Archive | December, 2005

14 วิธี เป็นปาร์ตี้เกิร์ลมืออาชีพ

14 วิธี เป็นปาร์ตี้เกิร์ลมืออาชีพ

Posted on 30 December 2005 by Vinegar Girl

party girl

พรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายปลายปีนี้แล้วนะคะ สาวๆจะไป count down กันที่ไหนคะ? ^_^ วันนี้เลยลองแนะนำวิธีเป็น party girl แบบน่ารักๆมาฝากกันค่ะ

  1. วางแผนล่วงหน้า ก่อนไปงานไหน ควรวางแผนเรื่องเสื้อผ้า หน้า ผม ไว้แต่เนิ่นๆนะคะ อย่างเช่น งานกลางแจ้งรึเปล่า? มี theme งานรึเปล่า? อะไรทำนองนี้ เพื่อจะได้เลือกเสื้อผ้า การแต่งหน้า และทรงผมได้ถูกต้อง และไม่ต้องรีบๆ ลนๆวันที่มีงาน เดี๋ยวออกมาไม่สวยเนี้ยบแล้วจะหาว่า vinegar girl ไม่เตือนนะคะ
  2. Cocktail Party ถ้าต้องไปงาน cocktail party แนะนำว่าสาวๆควรปรากฏกายในชุดเดรส สวยเก๋เท่านั้นนะคะ ถ้ายังไม่มีชุดใหม่ ก็คว้า Little Black Dress ที่มีอยู่แล้วในตู้เอาออกมาปฏิบัติการด่วน!
  3. ขนาดของเสื้อผ้าก็สำคัญนะคะ สาวๆขา ถ้าต้องไปงานที่เน้นการรับประทานอย่าง barbecue party แล้วอาหารที่ปิ้งย่างแต่ละอย่างมันสุดแสนยั่วยวนกวนท้องไส้ จนหักห้ามใจไม่ไหว แนะนำว่าเตรียมพร้อมใส่เสื้อพรางพุง หรือชุดหลวมๆไปเลยดีกว่าค่ะ ไม่งั้นคุณสาวๆอาจกลายเป็นแหนม เสื้อผ้ารัดปลื้นยามท้องอิ่ม หรือแอบปลดตะขงตะขออะไรเช่นนี้ ไม่งามค่ะ ไม่งาม ( แนะนำจากประสบการณ์ตรงค่ะ แฮ่ๆ – -” )
  4. ของติดไม้ติดมือ ถ้าเป็นปาร์ตี้ แบบ ดินเนอร์ ที่บ้าน (( โดยเฉพาะถ้าเจ้าภาพเป็นฝรั่ง ( แต่ถ้าเป็นมันแกวก็ไม่ต้อง! ไม่ใช่แล้น!!! )) ลองหาไวน์ดีๆ ที่ราคาไม่ต้องแพงมากก็ได้ค่ะ ติดมือไปซักขวด รับรองว่าทุกคนจะปลื้มคุณแน่ๆค่ะ แล้วอย่าลืมหาข้อมูลของไวน์ขวดนั้นไปซักหน่อย เพราะเอาไว้เป็น topic ในการพูดคุยกับทุกคนได้ด้วยค่ะ ^_^
  5. เลือกงานปาร์ตี้ ถ้าสาวๆฮ๊อตเหลือเกินได้รับเชิญไปงานจนคิวแน่นเอียด หลายๆงานเบียดในวันเดียวกัน ลองเลือกแค่งานที่ควรต้องไป หรืองานที่คิดว่าต้องสนุกชัวร์ก็พอค่ะ อย่าหักโหมเดี๋ยวโทรมเปล่าๆ
  6. ปาร์ตี้ออฟฟิศ ควรสนุกแต่พองาม ไม่ควรดื่มจนเมาและตุ้มแปะ พอเหล้าเข้าปากก็เฟลิร์ตหนุ่มออกนอกหน้าจนดูไม่งามนะคะ เพราะพอเปิดเทอมมาทำงาน เรื่องของเราอาจเป็น topic ที่เม้าท์สนุกปากชาวบ้านก็ได้นะคะ
  7. เรื่องของเวลา สำหรับปาร์ตี้มันส์ๆ ที่สาวๆ กะไปถึงติดเครื่องเฮได้เลย ควรไปถึงงานหลังปาร์ตี้เริ่มไปได้นิดนึง เพราะทุกคนในปาร์ตี้อุ่นเครื่องรอไว้แล้ว แต่ถ้าเป็นปาร์ตี้กับผู้ใหญ่หรืองานที่ formal ก็ควรตรงเวลานะคะ
  8. รองเท้า นอกจากเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมที่ต้องเตรียมแล้ว เรื่องรองเท้าก็สำคัญนะคะ เพราะเคยได้รับเชิญไปงาน barbecue party จัดที่สนามหญ้ามีสาวๆใส่รองเท้าส้นแหมเปี้ยวมา ต้องคอยกระชากขาตัวเองจากพื้น เพราะส้นรองเท้าถูกฝังไว้ในผืนดิน – -” ท่าเดินของสาวเจ้าเลยเหมือนนกกระยาง เพราะเดินแต่ละก้าวต้องยกขาสูง ชักกระตุกเป็นบางช่วง! ไม่งามแน่นอนค่ะ!! สาวๆคงไม่อยากเป็นนกกระยางช่ายมั้ยละคะ?! ^_^ แล้วถ้างานไหนต้องแดนซ์กระจาย หรือยืนแทบทั้งคืน โปรดเตรียมรองเท้าสวยเก๋แต่ใส่สบายสุดๆไว้ด้วย 1 คู่ เพื่อการรักษาตำแหน่ง dancing queen อย่างเต็มภาคภูมิ!
  9. finger foods ชื่อเค้าก็บอกอยู่แล้วนะคะว่าฟิงเกอร์ฟู้ดส์ เพราะฉะนั้นแปลงร่างเป็นปอบหยิบกันได้เลยค่ะ! ไม่ต้องเรียกหาช้อนส้อมให้เสียเวลานะคะ งานนี้ใช้มือไม่ผิดกติกาและไม่เสียมารยาทแต่อย่างใดค่ะ
  10. KARAOKE Party ถ้าต้องมีการซิงอะ(จริงๆแล้ว เมนี่ๆ ต่างหาก! )ซองส์กันแล้ว ควรเลือกเพลงแนวสนุกสนานเฮฮา พากันแดนซ์และทุกๆคนสามารถร้องไปด้วยกันได้ ดีกว่าเราโชว์พาว์ (power) อยู่คนเดียวนะคะ และควรระลึกไว้ว่าไมค์ไม่ใช่นิ้วที่เพิ่งงอกขึ้นมาตอนร้องคาราโอเกะนะคะ เพราะฉะนั้นแกะมือออกจากไมค์ได้ค่ะ – -. ไม่ได้ทำให้สูญเสียอวัยวะแต่อย่างใด… ไม่เช่นนั้นคุณจะกลายเป็นบุคคลน่าเบื่อประจำปี! (เพราะสิ้นปีพอดี) โดยไม่รู้ตัว!
  11. ถ้าต้องกล่าวอวยพร เตรียมคำพูดให้พร้อมก่อนขึ้นเวที แต่ถ้าต้องพูดสดจริงๆ พยายามรวบรวมความคิดให้ดีๆก่อนพูดค่ะจะได้ไม่วกไปวนมา แล้วอย่าพูดยาวเยื้อนเย้อนะคะ เพราะจะทำให้ดูน่าเบื่อไปได้ค่ะ
  12. ของขวัญ ถ้าคนให้ของขวัญเป็นฝรั่ง ( ไม่ใช่มันแกว! อีกแล้วครับทั่น!! ) ควรเปิดของขวัญทันทีที่ได้รับเลยนะคะ แต่ถ้าได้รับของขวัญจากเจ้านายหรือผู้ใหญ่ที่เป็นคนญี่ปุ่น เกาหลี หรือคนจีน อย่าเพิ่งรีบเปิดต่อหน้าคนให้ก็ได้ค่ะ ( อันนี้ถูกต้องตามหลักมารยาทของญี่ปุ่นและเกาหลีใช่มั้ยคะ น้องเบสและสาวกุ้ง?! ) และถ้าเราให้ของขวัญใครแล้วเค้ายังไม่อยากเปิดก็ไม่ต้องไปคะยั้นคะยอให้เค้าเปิดทันทีเลยค่ะ จะได้ไม่เสียมารยาท ^_^
  13. เติมหน้า บรรยากาศไฟสลัวๆ มืดๆ ของปาร์ตี้ จะทำให้สาวๆระริกระรี้ได้ใจว่าคงไม่มีใครเห็น ว่าแล้วก็ล้วงลิปสติกและแป้งขึ้นมาโบ๊ะโปะประโคมใบหน้า มันจะพาให้เราหมดสวยนะคะ!! ห้ามค่ะห้าม เพราะอาจมีหนุ่มๆที่ยืนหลบอยู่ในมุมที่มืดกว่าแอบเล็งคุณอยู่ พอเห็นท่าปะแป้งพร้อมกับจ๊วบปากโป๊ะ!ประกบลิปสติกแล้ว พาลทำให้หมดมู้ดเข้ามาคุยและคุณอาจเสียอิมเมจได้นะค้า….สาวๆควรหลบไปเติมหน้าปะแป้งในห้องน้ำจะดีกว่าค่ะ
  14. มาวไม่ขับ เรื่องสุดท้ายที่อยากฝากไว้ เราควรรู้ลิมติในการดื่มของตัวเองนะคะ ถ้าเริ่มรู้สึกมึนๆ ตึงๆ ถ้าก่อนถึงพัทยา (เอ้า! งงหล่ะสิ ก่อนถึงพัทยาก็ชน~! ไงครับพี่น้องคร้าบบบบ ) ไปอีก 2 แก้วต้องเริ่มน้อตหลุดแล้วแน่ๆ ก็ต้องดึงเช็งกันแล้วนะคะ ใครจะชวนชนยังไงก็ใช้จิบๆเอาก็พอ ไม่ต้องโหมด..ด..ดแก้วก็ได้ อย่าอ่อนไหวไปตามเสียงเชียร์หรือแรงยุยงส่งเสริมจากบุคคลรอบข้าง เพราะเราอาจสร้างภาระ (ในการแบกร่างไร้สติกลับบ้าน) ให้เค้าโดยไม่รู้ตัวนะคะ แล้วถ้ามาววววไม่ขับ…ให้กลับเช้าไปเลย เอ้ย!! ไม่ต้องดื่มให้เมามากก็ได้ค่ะ…เอิ้ก~!!

