Archive | November, 2005

เคล็ดลับแพ็คกระเป๋า แบบเบาๆในวันเดินทาง!

เคล็ดลับแพ็คกระเป๋า แบบเบาๆในวันเดินทาง!

Posted on 30 November 2005 by Vinegar Girl

เมื่อเข้าหน้าหนาว ยาวไปจนถึงร้อนหน้า ก็เป็นเวลาของการเที่ยว!! เย้ๆๆ ^_^ งั้นก็ขอสวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอลาไปเที่ยวซะเลยนะคะ! อูยยยยยยยย…ยังไปไม่ได้หรอกค่ะ! เก๊าะแหมม..ยังไม่ทันบอกเคล็ดลับสาวๆในการจัดกระเป๋าเดินทางกันเลยนี่คะ…คิกๆ

my trip photos

เรื่องเที่ยวนี่โม้ยาวได้เป็นวันๆค่ะ ชอบม้ากกกกก~มากที่สุดค้า.. (ถ้าหน้าร้อนปีหน้า vinegar girl ไม่ค่อยมาประจำการ อย่าเพิ่งต่อว่าต่อขานกันนะคะ) เกิดมาเพื่อเที่ยวจริงๆค่ะ (ถึงยังไม่รวยซะที..ฮ่าๆ) long weekend นี้สาวๆบางคนคงมีแพลนกันแล้วนะคะ (เพราะถ้าไม่ได้แพลน แล้วจะไปหาเอาดาบหน้าคงแห้ว..แน่ๆค่ะ ที่พักทั้งหลายรวมถึงการเดินทาง เช่น เครื่องบิน ได้ถูกจองไว้แล้วล่วงหน้า 2-3 เดือนสำหรับช่วง long weekend ในเดือนธันวาหน่ะสิคะ) ส่วนสาวๆที่หาที่เที่ยวได้แล้ว คงไม่ค่อยหนักใจเท่าตอนจะแพ็คกระเป๋าแล้วใช่ไหมหล่ะคะ? ^_^

ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ
กรุณาเตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วอย่าลืมหย่อนกระเป๋าเครื่องสำอางลงกระเป๋าเดินทาง เพราะจะช่วยให้ทุกคนออกเดินทางไปสัมผัสความสวยตลอดทริป ถ้าพร้อมแล้วเริ่มปฏิบัติการกันเลย 5-4-3-2-1 ไปค่ะ

  • ดูรายละเอียดของทริปกันก่อนค่ะ เราต้องลอง check ดูว่า trip นี้ที่เรา plan ไว้มี activities อะไรบ้างเพื่อเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับการเดินทาง อย่างเช่น ต้องมีไปเดินป่า ก็จะได้เตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกันไงหล่ะคะ
  • ชุดยับยาก พยายามเลือกเนื้อผ้าของชุดที่จะเอาไปไม่ให้ยับง่ายนะคะ อย่างเนื้อผ้าพวก ผ้ายืด สแปนเด็กซ์ หรือที่มีไลครา (lycra) ผสมอยู่ด้วยเพราะทำให้สาวๆสวยได้แบบไม่ต้องรีดค่ะ
  • mix &match ก่อนจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า ควรหยิบชุดที่เข้ารอบนางงาม 20 หรือ 10 ชิ้นมาวางบนเตียง แล้วลองมิกซ์ และแมตช์กับชิ้นอื่นๆดูก่อนค่ะ พยายามเลือกชิ้นที่สามารถใส่สลับกันไปมา แล้วได้ชุดที่ดูแปลกใหม่เยอะที่สุด เป็นอันว่าชิ้นเหล่านั้นได้เข้ารอบค่ะ
  • small accessories ควรเลือกเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ กินที่ในกระเป๋าน้อยๆ แต่สามารถสร้างความเก๋ไก๋ ดูแปลกใหม่ให้กับชุดเรียบๆของเราค่ะ อย่างเช่น ผ้าพันคอ ตุ้มหู เป็นต้นค่ะ
  • รองเท้า ถ้าในทริปนั้นจำเป็นต้องมีรองเท้าหลายคู่ อาจมีทั้งแบบที่สวยสำหรับไป party ได้กับที่ใส่เดินเล่น ควรจัดกระเป๋าแบบวางรองเท้าไว้ด้านบน แล้วหาของนิ่มๆ อย่างถุงเท้ายัดเข้าไปในรองเท้าคู่สวยของสาวๆด้วยนะคะ เพราะจะช่วยให้รองเท้าไม่เสียทรง ( ในกรณีที่เป็นคัตชู )
  • multi purpose หาอะไรที่เป็น multi multi ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น purpose, function หรือ multi task ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในห้องน้ำ หรือเครื่องสำอางก็แล้วค่ะ ถ้าสาวๆเป็นคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องผิวแพ้ง่าย อันนี้จะเหมาะมาก และไม่ต้องพกให้มาก และหนักด้วยค่ะ ลองหาแชมพูที่ผสมคอนดิชันเนอร์ ครีมอาบน้ำสูตร 3-in-1(ที่ใช้ทั้งอาบน้ำและสระผม) หรือเมคอัพแบบใช้ได้ทั้ง ตา-แก้ม-ปาก น่าจะดีค่ะ
  • travel set/travel kits ยามนี้อะไรที่ mini mini เป็นที่ต้องการอย่างแรง! อย่างเช่น ลิปกลอสรุ่นมินิเซ็ต หรือเมคอัพแบบคอมแพ็คท์ (compact) หรือพาเลทท์ (palette) ประเภทรวมมิตร ทุกอย่างไม่ในไม่งอก! ไม่ช่ายก๋วยเตี๋ยว!! แต่เป็นเครื่องสำอางที่รวมลิปสติกหลากหลายสี อายแชโดว์ และบลัชออนไว้ในตลับเดียวกันค่ะ
  • แบบซองๆ ซองที่ว่านี่ไม่ใช่ซองกระฐิน ผ้าป่าแต่อย่างใดค่ะ! แต่เป็นเวลาทองของเครื่องสำอางตัวอย่าง ที่มาเป็นซอง ลองไปคุ้ย อุ้ย!! ค้นรื้อหนังสือ นิตยสารดูค่ะ เพราะบางทีเค้าแจกแนบมาในหนังสือ หรือ pack มากับห่อพลาสติก แล้วเราเก็บไว้ที่ไหน รีบหยิบมาใช้เลยค่ะ อย่างแชมพูก็ลองเดินไปดูที่ร้านอาแปะ อาโกหน้าปากซอยว่ามีแชมพู หรือครีมนวดผมแบบซองรึเปล่าค่ะ ใช้แล้วทิ้งแถมประหยัดที่ในกระเป๋ามากๆค่ะ และตอนนี้เครื่องสำอางตัวอย่างที่ได้มาตอนที่สาวๆปาดเหงื่อจ่ายเงินซื้อยกเซ็ต (ถ้าไม่ปาดเหงื่อตอนจ่ายเงิน ก็ปาดเหงื่อตอนจ่ายบัตรที่ รูดปื้ดๆ อ่ะค่ะ เหอะๆ – -” ) เครื่องสำอางตัวอย่างขวดเล็กๆ จะประดุจของมีค่า เวลาไปเที่ยว
  • แบ่งครีมใส่กระปุก ให้ถูกต้อง สาวๆที่ต้องแบ่งครีมใส่กระปุกเล็กๆ ฟังทางนี้ค่ะ! อย่าใช้นิ้วมือเราจ้วงครีมจากกระปุกใหญ่ ใส่กระปุกเล็กนะคะ เพราะอาจทำให้สิวขึ้นได้ค่ะ เพราะมือของเราเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคมากมาย ไม่ว่าจะล้างมาแล้วก็ตาม ซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย + อบด้วยอุณหภูมิที่สูง (เพราะสาวๆ pack เครื่องสำอางใส่กระเป๋าใหญ่อาจอยู่ท้ายรถ ต้องผจญกับแสงแดดนานๆ ) ทางที่ดีควรใช้ช้อนตัก โดยใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ทาช้อนและผึ่งให้แห้งก่อน หรือจะนำช้อนไปลนไฟสักครู่ก่อนแบ่งครีมลงกระปุกเล็กก็ได้ค่ะ
  • น้ำหอม ลองหาที่เป็นขวดเล็กๆ เวลา BA เค้าหลอกล่อให้เราซื้อครบกี่พันๆ แล้วจะได้เซ็ตนั้นเซ็ตนี้ไปพร้อมกระเป๋าใส่เครื่องสำอางนั่นแหล่ะค่ะ ถนอมเอาไว้ใช้เวลาเดินทาง หรือลองเปิดหาในหน้า magazine (อีกเช่นเคย) ดูว่าโฆษณาน้ำหอมมีแบบทดลองที่เป็นแถบน้ำหอมอ่ะค่ะ ตัดมาเลยนะคะเวลาใช้ก็แค่ฉีกหน้ากระดาษที่พับไว้ แล้วถูเบาๆตามจุดต่างๆของร่างกาย ก็หอมได้แบบประหยัดดีค่ะ ^_^
  • หน้า+ผมสวยระหว่างเดินทาง ระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในเครื่องบิน อากาศจะแห้งจะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายค่ะ ลองฉีดสเปรย์น้ำแร่ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า ก่อนตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และ mineral facial spray ยังนำมาฉีดผมให้เป็นทรง ดูดีไม่แห้งฟูอีกด้วยนะคะ แล้วถ้าระหว่างเที่ยวอากาศหนาวจับใจ ทำให้ไม่อยากสระผม อย่าลืมวิธีง่ายๆที่ทำให้ผมดูดีได้ ที่เคยพูดถึงไปแล้วนั่นละค่ะ หรือใช้ผ้าพันคอมาคาด หรือโพกศีรษะ ก็ได้ลุคสวยไปอีกแบบนะคะ ^_^
  • mask มาสก์แบบซองที่เราซื้อมาใช้ พกไปด้วยค่ะ เพราะจะช่วยแก้ปัญหาตาหมีแพนด้า หรือหน้าโทรมเพราะอดนอนได้ชะงัก ทำให้สาวๆหน้าสดใสขึ้นได้ในพริบตา
  • ครีมกันแดด อย่าลืมครีมกันแดดเชียวนะคะสาวๆ

hot stuff for travel

  1. RMK Brightening RC Mask mask แบบซองจาก RMK ด้วยมอยส์เจอร์ที่เต็มแผ่นมาส์ก ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวสาวๆ สดใสได้ทันใจค่ะ
  2. Apple Cider อุ้ย!! …อันนี้ไม่ใช่น้ำส้มสายชูนะคะสาวๆ แต่เป็น apple cider 3-in-1 ทั้งแชมพู ครีมอาบน้ำ และ bubble bath จาก Philosophy ค่ะ ไม่แน่ใจว่าที่นี่นำเข้ากลิ่นนี้รึเปล่านะคะ แต่ที่แน่ๆ เห็นกลิ่น blueberry pie 3-in-1 ที่เป็นแชมพู, คอนดิชั่นเนอร์ และครีมอาบน้ำค่ะ
  3. evian mineral facial spray สเปรย์น้ำแร่จากเอเวียงค่ะ
  4. Korres Red Vine hair sun protection ช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดด
  5. Essence Sensitive Moisture Balm จาก Ipsa ราคา 1,350 บาท ขนาด 8.5 g. ค่ะ เป็นบาล์มเพิ่มความนุ่ม ชุ่มชื่นให้กับผิวแห้ง หรือ หยาบกร้าน ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากแตกแห้ง รอบดวงตาที่ขาดความชุ่มชื่น หรือผิวหน้าที่แห้งเป็นขุย แถมด้วยช่วยเพิ่มความเรียบเนียนก่อนแต่งหน้า ซึ่งไม่ทำให้เกิดรอยด่างดำอีกด้วยค่ะ
  6. stila holiday deluxe palette พาเลทท์แต่งหน้าพกพาสะดวกจาก stila ราคา 2,050 บาท ครบทุกสิ่งที่สาวๆต้องการ eye shadow, cheek color, lip color และ lip gloss

