Archive | November, 2005

10 วิธีมีผิวเซ็กซี่รับหน้าหนาว!

10 วิธีมีผิวเซ็กซี่รับหน้าหนาว!

Posted on 16 November 2005 by Vinegar Girl

10 secrets to Sexy Winter Skin

ลมหนาวมาเมื่อไหร่…ใจชั้นมานนยิ่งเหงา..เพราะผิวที่มันเริ่มเฉา….อ้าว!! คนละเพลงกันหรอกหรอคะ!! 5555 ถึงบ้านเราจะไม่ค่อยมีความหนาววมาเยือนกันมากเท่าไหร่ (นับวันๆเหลือแต่หน้าร้อน และหน้าฝนแบบตกมาก ตกน้อย) แต่ก็ขอนำเสนอ 10 วิธีที่ให้สาวๆมีผิวเซ็กซี่สดใสในหน้าหนาวกันค่ะ จริงๆอันนี้ไม่ต้องรอหน้าหนาวนะคะ ทำได้ทุกหน้าค่ะ (เหมาะมากกับสาวๆในญี่ปุ่น และเกาหลี… อี๋.. อี๋.. อี๋ ทำเสียงเอคโค่แล้วนึกถึง เกี้ยมอี๋! เกี่ยวมั้ยเนี่ย!! แต่หิวอ่ะค่ะ – -”) บทความนี้นำมาจาก ivillage.com ค่ะ เขียนโดย Isadora Dunne แต่นำมายืดแปลง <-- งง กันหล่ะสิ! แฮ่ๆมุขเรือไม่จอดค่ะท่านผู้ชม (มุขไม่เข้าท่า!!) ดัดแปลงค่ะ เก๊าะตอนนี้เค้าอินแบบผมตรงกันอีกแล้วนี่คะ เลยไม่อยากดัด อูยยยยย....(มุขแบบนี้ก็กล้าเล่นค่ะ..อิอิ) ดัดแปลงโดย vinegar girl อีกทีค่ะ (เฮ้ย!! เล่นมุขแบบพึ่งพาตัวเองนี่เหนื่อยจริงๆค่ะ)
มาดูวิธีมีผิวสวยเซ็กซี่กันเลยค่ะ บางคนอาจจะดูแลผิวเหมือนวิธีเหล่านี้อยู่แล้ว เอาเป็นว่ามาเช็คกันว่าทำกันอยู่ครบทุกข้อรึเปล่านะคะ ^_^

  1. ใช้ครีมกันแดดในวันฟ้ามัว
  2. สาวๆคงจะรู้กันะคะว่า รังสี UVB นั้นเป็นรังสีคลื่นสั้นที่ ทำได้แค่ผ่านทะลุชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้บนชั้นผิว ทำให้แสบๆผิว เกิดอาการไหม้ของผิวได้ แต่ UVA เนี่ยคลื่นย้าววยาววว และสามารถทะลุผ่านชั้นหนังแท้ของเราเข้าไปได้ด้วยค่ะ และเจ้าตัวนี้แหล่ะค่ะ เป็นตัวการทำให้เกิดริ้วรอย และมะเร็งผิวหนัง และเจ้าตัว UVA เนี่ยสามารถทะลุผ่านกระจกได้นะคะสาวๆ นั่นก็หมายถึงเวลาสาวๆอยู่ที่บ้าน ขับรถ หรือนั่งทำงานอยู่ริมกระจก สาวๆก็ต้องปกป้องผิวจากรังสียูวีกันนะคะ ไม่ว่าฟ้าจะเมฆเยอะ ดูเหมือนไม่ค่อยมีแสงแดด แต่อย่าลืมว่ารังสียูวีเนี่ยมันขยันมากกก..ทำงานตลอดเวลาแบบไม่มีเวลาพักจนกว่าจะมืดจริงๆเลยนะคะ เพราะฉะนั้นเวลาสาวๆจะหาครีมกันแดด อย่าลืมพลิกดูที่ฉลากด้วยว่า ป้องกันทั้ง UVB และ UVA รึเปล่านะคะ จริงๆค่า SPF 15 – 30 ก็เพียงพอแล้วค่ะ เอาไว้จะอธิบายเรื่อง การเลือกครีมกันแดดอีกทีนะคะ

  3. อย่าอาบน้ำอ้อยอิ่ง
  4. พออากาศหนาว สาวๆก็ต้องปรับอุณหภูมิน้ำให้ร้อนขึ้น เพราะฉะนั้นสาวๆไม่ควรนอนแช่น้ำที่ร้อนขึ้นในอ่างอาบน้ำนานๆนะคะ รวมถึงสาวๆที่อาบแบบฝักบัวด้วยค่ะ ต้องระวังเรื่องความร้อนของน้ำ อย่าให้สูงมาก เพราะความร้อนจะไปลดความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวแห้ง แตกเป็นขุย และทำให้ผิวอ่อนแอเป็นสาเหตุให้ผิวระคายเคืองได้ง่ายค่ะ

  5. ลดการใช้ส่วนผสมของกรดต่างๆ และ แอสทริงเจ้นท์ (astringents)
  6. สำหรับหน้าหนาว สาวๆอาจต้องลดการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acid) ลงบ้างนะคะ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยผลัดผิว ซึ่งอาจทำให้ระคายเคืองได้ง่ายในสภาพอากาศแห้งและเย็น รวมถึงพวก Astringents หรือ Toner (โทนเนอร์) ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วยค่ะ

  7. เติมความชุ่มชื้น
  8. อากาศแห้ง ผิวก็แห้งนะคะ สาวๆอาจเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยสเปรย์ ( Mist หรือ Mineral Water Spray ) สำหรับพ่นบำรุงผิวทั้งหลายระหว่างวัน เพื่อความสดชื่นและบรรเทาอาการแห้งของริมฝีปากด้วยค่ะ หรือวิธีที่สาวๆหลายคนทำกันอยู่แล้วคือเอาแก้วน้ำตั้งไว้ที่หัวเตียง หรือในห้องทำงาน เพื่อช่วยเติมความชื้นในอากาศอีกทางนึงด้วยนะคะ

  9. จิบโกโก้ร้อนซักถ้วย
  10. เพราะในเมล็ดโกโก้ (Cocoa beans) มีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่ช่วยดูดซึมวิตามินซีและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระนะคะ งั้นตอนนี้ไม่ว่าโกโก้ร้อนหรือเย็นก็เป็นเครื่องดื่มที่สาวๆปฏิเสธกันไม่ได้นะคะ

  11. อย่าลืมดูแลเท้า
  12. ก็แหมสาวๆอาจดูแลแต่ผิวหน้า ผิวกาย จนตายใจ พอจะใส่รองเท้าเปิดส้นทีร้องยี้เลยค่ะ เพราะหน้าหนาวอาจทำให้เท้าคู่งามของสาวๆแตกแห้งเป็นร่องเลยหล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมขัด (scrub) เท้ากันบ้าง อาจด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาเพื่อเท้าโดยเฉพาะ หรือจริงๆใช้ scrub เดียวกันกับผิวกายก็ได้ค่ะ แช่เท้าในน้ำอุ่นแล้วก็ขัดผิวให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป แล้วบำรุงด้วยครีมที่สีส่วนผสมของโจโจ้บา (jojoba) , อโวคาโด (avocado) และ วิตามินอี (vitamin E) หรือใช้ ครีมวิตามินอีสูตรทำเอง ที่เคยบอกไว้ก็ได้ค่ะ ทาครีมแล้วสวมถุงเท้าผ้าคอตต้อน (cotton) ก่อนนอน ตื่นมาผิวที่เท้าโดยเฉพาะส้นเท้าจะนุ่มขึ้นเลยค่ะ

  13. ฟื้นฟูริมฝีปากที่แห้งผาด
  14. ถ้าอากาศเย็นๆนี่สีของริมฝีปากซีดเผือก ดูแล้วเหมือนคนป่วย แถมความแห้ง ยังทำให้ปากแตกด้วยอีก น่ากลัวมากๆเลยค่ะสาวๆ แถมบางคน (โดยเฉพาะหนุ่มๆ) เนี่ยปากแห้งแล้วยังชอบเลียริมฝีปากอีก โหยิ่งซ้ำยิ่งช้ำกันไปหย่ายยย ไม่ได้นะคะต้องเลิกเลียริมฝีปาก ถ้ายังติดแนะนำให้เปลี่ยนเป็นเลียอย่างอื่นแทน! เลียไอติมอ่ะค่ะ อูยยย..อ้วนกันอีก!! สาวๆอาจ scrub ริมฝีปากเบาๆ ด้วย scrub ที่เป็นเม็ด beads เล็กๆ อาจใช้ที่ทำมาโดยเฉพาะปาก หรือถ้าใช้ scrub ของผิวหน้าก็ต้องแน่ใจว่าเม็ดสครับเล็กละเอียดจริงๆนะคะ แล้วเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยลิปปาล์ม (lip balm) สูตรเข้มข้น หรือลิปปาล์มที่ช่วยลดร่องบนริมฝีปากก็ได้ค่ะ