สุดท้ายจริงๆ ขอให้ทุกๆคน และครอบครัวมีความสุขมากๆ สุข สมหวัง ( ไม่ได้พูดถึงชื่อใหม่ของแห้วนะคะ!! อูยย ยังจะมามุขตอนอวยพรอีก!! )
สาวๆก็ขอให้สวยวันสวยคืน ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น หน้าใสอ่อนกว่าวัย
ส่วนคุณผู้ชายก็ขอให้แข็ง!…แรงไม่มี!!!!…โรคภัย
ประสบความสำเร็จ เงินทองไหลมาเทมา แต่อย่าเทออก
จะไปเที่ยวเมืองนอกก็ขอให้ปลอดภัย
แต่เที่ยวเมืองไทย อันดามันน้ำใส..ไม่ไปไม่รู้ ดีกว่าเอย….^_^ (จบค่ะ คริๆ)
Happy New เมีย เอ้ย!! HAPPY NEW YEAR!!! ค้า~

ปล.ขอได้รับความขอบคุณจาก vinegar girl อินทรีย์ให้เสียงภาษาไทย อุ้ย! คนละสคริปต์ค่ะ เอาใหม่ๆ
ขอขอบพระคุณที่ติดตาม vinegar girl มาในปี 2548 และช่วยกันติดตามต่อไปในปีต่อๆไปด้วยนะค้ะ! กระซิกๆ งี้ดๆๆ ซึ้งๆ (ถูแข้งถูขา ทำท่าเป็นแมวเมี๊ยว-ว-ว)

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, 14 วิธีไปปาร์ตี้แบบมืออาชีพ, วิธีเป็นปาร์ตี้เกิร์ล, 14 วิธีเป็น party girl ผู้น่ารัก, เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปปาร์ตี้

Comments (1)

The timeless beauty products

The timeless beauty products

Posted on 28 December 2005 by Vinegar Girl

วันนี้ขอปิดท้ายใน entry ของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่อมตะนิรันดร์กาลค่ะ สุดท้ายท้ายสุดแล้วเลยขอรวมมิตรเลยนะคะ ^_^
ผลิตภัณฑ์ข้างล่างนี้ ต้องเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิก เพราะล้วนแต่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแต่ก็ยังเป็นที่หลงใหล และครองใจสาวๆถึงปัจจุบันค่ะ เนื่องจากบางตัวไม่เคยลองใช้ เลยมิสามารถรีวิวให้อ่านกันได้ค่ะ ขอโต๊ดๆนะค้า~ กระซิกๆ

Chanel No. 5 Eau De Parfum

Chanel No.5 Eau de Parfum จาก Chanel
ขนาด 100 ml.
ราคา 4,200 บาท
น้ำหอม Chanel No. 5 ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1920 (ต๊าย…รุ่นคุณยายกันเลยนะคะเนี่ย) ตั้งแต่วันที่น้ำหอมคลอดก็ได้รับการขนานนามให้เป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งความหอมคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์จวบจนถึงทุกวันนี้ และความเซ็กซี่เพิ่มขึ้นทวีคูณเมื่อ มาริลีน มอนโร บอกว่า “นี่คือสิ่งเดียวที่เธอใส่ทุกครั้งก่อนเข้านอน!”

Sekkisei by Kose

Sekkisei จาก Kose
ขนาด 200 ml.
ราคา 1,505 บาท
โลชั่นบำรุงผิวหน้า Sekkisei จาก Kose ตัวนี้เค้ามี concept ประมาณว่า “ความขาวดุจหิมะ” ดังนั้นแนวความคิดที่ว่าขาวดุจหิมะนี้ ทำให้ยอดขายพุ่งกระจาย กลายเป็น 23 ล้านขวดใน 15 ปีนับจากวันแรกที่วางขาย ตอนนี้ยอดไม่ทราบเท่าไหร่แล้วค่ะ เพราะเค้าเพิ่งจะครบรอบ 20 ปีไปหมาดๆ
ทำให้ทราบถึงความนิยมของสาวเอเซียอย่างเราๆ ว่านิยมความขาว-ว-ว กันขนาดไหน ขนาดผิวดุจสำลี (เม็ดใน) ของอะฮั้น ได้ยินคอนเซ็ปแล้วอยากจะปรี่ไปที่เคาน์เตอร์แล้วชะโลมทั่วร่างกายจะได้ขาวเหมือนสำลี (จริงๆ ) หรือขาวดุจหิมะ กะเค้าหน่อย แฮ่ๆ

Dior Rouge by Christian Dior

Dior Rouge จาก Christian Dior
ราคา 870 บาท
ลิปสติกรุ่น Dior Rouge นี้เป็นรุ่นโดนในสาวๆรุ่นคุณแม่ มารุ่นลูก จนถึงรุ่นหลานกันเลยทีเดียวค่ะ ถึงแม้ชื่อรุ่นจะดูขลังๆหน่อย แต่เค้าก็มีการพัฒนาไปตามกาลเวลา ไม่ให้สาวๆตกยุคกันแน่นอนค่ะ เพราะเห็นว่าเค้าทำออกมาให้เลือกมากมายหลากหลายสีสัน แสดงให้เห็นถึงความฮิตติดตลาดจริงๆ ได้อ่านรีวิวจากต่างประเทศเค้าบอกว่า ลิปสติก Dior Rouge รุ่นนี้ให้เนื้อที่เนียน นุ่มให้ความเงางามแบบเนื้อซาติน เนื้อลิปสติกเบา ทำให้ริมฝีปากนุ่ม แต่เนื้อสีแน่นถึง 5 ชม. ไม่ลบเลือน มีวิตามิน A และ E ช่วยบำรุงริมฝีปากอีกด้วยค่ะ

Olay Moisturizing Lotion

Olay Moisturizing Lotion จาก Olay
ขนาด 75 ml.
ราคา 125 บาท
โลชั่นถนอมผิวหน้าที่คุณแม่ยังสาวรู้จักกันดี เป็นเรื่องราวของความรักของนักเคมีชาวแอฟริกาใต้ Graham Gordon Wulff แห่งเมือง Durban ที่มีต่อภรรยาที่ต้องการถนอมผิวให้คงความอ่อนวัย เค้าจึงคิดค้นครีมบำรุงผิวที่ช่วยทนุถนอมผิวพรรณ Oil of Ulay – Beauty Fluid <-- อันนี้เป็นคำที่เค้าใช้เป็น concept โฆษณา ณ ช่วงนั้น ( ประมาณสงครามโลกครั้งที่ 2 อ่ะค่ะ ) และอะฮั้นคิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเรียกเยอะที่สุดเลยค่ะ เพราะมีทั้ง Oil of Ulan, (ขอบคุณ comments แรกนะคะ ^_^ ) Oil of Olay, Olez, Ulay, Ulag and Ulaz ซึ่งทำให้เปลืองต้นทุนเรื่อง package พอตกมาอยู่ในมือ P&G เค้าเลยมาเรียกให้เป็นหนึ่งเดียว คือ Oil of Olay ค่ะ ^_^

พอได้อ่านเรื่องราวของจุดกำเนิด Olay แล้วเดี้ยนอยากหาแควนเป็นนักเคมีเจรงๆ จะได้ให้คิดค้นสูตรเพื่อความงาม ไม่เหี่ยวไม่ย่น สวยตั้งแต่หัวจรดเท้ากะเค้าบ้าง 5555

Origins - Pinch Your Cheeks

Pinch Your Cheeks จาก Origins
ขนาด 3 ml.
ราคา 550 บาท

เจ้า Pinch Your Cheeks จาก Origins นี่ถือเป็นผู้บุกเบิกเรื่อง “แก้มสไตล์สาวสุขภาพดี” เลยทีเดียวค่ะ เป็นอะไรที่ฮิตติดตลาดมาจนถึงทุกวันนี้ และเครื่องสำอางยี่ห้ออื่นๆ ก็ทำออกมากันมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่เป็น concept เดียวกันคือการทาแก้มแบบสวยใส จากภายใน ได้ใจแบบธรรมชาติ! ^_^

จำได้เมื่อตอนที่ Origins เข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ ดิชั้นก็รีบแจ้นไปที่เซ็นทรัลชิดลม (ตอนนั้นรู้สึกว่ายังเรียนอยู่มหาลัยเนี่ยหล่ะค่ะ) เพราะอยากได้มาก-ก แต่พอเห็นหลอดแล้วอึ้งเล็กน้อย เพราะหลอดเล็กมาก (คือปกติเห็นใน magazine เมืองนอก ถ่ายรูปออกมามันก็ดูเหมือนหลอดจริงๆน่าจะใหญ่กว่านั้นหน่อยอ่ะค่ะ) แล้วกับราคาห้าร้อยกว่าบาท ณ ช่วงนั้นนี่ คิดหนักเลยนะคะ ถึงแม้จะละโมบอยากได้เพียงใด แต่ก็ต้องวนไปวนมาอยู่หลายรอบ พร้อมกะขอกลับไปคิดเป็นการบ้านดูก่อน แต่ในที่สุดก็แพ้ความอยาก จึงต้องไปแสดงความเป็นเจ้าของใน 2-3 วันถัดไป แฮ่ๆ – -”
ด้วยเนื้อเจลสีแดงก่ำ แต่พอทาไปบนแก้มให้เนื้อสีที่กำลังดี ดูมีเลือดสาด เอ้ย! เลือดฝาดที่หน้า ระเรื่อๆ เหมือนกับเพิ่งถูกหยิก สมชื่อเค้าหล่ะค่ะ! อารมณ์นั้นก็ระริกระรี้สิคะ เพราะตอนนั้นสาวไทยยังไม่ค่อยได้มีที่ทำแก้มแดงแบบมีเลือดฝาดแบบนี้ ข้าพเจ้าเห่ออยู่ไม่ใช่น้อย ใช้สอยแบบประหยัดมาก เพราะกลัวหมดเร็ว!! 555555

ขอจบการรายงานสุดยอดผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิค อมตะนิรันดร์กาล งานสร้าง ไว้แต่เพียงเท่านี้ค่ะ ^_^
ปล. จบห้วนไปป่าวคะเนี่ย!! เอ่อ..คือว่าต้องรีบไปหาอะไรใส่ท้องซะหน่อย เดี๋ยวเป็นน้องกล่องข้าวน้อย – -” เลยรวบรัดตัดความ… จบค่ะท่านผู้ชม!!

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, เครื่องสำอางที่มีกำเนิดมายาวนาน, เครื่องสำอางยอดนิยม, Chanel No.5 Eau de Parfum, Sekkisei by Kose, Dior Rouge, Olay Moisturizing Lotion, Pinch Your Cheeks by Origins

Comments (5)

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn

Posted on 26 December 2005 by Vinegar Girl

Merry Christmas ค่ะ!! ขออภัยที่ช้าไป 1 วันนะคะ ไม่ได้ไปจิงเกิ้ลเบลล์ที่ไหน ถึงทำให้ไม่ทันเหตุการณ์นะคะ แต่ผีขี้เกียจเข้าสิงเลยไม่ได้มา Merry Christmas กะสาวๆตั้งแต่เมื่อวาน ครายไปจิงเกิ้ลเบลล์กันที่ไหน สนุกยังไง อย่าลืมเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ ^_^

ช่วงนี้ใช้งานมือคู่สวยกันหนักรึเปล่าคะ อ้ะๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล อะฮั้นหมายถึงใช้มือแจกของขวัญ Christmas หรือปีใหม่ให้กะเพื่อนๆอ่ะค่ะ แหม…คิดอะไรกันเก๊าะไม่รู้!!…เขิลล์นะตัวเอง!! (จินตนาการไปคนเดียวอีกแล้น!! – -” แหะๆๆๆ) วันนี้ vinegar girl จึงนำผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล เพื่อบำรุงมือสาวๆให้เนียนนุ่ม เวลาที่หนุ่มๆจับจะได้ประทับใจ มาให้สาวๆดูกันค่ะ