คราวนี้สาวๆก็สวยได้ตลอดทั้งทริป แล้วอย่าลืมกลับมาเล่าพร้อมรูปถ่ายเป็นหลักฐานความสวยด้วยนะคะ ^_^

Thai Blog, Blog ไทย, Beauty to go, เตรียม pack กระเป๋าเดินทาง, แพ็คเครื่องสำอางลงกระเป๋าเดินทาง, วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง, การเลือกสิ่งของสำหรับเดินทาง, เครื่องสำอางที่เหมาะสำหรับการเดินทาง, เสื้อผ้าที่เหมาะกับการเดินทาง

Comments (2)

Ipsa สกินแคร์

Ipsa สกินแคร์

Posted on 29 November 2005 by Vinegar Girl

วันนี้ขอแนะนำสกินแคร์ จากญี่ปุ่นนามว่า Ipsa (เว็บเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ vinegar girl อ่านไม่ออกเลยไม่สามารถแนะนำอะไรเพิ่มเติมจากเว็บได้อ่ะค่ะ) สาวๆแต่ละคนมีความต้องการของผิวที่ต่างกันนะคะ เลยมี skincare ของ Ipsa (อิปซ่า)มาให้ดู 2 แบบ ค่ะ ^_^

Ipsa - The Time Reset SR

The Time Reset SR
เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ เอสเซ้นส์เข้มข้น แต่เนื้อบางเบามากๆค่ะ ช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้กับผิวเหมือนมีฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ซึมซาบเร็วและไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ ช่วยชุบชีวิตให้ผิวอ่อนเยาว์กลับมาอีกครั้ง ช่วยพลิกฟื้นสภาพผิวที่เคยแห้งกร้าน ให้กลับมานวลนุ่มเนียน ใสตึง กระชับ แลดูไร้รอยรูขุมขน และยังช่วยลดเลือนริ้วรอย ดุจดั่งให้กำเนิดผิวใหม่ ด้วยคุณค่าของแอปริคอต และสารสกัดจากพืชพรรณนานาชนิด
The Time Reset SR จาก Ipsa ขนาด 30 ml. ราคา 2,950 บาท
และขนาด 50 ml. ราคา 4,700 บาท
ปล. สาวๆที่งงๆว่า SR คืออะไร?! ไม่ต้องสงสัยค่ะ เพราะ SR ย่อมาจาก Super Reset

Ipsa - Metabolizer

Metabolizer
ตัวนี้ก็เป็นสกินแคร์ตัวสำคัญของ Ipsa หรือเรียกว่าเป็นตัวเริ่มแรกและตัวหลักๆเลยก็ได้ค่ะ ซึ่ง Ipsa ทำออกมาหลากหลายแบบเพื่อให้ตรงกับความต้องการของสาวๆมากที่สุด อย่างขวดสีฟ้า และ ขวดสีเขียว เป็น Metabolizer Active (no. 1 และ no. 3 ตามลำดับค่ะ) ขวดสีเหลืองเป็นรุ่น Metabolizer Extra (M) และขวดสีขาวเป็นรุ่น Metabolizer White (no. 1) ค่ะ นอกจากนี้ยังมีรุ่น Metabolizer Sensitive อีกนะคะ
ที่บอกว่า Ipsa เค้าทำ Metabolizer เป็นตัวหลักๆ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผิวของสาวๆแต่ละคน เพราะในแต่ละรุ่นเค้าแบ่งออกเป็น no.1-4 และ M นั่นคือแบ่งออกตามลักษณะผิวของสาวๆด้วยค่ะ โห….เยอะไหมละคะ!! แต่ละรุ่นราคาไม่เท่ากันนะคะ

วันนี้จะขอแนะนำรุ่น Metabolizer Active No. 1 ค่ะ ราคา 2,000 บาท
ที่แนะนำรุ่นนี้เพราะเคยใช้แล้ว แต่นานหลายปีแล้วอ่ะค่ะ เลยไม่กล้ารีวิวมาก เพราะมันไม่ up to date หน่ะสิคะ…จริงๆแล้วสาเหตุจาก อย่างที่บอกหน่ะค่ะว่าเป็นคนที่ขี้เกียจมาก…..กกกกกกกก สมมติซื้อ skincare มากระปุกนึงพร้อมเพื่อน เพื่อนไปซื้อกระปุกที่ 2 แล้ว ตัวเองยังใช้ไม่หมดกระปุกเลยค่ะ!! ไม่ใช่ว่าหน้าเล็กเลยไม่เปลืองนะคะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้ต่างหาก!!! ถ้าจะรีวิวทั้งที อยากให้เห็นกันแบบจริงๆไปเลยว่าใช้แล้วดีขึ้นแน่นอนรึเปล่า รวมทั้งใช้ skincare ชุดนั้นชุดเดียว (เพราะตัวเองเป็นประเภท mix มั่วๆ หลายๆตัวค่ะ วันนี้ใช้ยี่ห้อนึง อีกวันใช้อีกยี่ห้อ เลยต้องขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะไม่สามารถทำ skincare review แบบเต็มๆได้)
แต่ในความทรงจำรู้สึกประทับใจกับ Metabolizer ตัวนี้ของ Ipsa นะคะ (และผลิตภัณฑ์อีกหลายๆตัวของ Ipsa ด้วยค่ะ เป็นอะไร ขออุบไว้ก่อนนะคะ รับรองว่าเดี๋ยวมีรีวิวแน่ๆค่ะ) ตัว Metabolizer Active No. 1 อันนี้เหมาะกับผิวผสมค่ะ เป็นโลชั่นแบบน้ำใสๆ สีฟ้าอ่อนๆ คุณสมบัติคือช่วยฟื้นฟูผิวเนื้อโลชั่นบางเบามาก ซึมซาบเข้าไปในผิวได้รวดเร็ว และไม่ต้องกังวลเรื่องเหนียวเหนอะหนะค่ะ แต่เห็นเป็นน้ำๆแบบนี้ ก็สามารถให้ความชุ่มชื้นและเก็บกักน้ำในผิวได้ดีมากเลยนะคะ ( ขอนอกเรื่องแป็บนะคะ คือสมัยที่ Metabolizer เข้ามาเนี่ย โลชั่นแบบน้ำถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ เพราะตอนนั้น essence อย่าง SK II ที่คุณเจี๊ยบสุดสวยโฆษณา ยังไม่เข้ามาเมืองไทยเลยค่ะ ) เลยน่าตื่นเต้นและให้ความรู้สึกแปลกใหม่เมื่อตอนที่ใช้ตอนนั้นมากๆค่ะ พอมาในรูปแบบที่เป็นน้ำใสๆ ยิ่งทำให้มีความรู้สึกว่าไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ น่าใช้มากก ( ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองอ่ะเปล่านะคะ แฮ่ๆ ) จำได้ว่าช่วงนั้นทำงานหนักเลยนอนดึกตลอด แล้วต้องตื่นเช้า หน้าตาเลยดูหมองคล้ำ (เหมือนโดนของ ฮ่าๆๆ) แต่พอใช้ Metabolizer แล้วก็ช่วยทำให้ผิวที่หมองคล้ำเพราะการอดนอน ดูสดใสขึ้นได้ค่ะ

ถ้าสาวๆคนไหนสนใจลองไปปรึกษาและหา skincare ที่เหมาะกับผิวของสาวๆที่เคาน์เตอร์อิปซ่าดูนะคะ ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางอิปซ่า เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลลาดพร้าว ดิ เอ็มโพเรี่ยม เซ็นทรัลบางนา โรบินสันรัชดา เดอะมอลล์บางกะปิ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

อ้ะๆ แถมท้ายอีกนิดค่ะ กับ IPSALYZER ถ้าสาวๆว่างลองแวะไปวิเคราะห์ผิวหน้า กับ Ipsalyzer เครื่องตรวจผิวหน้า วิเคราะห์รูปตา และสีผิวเพื่อการแต่งหน้า จาก Ipsa ได้นะคะ อันนี้เห็นมาจากเคาน์เตอร์อิปซ่า ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว (พอดีช่วงเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้ง 2 ห้างใหญ่คือ เช็นทรัลชิดลม กับ ดิ เอ็มโพเรี่ยม กำลังอยู่ในช่วง renovation เลยไม่แน่ใจว่าเคาน์เตอร์ Ipsa ทั้ง 2 ห้างจะมีเครื่อง Ipsalyzer ด้วยรึเปล่าค่ะ)
เจ้าเครื่อง Ipsalyzer ตัวนี้สามารถวัดระดับความชุ่มชื้นของผิว วัดปริมาณน้ำมันและการขับน้ำมันตามทีโซนและข้างแก้ม นอกจากนี้ยังตรวจการผลัดตัวของเซลล์ผิว วัดความกระจ่างใสของผิว การก่อตัวของเม็ดสี และระดับความกระชับผิวอีกด้วยค่ะ….แหมครบทุกอย่างของผิวจริงๆเลยค่ะ ^_^

Thai Blog, บล็อกไทย, Blog ไทย, Skincare, Ipsa, The Time Reset SR, Metabolizer, Ipsalyzer, Moisturizer Essence,อิปซ่า, สกินแคร์, โลชั่นน้ำบำรุงผิว, ครีมบำรุงผิวลดเลือนริ้วรอย, มอยส์เจอไรเซอร์ เอสเซ้นส์เข้มข้น, สกินแคร์เพื่อผิวหมอง, โลชั่นน้ำฟื้นฟูผิว, เครื่องสำอางจากญี่ปุ่น, เครื่องสำอางอิปซ่า และราคา, เครื่องสำอางค์เพื่อผิวสาวเอเซีย

Comments (4)