  15. ดูแลเส้นผม
  16. วิธีที่สะดวกรวดเร็วคือใช้พวก leave-in conditioner หรือคอนดิชั่นเนอร์แบบไม่ต้องล้างออกลูบลงไปบนเส้นผมเนี่ยหล่ะค่ะ จะช่วยลดผมพองฟูได้ค่ะ

  17. ซ่อมแซมเซลล์ผิว
  18. ผิวสุขภาพดีมาจากภายในนะคะ การที่เลือดลมเดินสะดวกจะทำให้ผิวมีสุขภาพดี ต้องออกกำลังกายเป็นประจำนะคะ หน้าหนาวที่หนาวจัดๆ สำหรับต่างประเทศ อาจทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ค่อยสะดวกนัก นอกจากออกกำลังกายแล้วอาจยังช่วยไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นอาจต้องบำรุงเพิ่มขึ้นค่ะ อาจต้องเลือก skincare ที่เข้มข้นขึ้น หรือส่วนผสมที่สามารถแทรกซึมลึกลงไปในชั้นผิวโดยไม่ระคายเคืองค่ะ

  19. แต่งผิวให้ดูสุขภาพดี
  20. สุดท้ายถ้าผิวยังดูซีดเซียว เหมือนคนป่วยอีก ก็ต้องพึ่งเมตอัพกันหน่อยแล้วค่ะ ปัดแก้มโทนชมพูให้ดูมีเลือดฝาดนิดๆ แล้วเติมกลอสหน่อยก็ดูสวยใสรับหน้าหนาวได้แล้วค่ะ ^_^

    Thai Blog, บล็อกไทย, วิธีดูแลผิว, ผิวแห้ง, ผิวสวยรับหน้าหนาว

Comments (0)

Steal Olsen Looks!

Steal Olsen Looks!

Posted on 15 November 2005 by Vinegar Girl

ถ้าให้สาวๆนึกถึง Celebrity ที่แต่งตัวดูดีมีสไตล์ คงมีสาวๆหลายคนนึกถึง Mary-Kate และ Ashley Olsen กันบ้างนะคะ vinegar girl ก็เป็นอีกคนที่ชื่นชอบสไตล์ของ 2 สาวฝาแฝดโอลเซนเอามากๆด้วยค่ะ ก็ทั้งแมรี่-เคท และแอชลีย์แต่งตัวได้เก๋ไก๋ มีสไตล์ส่วนตัวมั่กๆค่ะ ได้อ่านบทความจาก Harper’s Bazaar (ของเมืองไทยจะเป็นฉบับเดือนสิงหาคมค่ะ หน้าปก Ashley Olsen ในเดรสสีฟ้าจาก Dior) จึงได้รู้ว่าทั้งคู่มีอิทธิพลอย่างมากต่อคอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วงนี้ รวมถึงดิออร์ (Dior) เช่น แว่นตากันแดดขนาดใหญ่ แบบแว่นนักบิน หมวกหนังใบโต และผมยาวเป็นคลื่นน้อยๆ
นอกจากนี้ The New York Times ยังขนานนามสไตล์ทั้งคู่ โดยเฉพาะแมรี่-เคทว่าใช้เครื่องประดับโลโก้แบรนด์ ในภาพลักษณ์แบบ “Bobo หรือ Bohemian Bourgeois” คือ “ผู้ดีโบฮีเมียน” นั่นเองค่ะ จอห์น กัลเลียโน (John Galliano) ก็ชื่นชอบสไตล์โบฮีเมียนแอลเอของทั้งคู่มาก และประทับใจที่พวกเธอแต่งตัวสื่อถึงบุคลิก อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองเหมือนกับที่จอห์นพยายามสื่อผ่านงานออกแบบของตัวเองเช่นกัน
วันนี้ vinegar girl เลยนำภาพสไตล์การแต่งตัวของทั้งแมรี่-เคท และ แอชลีย์ โอลเซนมาได้สาวๆได้ดูเป็นไอเดียค่ะ เผื่อใครอยากเปรี้ยวแบบสาวแอชลีย์ และแมรี่-เคท โอลเซนกันบ้าง ไม่ต้องลงทุนใช้ brand name ทั้งตัวแบบ 2 สาวนะคะ หาแบบที่ใกล้เคียงแถวๆสยาม จตุจักรเท่านี้เป็นพอค่ะ!!

Mary-Kate and Ashley Olsen

รูปด้านบนนี้ด้านซ้านคือแมรี่-เคท โอลเซน และด้านขวาคือแอชลีย์ โอลเซนค่ะ แอชลีย์ในแจ็กเก็ตทรงสูทสีเขียว กับผ้าพันคอเก๋ไก๋ ส่วนแมรี่-เคทในเสื้อ/เดรสสั้นสไตล์โบโฮ (Boho) คาดด้วยเข็มขัดสีเขียวอันใหญ่สไตล์วินเทจ (vintage style)

Ashley & Mary-Kate Olsen

ภาพด้านซ้ายแมรี่-เคทในกางเกงทรงกระบอกสีขาว ในขณะที่แอชลีย์สวมกระโปรงสั้นสีดำลายลูกไม้ขาว เธอใส่สร้อยเส้นยาวสไตล์จีนสีเขียวมีภู่ห้อย ช่วยเพิ่มสีสันให้กับชุดโทนขาว-ดำค่ะ ส่วนภาพขวาแอชลีย์ในเดรสแขนปีกค้างคาวสีขาว และแมรี่-เคทในเดรสสีม่วงลาเวนเดอร์ (lavender) เครื่องประดับมีต่างหูแบบระย้าค่ะ

Mary-Kate & Ashley Olsen

โดยส่วนตัวสังเกตว่า 2 สาวฝาแฝดโอลเซนชอบเดรสลูกไม้สีขาว เพราะเห็นเธอมักจะเลือกมาใส่ในหลายๆงาน ซึ่งก็เป็นลูกไม้สีขาวแสนหวานน่ารักมากๆ มีทั้งแบบเกาะอก หรือเดรสสั้นหลายแบบเลยค่ะ ซึ่งแต่ละตัวดีเทลลูกไม้ละเอียดอ่อนและสวยมากๆค่ะ ^_^

Mary-Kate and Ashley Olsen

ภาพซ้ายแอชลีย์สวมแจ็กเก็ตตัวสวยหรูตกแต่งเลื่อมสีทอง เพื่อให้ดูเป็น street wear มากขึ้นเธอจึงใส่คู่กับเสื้อกล้ามและกางเกง แอชลีย์เลือกเครื่องประดับน้อยชิ้นคือสร้อยแบบเรียบเส้นสั้นและยาว (เพราะเสื้อโดดเด่นอยู่แล้ว) ในขณะที่แมรี่-เคทมาในเดรสตัวหลวมสีขาว สวมถุงน่องสีดำทึบข้างในบู๊ท เธอใส่ต่างหูอันใหญ่ สร้อย และกำไลข้อมือทั้งหมดสีทองเพื่อให้เดรสแบบเรียบดูเด่นขึ้น ภาพด้านขวา 2 สาวในชุดสไตล์วินเทจ

Mary-Kate and Ashley Olsen

ปิดท้ายด้วยเดรสสุดหรูภาพด้านซ้ายเป็นชุดที่ชอบมากกกกกกกกก ในงาน MET Costume Institute Gala Celebrating Chanel ส่วนภาพขวาในงานเปิดตัวภาพยนตร์ New York Minute ที่ L.A. (Los Angeles Premiere of New York Minute)

ตอนนี้ทั้งคู่ไม่อยากให้คนเรียกทั้งคู่ว่า “คู่แฝดโอลเซน” หลังจากประกาศผ่านรายการ Oprah ก่อนจะย้ายมา New York เพื่อเรียนต่อที่ NYU เธออยากให้มองภาพที่ตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคนเองมากกว่าค่ะ ตอนนี้ทั้งคู่จึงเลิกทำตัวติดกัน และไม่ได้เช่าห้องขนาดใหญ่อยู่ด้วยกันที่ New York เพื่อหาประสบการณ์ระหว่างเรียน แมรี่-เคทได้ฝึกงานกับ Anni Leibovitz (แอนนี่ เลโบวิทซ์) ช่างภาพชื่อดัง ส่วนแอชลีย์ก็ฝึกฝีมืออยู่กับดีไซเนอร์ Zac Posen (แซค โปเซน)

จากความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ สไตล์ของแอชลีย์จะเป็น Sophisticated คือเรียบหรูแต่ดูดี จะใช้เครื่องประดับวินเทจเพียงไม่กี่ชิ้น ส่วนแมรี่-เคทจะมีการ mix & match ที่เยอะกว่า กล้าที่จะจับนู่นผสมนี่พร้อมกับใส่เครื่องประดับมากชิ้นแล้วออกมาดูดีได้ และดูเหมือนจะ funky มากกว่าด้วย เรียกว่าความต่างในความเหมือนจริงๆค่ะ!

