะได้รู้ว่าเรายังไม่มีเสื้อผ้าแบบไหน และต้องการแบบไหน
- ถ้าเป็นไปได้ ควรซื้อเสื้อผ้าตอนลดราคา อาจช่วยประหยัดได้ค่ะ
- ดูก่อนว่าลดจริงรึเปล่า?! ก่อนที่จะวิ่งเข้าใส่ร้านที่ติดป้าย Sale 70% ตัวโตๆ แล้วคุ้ยๆหาๆซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ต้องดูให้ดีก่อนนะคะ เพราะบางร้านลดเฉพาะของเก่าเสื้อผ้าจากซีซั่นที่แล้ว ส่วนเสื้อผ้าใหม่ไม่ลดหรือลดแค่ 10% ตามปกติแล้วของที่นำมาลดราคาจะเป็นคอลเลคชั่นเก่า เพราะฉะนั้นข้อพึงระวังคือการเลือก ควรเลือกแบบที่ดูไม่ out ง่ายๆ หรือแบบที่ถูกใจจริงๆ อย่าคิดว่าซื้อเพราะมันลดอย่างเดียวนะเจ้าคะ!
- พยายามเลือกเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับในโทนสีที่เราชอบ เพราะจะได้ใส่หรือใช้ได้น้า-น..นา-น ถ้าสมมติช่วงนี้ชุดสีม่วงกะลังอินมั่กๆ แต่เราใส่แล้วดูร่วงๆพิกล ก็ไม่ต้องไปโหมกระหน่ำซื้อมาให้เปลืองเงินค่ะ ไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์ไปซะหมดก็ได้นะคะ
- ถ้าคุณเป็นสาวไม่ตกยุค ไม่เคยหลุดเทรนด์ แนะนำว่าควรเลือกแบบที่ราคาย่อมเยา ช่วยประหยัดกระเป๋าตังค์ไว้ดีกว่าค่ะ
- พยายามซื้อเสื้อผ้าที่เป็นแบบ เบสิค แอนด์ คลาสสิค เอาไว้บ้างนะคะ ถ้าราคาแพงหน่อย แต่ก็คุ้มค่าใช้ได้นานไม่ out ด้วยค่ะ อย่างเสื้อ หรือ กางเกง cutting เนี้ยบๆสีเรียบๆ เพียงชิ้นเดียวก็ทำให้สาวๆดูดีขึ้นได้เลยนะคะ ^_^
- เครื่องประดับ สาวๆอาจใช้การซื้อเครื่องประดับแทนก็ได้ค่ะ เสื้อผ้าที่เราเคยมีอยู่แล้วทำให้ดูสวยสดุดตาในลุคใหม่ได้โดยใช้เครื่องประดับ
- เน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณนะคะ อย่างที่บอกไว้ว่าของลดราคาต้องดูดีๆนะคะ นอกจากเสื้อผ้าเป็นคอลเลคชั่นเก่าแล้วเนี่ย ก่อนซื้อเราต้องเช็คดีๆว่ามีตำหนิตรงไหนบ้างรึเปล่า (คงไม่ทั้งหมดที่เป็นของคุณภาพดีในราคาลด 50-80% หรอกนะคะสาวๆ) ไม่งั้นอาจชีช้ำ เพราะซักซ้ำๆแล้วเสื้อเน่า (คือตะเข็บขาดหรือผ้าเละๆใส่ๆไม่สวยอีกแล้ว)
- สิ่งสำคัญคือมันมี hidden cost อ่ะป่าว?! สาวๆต้องคำนวณให้ดีนะคะ เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เช่น ค่าซักแห้ง หรือค่าแก้ใขเสื้อผ้า ในกรณีที่อยากได้ใจจะขาดแต่ไม่มีไซส์
Thai Blog , Blog ไทย, บล็อกไทย, 9 วิธีก่อนตัดสินใจซื้อเสื้อผ้า, เคล็ดลับในการเลือกซื้อเสื้อผ้า, วางแผนก่อนช้อปปิ้ง, คำแนะนำก่อนการซื้อเสื้อผ้า, วิธีช่วยประหยัดเงินก่อนการช้อปปิ้ง
Popularity: 1% [?]