ครีมหน้าเด้ง หรือ GPO Curmin ครีม

ครีมหน้าเด้ง หรือ GPO Curmin ครีม

Posted on 28 November 2005 by Vinegar Girl

เมื่อวานไปใครที่ไปสยามมาคงจะได้พบกับโฉมใหม่ของสยามเซ็นเตอร์กันแล้วนะคะ นอกจากร้านค้าแบรนด์ดังทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว เห็นบนชั้น 4 กำลังทำ Food for Fun เป็นศูนย์อาหารตกแต่งด้วยสีส้มจี๊ดถูกใจจริงๆค่ะ และมี Cheeze Studio เป็น Public Casting Studio คือสตูดิโอแมวมองปั้นเหล่าบรรดาวัยทีนให้เป็นดาวหน่ะค่ะ และที่ชั้น 4 เมื่อวานก็ยังเห็นบูธดีเจจากเอไทม์ ( a-time media ) โถ…..เหล่าดีเจของเราเป็นน้องนางในตู้กระจกซะแล้น…คริๆๆ เมื่อวานเห็นดีเจพีเคสุดหล่อนั่งจัดรายการอยู่ในห้อง ที่เป็นกระจกใสๆ แล้วก็มีน้องๆแฟนคลับยืนเกาะกระจกกันอยู่ อืมมดูแล้วฉงฉานดีเจเหมือนกันเนอะ…แบบว่าโล่งโปร่งมากกกก…จะแอบแคะขี้มูกคงทำได้ย้าก…กกกกส์ เพราะเค้าย้ายมาจัดกันที่นี่ทุกวันเลยค่ะเป็น Studio GMM Media มาทั้ง 88 Peak FM,89 Banana FM, 91.5 Hot waveม 93.5 EFM และ 106.5 Green Wave ส่วนลานระหว่าสยามเซ็นเตอร์กับสยามดิสคัฟเวอรี่ด้านล่างในช่วงเย็นมี Thaitanium concert และช่วงเกือบๆ 2 ทุ่มยังมี concert ของ Academy Fantasia 2 พอดีได้ทันดูน้องพัดออกมาร้องเพลงสะกดคนดูด้วยเพลงก่อน ต่อด้วยน้องเปรี้ยว และน้องอ๊อฟค้า…เรียกว่าเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับสนั่นกันเลย ยังไงก็ต้องติดตามกันต่อไป ส่วนสยามพารากอนก็ใกล้คลอดเต็มทีแล้วนะคะ ยังมีทีเด็ดอีกมากมายในสยามพารากอนค่ะ ^_^

GPO Curmin Cream

มาเข้าเรื่องวันนี้ดีกว่านะคะสืบเนื่องจากน้องโอปอล comments มาให้ช่วยแนะนำครีมบำรุงผิว และอีกสาวนามว่า ringko อยากให้ช่วยแนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อสาวเอเซีย แหม…แหม..แหม..เราคนไทย ต้องแนะนำผลิตภัณฑ์ภายในประเทศกันก่อนสิค้า….~ จริงไหมคะ…สาวๆขา…ครีมที่ว่านี้ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้วตอนนี้ คือ จีพีโอ เคอร์มิน ครีม หรือ ครีมหน้าเด้ง! ที่เป็นที่ต้องการของสาวๆกันนั่นเองค่ะ ((ทุกวันมีคน search ครีมหน้าเด้งแล้วหลงเค้ามาใน vinegar girl (เพราะแอบให้สูตรครีมหน้าเด้งแบบทำเองเอาไว้) เราก็คิดไปถึงครีมหน้าเด้งของดาราชาย ศิษย์รุ่นพี่ร่วมสถาบันอ่ะค่ะ ต๊ายยยย….ตายยย…เดี้ยนไปหลงอยู่ไหนมาถึงเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันมานี้เองค่ะว่าเค้าโฆษณากันปาว ปาว ว่าครีมจีพีโอ เคอร์มินเนี่ยที่แท้ก็คือครีมหน้าเด้ง!! – -” โห่….~หิ้ววววว~..ววว อุ้ย! เสียงใครโห่! จะมารำกลองยาวแถวนี้หรอคะ!!..เหอะๆๆ – - ” ))

ขออรัมภบทก่อนนะคะ <– สะกดถูกอ่ะเปล่าคะเนี่ย – -” เปโคไท ล้อเพงช้าดด้ะ แต่เขียะพะสาทะม่ะค่อโถะ (ต้องการ subtitle ไม๊ค้า….อิอิ)
เริ่มรู้จักจีพีโอ เคอร์มินครีมเมื่อประมาณเดือนสิงหา- กันยาปีที่แล้ว เพราะได้อ่านนิตยสารเล่มนึง แล้วเค้าจะมีหน้านึงแบบประมาณว่าสัมภาษณ์สาวไฮโซ..ว เกี่ยวกับเครื่องสำอาง หรือสกินแคร์ที่ใช้อะไรเงี้ยค่ะ แล้วเล่มนั้นเป็นคุณหมอสาวสวย แล้วคุณหมอเค้าก็บอกว่าเค้าใช้เคอร์มินครีมขององค์การเภสัชกรรมค่ะ เราก็อูยยย..น่าลองแต่ยังไม่มีโอกาสได้ซื้อ เพราะไปหาซื้อในร้านวัตสัน มีครีมที่ชื่อเคอร์มินเหมือนกันค่ะ แต่คำย่อข้างบนกล่องไม่ใช่ GPO เลยขอผ่านค่ะ

5 เดือนผ่านไป…ไวเหมือนโกหก ได้มีโอกาสผ่านไปแถวๆเทเวศร์ แล้วบังเอิญเห็นร้านขายยาขององค์การเภสัชฯ เลยรีบลังกาหลังใส่เกลียว..รอบครึ่ง..หมุนกลับตัวกลางอากาศ..แล้วยืนในท่าจบหน้าร้านอย่างสวยงาม! ^_^ หลังจากเสียงปรบมือกึกก้อง ดิชั้นก็รีบปรี่…ถลา…แล้วเบรคเอี๊ยดที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วถามหาครีมเคอร์มินทันทีทันใด จากนั้นก็ถอยกลับมาใช้ที่บ้านค่ะ (ตอนที่ลองใช้นี่โฆษณาทางทีวียังไม่ออกเลยค่ะ แต่ด้วยความหนาของหน้า ที่สามารถลองทุกอย่างได้ เลยตัดสินใจซื้อมาค่ะ) ซื้อแบบกระปุกเล็ก ขนาด15 กรัมมาค่ะ คู้ณขา…( เก๊าะแหมม..แบบว่ากระปุกใหญ่ 50 กรัมราคามันตั้ง 1,300 บาทนี่เคอะ..อิ๊คึ อิ๊คึ )

ตัดบทไปทำความรู้จักกับ จีพีโอ เคอร์มิน กันก่อนดีไหมคะ ว่าทำไม๊…ทำไม..มันถึงได้ฮิตชนิดองค์การองค์การเภสัชกรรม หัวกระไดไม่แห้งแถมยอดขายถล่มทลาย 2 เดือนได้ร้อยล้านนน…ว้าวววว!!!
เพราะสารสกัดขมิ้นชันขาวบริสุทธิ์ที่ผสมอยู่ใน จีพีโอ เคอร์มิน เป็นสมุนไพรที่มีสารเคอร์คูมินอยด์ ซึ่งเป็นสารสีเหลืองที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีกว่า 2 เท่า เมื่อพัฒนาสารเคอร์คูมินอยด์ให้เป็นสารเตตระไฮโดร เคอร์คูมินอยด์ หรือ THC จะทำให้ฤทธิ์ในการต้านสารอนุมูลอิสระมีมากกว่าเดิม ยิ่งใช้ร่วมกับวิตามินอี และวิตามินบี 5 ฟอสโฟลิปิด สารให้ความชุ่มชื้น กลีเซอริน หยดน้ำขนาดนาโนเมตร เมื่อนำมาบรรจุลงในไลโปโซม ซึ่งเป็นสารนำพาขนาดเล็กในระดับนาโนเทคโนโลยี เมื่อนำมาใช้จึงให้ประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง และนานกว่าสารเคอร์คูมินอยด์แบบเดิม ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ริ้วรอยเหี่ยวย่นลดลง และเพิ่มความเปล่งปลั่งสดใสให้กับผิวหน้า

ได้ฟังอะไรที่มันเป็นนาโน นาโนเนี่ยรู้สึกจะเห่อเป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว แต่อันนี้ไม่กล้าทำรีวิว (review) ณ เวลานี้ ต้องขอเวลาไปใช้แบบติดต่อกันนาน 3 เดือนเพื่อให้เห็นผลที่แท้จริง ถึงกล้ามารีวิวให้สาวๆได้รู้กันจริงๆค่ะว่าหน้าเด้งหรือไม่ขนาดไหน เพราะเนื่องจากตัวเองเป็นคนขี้เกียจมากกก…คือบางวันอาบน้ำนอนเลย ไม่โบ๊ะประทินผิวใดๆทั้งสิ้น เพราะเข้า sleep mode ตั้งแต่กลับบ้านแว้ววว (ยิ่งหน้าหนาวนี่ อาบน้ำวันละมื้อ!! อู้ยยยย…คิดอะไรออกปายยยย – -”)
ส่วนตัว (แอบรีวิวเล็กน้อย) มีความรู้สึกว่าเนื้อครีมเข้มข้นแบบชนิดทำให้หน้ามัน เพราะผิวตัวเองเป็นผิวผสมมันง่ายในช่วงทีโซนอยู่แล้วค่ะ เลยข้ามที่จะทาในตอนเช้า เพราะกลัวจะเยิ้มมมม (ไม่ใช่ตานะคะ!) แต่เป็นผิวที่มันจนเยิ้มมมในตอนกลางวันค่ะ ยิ่งช่วงที่ใช้ตอนนั้นกำลังเข้าหน้าร้อน เลยใช้แค่วันละมื้อก่อนนอน ตื่นมาหน้าก็เยิ้มเหมือนกันค่ะ แล้วประกอบกับทาบ้าง ไม่ทาบ้างเลยรู้สึกว่าหน้าตาก็เหมือนเดิมยังไม่เด้งเท่าไหร่ เพราะอาจยังใช้ยังไม่ต่อเนื่องค่ะ ถ้าสาวๆคนไหนคิดว่าซื้อมาใช้ปุ๊บแล้วเด้งปั๊บคิดว่าไม่ถึงขนาดนั้นนะคะ แต่คิดว่าถ้าใช้ตอนหน้าหนาวน่าจะเหมาะกว่า และคงเหมาะมั่กๆ กับสาวผิวแห้งด้วยค่ะ
ปล. เปิดใช้แล้วควรเก็บในที่เย็นนะคะ เพราะตอนตัวเองใช้เก็บไว้ในห้องนอนพออากาศตอนกลางวันร้อน เนื้อครีมสามารถแห้ง (เหมือนระเหิด อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ) คือพอใกล้หมดกระปุกแล้วเนื้อครีมแห้งติดกระปุกไปเลยค่ะ
สาวๆคนไหนที่ลองแล้ว ผลเป็นยังไงช่วยมา comment กันหน่อยนะคะ..นะคะ..น้า…(ทำตาซึ้ง…เป็นประกายเหมือนชินจังตอนเห็นซูชิไฮโซ~วของแม่เนเน่จัง) จะได้เป็นประโยชน์ให้สาวอยากเด้งคนอื่นๆอ่ะค่ะ ^_^ ขอบคุณล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ^_^

ถ้าสาวคนไหนสนใจลองเข้าไปที่ GPO กันเลยค่ะ เค้ามีให้สั่งซื้อจากเว็บขององค์การเภสัชฯได้โดยตรง หรือซื้อจากร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรมทั้ง 6 สาขา ได้แก่ ราชเทวี จรัลสนิทวงศ์ 22 เทเวศร์ ยศเส ตลาดสี่มุมเมือง และตึกกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือสั่งซื้อทางไปรษณีย์ก็ได้นะคะ ณ เคาน์เตอร์ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศเลยค่ะ
และตอนนี้ลองดูใน Watsons, Boots ทุกสาขา, Big-C, Tesco Lotus ทุกสาขา, ร้านขายยาใน Mackro และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ ก็น่าจะมีจำหน่ายทั่วถึงแล้วนะคะ
ในเว็บก็ยังมีที่อยู่ และเบอร์ติดต่อขององค์การเภสัชตามภาคต่างๆด้วยนะคะ click
หรือโทรสอบถามข้อมูลได้ที่ 1648 ค่ะ

Thai Blog, บล็อคไทย, จีพีโอ เคอร์มิน, ครีมหน้าเด้ง, ส่วนผสมครีมหน้าเด้ง, สถานที่จำหน่ายครีมหน้าเด้ง, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อสาวไทยโดยเฉพาะ, สกินแคร์, Skincare, ครีมบำรุงผิวหน้า, ครีมบำรุงผิวผสมสารสกัดจากธรรมชาติ, GPO Curmin Cream

Comments (8)

AF2 กับแฟชั่นสวยๆในนิตยสารแพรว (ก๊อก 2 ค้า..)

