Archive | December, 2005

14 วิธี เป็นปาร์ตี้เกิร์ลมืออาชีพ

Posted on 30 December 2005 by Vinegar Girl

party girl

พรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายปลายปีนี้แล้วนะคะ สาวๆจะไป count down กันที่ไหนคะ? ^_^ วันนี้เลยลองแนะนำวิธีเป็น party girl แบบน่ารักๆมาฝากกันค่ะ

  1. วางแผนล่วงหน้า ก่อนไปงานไหน ควรวางแผนเรื่องเสื้อผ้า หน้า ผม ไว้แต่เนิ่นๆนะคะ อย่างเช่น งานกลางแจ้งรึเปล่า? มี theme งานรึเปล่า? อะไรทำนองนี้ เพื่อจะได้เลือกเสื้อผ้า การแต่งหน้า และทรงผมได้ถูกต้อง และไม่ต้องรีบๆ ลนๆวันที่มีงาน เดี๋ยวออกมาไม่สวยเนี้ยบแล้วจะหาว่า vinegar girl ไม่เตือนนะคะ
  2. Cocktail Party ถ้าต้องไปงาน cocktail party แนะนำว่าสาวๆควรปรากฏกายในชุดเดรส สวยเก๋เท่านั้นนะคะ ถ้ายังไม่มีชุดใหม่ ก็คว้า Little Black Dress ที่มีอยู่แล้วในตู้เอาออกมาปฏิบัติการด่วน!
  3. ขนาดของเสื้อผ้าก็สำคัญนะคะ สาวๆขา ถ้าต้องไปงานที่เน้นการรับประทานอย่าง barbecue party แล้วอาหารที่ปิ้งย่างแต่ละอย่างมันสุดแสนยั่วยวนกวนท้องไส้ จนหักห้ามใจไม่ไหว แนะนำว่าเตรียมพร้อมใส่เสื้อพรางพุง หรือชุดหลวมๆไปเลยดีกว่าค่ะ ไม่งั้นคุณสาวๆอาจกลายเป็นแหนม เสื้อผ้ารัดปลื้นยามท้องอิ่ม หรือแอบปลดตะขงตะขออะไรเช่นนี้ ไม่งามค่ะ ไม่งาม ( แนะนำจากประสบการณ์ตรงค่ะ แฮ่ๆ - -” )
  4. ของติดไม้ติดมือ ถ้าเป็นปาร์ตี้ แบบ ดินเนอร์ ที่บ้าน (( โดยเฉพาะถ้าเจ้าภาพเป็นฝรั่ง ( แต่ถ้าเป็นมันแกวก็ไม่ต้อง! ไม่ใช่แล้น!!! )) ลองหาไวน์ดีๆ ที่ราคาไม่ต้องแพงมากก็ได้ค่ะ ติดมือไปซักขวด รับรองว่าทุกคนจะปลื้มคุณแน่ๆค่ะ แล้วอย่าลืมหาข้อมูลของไวน์ขวดนั้นไปซักหน่อย เพราะเอาไว้เป็น topic ในการพูดคุยกับทุกคนได้ด้วยค่ะ ^_^
  5. เลือกงานปาร์ตี้ ถ้าสาวๆฮ๊อตเหลือเกินได้รับเชิญไปงานจนคิวแน่นเอียด หลายๆงานเบียดในวันเดียวกัน ลองเลือกแค่งานที่ควรต้องไป หรืองานที่คิดว่าต้องสนุกชัวร์ก็พอค่ะ อย่าหักโหมเดี๋ยวโทรมเปล่าๆ
  6. ปาร์ตี้ออฟฟิศ ควรสนุกแต่พองาม ไม่ควรดื่มจนเมาและตุ้มแปะ พอเหล้าเข้าปากก็เฟลิร์ตหนุ่มออกนอกหน้าจนดูไม่งามนะคะ เพราะพอเปิดเทอมมาทำงาน เรื่องของเราอาจเป็น topic ที่เม้าท์สนุกปากชาวบ้านก็ได้นะคะ
  7. เรื่องของเวลา สำหรับปาร์ตี้มันส์ๆ ที่สาวๆ กะไปถึงติดเครื่องเฮได้เลย ควรไปถึงงานหลังปาร์ตี้เริ่มไปได้นิดนึง เพราะทุกคนในปาร์ตี้อุ่นเครื่องรอไว้แล้ว แต่ถ้าเป็นปาร์ตี้กับผู้ใหญ่หรืองานที่ formal ก็ควรตรงเวลานะคะ
  8. รองเท้า นอกจากเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมที่ต้องเตรียมแล้ว เรื่องรองเท้าก็สำคัญนะคะ เพราะเคยได้รับเชิญไปงาน barbecue party จัดที่สนามหญ้ามีสาวๆใส่รองเท้าส้นแหมเปี้ยวมา ต้องคอยกระชากขาตัวเองจากพื้น เพราะส้นรองเท้าถูกฝังไว้ในผืนดิน - -” ท่าเดินของสาวเจ้าเลยเหมือนนกกระยาง เพราะเดินแต่ละก้าวต้องยกขาสูง ชักกระตุกเป็นบางช่วง! ไม่งามแน่นอนค่ะ!! สาวๆคงไม่อยากเป็นนกกระยางช่ายมั้ยละคะ?! ^_^ แล้วถ้างานไหนต้องแดนซ์กระจาย หรือยืนแทบทั้งคืน โปรดเตรียมรองเท้าสวยเก๋แต่ใส่สบายสุดๆไว้ด้วย 1 คู่ เพื่อการรักษาตำแหน่ง dancing queen อย่างเต็มภาคภูมิ!