สุดท้ายขอบคุณภาพสวยๆจาก : million thanks for picture sources
www.marykateonline.com
www.olsen-twins.org
www.olsen-twins.com
www.olsen-twins-news.com
www.olsentwinsplanet.com
www.marykateand ashley-olsen.net

Thai Blog, บล็อกไทย, Mary-Kate and Ashley Olsen

Comments (2)

Stila Pre – Holiday Collection 2005

Stila Pre – Holiday Collection 2005

Posted on 12 November 2005 by Vinegar Girl

Stila Pre - Holiday Collection 2005

มาแล้วววค้า Stila มาแล้วววว แว้ว แว้ว แว้ววว!!! เก๊าะหน้าหนาวมาพร้อมกับเทศกาลไม่ว่าจะเป็นคริสมาสต์หรือปีใหม่ และชุดของขวัญหรืออะไรที่เป็นชุดๆ เซ็ตๆ ก็ต้องออกมาเอาใจสาวๆกันช่วงนี้แหล่ะค่ะ คราวนี้สตีล่า Stila มาพร้อมกับ Stila Pre – Holiday Collection 2005 มีอะไรที่น่าซื้อน่าใช้กันมั่ง ลองไปดูกันเลยค่ะ ^_^

Stila Holiday Deluxe Palette

stila holiday deluxe palette : ราคา 2,050 บาท
อู้ยยย…palette นี้มีครบทุกอย่างทั้ง ตา แก้ม และ ปาก ตลับเดียวอยู่จริงๆค่ะ แถมยังมีแปรงให้มา 3 แบบ เพื่อความเป็นมืออาชีพในการแต่งแต้มริมฝีปากอันน่าถนุถนอมของสาวๆ มีแปรงสำหรับบริเวณเปลือกตา และแปรงสำหรับการเขียนไลเนอร์ ว้าววว!! ต้องมีสาวๆที่แอบร้องแบบนี้แน่ๆ เพราะมันโดนจายช่ายมั้ยหล่ะคะ..อิอิ พาเลทท์นี้มี eye shadow 4 สี, Lip color 1 สี, Lip Gloss 1 สี ซึ่งมีพาเลทท์ให้เลือกใน 2 โทนสี คือ rose moon และ golden moon ทุกอย่าง all in one แบบนี้น่ามีอยู่ในครอบครองจริงๆค่ะ

eye shadow trio

eye shadow trio : ราคา 1,300 บาท
เพื่อดวงตาที่งดงาม หวานฉ่ำรับหน้าหนาว สตีล่าเค้าเอาใจสาวๆด้วยอายแชโดว์ 3 สีในตลับลายเก๋ไก๋ น่ารักมั่กๆค่ะ ขอบอกว่าตลับลายน่ารักๆนี้เป็น limited edition ด้วยนะคะ มีให้เลือก 2 โทนสี warm / cool

shimmer fantasy

shimmer fantasy : ราคา 3,500 บาท
เพื่อสาวๆสวยสะกดทุกสายตายามเยื้องกราย สตีล่าจึงจัด stila shimmer fantasy all over shimmer set มาให้สาวๆเจิดจรัสกันค่ะ ใน set shimmer fantasy นี้ประกอบด้วยดวงตาเป็นประกายวิ้งๆกับ all over shimmer eye *1 *2 *4 *12 ผิวหน้าเปล่งประกายเรืองรองกับ all over shimmer power *9 และเพิ่มความเจิดจรัสด้วย all over shimmer powder brush

holiday brush set

holiday brush set : ราคา 3,400 บาท
สาวคนไหนที่กำลังมองหาแปรงอยู่ นี่เป็นโอกาสที่ดีของสาวๆแล้วค้า….เพราะสตีล่าเค้าจัดมาให้เป็นเซ็ตในราคาคุ้มค่า เพราะมาแบบมืออาชีพให้สาวๆมีลุคสวยเฉี่ยวกันค่ะ เพราะเจ้าแปรงเมคอัพเนี่ยหล่ะค่ะ คือเคล็ดลับสำคัญของใบหน้าสวยๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงคอนซีลเลอร์ใต้ตาด้วย perfecting concealer ให้เนี้ยบด้วย #2 under eye concealer brush หรือเพิ่มความคมเข้มให้กับดวงตาคู่สวยด้วยการเขียนอายไลเนอร์ (eye liner) ถ้าอยากใช้อายไลเนอร์ หรือยังไม่รู้วิธีแต่งตาให้สวย เข้าไปอ่านที่นี่ได้ค่ะ ซึ่งใน holiday brush set เค้าก็มีแปรงสำหรับเขียน eye liner ด้วยค่ะ #4 precision eye liner brush พร้อมกับการเกลี่ยอายแชโดว์ให้ละมุนละไมต้องใช้แปรง #9 all over blend shadow ตาสวยก็ต้องมาคู่กับคิ้วสวยได้รูปด้วยนะคะ ในเซ็ตนี้จึงจัดแปรงปัดคิ้วไว้ให้ด้วยค่ะ #11 eye brow brush และเพื่อผิวหน้าเนียนใส ไร้ริ้วรอยของจุดด่างดำ หรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ สาวๆก็ต้องปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์ อาวุธสำคัญสุดท้ายเพื่อความสวยสมบูรณ์แบบคือแปรงเกลี่ยคอนซีลเลอร์สำหรับผิวหน้า #10 face concealer brush ค่ะ

weekend นี้สาวๆรีบไปจับจอง pre-holiday collection กันได้ค่ะ ที่เคาน์เตอร์สตีล่า ดิ เอ็มโพเรียม 02664 8317 จะได้พบกับ คุณตั้มผู้น่ารักที่เคยเล่าให้สาวๆฟังงัยหล่ะคะ หรือถ้าที่ ดิ เอ็มโพเรียมไม่สะดวก เคาน์เตอร์สตีล่ามีที่เซ็นทรัล ชิดลม เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเดอะมอลล์ บางกะปิ ด้วยนะคะ

Thai Blog, บล็อกไทย, Stila, pre – holiday collection 2005, เมคอัพเช็ต, ชุดของขวัญ, เครื่องสำอาง, เครื่องสำอางค์

Comments (0)

Short Story

Short Story

Posted on 11 November 2005 by Vinegar Girl

เรื่องของผมค่ะ วันนี้เรามาดูกันว่าเหล่าบรรดา Celebs หรือดารา Hollywood นั้นเค้าหันมาตัดผมสั้น สะท้านหนาวกันไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็นบ็อบสั้น มีเคียร่า (Keira Knightley) เท่านั้นที่ก่อนหน้านี้ซอยผมสั้นเป็น sexy tomboy เพื่อเข้าฉากในเรื่อง Domino แล้วตอนนี้ผมของเคียร่าก็เริ่มยาวขึ้นมาทำให้ดูหวานขึ้น ส่วนปารีส ฮิลตัน (Paris Hilton)สวยเก๋ด้วยบ็อบสั้น เจสสิก้า (Jessica Simpson)และนิโคล (Nicole Kidman) กับบ็อบที่มีความยาวเพื่อเปลี่ยนแปลงทรงได้มากขึ้น ไม่ว่าจะม้วนเป็นลอน หรือรวบได้เวลาต้อง dress up เหมือนกับบริทนีย์ (Britney Spears) ผมของเคิร์สเทน ดันสต์ (Kirsten Dunst) เป็นบ็อบแบบย้อนยุค คือสไตล์บ็อบเท ด้านหน้าจะยาวกว่าด้านหลัง ซึ่งคล้ายๆกับของชารีส เธียรอน (Charlize Theron) ที่มีปลายยาวด้านหน้าเพิ่มความเปรี้ยวให้กับบ็อบสั้น แต่ไม่ได้ใส่รูปของชารีสมาให้ดูกันนะคะ
สาวๆคนไหนที่เบื่อลุคตัวเองอยู่ตอนนี้ ลองดูแบบผมที่ถูกใจ แล้วเข้าร้านตัดผมกันเลยค่ะ!