AF2 กับแฟชั่นสวยๆในนิตยสารแพรว (ก๊อก 2 ค้า..)

Posted on 27 November 2005 by Vinegar Girl

เมื่อวานกลัวสาวกเอเอฟไม่จุใจกับภาพแฟชั่น แต่จริงๆคือ… – -” เอ่อ…แบบว่าทำอะไรแอบๆซ่อนๆ หลบๆ เนี่ยมันเป็นความเร้าจายยยยย อย่างแรง! ค่ะ คู้ณณณ..~ขา…ฮ่าๆ ๆ ๆ มันชาเล้นจจจจ์ สร้างความตื่นเต้นให้กับชีวี๊ตตตตต..สุดๆ vinegar girl เลยนำภาพเซ็ตสุดท้ายของเหล่าอะคาเดมี่ แฟนเทเซียทั้ง 12 คนจากนิตยสารแพรวมาให้ดูกันอีกค่ะ

ขอได้รับความขอบคุณจากนิตยสารแพรว..(กรุณาทำเสียงนุ่มลึกแบบเป็นทางการ).. อินทรีย์ให้เสียงภาษาไทย! ไม่ใช่แล้น!!! งั้นขอกราบงามๆ 3 ที นะคะ (^/\^) เน้นย้ำกันอีกที่ค่ะว่า ภาพทั้งหมดจากนิตยสารแพรวฉบับที่ 629 ในเล่มจะมีทั้งแฟชั่น และเจาะใจ 12 นักล่าฝัน Hilight ที่ The Winner of Academy Fantasia 2 กับอ๊อฟ – ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ (V4) และยังมีเทรนเนอร์ทั้ง 6 มาแฉสมาชิกในบ้าน AF อีกด้วย ช่วย Vote ให้แพรวเค้าด้วยละกันนะค้า~…

บทสัมภาษณ์เค้าก็เริ่มจากคนที่อยู่ในบ้านน้อยที่สุดกับโอ๋ กิตติยา พันธ์ประพันธ์ (V10) แล้วก็เรียงลำดับกันไปที่ มิว นวปฎล มิ่งทุม (V5), ลูกตาล รุจนา อุทัยวรรณ์ (V1), มาย จิตตินันท์ หงษ์ทอง (v11), ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ (V3), กุ๊กไก่ อลิสสา ซิม (V7), คนสุดท้ายที่ถูกโหวตออกกับ โจ ภาณุพล เอกเพชร (V12), และ 4 คนที่อยู่ถึงรอบสุดท้าย คือ เปรี้ยว อนุสรา วันทองทักษ์ (V2), พาส พาสนา ทองบุญเรือง (V9), พัด พัดชา เอนกอายุวัฒน์ (V6) และบอย พิษณุ นิ่มสกุล (V8)
อยากรู้ว่าใครจะโดนแฉยังไง ต้องไปตามล่าหาแพรวอ่านกันเองนะคะ ^_^

ส่วนภาพที่ vinegar girl นำมาให้ดูวันนี้เป็นแฟชั่นเซ็ตสุดท้ายในเล่ม จาก CALVIN KLEIN (CK) ค่ะ ชุดของคาลวิน ไคลน์ก็ต้องเป็นแนวเรียบหรูดูดีค่ะ ชุดแรกที่กุ๊กไก่ใส่ก็สวยในเสื้อคอเต่า แขนตุ๊กตาพร้อมแจ็กเก็ตเป็นลุค casual แต่แฝงด้วยความหรู และเดรสลายดอกแบบต่อใต้อกจับพลีตที่ลูกตาลใส่ หวานซ้า~….สวยมากค่ะ (ไม่ได้ลงรูปกุ๊กไก่และลูกตาลเดี่ยวๆในชุดที่พูดถึงนะคะ เพราะรูปเริ่มเยอะมั่กๆ ความเจี๋ยวว.. เอ่อ…ความเสียวเริ่มมาเยือนค่ะ … – -” )
เดรสที่นางแบบเอเอฟของเราใส่สวยทุกตัวเลยนะคะ ส่วนตัวชอบเสื้อผ้าของคาลวิน ไคลน์อยู่แล้ว เลยชอบแฟชั่นเซ็ตนี้เป็นพิเศษค่ะ ^_^
ที่ชอบม้าก..มา….กกก ต้องตัวนี้ที่น้องเปรี้ยวใส่ค่ะ เพราะสีเหลืองมะนาว กับผ้าซาตินและไหมชีฟองบางเบา ทำเอาสะกดทุกสายตา(โดยเฉพาะหนุ่มๆ)ได้เลยนะคะ

Preaw in Calvin Klein dress

น้องอ๊อฟในสูทสีเทา กับเสื้อคอเต่าตัวในสีแดงเนี่ยช่างดูสุขุม อบอุ่น ดูหล่อเท่มั่กๆ อยากแนะนำคุณผู้ชายทุกท่านนะคะ แต่งหล่อกันได้ถ้วนหน้าจริงๆกับลุคนี้ รับรองสาวๆกรี๊ดเชื่อ vinegar girl เถอะค่ะ!!^_^
เอ่อ!…ว่าแต่สี เทา ขาว แดง เนี่ยคุ้นๆ นะคะ เหมือนโลโก้บริษัท hostify เลยค่ะ บริษัทเนี่ยเค้าทำให้บริการทุกอย่างเกี่ยวกับเว็บ เช่าพื้นที่ hosting แถมบล็อกให้สาวๆมีบล็อกส่วนตัวเหมือน vinegar girl ด้วยค่ะ ยิ่งตอนนี้มี SEO Tools เพื่อนๆสามารถ add search engines ได้ด้วยตัวเอง มี free trial ด้วยนะคะ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมโทรได้ที่ 02-688-3779 < -- แฮ่ๆ โฆษณาแฝงคร้าบบ...พี่น้องคร้าบบบ เหอะๆๆๆ ^ ^

Comments (1)

ไปดู AF2 เค้าถ่ายแบบลงนิตยสารแพรวกันค่ะ!!

ไปดู AF2 เค้าถ่ายแบบลงนิตยสารแพรวกันค่ะ!!

Posted on 26 November 2005 by Vinegar Girl

Praew Magazine

เหอๆๆ มาแบบท้าทายลิขสิทธิ์มั่กๆ คร้าบบพี่น้องคร้าบบบบ – -” แต่ที่ทำเนี่ยเพื่อแฟนคลับ Academy Fantasia 2 โดยเฉพาะเลยนะคะเพราะ vinegar girl ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย… อิอิ วันนี้เลยจะนำรูปแฟชั่นที่บรรดาเอเอฟ 2 เค้าโพสท่าสวยหล่อ มาให้ดูพอเป็นกระษัย…ถ้าอยากดูแบบเต็มๆต้องไปหาดูในแพรว ฉบับที่ 629 กันนะคะ เพราะข้างในเล่มยังมีบทสัมภาษณ์บรรดาเอเอฟกันอีกด้วยค่ะ

ปล. : vinegar girl ลองติดต่อกับนิตยสารแพรวเพื่อขออนุญาตนำภาพบางส่วนมาลง แต่…ก็ไม่มีคำตอบใดๆกลับมา…..(เราถือว่านิ่ง คือการยินยอม..อูยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไม่ดีๆนะคะ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง) แต่เนื่องจากบล๊อกนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ (โอ้ว~ววว…นานๆจะได้ใช้คำศัพท์ ไฮโซ) แต่มีจุดประสงค์เพื่อได้อัพเดทแฟชั่นสวยๆนะคะ และก็เชื่อมั่นว่าแฟนคลับของเอเอฟทุกคนก็ต้องการเก็บภาพของเหล่าเอเอฟไว้เผื่อดูกันเองใน webboard ของพวกเค้า คงไม่ได้นำภาพเหล่านี้เผยแพร่ออกทั่วไปแล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อหนังสือแพรวนะคะ ((ถ้าเผื่อทีมงานของแพรว < -- (ไม่รู้ว่าจะได้เข้ามาดูอ่ะป่าว เพราะบล๊อกเรามันบล๊อกเล็กๆ อิคึ๊ อิคึ) เข้ามาเห็นต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ)) และขอขอบคุณแพรวที่เกาะติดสถานการณ์นำบรรดาเอเอฟทั้ง 12 คนมาถ่ายแฟชั่นสวยๆออกมาให้ดูกันด้วยนะคะ รวมไปถึงเนื้อหาดีๆ อีกมากมายในเล่มด้วยค่ะ ^_^
ตอนที่ทำเรื่องไป เป็นช่วงนิตยสารเพิ่งออกใหม่ๆ แต่ตอนนี้คงหมดแล้วนะคะ คนที่อยากได้ไว้ในครอบครอง ถ้ายังไงลองติดต่อขอซื้อย้อนหลังกับดูนะคะ (ถ้ายังมีเหลือนะคะ แต่คิดว่าสาวก AF2 ทั้งหลายคงไม่พลาดอยู่แล้วใช่ไหมละคะ…^_^ ) หลังจากเล่มนี้ ก็มี สุดสัปดาห์ ปก AF2 คลอดออกมาติดๆ (ไม่แน่ใจว่าตอนนี้หมดไปรึยัง) ยังไงก็ลองหาซื้อกันดูนะคะ

หรือลองเข้าไปดูที่ amarin.com นะคะ เพราะเค้ามีนิตยสารในเครือดีๆอีกหลายเล่ม และ vinegar girl ก็เป็นสมาชิกอยู่ด้วย รวมทั้งมี Tour & Training โปรแกรมทัวร์น่าสนใจใน amarintour และ training vinegar girl ไปเรียนทำอาหารกับเบเกอรี่เพื่อสุขภาพมาแล้วค่ะ ดีมากเลยค่ะ และยังมีคอร์สดีๆหลาย อย่าง เช่น ฝึกถ่ายภาพ หรือ เรียนทำสบู่อีกด้วยนะคะ

ร่ายยาว…จนแฟนๆ AF2 ตาเขียวแว้ววว…งั้นไปดูกันเลยนะคะ
แฟชั่นเซ็ตแรกจาก Armani Exchange ค่ะ เริ่มด้วยแฟชั่นสำหรับหนุ่มๆกันก่อน แต่เอาใจสาวๆด้วยนายแบบหนุ่มหล่อๆจากเอเอฟ…..อิอิ

ไม่ค่อยได้เห็นเจ้ากระรอกน้อยในลุคแบบนี้นะคะ ^_^ แจ็กเก็ตยีนส์ที่ออฟคลุมอยู่เก๋มาก…กกกเลยค่ะ เพราะมีลายฟอกตรงปลายแขนที่สวยมากๆ

Aof in Armani Exchange

โจกับแนว hip hop มาดเข้ม กับเสื้อฮู้ดตัวใน จาก Armani Exchange พร้อมด้วยแหวนและสร้อยจาก Beauty Diamond

Joe - Armani Exchange

บอยกับลุคนี้เท่แบบเซอร์นิดๆ กันแจ็กเก็ตทรงสูทที่ไม่เนี้ยบจนเกินไปนัก ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ และเข็มขัดหัว Armani Exchange หร้อมด้วยสร้อยเส้นยาวพร้อมจี้รูปไม้กางเขน และแหวน จาก Beauty Diamond

Boy in Armani Exchange

ปิดท้ายเซ็ตจาก Armani Exchange ด้วย 2 สาวพัดกับลูกตาล มาในลุค sexy + faminine ด้วยความพริ้วไหวของกระโปรงซาติน และรองเท้าหนังงูสุดเซ็กซี่ น้องพัดของเราแอบเปรี้ยวด้วถุงน่องลายเสือดาวด้วยค่ะ! สองสาวใส่เพชรของ Beauty Diamond และ Lee Seng Jewelry ค่ะ
(รองเท้าในภาพน่าจะเป็นของ CK นะคะ แต่ในเซ็ตนี้ไม่ได้บอกไว้หน่ะค่ะ) ตอนนี้รองเท้าหนังงูกำลังอินนะคะ ใครที่เคยมีอยู่แล้วรีบเอาออกจากกล่องมาปัดฝุ่นกันได้แล้วค่ะ!