  9. finger foods ชื่อเค้าก็บอกอยู่แล้วนะคะว่าฟิงเกอร์ฟู้ดส์ เพราะฉะนั้นแปลงร่างเป็นปอบหยิบกันได้เลยค่ะ! ไม่ต้องเรียกหาช้อนส้อมให้เสียเวลานะคะ งานนี้ใช้มือไม่ผิดกติกาและไม่เสียมารยาทแต่อย่างใดค่ะ
  10. KARAOKE Party ถ้าต้องมีการซิงอะ(จริงๆแล้ว เมนี่ๆ ต่างหาก! )ซองส์กันแล้ว ควรเลือกเพลงแนวสนุกสนานเฮฮา พากันแดนซ์และทุกๆคนสามารถร้องไปด้วยกันได้ ดีกว่าเราโชว์พาว์ (power) อยู่คนเดียวนะคะ และควรระลึกไว้ว่าไมค์ไม่ใช่นิ้วที่เพิ่งงอกขึ้นมาตอนร้องคาราโอเกะนะคะ เพราะฉะนั้นแกะมือออกจากไมค์ได้ค่ะ - -. ไม่ได้ทำให้สูญเสียอวัยวะแต่อย่างใด… ไม่เช่นนั้นคุณจะกลายเป็นบุคคลน่าเบื่อประจำปี! (เพราะสิ้นปีพอดี) โดยไม่รู้ตัว!
  11. ถ้าต้องกล่าวอวยพร เตรียมคำพูดให้พร้อมก่อนขึ้นเวที แต่ถ้าต้องพูดสดจริงๆ พยายามรวบรวมความคิดให้ดีๆก่อนพูดค่ะจะได้ไม่วกไปวนมา แล้วอย่าพูดยาวเยื้อนเย้อนะคะ เพราะจะทำให้ดูน่าเบื่อไปได้ค่ะ
  12. ของขวัญ ถ้าคนให้ของขวัญเป็นฝรั่ง ( ไม่ใช่มันแกว! อีกแล้วครับทั่น!! ) ควรเปิดของขวัญทันทีที่ได้รับเลยนะคะ แต่ถ้าได้รับของขวัญจากเจ้านายหรือผู้ใหญ่ที่เป็นคนญี่ปุ่น เกาหลี หรือคนจีน อย่าเพิ่งรีบเปิดต่อหน้าคนให้ก็ได้ค่ะ ( อันนี้ถูกต้องตามหลักมารยาทของญี่ปุ่นและเกาหลีใช่มั้ยคะ น้องเบสและสาวกุ้ง?! ) และถ้าเราให้ของขวัญใครแล้วเค้ายังไม่อยากเปิดก็ไม่ต้องไปคะยั้นคะยอให้เค้าเปิดทันทีเลยค่ะ จะได้ไม่เสียมารยาท ^_^
  13. เติมหน้า บรรยากาศไฟสลัวๆ มืดๆ ของปาร์ตี้ จะทำให้สาวๆระริกระรี้ได้ใจว่าคงไม่มีใครเห็น ว่าแล้วก็ล้วงลิปสติกและแป้งขึ้นมาโบ๊ะโปะประโคมใบหน้า มันจะพาให้เราหมดสวยนะคะ!! ห้ามค่ะห้าม เพราะอาจมีหนุ่มๆที่ยืนหลบอยู่ในมุมที่มืดกว่าแอบเล็งคุณอยู่ พอเห็นท่าปะแป้งพร้อมกับจ๊วบปากโป๊ะ!ประกบลิปสติกแล้ว พาลทำให้หมดมู้ดเข้ามาคุยและคุณอาจเสียอิมเมจได้นะค้า….สาวๆควรหลบไปเติมหน้าปะแป้งในห้องน้ำจะดีกว่าค่ะ
  14. มาวไม่ขับ เรื่องสุดท้ายที่อยากฝากไว้ เราควรรู้ลิมติในการดื่มของตัวเองนะคะ ถ้าเริ่มรู้สึกมึนๆ ตึงๆ ถ้าก่อนถึงพัทยา (เอ้า! งงหล่ะสิ ก่อนถึงพัทยาก็ชน~! ไงครับพี่น้องคร้าบบบบ ) ไปอีก 2 แก้วต้องเริ่มน้อตหลุดแล้วแน่ๆ ก็ต้องดึงเช็งกันแล้วนะคะ ใครจะชวนชนยังไงก็ใช้จิบๆเอาก็พอ ไม่ต้องโหมด..ด..ดแก้วก็ได้ อย่าอ่อนไหวไปตามเสียงเชียร์หรือแรงยุยงส่งเสริมจากบุคคลรอบข้าง เพราะเราอาจสร้างภาระ (ในการแบกร่างไร้สติกลับบ้าน) ให้เค้าโดยไม่รู้ตัวนะคะ แล้วถ้ามาววววไม่ขับ…ให้กลับเช้าไปเลย เอ้ย!! ไม่ต้องดื่มให้เมามากก็ได้ค่ะ…เอิ้ก~!!