Celebs with Short Hair cut

Thai Blog, บล็อกไทย, Celeb’s hair cut, แบบผม, ทรงผมของดารา Hollywood, ผมสั้น

Comments (1)

Horoscope

Posted on 10 November 2005 by Vinegar Girl

สาวๆหลายคนเรียกร้องอยากอ่านเรื่องดวงชะตาราศี vinegar girl ก็ไม่ช่ายเทพธิดาพยากรณ์ด้วยหล่ะสิคะ อันนี้ไม่สามารถทำนายได้ด้วยตนเอง แต่อยากเอาใจสาวๆเลยต้องหาจาก magazine อ่านแล้วสรุปจากหลายๆเล่มของเดือนพฤศจิกายนค่ะ เลยทำตัวเป็นแม่หมอ จับมา mix เองเลย 55555 แม่นหรือไม่แม่นลองอ่านกันดูนะคะ ไม่ฟันธง! อิอิ เอาเป็นว่าอ่านกันเล่นๆ เย็นๆใจนะคะ

ราศีพิจิก Scorpio
16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม
เรื่องทั่วไป การเงิน การงาน อาจต้องใช้สมองไปกับการคิดเรื่องเงินมากทีเดียว เพราะมีรายรับเข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็จ่ายเยอะด้วยเหมือนกัน แต่ก็มีข่าวดีเรื่องเงินๆทองๆ ได้มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง หรือมีโชคลาบ (น้ำตก ส้มดำ! ไม่เกี่ยวค่ะไม่เกี่ยว แฮ่ๆ) มีโชคลาภ เรื่องงานค่อนข้าง happy และรู้สึกว่างานที่ทำอยู่เหมาะกับตัวคุณแล้ว มีเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายสนับสนุนเป็นอย่างดี ทำให้คุณมีชื่อเสียงโดดเด่นกว่าเพื่อนในแวดวงเดียวกัน ดวงเดือนนี้อยู่ในเกณฑ์ดีค่ะอาจปวดหัวเรื่องที่อยู่อาศัย และอาจต้องซ่อมแซมบ้าน และอาจต้องเดินทาง ลำบากบ้าง แต่ปลอดภัยค่ะ สิ่งที่หวังจะได้แน่นอนแต่ต้องรออีกสักพัก เพราะตัวคุณทำตัวเรื่อยๆเฉื่อยๆ รอให้โอกาสลอยมาหา
ความรัก ชีวิตรักค่อนข้างเงียบเหงา คนโสดยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะปิ๊งใครใหม่ หรือระยะนี้ยังไม่ค่อยมีโอกาสจะเจอคนถูกใจ อาจมีถ่านไฟเก่าครุกรุ่นขึ้นมาในใจ แต่ไฟแรงยังไง ก็ยังไม่มั่นคงเหมือนเดิมค่ะ โอกาสที่จะยั่งยืนมีน้อย ส่วนคนที่มีคู่ครองแล้วอบอุ่นดีค่ะ

ราศีธนู Sagittarius
16 ธันวาคม – 15 มกราคม
เรื่องทั่วไป การเงิน การงาน คุณอาจเสียใจจากการที่จับได้ว่าโดนหลอก หรือทรยศจากคนใกล้ชิด จึงควรใส่ใจเรื่องสุขภาพให้มาก บรรยาศโดยรอบอาจสร้างความไม่สบายใจให้บ้าง ทางที่ดีควรปล่อยวางค่ะ แต่ข่าวดีคือ ดวงการงานรุ่งโรจน์มาก เพราะคุณมีความกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ งานที่ทำจึงประสบความสำเร็จได้ด้วยความขยันและฟันฝ่าจนถึงที่สุด และยังได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างด้วย ถึงจะได้ผลตอบแทนสูงจากการงาน แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ดี เงินฝืดๆ ตึงๆ พอสมควร ไม่ค่อยเหลือเก็บ
ความรัก ช่วงนี้คนโสดจะได้พบคนที่คลิก แต่ยังไม่มีโอกาสแสดงออก รักครั้งนี้อาจเป็นรักต้องห้าม เพราะเป็นรักซ้อนซ่อนรัก ส่วนคนที่มีคู่แล้ว ความรักมั่นคงดี เตรียม say yes! เวลาเค้ามาขอแต่งงานได้เลยค่ะ

ราศีมังกร Capricorn
16 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์
เรื่องทั่วไป การเงิน การงาน เริ่มมีความมั่นคงทางการเงิน สภาพคล่องดีไม่มีติดขัด บางคนอาจได้รับของมีค่า หรือทรัพย์สินแบบไม่คาดคิด การงานก็ค่อนข้างโดดเด่น อาจมีการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือเปลี่ยนตำแหน่ง ทำให้อาชีพการงานเจริญก้าวหน้า แต่อาจต้องซ่อมบ้าน คุณเริ่มรู้สึกว่าชีวิตมีอุปสรรคค่อนข้างมาก มีคู่แข่ง แต่จริงๆแล้ว ดวงชะตาโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดี สมหวัง เดินทางปลอดภัย
ความรัก คนโสดอาจได้รู้จักกับคนฐานะดีมีชาติตระกูล หรืออาจเป็นชาวต่างชาติก็ได้ หรือได้รับข่าวดีเรื่องความรัก แต่ดวงความรักทั่วๆไปมีเกณฑ์ขัดแย้งกันเล็กน้อยเพราะความรักพี่เสียดายน้องของคุณเองค่ะ คนมีครอบครัวแล้วมีเกณฑ์จะตั้งครรภ์ได้บุตร

Continue Reading

Comments (2)

ครีมหน้าเด้ง ทำเองก็ได้ด้วย!

ครีมหน้าเด้ง ทำเองก็ได้ด้วย!

Posted on 09 November 2005 by Vinegar Girl

สาวๆขา…อย่างที่บอกว่าคอนเซ็ป vinegar girl อยากให้สาวๆสนุกสนานกับแฟชั่น แต่เราไม่ได้สิ้นเปลืองเงินเยอะๆเพื่อที่ต้องวิ่งไล่ตามแฟชั่น จนไม่เป็นอันทำอะไรนะคะ เชื่อว่าสาวๆก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน ช่ายมั้ยหล่ะคะ!! วันนี้เลยนำเคล็ดลับของตัวเอง มาทำเป็นเคล็ดไม่ลับให้สาวๆ ลองทำกันดูนะคะ ช่วงนี้อากาศเริ่มจะเข้าหน้าหนาวแล้ว สาวๆคงมีปัญหาเรื่องผิวหน้าแห้ง แตกเป็นขุยกันบ้าง เลยของัดสูตรเด็ดของตัวเองมาให้สาวๆมีผิวสวยใสรับหน้าหนาวกัน และเอาใจสาวๆที่ต้องเผชิญหน้าหนาวแบบหนาวจริงๆ อย่างเช่นสาวไทยในเกาหลี ญี่ปุ่น ไรงี้อ่ะค่ะ อิอิ ^_^

vitamin E

ครีมหน้าเด้ง สูตรวิตามินอี

ครีมหน้าเด้งสูตรนี้มีง่ายและประหยัดมั่กๆ สาวๆ ที่ทานวิตามินอี (Vitamin E) แบบที่เป็นวิตามินอีเหลวบรรจุในแคปซูลกันอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลยค่ะ ส่วนสาวๆที่อยากลองทำสูตรนี้แต่ปกติไม่ได้ทานวิตามินอี ลองๆ ไปดูตาม watson หรือร้านขายยาแล้วลองเช็คราคาดูค่ะ ถ้าคิดว่าไม่แพงมากนัก แล้วใช้ได้ ทั้งกินทั้งทาในหลอดเดียวกัน เอ้ย! ในกระปุกเดียวกัน <--- สโลแกนคุ้นๆป่าว เหอๆ นอกเรื่องอีกแล้น... - - ! ถ้าสาวๆคิดว่าน่าจะคุ้มก็ลองซื้อกันดูค่ะ เพราะใช้กินแล้วหน้าเด้งในกระปุกเดียวกัน ส่วนยี่ห้ออะไรอันนี้แล้วแต่ความชอบของสาวๆเลยนะคะ แต่ตัวเองใช้ยี่ห้อ Blackmores ค่ะ

ครีมหน้าเด้ง สูตรทำเองอันนี้วิธีทำก็ง่ายๆค่ะ เพียงแค่นำวิตามินอีเหลวในแคปซูล มาเจาะรูด้วยเข็มสะอาด หรือใช้กรรไกรตัดก็ได้ค่ะ แล้วบีบเอาวิตามินมา 2-3 หยด ผสมกับมอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) ที่สาวๆใช้เป็นประจำอยู่แล้วนะคะ ใช้ฝ่ามือให้เหมือนจานสีแล้วก็ผสมให้เข้ากันเลยค่ะ จากนั้นก็นำครีมหน้าเด้งของเราทาบนผิวหน้าได้เลยค่ะ แนะนำว่าเพื่อคงคุณภาพที่ดีของวิตามินอี ให้ผสมสำหรับใช้ 1 ครั้งเท่านั้นค่ะ ไม่ควรผสมเก็บไว้นะคะ ถ้าเหลือวิตามินอีในแคปซูล แล้วไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ก็เอามาผสมกับครีมบำรุงผิวกายแล้ว ทาถูๆ ได้ทุกส่วนของร่างกายเลยค่ะ โดยเฉพาะจุดแห้งกร้าน รับรองผิวนุ่มเห็นผลทันใจเลยค่ะ หรือถ้ายังเหลืออีกก็นำไปหมักผมได้ด้วยนะคะสาวๆ โห…สารพัดประโยชน์มั้ยจริงๆ! สวยเด้ง เช้งวับกันตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยค่ะ.^_^