Posted on 14 December 2005 by Vinegar Girl

อย่างที่บอกค่ะว่าเดือนนี้เป็นเดือนของความสนุกสนานรื่นเริง เดือนแห่งปาร์ตี้ จะให้มีแค่น้ำส้มแล้วรีบกลับไปดูละครตอน 3 ทุ่มนี่ไม่ได้น้าค้-า… แหม..เก๊าะ..ปาร์ตี้ทั้งที มันต้องมันสสส์กันให้สุดเหวี่ยง..ง ไม่เที่ยงคืนไม่กลับ!! แฮ่ๆ ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แต่ใครที่ ((เผลอ) <-- พยายามใส่วงเล็บไว้ก่อนจะได้ดูเนียนๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจเคอะ เหอะๆๆ)) drink แอนด์ drank แล้ว drunk เมื่อคืนไปแล้วหลายกรึ๊บ (ทำเสียงเป็นซดยาดองเชียว! - -") ตะลึ๊บตึ๊บ..บ..บ ตื่นมาด้วยอาการเมาค้าง หน้าบวม ขอบตาแพนด้า หน้าตาอิดโรยซีดเซียว vinegar girl นำวิธีบรรเทาความเหี่ยวเฉา ให้กลับมาสวยเร้าใจได้อย่างฉับพลันค่ะ..คริๆๆ
- Hang Over เมื่อคืนเผลอไปเที่ยวแถบภาคตะวันออกมาเยอะหน่อย เพราะเดี๋ยวก็ “เอ้า.. ชนๆ!!!” (มุขนี้อะฮั้นจะแป๊กมั้ยคะเนี่ย! - -”) แถมยังนอนดึกตื่นมาเลย เพลี๊ย..ย…เพลีย… สิ่งแรกที่ควรทำทันทีคือดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วใหญ่ เพื่อช่วยล้างพิษในกระแสเลือด (ใช้คำนี้แล้วนึกถึงหนังจีน ไม่ได้โดนใครวางยาพิษมานะฮ้า…ไม่ต้องใช้บัวหิมะนะคะ) ถ้าดื่มน้ำแล้ว ยังไม่ช่วยให้หายอ่อนระโหยโรยแรง ต้องต่อด้วยน้ำผลไม้คั้นสดๆ ที่มีวิตามินซีเยอะๆ อย่างน้ำส้ม น้ำมะเขือเทศค่ะ จะช่วยได้ดี หรือทางที่ดีโด๊ปวิตามินซีไปเลย ตั้งแต่ก่อนเข้านอนตอนกลางคืน ก็น่าจะช่วยได้นะคะ ( อันนี้ทำบ่อย ฮ่าๆๆ…เอิ๊ก..ก…ก! ) แล้วทั้งวันก็ควรดื่มน้ำเยอะๆนะคะ เพื่อช่วยให้การหมุนเวียนของน้ำในกระแสเลือดดีขึ้น และเร่งการขับถ่ายของเสียได้เร็วขึ้น ทำให้ผิวพรรณเรากลับมาชุ่มชื้น ฟื้นคืนความสวยค่ะ
- หน้าบวม ตาบวม (แต่ถ้าตัวบวมเนื่องจากรับประทานเยอะอันนี้ไม่ใช่แค่เมื่อคืนแล้นค้า~ แถวบ้านเรียกทานเยอะสั่งสมค่ะ) หลังจากชนหนักไปหน่อยทำให้ แอลกอฮอล์จะเข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดในชั้นเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ทำงานหนักขึ้นและเก็บของเสียไว้มากขึ้น จึงทำให้เกิดอาการบวม.ม.ม..อวม..อวม..อวม! วิธีลดอาการบวมคือ หากิจกรรมที่เคลื่อนไหวเร็วๆทำตอนเช้า อย่างน้อย 10 นาที!! อ้ะๆๆ..คุณขา..คิดอะไรกันอยู่ค้า~… ( จริงๆคิดอยู่คนเดียวเลยจิ..อิอิ.. แต่ต้องรอหาคนร่วมพิสูจน์ว่ากิจกรรมนั้นได้ผลอ่ะป่าว..ฮ่าๆ ) วิ่ง ค่ะ วิ่ง..เตลิดเปิดเปิงอีกแล้น ต้องวิ่งหรือเดินเร็วๆอย่างน้อย 10 นาทีค่ะ เพื่อเปิดรูขุมขนซึ่งจะช่วยขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์ใต้ผิว ทำให้อาการบวมลดลง
หรือมีอีกวิธีแบบไม่ค่อยเหนื่อยค่ะ คือ นวดหน้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่สาวๆใช้เป็นประจำอยู่แล้วอ่ะค่ะ โดยนวดเป็นแนวเฉียงขึ้นไปทางขมับ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำซ้ำๆ 2-3 ครั้งค่ะ
ลดอาการบวมของดวงตา ให้ใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือถุงชาแช่เย็นมาวางบนเปลือกตา ทิ้งไว้ 5-10 นาทีค่ะ สารเทนนินในใบชาจะช่วยลดอาการบวมน้ำได้ ถ้าได้ชาคาโมมายล์นี่เริ่ดค่ะ! เพราะในชาคาโมมายล์จะมีสารชนิดนึงที่มีความเย็นและมีประสิทธิภาพช่วยลดอาการบวมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
