Archive | October, 2005

Mix & Match – episode I จัดให้แล้วค่ะ

Mix & Match – episode I จัดให้แล้วค่ะ

Posted on 18 October 2005 by Vinegar Girl

สาวๆที่คิดไม่ออก บอกไม่ถูก ไม่รู้จะใส่อะไรดี ตื่นมาก็ยิ่งรีบๆ เลยคว้าเสื้อผ้ามาใส่ในแบบเดิมๆ แล้วเราจะทำยังไงให้ชุดเก่าๆที่มีอยู่ ใส่แล้วเหมือนซื้อชุดใหม่กันละคะ วันนี้จัดให้เลยค่ะ นำมาจากหนังสือญี่ปุ่น non-no ฉบับค่อนข้างเก่าแล้วค่ะ ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ style mix & match ยังใช้ได้นะคะ ^_^ ในตัวอย่างที่เอามา มีเสื้ออยู่ 4 แบบ กระโปรง 2 และกางเกง 1 ค่ะ

mix & match - episode1-1

โอ้ววววว พระเจ้าจอร์จ!!! ไม่น่าเชื่อเลยว่า เค้าจะจับมา mix กันได้ถึง 1, 2 .3…4 นับได้ 28 แบบเชียวค่ะ คุณขา………..

mix & match - episode 1-2

 

mix & match - episode1-3

ดูแล้วเค้าจะเปลี่ยนตรง accessories ซะส่วนใหญ่ค่ะ (บางอย่างอาจไม่เหมาะกับอากาศบ้านเรา) เอาเป็น style guide ละกันนะคะ แล้วพรุ่งนี้ก็เริ่มลงมือ mix & match กันได้เลยค่ะ สาวๆ ^_^

ภาพจาก : non-no / no.24

Tag : : : : :

Comments (1)

BIOTHERM – Line Peel

BIOTHERM – Line Peel

Posted on 18 October 2005 by Vinegar Girl

LINE PEEL
ส่วนอันนี้เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ post card ส่งมาเหมือนกันค่ะ (ต๊ายยยยย..ไม่รู้ว่าเค้าส่งให้กับทุกสมาชิก ส่งตามอายุ หรือ แอบเห็นริ้วรอยของเราคะเนี่ย!) ตอนนี้ biotherm (ไบโอเธิร์ม) เค้ามี New Skincare มาอัพเดทกันอีกแล้นนนค้า…เป็นกลุ่มที่ช่วยลดริ้วรอย LINE PEEL มีทั้งหมด 3 ตัวค่ะ
Line Peel - products

  • Line Peel Wipe Off Lotion : โลชั่นเช็ดหน้าปรับสภาพผิวลดเลือนริ้วรอย ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งจะตกค้างบนผิวหน้า เพื่อเปิดทางให้ส่วนผสมของ products ตัวอื่นซึมสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ (สงสัยต้องซื้อยกโหล เช็ดมันทั้งตัวซะแล้น – -’ เสื่อมสภาพตั้งแต่หัวจรดเท้า! แหะๆๆ)
  • Line Peel Serum : เซรั่มลดเลือนริ้วรอย เสริมความกระชับเต่งตึง ด้วย Biopeeling System เพิ่มประสิทธิภาพเป็น 2 เท่าทันที เมื่อใช้ร่วมกับ Line Peel Day Cream เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องริ้วรอยลดลง และผิวฟื้นคืนความกระจ่างใส และสีผิวที่สม่ำเสมอ เซรั่มตัวนี้ใช้ทั้ง เช้า และกลางคืนค่ะ
  • Line Peel Day Cream : ครีมลดริ้วรอยสูตรกลางวัน (มีทั้งสูตรสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวผสม และสูตรสำหรับผิวแห้ง ค่ะ) ด้วยประสิทธิภาพจาก Biopeeling System ซึ่งปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้นในทันที พร้อมทั้งลดเลือนจุดบกพร่องของผิว เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยลดเลือนริ้วรอย และ เผยผิวใหม่ดูอ่อนเยาว์ขึ้น < --- ผู้หญิงเราพอเห็นคำนี้ รีบกระโจนเข้าใส่ ก้อแหมมมม ใครๆ ก็อยากมีหน้าอ่อนกว่าวัยทั้งนั้นหล่ะค่ะ ส่วนจะใช้ ผลิตภัณฑ์ไหน ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของสาวๆ กันแล้วค่ะ ของ biotherm อันนี้ เอามาให้ดูไว้ให้อัพเดทกันนะคะ แนะนำให้เลือกใช้ products ที่ ไม่แพ้ ทั้งบนใบหน้า และ เงินในกระเป๋า กันดีที่สุดค่ะ

Tag : : : : : : : :

Comments (1)

ไอเท็มชิ้นใหม่ๆ ร้อนๆ จากสตีล่า (Stila) ค้า….

ไอเท็มชิ้นใหม่ๆ ร้อนๆ จากสตีล่า (Stila) ค้า….

Posted on 18 October 2005 by Vinegar Girl


ได้รับ postcard อัพเดทผลิตภัณฑ์จาก stila และ biotherm เลยอยากเอามาฝากให้สาวเปรี้ยว ได้สวยใสไม่ตกเทรนด์กันด้วยค่ะ (หาข้อมูลง่ายไปรึป่าว ฮ่าๆๆๆ)

stila-illustrator

เริ่มจากสตีล่า stila กันก่อนนะคะ จริงๆชอบภาพ illus. ของ stila มั่กๆ เลยอยากให้เพื่อนๆ ได้ดูด้วย (ข้ออ้าง ฟังขึ้นอ่ะป่าวคะเนี่ย !! – -’ )
ชุดผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบเพื่อซ่อนเร้นความไม่สมบูรณ์แบบของผิว ได้อย่างแนบเนียน ให้ผิวคุณดูสวย สดใสสุขภาพดี perfecting collection แหมม…อะไรที่ทำ(ตบตา)ให้สวยแบบเนียนๆ แบบนี้ช้อบค้ะ! อิอิ

perfecting collection

perfecting stick foundation เป็นรองพื้นที่ให้ผิวแบบ semi-matte ชนิดแท่งใหม่ ปกปิดได้ทุกระดับความต้องการไม่ว่าจะบางเบา หรือปกปิดเต็มที่ (ใช้ปกปิดริ้วรอย จุดด่างดำนะคะ …ใช้ปิดความลับเรื่องกิ๊กไม่ได้! อย่าใช้ผิดวัตถุประสงค์นะคะ) มีให้เลือก 7 เฉดสี เค้าบอกว่าใช้คู่กับแปรง stila perfecting foundation brush#27 ที่ช่วยให้เกลี่ยรองพื้นได้นวลเนียนสม่ำเสมอ เสมือนไม่ได้แต่งหน้า (ถ้าไม่อยากซื้อแปรง ก็ใช้นิ้วเนี่ยหล่ะค่ะ แต่ต้องเกลี่ยให้เนียนๆนะคะ)