ครีมหน้าเด้งสูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิวนะคะ แนะนำค่ะว่า ควรทำเป็นไนท์ครีม(night cream) มากกว่าทาตอนเช้านะคะ เพราะถ้าทาตอนเช้าแล้วออกไปเจออากาศร้อนๆในตอนกลางวัน อาจทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะได้ค่ะ เดี๋ยวหน้าจะมันเยิ้ม ส่วนสาวคนไหนผิวแพ้ง่าย หรือกลัวว่าครีมที่ใช้อยู่จะทำปฏิกริยาอะไรกับวิตามินอีรึเปล่า ลองทาที่ท้องแขนแล้วทิ้งไว้ 24 ชม. ก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อความชัวร์ว่าไม่แพ้ ไม่ทำให้เกิดสิว แต่ส่วนตัวก็ mix กับครีมที่มีส่วนผสมหลายๆอย่าง รวมทั้งวิตามินซีด้วยแต่ก็ไม่แพ้นะคะ (ชนะตลอดเยย เพราะหน้าถึกก็งี้ 55555) แต่ทดสอบกันก่อนก็ดีค่ะ เพราะอย่าลืมว่าสาวๆมีสภาพผิวหน้าที่ต่างกันนะคะ ถ้าไปลองทำกันดูแล้วถูกใจรึเปล่า หน้าเด้งหรือไม่ยังไง ลองบอกกันบ้างนะคะ ^_^

Blog Thai, ไทยบล็อก, moisturizer, vitamin E, ครีม, วิตามินอี, ไนท์ครีม, ผิวแห้ง, ครีมหน้าเด้งสูตรทำเอง

Comments (6)

สูตรพอกหน้าง่ายๆหาได้จากในครัว!

สูตรพอกหน้าง่ายๆหาได้จากในครัว!

Posted on 08 November 2005 by Vinegar Girl

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะคะ ไม่ได้ up เวปหลายวันเลย เนื่องจากเป็นวันหยุด computer ที่บ้านเริ่มเหนื่อยเลยขอลาพักร้อน (เอ… หรือพักฝนคะเนี่ย เพราะฝนตกเลยไม่ค่อยร้อน แฮ่ๆ) เปิดไม่ติดซะงั้น! แต่ตอนนี้ปฏิบัติการได้ตามปกติแล้วเจ้าค่า…..

สาวเปรี้ยวอย่างเราๆเนี่ย นอกจากสวยเปรี้ยวแล้วยังฉลาดใช้ (ตังค์) ด้วยถูกมั้ยคะ! วันนี้เลยขอเสนอเมนูเพื่อสุขภาพผิวสวยๆ แบบไม่ต้องลงทุนมาก ไม่เปลือง และไม่มีระคายเคืองด้วยค่ะ หาได้ง่ายๆจากตู้เย็นที่บ้านเลยนะคะ รับรองว่ามาส์คหรือสูตรพอกหน้าที่นำมาฝากต้องถูกใจสาวๆที่ไม่ค่อยมีเวลาแน่นอนค่ะ (หรือถูกใจสาวที่มีเวลาแต่ขี้เกียจแบบ vinegar girl เนี่ยหล่ะค่ะ อิอิ)

tomato mask - oily skin

สูตรพอกหน้าสำหรับผิวมัน

สาวๆผิวมันทั้งหลาย รีบไปหามะเขือเทศในตู้เย็นด่วนเลยค่ะ ใช้มะเขือเทศสุก 1 ลูก มาบดหรือสับให้ละเอียดนะคะ แล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ แล้วกระชับรูขุมขนด้วยน้ำเย็นอีก 1 ครั้งค่ะ สูตรนี้ควรทำอาทิตย์ละครั้ง จะช่วยลดความมันบนใบหน้าลงได้ค่ะ นอกจากนี้ตอนที่พอกหน้าก่อนจะล้างออก ลองขัดหน้าเบาๆด้วยเนื้อมะเขือเทศตรงช่วงจมูก วิตามินซีและกรดผลไม้ (AHA)ในมะเขือเทศจะช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปด้วยค่ะ และช่วยทำให้สิวเสี้ยนลดน้อยลงค่ะ นอกจากนี้วิตามินต่างๆในมะเขือเทศยังช่วยบำรุงผิวได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

yogurt mask - normal skin

สูตรพอกหน้าสำหรับผิวธรรมดา

สำหรับสาวๆที่ผิวสมบูรณ์แบบคือผิวธรรมดา มีวิธีบำรุงผิวจากธรรมชาติง่ายๆค่ะ คือ โยเกิร์ต และ น้ำผึ้ง ใช้โยเกิร์ตรสจืดหรือรสธรรมดา (ยี่ห้อไหนก็ได้นะคะ) 1/4 ถ้วย ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วทาให้ทั่วใบหน้า (หรือจะมาส์คมาที่ลำคอด้วยก็ได้นะคะ) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีค่ะ หรือทิ้งไว้จนรู้สึกหน้าตึงๆ จากส่วนผสมที่ทาไว้แห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้ผิวหน้าของสาวๆจะได้รับการบำรุงจากคุณค่าของน้ำนม และน้ำผึ้งที่ช่วยกระชับรูขุมขน จริงๆแล้วสูตรนี้ใช้ได้กับสาวทุกผิวเลยนะคะ vinegar girl ชอบสูตรนี้เหมือนกันค่ะถึงผิวตัวเองจะมัน แต่ก็ใช้โยเกิร์ตมาส์คหน้าเป็นประจำค่ะ ใช้แล้วผิวหน้านุ่มขึ้นทันทีเลยละค่ะ

banana mask - dry skin

สูตรพอกหน้าสำหรับผิวแห้ง

สาวผิวแห้งต้องมีกล้วยหอมติดตู้เย็นแล้วหล่ะค่ะ เพราะกล้วยหอมเป็นมาส์คแสนดีกับสาวผิวแห้ง ให้สาวๆนำกล้วยหอมสุก 1/2 ลูกมาบด แล้วผสมกันน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน หรือสาวๆที่ชอบความรวดเร็วก็ใช้ปั่นในเครื่องปั่นเลยก็ได้ค่ะ พอได้ส่วนผสมแล้วก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น มาส์คกล้วย + น้ำผึ้งนี้จะช่วยให้ผิวแห้งกลับมานุ่ม…และตึงสวยค่ะ ^_^

Thai Blog, บล็อกไทย, mask, สูตรพอกหน้า, สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ

Comments (5)

Biotherm Makeup Base Review

Biotherm Makeup Base Review

Posted on 05 November 2005 by Vinegar Girl

เปิดตัวกันไปแล้วนะคะ สำหรับ ELLE Fashion Week 2005 งานนี้เค้าเริ่ม 1 – 6 พฤศจิกายน 2548 ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า (Central World) คงมีดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ๆ มาโชว์กันไม่น้อย กับ 6 วัน 20 โชว์ เมื่อวาน (ศุกร์ที่ 4 ต.ค.)แอบชะแว้บไปดูนิดหน่อย พอดีทันโชว์ของ Senada เวลาในตารางที่เริ่มโชว์เป็น 21.00 น. แต่กว่าจะเริ่มจริงก็ 4 ทุ่มค่ะ คอลเลคชั่นนี้มีกางเกง และกระโปรงทรงบอลลูนให้เห็นเต็มรันเวย์ แต่ดูยังไม่ทันจบท้องมันร้องอยากกินไอติมฮาเก้นดาสHaagen-Dazs เลยขอชิ่งก่อนค่ะ แอบกระซิบว่าใครยังไม่ได้ลอง “ฮาเก้น-ดาส เทปันยากิ” ต้องไปลองดูนะคะ ไปกันหลายๆคนจะได้มีคนช่วยแย่ง ทั้งแย่งกันทาน แล้วแย่งกันจ่ายด้วย(รึเปล่า?!?!) … อิอิอิ สาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนที่จะพาหวานใจไปนั่งป้อนไอติม แนะนำเป็นศุกร์ เสาร์ 3 ทุ่ม – 5 ทุ่ม ที่สาขามณียาเซ็นเตอร์นะคะ เพราะจะได้นั่งทานไอติมหวานนุ่ม เคล้าเสียงเพลงโรแมนติก ด้วยเสียงกีต้าร์อคูสติคและเสียงนักร้องหนุ่มนุ่มๆที่เล่นสด พาให้บรรยากาศหวานฉ่ำแข่งกับรสชาติไอศครีมเลยค่ะ
ถ้าสาวคอแฟชั่นคนไหนสนใจ ELLE Fashion Week 2005 เสาร์ อาทิตย์นี้โชว์เริ่มกันตั้งแต่บ่ายโมง ถึงเย็นเลยค่ะ สามารถไปลงทะเบียนขอบัตรได้หน้างานค่ะ (ไปลงทะเบียนก่อน โชว์ซักครึ่งชั่วโมงนะคะ ^_^ )