Gardeners Hand Therapy

Gardeners Hand Therapy by Crabtree & Evelyn
ขนาด 50 ml.
ราคา 595 บาท

ถึงแม้เราจะไม่ได้ทำสวนกันเป็นกิจวัตร แต่ถ้าพูดกันถึง hand cream ดีๆ “ครีมทามือคนสวย เอ้ย! คนสวน” Gardeners Hand Therapy ตัวนี้มักติดอันดับต้นๆใน list เสมอ เก๊าะ! คิดดูสิคะว่าขนาดคนทำสวน แฮนด์ครีมตัวนี้ยังทำให้มือนุ่มได้เลย! เพราะด้วยเนื้อครีมที่แสนเข้มข้น สยบความแห้งหยาบกร้าน และช่วยคืนความชุ่มชื้น และเพิ่มความนุ่มนวลให้กับมือที่ต้องตรากตรำทำสวนมาทั้งวัน hand cream ตัวนี้จึงเหมาะมากกับคนที่รักต้นไม้ แล้วลงมือปลูกต้นไม้ด้วยตัวเองยามว่างค่ะ

ส่วนสาวคนไหนที่ลงมือทำขนมเค้กแจกเพื่อนๆ หรือทำขนมเป็นของขวัญแจกในเทศกาลปีใหม่นี้ไหนจะต้องร่อนแป้ง ตีไข่!! <-- ตีไข่ไก่อ่ะค่ะ ตอนทำอ่ะสนุกสนานเฮฮา แต่มา sad ตรงที่ต้องมานั่งล้างเครื่องครัวทำเค้ก และพิมพ์เนี่ยอ่ะค่ะ T_T แล้วยิ่งอากาศเย็นๆอย่างนี้ มือของเราก็ยิ่งแห้งกร้าน ต้องดูแลทนุถนอมมือกันหน่อยนะคะสาวๆ (จริงมั้ยคะน้องเบส ^_^ ) แฮนด์ครีมตัวนี้เหมาะมาก-กเคอะ! ( เพราะช่วงนี้ทำเค้กแจกลูกค้าเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าที่แจกไปเมื่อวันศุกร์ วันนี้ลูกค้าลางานเพราะท้องเสีย อ้วกแตกไปกี่คน... อ่ะล้อเล้น-น! ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แค่นอนโรงพยาบาลเพราะอาหารเป็นพิษ!! )

ถ้าใครยังคิดไม่ออก บอกไม่ถูกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ดี Gardeners Hand Therapy จาก Crabtree & Evelyn ตัวนี้ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกนึงนะคะ โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ คุณพ่อ คุณแม่ ที่ชอบปลูกต้นไม้ เพื่อนสาวที่ชอบทำเค้ก หรือหนุ่มข้างกายที่ใช้มือหนัก!!! อูยยยย…ไม่ได้นะเคอะ! เราต้องไม่ปล่อยให้เค้าใช้มือ อย่างหนักหน่วงอยู่คนเดียว สาวสวยมีน้ำใจอย่างเราๆ ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือกันค่ะ !! ( อะฮั้นจินตนการไกลอีกแล้นฮ้า…!! คริๆๆๆ ) เอ่อ..แบบว่ายื่นมือไปช่วยหยิบนู่นหยิบนี่ แล้วก็ยื่น hand cream ตัวนี้ให้เค้าใช้ด้วยอ่ะค่ะ ( แหะๆๆ รอดตัวไป! )

แต่ด้วยความที่ราคาก็สูงไม่ใช่เล่น น้องๆ นู๋ๆ สาวๆ คนไหนที่ช่วงนี้สตู้งสตางค์ไหลออกเหมือนก๊อกแตก หักห้ามใจกันไว้ก่อนค่ะ อย่างอะฮั้นตอนนี้ถึงมือจะหยาบกร้านใช้งานหนักตรากตรำถึงเพียงไหน แต่อดทนไว้ ไม่ให้กระเป๋าตังค์เดือดร้อน เอาไว้โบนัส แต๊ะเอีย หรือช่วงเงินสะพัด เราค่อยตัดใจซื้อมาใช้ แล้วเก็บไว้ใช้เฉพาะช่วงที่มือหยาบกร้านมากๆ สลับกับ hand cream ที่ราคาย่อมเยา ไม่ต้องใช้ตัวนี้ทุกวัน จะได้ไม่เปลือง! 5555555 เราต้องฉลาดสวยแบบไม่เดือดร้อนกระเป๋าตังค์นะคะ ^_^

vinegar girl เลยฝากวิธีบำรุงมือแบบประหยัดมาให้ด้วยค่ะ
คือนำน้ำตาลทรายแบบเม็ด 1 ช้อนโต๊ะผสมกับเบบี้ออยล์สัก 2-3 หยด แล้วนำมานวดขัดมือเบาๆ ซัก 5 นาที ( ถ้าอากาศเย็นมากเหมือนที่ญี่ปุ่นอย่างน้องเบส อาจนำ baby oil ไปอุ่นใน microwave ให้อุ่นๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่ต้องร้อนนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลละลาย กลายเป็นน้ำเชื่อมแทน!! – -.” ) พอนวดๆ ขัดๆ ไปซักพักก็ล้างออกด้วยน้ำ เช็ดมือ แค่นี้ก็จะช่วยทำให้มือนุ่มเนียนขึ้นมาแล้วหล่ะค่ะ ^_^
ถ้ายังรู้สึกว่ามือยังแห้งๆ อยู่ก่อนนอนก็ทาด้วยวาสลิน โปะประโคมเข้าไป อาจเหนียวเหนอะหนะนิดหน่อย ไม่เป็นไรค่ะ เพราะจะนอนแล้ว แฮ่ๆ อันนี้ก็ช่วยได้ทั้งดีและประหยัดด้วยค่ะ !! ^_^ ( แบบนี้อะฮั้นช้อบ-ชอบค่ะ!)

หลายคนคงสงสัยมันเขียนถึง Gardeners Hand Therapy มาตั้งนานแต่มาบอกเคล็ด (ไม่) ลับวิธีดูแลมือแบบประหยัดซะงั้น! ก็แหมไม่อยากให้สาวๆเปลืองเงินนี่คะ อันนี้เหมาะกับช่วงมีเงิน ราคี เอ้ย! ราศีจับ!! แต่ต้องเขียนถึงค่ะ เพราะ Gardeners Hand Therapy ตัวนี้เค้าฮอตฮิต เข้าขั้นตำนาน จึงต้องนำมาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาลค่ะ ^_^

Blog Thai, Thai Blog, Blog ไทย, ผลิตภัณฑ์ดูแลมือ, แฮนด์ครีม, hand cream ยอดนิยม, วิธีดูแลรักษามือ, เคล็ดลับมือเนียนนุ่ม, ครีมทานมือเพื่อมือหยาบกร้าน, ครีมทามือสำหรับคนทำกิจกรรมหนัก, ครีมทามือชนิดเข้มข้น

Comments (3)

Beauty Forever – Body Shaping Cream by Clarins

Beauty Forever – Body Shaping Cream by Clarins

Posted on 23 December 2005 by Vinegar Girl

สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล อาน อาน อาน อาน ในวันนี้ได้แก่ ^_^

Body Shaping Cream by Clarins

Body Shaping Cream จาก Clarins
ขนาด 200 ml.
ราคา 1,990 บาท

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์กระชับเรือนร่าง ผลิตภัณฑ์รุ่น Shaping Cream ของ Clarins ตัวนี้มักถูกนึกถึงในอันดับต้นๆนะคะ เก๊าะ~ Clarins เค้าขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์กระชับเรือนร่างนี่คะ
Body Shaping Cream จาก Clarins มีส่วนผสมบริสุทธิ์จากธรรมชาติอย่าง caffein ( รู้สึกผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นๆก็เริ่มมี caffein ผสมอยู่กันมากขึ้นนะคะ….ระวังอาการข้างเคียงตาค้างแข็ง..นอนไม่หลับ จายสั่น-น ไม่ช่ายแล้น!! ) ช่วย Helps reduce stubborn curves <– ประมาณว่าช่วยสลายไขมันที่พอกพูนให้ลดลง ลดอาการบวมน้ำ และกระชับผิวให้เรียบเนียนได้ดี ถูกใจสาวๆทั่วโลก ฮิตติดตลาดตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน ( อย่างอะฮั้นแค่เห็นคำว่า helps reduce stubborn curves ก็ตาโตรีบแจ้นไปหามาใช้แล้วอ่ะฮ้า…เพราะทั้งร่างกายมี curve ที่สวยงามอยู่ช่วงเดียว คือ “ระหว่างหัวและไหล่” !! เลยต้องหาผลิตภัณฑ์ช่วยลดอาการดื้อดึงของเจ้า curves ทั้งหลายในร่างกายกันหน่อย…อิอิอิ )

เคยซื้อมาลองใช้ค่ะ แต่เนื่องจากใช้มาเป็นปีแล้ว และไม่ค่อยได้ใช้ต่อเนื่องเลยไม่กล้า review เป็นเรื่องเป็นราว เท่าที่จำได้คือรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้นจริงค่ะ แต่เนื่องจากตอนนั้นร่างกาย firm กว่าตอนนี้มา-ก เลยไม่กล้าฟันธงว่าเพราะ Body Shaping Cream ทำให้สาวๆที่เผละ มี curve กระชับทันตารึเปล่า?!?! แต่แน่นอนค่ะ ว่าต้องออกกำลังกายร่วมตัวนะคะ ไม่ใช่รอใช้ครีมอย่างเดียวค่ะ ถ้ามีครีมอะไรที่ทาถูๆ อย่างเดียวแล้วผอม เจ้าของครีมคงนอนอยู่บนเตียงที่ยัดด้วยแบงค์แทนนุ่นแล้นหล่ะค้า…~ แต่เท่าที่ใช้ตอนนั้นก็เห็นผลน่าพอใจอยู่ไม่ใช่น้อยค่ะ ^_^ เพราะไปถอยผลิตภัณฑ์กระชับๆ รุ่นอื่นๆ มากระชับส่วนอื่นๆ ไม่ให้หย่อนคล้อย แปรสภาพเป็นถุงกาแฟ พยายามคงสภาพเด้งดึ๋งๆ เต่งตึงต้านแรงโน้มถ่วงที่สุด ใช้มาจนถึงทุกวันนี้อ่ะเคอะ!! – -*

เอาเป็นว่าไว้ซื้อ Body shaping cream มาใช้แบบต่อเนื่องอีกที ณ ตอนนี้ที่ร่างกายเริ่มเผละแล้วจะฟันธงให้นะเจ้าคะ~ Body Shaping Cream ตัวนี้จุดประสงค์หลักคือ ช่วยสลายไขมันพอกพูน ลดอาการบวมน้ำ ทำให้ผิวกระชับเรียบเนียน แต่มีอีกตัวที่น่าสนใจและอยากแนะนำเหมือนกันค่ะ คือ Body Firming Cream อันนี้ตรงจุดสำหรับสาวๆที่อยากให้ผิว firm กระชับ และลดผิวฟองน้ำได้เคอะ! เพราะเคยลองแล้วอีกเช่นกันค่ะ เมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นผิวยังไม่เป็นฟองน้ำอ่ะค่ะ ( เป็นแต่ผิวสก็อตไบรท์!!! – -” )

คือโดยรวมของผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกายของ Clarins เค้าทำออกมาได้ดี มีชื่อเสียงและให้ผลน่าพอใจนะคะ อย่างผิวหน้ามีพี่ที่ x’office ( ที่ทำงานเก่า ) ก็ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Clarins แล้วเค้ามีนวดหน้าให้ฟรีค่ะ คือใช้ skincare ที่ซื้อมานวดให้อ่ะค่ะ ส่วนตัวของพี่คนนั้นก็ happy มากเพราะหน้าเค้าดีขึ้นมาเลย จากที่เคยมีจุดด่างดำ ริ้วรอย หน้าดูกระชับเรียบเนียนขึ้น และยังแนะนำให้ไปซื้อ skincare แล้วลองนวดหน้าดูด้วยค่ะ ^_^ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ทำ เพราะเท่าที่ check ดูในห้างใกล้ๆบ้าน ห้องที่เค้าเอาไว้นวด (ก็อยู่หลังเคาน์เตอร์นั่นแหล่ะค่ะ) มักจะเต็มเสมอ เลยขอแค่ซื้อ eye cream และ skin care บางตัวกลับมาใช้ที่บ้านเท่านั้นค่ะ ^_^
สาวๆคนไหนสนใจลองเช็คดูได้นะคะ รู้สึกว่าเค้าจะมีที่ให้บริการของ Clarins กันเลยค่ะ มีทั้งนวดหน้าและนวดตัว ( หรือเอาไว้เดี๋ยวเช็คให้แล้วมาบอกอีกทีนะคะ ขอแปะไว้ก่อนละกันค่ะ ^_^ )

ให้ดาว 5 ดวงเลยนะคะสำหรับเซ็ตผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล

Thai Blog, Blog ไทย ,บล็อกไทย, ครีมกระชับรูปร่าง, ครีมกระชับเรือนร่างยอดนิยม, ครีมกระชับเรือนร่าง Body Shaping cream ที่กำเนิดมายาวนาน, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเรือนร่างสุดคลาสสิก

Comments (1)

Radiant Touch – Yves Saint Laurent

Radiant Touch – Yves Saint Laurent

Posted on 22 December 2005 by Vinegar Girl

Radiant Touch - Yves Saint Laurent

Radiant Touch จาก Yves Saint Laurent
ราคา 1,200 บาท

เจ้าสิ่งนี้คือคอนซีลเลอร์ชนิดปากกา Radiant Touch จาก Yves Saint Laurent
เป็นคอนซีลเลอร์และไฮไลต์ชนิดพกพารุ่นแรก เมื่อสิบกว่าปีก่อน <– อะฮ้า….เห็นคำว่าสิบกว่าปีก่อนอีกแล้น!! แน่นอนฮ้า..ว่าคุณกับลังอยู่ในช่วง retro ย้อนยุคกับเวเนก้า เกิร์ลและเหล่า สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะนิรันดร์กาล
(กรุณาอ่านออกเสียงสวย – หล่อ แล้วคุณจะได้อารมณ์เหมือนประหนึ่งเป็นดีเจ)
คอนซีลเลอร์ชนิดปากการุ่นแรกนี้เป็นที่ร่ำลือของสาวๆเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อนมากค่ะ ( เกิดไม่ทันช่วงนั้นนะคะ!! – -” แก้ตัวสุดฤทธิ์!! ) ที่รู้จัก Radiant Touch เนี่ยสืบเนื่องจากได้อ่าน magazine ต่างประเทศแล้วเห็นว่าสิ่งที่เหล่าบรรดา celebs ใน hollywood เค้าพกพากันก็มีปากกา radiant touch อยู่ด้วยอ่ะค่ะ (( ถ้าจำไม่ผิดในกระเป๋าเครื่องสำอางของ Naomi Watts ( นางเอกในหนัง เจ้าลิงยักษ์ King Kong ) ก็มี Radiant Touch อยู่ด้วยเช่นกันค่ะ ))

Review : ด้วยรูปแบบที่เป็นปากกาย่อมมีข้อดีในการพกพาที่สะดวก และใช้ง่าย เพียงแค่ปิด – หมุนตรงปลายปากกาด้านบนเนื้อคอนซีลเลอร์จะไหลลงมายังพู่กัน แล้วใช้แต้มคำผิด! อุ๊ย!!! แต้มปิดรอยจุดด่างดำ หรือรอยคล้ำใต้ตาค่ะ เนื้อคอนซีลเลอร์มีความชุ่มชื้นอยู่มาก และเหลวพอที่จะเกลี่ยส่วนที่บอบบางใต้ตาได้เรียบเนียน (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านเรื่อง การเลือกใช้คอนซีลเลอร์ให้ถูกวิธี ลองไปอ่านดูก่อนก็ได้นะคะ ^_^ ) และด้วยที่เป็นพู่กันทำให้การเกลี่ยง่ายรวดเร็วและเรียบเนียนยิ่งขึ้นค่ะ แล้วสีของคอนซีลเลอร์ถึงมีให้เลือกไม่มาก ( รู้สึกว่ามีแค่ 2 สีเองมั้งคะ ) แต่ตัวสีของเนื้อคอนซีลเลอร์ไม่โดดและไม่ทำให้เห็นเป็นรอยด่างขาว ต้องเรียกว่าเป็นอุปกรณ์ลบความไม่ perfect ของผิวแบบแบบฉุกเฉินจริงๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ต้องการปกปิดจุดด่างดำ หรือรอยหมองคล้ำ ก็หยิบมาให้ได้ทันทีสะดวกรวดเร็ว หรือใครที่ผิว perfect อยู่แล้วจะใช้เป็น high light ก็ไม่ว่ากันค่ะ ^_^
เดี๋ยวนี้เห็นว่ามีหลายยี่ห้อที่ทำคอนซีลเลอร์ในรูปปากกาออกมาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่เคยลองใช้ยี่ห้ออื่นเลยค่ะ เหมือนเคยไป test ยี่ห้อนึงแต่จำไม่ได้แล้วค่ะ ว่ายี่ห้ออะไรรู้แต่ว่าไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นัก ถ้าเพื่อนๆมียี่ห้ออะไรในดวงใจกัน อย่าลืมเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย ,บล็อกไทย, คอนซีลเลอร์แบบพกพา, คอนซีลเลอร์แบบปากกา, คอนซีลเลอร์รุ่นพกพายอดนิยม, เครื่องสำอางสุดคลาสสิก

Comments (0)

Beauty Forever – Meteorites Powder by Guerlain

Beauty Forever – Meteorites Powder by Guerlain

Posted on 21 December 2005 by Vinegar Girl

สุดยอดผลิตภัณฑ์อมตะ นิรันดร์กาล อีกหนึ่งตัวคือ…แต่น แตน แต๊นนนนนนน

Meteorites Powder for the Face by Guerlain

Meteorites Powder for the Face จาก Guerlain
ราคา 2,450 บาท

note: ในเว็บของ Guerlain เค้าใช้ Mtorites Powder แต่กูเกิ้ลดูแล้วส่วนใหญ่เป็น Meteorites ซึ่งพอหาลึกลงไปคำเดียวกันมันก็มีวิธีเขียนได้หลายแบบค่ะ แต่ขอเขียนแบบคนส่วนใหญ่ละกันนะคะ ^_^

จำได้ว่าตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยสมัยเพิ่งเริ่มๆแต่งหน้าใหม่ๆ (ประมาณปี 2) ได้ยินเสียงร่ำลือถึงแป้ง Meteorites Powder จาก Guerlain ตัวนี้แล้วรู้สึกอยากใช้มากจนวันนึงผ่านไปแถว ISETAN แล้วเค้ามี promotion ทำเป็นขนาด mini มาน่ารักน่าพกมา-ก-ก >_< (กรี๊ดๆ) เลยได้ครอบครองเพราะราคาก็มินิตามลงมา พอไหวสำหรับสเตตัสนักศึกษาในตอนนั้น (( ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าแพงเยย…จำได้ว่าต้องต้มไวไว ( ชอบทานไวไวมากกว่าอ่ะฮ้า ) รับประทานไปหลายมื้อ ฮือๆๆๆ )) แป้ง Meteorites นี้เป็นแป้งปรับสีผิวและไฮไลต์ (high light) ในตัวรุ่นแรกๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ( แหม..รีบคำนวณอายุเดี้ยนกันหย่ายเลยนะฮ้าท่านผู้ชม!! ยังไม่แก่ขนาดน้า-นนะเคอะ – -” คือแป้งเค้าผลิตออกมานานแว้วฮ่า….) แต่จริงๆสมัยที่เรียนอยู่แล้วแต่งหน้าใหม่ๆ เราก็ยังไม่ค่อยสนใจเรื่อง makeup base มากนักค่ะ เพราะใช้แต่แป้งกับลิปสติกเพราะปลอดภัยสำหรับมือใหม่ เลยไม่แน่ใจว่าตอนนั้นพวก makeup base ตอนนั้นผลิตออกมากันเยอะรึยัง… (แต่เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่การปรับสีผิวในตอนนั้นจะมาในรูปแบบของแป้งกันมากกว่า อย่าง body shop เมื่อก่อนก็มีแป้งฝุ่นสีม่วงๆ ออกมาฮิตติดตลาดเหมือนกันค่ะ) แล้วเจ้าสรรพคุณของแป้ง Meteorites นี้คือช่วยปรับสีผิวให้สว่างไสวดูสดใสขึ้นได้ในพริบตา เลยต้องหามาเป็นเจ้าของเพื่อพิสูจน์กันหน่อย

Review : พอได้ซื้อมาใช้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เพราะเจ้าเม็ดกลมๆ ที่มีอยู่หลายหลากสีในตลับสีทองลายๆ (ในภาพ) ข้างบนนี้ช่างทำให้มีความรู้สึกหรูเริ่ดตั้งแต่ยังไม่ได้ปัด 5555555 เม็กกลมๆหลายสีเนี่ยหล่ะคะ ทำหน้าที่ต่างกันไป concept เดียวกับสีของเมคอัพเบสหน่ะค่ะ คือสีม่วง – ชมพูช่วยเพิ่มความสว่าง แล้วยังมีสีทอง – เงินและสีขาวมาช่วยทำไฮไลต์ขึ้นอีก เวลาแต่งหน้าเสร็จก็ปัดลงไปทำให้หน้าเป็นประกายสว่าง ดูเด้งใสขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ^_^ ถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เพราะเป็นขั้นตอนที่ง่ายมาก เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างอะฮั้นอีกแว้วฮ้า…คริๆๆ ซึ่งตอนนี้เค้าก็พัฒนามาเป็นรุ่นนี้ค่ะ

Meteorites Compact Powder for the face - Voyage by Guerlain

Guerlain เค้าจัดให้แบบตลับเพื่อเหมาะแก่การพกพา แบบไม่เป็นภาระ!
เพราะไม่งั้นอยากเติมหน้าให้สว่างไสวกันที ต้องพกกระปุกแบบเม็ดๆไป เปิดทีเม็ดกระจา-ย ต้องนั่งไล่เก็บให้ครบทุกเม็ด
จากหน้าสว่างไสว กลายเป็นหน้ามืดแทน! – -”
เรียกว่ารุ่นนี้สวยแบบไม่เดือดร้อน แนะนำค่ะ แนะนำ! เติมได้ทุกเวลา ไม่ต้องล้างหน้าใหม่
เวลาใช้ก็ไม่ต้องคิดคำนวณการแตะแปรง ให้ balance กับค่าสีในตลับเพื่อสัมพันธ์กับใบหน้าให้ปวดหัวเล่นแต่อย่างใด! ( แต่ถ้ามีเวลาว่างนั่งรอแฟนนาน ไม่อยากคิดมาก จะเอาวิธีนี้ลองไปใช้ก็ได้นะคะ ) แต่การใช้จริงๆแค่แตะแปรงลงไปแล้วปัด แค่นี้ก็สวยแล้วค่ะ ^_^
สรุปว่าแป้ง Meteorites นี้ใช้ง่าย ได้ผลสวยถูกใจ แอนด์ตลับไฮโซ~ว พกไว้ในกระเป๋ามันจะเปล่งประกายความงามเรืองรอง เพิ่มรัศมีให้ผู้พกพา แต่หายซ่าและงี้ดไปถึงสิ้นเดือน เพราะรสนิยมสูง แต่รายได้ต่ำ!! หึหึ – -” แต่สาวๆขา…ฟังแล้วไม่ต้องตกใจ เพราะแป้งตลับนี้ใช้ได้นานแสนนาน…แนะนำว่าถ้าใครอยากได้ควรซื้อในช่วงที่ clash flow สะพัดๆ เงินไหลมาเทมาแบบคล่องๆหน่อย จะได้สวยแบบไม่เดือดร้อนนะคะ ( กระเป๋าเงิน และปากท้องอ่ะค่ะ )