- ผิวหน้าแห้ง รูขุมขนกว้าง ลองใช้มาสก์ (mask) แบบที่ให้ความชุ่มชื่นที่ระบุไว้ว่าเป็นแบบ Hydrating Mask ( ตัวเองใช้ของ Biotherm แต่คิดว่า H2O ก็น่าจะมีนะคะ ) หรือ Moisturizing Mask ก็ได้ค่ะ มาสก์หน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อช่วยทำให้ผิวสดชื่นและกระชับรูขุมขน จะทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งได้อย่างฉับพลัน เคล็ดลับส่วนตัวคือ หลังจาก mask แล้วล้างหน้า จะตบท้ายด้วยน้ำแข็งค่ะ ไม่ได้ทำหวานเย็นนะคะ แต่เอาน้ำแข็งมานวดๆ วนๆ รอบใบหน้าและลำคอ คือจะช่วยให้ผิวหน้าเย็นๆ (เพราะตัวจะร้อนๆเวลา hang over) แล้วยังช่วยกระชับรูขุมขน หน้าก็จะดูสดใสขึ้นได้ค่ะ พอนวดๆเสร็จ (ไม่ต้องนวดซะขนาดหน้าชานะค้า…) ก็รีบลง moisturizer ค่ะ หน้าจะดูดีขึ้นได้จริงๆค่ะ ^_^
- ริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุย พอดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ร่างกายก็จะขาดน้ำ ปากเลยแห้ง (( แต่ถ้าอดอยาก..ปากแห้ง..(ในความหมายทั่วไป) ต้องรอลุ้นโบนัสกะเจ้านายกันเอง… แต่ถ้าเป็นอีกนัยอันนี้ตัวครายตัวมันค่ะ..( เพราะผู้ชายไม่ตกถึงท้องนานแล้นเหมือนกันฮ้า.. - -”)) วิธีแก้ปัญหาปากแห้งคือนวดริมฝีปากด้วยวาสลินหนาๆ สัก 1 นาทีค่ะ แล้วใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ ถูที่ริมฝีปากเบาๆ วนๆเป็นวงกลม เพื่อช่วยขจัดเซลล์ที่ลอกเป็นขุยให้หลุดออกค่ะ เสร็จแล้วเช็ดออก แล้วทาวาสลินซ้ำอีกครึ้งเพื่อบำรุงริมฝีปาก และรักษาความชุ่มชื้นไว้ค่ะ
- ผื่นแดง รอยแดงใกล้จมูก แอลกอฮอล์ หรือความร้อนในร่างกาย (กรณีที่เป็นสาวร้อนแรง..แฮ่ๆ ล้อเล่น.น.น) เหล่านี้จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และเกิดรอยแดงขึ้นที่ผิวหนัง วิธีแก้ไขคือ ต้องปกปิดอำพรางกันค่ะ ด้วย makeup base หรือ primer หรือ corrective base (อูยยย..หลายชื่อจริงๆค่ะ) สำหรับสาวเอเซียอย่างเรา ต้องใช้โทนสีเขียวค่ะ ถ้าเป็นสาวฝั่งตะวันตกเค้าโทนผิวขาวอมชมพูต้องใช้สีฟ้า ยี่ห้อที่เคยใช้ก็ได้ review ให้ดูกันแล้วนะคะ ลองย้อนกลับไปดูก็ได้ค่ะ ต้องลองไปเดินตามเคาน์เตอร์แล้ว test ดูค่ะ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของสาวๆแต่ละคนค่ะ แต่ตัวเองไม่ค่อยได้ใช้สีเขียวเท่าไหร่ เพราะหน้าไม่ค่อยแดง เคยซื้อของ ipsa เป็นหลอดเล็กๆมาค่ะ เพราะนานๆใช้ทีค่ะ เวลาลงสีเขียวเนี่ยอย่ามือหนักนะคะสาวๆ เพราะถ้าเข้มไปกลายเป็นหน้าเขียวแทน! แตะลงไปเบาๆ ทีละน้อยตรงรอยแดงแล้วเกลี่ยให้ทั่วดีกว่าค่ะ
- หน้าซีดเซียว ไม่เปล่งปลั่ง อันนี้ต้องเพิ่งเมคอัพกันอีกตามเคยค่ะ เราต้องเมคกันให้ผิวดูมีเลือดฝาดแก้มเป็นสีชมพู…ดูดีๆรวดเร็ว แต่ควรหลีกเลี่ยงบลัชออนแบบฝุ่นนะคะ เพราะจะทำให้ผิวดูแห้งมากขึ้น ใช้บลัชออนแบบครีมน่าจะเหมาะกว่าค่ะ เพราะจะทำให้ผิวดูมีน้ำมีนวลแก้มมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติ
เหล่านี้คือเคล็ดลับที่ทำให้ดูสวยแบบเฉพาะหน้า แก้ปัญหาแบบฉุกเฉินนะคะ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือสูตรที่เค้าพูดๆกันจนคุ้นหูคือ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไปค่ะ ^_^
Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, เคล็ดลับความงามหลังปาร์ตี้, วิธีลดอาการเมาค้าง, เกร็ดการฟื้นฟูความงามหลังงานเลี้ยงสังสรรค์, วิธีลดอาการหน้าบวม ตาบวม
Popularity: 1% [?]