Pat & Loogtaan - Armani Exchange

เสื้อผ้าทั้งหมดโดย : Armani Exchange
2nd floor, The Emporium Shopping Complex, 2nd floor,Siam Discovery Center, 1st floor, Central Phuket Festival
เครื่องประดับเพชร : : Beauty Diamond และ Lee Seng Jewelry
กรูมมิ่ง : อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ (เอ่อ..กรูมมิ่ง ในที่นี้เค้ามีหน้าที่ช่วยแต่งตัวหรอคะ?! อยากทราบตำแหน่งนี้อ่ะค่ะ ว่าหน้าที่จริงๆเค้าทำอะไร?! ใครรู้ช่วยตอบทีค่ะ)
สไตลิสท์: กวี ลักษณะสกุลชัย
ถ่ายภาพ: กำพล กิตติพจน์วิไล

อุ้ย!! ชักเริ่มมันสส์ จริงๆกลัวแฟนคลับของเอเอฟคนอื่นๆจะน้อยใจ แต่เดี๋ยวมันจะดูเอาภาพมาลงเยอะไป….ทำอะไรอย่ากระโตกกระตากนะเคอะ มันจะไม่งาม
ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ….อิอิ Continue Reading

Comments (0)

แนะนำสถานที่น่าไปในกรุงเทพฯ  และโปรแกรมสำหรับขาช้อป สำหรับ weekend นี้ค่ะ!

แนะนำสถานที่น่าไปในกรุงเทพฯ และโปรแกรมสำหรับขาช้อป สำหรับ weekend นี้ค่ะ!

Posted on 25 November 2005 by Vinegar Girl

เอ่อ…entry วันนี้จะมาแนวคุยคุ้ยข่าวนะเคอะ…เหอะๆๆ คือเห็นข่าวเรื่องแฟชั่น vinegar girl ต้องพูดถึงหน่อยนะคะ ไม่งั้นจะไม่สมกับที่เป็นบล๊อกแฟชั่น รับรองว่าข่าวที่นำมาประชาสัมพันธ์เนี่ย น่าสนใจและต้องถูกใจแฟชั่นนิสต้าแน่นอนค่ะ ยิ่งพรุ่งนี้หยุดเสาร์-อาทิตย์ เหมาะมากๆสำหรับสาวๆคนไหนที่อ่านแล้วสนใจ ต้องลองไปดูกันค่ะ

ตอนนี้มีนิทรรศการที่น่าสนใจและหาดูยากมาก…กกกๆ ได้มาให้เชยชมกันถึงเมืองไทยแล้วค่ะ สำหรับผลงานของคริสเตียน ลาครัวซ์ (Christian Lacroix )ดีไซเนอร์ระดับโลกชาวฝรั่งเศส นำผลงานเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูง (haute couture) มาจัดแสดงร่วมกับงานศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสอีก 15 คน ในชื่อนิทรรศการ “คริสเตียน ลาครัวซ์, ศิลป์ สื่อ ศิลป์ (Christian Lacroix Dialogues!) สาวๆคนไหนที่สนใจไปชมได้ที่ ศูนย์แสดงศิลปะ บ้านจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 5 มกราคม 2549 ทุกวันเวลา 09.00 -17.00 น. ค่ะ ^_^
สาวๆ คนไหนที่อยากเห็นและสัมผัสเสื้อผ้าโอต กูตูร์ (haute couture) ผลงานของ Christian Lacroix แบบใกล้ชิดห้ามพลาดนะคะงานนี้นะคะ ที่สำคัญงานนี้ชมฟรีค่ะ!!

ศูนย์แสดงศิลปะ บ้านจิม ทอมป์สัน ตั้งอยู่ เลขที่ 6 ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติค่ะ ( พยายามหาแผนที่ให้ แต่ไม่มีเว็บหน่ะค่ะ – -” เอาเป็นว่าอยากรู้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมถาม bug น่าจะรู้…รึเปล่า!?!? )

ผลงานของคริสเตียน ลาครัวซ์ ที่ผ่านๆตาในปีที่แล้วก็มีชุด Corset (( Corset = เสื้อรัดทรงของผู้หญิงในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ) ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงชุดที่แคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์ (Catherine Zeta-Jones) ใส่ในหนังเรื่อง The Legend of Zorror หน่ะค่ะ )) คริศเตียน ลาครัวซ์ออกแบบชุดคอร์เซ็ตให้กับมาดอนน่าเพื่อใส่ในการแสดงระหว่างเดินสายเวิลด์ทัวร์ และในปีนี้เค้าได้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับพนักงานของสายการบินแอร์ฟรานซ์ ในคอนเซปต์ที่ผู้ใส่ สามารถเลือก mix & match ให้เหมาะกับบุคลิกของตัวเองได้ และยังรับเชิญให้เป็นผู้ออกแบบปก และเขียนแนะนำพจนานุกรมลารูส (Larousse Dictionary) ค่ะ

Fashion Trend Center

หลายๆคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับห้องสมุดแฟชั่น หรือ Fashion Trend Center (FTC) กันบ้างแล้วนะคะ ถ้า vinegar girl ไม่พูดถึงเนี่ยคงไม่ตรง concept ของบล๊อกแฟชั่นแน่ๆ มีใครเคยไปบ้างรึยังเอ่ย?! ตัวเองก็ยังคิดอยู่ว่าถ้าได้ไปดูหนังหรือช้อปปิ้งแถวๆนั้นจะแวะเข้าไปเยี่ยมชมซะหน่อย

(( ขอนอกเรื่องหน่อยนะคะ ไปดูน้องแฮร์รี่ พอตเตอร์กันมารึยังคะ? ชอบกันรึเปล่า…แต่รู้สึกว่านักวิจารณ์ทั้งหลายจะชมว่า Harry Potter and the Globlet of Fire กับผู้กำกับใหม่ Mike Newell ทำได้ดีกว่าทุกๆตอนที่ผ่านมา เพื่อนๆว่าจริงๆรึเปล่าคะ
แต่ได้อ่านบทความในบล๊อกบางบล๊อกเค้าบอกว่า ตัดทอนเนื้อหาสำคัญๆออกไปเยอะ (นี่ขนาดตัดไปเยอะหนังยัง 2 ชม.กว่าเลย) ตัวเองยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยไม่ได้คาดหวังหรือรู้เรื่องล่วงหน้ามาก แต่ยังไงดูแฮร์รี่ทุกตอนสนุกโหม้ดดดด เพราะเป็นคนดูหนังเรื่องไหนก็สนุก ฮ่าๆๆๆ
เพื่อนๆอย่าลืม comments เข้ามาบอกกันมั่งนะคะว่าถูกใจมากน้อยแค่ไหนกับแฮร์รี่กับถ้วยอัคนี… ^_^ ))

เข้าเรื่องกันต่อนะคะ เอ่อถึงไหนเนี่ย ลืม! แฮ่ๆๆ มัวแต่อยากเมาท์เรื่องแฮร์รี่ซะเพลิน ไปต่อไม่ถูกเยย..เอย..เอย..เอย FTC (Fashion Trend Center) หรือ ศูนย์รวบรวมแนวโน้มแฟชั่นโลก เป็นหนึ่งในโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น FTC ตั้งอยู่ชั้น 6 อาคาร ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิล์ด สี่แยกราชประสงค์
เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.30-20.00 น. หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

FTC ได้รวม 3 อุตสาหกรรมแฟชั่น คือ ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ ไว้ในนี้ค่ะโดยมีบริการแบ่งออกเป็น 6 ส่วน

  1. Exhibition Area : ลานแสดงผลงานแฟชั่น
  2. Trend Book Area : มุมเทรนด์บุ๊ค บริเวณที่รวบรวมหนังสือแนวโน้มแฟชั่น และหนังสือแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลก
  3. Magazine Area : มุมนิตยสารแฟชั่น
  4. Living area & Internet area : มุมอ่านหนังสือ และค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เนต รวมทั้งลิงค์เว็บไซต์แฟชั่นจากทั่วโลกที่น่าสนใจ
  5. Multimedia Area : มุมมัลติมีเดียที่เพียบพร้อมไปด้วยแฟชั่นโชว์จากประเทศผู้นำด้านแฟชั่น ทั้งในรูปแบบของ VCD และ DVD ที่อัพเดทตรงจากรันเวย์แฟชั่นวีคทั่วโลก
  6. Meeting Room : ห้องประชุม สำหรับผู้มาใช้บริการที่เต็มไปด้วยโสตทัศนูปกรณ์ ที่ต้องการมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยในเรื่องแฟชั่น  

หลายแหล่งข่าวแจ้งว่าถ้าน้องๆที่สนใจแต่อยู่ต่างจังหวัดให้เข้าไปหาข้อมูลได้ก่อนที่ www.fashiontrendcenter.com
ตัวเองไม่ได้อยู่ต่างจังหวัดแต่ยังไม่มีเวลาแวะไป ลองได้เข้าไปดูในเว็บมาแล้วค่ะ

FTC

โดยความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าในเว็บยังมีข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุดน้อยไป ถ้าจะให้พูดจริงๆ คือ คนที่สนใจแต่อยู่ต่างจังหวัด ก็ได้แต่นั่งอ้าปากหาวหวอดๆ รอไปก่อนเถอะค่ะ เพราะในเว็บไม่ได้มีรายละเอียดความรู้เรื่องแฟชั่นอื่นๆเลย นอกจากแนะนำหนังสือ เปิดๆดูได้ไม่กี่หน้าและไม่กี่เล่ม ซึ่งจริงๆน่าจะทำเป็นห้องสมุดแบบ online ด้วยอีกทางนึง โดยรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจบางส่วนลงมาในเว็บ เลยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะคนที่ทำโครงการก็อยู่ในวงการแฟชั่นทั้งนั้น (ไม่รู้ว่าคุ้มกับงบประมาณ 42 ล้านบาทอ่ะป่าวนะเคอะ…อูยยย..เริ่มหาเรื่องเข้าตัวแล้น. – -” เหงื่อตกๆ) เลยปลอบใจตัวเองว่าเค้าเพิ่งเปิด อาจยังไม่ได้ใส่ content อะไรลงไปก็ได้ แต่เราก็อยากจะให้มันมีประโยชน์กับคนที่สนใจ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสหรือน้องๆที่อยู่ต่างจังหวัดหน่ะค่ะ