สุดท้ายจริงๆ ขอให้ทุกๆคน และครอบครัวมีความสุขมากๆ สุข สมหวัง ( ไม่ได้พูดถึงชื่อใหม่ของแห้วนะคะ!! อูยย ยังจะมามุขตอนอวยพรอีก!! )
สาวๆก็ขอให้สวยวันสวยคืน ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น หน้าใสอ่อนกว่าวัย
ส่วนคุณผู้ชายก็ขอให้แข็ง!…แรงไม่มี!!!!…โรคภัย
ประสบความสำเร็จ เงินทองไหลมาเทมา แต่อย่าเทออก
จะไปเที่ยวเมืองนอกก็ขอให้ปลอดภัย
แต่เที่ยวเมืองไทย อันดามันน้ำใส..ไม่ไปไม่รู้ ดีกว่าเอย….^_^ (จบค่ะ คริๆ)
Happy New เมีย เอ้ย!! HAPPY NEW YEAR!!! ค้า~

ปล.ขอได้รับความขอบคุณจาก vinegar girl อินทรีย์ให้เสียงภาษาไทย อุ้ย! คนละสคริปต์ค่ะ เอาใหม่ๆ
ขอขอบพระคุณที่ติดตาม vinegar girl มาในปี 2548 และช่วยกันติดตามต่อไปในปีต่อๆไปด้วยนะค้ะ! กระซิกๆ งี้ดๆๆ ซึ้งๆ (ถูแข้งถูขา ทำท่าเป็นแมวเมี๊ยว-ว-ว)

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, 14 วิธีไปปาร์ตี้แบบมืออาชีพ, วิธีเป็นปาร์ตี้เกิร์ล, 14 วิธีเป็น party girl ผู้น่ารัก, เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปปาร์ตี้

Popularity: 1% [?]

Comments (1)

The timeless beauty products

Posted on 28 December 2005 by Vinegar Girl

วันนี้ขอปิดท้ายใน entry ของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่อมตะนิรันดร์กาลค่ะ สุดท้ายท้ายสุดแล้วเลยขอรวมมิตรเลยนะคะ ^_^
ผลิตภัณฑ์ข้างล่างนี้ ต้องเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิก เพราะล้วนแต่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแต่ก็ยังเป็นที่หลงใหล และครองใจสาวๆถึงปัจจุบันค่ะ เนื่องจากบางตัวไม่เคยลองใช้ เลยมิสามารถรีวิวให้อ่านกันได้ค่ะ ขอโต๊ดๆนะค้า~ กระซิกๆ

Chanel No. 5 Eau De Parfum

Chanel No.5 Eau de Parfum จาก Chanel
ขนาด 100 ml.
ราคา 4,200 บาท
น้ำหอม Chanel No. 5 ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1920 (ต๊าย…รุ่นคุณยายกันเลยนะคะเนี่ย) ตั้งแต่วันที่น้ำหอมคลอดก็ได้รับการขนานนามให้เป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งความหอมคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์จวบจนถึงทุกวันนี้ และความเซ็กซี่เพิ่มขึ้นทวีคูณเมื่อ มาริลีน มอนโร บอกว่า “นี่คือสิ่งเดียวที่เธอใส่ทุกครั้งก่อนเข้านอน!”

Sekkisei by Kose

Sekkisei จาก Kose
ขนาด 200 ml.
ราคา 1,505 บาท
โลชั่นบำรุงผิวหน้า Sekkisei จาก Kose ตัวนี้เค้ามี concept ประมาณว่า “ความขาวดุจหิมะ” ดังนั้นแนวความคิดที่ว่าขาวดุจหิมะนี้ ทำให้ยอดขายพุ่งกระจาย กลายเป็น 23 ล้านขวดใน 15 ปีนับจากวันแรกที่วางขาย ตอนนี้ยอดไม่ทราบเท่าไหร่แล้วค่ะ เพราะเค้าเพิ่งจะครบรอบ 20 ปีไปหมาดๆ
ทำให้ทราบถึงความนิยมของสาวเอเซียอย่างเราๆ ว่านิยมความขาว-ว-ว กันขนาดไหน ขนาดผิวดุจสำลี (เม็ดใน) ของอะฮั้น ได้ยินคอนเซ็ปแล้วอยากจะปรี่ไปที่เคาน์เตอร์แล้วชะโลมทั่วร่างกายจะได้ขาวเหมือนสำลี (จริงๆ ) หรือขาวดุจหิมะ กะเค้าหน่อย แฮ่ๆ