perfecting concealer อันนี้เหมาะนัก กับสาวนอนดึก หรือ สิวสาว(แล้วแต่ว่าสาวมาก หรือ สาวน้อย)ขึ้น เพราะช่วยซ่อนเร้นรอบดำ หรือ แดง และ ร่องรอยความไม่ perfect ของผิว ให้ perfect ยิ่งขึ้นค่ะ เค้าให้ใช้คู่กับ perfecting concealer brush#26 แปรงที่ออกแบบมาใช้กับบริเวณที่ยากต่อการลง หรือ พื้นที่เล็กที่เข้าถึงได้ยาก (ใช้แปรงมันก็ดีกว่าจริงๆ นะคะ สำหรับตัว concealer นี่แนะนำให้ใช้จะดีกว่านะคะ แต่มันเปลืองช่ายมั้ยหล่ะคะ?! แต่ถ้าใครสามารถเกลี่ยให้เนียนก็ประหยัดดีค่ะ) แปรงพวกนี้ถ้าเราซื้อมาใช้แล้วรักษาดีๆ ก็ใช้ได้นานเลยหล่ะค่ะ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับสาวที่อยากดู professional ในการแต่งหน้า ^_^

ปิดท้ายด้วยsheer pressed powder แป้งฝุ่นอัดแข็งสูตรใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ให้เนื้อแป้งเนียนละเอียดขึ้นกว่าเดิม ส่งให้ผิวดูเนียนนุ่ม กระจ่างใสไร้ที่ติ เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวผสมและผิวมัน เพราะมีคุณสมบัติพิเศษในการดูดซับน้ำมันบนชั้นผิวค่ะ

fall anniversary set

แถมสตีล่าเค้ายังหลอกล่อเราให้เสียเงินด้วยการจัด fall anniversary set มายั่วน้ำลายคุณสาวๆ อีกนะเคอะ!
เป็น set พิเศษที่ให้สาวสวยได้ทุกรูปแบบ (แบบสวยทุกมุม ร้อนฉ่าทุกองศา!?!?) ไม่ว่าจะเป็น day look หรือ night look ด้วย makeup อย่าง 2 pan eye shadow, kajal eye liner, pencil sharpener, lip glaze, all over shimmer และน้ำหอม midnight bloom ขนาดพกพา ทั้งหมดบรรจุในกระเป๋าผ้าหวีด < --- คิดว่าเค้าคงพิมพ์ผิดแน่ๆค่ะ ถ้าผ้าหวีด ดิชั้นขอวิ่งเป็นคนแรก อ่านแล้วนึกถึงพวก ปอบหวีด-หยองง (สยองง) คิดว่าคงเป็นผ้าทวีด (tweed = ผ้าสักหลาด) มากกว่านะคะ อ้าว! เข้าเรื่องขายของกันต่อค่ะ... กระเป๋าเก๋ไก๋พร้อมกระจกและช่องเก็บแปรง (ที่หลอกล่อให้ซื้อเมื่อกี้) มี 2 โทนสีให้เลือก cool set และ warm set ในราคาพิเศษ 2,200 บาท จากมูลค่า 4,000 บาท สาวๆที่กระเป๋ายังไม่แฟ่บในช่วงค่อนเดือนอย่างนี้ สนใจก็ลองไปหามาเป็นเจ้าของกันนะคะ

breast cancer awareness lip pot

ส่วนอันนี้สุดท้ายแล้วจริงๆ สวยแบบได้บุญด้วย แนะนำค่ะ แนะนำ! เนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งทรวงอกสตีล่า (stila) จึงออก breat cancer awareness lip pot (limited edition) ลิปกลอสบำรุงริมฝีปากสีชมพูสด โดยรายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่ายสตีล่าจะมอบสมทบทุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติด้วยค่ะ ^_^ ไปช่วยอุดหนุนกันหน่อยนะคะ

Tag :
: : : : : : : : :

Comments (6)

Fall 2005 Trend Report

Fall 2005 Trend Report

Posted on 15 October 2005 by Vinegar Girl

มาอัพเดทแฟชั่นของซีซั่นนี้กันค่ะ นำเสนอ trend ร้อนๆ จาก runway มาให้ดูกัน เป็น guide line ในการแต่งตัวกันค่ะ ไม่ต้องไปซื้อหาเสื้อผ้าราคาแพงนะคะ ลองรื้อๆตู้เสื้อผ้ากันดูก่อนค่ะว่า มีชิ้นไหนที่เอากลับมาใส่แล้ว hot hit ติด trend ร้อนๆ ^_^ ไม่ต้องแต่งเป็นเซ็ตตามเค้านะคะ แค่เอามา mix & match เท่านี้ก็เก๋ และ อินเทรนด์เป็นไหนๆ

  • Romantic Victorian
  • ชุดที่พริ้วไหว feminine ที่มีความอ่อนหวานด้วยชีฟอง ดีเทลการจับพลีต และลูกไม้ ดูได้จาก Chloe’ (ที่หวาน โรแมนติก ทั้ง collection) และยังมีให้เห็นใน show ของ Marc Jacobs, YSL, Oscar de la Renta, Sportmax และ Derek Lam

    Victorian - 1

    สาวๆที่อยากแต่ง style นี้ก็ลองหาเสื้อผ้าชีฟอง ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ (ถ้าไม่อยากดูหวานจ๋า…) หรือหาเดรสสั้นตัวเก่า มาใส่เป็นชุดกลางวันก็ได้นะคะ หรือจะใส่กระโปรงจับพลีตบางเบา หรือ จับจีบเล็กๆ แบบในรูปของ Derek Lam แล้วหาแจ็กเก็ตพอดีตัวใส่ทับเสื้อตัวใน แค่นี้ก็สวยไปทำงานได้แล้วค่ะ

    Victorian - 2
  • Sexy Tomboy
  • ส่วนใครที่เป็นสาวเปรี้ยว + เท่ ต้องลุคนี้เลยค่ะ แจ็กเก็ตเข้ารูปแบบผู้ชายทั้งแบบ ฟิตพอดีตัวและหลวม คู่กับกางเกง มีให้เห็นในคอลเลคชั่นของพอล สมิธ (Paul Smith), Balenciaga หรือ วาเลนติโน (Valentino) ที่แน่ๆคือ trend กางเกงมาแน่ๆค่ะ สาวๆต้องรีบงัดกางเกงตัวสวยมาใส่ด่วน!