นอกจากนี้ยังแอบ ตก-ก๊ะ-จายยย เพราะเค้าเก็บค่าสมาชิกด้วยค่ะ (นึกว่าให้เข้าฟรี!! …อิอิ) พอโทรไปสอบถามมา เค้าบอกว่าครั้งแรกจะมีคนพาชม จะได้เข้าฟรี แล้วหลังจากนั้นถ้าอยากเข้าไปอ่านหนังสือก็มีค่าบริการสมาชิกแตกต่างกันไป สรุปว่าเสียตังค์นั่นเองค่ะ แหมม..ก็ถูกและดีมีที่ไหนหล่ะค่ะ ค่าสมาชิก็เริ่มต้นตั้งแต่ 200 – 4,000 บาทค่ะ จะได้สิทธิที่แตกต่างกันไป รายละเอียดอยู่ในเว็บ FAQs นะคะ

เอาไว้ถ้ามีโอกาสได้แวะเข้าไปเยี่ยมชมห้องสมุดแฟชั่นแล้วจะกลับมาเล่าอีกทีค่ะ ว่าเป็นยังไง ^_^

ปิดท้ายเอาใจสาวขาช้อปกันค่ะ weekend นี้เตรียมร่างกายให้ฟิต และตังค์ในกระเป๋าให้เฟิร์ม เพราะมีรายการให้ช้อปมาราธอนกันหลายที่เลยหล่ะค่ะ เริ่มจาก Emporium Magnifique Midnight Fest ช้อปกันยันเที่ยงคืน 25-27 ส่วน 28-30 เปิด-ปิดตามปกติค่ะ งานนี้ลดทั้งห้างดิ เอ็มโพเรียมเลยนะคะ เคาน์เตอร์ปกติ ลด 15-30% ส่วนร้าค้าแบรนด์ดังระดับโลกลด 20-70%
ส่วนเด็กแนวแถวๆสยาม ต้องไม่พลาดงาน เทรนด์ เซ็นเตอร์ นิวลุค ในงาน Siam Center : The Magic Never Ends ใน weekend นี้ (26-27 พ.ย.) เพราะมีแฟชั่นโชว์บนแคตวอล์กใหญ่ที่สุดในกรุงเต้บ (เราอ่ะ เด็กเต้บมาแต่กำเนิด…!!) แถมด้วยนักร้องศิลปินร่วมแจมอีกเพียบ.. งานนี้น่าไป อย่างแรง!!! <-- เด็กเต้บมั่กๆ - -"
ถ้ายังไม่เมื่อยแนะนำให้ไปดูของมือสองจากดารานักร้องที่มาออกบูธ ในงาน The Second-Hand Market ที่ลานมรกต เซ็นทรัลชิดลม วันเสาร์นี้ เริ่มกันตั้งแต่เที่ยงครึ่ง – 3 ทุ่มค่ะ

ปล. แอบกระซิบดังๆว่า พรุ่งนี้ใครที่เป็นแฟนเอเอฟ 2 ต้องติดตาม vinegar girl ค่ะ…คริๆ
Have a nice Weekend นะคะ!! ^_^ ช้อปกันเพลิน ระวังกระเป๋าจะฉีกนะค้า~!

Thai Blog, บล๊อคไทย, ห้องสมุดแฟชั่น, คริสเตียน ลาครัวซ์, ศิลป์ สื่อ ศิลป์, ห้างสรรพสินค้าลดกระหน่ำ, Emporium Magnifique Midnight Fest, ดิ เอ็มโพเรียม, Siam Center The Magic Never Ends ,สยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัลชิดลม

Comments (1)

EyePod!!

EyePod!!

Posted on 24 November 2005 by Vinegar Girl

อ่าน title กันแล้วสาวๆไม่ได้ทำงานหนักจนทำให้หน้ามืดตาลาย หรือสายตาผิดปกติจนมองอะไรผิดไป เหมือนโฆษณาแว่นตายี่ห้อนึงที่ดูทีวีไม่ชัดทั้งๆที่เป็นตู้เย็นหรอกนะคะ และก็ไม่ได้พิมพ์ผิดด้วยนะคะ EyePod จริงๆค่ะ เก๊าะ Apple เค้าทำ iPod nano ออกมายั่วน้ำลายกันไปแล้ว ทำไม๊…ทำไมเครื่องสำอางจะออก EyePod ไม่ได้หล่ะค้า…..เหอะๆๆๆ ไอเดียเจ๋งๆที่เล่นคำพ้องเสียงอันนี้มาจากเครื่องสำอาง CARGO ค่ะ แบรนด์ CARGO เนี่ยเค้ามีของเล่นเก๋ๆเดิ้นๆออกมาให้สาวๆยูเอสเล่นกันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Daily Gloss กลอสแบบพกพาที่มาใน package สุดเก๋ (แบบฉีกออกจากแผง อารมณ์เหมือนแพคเกจขนมหรือแผงยาเลยค่ะ) ใช้กันวันละอัน แผงละ 30 อันค่ะ ตัว Daily Gloss นี้ฮอตฮิตติดตลาดที่นู่นกันไปแล้ว ที่ชอบผลิตภัณฑ์ของ CARGO เนี่ยเพราะเค้ามักจะทำออกมาในไอเดียคูลๆ แถมยังพกพาสะดวก เรียกว่าถูกใจสาวๆนักเดินทางจริงๆค่ะ

CARGO - EyePod

EyePod คือ eye shadow ที่มาในรูปแบบก้านพลาสติกค่ะ ด้านบนเป็นหัวฟองน้ำ รูปร่างหน้าตาก็ดูคล้ายก้านสำลีเนี่ยหล่ะค่ะ เป็นแบบ single use หรือว่าใช้ครั้งเดียวทิ้งทำนองนี้แหล่ะค่ะ ภายในก้านของ EyePod เนี่ยบรรจุด้วยอายแชโดว์เนื้อเจลแบบติดทนนาน ใน 7 เฉดสีรุ้งไว้แต่งแต้มเปลือกตาของสาวๆ ซึ่งแต่ละเฉดสี จะมีสีละ 2 ก้าน ทั้งหมด 14 ก้านบรรจุในกล่องแบบพกพาสะดวกค่ะ
วิธีใช้ก็ง่ายๆค่ะ เพียงแค่บีบด้านล่างกับด้านบนของก้านพร้อมๆกัน เนื้อเจลของอายแชโดว์จะไหลไปที่หัวฟองน้ำ ซึ่งสามารถเกลี่ยบนเปลือกตาได้เลย หรือว่าจะนิ้วมือเกลี่ยตามแต่จะถนัดค่ะ

นอกจาก EyePod เนี่ย CARGO ยังมีเครื่องสำอางในแบบใหม่ๆที่น่าสนใจ vinegar girl เลยเอามาให้สาวๆดูกันด้วยค่ะ

CARGO

GlossyGreetings Cards เป็นเซ็ต Seasonal Greeting Cards หรือการ์ดอวยพรที่ตกแต่งด้วยบุ่มนูนๆสีสดใส ภายในคือ ลิปกลอสค่ะ และยังมี Glossy Tags ซึ่งเป็นแบบเดียวกัน เอาไว้ติดกล่องของขวัญเพิ่มความเก๋ให้กับกล่อง และเพิ่มความสวยให้กับผู้รับได้ด้วยค่ะ ซึ่งทั้ง 2 เซ็ตนี้ CARGO ได้บริจาครายได้จากการขายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายให้กับ St. Jude Children’s Research Hospital แหมม…สวยเก๋แล้วได้บุญอีกด้วยนะคะ

ปิดท้ายด้วย ColorCards เป็นอายแชโดว์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งบรรจุใน card ขนาดบางเฉียบ เหมาะมาก….ก สำหรับพกพา อายแชโดว์มีหลายหลากเฉดสีอัญมณีค่ะ วิธีใช้อาจใช้แปรงหรือนิ้วแต่งแต้มบนเปลือกตาค่ะ ที่เก๋คือ card ทั้งหมด 28 แผ่นนี้พับบรรจุในกล่องสังกะสีเก๋ไก๋ พออายแชโดว์หมด ก็นำกล่องนี้มาใส่อย่างอื่นก็ได้ด้วยค่ะ

น่าเสียดายอีกแล้วสำหรับสาวไทยเพราะ CARGO จำหน่ายเฉพาะที่อเมริกา…อา..อา..อา ค่ะ เราเลยต้องนั่งอ้าปากค้าง น้ำลายไหลยืดเพราะอยากได้ของน่ารักๆแบบนี้กันไปก่อนนะคะ หรือถ้าสาวๆที่อยากได้จริงๆลองไปหาใน eBay ดูสิคะน่าจะมี เอาเป็นว่า vinegar girl นำมาให้ดูไว้จะได้ไม่ตกเทรนด์ค่ะ ^_^ คริๆๆๆ

Thai Blog, บล๊อคไทย, เครื่องสำอาง, อายแชโดว์, เครื่องสำอางแบบพกพา, อายพอด, การ์ดอวยพร, เครื่องสำอาง CARGO

Comments (3)

Fall 2005 Makeup Trend II

Fall 2005 Makeup Trend II

Posted on 23 November 2005 by Vinegar Girl

เมื่อวานให้นำเทรนด์แต่งหน้าประจำฤดูกาลมาให้ดู สาวๆมือใหม่ทั้งหลายคงแอบค่อนขอดในใจว่า แหมเทรนด์นี้เน้นแต่การแต่งตา มือใหม่อย่างฉั้นจะกรีดอายไลเนอร์ยังไงให้บาดใจชายได้เนี่ย เพราะยังไม่เคยใช้แม้กระทั่งอายแชโดว์ ไหนจะสโมคก๊ง สโมคกี้อายส์อีก รู้จักแต่สโมคกี้ไบท์ เพราะหาซื้อง่ายในเซเว่น!! อูยยยยย… อันนี้ไม่ต้องห่วงนะคะคู้ณขา… vinegar girl ยังมีก๊อก 2 สำหรับการแต่งหน้าให้สวยอินเทรนด์ประจำช่วงหน้าหนาวมาฝากอีกค่ะ และมีลุคที่ง่ายสำหรับมือใหม่ หรือสาวๆที่ไม่เคยแต่งหน้าต้องเปลี่ยนใจมาแต่งสวยแล้วหล่ะค่ะ เมื่อได้เห็นลุคที่นำมาให้ดู เพราะมีแบบง่ายและสวยเร็วในพริบตาเลยค่ะ

Fall 2005 Makeup Trend - Anna Sui Runway

photo : elle.com - Anna Sui runway
” มือใหม่หัดแต่ง + สีชมพู = สวยน่ารักแบบธรรมชาติ ” สมการนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับมือเก่าแต่งนานแล้ว แต่อยากดูสวยใส และลุคนี้ทำให้ดูอ่อนเยาว์ได้อย่างไม่น่าเชื่อนะคะสาวๆ อาจจะไล้อายแชโดว์สีทองตรงหัวตานิดหน่อย เพื่อความเปล่งประกายของดวงตาค่ะ