และนี่คืออีกหนึ่งสุดยอดผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิก และอมตะนิรันดร์กาลค่ะ ^_^

Thai blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, แป้งปรับสีผิวและไฮไลต์, Mtorites compact powder Voyage, รีวิวแป้ง Meteorites จาก Guerlain, แป้งปรับสีผิว และ high light ที่ขายดี

Comments (2)

Shu Uemura Cleansing Oil Review

Shu Uemura Cleansing Oil Review

Posted on 20 December 2005 by Vinegar Girl

ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ไม่ได้ up date blog มาหลายวันนะคะ งี๊ดๆๆๆ เพราะไม่ค่อยสบายและงานการยุ่งเกินห้ามใจ ไม่มีเวลาจะแว้บมาอัพ เวเนก้า เกิร์ล ตอนทำงาน ชะอุ๋ย!!! แอบคิดอารายออกปายยย!!! ไม่รู้ว่าสาวๆที่รออ่านจะน้อยใจหนีหายกันไปหมดอ่ะยัง!? T_T กระซิกๆๆ

หลังจากเถียงกับตัวเองมา 3 วัน 2 คืนว่าจะทำเรื่องชุดนี้เป็นแบบตอนเดียวจบ หรือแยกเป็นทีละตัวๆดี ในที่สุดก็คิดว่าจะขึ้นแบบตอนเดียวให้ดูยิ่งหย่ายอลังการงานสร้าง หลังจากที่ไม่ได้อัพมาหลายวัน แต่แล้วเนื่องจากเวลาไม่ค่อยมี เลยกลับมาที่ ต้องแยกมาทีละตัว เลยแถมรีวิวให้ด้วยค่ะ เรื่องที่ว่าคือ เรื่องของ “เครื่องสำอางที่สุดยอด อมตะนิรันดร์กาล”

SHU UEMURA Cleansing Oil

SHU UEMURA SKIN PURIFIER
High Performance Balancing Cleansing Oil by Shu Uemura
ขนาด 150 ml. : ราคา 1,350 บาท
ขนาด 450 ml. : ราคา 2,900 บาท

Shu Uemura มีประสบการณ์ใกล้ชิดแวดวงดาราฮอลลีวู้ดเค้าจึงคิดที่จะผลิตสิ่งที่ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด น้ำมันทำความสะอาดผิวจึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1960 ( ก่อนเราเกิดอีกนะคะเนี่ย!!! ) และก็ได้รับความนิยมมาก แพร่หลายทั่วโลกตั้งแต่ดารา ช่างแต่งหน้า จนถึงคนธรรมดาอย่างอะฮั้นก็ต้องมีไว้ในครอบครอง ความฮิตที่ยาวนานและต่อเนื่องของ cleansing oil ตัวนี้ของ Shu Uemura ฮิตติดลมจนเข้าขั้นเป็นตำนานไปแล้วค่ะสาวๆ
ปล. ที่ทำให้ตัวเองได้รู้จักและใช้ Shu Uemura มาจาก 2 ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเค้าคือ Cleansing Oil ตัวนี้ และที่ดัดขนตาค่ะ

Review : เนื่องจากเป็นน้ำมัน ความที่เนื้อของผลิตภัณฑ์นั้นต้องมันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ถ้าอ่านแล้ว งง ขอแปลเป็นไทยอีกรอบว่า ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นน้ำมัน มันก็ต้องมันหน่ะสิค้า~ คู้ณขา) วิธีใช้คือปั๊มออกมาแค่ 1 จึ๊ก (1 ทีอ่ะค่ะ) ก็ลูบไล้ทั่วใบหน้า <– อูยยย ใช้ศัพท์สยิวกิ๊ววว อีกแว้ว! เพียงแค่ 1-2 ปั๊มก็สามารถใช้ได้ทั่วใบหน้าของคุณสาวๆได้แล้วค่ะ จากนั้นก็นวดๆให้ทั่ว แล้วแตะน้ำลงบนน้ำมัน ซึ่งจะแปลงร่างกลายเป็นน้ำนม อาจนวดๆอีกแป๊บ หรือจะล้างออกเลยก็ได้ค่ะ ผลที่ได้คือ เครื่องสำอางที่กันน้ำหรือยากต่อการล้างออก ได้มลายไปหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงใบหน้าว่างเปล่าไร้เครื่องสำอาง และไม่นำความแห้งกร้านออกไปด้วย สรุปสิ่งที่เป็นข้อดีของตัวนี้นะคะ

  1. ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด ( แต่ไม่ได้ใช้ล้างมาสคาร่านะคะ แนะนำว่ารอบดวงตาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาโดยเฉพาะดีกว่าค่ะ เพราะตัวนี้เป็นน้ำมัน ไม่น่าจะเหมาะเพราะอาจเข้าตาได้ง่ายค่ะ )
  2. ใช้ง่าย ไม่เปลือง เพราะความสะดวกรวดเร็ว เพียงแค่ปั๊มออกมา แล้วทาถูๆ แล้วล้าง ไม่ต้องเปลืองสำลี และยังทำได้รวดเร็ว เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างอะฮั้น และใช้ได้นาน ประหยัด เหมาะกับคนใช้เงินเป็น (หรืองกกันแน่!?) อย่างอ่ะฮั้นอีกนั่นแหล่ะค่ะ
  3. เมื่อล้างคราบเครื่องสำอางออกแล้ว ใบหน้าไม่แห้งตึง ถึงแม้อะฮั้นจะมีผิวมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้ cleansing ที่ทำให้หน้าแห้งผาดขนาดนั้นนะคะ (( อ้อ! ลืมบอกว่า oil ที่เป็นสีเหลืองขวดนี้เหมาะกับผิวธรรมดา – ผิวผสม ซึ่ง Shu Uemura เค้าก็ทำออกมาหลายตัวเพื่อผิวแต่ละประเภทด้วยค่ะ )) ตัวนี้ใช้เสร็จแล้วบางทีไม่ได้ล้างหน้าตัวโฟมหรือสบู่ต่อเลยค่ะ โดยเฉพาะหน้าหนาวอย่างตอนนี้ เพราะถึงหน้ามัน แต่บางทีผิวก็ลอกเป็นขุยได้ เนื่องจากโฟมที่ใช้ดึงความชุ่มชื้นไปหมด สาวๆคะ อย่าติดในความคิดที่ว่าเราผิวผสม – มันเนี่ย ต้องล้างหน้าให้ถูเอี๊ยดๆกันเลยนะคะ (ไม่ใช่โฆษณาน้ำยาล้างจานนะเคอะ!) ลองสังเกตพวกโฟมไม่มีฟองทั้งหลาย ล้างหน้าแล้วเหมือนไม่ได้ล้าง แต่ไม่ทำลายผิวนะฮ้า…ซึ่งอันนี้ล่ะค่ะถึงจะถูก เพราะฉะนั้นหน้าสะอาดไม่จำเป็นต้องแห้งผาดนะคะ

นับข้อดีได้ 3 ข้อใหญ่ๆแล้วก็ตกลงใจใช้ Shu Uemura Cleansing Oil ต่อไปเลยฮั๊บ! รีวิววันนี้ขอให้เป็นดาวแทนคะแนนนะคะ เก๊าะ..แหมผลิตภัณฑ์อมตะสุดยอดคลาสสิกทั้งหลาย ของเค้าดีจริงถึงอยู่มาได้ ขอให้เต็ม 5 ดาวเลยนะคะสำหรับ Cleansing Oil by Shu Uemura ^_^

Thai Blog, blog ไทย, บล็อกไทย, วิจารณ์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางของชู อูเอมูระ, รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง Shu Uemura, น้ำมันทำความสะอาดผิว, น้ำมันล้างเครื่องสำอาง, Cleansing Oil ยอดนิยม

Comments (8)

9 วิธีเตรียมตัวก่อนช้อปเสื้อผ้าใหม่

9 วิธีเตรียมตัวก่อนช้อปเสื้อผ้าใหม่

Posted on 16 December 2005 by Vinegar Girl

vinegar girl - 9 ways preparing before shopping the new stuff

หน้าหนาวที่เมืองไทยนี่เหมือนเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนะคะ แบบว่าเอ่อ..ฉา-นจะหนาวดีไม่หนาวดีมั้ยน้อ?! หรืออารมณ์หลอกให้เย็นๆจนอยากแล้วจากไป!! แต่ดูเหมือนช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี่หน้าหนาวเค้าเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เราจึงควรรีบขุดเสื้อไหมพรมตัวเก่ง หรือคาร์ดิแกนตัวสวย หรืออะไรที่เป็นพร๊อพหน้าหนาวทั้งหลาย รีบๆค้นมาใส่กันได้แล้วค่ะ หรืออยากแต่งตัวแบบ mix & match ใส่เสื้อหลายๆตัวไรงี้ รีบๆกันค่ะ ก่อนจะที่หน้าหนาวจะหมดความมั่นใจ

ช่วงนี้แทบทุกห้างลดกระหน่ำวินเทอร์เซลล์แข่งกันหูดับตับไหม้เลยนะคะ..เพื่อจูงใจให้เราออกไปจ่ายเงินจนกระเป๋าฉีก เค้าเก๊าะ~ ขยันทำโปรโมชั่น sale 80% เที่ยงวันยันเที่ยงคืน!! คิดจะให้เราช้อปกันแบบไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันทีเดียว – -” วันนี้เลยนำวิธีเตรียมตัว เตรีมตังค์ ก่อนออกไปช้อปเสื้อผ้าชุดสวยไปงาน หรือชุดใหม่รับซีซั่นนี้ค่ะ ^_^