    Men\
    Men\
  • Sweet Sixties
  • Mod style ในช่วง ’60s กลับมาอีกครั้ง ต้องรีบไปค้นชุดเก่าๆ ของคุณแม่มาใส่กันแล้วค่ะ

    Mod
  • Military Touches
  • อีกลุคของสาวมาดเข้ม design แบบทหารในดีเทลเข้มอย่างกระดุม และ อินทรธนู ดูทะมัดทะแมง แผลงฤทธิ์ความเท่กันแล้วค่ะ

    Military - 1
    Military-2
  • Radial Russian
  • ลายพิมพ์ งานปัก และผ้าทอลายแบบ Russian คือตัวแทน folk style ประจำซีซั่นนี้ค่ะ (โดยเฉพาะในคอลเลคชั่นของแอนนา ซุย (Anna Sui) กับหมวกเฟอร์ใบใหญ่สังเกตได้ไม่ยากค่ะ

    Russe - 1

    Russe - 2
  • Babe BoHo

ยังพอมีให้เห็นกันอยู่นะคะ สำหรับกลิ่นอายยุค ’70s ยังไม่ out แน่นอนค่ะ เพราะเห็นอยู่บนหลาย runways ไม่ว่าจะเป็น Roberto Cavalli, Pucci, Burberry, Miu Miu และ Chloe’ กับเดรสลายพิมพ์แสนสวยหลากสี บนชีฟอง และ ซาติน สุดพลิ้ววไหวค่ะ

Boho - 1
Boho - 2

Accessories ที่โดนเด่นและสวยได้เข้ากับบ้านเรา คือ Belted Knits ค่ะ คาดเข็มขัดทับลงบนเสื้อสเว็ตเตอร์ ก็โดดเด่นสำหรับหนาวนี้แล้วหล่ะค่ะ หรือจะเป็นเข็มขัดรับบิ้น และ เข็มขัดทหาร ก็ไม่ผิดระเบียบแต่อย่างใดค่ะ
ถ้าจะติดเข็มกลัดเพิ่มความแวววาวบนเสื้อ หรือ ผ้าพันคอ ขอเป็น design แบบ vintage เน้นดีไซน์แบบเก่าตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ขึ้นไปนะคะ
สาวที่อยากเติมความเก๋ ด้วยหมวก ก็ต้องยกให้ Newsboy Caps ค่ะ แบบ Valentino, Dior หรือ Chanel runways ค่ะ

บล็อคไทย, Thai Blog, fashion, trend, runway, Fall Fashion, แฟชั่น, เทรนด์, ลองแวง. อีฟ แซงค์ โลรองต์, วาเลนติโน่, สเตลล่า แมคคาร์นี่ย์, คาลวิน ไคลน์, แมกซ์ มาร่า, แอนนา ซุย, ชาเนล, มาร์ค จาคอบ, โคลเอ้, ออสการ์ เดอ ลาเรนต้า, เบอร์เบอรี่, ดิออร์, BCBG

Comments (5)

Fragrance Notes คืออะไร?

Fragrance Notes คืออะไร?

Posted on 14 October 2005 by Vinegar Girl

สาวๆขา การฉีดน้ำหอมที่มีกลิ่นแรง หรือ ฉีดเยอะไปเนี่ย แทนที่จะเชื้อเชิญผู้คนให้เข้าใกล้ อาจกลายเป็นขับไล่ให้ผู้คนออกห่างนะคะ…วันนี้ปลื้มมากๆค่ะ น้อง ^Kem-Mud^ ขอเรียกว่าน้องเข็มละกันนะคะ ^_^ ได้แนะนำเคล็ดลับดีๆที่ไม่ควรมองข้ามมาฝากสาวๆ vinegar girl กันค่ะ สาวเปรี้ยวแต่สุภาพอย่างเราๆ ต้องรู้เรื่อง มารยาทในการฉีดน้ำหอม กันด้วยนะคะ
ปกติในชีวิตประจำวันต้องไปโรงเรียนหรือทำงาน และนำว่าให้ฉีดแต่น้อยตรงบริเวณชายกระโปรงหรือผ้าเช็ดหน้าค่ะ เพราะมันจะช่วยควบคุมกลิ่นได้ดีกว่าแล้วยังทำให้มีกลิ่นหอมโชยออกมาจางๆตอนเคลื่อนไหวด้วย ^^
ส่วนถ้าไปงานเลี้ยงแล้วต้องการให้น้ำหอมทำงานได้เต็ม ห้ามฉีดบริเวณคอหรือข้อมือเด็ดขาดจำไว้นะค่ะมันจะฉุน แล้วหลายคนมักเข้าใจผิดในจุดนี้ ^^ ที่ต้องฉีดจริงๆก็คือบริเวณแนวเอวค่ะ เพราะถ้าฉีดตรงแนวเอวกลิ่นหอมจะขึ้นตามความอุ่นของอุณหภูมิร่างกายและทำให้หอมขึ้นมาถึงบริเวณอกพอดี ^O^

ขอบคุณน้องเข็มมากนะคะ ที่เอาเรื่องดีๆมาฝาก ^_^ ( ถ้ามีเคล็ดลับเรื่องอื่นๆอีก ส่งมาได้อีกค่ะ ช้อบบบๆ ฮ่าๆๆๆ ) ขอเพิ่มเติมนิดดดส์นึงค่ะ ว่า ปกติสาวๆฉีดน้ำหอมกลิ่นเดิมๆ ทุกวัน อาจทำให้จมูกชินกลับกลิ่นเดิมๆ เลยฉีดเพิ่มมากขึ้น แนะนำว่า เราอาจเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมบ้าง เพื่อให้ประสาทรับกลิ่นไม่คุ้นชินจนเกินไปนะคะ

Fragrance

เมื่อวานพูดถึงเรื่อง fragrance notes ไว้ ยังจำกันได้รึเปล่าคะ? อ้ะงงกันหล่ะสิ ก็เรื่อง โน้ตที่แบ่งเป็น 3 แบบมี โด ..โร.. มี…..ไม่ช่ายโน้ตดนตรี!! อันนี้คือ โน้ดของน้ำหอม โอ้วววว น้ำหอมก็มีโน้ตด้วย!! ไม่ได้มั่วค่ะ หาข้อมูลมาให้แล้วจาก perfume center เวปนี้ดีมากๆ สำหรับใช้หากินเรื่องน้ำหอมต่อไป เอ้ย! ไม่ใช่ค่ะ ดีมากๆสำหรับคนที่สนใจเรื่องน้ำหอม ความรู้พื้นฐานเรื่องน้ำหอม เช่น Perfume ต่างกับ Eau De Parfum แล้วยังต่างกับ Eau De Toilette ยังงัย ตลอดจนเคล็ดลับต่างๆ เช่น ทำไงให้กลิ่นติดทนน้านนานนนน (แบบ promotion เครือข่ายมือถือบางยี่ห้อ < --- เกี่ยวมั้ยคะเนี่ย)
ต้องลองไปอ่านกันดู แต่ถ้าขี้เกียจ เดี๋ยวเอาไว้จัดให้ค่ะ! อิอิอิ
วันนี้จะว่าด้วยเรื่อง Fragrance Notes คืออะไร? : น้ำหอม 1 ขวด จะประกอบด้วยส่วนผสมมากมายหลายกลิ่น และเจ้า Notes ก็คือกลิ่นนั่นเองค่ะ