Fall 2005 Makeup Trend - Calvin Klein

photo : elle.comCalvin Klein Backstage Fall 2005 makeup trend
หลังเวทีแฟชั่นของคาลวิน ไคลน์ (Calvin Klein) แต่งแต้มริมฝีปากนางแบบในโทนม่วงอมชมพู และเกลี่ยอายแชโดว์โทนน้ำตาลในแบบบางเบา
ถ้าสาวๆที่อยากได้ลุคสโมคกี้แบบ children children <-- แบบเด็กๆค่ะ เหอๆๆ หรือมือใหม่หัดสโมคกี้ลองแบบนี้ดูก็ได้ค่ะ

Fall 2005 Makeup Trend - Ghost Backstage makeup

photo : elle.com – Ghost Runway Fall 2005 Makeup trend
ริมฝีปากฉ่ำกับสีม่วงอ่อนๆของลิปกลอสหลังเวทีของ Ghost กับความเรืองรองเปล่งประกายของผิวโดยเฉพาะโหนกแก้ม แนะนำ Strobe Cream จาก M.A.C ที่เคยรีวิวไปแล้วค่ะ รับรองว่าเปล่งประกายแบบในภาพนี้แน่ๆค่ะ ^_^

Fall 2005 Makeup Trend - Tuleh Runway

photo : style.comTuleh Runway Fall 2005 Makeup Trend
ง่ายที่สุดในการดูเซ็กซี่เย้ายวนคือการทาริมฝีปากของสาวๆด้วยสีแดง ไม่ว่าจะเป็นแดงสด แดงเลือดหมู / เลือดนก สุดแล้วแต่ค่ะ (ไม่ช่ายต้มเลือดหมูนะคะ!) หรือแดงในโทนไวน์ สีแดงจำทำให้ปากดูโดดเด่น ไม่จำเป็นต้องใช้อายแชโดว์ก็ได้ค่ะ แค่ปัดขนตาก็พอ หรือถ้าใช้อายแชโดว์ควรเป็นสีอ่อนๆ ปากแดงนี้ไม่ควรทาตาแบบ smoky eyes นะคะสาวๆ เพราะมันจะเว่อร์เกินไปค่ะ (เดี๋ยวคนเชิญให้ไปร้องเปิดวิก…ลิเกค่ะ) ควรจะเป็น concept ตาเข้มปากอ่อน หรือ ตาอ่อนปากเข้ม นะคะ

Thai Blog,บล็อกไทย, เทรนด์การแต่งหน้า, เมคอัพเทรนด์, เมกอัพ, เทรนด์ความงามประจำฤดูการ, backstage makeup trend, เทรนด์การแต่งหน้าจากรันเวย์, การแต่งหน้าหลังเวทีแฟชั่นโชว์

Comments (1)

Fall 2005 Makeup Trend

Fall 2005 Makeup Trend

Posted on 22 November 2005 by Vinegar Girl

สาวๆขา…เป็นมั้ยคะเวลาส่องกระจกก่อนออกจากบ้านแล้วมันเซ็งๆ ดูจืดๆ ทั้งๆที่ก็เปลี่ยนแนวเสื้อผ้าก็แล้ว แต่ยังไม่ค่อยช่วยอะไร มีวิธีง่ายๆในการเปลี่ยนลุคค่ะ การแต่งหน้าเนี่ยหล่ะค่ะ ช่วยได้แน่นอน! สาวๆที่กำลังเบื่อกับการแต่งหน้าในแบบเดิมๆ แล้วอยากเปลี่ยนสไตล์การแต่งหน้าแบบใหม่ หรือ ใครที่กำลังจะไปช้อปเครื่องสำอาง แทนที่เราจะซื้อสีหรือแบบเดิมๆแทนอันเก่าที่หมดไป ดูทางนี้ก่อนค่ะ เพราะ vinegar girl นำเทรนด์การแต่งหน้าของซีซั่นนี้มาฝากค่ะชนิดเกาะขอบรันเวย์กันเลยนะคะ ^_^

Best Fall 2005 Makeup - Lanvin Runway

photo : style.comLanvin runway Fall 2005 Makeup
สวยโฉบเฉี่ยว แค่อายไลเนอร์ (eye liner) อย่างเดียวก็ทำให้สาวๆดูสวยเฉี่ยวได้อย่างลุคนี้แล้วค่ะ แต่การกรีดอายไลเนอร์ ต้องอาศัยการฝึกฝนกันหน่อยเหมือนที่เคยพูดถึงไปแล้วนะคะ ลุคนี้เหมาะกับมือโปร หรือสาวๆที่กำลังเทิร์นโปรค่ะ เพราะดวงตาจะคมกริบบาดหัวใจชายต้องใช้ Liquid eye liner หรืออายไลเนอร์แบบน้ำเท่านั้นค่ะ ส่วนสีปากก็ต้องชมพู – ชมพูอ่อนค่ะ

Best Fall 2005 Makeup - Zac Posen Runway

photo : elle.comZac Posen runway Fall 2005 makeup
Smoky eyes เทรนด์ยอดฮิตประจำหน้าหนาวต้องยกให้สโมคกี้อายค่ะ จะให้เซ้กซี่ต้องไล้อายแชโดว์ (eye shadow) หรือเขียนขอบตาล่างด้วยอายไลเนอร์ (eye liner) แบบเนื้อนุ่มแล้วเกลี่ยให้ฟุ้งๆ ไม่ให้ดูเป็นเส้นคมชัด เพราะจะทำให้ดูดุเกินไปค่ะ ถ้าอยากจะได้ลุคนี้เพื่อไปงานกลางคืน แต่ไม่แน่ใจว่าจะสวยเข้ากับสโมคกี้อายส์รึเปล่า…แนะนำว่าลองให้ช่างแต่งหน้าตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางทดลองแต่งให้เราดูก่อนก็ได้ค่ะ แล้วสาวๆจะได้เรียนรู้เทคนิคการแต่งตาแบบสโมคกี้อายให้ดูสวยเข้ากับรูปตาเราด้วยนะคะ ^_^ ปากโทนสีนู้ดหรือสีชมพูอ่อนจะทำให้ลุคนี้ดูเซ็กซี่มากๆค่ะ

Best Fall 2005 Makeup - Gucci

photo : style.com - Gucci Runway Fall 2005 Makeup
สำหรับสาวๆที่อยากเพิ่มความเก๋ให้กับดวงตา และยังดูระยิบระยับราวกับเครื่องประดับตกแต่งดวงตาแล้วหล่ะก็ ต้องลุคนี้เลยค่ะ แค่เขียนขอบตาด้วยอายไลเนอร์ที่ผสม glitter และฤดูกาลนี้อายแชโดว์สีเข้มแต่สดในโทนสีแบบอัญมณี อย่างสีน้ำเงินแซฟไฟร์ (sapphire) เขียวมรกต (emerald ) หรือม่วงอะเมธิสต์ (amethyst) ก็มาแรงแข่งกันแวววาวบนเปลือกตาเลยค่ะ

Thai Blog,บล็อกไทย, เทรนด์การแต่งหน้า, เมคอัพเทรนด์, เมกอัพ, เทรนด์ความงามประจำฤดูการ, backstage makeup trend, เทรนด์การแต่งหน้าจากรันเวย์, การแต่งหน้าหลังเวทีแฟชั่นโชว์

Comments (1)

10th Annual Victoria’s Secret Fashion Show!

10th Annual Victoria’s Secret Fashion Show!

Posted on 20 November 2005 by Vinegar Girl

เรื่องของชุดชั้นในถึงเราจะไม่ได้ใส่โชว์ใคร แต่สาวๆคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราก็อยากเลือกแบบที่เซ็กซี่ หรือน่ารักตามสไตล์ของแต่ละคนใช่มั้ยคะ! ถึงแม้ว่าหุ่นเราไม่ได้ fit & firm และไม่ได้มีอะไรๆที่หย่ายยย..เหมือนกับ supermodel แต่ถ้าเราใส่แล้วมันทำให้เรารู้สึก sexy ขึ้นมาได้ จงภูมิใจเถอะค่ะ!! เพราะความพึงพอใจกับรูปร่างตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดนะคะสาวๆ และถ้าสาวๆมีความนับถือตัวเอง (self-esteem) แล้วจะทำให้เรามั่นใจ vinegar girl เชื่อว่าทุกคนก็เซ็กซี่ได้ในแบบของตัวเองค่ะ ^_^
วันนี้เลยนำภาพแฟชั่นโชว์ครบรอบ 10 ปีของชุดชั้นในแบรนด์ดัง Victoria’s Secret มาให้สาวๆดูกันเพลินๆค่ะ ภาพจาก elle.com นะคะ งานนี้พร้อมหน้าพร้อมตาด้วย supermodel เจ้าเก่าของ Victoria’s Secret อย่าง Tyra Banks หรือคุณแม่หมาดๆ อย่าง Heidi Klum ที่เพิ่งคลอดลูกปุ๊บ ก็กลับมาหุ่น firm สวยปั๊บเช้งวับเหมือนก่อนท้องได้ในเวลาอันรวดเร็วมั่กๆ (อันนี้ไม่แนะนำสำหรับคุณแม่ทั้งหลายที่จะเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเองนะคะ…) แล้วที่ขาดไม่ได้นางแบบคนสวยประจำ Victoria’s Secret คือ Gisele Bundchen ยังมี Naomi Campbell มาร่วมเดินแบบด้วย และนางแบบหน้าใหม่สุดเซ็กซี่ Adriana Lima และยังมีนางแบบอีกมากมาย อู้ยย…งานนี้รันเวย์อาจไฟลุกได้เพราะความร้อนแรงและเซ็กซี่ของเหล่านางแบบค่ะ.. คิกๆ อยากรู้ว่า HOT แค่ไหน ไปดูภาพกันเลยค่ะ

10th Annual<br />
Victoria\” src=”http://www.vinegargirl.com/wp-content/images/elvc001.jpg” /></div>
<div align=10th Annual Victoria\
10th Annual Victoria\
10th Annual Victoria\
10th Annual Victoria\

Thai Blog, บล็อกไทย, Fashion Show, 10th Annual Victoria’s Secret, ชุดชั้นใน, วิคทอเรีย ซีเครท แฟชั่นโชว์, บรา, lingerie, รันเวย์, นางแบบชั้นนำ, เดินแบบชุดชั้นใน

Comments (0)

กินดี สีแดง!

กินดี สีแดง!