Dior Rouge by Christian Dior

Dior Rouge จาก Christian Dior
ราคา 870 บาท
ลิปสติกรุ่น Dior Rouge นี้เป็นรุ่นโดนในสาวๆรุ่นคุณแม่ มารุ่นลูก จนถึงรุ่นหลานกันเลยทีเดียวค่ะ ถึงแม้ชื่อรุ่นจะดูขลังๆหน่อย แต่เค้าก็มีการพัฒนาไปตามกาลเวลา ไม่ให้สาวๆตกยุคกันแน่นอนค่ะ เพราะเห็นว่าเค้าทำออกมาให้เลือกมากมายหลากหลายสีสัน แสดงให้เห็นถึงความฮิตติดตลาดจริงๆ ได้อ่านรีวิวจากต่างประเทศเค้าบอกว่า ลิปสติก Dior Rouge รุ่นนี้ให้เนื้อที่เนียน นุ่มให้ความเงางามแบบเนื้อซาติน เนื้อลิปสติกเบา ทำให้ริมฝีปากนุ่ม แต่เนื้อสีแน่นถึง 5 ชม. ไม่ลบเลือน มีวิตามิน A และ E ช่วยบำรุงริมฝีปากอีกด้วยค่ะ

Olay Moisturizing Lotion

Olay Moisturizing Lotion จาก Olay
ขนาด 75 ml.
ราคา 125 บาท
โลชั่นถนอมผิวหน้าที่คุณแม่ยังสาวรู้จักกันดี เป็นเรื่องราวของความรักของนักเคมีชาวแอฟริกาใต้ Graham Gordon Wulff แห่งเมือง Durban ที่มีต่อภรรยาที่ต้องการถนอมผิวให้คงความอ่อนวัย เค้าจึงคิดค้นครีมบำรุงผิวที่ช่วยทนุถนอมผิวพรรณ Oil of Ulay - Beauty Fluid <-- อันนี้เป็นคำที่เค้าใช้เป็น concept โฆษณา ณ ช่วงนั้น ( ประมาณสงครามโลกครั้งที่ 2 อ่ะค่ะ ) และอะฮั้นคิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเรียกเยอะที่สุดเลยค่ะ เพราะมีทั้ง Oil of Ulan, (ขอบคุณ comments แรกนะคะ ^_^ ) Oil of Olay, Olez, Ulay, Ulag and Ulaz ซึ่งทำให้เปลืองต้นทุนเรื่อง package พอตกมาอยู่ในมือ P&G เค้าเลยมาเรียกให้เป็นหนึ่งเดียว คือ Oil of Olay ค่ะ ^_^

พอได้อ่านเรื่องราวของจุดกำเนิด Olay แล้วเดี้ยนอยากหาแควนเป็นนักเคมีเจรงๆ จะได้ให้คิดค้นสูตรเพื่อความงาม ไม่เหี่ยวไม่ย่น สวยตั้งแต่หัวจรดเท้ากะเค้าบ้าง 5555

Origins - Pinch Your Cheeks

Pinch Your Cheeks จาก Origins
ขนาด 3 ml.
ราคา 550 บาท

เจ้า Pinch Your Cheeks จาก Origins นี่ถือเป็นผู้บุกเบิกเรื่อง “แก้มสไตล์สาวสุขภาพดี” เลยทีเดียวค่ะ เป็นอะไรที่ฮิตติดตลาดมาจนถึงทุกวันนี้ และเครื่องสำอางยี่ห้ออื่นๆ ก็ทำออกมากันมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่เป็น concept เดียวกันคือการทาแก้มแบบสวยใส จากภายใน ได้ใจแบบธรรมชาติ! ^_^

จำได้เมื่อตอนที่ Origins เข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ ดิชั้นก็รีบแจ้นไปที่เซ็นทรัลชิดลม (ตอนนั้นรู้สึกว่ายังเรียนอยู่มหาลัยเนี่ยหล่ะค่ะ) เพราะอยากได้มาก-ก แต่พอเห็นหลอดแล้วอึ้งเล็กน้อย เพราะหลอดเล็กมาก (คือปกติเห็นใน magazine เมืองนอก ถ่ายรูปออกมามันก็ดูเหมือนหลอดจริงๆน่าจะใหญ่กว่านั้นหน่อยอ่ะค่ะ) แล้วกับราคาห้าร้อยกว่าบาท ณ ช่วงนั้นนี่ คิดหนักเลยนะคะ ถึงแม้จะละโมบอยากได้เพียงใด แต่ก็ต้องวนไปวนมาอยู่หลายรอบ พร้อมกะขอกลับไปคิดเป็นการบ้านดูก่อน แต่ในที่สุดก็แพ้ความอยาก จึงต้องไปแสดงความเป็นเจ้าของใน 2-3 วันถัดไป แฮ่ๆ - -”
ด้วยเนื้อเจลสีแดงก่ำ แต่พอทาไปบนแก้มให้เนื้อสีที่กำลังดี ดูมีเลือดสาด เอ้ย! เลือดฝาดที่หน้า ระเรื่อๆ เหมือนกับเพิ่งถูกหยิก สมชื่อเค้าหล่ะค่ะ! อารมณ์นั้นก็ระริกระรี้สิคะ เพราะตอนนั้นสาวไทยยังไม่ค่อยได้มีที่ทำแก้มแดงแบบมีเลือดฝาดแบบนี้ ข้าพเจ้าเห่ออยู่ไม่ใช่น้อย ใช้สอยแบบประหยัดมาก เพราะกลัวหมดเร็ว!! 555555

ขอจบการรายงานสุดยอดผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิค อมตะนิรันดร์กาล งานสร้าง ไว้แต่เพียงเท่านี้ค่ะ ^_^
ปล. จบห้วนไปป่าวคะเนี่ย!! เอ่อ..คือว่าต้องรีบไปหาอะไรใส่ท้องซะหน่อย เดี๋ยวเป็นน้องกล่องข้าวน้อย - -” เลยรวบรัดตัดความ… จบค่ะท่านผู้ชม!!

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, เครื่องสำอางที่มีกำเนิดมายาวนาน, เครื่องสำอางยอดนิยม, Chanel No.5 Eau de Parfum, Sekkisei by Kose, Dior Rouge, Olay Moisturizing Lotion, Pinch Your Cheeks by Origins

Popularity: 1% [?]

Comments (5)

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn

Posted on 26 December 2005 by Vinegar Girl

Merry Christmas ค่ะ!! ขออภัยที่ช้าไป 1 วันนะคะ ไม่ได้ไปจิงเกิ้ลเบลล์ที่ไหน ถึงทำให้ไม่ทันเหตุการณ์นะคะ แต่ผีขี้เกียจเข้าสิงเลยไม่ได้มา Merry Christmas กะสาวๆตั้งแต่เมื่อวาน ครายไปจิงเกิ้ลเบลล์กันที่ไหน สนุกยังไง อย่าลืมเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ ^_^

ช่วงนี้ใช้งานมือคู่สวยกันหนักรึเปล่าคะ อ้ะๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล อะฮั้นหมายถึงใช้มือแจกของขวัญ Christmas หรือปีใหม่ให้กะเพื่อนๆอ่ะค่ะ แหม…คิดอะไรกันเก๊าะไม่รู้!!…เขิลล์นะตัวเอง!! (จินตนาการไปคนเดียวอีกแล้น!! - -” แหะๆๆๆ) วันนี้ vinegar girl จึงนำผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล เพื่อบำรุงมือสาวๆให้เนียนนุ่ม เวลาที่หนุ่มๆจับจะได้ประทับใจ มาให้สาวๆดูกันค่ะ

Gardeners Hand Therapy

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn
ขนาด 50 ml.
ราคา 595 บาท

ถึงแม้เราจะไม่ได้ทำสวนกันเป็นกิจวัตร แต่ถ้าพูดกันถึง hand cream ดีๆ “ครีมทามือคนสวย เอ้ย! คนสวน” Gardeners Hand Therapy ตัวนี้มักติดอันดับต้นๆใน list เสมอ เก๊าะ! คิดดูสิคะว่าขนาดคนทำสวน แฮนด์ครีมตัวนี้ยังทำให้มือนุ่มได้เลย! เพราะด้วยเนื้อครีมที่แสนเข้มข้น สยบความแห้งหยาบกร้าน และช่วยคืนความชุ่มชื้น และเพิ่มความนุ่มนวลให้กับมือที่ต้องตรากตรำทำสวนมาทั้งวัน hand cream ตัวนี้จึงเหมาะมากกับคนที่รักต้นไม้ แล้วลงมือปลูกต้นไม้ด้วยตัวเองยามว่างค่ะ

ส่วนสาวคนไหนที่ลงมือทำขนมเค้กแจกเพื่อนๆ หรือทำขนมเป็นของขวัญแจกในเทศกาลปีใหม่นี้ไหนจะต้องร่อนแป้ง ตีไข่!! <-- ตีไข่ไก่อ่ะค่ะ ตอนทำอ่ะสนุกสนานเฮฮา แต่มา sad ตรงที่ต้องมานั่งล้างเครื่องครัวทำเค้ก และพิมพ์เนี่ยอ่ะค่ะ T_T แล้วยิ่งอากาศเย็นๆอย่างนี้ มือของเราก็ยิ่งแห้งกร้าน ต้องดูแลทนุถนอมมือกันหน่อยนะคะสาวๆ (จริงมั้ยคะน้องเบส ^_^ ) แฮนด์ครีมตัวนี้เหมาะมาก-กเคอะ! ( เพราะช่วงนี้ทำเค้กแจกลูกค้าเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าที่แจกไปเมื่อวันศุกร์ วันนี้ลูกค้าลางานเพราะท้องเสีย อ้วกแตกไปกี่คน... อ่ะล้อเล้น-น! ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แค่นอนโรงพยาบาลเพราะอาหารเป็นพิษ!! )