  • Top Notes : เป็นกลิ่นที่บางเบา และมาแค่ไม่กี่นาทีก็จากไปค่ะ ส่วนใหญ่เราจะได้กลิ่นฟื้ดดดแรกตอนฉีดใหม่ๆ (แยกกันออกรึเปล่าคะ?!) top notes เนี่ยจะติดกับผิวเราแค่ 5-10 นาทีค่ะ
  • Middle Notes : เจ้ากลิ่นที่เป็น middle notes เนี่ยไม่รู้ว่าขี้อาย หรือ รถติดเลยมาช้าหน่อย กว่าจะเริ่มแสดงตัวให้เราได้กลิ่นหลังจากที่เราฉีดน้ำหอมลงบนผิว ก็ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีไปแล้วค่ะ แต่อย่าว่าเค้านะคะ เพราะเค้าจะติดบนผิวเราไปนานนนนเป็นชั่วโมงเลยค่ะ
  • Bottom Notes : คราวนี้ถึงตานาง(สาว)เอก ของเราค่ะ (ยังไม่แต่งงานอ่ะค่ะ ขอเป็นนางสาวได้ป่าวคะ แฮ่ๆ) กลิ่นที่เป็น bottom notes เนี่ยจะเป็นส่วนผสมที่เข้มข้นกว่ากลิ่นอื่น ก็งี้แหล่ะค่ะ เป็นนางเอกต้องเป็นตัวดำเนินเรื่อง เพราะฉะนั้นนางเอกของเราจึงอยู่นาน น้านนนนนน นานนนนน หลายชั่วโมงเลยค่ะ
  • ว่าแต่เราจะรู้ไปทำไมคะ เรื่องโน้ตๆ เนี่ย ขอบอกค่ะว่า นอกจากจะทำให้ดูเป็น guru ( แปลตรงตัวตามคำอ่าน = กูรู้ หรือ ผู้รู้ ) แล้วเนี่ยนะคะ ยังเป็นส่วนสำคัญในการเลือกซื้อน้ำหอมอีกด้วยค่ะ เพราะเราจะได้ทราบว่า กลิ่น หรือ โน้ตส์ไหนเป็นนางเอก นางรอง หรือตัวประกอบกันค่ะ ต่อไปนี้เวลาไปซื้อน้ำหอม สาวๆก็ถามพนักงานขายกันใหญ่ว่าน้ำหอมยี่ห้อนั้นๆ มีกลิ่นอะไรเป็นส่วนผสมอยู่บ้าง เป็นการฝึกความจำของพนักงานขายไปในตัว ฮ่าๆๆ

    Tag : : : :

Comments (5)

เคล็ดลับในการซื้อน้ำหอม

เคล็ดลับในการซื้อน้ำหอม

Posted on 12 October 2005 by Vinegar Girl

มีเสียงเรียกร้องให้ review น้ำหอมเข้ามาค่ะ แต่เรื่องกลิ่นเนี่ย ค่อนข้างเป็นความชอบเฉพาะตัว สไตล์ใครสไตล์มัน จะชอบแนว sexy, feminine หรือ fresh ก็ว่ากันไป แนะนำว่าควรไปทดลองกลิ่นตามเคาเตอร์น้ำหอมในห้างด้วยตัวเองน่าจะดีกว่าค่ะ

fragrance

วันนี้เลยหาวิธีเลือกซื้อน้ำหอมมาฝากกันนะคะ ได้ข้อมูลจาก handbag.com ค่ะ

  • ดมก่อนดีกว่า อย่าซื้อเพราะขวดสวย หรือใช้แล้วจะ sexy แบบ Paris Hilton ต้องลองดมเองค่ะ แหมม เก๊าะน้ำหอมขวดนึงเนี่ย ราคาไม่ใช่ถูกๆ test ให้ sure ดีกว่าซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้นะคะ สาวเปรี้ยวอย่างเราๆต้องฉลาดช้อปอยู่แล้วว แว้ววว แว้วว แว้ววว
  • หอมที่เพื่อน ไม่หอมที่เราค่ะ อ้ะๆ ใครที่ได้กลิ่นน้ำหอมที่เพื่อนใส่แล้วหอมชื่นจายยยย อยากได้ๆ ฟังทางนี้ก่อนค่ะ น้ำหอมเนี่ยจะให้กลิ่นที่ต่างกันในแต่ละคนนะคะ เพราะฉะนั้นควรทดลองก่อนซื้อค่ะ
  • ใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง การฉีดน้ำหอมที่แผ่นกระดาษ tester เนี่ย ทำให้เราเลือกได้ง่ายขึ้น เพราะดมได้เลยว่าชอบอันไหน ไม่ชอบอันไหน แต่จริงๆแล้วควรฉีดที่ผิวเราจะดีกว่าค่ะ เพราะสาวๆแต่ละคนทีปฏิกริยาเคมีกับน้ำหอมที่ต่างกัน! ซึ่งจะทำให้เราได้กลิ่นจริงๆของน้ำหอมค่ะ
  • ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม(สำนวณบอกอายุรึเปล่า?!?!..ฮ่าๆ) ควรมีเวลาเลือกซัก 2-3 ชม. เพราะตอนที่ซื้อน้ำหอมเนี่ย สภาพจิตใจมีส่วนนะคะ ต้องรู้สึกผ่อนคลาย ไม่รีบร้อน ( วู้ววว ซ่า……..relax ค่ะ relax) ไม่ควรไปซื้อตอนที่ห้างใกล้ปิดนะคะ
  • ไม่กินเผ็ดจ้ะ ไม่กินเผ็ดดดด อาหารรสจัดมีผลกับกลิ่นบนผิวหนังของเรานะคะ เพราะฉะนั้นถ้าวันเสาร์นี้จะไปซื้อน้ำหอมละก็ หลีกเลี่ยงส้มตำน้ำตกซกเล็กกันตั้งแต่วันศุกร์ค่ะ รวมทั้ง แอลกอฮอล์ ด้วยนะคะเจ้าตัวนี้จะทำให้ประสาทรับกลิ่นลดลง สาวๆก็ไม่ควรแอบจิบ cocktail ก่อนไปซื้อน้ำหอมนะคะ
  • ทีละน้อย แต่บ่อยดีกว่าค่ะ ไม่ควรนะคะไม่ควรแบบที่ฉีดกลิ่นนึงที่หลังมือ อีกยี่ห้อแขนซ้าย แล้วไปแขนขวา หัวไหล่ซ้าย หัวไหล่ขวาเนี่ย กลิ่นตีกันทำให้มึนงงได้น้าค้า…. ไป test ทีละ 2-3 กลิ่นดีกว่าค่ะ ถ้ากลัวไปบ่อย test จนพนักงานจำหน้าได้ แนะนำให้สลับห้างค่ะ แฮ่ๆ
  • ครั้งละ 1 ชม เป็นอะไรที่ perfect! ใครที่คิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล กลับมาก่อนค่ะ – -’ เรายังอยู่ในหัวข้อน้ำหอมกันนะคะ เวลา test น้ำหอมควรฉีดให้ห่างซัก 10 นิ้วค่ะ แล้วให้กลิ่นกระจายเข้าตัวเราซึ่งตอนนั้นเราจะได้กลิ่นแรกของน้ำหอม แล้วทิ้งไว้ให้นานนที่สุดเท่าที่จะทำได้ 1ชม.นี่กำลังดีค่ะเพราะน้ำหอมจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป หลังจากนั้นลองดมอีกทีค่ะ กลิ่นจะต่างจากกลิ่นแรกที่เราได้กลิ่นตอนฉีดใหม่ๆนะคะ ขออธิบายเพิ่มเติมจากข้อมูลที่เค้าให้มานะคะ น้ำหอมมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของน้ำหอมจากตัวน้ำหอมเองได้ค่ะ (ไม่เกี่ยวกับกลิ่นที่ผสมกลิ่นกาย + เหงื่อของผู้ใช้นะคะ) กลิ่นที่เราได้กลิ่นแรกตอนฉีดน้ำหอมเค้าจะเรียกว่า top notes แต่กลิ่นจริงๆ ของน้ำหอม ที่ติดกับผิวของเราเนิ่นนานเป็นชั่วโมงคือ กลิ่น Middle notes และ Bottom Notes ค่ะ
  • ห้ามถูค่ะ ใครที่ฉีดน้ำหอมบริเวณข้อมือ แล้วถู คุณกำลังทำร้ายยยน้ำหอมนะค้ะ! น้ำหอมไม่มีชีวิ๊ดดดด แต่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จากข้อมูลที่เพิ่มเติมให้ไว้ค่ะ การถูจะทำลายขั้นตอนการพัฒนาตัวเองของน้ำหอม ทำให้เราไม่ได้กลิ่นที่แท้จริง หรือ bottom notes นั่นเองค่ะ ^_^