Posted on 12 December 2005 by Vinegar Girl

photo : style.com
Fall 2005 Chloe’ Backstage
สาวๆขา…..เคยได้ยินเรื่องผิวโทนอุ่น โทนเย็นกันยบ้างรึเปล่าคะ…ไม่ใช่ผิวอุ่นเพราะเป็นสาวฮ๊อต..ร้อนฉ่าทุกองศา! อะไรทำนองนี้นะคะ แต่เป็นโทนของสีผิวค่ะ เราจะรู้ได้ยังไงกันคะว่าเรามีผิวโทนอุ่นหรือโทนเย็น?!?! ซึ่งอันนี้เป็นคนละอย่างกับ “สีผิว” ของเรานะคะสาวๆ อยากรู้ว่าเป็นยังไงต้องไปทำความรู้จักกันค่ะ
ขั้นตอนแรกต้องเตรียมกระดาษเงิน กระดาษทอง…แล้วเผา! อูยยยยย…..ไม่ได้เอามาเผาทำพิธีกงเต็กเคอะ!! - -” เหอะๆๆ แต่สาวๆ อาจต้องหาผ้าหรือกระดาษที่มีสีเงิน หรือสีทองขนาดกว้างพอประมาณมาสีละชิ้นค่ะ ( ถ้าใครขี้เกียจซื้อหา เวลาไปเดินตามห้างแผนกเครื่องเขียน ลองไปหยิบๆกระดาษสีเงิน สีทองมาเตรียมพร้อมไว้ หรือใครเดินเข้าร้านขายผ้ากะคุณแม่บ่อยๆ ก็ลองมุ่งตรงไปที่ผ้าสีเงิน สีทองทำนองนี้อะค่ะ ช่วยประหยัดตังค์ ) แล้วจากนั้นก็ทำการเทียบกับใบหน้าของเราได้เลยค่ะ ลองมองดูในกระจกว่าสีไหนทำให้ใบหน้าของเราดูสวยขึ้นอย่างเด่นชัด เอาแบบส่องแล้วเกิด เจิดจรัสเป็นประกาย… - -” ว่าไปนั่น!
ถ้าสีเงินทำให้ใบหน้าสาวๆสวยเจิดจรัส แสดงว่า สาวๆมี ผิวในโทนเย็น ค่ะ ซึ่งจะเหมาะกับ เมคอัพในโทนสีแดง - น้ำเงิน
ถ้าสีทองทำให้สาวๆดูเปล่งประกาย แสดงว่ามี คุณคือสาว ผิวโทนอบอุ่น สีเมคอัพที่เหมาะกับสาวๆผิวโทนอบอุ่นที่ซู้ดดด คือ เมคอัพในตระกูล แดง - ส้ม ค่ะ
ถ้ามีโอกาสก็ลองค้นหาโทนสีผิวของตัวเองกันดูนะคะ เพราะว่าถ้าเรารู้จักกับโทนสีผิวที่แท้จริงของเราแล้ว ก่อนออกไปซื้อเครื่องสำอางครั้งต่อไป จะช่วยให้เราเลือกเฉดสีที่เหมาะกับเรามากขึ้นค่ะ เพราะบางที สาวๆอาจเคยประสบกับปัญหาว่า…ทำไมแต่งตาด้วยสีโทนนี้แล้วดูช้ำๆ หรือลิปสติกสีนี้ทำไมทาแล้วดูเหมือนคนป่วย ซึ่งการที่เรารู้ว่าโทนสีผิวของเราเป็นโทนไหนจะช่วยให้เราเลือกซื้อเครื่องสำอางได้เหมาะสมและถูกต้อง ต่อไปก็มีแต่ แต่งแล้วเกิดเจิดจรัสกันถ้วนหน้าค่ะ…คริๆๆๆ ^_^
ปล. : วิธีนี้อาจนำไปประยุกต์ใช้กับสีผมด้วยก็ได้นะคะ ^_^
Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, เคล็ดลับการเลือกเมคอัพให้เข้ากับโทนสีผิว, ผิวโทนอุ่น โทนเย็น, การแต่งหน้าผิวโทนอุ่นโทนเย็น, โทนสีผิวและเฉดสีเมคอัพ
Popularity: 1% [?]