ถ้าใครยังคิดไม่ออก บอกไม่ถูกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ดี Gardeners Hand Therapy จาก Crabtree & Evelyn ตัวนี้ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกนึงนะคะ โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ คุณพ่อ คุณแม่ ที่ชอบปลูกต้นไม้ เพื่อนสาวที่ชอบทำเค้ก หรือหนุ่มข้างกายที่ใช้มือหนัก!!! อูยยยย…ไม่ได้นะเคอะ! เราต้องไม่ปล่อยให้เค้าใช้มือ อย่างหนักหน่วงอยู่คนเดียว สาวสวยมีน้ำใจอย่างเราๆ ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือกันค่ะ !! ( อะฮั้นจินตนการไกลอีกแล้นฮ้า…!! คริๆๆๆ ) เอ่อ..แบบว่ายื่นมือไปช่วยหยิบนู่นหยิบนี่ แล้วก็ยื่น hand cream ตัวนี้ให้เค้าใช้ด้วยอ่ะค่ะ ( แหะๆๆ รอดตัวไป! )

แต่ด้วยความที่ราคาก็สูงไม่ใช่เล่น น้องๆ นู๋ๆ สาวๆ คนไหนที่ช่วงนี้สตู้งสตางค์ไหลออกเหมือนก๊อกแตก หักห้ามใจกันไว้ก่อนค่ะ อย่างอะฮั้นตอนนี้ถึงมือจะหยาบกร้านใช้งานหนักตรากตรำถึงเพียงไหน แต่อดทนไว้ ไม่ให้กระเป๋าตังค์เดือดร้อน เอาไว้โบนัส แต๊ะเอีย หรือช่วงเงินสะพัด เราค่อยตัดใจซื้อมาใช้ แล้วเก็บไว้ใช้เฉพาะช่วงที่มือหยาบกร้านมากๆ สลับกับ hand cream ที่ราคาย่อมเยา ไม่ต้องใช้ตัวนี้ทุกวัน จะได้ไม่เปลือง! 5555555 เราต้องฉลาดสวยแบบไม่เดือดร้อนกระเป๋าตังค์นะคะ ^_^

vinegar girl เลยฝากวิธีบำรุงมือแบบประหยัดมาให้ด้วยค่ะ
คือนำน้ำตาลทรายแบบเม็ด 1 ช้อนโต๊ะผสมกับเบบี้ออยล์สัก 2-3 หยด แล้วนำมานวดขัดมือเบาๆ ซัก 5 นาที ( ถ้าอากาศเย็นมากเหมือนที่ญี่ปุ่นอย่างน้องเบส อาจนำ baby oil ไปอุ่นใน microwave ให้อุ่นๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่ต้องร้อนนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลละลาย กลายเป็นน้ำเชื่อมแทน!! - -.” ) พอนวดๆ ขัดๆ ไปซักพักก็ล้างออกด้วยน้ำ เช็ดมือ แค่นี้ก็จะช่วยทำให้มือนุ่มเนียนขึ้นมาแล้วหล่ะค่ะ ^_^
ถ้ายังรู้สึกว่ามือยังแห้งๆ อยู่ก่อนนอนก็ทาด้วยวาสลิน โปะประโคมเข้าไป อาจเหนียวเหนอะหนะนิดหน่อย ไม่เป็นไรค่ะ เพราะจะนอนแล้ว แฮ่ๆ อันนี้ก็ช่วยได้ทั้งดีและประหยัดด้วยค่ะ !! ^_^ ( แบบนี้อะฮั้นช้อบ-ชอบค่ะ!)

หลายคนคงสงสัยมันเขียนถึง Gardeners Hand Therapy มาตั้งนานแต่มาบอกเคล็ด (ไม่) ลับวิธีดูแลมือแบบประหยัดซะงั้น! ก็แหมไม่อยากให้สาวๆเปลืองเงินนี่คะ อันนี้เหมาะกับช่วงมีเงิน ราคี เอ้ย! ราศีจับ!! แต่ต้องเขียนถึงค่ะ เพราะ Gardeners Hand Therapy ตัวนี้เค้าฮอตฮิต เข้าขั้นตำนาน จึงต้องนำมาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาลค่ะ ^_^

Blog Thai, Thai Blog, Blog ไทย, ผลิตภัณฑ์ดูแลมือ, แฮนด์ครีม, hand cream ยอดนิยม, วิธีดูแลรักษามือ, เคล็ดลับมือเนียนนุ่ม, ครีมทานมือเพื่อมือหยาบกร้าน, ครีมทามือสำหรับคนทำกิจกรรมหนัก, ครีมทามือชนิดเข้มข้น

Popularity: 2% [?]

Comments (3)

Beauty Forever - Body Shaping Cream by Clarins

Posted on 23 December 2005 by Vinegar Girl

สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล อาน อาน อาน อาน ในวันนี้ได้แก่ ^_^