Tag : : :

Comments (7)

ชุดสามัญประจำตู้

ชุดสามัญประจำตู้

Posted on 11 October 2005 by Vinegar Girl

เคยมั้ยคะ? เวลาเปิดตู้เสื้อผ้ามา เสื้อผ้าเต็มตู้ แต่ไม่รู้จะใส่อะไรดี ไปๆ มาๆ ก็ ยีนส์ ตัวเก่งอีกตามเคย…สำหรับสี Denim ที่ in trend ในตอนนี้ต้องเป็น ดำซีดใหม่เอี่ยมอ่องสดร้อนๆ จาก runway ค่ะ สาวเปรี้ยวทั้งหลายที่อยากเกาะติด trend ละก็ ต้องรีบค้นตู้กันนะคะว่า เคยมีสีดำซีดกันอยู่แล้วรึเปล่า ถ้ามีรีบงัดมาใช้ด่วน! แต่คนที่ไม่มี ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องไปซื้อหามาให้เปลืองตังค์ Denim สีอะไรเราไม่เกี่ยง ขอให้เลือกแบบที่เหมาะกับรูปร่าง เท่านี้เป็นพอค่ะ เลือกแบบที่ใส่แล้วพรางจุดด้อยของเราจะดีกว่าตาม trend จ๋านะคะ เช่น สาวที่ช่วงขาใหญ่คงไม่เหมาะกับ skinny denim ใส่เป็นแบบขาตรง หรือขาม้านิดๆ จะงามกว่าเยอะค่ะ

Kate Bosworth - Sass & Bide Grand Opening

นอกจากเสื้อยืดตัวโปรดแล้ว ลองหยิบ dress ผ้าชีฟอง หรือ dress ผ้ายืดความยาวเหนือเข่ามาใส่คู่กับยีนส์พับขาและส้นสูง รับรองเปรี้ยววปรี๊ดดดส์แน่ๆค่ะ ส่วนสาวเจ้าเนื้อ ใส่สายเดี่ยวผ้าซาตินประดับลูกไม้แบบ sexy แล้วลองหาแจ็กเก็ตคลุมทับอีกที เท่านี้ก็ดูดีแล้วค่ะ สาว boho ก็ต้องจับคู่กับเสื้อปักลายตัวโคล่ง หรือ เสื้อกล้ามสีขาวคลุมด้วยเสื้อคลุมถักลูกไม้คู่กับรองเท้าส้นเตี้ย หรือสาวมาดเท่ก็ต้อง Military look ที่ใส่กับ แจ็กเก็ต cutting เนี้ยบ ที่มีกระดุม อินทรธนู หรือเข็มขัด สาวรักธรรมชาติต้องไม่พลาดแจ็กเก็ต Safari ค่ะ
ถ้าใครมี mix & match idea เลิศๆ ลองแนะนำกันเข้ามานะคะ ^_^

Tag : : :

Comments (4)

Little Black Dress

Little Black Dress

Posted on 07 October 2005 by Vinegar Girl

Little Black Dress

เมื่อต้นเดือนที่แล้ว หยิบเดรสสั้นสีดำผ้าฝ้ายฉลุลาย ใส่กับสร้อยเส้นยาวไล่ระดับสีทอง ตกแต่งพลอยเม็ดใหญ่สีใสสลับแดง พร้อมด้วยรองเท้าหนังงู พื้นสีขาวขลิบทอง เดินเข้า office อย่างมาดมั่น ทันใดนั้น..มีคนทักขึ้นมาว่า “เย็นนี้จะไปงานศพใครหรอคะ?!?!” แป่วววว!!!!
แหมมม..คุณน้องขา….(ลากเสียงยาวววว) เดรสสีดำเนี่ย ไม่ได้ไปงานศพก็ใส่ได้ค้า…..เห็นทีต้องทำความเข้าใจกันใหม่นะคะว่า เดรสสีดำ ใส่ได้เสมอ สง่า และ classic ตลอดกาล!!! black dress ไม่ว่าจะเป็นสั้น หรือ ยาว ตัวหลวม หรือ เข้ารูป sexy หรือ classic มาทุก winter แน่นอนค่ะ! เรียกได้ว่า เป็น ชุดสามัญประจำตู้เสื้อผ้า กันเลยทีเดียวนะคะ!!!
สาวเปรี้ยวอย่างเรา ควรจะมี LBD (little black dress) อย่างน้อย 1 ตัวในตู้เสื้อผ้าค่ะ เลือกแบบที่ cutting เนี้ยบๆ (ซึ่งอาจจะราคาสูงขึ้นมาหน่อย) แต่รับรองว่า คุ้มค่าการลงทุนอย่างยิ่ง เพราะใส่ได้ตลอด เพียงแค่เปลี่ยน accessories ก็เปลี่ยนความรู้สึกได้ใหม่ค่ะ และเน้นว่าใส่กลางวันได้ ไม่จำเป็นต้องไปงานกลางคืนอย่างเดียวค่ะ ทั้งนี้ต้องอยู่ที่เลือก design ของชุดด้วยนะคะ ถ้าอยากใช้ LBD แบบใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ควรเลือกแบบที่ไม่มากเกินไป และเนื้อผ้าไม่แวววาวค่ะ
black dress ที่จะใส่มาทำงาน อาจเลือกเดรสแขนยาว 3 ส่วน คอวี กระโปรงสั้นหรือคลุมเข่า คาดเข็มขัดเก๋ไก๋ จนใครๆต้องอิจฉา…หรือจะเป็นเดรสแบบ sexy เล็กๆ คลุมทับด้วย แจ็กเก็ต สูทเข้ารูป หรือ คาร์ดิเกนสีสด + กับเครื่องประดับนิดหน่อย เมื่อถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เพิ่มเครื่องประดับกรุยกราย แต่งหน้าแบบ smoky eye พร้อมลุย party กลางคืนได้เลยค่ะ!