  1. ให้ลองอัพเดทตู้เสื้อผ้ากันก่อนว่ามีอะไรอยู่บ้าง vinegar girl มีโรคประจำตัวคือ โรคหมกฮ่ะ! คือซื้อมาแล้วก็หมกๆ เก็บๆไว้ในตู้เสื้อผ้า บางทียังไม่เคยได้ใส่เพราะลืม – -” เพราะฉะนั้นก่อนออกไปช้อปเราต้องสำรวจตู้เสื้อผ้าก่อนว่าขาดอะไรบ้าง เราจะได้รู้ว่าเรายังไม่มีเสื้อผ้าแบบไหน และต้องการแบบไหน
  2. ถ้าเป็นไปได้ ควรซื้อเสื้อผ้าตอนลดราคา อาจช่วยประหยัดได้ค่ะ
  3. ดูก่อนว่าลดจริงรึเปล่า?! ก่อนที่จะวิ่งเข้าใส่ร้านที่ติดป้าย Sale 70% ตัวโตๆ แล้วคุ้ยๆหาๆซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ต้องดูให้ดีก่อนนะคะ เพราะบางร้านลดเฉพาะของเก่าเสื้อผ้าจากซีซั่นที่แล้ว ส่วนเสื้อผ้าใหม่ไม่ลดหรือลดแค่ 10% ตามปกติแล้วของที่นำมาลดราคาจะเป็นคอลเลคชั่นเก่า เพราะฉะนั้นข้อพึงระวังคือการเลือก ควรเลือกแบบที่ดูไม่ out ง่ายๆ หรือแบบที่ถูกใจจริงๆ อย่าคิดว่าซื้อเพราะมันลดอย่างเดียวนะเจ้าคะ!
  4. พยายามเลือกเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับในโทนสีที่เราชอบ เพราะจะได้ใส่หรือใช้ได้น้า-น..นา-น ถ้าสมมติช่วงนี้ชุดสีม่วงกะลังอินมั่กๆ แต่เราใส่แล้วดูร่วงๆพิกล ก็ไม่ต้องไปโหมกระหน่ำซื้อมาให้เปลืองเงินค่ะ ไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์ไปซะหมดก็ได้นะคะ
  5. ถ้าคุณเป็นสาวไม่ตกยุค ไม่เคยหลุดเทรนด์ แนะนำว่าควรเลือกแบบที่ราคาย่อมเยา ช่วยประหยัดกระเป๋าตังค์ไว้ดีกว่าค่ะ
  6. พยายามซื้อเสื้อผ้าที่เป็นแบบ เบสิค แอนด์ คลาสสิค เอาไว้บ้างนะคะ ถ้าราคาแพงหน่อย แต่ก็คุ้มค่าใช้ได้นานไม่ out ด้วยค่ะ อย่างเสื้อ หรือ กางเกง cutting เนี้ยบๆสีเรียบๆ เพียงชิ้นเดียวก็ทำให้สาวๆดูดีขึ้นได้เลยนะคะ ^_^
  7. เครื่องประดับ สาวๆอาจใช้การซื้อเครื่องประดับแทนก็ได้ค่ะ เสื้อผ้าที่เราเคยมีอยู่แล้วทำให้ดูสวยสดุดตาในลุคใหม่ได้โดยใช้เครื่องประดับ
  8. เน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณนะคะ อย่างที่บอกไว้ว่าของลดราคาต้องดูดีๆนะคะ นอกจากเสื้อผ้าเป็นคอลเลคชั่นเก่าแล้วเนี่ย ก่อนซื้อเราต้องเช็คดีๆว่ามีตำหนิตรงไหนบ้างรึเปล่า (คงไม่ทั้งหมดที่เป็นของคุณภาพดีในราคาลด 50-80% หรอกนะคะสาวๆ) ไม่งั้นอาจชีช้ำ เพราะซักซ้ำๆแล้วเสื้อเน่า (คือตะเข็บขาดหรือผ้าเละๆใส่ๆไม่สวยอีกแล้ว)
  9. สิ่งสำคัญคือมันมี hidden cost อ่ะป่าว?! สาวๆต้องคำนวณให้ดีนะคะ เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เช่น ค่าซักแห้ง หรือค่าแก้ใขเสื้อผ้า ในกรณีที่อยากได้ใจจะขาดแต่ไม่มีไซส์

Thai Blog , Blog ไทย, บล็อกไทย, 9 วิธีก่อนตัดสินใจซื้อเสื้อผ้า, เคล็ดลับในการเลือกซื้อเสื้อผ้า, วางแผนก่อนช้อปปิ้ง, คำแนะนำก่อนการซื้อเสื้อผ้า, วิธีช่วยประหยัดเงินก่อนการช้อปปิ้ง

Comments (4)

ฟื้นฟูความงามให้กลับมา หลังลั้นลา~ปาร์ดี้

ฟื้นฟูความงามให้กลับมา หลังลั้นลา~ปาร์ดี้

Posted on 14 December 2005 by Vinegar Girl

vinegar girl

อย่างที่บอกค่ะว่าเดือนนี้เป็นเดือนของความสนุกสนานรื่นเริง เดือนแห่งปาร์ตี้ จะให้มีแค่น้ำส้มแล้วรีบกลับไปดูละครตอน 3 ทุ่มนี่ไม่ได้น้าค้-า… แหม..เก๊าะ..ปาร์ตี้ทั้งที มันต้องมันสสส์กันให้สุดเหวี่ยง..ง ไม่เที่ยงคืนไม่กลับ!! แฮ่ๆ ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แต่ใครที่ ((เผลอ) <-- พยายามใส่วงเล็บไว้ก่อนจะได้ดูเนียนๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจเคอะ เหอะๆๆ)) drink แอนด์ drank แล้ว drunk เมื่อคืนไปแล้วหลายกรึ๊บ (ทำเสียงเป็นซดยาดองเชียว! - -") ตะลึ๊บตึ๊บ..บ..บ ตื่นมาด้วยอาการเมาค้าง หน้าบวม ขอบตาแพนด้า หน้าตาอิดโรยซีดเซียว vinegar girl นำวิธีบรรเทาความเหี่ยวเฉา ให้กลับมาสวยเร้าใจได้อย่างฉับพลันค่ะ..คริๆๆ

  1. Hang Over เมื่อคืนเผลอไปเที่ยวแถบภาคตะวันออกมาเยอะหน่อย เพราะเดี๋ยวก็ “เอ้า.. ชนๆ!!!” (มุขนี้อะฮั้นจะแป๊กมั้ยคะเนี่ย! – -”) แถมยังนอนดึกตื่นมาเลย เพลี๊ย..ย…เพลีย… สิ่งแรกที่ควรทำทันทีคือดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วใหญ่ เพื่อช่วยล้างพิษในกระแสเลือด (ใช้คำนี้แล้วนึกถึงหนังจีน ไม่ได้โดนใครวางยาพิษมานะฮ้า…ไม่ต้องใช้บัวหิมะนะคะ) ถ้าดื่มน้ำแล้ว ยังไม่ช่วยให้หายอ่อนระโหยโรยแรง ต้องต่อด้วยน้ำผลไม้คั้นสดๆ ที่มีวิตามินซีเยอะๆ อย่างน้ำส้ม น้ำมะเขือเทศค่ะ จะช่วยได้ดี หรือทางที่ดีโด๊ปวิตามินซีไปเลย ตั้งแต่ก่อนเข้านอนตอนกลางคืน ก็น่าจะช่วยได้นะคะ ( อันนี้ทำบ่อย ฮ่าๆๆ…เอิ๊ก..ก…ก! ) แล้วทั้งวันก็ควรดื่มน้ำเยอะๆนะคะ เพื่อช่วยให้การหมุนเวียนของน้ำในกระแสเลือดดีขึ้น และเร่งการขับถ่ายของเสียได้เร็วขึ้น ทำให้ผิวพรรณเรากลับมาชุ่มชื้น ฟื้นคืนความสวยค่ะ
  2. หน้าบวม ตาบวม (แต่ถ้าตัวบวมเนื่องจากรับประทานเยอะอันนี้ไม่ใช่แค่เมื่อคืนแล้นค้า~ แถวบ้านเรียกทานเยอะสั่งสมค่ะ) หลังจากชนหนักไปหน่อยทำให้ แอลกอฮอล์จะเข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดในชั้นเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ทำงานหนักขึ้นและเก็บของเสียไว้มากขึ้น จึงทำให้เกิดอาการบวม.ม.ม..อวม..อวม..อวม! วิธีลดอาการบวมคือ หากิจกรรมที่เคลื่อนไหวเร็วๆทำตอนเช้า อย่างน้อย 10 นาที!! อ้ะๆๆ..คุณขา..คิดอะไรกันอยู่ค้า~… ( จริงๆคิดอยู่คนเดียวเลยจิ..อิอิ.. แต่ต้องรอหาคนร่วมพิสูจน์ว่ากิจกรรมนั้นได้ผลอ่ะป่าว..ฮ่าๆ ) วิ่ง ค่ะ วิ่ง..เตลิดเปิดเปิงอีกแล้น ต้องวิ่งหรือเดินเร็วๆอย่างน้อย 10 นาทีค่ะ เพื่อเปิดรูขุมขนซึ่งจะช่วยขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์ใต้ผิว ทำให้อาการบวมลดลง
    หรือมีอีกวิธีแบบไม่ค่อยเหนื่อยค่ะ คือ นวดหน้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่สาวๆใช้เป็นประจำอยู่แล้วอ่ะค่ะ โดยนวดเป็นแนวเฉียงขึ้นไปทางขมับ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำซ้ำๆ 2-3 ครั้งค่ะ 

    ลดอาการบวมของดวงตา ให้ใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือถุงชาแช่เย็นมาวางบนเปลือกตา ทิ้งไว้ 5-10 นาทีค่ะ สารเทนนินในใบชาจะช่วยลดอาการบวมน้ำได้ ถ้าได้ชาคาโมมายล์นี่เริ่ดค่ะ! เพราะในชาคาโมมายล์จะมีสารชนิดนึงที่มีความเย็นและมีประสิทธิภาพช่วยลดอาการบวมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

  3. ผิวหน้าแห้ง รูขุมขนกว้าง ลองใช้มาสก์ (mask) แบบที่ให้ความชุ่มชื่นที่ระบุไว้ว่าเป็นแบบ Hydrating Mask ( ตัวเองใช้ของ Biotherm แต่คิดว่า H2O ก็น่าจะมีนะคะ ) หรือ Moisturizing Mask ก็ได้ค่ะ มาสก์หน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อช่วยทำให้ผิวสดชื่นและกระชับรูขุมขน จะทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งได้อย่างฉับพลัน เคล็ดลับส่วนตัวคือ หลังจาก mask แล้วล้างหน้า จะตบท้ายด้วยน้ำแข็งค่ะ ไม่ได้ทำหวานเย็นนะคะ แต่เอาน้ำแข็งมานวดๆ วนๆ รอบใบหน้าและลำคอ คือจะช่วยให้ผิวหน้าเย็นๆ (เพราะตัวจะร้อนๆเวลา hang over) แล้วยังช่วยกระชับรูขุมขน หน้าก็จะดูสดใสขึ้นได้ค่ะ พอนวดๆเสร็จ (ไม่ต้องนวดซะขนาดหน้าชานะค้า…) ก็รีบลง moisturizer ค่ะ หน้าจะดูดีขึ้นได้จริงๆค่ะ ^_^
  4. ริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุย พอดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ร่างกายก็จะขาดน้ำ ปากเลยแห้ง (( แต่ถ้าอดอยาก..ปากแห้ง..(ในความหมายทั่วไป) ต้องรอลุ้นโบนัสกะเจ้านายกันเอง… แต่ถ้าเป็นอีกนัยอันนี้ตัวครายตัวมันค่ะ..( เพราะผู้ชายไม่ตกถึงท้องนานแล้นเหมือนกันฮ้า.. – -”)) วิธีแก้ปัญหาปากแห้งคือนวดริมฝีปากด้วยวาสลินหนาๆ สัก 1 นาทีค่ะ แล้วใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ ถูที่ริมฝีปากเบาๆ วนๆเป็นวงกลม เพื่อช่วยขจัดเซลล์ที่ลอกเป็นขุยให้หลุดออกค่ะ เสร็จแล้วเช็ดออก แล้วทาวาสลินซ้ำอีกครึ้งเพื่อบำรุงริมฝีปาก และรักษาความชุ่มชื้นไว้ค่ะ
  5. ผื่นแดง รอยแดงใกล้จมูก แอลกอฮอล์ หรือความร้อนในร่างกาย (กรณีที่เป็นสาวร้อนแรง..แฮ่ๆ ล้อเล่น.น.น) เหล่านี้จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และเกิดรอยแดงขึ้นที่ผิวหนัง วิธีแก้ไขคือ ต้องปกปิดอำพรางกันค่ะ ด้วย makeup base หรือ primer หรือ corrective base (อูยยย..หลายชื่อจริงๆค่ะ) สำหรับสาวเอเซียอย่างเรา ต้องใช้โทนสีเขียวค่ะ ถ้าเป็นสาวฝั่งตะวันตกเค้าโทนผิวขาวอมชมพูต้องใช้สีฟ้า ยี่ห้อที่เคยใช้ก็ได้ review ให้ดูกันแล้วนะคะ ลองย้อนกลับไปดูก็ได้ค่ะ ต้องลองไปเดินตามเคาน์เตอร์แล้ว test ดูค่ะ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของสาวๆแต่ละคนค่ะ แต่ตัวเองไม่ค่อยได้ใช้สีเขียวเท่าไหร่ เพราะหน้าไม่ค่อยแดง เคยซื้อของ ipsa เป็นหลอดเล็กๆมาค่ะ เพราะนานๆใช้ทีค่ะ เวลาลงสีเขียวเนี่ยอย่ามือหนักนะคะสาวๆ เพราะถ้าเข้มไปกลายเป็นหน้าเขียวแทน! แตะลงไปเบาๆ ทีละน้อยตรงรอยแดงแล้วเกลี่ยให้ทั่วดีกว่าค่ะ
  6. หน้าซีดเซียว ไม่เปล่งปลั่ง อันนี้ต้องเพิ่งเมคอัพกันอีกตามเคยค่ะ เราต้องเมคกันให้ผิวดูมีเลือดฝาดแก้มเป็นสีชมพู…ดูดีๆรวดเร็ว แต่ควรหลีกเลี่ยงบลัชออนแบบฝุ่นนะคะ เพราะจะทำให้ผิวดูแห้งมากขึ้น ใช้บลัชออนแบบครีมน่าจะเหมาะกว่าค่ะ เพราะจะทำให้ผิวดูมีน้ำมีนวลแก้มมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติ

เหล่านี้คือเคล็ดลับที่ทำให้ดูสวยแบบเฉพาะหน้า แก้ปัญหาแบบฉุกเฉินนะคะ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือสูตรที่เค้าพูดๆกันจนคุ้นหูคือ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไปค่ะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, เคล็ดลับความงามหลังปาร์ตี้, วิธีลดอาการเมาค้าง, เกร็ดการฟื้นฟูความงามหลังงานเลี้ยงสังสรรค์, วิธีลดอาการหน้าบวม ตาบวม

Comments (3)

ผิวคุณโทนสีอุ่นหรือเย็นกันคะ?

ผิวคุณโทนสีอุ่นหรือเย็นกันคะ?

Posted on 12 December 2005 by Vinegar Girl

Fall 2005 Chloe Backstage

photo : style.com
Fall 2005 Chloe’ Backstage

สาวๆขา…..เคยได้ยินเรื่องผิวโทนอุ่น โทนเย็นกันยบ้างรึเปล่าคะ…ไม่ใช่ผิวอุ่นเพราะเป็นสาวฮ๊อต..ร้อนฉ่าทุกองศา! อะไรทำนองนี้นะคะ แต่เป็นโทนของสีผิวค่ะ เราจะรู้ได้ยังไงกันคะว่าเรามีผิวโทนอุ่นหรือโทนเย็น?!?! ซึ่งอันนี้เป็นคนละอย่างกับ “สีผิว” ของเรานะคะสาวๆ อยากรู้ว่าเป็นยังไงต้องไปทำความรู้จักกันค่ะ

ขั้นตอนแรกต้องเตรียมกระดาษเงิน กระดาษทอง…แล้วเผา! อูยยยยย…..ไม่ได้เอามาเผาทำพิธีกงเต็กเคอะ!! – -” เหอะๆๆ แต่สาวๆ อาจต้องหาผ้าหรือกระดาษที่มีสีเงิน หรือสีทองขนาดกว้างพอประมาณมาสีละชิ้นค่ะ ( ถ้าใครขี้เกียจซื้อหา เวลาไปเดินตามห้างแผนกเครื่องเขียน ลองไปหยิบๆกระดาษสีเงิน สีทองมาเตรียมพร้อมไว้ หรือใครเดินเข้าร้านขายผ้ากะคุณแม่บ่อยๆ ก็ลองมุ่งตรงไปที่ผ้าสีเงิน สีทองทำนองนี้อะค่ะ ช่วยประหยัดตังค์ ) แล้วจากนั้นก็ทำการเทียบกับใบหน้าของเราได้เลยค่ะ ลองมองดูในกระจกว่าสีไหนทำให้ใบหน้าของเราดูสวยขึ้นอย่างเด่นชัด เอาแบบส่องแล้วเกิด เจิดจรัสเป็นประกาย… – -” ว่าไปนั่น!

ถ้าสีเงินทำให้ใบหน้าสาวๆสวยเจิดจรัส แสดงว่า สาวๆมี ผิวในโทนเย็น ค่ะ ซึ่งจะเหมาะกับ เมคอัพในโทนสีแดง – น้ำเงิน

ถ้าสีทองทำให้สาวๆดูเปล่งประกาย แสดงว่ามี คุณคือสาว ผิวโทนอบอุ่น สีเมคอัพที่เหมาะกับสาวๆผิวโทนอบอุ่นที่ซู้ดดด คือ เมคอัพในตระกูล แดง – ส้ม ค่ะ

ถ้ามีโอกาสก็ลองค้นหาโทนสีผิวของตัวเองกันดูนะคะ เพราะว่าถ้าเรารู้จักกับโทนสีผิวที่แท้จริงของเราแล้ว ก่อนออกไปซื้อเครื่องสำอางครั้งต่อไป จะช่วยให้เราเลือกเฉดสีที่เหมาะกับเรามากขึ้นค่ะ เพราะบางที สาวๆอาจเคยประสบกับปัญหาว่า…ทำไมแต่งตาด้วยสีโทนนี้แล้วดูช้ำๆ หรือลิปสติกสีนี้ทำไมทาแล้วดูเหมือนคนป่วย ซึ่งการที่เรารู้ว่าโทนสีผิวของเราเป็นโทนไหนจะช่วยให้เราเลือกซื้อเครื่องสำอางได้เหมาะสมและถูกต้อง ต่อไปก็มีแต่ แต่งแล้วเกิดเจิดจรัสกันถ้วนหน้าค่ะ…คริๆๆๆ ^_^

ปล. : วิธีนี้อาจนำไปประยุกต์ใช้กับสีผมด้วยก็ได้นะคะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย, บล็อกไทย, เคล็ดลับการเลือกเมคอัพให้เข้ากับโทนสีผิว, ผิวโทนอุ่น โทนเย็น, การแต่งหน้าผิวโทนอุ่นโทนเย็น, โทนสีผิวและเฉดสีเมคอัพ

Comments (1)

มาดูเคล็ดลับการแต่งหน้า เพื่อถ่ายรูปสวยกันค่ะ!

มาดูเคล็ดลับการแต่งหน้า เพื่อถ่ายรูปสวยกันค่ะ!

Posted on 09 December 2005 by Vinegar Girl

Lucy Liu

photo : www.teemix.aufeminin.com

ช่วงนี้ สาวๆคงต้องออกงานกันเยอะนะคะ นึกถึงตอนเรียนมหาวิทยาลัยต้องมีงานคริสมาสต์แน่นอน ชอบบรรยากาศช่วงเดือนนี้มากกกๆ เพราะประดับประดาด้วยไฟ ต้นคริสมาสต์สวยงามม อ้ะๆ แถมเป็นช่วงหนุ่มๆ นัดเดทท่ามกลางบรรยากาศหนาวๆ ประมาณเดินใกล้ชิดแนบแน่น…กริ๊ววววว แค่คิดก็เคลิ้มแว้ววว..อิอิ พอโตมาหน่อยทำงาน ก็งานเลี้ยงที่ทำงานค่ะ แน่นอน โตอีกหน่อยเพื่อนก็แต่งงาน..ขอหยุดไว้แค่นี้ก่อนเพราะเดี๋ยวจะโตจนแก่มากไป ฮ่าๆๆ เพราะฉะนั้นเราต้องหาเคล็ดลับทำสวย ให้ถ่ายรูปมาดูหน้าไม่ลอยยามค่ำคืน หรือแก้มไม่แดงเหมือนแก้มก้นลิง งั้นไปดูสิ่งที่ทำให้สวยกันค่ะ ^_^