Posted on 18 November 2005 by Vinegar Girl

Top Ate Red Food

วันนี้ขออนุญาตเสนอเรื่องสั้นๆนะคะ เพราะงานท่วมหัว ตัวเป็นน็อตอยู่อ่ะค่ะช่วงนี้…อิอิ แป็บเดียวก็วันศุกร์แล้ว..รวดเร็วทันใจนะคะ เย็นนี้หลายๆคนคงมีต้องออกไปทานอาหารกับเพื่อนๆ หรือไป party กันบ้าง vinegar girl เลยมีอาหารสีแด๊งแดงง ที่รับประทานแล้วดีต่อสุขภาพมานำเสนอ เผื่อกลางวันหรือเย็นนี้จะสั่งอะไรทานอย่าลืมคิดถึงสีแดงนะคะ นำมาจากhungry-girl.com ค่ะ เป็นเรื่อง “Top Ate” Red Foods เลยแปลว่า กินดี สีแดง ค่ะ (จริงๆ Top Ate เป็นชื่อของ category นึงใน hungry-girl ค่ะ แต่เลือก red foods เพราะมันคล้องจองกันดีค่ะ) ถ้ามีเวลาว่างลองเข้าไปอ่านดูสิคะ มีเรื่องน่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับเรื่องอาหารและสุขภาพนะคะ

  1. แอปเปิ้ล (Apple)
  2. สตรอเบอร์รี่ (Strawberries)
  3. พริกขี้หนู / พริกชี้ฟ้า (Red Peppers)
  4. แตงโม (watermelon)
  5. บีทรูท (Beets)
  6. องุ่น (Grapes)
  7. เชอร์รี่ (cherries)

แถมท้ายให้ด้วยเรื่องของขบเคี้ยว สีตรงข้ามกับสีแดงข้างบนเลยค่ะ เพราะขนมขบเคี้ยวที่สาวๆควรเคี้ยวให้เมื่อยกรามคือ ถั่วเมล็ดเขียว (green beans)อย่างพวก ถั่วลันเตา ถั่วแระญี่ปุ่น ทำนองนี้ค่ะ เพราะถั่วเมล็ดเขียวพวกนี้อุดมไปด้วยวิตามินเอ (vitamin A) และโปแตสเซียม (potassium)!! อ้าว สาวคนไหนที่กำลังเคี้ยวขนมจำพวกแป้ง หรือ เยลลี่ ลองเปลี่ยนมาเป็นถั่วกันดูค่ะ

Thai Blog, บล็อกไทย, ผัก – ผลไม้สีแดงเพื่อสุขภาพ, ของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ

Comments (1)

เรื่องของผม!

เรื่องของผม!

Posted on 17 November 2005 by Vinegar Girl

“เรื่องของผม!” ไม่ใช่คำพูดประชดประชันจากปากหนุ่มที่ไหนนะคะ แต่พอดีเมื่อเช้าเปิดวิทยุได้ยินเพลง “She……May be the face I can’t forget……A trace of pleasure or regret ” แล้วพลันร้องคลอตามแบบสบายอุราว่า “ชี…………..เธอไม่มีผมจึงมาบวชชี….เธอไม่มีผมมมม…เลยไม่ต้องหวี…..” อูยยยยยย ไม่ช่ายแล้น!! ( อยากฟังแบบ full version ต้องฟังจาก “สุเมธ & เดอะปั๋ง” เวลาขึ้น concert อ่ะค่ะ.. อิอิอิ ) เก๊าะตอนนี้อินกับ version ภาษาไทยที่แต่งโดยสุเมธ & เดอะปั๋งมั่กๆหน่ะสิคะ เพราะเพิ่งไปหั่นผมสั้นมา ไม่สั้นเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่เหมือนเพิ่งสึก!!! แฮ่ๆ หลังจากไว้ผมยาวดัดเป็นลอนมานาน แล้วตัดบ็อบสั้นมาได้อีก 1 เดือนเหมือนแบบที่เอามาให้ดูกันอ่ะค่ะ ( ตอนนี้อินเทรนด์มาถึงดารานักร้องไทยแล้วนะคะ เพราะมาช่าก็เพิ่งตัดบ็อบสั้นสวยสดใส เชียวหล่ะค่ะ อยากรู้ไปดู บ็อบ อินๆ กันก่อนได้ค่ะ) ตอนนี้เลยเป็นชี..อี..อี….ชี๊……(โปรดร้องขึ้นเสียงสูงแบบจบเพลงด้วยนะคะ)

mayonnaise

สาวๆขา….ถ้ากำลังอยู่ในช่วง diet เลยเปลี่ยน salad dressing จากพวกที่เป็นครีมๆ มาเป็นน้ำมันมะกอก หรือน้ำสลัดแบบใส ไม่ได้ใช้มายองเนส (mayonnaise) แล้ว อ้ะๆ อย่าเพิ่งเก็บน้องมายองเนสไว้ด้านในสุดแบบรอวันหมดอายุนะคะ เพราะเราสามารถนำมายองเนสมาเป็นครีมหมักผมได้ค่ะ! ครีมหมักผมจากมายองเนส!! ถูกต้องแล้วค่ะ!! ไม่ได้อ่านผิดแน่ๆ เพราะส่วนประกอบหลักๆของมายองเนสคือ ไข่แดง ซึ่งช่วยบำรุงเส้นผมของสาวๆได้อย่างดี (แต่ควรดูฉลากข้างขวดมายองเนสก่อนนะคะ ถ้าส่วนผสมมันดูแล้วไม่น่าลองก็ไม่ต้องก็ได้ค่ะ อย่างเช่นผสมพริกไทยด้วยอ่ะค่ะ) แต่ต้องล้างให้สะอาดนิดดดส์นึงนะคะ ไม่งั้นอาจได้ฉายา “น้องมายองเนส” ได้ค่ะ สูตรนี้ลองแล้วค่ะ ให้กลิ่นที่น่ากินกว่าหมักด้วยไข่แดงอย่างเดียวค่ะ อิอิ ส่วนความนุ่มของผมก็พอใช้ได้นะคะ เอาเป็นว่ารู้ไว้ เผื่อได้ใช้ประโยชน์นะคะ ^_^ กรณีนี้อาจดัดแปลงมาเป็นครีมนวดผมแบบฉุกเฉินในยามที่ครีมนวดผมจริงๆหมดกระทันหันก็ได้ค่ะ

Hair Style 

สาวๆคงเคยเป็นนะคะ เวลาที่รีบร้อนต้องไปทำงานแต่เช้าจนไม่มีเวลาสระผม (ส่วน vinegar girl นี่เป็นแบบตื่นสายแว้ววว สระผมไม่ทัน 555555) แล้วเกิดวันนี้ต้องมีนัดลูกค้า หรือว่าประชุมอีกหล่ะ แล้วต่อแล้วเดทหนุ่มตอนเย็น โอยยยยย……. – -” อย่าเพิ่งเหงื่อตกค่ะ เพราะ เรามีวิธีง่ายๆที่ทำให้ผมสาวๆดูดีขึ้นได้ในพริบตา

  • Headband
  • ผ้าคาดผมกำลังฮอตฮิตค่ะตอนนี้ อย่างในรูปด้านขวาอ่ะค่ะ จาก runway ของ Lanvin ค่ะ คาดแล้วมันผมหลวมก็ได้ค่ะ ถ้าไม่ต้องการลุคที่เนี้ยบจนเกินไป หรือถ้าใครที่มีคลื่นผมเป็นลอนแล้วหยุ่งเหยิงในยามเช้า คาดผมเข้าไปเลยค่ะ ใช้นิ้วสางๆผมก็พอคือให้เรียบด้านหน้าที่คาดผมแล้วยุ่งๆด้านหลังไม่ต้องรวบผมนะคะ จะได้สไตล์ที่เก๋มากค่ะ สาวผมสั้นก็ทำได้นะคะทรงนี้ เซ็ตผมซอยให้ยุ่งๆเลยค่ะ แบบตั้งๆเป็นหนามด้านหลัง แล้วใช้ผ้าคาดผม อาจมีผมม้าตกมาหน่อยๆ จะทำให้ดูหวานขึ้นได้นะคะ

  • Pony Tail
  • รวบผมเป็นหางม้า ไม่ว่าจะสูง ต่ำ หรือรวบไว้ด้านข้าง แต่หางม้าแบบด้านข้างต้องเป็นหางม้าต่ำๆนะคะ ไม่งั้นจะไม่สวย หรือจะแอบบิดเป็นเกลียวก่อนรวบอย่างในภาพด้านซ้ายก็ได้ค่ะ แล้วเพิ่มลูกเล่นให้เก๋ไก๋ด้วยริบบิ้นแล้วปล่อยชายริบบิ้นลงมาแบบในภาพ ก็น่ารักและอินเทรนด์อีกเหมือนกันค่ะ

  • Spray
  • หรือจะลองฉีดสเปรย์จัดแต่งทรงผม แล้วเป่าด้วยไดร์ ความร้อนก็จะช่วยทำให้ผมเซ็ตเป็นทรงมากขึ้นได้ค่ะ

  • Volume
  • เพื่อช่วยเพิ่มวอลุ่มให้กับผมลีบแบบ ยามตื่นนอน ให้สาวๆรวบผมขึ้น หรือก้มศีรษะลงแล้วฉีดสเปรย์เพิ่มวอลุ่มที่โคนผม จากกนั้นก็รัดผมเป็นหางม้าสูง ทิ้งไว้ซัก 10 – 15 นาที พอปล่อยผมออกมา แล้วจัดทรงอีกนิดก็จะดูไม่ลีบแบนแล้วค่ะ

  • hair refresher
  • อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาหรือส่วนลดพิเศษแต่อย่างไรนะคะ ซื้อใช้เองค่ะ รวมถึงไม่ได้มีใครรู้จักเป็นพิเศษใน stila ด้วยค่ะ ( ขนาดโทรไปที่บริษัทเอลก้า เพื่อขอข้อมูลของสินค้าใหม่ๆ ของหลายๆยี่ห้อที่เอลก้านำเข้ามา รวมถึงยี่ห้อที่ vinegar girl ใช้อยู่ประจำยี่ห้ออื่นๆด้วยนอกจาก stila ยังไม่มีใครสนใจจะส่งข้อมูลมาให้ช่วย PR ให้ฟรีๆเลยอ่ะค่ะ – -” เวปไม่ดังก็งี้หล่ะค่ะ ต้องทำจายยย ได้แต่ก้มหน้าก้มตารอรับ mailing ทางไปรษณีย์แล้ว scan กันต่อไป ) แต่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีมั่กๆ ของ stila จึงทำให้ต้องบอกต่อค่ะ ไม่มีเวลาสระผมต้องนี่เลยค่ะ Hair refresher ตัวนี้ช่วยได้แน่นอนค่ะ ฟันธงๆ!! แต่สำหรับคนๆนี้ “คุณตั้ม” ที่ช่วยทำให้ความรู้สึกดีๆ กับ stila กลับคืนมา (หลังจากที่เอลก้าไม่สนใจ 55555) เพราะเธอน่ารักมากจริงๆ เพราะเวลาไปซื้อก็ไม่เคยซื้อกับเธอเลย แต่โทรไปที่เคาน์เตอร์คุณตั้มรับแล้วช่วยให้ข้อมูลทุกอย่างแบบไม่มีอิดออดเลยต้องบอกต่อมากกกกกกๆค่ะ (คุณตั้มรับแต่งหน้านอกสถานที่ด้วยนะคะ อันนี้แอบกระซิบดังๆ ครายอยากทราบเบอร์ติดต่อกับคุณตั้ม บอกผ่านมาทาง comments ก็ได้ค่ะเด๋วอีแมวไปบอก หรือจะตรงไปหาคุณตั้ม ณ สตีล่า ดิเอ็มโพเรียม ได้เลยนะคะ)

    ขอบคุณภาพจาก : www.style.com

    Thai Blog, บล็อกไทย, ครีมหมักผมสูตรในครัว, วิธีจัดแต่งทรงผมแบบรวดเร็ว

Comments (3)