Tags : : : :

Comments (5)

มาสคาร่า..มากันทั้งกรุ

มาสคาร่า..มากันทั้งกรุ

Posted on 06 October 2005 by Vinegar Girl

ได้เวลา review Mascara ที่ใช้อยู่ ณ เวลานี้นะคะ ต้องขออภัยที่รายละเอียดเรื่องราคาไม่ครบถ้วน เพราะจำราคาที่ถูกต้องไม่ได้ตอนซื้อค่ะ อ้ะ อ้ะ!! อย่าเพิ่งหาว่าแก่นะคะ อันนี้เป็น review ฉบับ trial ค่ะ เอาไว้แก้ตัวใหม่กับ make up อื่นๆ นะคะ
เริ่มจากราคา ย่อมเยาว์ ราคาประมาณ 200 – 400 บาทกันก่อนค่ะ มาสคาร่าในกลุ่มนี้ทั้งหมดเป็นแบบกันน้ำค่ะ

Maybelline-Lash Expansion

  • Maybelline รุ่น Lash Expansion ค่ะรุ่นนี้ออกมาซักพักแล้วค่ะ ตั้งแต่รุ่นที่มี base coat ยังไม่ออกแหน่ะค่ะ ตัวที่ใช้เป็น waterproof เป็นแท่งสีฟ้า รุ่นนี้ทาง Maybelline บอกว่า ช่วยทำให้ ขนตา หนา และ ยาวขึ้น เอกลักษณ์เฉพาะของ Maybelline ที่ขนแปรงออกแบบพิเศษ ปัดทั่วถึงตั้งแต่โคนจรดปลายเส้นเลยหล่ะค่ะ (ดูเป็น script โฆษณาไปมั้ยคะเนี่ย! ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
  • Review : mascara ตัวนี้พอใช้ได้ ณ เวลาที่ยังไม่มีเจ้าต่อขนตายาว ตัวอื่นๆคลอดออกมา ปัดแล้ว ขนตายาวขึ้น ดูเข้มขึ้นค่ะ แต่ติดที่ว่า เนื้อ mascara แห้งไปนี้ดดดดดสสส์นึงค่ะ ถ้าปัดรอบ 2 ต้องระวังเรื่องขนตา ติดกันเป็นกระจุกค่ะ เวลาล้างออกจะค่อนข้างยากหน่อย สำหรับคนขี้เกียจอย่างเรา เป็นเพราะรุ่นที่ใช้ เป็น waterproof ด้วยค่ะ ต้องใช้พวก eye makeup remover ช่วยจะง่ายขึ้นค่ะ
  • คะแนนเต็ม 10 แบ่งออกเป็นข้อๆละ 2.5 ค่ะ (แต่รายละเอียดของ ข้อสุดท้ายจะต่างกันในกลุ่มของ มาสคาร่ากันน้ำ และ ไม่กันน้ำค่ะ)

  • ความยาว : 2
  • ความหนา : 2
  • ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก : 0.8
  • ล้างออกง่าย : 1
  • คะแนนรวม : 5.8

Maybelline - Full \
Maybelline รุ่น FULL ‘N SOFT รุ่นนี้ออกมานานกว่า รุ่น Lash Expansion ค่ะ ที่วางขาย ก็มีทั้งแบบกันน้ำ และไม่กันน้ำค่ะ แต่ที่ทดสอบเป็นแบบกันน้ำ ตามประสาคนเป็นโรคกลัวน้ำ!! (ฝน) อีกเช่นเคยค่ะ ^_^
Review : ตัวนี้ชอบตรงที่เป็นไปได้แบบชื่อรุ่นเลยค่ะ คือ ขนตา ดูเต็ม และ นุ่มจริงๆ แต่ไม่ตอบโจทย์สาวที่ต้องการขนตายาวขึ้นแบบเห็นเป็นเส้นขนตาขึ้นมานะคะ เหมาะกับสาวที่ขนตาค่อนข้างยาวอยู่แล้ว ปัดไปเนี่ย ช่วงโคนขนตาดูเต็ม สวยซึ้งค่ะ และที่สำคัญคือ ลักษณะขนตาดูนุ่มเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ดูแข็งๆ ทื่อๆ เหมือนอะไรมาพอกหนาๆ ไว้ ถือว่าคุณภาพคุ้มราคาค่ะ เรื่องล้างออกก็ไม่ยากเท่าไหร่นะคะ แต่รุ่นนี้ ออกมานานแล้ว อาจไม่เหมาะกับสาวๆที่ต้องการทั้งยาวทั้งหนา!! ขนตา ค่ะ ขนตา…อย่าคิดมาก.ก.ก..ก ปัดตัวนี้สวยเด้งทั้งวันค่ะ

  • ความยาว : 1.5
  • ความหนา : 2
  • ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก : 2
  • ล้างออกง่าย : 1.5
  • คะแนนรวม : 7
  • ปล. (ย่อจาก ปุ๊บปั๊บ อยากเล่า!!) คืองี้ค่ะ เกิดนึกถึงตอนเรียนมหา’ลัย ขึ้นมา จำได้ว่า mascara ของ Maybelline รุ่นที่ช้อบบชอบบ คือ รุ่นที่ปรับระดับความหนาได้ รุ่นนั้นดีมั่กๆ คือวันนี้ขนตาอยากบาง อยากหนา ปรับเอาจากขวดได้เลย ถ้าเพื่อนๆคนไหนเกิดทัน! แหม ไม่นานขนาดน้านนนน…คิดว่า คงได้ใช้กันบ้างนะคะ)