  1. สาวๆขาการเลือกรองพื้นและแป้งสำคัญนะเจ้าคะ! สาวเอเซียอย่างเราๆ ต้องเลือกที่มีโทนเหลืองค่ะ ใครที่มีรองพื้นหรือแป้งโทนสีชมพู หรือสีอ่อนๆทั้งหลาย ข้ามไปได้เลยค่ะ เพราะโทนสีชมพูเนี่ยเวลากระทบกับแสงแฟลชจะทำให้หน้าขาวเวอร์ ล่อยเด่นมาแต่ไกล ใครไม่อยากเป็นผีญี่ปุ่นควรเลือกรองพื้นโทนเหลืองที่ทำเพื่อผิวสาวๆเอเซียอย่างเราดีกว่าค่ะ อย่างเครื่องสำอางทั้งหลายที่ผลิตในญี่ปุ่น เกาหลี ไรงี้อะค่ะ จะทำสีออกโทนเหลือง แต่เดี๋ยวนี้เครื่องสำอางหลายๆ ยี่ห้อก็เริ่มทำเฉดรองพื้นมาให้เหมาะกับสาวๆทั่วทุกมุมโลกกันแล้น
  2. ส่วนแป้งควรเลือกที่มีเนื้อด้าน (matt) นะคะ เพราะถ้าใช้แป้งที่มีประกายมากเกินไป (frost) เมื่อแสงแฟลชตกกระทบมันจะสะท้อนแสงกลับมา ส่องให้หน้าขาวโพลน ถ้าสาวๆ อยากมีผิวที่ดูเป็นประกายวิ้งๆ ควรเลือกใช้แป้ง หรือครีมที่เป็นชิมเมอร์ (shimmer) แทนจะดีกว่านะคะ
  3. เลือกบลัชออน ต้องเลือกให้เข้ากันโทนสีผิวค่ะ เพื่อหน้าที่ดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติ ไม่ดูซีดเซียวหรือแก้มแดงแจ๊ดดดด…เป็นดวงๆเกินไปนะคะ ถ้าสาวๆมีบลัชออนหลายเฉด เลือกเฉดที่เป็นสีธรรมชาติปัดลงไปก่อนที่บริเวณโหนกแก้ม คาง หน้าผาก แล้วลากผ่านสันจมูกเบาๆ เพื่อให้ดูกลมกลืนค่ะ จากนั้นเราค่อยเน้นที่แก้มอีกที ด้วยสีที่สดใสขึ้น อ้ะๆ เคล็ดลับคือ อย่าปัดแก้มใกล้ดวงตามากนักนะคะ เพราะสีของบลัชออนจะดึงให้ความแวววาวของดวงตาลดลงค้า….
  4. สำหรับมือใหม่หัดสโมคกี้อายส์ ต้องเว้นไว้หนึ่งวันค่ะ เพราะถ้าไม่แน่ใจจริงๆว่าแต่งแล้วดูตาสวยเย้ายวนให้ข้ามไปก่อนค่ะ เพราะสีอายแชโดว์ที่เป็นสีเข้มๆ ดำๆ มืดๆ ทั้งหลายจะทำให้สาวเอเซียอย่างเราดูตาเล็กลงไปได้ค่ะ ถ้าเป็นหมวยชั้นเดียวกันอยู่แล้วลืมสโมคกี้อายกันไปได้เลยค่ะ
    วิธีที่ชัวร์และสวยแน่นอน เพราะลองมาแล้วทุกงานคือ ให้ลงอายไลเนอร์ค่ะ ปลอดภัย และทำให้ตาซึ้งสุดๆ วิธีก็คือใช้อายไลเนอร์แบบดินสอ เขียนที่ขอบตาล่าง โดยการจุดเบาๆ แล้วค่อยเกลี่ยให้กลมกลืน อย่าลากเป็นเส้นชัดๆนะคะ เราไม่ได้แต่งหน้าย้อนยุครุ่นคุณแม่ยังสาว แล้วจุดมาแค่กึ่งกลางของตาดำค่ะ ไม่ต้องจุดเพลินเกินไปหัวตานะคะ ส่วนเปลือกตาด้านบนใช้อายไลเนอร์แบบดินสอ หรือแบบน้ำ (ถ้าต้องการความคมจัด ชัดจริง!) ลากตั้งแต่กึ่งกลางตาดำเช่นกันยาวไปถึงหางตาแล้วอาจตวัดขึ้นนิดหน่อย (ไม่ต้องตวัดแบบเน้นๆนะคะ) จะงามและไม่ดูดุหรือแต่งหน้าจัดเยอะกว่าการลากทั้งตา แต่ถ้าสาวไหนมั่นและชอบการเขียนอายไลเนอร์ทั้งขอบตา ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดค่ะ แล้วแต่ความชอบ และความถนัดของแต่ละคนนะคะ ^_^ แต่งตาเสร็จอย่าลืมปัดมาสคาร่านิดนะคะ
    หรือจะเข้าไปอ่านเพิ่มเติมในเรื่องการแต่งตาปัดมาสคาร่ากันได้ค่ะ
    หรืออยาก
    แต่งคิ้วให้สวยเพื่อทำให้ดวงตาเด่นก็ต้องไปอ่านย้อนหลังกันนะคะ ^_^
  5. ส่วนริมฝีปากถ้าสาวๆที่มีริมฝีปากอิ่มเอิบอยู่แล้ว การเน้นให้ปากสวยเด่นอาจทำด้วยการตัดขอบปากด้วยลิปไลเนอร์ก่อน แล้วลงลิปกลอส และลิปสติกเป็นขั้นตอนสุดท้าย สำหรับสาวๆที่ชื่นชอบสีนู้ด แต่ไม่อยากถ่ายรูปออกมาแล้วหน้าดูป่วย เริ่มจากทาสีที่ชอบให้ทั่วริมฝีปากก่อน แล้วจึงลงลิปกลอสทับ จากนั้นเพิ่มลิปสติกสีเข้มขึ้นบริเวณกลางริมฝีปาก เพื่อเพิ่มมิติของปากให้ดูเด่นขึ้นค่ะ
  6. ให้สาวๆหลีกเลี่ยงลิปไลเนอร์ที่มีสีเข้มจัดกว่าสีลิปสติกนะคะ หรือการทาลิปกลอสแบบไม่มีสีแล้วโปะประโคมจนฉ่ำเยิ้ม เพราะจะทำให้ดูว่าเพิ่งรัปทานข้าวขาหมูมามากว่าที่จะเซ็กซี่ค่ะ
  7. สาวๆควรเช็คให้แน่ใจก่อนว่า คอนซีลเลอร์ที่ใช้ปิดร่องรอยดำคล้ำใต้ตานั้น ไม่ขาวมากกว่าเฉดสีผิวเรามากกว่า 1 เฉด หรือสีเข้มจนเกินไป เพราะกล้องมีความสามารถในการแยกความแตกต่างระหว่างสีได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นการที่เราพยายามปิดขอบตาหมีแพนด้า อาจทำให้เราได้หมีใต้ตาขาวมาแทนก็ได้ค่ะ
  8. ถ้าต้องถ่ายรูปกลางแจ้ง แสงจัดๆ อย่างแสงแดดตอนกลางวัน จะทำให้รายละเอียดบนใบหน้าของเราคมจัด ชัดจริงไปหมดค่ะ เพราะฉะนั้นการแต่งหน้าต้องเน้นการปกปิดร่องรอยที่ไม่ต้องการ อย่างรอยดำจากสิวจึงจำเป็นอย่างยิ่งนะคะสาวๆ และควรเลือกแต่งหน้าในโทนสีสดใส แต่ไม่เข้มจัดเพื่อความเนียนใสของใบหน้า และสวยแบบเป็นธรรมชาติค่ะ
  9. ถ้าแสงธรรมชาติในช่วงเย็น จะทำให้สีผิวเราดูนุ่มนวล ไม่ซีดอย่างในแสงขาว เราจึงไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าเข้มมากก็ได้ค่ะ ^_^
  10. รู้วิธีแต่งหน้ากันแล้ว ก็อย่าลืมหามุม pose กันให้สวยถูกใจนะคะ จะเอียงข้างหน่อย จิกตานีดดส์ สวยกันให้เพื่อนๆอิจฉา..ฮ่าๆๆๆ

    Thai Blog, Blog ไทย, วิธีการแต่งหน้าเพื่อถ่ายรูป, เคล็ดลับการแต่งหน้าเพื่อถ่ายรูปสวย, การเลือกรองพื้นและแป้ง, การทาตาสำหรับสาวเอเซีย

Comments (2)

มาเลือกซื้อคอนซีลเลอร์ (Concealer) ให้ถูกวิธีกันค่ะ

มาเลือกซื้อคอนซีลเลอร์ (Concealer) ให้ถูกวิธีกันค่ะ

Posted on 08 December 2005 by Vinegar Girl

Twinkle - Spring 2006 Runway

อย่างที่บอกค่ะว่าเดือนนี้ปาร์ตี้เยอะ นอนดึก ไหนจะต้องโหมงานหนักก่อนลาพักไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวอีก….เลยทำให้ขอบตาแพนด้า และสิวมาเยือนได้ง่าย วิธีแก้ไขแบบฉุกเฉินก็ต้องอำพรางกันหน่อยค่ะ วันนี้เลยนำวิธีเลือกซื้อคอนซีลเลอร์ (concealer) มาให้สาวๆได้อ่านกันค่ะ สาวๆหลายคนอาจใช้คอนซีลเลอร์ 1 แท่งแบบรวมมิตร คือใช้ปกปิดทุกอย่างบนใบหน้า อ้ะๆๆ….ช้าก่อนค่ะสาวๆ จริงๆแล้วการเลือกใช้คอนซีลเลอร์ให้เหมาะนั้นจะช่วยให้สาวๆดูสวยขึ้นได้รวดเร็วราวกับเนรมิตจริงๆค่ะ เพราะฉะนั้นสาวๆที่ทำรวมมิตรกันอยู่ต้องอ่านกันแล้วค่ะว่าการไม่รวมมิตรนั้นดียังไงนะคะ

ขอบตาหมีแพนด้า เนื่องจากใต้ตาเป็นส่วนที่บอบบาง คอนซีลเลอร์ที่เหมาะสำหรับใช้ใต้ตานั้นควรมีความชุ่มชื้นสูงค่ะ เพื่อการเกลี่ยที่เรียบเนียนและช่วยถนอมผิวใต้ตา เพราะถ้าเนื้อหนาพอเราหยีตาที เส้นที่มีอยู่มากน้อยแค่ไหนเค้าเห็นกันหมดค่ะ อูยยย…ไม่ได้นะเคอะไม่งามๆ คอนซีลเลอร์ที่ใช้สำหรับใต้ตาควรมีเฉดที่อ่อนกว่าสีผิว 1 เฉดด้วยค่ะ ดังนั้นถ้าใช้คอนซีลเลอร์ที่ปกปิดรอยคล้ำใต้ตา แล้วนำมาทาที่สิว มันจะทำให้ดูเป็นดวงๆค่ะ สิวหายแต่กลายเป็นเกลื้อนแทน แฮ่ๆ

รอยสิว ส่วนคอนซีลเลอร์ที่ใช้ปกปิดรอยสิวได้ดีนั้น ควรเลือกชนิดที่ให้การปกปิดสูง เนื้อหนา พอเนื้อค่อนข้างหนาเข้มข้น ความชุ่มชื้นก็น้อยลงกว่าแบบใต้ตาค่ะ ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรใช้คอนซีลเลอร์ที่มีสีค่ะ และเป็นเฉดสีเขียว เพื่อปกปิดรอยบวมแดงของสิว ถ้าใช้คอนซีลเลอร์ที่เป็นเฉดสีเขียวลดรอยแดงของสิวเรียบร้อยแล้ว เราก็ลงคอนซีลเลอร์ที่มีเฉดใกล้เคียงกับผิวลงทับอีกที จริงๆลงรองพื้นทับก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อหลายคอนซีลเลอร์ หรือสาวๆจะเลือกซื้อคอนซีลเลอร์ที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อปกปิดสิวเลยก็ได้นะคะ (ที่ตัวเองใช้อยู่ก็คือของ the body shop ค่ะ) เพราะแน่ใจได้ว่าไม่ระคายเคืองต่อสิว แถมยังมีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) ที่ช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้นด้วยค่ะ ^_^

แถมท้ายให้อีกนิดว่าการเกลี่ย concealer ให้เรียบเนียนนั้นอาจต้องใช้แปรงสำหรับเกลี่ยคอนซีลเลอร์โดยเฉพาะค่ะ ที่นี้สาวๆก็ลงมือกลบเกลื่อนจุดปกพร่องแบบชั่วคราวกันได้แล้วหล่ะค่ะ.. ^_^

 Note: เนื่องจากเรื่องนี้ได้รับความนิยมกับสาวๆ มากเลยนะคะ  โดยเฉพาะเรื่องรอยหมีแพนด้า หมีแพนด้า หมีๆ แพนด้า…จริงๆแล้ววินีก้าเกิร์ลได้เขียนเพิ่มเติมเรื่อง concealer (คอนซีลเลอร์) ที่ช่วยปกปิดริ้วรอยหมองคล้ำใต้ตาไว้แล้วค่ะ สาวๆ สามารถไปอ่านต่อเรื่องนี้กันได้ที่นี่เลยค๊า ^_^

บ๊ายบายขอบตาหมีแพนด้า ตามหาคอนซีลเลอร์ถูกใจ 

และยังมีเรื่องราวของคอนซีลเลอร์ที่แอบแฝงอยู่กับเรื่องอื่นๆ อีก เช่น คอนซีลเลอร์ที่ราคาประหยัด ก็มีสาวๆ แนะนำกันมาด้วยค่ะ

ถ้าสาวๆ อยากหาเรื่องที่สนใจ ก็ง่ายๆ ใช้แถบ search ด้านขวามือได้เลยนะค๊า –>

Thai Blog, Blog ไทย, concealer, การเลือกซื้อคอนซีลเลอร์, วิธีปกปิดรอยคล้ำใต้ตา, วิธีปกปิดรอยสิว

Comments (25)