Body Shaping Cream by Clarins

Body Shaping Cream จาก Clarins
ขนาด 200 ml.
ราคา 1,990 บาท

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์กระชับเรือนร่าง ผลิตภัณฑ์รุ่น Shaping Cream ของ Clarins ตัวนี้มักถูกนึกถึงในอันดับต้นๆนะคะ เก๊าะ~ Clarins เค้าขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์กระชับเรือนร่างนี่คะ
Body Shaping Cream จาก Clarins มีส่วนผสมบริสุทธิ์จากธรรมชาติอย่าง caffein ( รู้สึกผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นๆก็เริ่มมี caffein ผสมอยู่กันมากขึ้นนะคะ….ระวังอาการข้างเคียงตาค้างแข็ง..นอนไม่หลับ จายสั่น-น ไม่ช่ายแล้น!! ) ช่วย Helps reduce stubborn curves <– ประมาณว่าช่วยสลายไขมันที่พอกพูนให้ลดลง ลดอาการบวมน้ำ และกระชับผิวให้เรียบเนียนได้ดี ถูกใจสาวๆทั่วโลก ฮิตติดตลาดตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน ( อย่างอะฮั้นแค่เห็นคำว่า helps reduce stubborn curves ก็ตาโตรีบแจ้นไปหามาใช้แล้วอ่ะฮ้า…เพราะทั้งร่างกายมี curve ที่สวยงามอยู่ช่วงเดียว คือ “ระหว่างหัวและไหล่” !! เลยต้องหาผลิตภัณฑ์ช่วยลดอาการดื้อดึงของเจ้า curves ทั้งหลายในร่างกายกันหน่อย…อิอิอิ )

เคยซื้อมาลองใช้ค่ะ แต่เนื่องจากใช้มาเป็นปีแล้ว และไม่ค่อยได้ใช้ต่อเนื่องเลยไม่กล้า review เป็นเรื่องเป็นราว เท่าที่จำได้คือรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้นจริงค่ะ แต่เนื่องจากตอนนั้นร่างกาย firm กว่าตอนนี้มา-ก เลยไม่กล้าฟันธงว่าเพราะ Body Shaping Cream ทำให้สาวๆที่เผละ มี curve กระชับทันตารึเปล่า?!?! แต่แน่นอนค่ะ ว่าต้องออกกำลังกายร่วมตัวนะคะ ไม่ใช่รอใช้ครีมอย่างเดียวค่ะ ถ้ามีครีมอะไรที่ทาถูๆ อย่างเดียวแล้วผอม เจ้าของครีมคงนอนอยู่บนเตียงที่ยัดด้วยแบงค์แทนนุ่นแล้นหล่ะค้า…~ แต่เท่าที่ใช้ตอนนั้นก็เห็นผลน่าพอใจอยู่ไม่ใช่น้อยค่ะ ^_^ เพราะไปถอยผลิตภัณฑ์กระชับๆ รุ่นอื่นๆ มากระชับส่วนอื่นๆ ไม่ให้หย่อนคล้อย แปรสภาพเป็นถุงกาแฟ พยายามคงสภาพเด้งดึ๋งๆ เต่งตึงต้านแรงโน้มถ่วงที่สุด ใช้มาจนถึงทุกวันนี้อ่ะเคอะ!! - -*

เอาเป็นว่าไว้ซื้อ Body shaping cream มาใช้แบบต่อเนื่องอีกที ณ ตอนนี้ที่ร่างกายเริ่มเผละแล้วจะฟันธงให้นะเจ้าคะ~ Body Shaping Cream ตัวนี้จุดประสงค์หลักคือ ช่วยสลายไขมันพอกพูน ลดอาการบวมน้ำ ทำให้ผิวกระชับเรียบเนียน แต่มีอีกตัวที่น่าสนใจและอยากแนะนำเหมือนกันค่ะ คือ Body Firming Cream อันนี้ตรงจุดสำหรับสาวๆที่อยากให้ผิว firm กระชับ และลดผิวฟองน้ำได้เคอะ! เพราะเคยลองแล้วอีกเช่นกันค่ะ เมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นผิวยังไม่เป็นฟองน้ำอ่ะค่ะ ( เป็นแต่ผิวสก็อตไบรท์!!! - -” )

คือโดยรวมของผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกายของ Clarins เค้าทำออกมาได้ดี มีชื่อเสียงและให้ผลน่าพอใจนะคะ อย่างผิวหน้ามีพี่ที่ x’office ( ที่ทำงานเก่า ) ก็ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Clarins แล้วเค้ามีนวดหน้าให้ฟรีค่ะ คือใช้ skincare ที่ซื้อมานวดให้อ่ะค่ะ ส่วนตัวของพี่คนนั้นก็ happy มากเพราะหน้าเค้าดีขึ้นมาเลย จากที่เคยมีจุดด่างดำ ริ้วรอย หน้าดูกระชับเรียบเนียนขึ้น และยังแนะนำให้ไปซื้อ skincare แล้วลองนวดหน้าดูด้วยค่ะ ^_^ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ทำ เพราะเท่าที่ check ดูในห้างใกล้ๆบ้าน ห้องที่เค้าเอาไว้นวด (ก็อยู่หลังเคาน์เตอร์นั่นแหล่ะค่ะ) มักจะเต็มเสมอ เลยขอแค่ซื้อ eye cream และ skin care บางตัวกลับมาใช้ที่บ้านเท่านั้นค่ะ ^_^
สาวๆคนไหนสนใจลองเช็คดูได้นะคะ รู้สึกว่าเค้าจะมีที่ให้บริการของ Clarins กันเลยค่ะ มีทั้งนวดหน้าและนวดตัว ( หรือเอาไว้เดี๋ยวเช็คให้แล้วมาบอกอีกทีนะคะ ขอแปะไว้ก่อนละกันค่ะ ^_^ )

ให้ดาว 5 ดวงเลยนะคะสำหรับเซ็ตผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล

Thai Blog, Blog ไทย ,บล็อกไทย, ครีมกระชับรูปร่าง, ครีมกระชับเรือนร่างยอดนิยม, ครีมกระชับเรือนร่าง Body Shaping cream ที่กำเนิดมายาวนาน, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเรือนร่างสุดคลาสสิก

Popularity: 2% [?]