    L\
    L’OREAL รุ่น Double Extension รูปไม่ตรงกับหน้าตา product จริงๆนะคะ เนื่องจากกล้องไม่อยู่ รูปนี้ไปเอาจาก site ของ L’OREAL มาค่ะ
    หน้าตาที่ขายในเมืองไทย เป็นแท่งสีขาว ฟ้า แบบนี้ถ้าเป็นชนิดกันน้ำนะคะ แท่งจะมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ไม่ตรงๆ เหมือนของ US ค่ะ (ของ US เค้าจะชื่อรุ่น Double Extend ค่ะ) พลิกๆ ดูที่แท่ง mascara เหลือบไปเห็น “Fortifying Extending Mascara with Ceramide R” อ่านว่า โฟร์ตี้โฟร์ตี่โฟ่ร์ตี้ไฟฟฟฟฟ์ ไม่ใช่แล้น!! แปลแบบ งูๆ ปลาๆ ได้ความว่า มาสคาร่ารุ่นนี้มี เซราไมด์ อาร์ (คนละสูตรกะ คารามายด์ นะคะ) ที่จะช่วยต่อขนตาให้ยาวเป็นแพ….โดยใช้ด้านที่เป็น base coat ปัดก่อน แล้วตามด้วยด้านสีดำ อ่ะมาลองกันเลยค่ะ
    Review : พอลองแล้ว ของเค้า “ยาวจริงๆค่ะ!!” base coat ทำหน้าที่ต่อขนตาออกไปให้ยาว พอปัด mascara ทับก็จะได้ขนตาที่ดูยาว และสีเข้มค่ะ คือเนื้อ mascara จะจับเป็นเส้นกับขนตาที่ยาวขึ้นไป ไม่ได้ทำให้ขนตาหนา แต่สีที่เข้มๆ ก็ทำให้ดูหนาได้เหมือนกันค่ะ (เอ่อ…. – -” งง กันมั้ยคะเนี่ย?!) สรุปว่า เนื้อ mascara ดีที่ไม่กระจุก หรือ จับกันเป็นก้อน ปกติตัวเองจะไม่ค่อยใช้ base coat แค่ตัวมาสคาร่าอย่างเดียวก็ทำให้ขนตายาวขึ้นได้ค่ะ แล้วเรียงเส้นสวย ปัดตัวนี้ตาจะดูกลมโต ขนตาเด้งไม่มีตก เช้าจรดเย็น ยันดึกแน่นอนค่ะ
    ข้อควรระวัง ควรปัด base coat แค่รอบเดียว หรือ ปัดย้ำแค่ช่วงปลาย เพราะถ้าปัดมาสคาร่าทับไม่ดี จะกลายเป็นนางพญาขนตาขาว ได้ค่ะ

  • ความยาว : 2.5
  • ความหนา : 2
  • ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก : 2
  • ล้างออกง่าย : 1
  • คะแนนรวม : 7.5
  • มากันที่ mascara รุ่นแพงขึ้นมาหน่อย ราคาตั้งแต่ 700 – 1,500 บาท ในกลุ่มนี้ทั้งหมดเป็นแบบไม่กันน้ำนะคะBobbi Brown - Everything Mascara
    Bobbi Brown รุ่น Everything Mascara
    Review : ตัวนี้เหมาะกับคนที่ต้องการขนตาแบบดูธรรมชาติมั่กๆค่ะ ปัดแล้วไม่ได้เด้งขึ้นมาผิดหูผิดตา ไม่ค่อยช่วยเรื่องความยาว หรือความหนามากนัก แต่จะทำให้ดูใสๆ เป็นธรรมชาติ เหมือนไม่ได้ปัด ด้วยเนื้อที่เบามาก ปัดแล้วไม่รู้สึกหนา หรือ หนัก การเรียงเส้นสวย ไม่จับเป็นก้อนค่ะ ถ้าต้องการให้เข้มขึ้นต้องปัด 2-3 รอบค่ะ

  • ความยาว : 1.3
  • ความหนา : 1.3
  • ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก : 2
  • ใต้ตายังไม่เป็นแรคคูน หลังจากผ่านช่วงบ่ายของวัน : 2
  • คะแนนรวม : 6.6
  • DIORSHOW
    Christian Dior รุ่น DIORSHOW
    Review : mascara ตัวนี้ Dior บอกว่า เป็น mascara ที่ทำให้ขนตางามอลังการ (เหมือนใส่ขนตาปลอม) ราวกับเพิ่งเดินออกมาจาก catwalk ค่ะ สาวเปรี้ยวอย่างเรา มีรึจะพลาด!! ฮ่า ฮ่า!!! ได้ลองแล้วปัดครั้งแรกก็เด้งเลยค่ะ เด้งด้วยสีเนื้อ mascara เข้ม ทำให้ขนตาโดนเด่นในครั้งแรกของการปัด ใครที่อยากได้ขนตาหนาๆ เป็นแพ ดูเต็มๆ ต้องอันนี้เลยค่ะ ถ้าปัดหลายๆรอบ ต้องระวัง เรื่องการจับตัวเป็นก้อน แต่อันนี้เป็นแค่ก้อนเล็กๆ ที่ปลายขนตาค่ะ ไม่ต้องตกใจ (ที่บอกมา เพราะกลัวไม่เนียนนค้า…) แก้โดยใช้หวีแปรงขนตา จะช่วยให้เส้นปลายขนตาเรียวเล็กลงค่ะ ด้วยความที่เป็น mascara ที่เพิ่มความหนา อาจทำให้รู้สึกหนักนิดหน่อย และ ผ่านไปครึ่งวัน ขนตาที่งอนเด้ง อาจเริ่มหมดแรงเด้ง มีตกบ้างเล็กน้อยค่ะ แนะนำว่า ถ้าปัดไปงานกลางคืน นี่เกิดแน่ๆ ค่ะ
    ข้อควรระวัง : สำหรับสาวใช้ครีมรอบดวงตาที่ค่อนข้างมัน สาวที่ใส่ contact lenses แล้วหยอดตาบ่อยๆ หรือ สาวๆ ที่คิดว่าจะออกไปดูหนังเศร้า ควรปัดแต่น้อย หรือ หลีกเลี่ยง เพราะค่อนข้างเลอะง่ายนะคะ

  • ความยาว : 2
  • ความหนา : 2.5
  • ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก : 1.8
  • ใต้ตายังไม่เป็นแรคคูน หลังจากผ่านช่วงบ่ายของวัน : 1.5
  • คะแนนรวม : 7.8
  • Estee Lauder - Magna Scopic
    Estee Lauder รุ่น MagnaScopic
    Review : mascara ตัวนี้นับว่าดีมากกกกค่ะ เพราะเนื้อจับขนตาเรียงตัวกันเป็นเส้นสวยแบบเส้นต่อเส้น เม็ดสีที่แน่น ดูคมชัด ให้ความรู้สึกที่หนาขึ้นด้วย เนื้อ mascara ไม่แห้งทำให้การปัดลื่นตั้งแต่โคนจดปลายขนตา ไม่มีปัญหาเรื่อง การเกาะเป็นก้อนเล็กๆ ทำให้เส้นขนตาดูสวยมากๆค่ะ นอกจากนี้ได้ความรู้สึกว่ายังคงความนุ่มของขนตาไว้อีกด้วย รู้สึกชอบมากๆ เพราะเคยได้ sample มาลองแล้วติดใจจนต้องไปหาซื้อมาจนได้ค่ะ ^_^ และเพิ่งได้ทราบว่า MagnaScopic ได้รับรางวัล 2004 C.E.W. Award Best Eye Makeup
    จำไม่ได้ว่า MagnaScopic ของ Estee ออกมาก่อน Hypnose ของ Lancome รึเปล่า (แต่คิดว่าออกมาก่อนนิดหน่อยนะคะ) เพราะตัว เพิ่ม volume รุ่น Hypnose ของ Lancome ก็มีคุณสมบัติคล้ายกันมากค่ะ แต่ยังไม่ได้ลอง Lancome นะคะ เลย เปรียบเทียบไม่ถูก ไว้ลองเมื่อไหร่แล้วจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ( น้องสาวสุดสวย ช่วยส่ง link ของ C.E.W. มาให้ ย่อมาจาก Cosmetic Executive Women, Inc. เป็นองค์ไม่แสวงหากำไรค่ะ อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม click ไปอ่านเลยค่ะ)