มาเข้าเรื่อง Review กันต่อนะคะ

Biotherm White Detox Makeup Base

White Detox Makeup Base by BIOTHERM ( ให้ลองไปดู Biotherm Singapore กันค่ะ เพราะดูแล้วใกล้กับของไทยมากกว่า USA ค่ะ ^_^ )

ราคา 1,350 บาท
ขนาด 30 ML

Review : White Detox Maekup base เป็นเมคอัพเบสที่ใช้ตัวแรกในชีวิต อุ้ย! ฟังดูน่าตื่นเต้นเร้าจาย ยังไงๆอ่ะป่าวคะ อิอิ ก็แหม…ตอนนั้น (ผิวหน้า) ยัง virgin อยู่เลยนี่คะ คิกๆๆๆ เอ่อ…..ก่อนที่จะทำให้สาวๆคิดลึ้กกกกกมากไปกว่านี้ เข้าเรื่องต่อดีกว่าค่ะ แฮ่ๆ เมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อนนี้พวก makeup base ยังไม่ค่อยเยอะค่ะ ด้วย brand แบรนด์เครื่องสำอางที่มาเปิดในไทยที่มีน้อยกว่าตอนนี้ เลยไม่ค่อยมีให้เลือกมากนักค่ะ แล้ว White Detox Makeup base เนี่ยถือเป็นอะไรที่ครบสูตรที่สุด ณ ตอนนั้น (ถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าตัวนี้ครบสูตรและยังชอบอยู่นะคะ) ที่ว่าครบสูตรเนี่ยก็เพราะว่า White Detox เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแบผิวแบบ 3 ขั้นตอนคือ ยับยั้งจุดด่างดำ ปกป้องผิวจากรังสียูวี และขจัดสารพิษออกจากผิว บวกกับ เป็น makeup base ช่วยปรับสีผิวให้สว่างสดใส โอ้วววว!! พระเจ้าจอร์จมันทอด เอ้ย! มันยอดมากกกค่ะ!!!

เนื้อครีมไม่มัน ค่อนข้างเป็นเนื้อแมท (matt) นุ่มลื่นเลยทำให้เกลี่ยง่ายมากเลยค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบธรรมชาติถูกใจค่ะ แล้วเนื้อครีมละเอียดเนียนไปกับผิว เลยไม่ทำให้เป็นรอยตามรูขุมขน ไม่เป็นคราบขาว ไม่ทำให้ผิวหน้ามันด้วยค่ะ สีแรกที่ซื้อใช้คือสีขาว ซึ่งให้ผิวดูขาวขึ้นเลย แต่ต้องใช้น้อยๆนะคะไม่งั้นหน้าวอกเกินไป สีขาวเนี่ยเหมาะกับเวลาหน้าโทรมจัดๆ เคยไปเที่ยวแล้วนอนไม่พอระหว่างเดินทางตอนกลางคืน พอถึงที่เที่ยวตอนเช้าต้องออกไปเที่ยว แต่หน้าโทรมยังกะผี ใช้ตัวนี้หน้าปิ๊งขึ้นมาทันตาเห็นเลยค่ะ ถ่ายรูปออกมาหน้า bright มั่กๆ แล้วดีที่มีกันแดด สาวๆก็สามารถเติมระหว่างวันเหมือนทาครีมกันแดดได้เลยค่ะ (แต่ต้องซับมันก่อนนะคะไม่งั้นจะไม่เนียนค่ะ) White Detox Makeup Base มี SPF 25 / PA++ ค่ะ สาวคนไหนอยากได้ผิวขาว กระจ่างใสแบบฉับไว ใช้สีขาวเลยค่ะ ( สีขาวเนี่ยเนื้อจะค่อนข้างแมทกว่าสีอื่นๆค่ะ )
สีชมพูอมทองจะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดี ดูสดใสเปล่งประกาย สีม่วงก็ช่วยปรับผิวหน้าให้ดูสว่างขึ้นมาได้เลยเหมือนกันค่ะ สีม่วงนี้ก็ช่วยทำให้ดูผิวขาวขึ้นนิดนึง ไม่ถึงขนาดสีขาว อันนี้เลยไม่ต้องกลัวหน้าวอก ขาวเวอร์ค่ะ และเค้าก็มีอีกสีคือ สีเขียวแต่สีนี้ไม่เคยใช้นะคะ เพราะปกติหน้าไม่มีรอยแดงให้ปกปิดมีแต่ความดำสม่ำเสมอค่ะ 5555

Rate : ข้อละ 2 คะแนน เต็ม 10 คะแนนค่ะ
เนื้อครีมเกลี่ยง่าย : 2
ใช้แล้วหน้าไม่มัน : 1.5
ช่วยทำให้หน้าสว่างใสขึ้น : 2
ไม่ทิ้งคราบขาว : 2
ความคุ้มค่ากับราคา : 1.5
คะแนนรวม 9/10 คะแนน

บล็อกไทย, Thai Blog, Makeup Base Review, Biotherm, วิจารณ์เมคอัพเบส, เครื่องสำอางไบโอเธิร์ม, White Detox Makeup Base

Comments (2)

Review M.A.C Makeup Base

Review M.A.C Makeup Base

Posted on 04 November 2005 by Vinegar Girl

สาวๆคงรู้จัก หรือเคยได้ยิน เวป ebay แหล่งประมูลของต่างๆจากทั่วโลกที่ดังที่สุดกันบ้างนะคะ แล้วที่ ebay เนี่ยมักมีของแปลกๆมาประมูลเสมอ ล่าสุดก็มี “บ้านพร้อมเจ้าสาว” !!! ค่ะสาวๆขา……เค้าประกาศขายบ้าน แถมเจ้าสาววัย 48 ปี (แต่ยังสวย และดูเอ๊าะอยู่นะคะ) ว้าวววววววววววววว!!! มุขนี้จะขอเก็บไว้ใช้ตอนใกล้จะเข้าไปอาศัยคานทองนิเวศน์ละกันนะคะ..ฮิฮิฮิ เข้าไปชมบ้านและเจ้าสาวได้ที่ housewithbride กันเลยค่ะ

เรามาเข้าเรื่อง review กันต่อนะคะ วันนี้งัดเมคอัพเบส (makeup base) ทุกยี่ห้อที่เคยใช้มารีวิวกันเลยค่ะ

MAC Strobe Cream

Strobe Cream by M.A.C
Strobe Cream Hydratant Lumineux M.A.C
ราคา 1,200 บาท
ขนาด 50 ML / 1.7 US FL OZ