Comments (1)

Radiant Touch - Yves Saint Laurent

Posted on 22 December 2005 by Vinegar Girl

Radiant Touch - Yves Saint Laurent

Radiant Touch จาก Yves Saint Laurent
ราคา 1,200 บาท

เจ้าสิ่งนี้คือคอนซีลเลอร์ชนิดปากกา Radiant Touch จาก Yves Saint Laurent
เป็นคอนซีลเลอร์และไฮไลต์ชนิดพกพารุ่นแรก เมื่อสิบกว่าปีก่อน <– อะฮ้า….เห็นคำว่าสิบกว่าปีก่อนอีกแล้น!! แน่นอนฮ้า..ว่าคุณกับลังอยู่ในช่วง retro ย้อนยุคกับเวเนก้า เกิร์ลและเหล่า สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล
(กรุณาอ่านออกเสียงสวย - หล่อ แล้วคุณจะได้อารมณ์เหมือนประหนึ่งเป็นดีเจ)
คอนซีลเลอร์ชนิดปากการุ่นแรกนี้เป็นที่ร่ำลือของสาวๆเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อนมากค่ะ ( เกิดไม่ทันช่วงนั้นนะคะ!! - -” แก้ตัวสุดฤทธิ์!! ) ที่รู้จัก Radiant Touch เนี่ยสืบเนื่องจากได้อ่าน magazine ต่างประเทศแล้วเห็นว่าสิ่งที่เหล่าบรรดา celebs ใน hollywood เค้าพกพากันก็มีปากกา radiant touch อยู่ด้วยอ่ะค่ะ (( ถ้าจำไม่ผิดในกระเป๋าเครื่องสำอางของ Naomi Watts ( นางเอกในหนัง เจ้าลิงยักษ์ King Kong ) ก็มี Radiant Touch อยู่ด้วยเช่นกันค่ะ ))

Review : ด้วยรูปแบบที่เป็นปากกาย่อมมีข้อดีในการพกพาที่สะดวก และใช้ง่าย เพียงแค่ปิด - หมุนตรงปลายปากกาด้านบนเนื้อคอนซีลเลอร์จะไหลลงมายังพู่กัน แล้วใช้แต้มคำผิด! อุ๊ย!!! แต้มปิดรอยจุดด่างดำ หรือรอยคล้ำใต้ตาค่ะ เนื้อคอนซีลเลอร์มีความชุ่มชื้นอยู่มาก และเหลวพอที่จะเกลี่ยส่วนที่บอบบางใต้ตาได้เรียบเนียน (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านเรื่อง การเลือกใช้คอนซีลเลอร์ให้ถูกวิธี ลองไปอ่านดูก่อนก็ได้นะคะ ^_^ ) และด้วยที่เป็นพู่กันทำให้การเกลี่ยง่ายรวดเร็วและเรียบเนียนยิ่งขึ้นค่ะ แล้วสีของคอนซีลเลอร์ถึงมีให้เลือกไม่มาก ( รู้สึกว่ามีแค่ 2 สีเองมั้งคะ ) แต่ตัวสีของเนื้อคอนซีลเลอร์ไม่โดดและไม่ทำให้เห็นเป็นรอยด่างขาว ต้องเรียกว่าเป็นอุปกรณ์ลบความไม่ perfect ของผิวแบบแบบฉุกเฉินจริงๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ต้องการปกปิดจุดด่างดำ หรือรอยหมองคล้ำ ก็หยิบมาให้ได้ทันทีสะดวกรวดเร็ว หรือใครที่ผิว perfect อยู่แล้วจะใช้เป็น high light ก็ไม่ว่ากันค่ะ ^_^
เดี๋ยวนี้เห็นว่ามีหลายยี่ห้อที่ทำคอนซีลเลอร์ในรูปปากกาออกมาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่เคยลองใช้ยี่ห้ออื่นเลยค่ะ เหมือนเคยไป test ยี่ห้อนึงแต่จำไม่ได้แล้วค่ะ ว่ายี่ห้ออะไรรู้แต่ว่าไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นัก ถ้าเพื่อนๆมียี่ห้ออะไรในดวงใจกัน อย่าลืมเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย ,บล็อกไทย, คอนซีลเลอร์แบบพกพา, คอนซีลเลอร์แบบปากกา, คอนซีลเลอร์รุ่นพกพายอดนิยม, เครื่องสำอางสุดคลาสสิก

Popularity: 2% [?]

Comments (0)

CATEGORIES

INFORMATION

eXTReMe Tracker