Review : เคยอ่าน Magazine เมืองนอกเจอว่า Strobe Cream ของ M.A.C เป็นที่นิยมมากในหมู่ Celebs หรือ ดารา ช่างแต่งหน้าใน Hollywood ประสาคนช่างลองจึงรีบแจ้นไปซื้อมาใช้ดูมั่งค่ะ เพราะเป็นสาวก M.A.C อยู่แล้วค่ะ
กลิ่นอาจจะแปลกๆสำหรับบางคนหน่อยนะคะ ไม่ได้เหม็นนะคะ แค่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวแบบกลิ่นเครื่องสำอางอ่ะค่ะ บรรยายลำบาก แฮ่ๆ เรื่องกลิ่นไม่ค่อยเป็นปัจจัยหลัก แต่ความที่เนื้อครีมนุ่มละเอียดมาก เกลี่ยง่ายสุดๆ เนียนไปกับผิวแบบที่ไม่ต้องมาคอยเช็คคราบว่าเป็นปื้ดๆอ่ะป่าว เหมาะกับสาวเร่งรีบ (หรือขี้เกียจแบบเราจริงๆ) เนื้อครีมมีความมันเล็กน้อย ไม่ใช่เนื้อแมท (matt) นะคะ แต่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะไม่ได้ทำให้ผิวหน้ามันมาก
บีบมาปี๊ดแรกนี่เห็นถึงความแวววาวของเนื้อครีมเลยค่ะ เนื้อเป็นมุกสีขาวอมชมพูนิ้ดๆ เรียกว่ามึความ แวววาวสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ makeup base ยี่ห้ออื่นๆนะคะ Strobe Cream ของ M.A.C ตัวนี้ไม่ได้ทำให้หน้าขาวขึ้นมาอีกระดับชัดเจน เหมือนกับ makeup base สีชมพู หรือ ม่วง ของยี่ห้ออื่นนะคะ แต่ให้ผิวสว่างใสขึ้นค่ะ จุดเด่น คือทำให้หน้าดูใสปิ๊งแต่ทาแล้วไม่ได้ทำให้หน้าแวววาววเว่อร์นะคะ คือประกายชิมเมอร์ (shimmer) ที่สุดแสนละเอียดจนมองไม่เห็นเนี่ย จะทำให้หน้าตาดูเด้งสว่างใสขึ้นมาทันที เหมาะกับใช้เป็น highlight นะคะ ใช้เน้นช่วงโหนกแก้ม หน้าผาก เพราะ shimmer จะเล่นแสงทำให้ดูสวยเด่นขึ้นมาค่ะ ตัวเองจะใช้บ่อยเวลาหน้าตาโทรมๆ หรือเวลาที่ต้องไปงานกลางคือ อันนี้แจ้งเกิดค่ะ confirm!!
แนะนำว่า ไม่ควรทามากจนเกินไป อย่างที่บอกค่ะว่าเนื้อครีมไม่ได้ทำให้หน้ามันมาก แต่ทำให้ดูมันวาว แล้วอาจทำให้หน้าดูวาวจนเกินไปในเวลากลาววัน เดี๋ยวเป็นคุณน้องหน้ามันนะคะ..อิอิ แต่บางคนกลับชอบในส่วนนี้ อย่างเคยอ่านเจอเชอร์รี่ (เข็มอัปสร สิริสุขะ) ก็ชอบทาตัวนี้ทั้งหน้าแบบไม่ลงแป้งทับเพราะทำให้หน้าดูมันวาวดีทำนองนี้อ่ะค่ะ ตัวเองเป็นคนหน้าค่อนข้างมัน พอเวลากลางวันอาจต้องซับหน้าบ้างค่ะ เนื้อครีม + น้ำมัน + แป้งเนี่ย ไม่ทำให้ดูเป็นคราบนะคะสำหรับ Strobe Cream ตัวนี้ไม่ได้ผสมสารกันแดดนะคะ
สรุปว่าดูจากหลายๆคน และเคยเห็น review ของ magazine ต่างประเทศ ก็ให้ผลตอบรับที่ดีกับ strobe cream ตัวนี้ค่ะ เพราะใช้แล้วหน้าใสจริงๆค่ะ และด้วยความที่เกลี่ยง่ายมาก บีบมานิดหน่อยก็ใช้ได้ทั้งหน้าแล้วนะคะ ทำให้ใช้ได้นานมากกกกกกกๆ อย่างที่มีอยู่ซื้อมาเป็นปีแล้วค่ะ (ตั้งแต่ราคายังไม่ถึง 1,200 บาทในปัจจุบัน เลยค่ะ) ตอนนี้ก็ยังไม่หมดเลยค่ะ (แต่ที่ให้คะแนนไม่มาก เพราะตอนนี้ makeup base ในตลาดมีให้สาวๆเลือกกันไม่ถูกเลยหน่ะสิคะ และมี options อื่นๆ อย่างมีสารกันแดดด้วย เลยต้องให้แบบเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆค่ะ)
Rate : ข้อละ 2 คะแนน เต็ม 10 คะแนนค่ะ
เนื้อครีมเกลี่ยง่าย : 2
ใช้แล้วหน้าไม่มัน : 1
ช่วยทำให้หน้าสว่างใสขึ้น : 2
ไม่ทิ้งคราบขาว : 2
ความคุ้มค่ากับราคา : 1
คะแนนรวม 8/10 คะแนน

บล็อกไทย, Thai Blog, Makeup Base Review, M.A.C, วิจารณ์เมคอัพเบส, เครื่องสำอางแมค, Strobe Cream

Comments (3)

เคล็ดลับหน้าใสๆ เพราะใช้ Makeup Base

เคล็ดลับหน้าใสๆ เพราะใช้ Makeup Base

Posted on 03 November 2005 by Vinegar Girl

เริ่มต้นเดือนใหม่กันด้วยเรื่องหน้าๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก หน้าตา หรือ หน้าต่าง! เกี่ยวมั้ยเนี่ย!! – -” เก๊าะดวงตา คือหน้าต่างของหัวจายย งัยหล่ะค่ะ กริ๊ววววววว!! แหวะ!! <— ว้าย! ครายมายืนท้องร้องอยู่แถวนี้คะเนี่ย~!! วันนี้เราจะมารีวิว (review) makeup base กันค่ะ สาวๆที่ยัง งงๆ อยู่ว่าเจ้า makeup base มันคืออารายย
เมคอัพเบส หรือ อีกชื่อว่า color base primer หรือ corrective base ก็คือครีมปรับสภาพผิวที่มีเม็ดสีช่วยในเรื่องการหักเหของแสง เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยแดงจากเส้นเลือด หรือช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสแลดูมีสุขภาพดีขึ้นสำหรับสาวที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือสีผิวบนใบหน้า หรืออย่างบางทีเวลาตัวเองกลับจากเที่ยวทะเล หรือเวลาเครียดจนหน้าตาหมองคล้ำเหมือนโดนของเนี่ย เมคอัพเบสจะช่วยทำให้หน้าดูสว่างขึ้นได้ค่ะ ใช้ทาก่อนแต่งหน้า หรือทาก่อนรองพื้นก็ได้ค่ะ
เอ…สาวๆบางคนคงสงสัยว่าเมคอัพเบส (makeup base) ต่างกับรองพื้นยังไง?ช่ายมั้ยหล่ะคะ สำหรับเมคอัพเบส (makeup base) เนี่ยส่วนใหญ่จะมาในรูปของครีมที่มีสีต่างๆ เพื่อปรับสภาพสีผิวที่เป็นปัญหาบนใบหน้าเหมือนที่บอกไปนะคะ makeup base จะมีหลายสี แล้วแต่ละสีก็ใช้แก้ไขต่างกัน เช่น
สีเขียว : เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องรอยแดงจากเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า รอยจ้ำแดง หรือรอยแดงจากสิว
สีชมพู – สีม่วง : ช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอของส่วนที่หมองคล้ำบนใบหน้า ช่วยทำให้หน้าดูสว่างขึ้น เหมาะกับสาวผิวขาว ถึงผิวสองสี
สีส้ม : ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความหมองคล้ำ ทำให้หน้าสว่างขึ้นค่ะ เหมาะกับสาวผิวคล้ำหน่อย
สีขาว : ช่วยปรับให้สีผิวผ่องใส เรียบเนียน
แต่รองพื้นจะให้คุณสมบัติในการปกปิดริ้วรอย หลุม หรือ ร่องได้ดีกว่าสำหรับสาวที่มีปัญหาเรื่องผิวเป็นริ้วรอยไม่ว่าจากสิวหรือจากวัย และรองพื้นจะทำออกมาในโทนสีผิวเพื่อให้ใกล้เคียงกับสีผิวจริงๆของสาวๆค่ะ เดี๋ยวนี้รองพื้นแบบบางเบามีเยอะนะคะ เอาไว้จะ review ให้ดูกันอีกทีนะคะ
สรุปว่า สำหรับสาวๆที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผิวไม่เรียบเนียบเป็นรอยแผลเป็นจากสิวเนี่ย ใช้ makeup base อย่างเดียวก็จะให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ (natural look) เหมือนไม่ค่อยแต่งหน้า ส่วนสาวไหนที่ต้องการการปกปิดมากหน่อยก็ใช้เมคอัพเบสก่อนลงรองพื้น ก็จะช่วยเรื่องสีผิว และริ้วรอยได้พร้อมๆกันค่ะ
บอกแล้วค่ะว่า vinegar girl เนี่ยชอบจริ๊งจริงงง อะไรที่ทำให้ดูดีได้ในเวลาอันรวดเร็วเนี่ยตรงคอนเซ็ปค่ะ ปกติเคยใช้ของหลายยี่ห้อ เริ่มจากยี่ห้อ ETUDE ก่อนละกันนะคะ
ETUDE- Mat Finish Base

MAT FINISH BASE by ETUDE for Normal & Combination Skin – สำหรับผิวธรรมดา ถึง ผิวผสม
ราคา : 795 บาท ( ซื้อล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 48 นะคะ )
ขนาด : 40ml / 1.41 FL.OZ.

review : เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตัวที่ซื้อมาใช้เป็นสีม่วงนะคะเนื่องจากตัวนี้เหมาะสำหรับผิวธรรมดา – ผิวผสม เนื้อครีมค่อนข้างละเอียด เพราะถึงจะเป็นเนื้อด้าน (mat) แต่ก็เกลี่ยง่าย ( ต้องเกลี่ยดีๆหน่อย ไม่งั้นมันจะเป็นคราบตามร่องจมูก หรือตามไรผมนะคะ ) พอทาปุ๊บ หน้าจะสว่างขึ้นมาทันที คือสีของเนื้อครีมจะปรับให้สีผิวดูขาวสว่างขึ้นประมาณ 1 เฉด แต่ไม่ได้ถึงขนาดดูหน้าลอยขึ้นมานะคะ ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว ลองดูทั้งวันหน้าก็ยังดูสว่างอยู่ และเนื้อครีมไม่ทำให้หน้ามันด้วย เลยทำให้แต่งหน้าติดทนนานขึ้นค่ะ สำหรับคนที่หน้าไม่มันมาก จะถือว่า Mat Finish Base ของ Etude ตัวนี้ใช้ได้ดี และราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับ makeup base ยี่ห้ออื่นๆนะคะ คุ้มค่าแน่ๆค่ะ
ตัวเองเป็นคนหน้ามันง่ายตรงทีโซน (t-zone) จึงต้องซับก่อนแล้วค่อยเติมแป้ง ไม่งั้นบางทีเนื้อแป้ง + น้ำมัน + เนื้อครีมบนผิวหน้า อาจทำให้เกิดรอยคราบขาวๆ ขึ้นได้ค่ะ
ข้อควรระวัง คือ ไม่ควรใช้เยอะนะคะ ปั๊มซัก 2 ครั้งแล้วค่อยๆเกลี่ยดูก่อน น่าจะทั่วทั้งหน้าแล้วนะคะ ไม่ต้องกลัวไม่ขาว ไม่เด้งค่ะ เพราะมากเกินไปก็อาจทำให้มีคราบขาวเมื่อเวลาพักเที่ยง หรือหน้าตาขาววอกเป็นผีญี่ปุ่นได้ค่ะ
จากหลายๆ ความคิดเห็น เท่าที่สอบถามจากคนรอบๆข้างที่ได้ใช้ Mat Finish Base ของ Etude ตัวนี้นะคะผลออกมาว่า สาวๆพอใจกันค่อนข้างมาก ไม่เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือเกิดสิวแต่อย่างใด (แต่ตัวเอง และสาวๆรอบข้างนี่อาการหน้าด้าน เอ้ย! หน้าสามารถทนทานกับผลิตภัณฑ์ได้ค่อนข้างมากค่ะ) ทางที่ดีสาวๆที่แพ้ง่ายควรไปที่เคาน์เตอร์ Etude แล้วขอทดสอบกับท้องแขน ทิ้งไว้ซัก 1 คืน ถ้าไม่แดง ไม่คันก็น่าจะโอเคแล้วค่ะ และที่สำคัญใช้ตัวนี้ไม่ทำให้หน้ามันแน่นอนค่ะ ผิวดูใสและสว่างขึ้นด้วย และทุกคนค่อนข้างพึงพอใจกับราคา เพราะขวดนึงก็ใช้ได้นานนะคะ เสียอย่างเดียวที่เนื้อครีมตัวนี้ไม่ได้ผสมสารกันแดด ไม่งั้นขวดเดียวอยู่จริงๆค่ะ (ไว้เดี๋ยวมี makeup base แบบที่มีสารกันแดดมา review ให้ดูกันนะคะ)
Rate : ข้อละ 2 คะแนน เต็ม 10 คะแนน นะคะ
เนื้อครีมเกลี่ยง่าย : 1
ใช้แล้วหน้าไม่มัน : 2
ช่วยทำให้หน้าสว่างขึ้น : 2
ไม่ทิ้งคราบขาว : 1
ความคุ้มค่ากับราคา : 2
คะแนนรวม 8/10 คะแนน

บล็อกไทย, Thai Blog, Makeup Base Review, Etude, วิจารณ์เมคอัพเบส

Comments (26)

มาเนรมิตหน้าอกสวยดังใจ แบบไม่ศัลยกรรม!

มาเนรมิตหน้าอกสวยดังใจ แบบไม่ศัลยกรรม!

Posted on 01 November 2005 by Vinegar Girl

สาวๆทั้งหลายที่ได้ชื่อเล่นที่เพื่อนตั้งให้(แบบไม่เต็มใจ) เช่น น้องจอแบน น้องไข่ดาว หรือสาวฝาขนมครก ฯลฯ โถ…..อย่าน้อยอกน้อยใจกันไปเลยนะคะ (เรายิ่งมีน้อยๆอยู่..อิอิอิ) สาวๆขา…วันนี้ vinegar girl ขอเสนอวิธีทำอกตู้มมมม ไม่ต้องตบ ไม่ต้องนวด หรือทาถูๆ ด้วยครีมนมเด้งอะไรทั้งสิ้นค่ะ การเลือกเสื้อผ้าก็สามารถทำให้อกตู้มแบบทันตาเห็นได้นะคะสาวๆ เอ้าถ้าใครยังไม่รู้ว่าควรเลือกเสื้อผ้ายังงัยให้สาวจอแบนอย่างเรา เป็นสาวอกตู้มละก็ไปอ่านกันเลยค่ะ

เสื้อยืด ( T-Shirts )

asymmetrical necklines
  • ควรเลือกคอเสื้อแบบที่เป็นคอสูง หรือว่าเสื้อคอทแยง (ในภาพ) จะช่วยทำให้ดูไหล่กว้างขึ้น ที่ใส่แล้วเกิดคือเสื้อคอเต่าค่ะ เพราะมันช่วยเน้นช่วงหน้าอกให้ดูเต็มขึ้นได้ค่ะ ถ้าจะช้อปเสื้อยืดตัวใหม่ก็หาแบบที่เป็นเสื้อยืดพิมพ์ลายใหญ่ๆช่วงหน้าอกก็ทำให้ดูอกหย่ายยขึ้นได้ค่ะ
  • ถ้าสาวที่หน้าอกเล็กแต่มีลำแขนเรียวงามแล้ว ควรเลือกเสื้อยืดแบบไม่มีแขนนะคะ เพื่อดึงความสนใจไปยังแขนเล็กเรียวของเราแทน
  • ควรหลีกเลี่ยง เสื้อคว้านคอลึก หรือเสื้อคอวีที่ลึกๆ (deep v-neck) เพราะถ้ายิ่งเป็นสาวผอมบางเนี่ย จะไปเน้นช่วงหน้าอกที่ไม่ค่อยมีเนินเนื้อซักเท่าไหร่ ดูไม่งามสำหรับคนที่เห็นกระดูกตรงช่วงหน้าอกชัดเจนนะคะ
  • เสื้อและเสื้อเชิร์ต ( Blouses & Shirts)

    Ruffle-Smocking Tops
  • สาวอกไข่ดาวจะดูดีในเสื้อคอวีแคบๆ (narrow v-necks) และทำให้ดูอกตู้มๆยิ่งขึ้นกับเสื้อแบบที่มีกระเป๋า จับจีบ มีระบาย หรือจับสม็อค (smocking) ช่วงหน้าอก
  • ควรหลีกเลี่ยง เสื้อโครงใหญ่ หรือเสื้อพองๆใหญ่ๆ ที่สาวจอแบนใส่แล้วไม่เต็มนะคะ
  • เสื้อแจ็คเก็ต ( Jacket )

    military + wide lapels jacket
  • เลือกแจ็คเก็ตตัวสั้นเข้ารูป หรือแบบที่มีเข็มขัดในตัว ไม่ว่าแจ็คเก็ตที่มีแนวกระดุม 2 แถวแบบทหาร หรือแบบที่มีกระเป๋าหรือจับจีบช่วงหน้าอก เลือกแบบที่คอกว้าง หรือปกกว้าง
  • ควรหลีกเลี่ยงแจ็คเก็ตที่ช่วงไหล่ต่ำ หรือเสื้อแจ็คเก็ตที่มีส่วนต่อช่วงไหล่และแขนเสื้อกว้าง หรือเสื้อที่เข้ารูปมากๆในช่วงอกนำข้อมูลบางส่วนมาจาก ivillage นะคะ และเพื่อนๆสามารถเข้าไปอ่านแบบเต็มๆได้ ที่นี่ ค่ะ ^_^ มีทั้งการแต่งตัวให้สวยทั้งสาวจอแบนและสาวอกตู้มเลยนะคะ แต่ข้อวสังเกตง่ายๆคือ อะไรที่สาวจอแบนควรใส่ สาวอกตู้มควรเลี่ยงค่ะไม่งั้นมันจะทำให้ดูตัวตันๆกันไปหย่าย สิ่งที่สาวอกตู้มควรใส่คือสิ่งที่สาวจอแบนควรเลี่ยง งงมั้ยคะเนี่ย! 555 แล้วเทคนิคพวกนี้ก็ประยุกต์ได้กับทุกชุด รวมไปถึงชุดว่ายน้ำด้วยค่ะ

    บล็อคไทย, Thai Blog, หน้าอกเล็ก, วิธีแต่งตัวสำหรับสาวหน้าอกเล็ก, การแต่งตัวแก้ไขรูปร่าง

Comments (1)