  • ความยาว : 2
  • ความหนา : 2.3
  • ไม่จับเป็นก้อน และขนตาไม่เกาะกันเป็นกระจุก : 2.5
  • ใต้ตายังไม่เป็นแรคคูน หลังจากผ่านช่วงบ่ายของวัน : 2
  • คะแนนรวม : 8.8
  • Tag : : : :

    Comments (8)

    ถึงเวลาขนตางอนเด้ง..เช้งวับ!

    ถึงเวลาขนตางอนเด้ง..เช้งวับ!

    Posted on 06 October 2005 by Vinegar Girl

    หลังจากได้คิ้วสวยกันไปถ้วนหน้าแล้ว ถึงเวลาตาสวยบาด พิฆาตใจหนุ่มๆ เหมือนน้อง Lindsay Lohan กันค่ะ

    Lindsay Lohan

    การแต่งตาที่ง่าย ช่วยให้ดูดีได้ในเวลาอันรวดเร็ว ก็คือ การปัดมาสคาร่า นั่นเองค่ะ แต่ก่อนปัดมาสคาร่า ต้องดัดขนตากันก่อนนะคะ
    ข้อแนะนำส่วนตัวคือ ควรจะมีที่ดัดขนตาดีๆ ไว้ซักอัน และ brand ยอดนิยม ของผู้หญิงเอเชีย คือ shu uemura วิธีดัดให้สวยคือ ค่อยๆ ดัดไล่ตั้งแต่โคน ถึง ปลายขนตา จะงอนงามพอดี๊พอดีค่ะ หลังจากนั้นก็ลงมือปัดมาสคาร่ากันเลยค่ะ ใครมีอะไร งัดออกมาใช้ให้หมด ไม่ว่าจะเป็นแบบที่ทั้งต่อความยาว แบบ 360 องศายาวกันให้ถึงคิ้ว กันน้ำเพิ่มความหนาแบบชนิดพายุมา ใต้ตาก็ไม่เปียก แฮ่ๆ ล้อเล่นค่ะ ถ้าต้องการให้หนาขึ้นก็ปัดทับ 2-3 ครั้ง แต่ต้องรอให้ปัดรอบแรกแห้งก่อนนะคะ แล้วถึงปัดทับได้ ไม่งั้น ขนตาจับเป็นก้อน เป็นกระจุกค่ะ ยี่ห้อที่ใช้ก็ราคาไม่แพงค่ะ ใช้ของ Maybelline และ L’oreal เนื่องจากเปลี่ยน mascara ค่อนข้างบ่อย เพราะเคยอ่านเจอในแมกกาซีนความงามว่า ควรเปลี่ยน mascara ทุกๆ 3 เดือนเพื่อสุขภาพตาที่ดี แต่เราไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เพราะมันเป็นการทำให้สุขภาพของกระเป๋าเงินผอมบาง…และแฟ่บ แต่ตัวเองใช้การสังเกตุดูว่า ถ้าเปิด mascara แล้วมันไม่ดังป๊อกก!! แล้วเนี่ย ก็สมควรทิ้งได้แล้วค่ะ เพราะอากาศเข้าไปเยอะแล้ว แถมปัดไม่ค่อยสวยแล้วนะคะ ไหนๆ ก็เขียนเรื่อง mascara แล้ว ช่วงท้ายมา review mascara กันดีกว่า

    Lash Set

    ส่วนสาวๆ ที่ขนตาบาง ตก สั้น ปัดแล้วปัดอีก ก็ยังไม่สวยได้ดั่งใจ ตอนนี้ก็ฮอตฮิตกับการติดขนตาปลอม ทั้งแบบชั่วคราว และ ถาวร (แต่น่าจะอยู่ได้แค่ 3 เดือนนะคะ) อันนี้ไม่มีประสบการณ์ตรงนะคะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนเคยลองแล้ว ได้ผลเป็นยังไง ต้องรบกวน comments มาบอกกันด้วยนะคะ
    ถ้าอยากให้ดวงตาสวยซึ้ง เย้ายวนมากขึ้น ก็เขียนขอบตาด้วย eyeliner ก่อนปัด mascara ค่ะ เขียนเริ่มจากกึ่งกลางตาดำ เพื่อ look ที่ไม่ดูดุ หรือ เข้มจนเกินไปค่ะ การเขียน eyeliner นี่ต้องอาศัยการฝึกฝนวิทยายุทธเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวมาดูกันค่ะ ว่าใครเหมาะกับกระบวนท่าอะไร และ ใครที่บรรลุวิทยายุทธขั้นสูงสุดกันแล้ว

    • กระบวนท่าสำหรับศิษย์ผู้น้อง อาวุธคู่กาย คือ ดินสอ ค่ะ เขียนง่าย ไม่ทำให้ท้อแท้…แอ้ แอ้ ซึ่งศิษย์ผู้พี่ ก็ใช้ได้ เพราะ look ออกมาเป็นธรรมชาติ เพราะเนื้อดินสอ ไม่ดูหนักจนเกินไป
    • กระบวนท่าสำหรับศิษย์ผู้พี่ มีอาวุธคู่กาย คือ ปากกาให้สีที่เข้ม คมชัดขั้นค่ะ
    • กระบวนท่าสำหรับปรมาจารย์ อาวุธคู่กาย คือ พู่กัน ค่ะ เพราะพู่กันที่อ่อน ทำให้การ control เส้นยากกนิดดสสส์นึง มีทั้ง liner แบบน้ำ ที่มีหัวพู่กัน (อันนี้น่าจะยากสุด เพราะน้ำแห้งช้าด้วยค่ะ) ส่วน Crame liner หรือ Gel liner ที่มาเป็นกระปุกๆ เหมือนในรูป เป็นของ Stila หรืออีกยี่ห้อที่นิยม คือ Bobbi Brown แบบนี้ต้องซื้อพู่กันต่างหาก ค่ะ
      ขอให้ฝึกกระบวนเพลงยุทธให้แก่กล้านะคะ จะได้สวยกันถ้วนหน้า ^_^

    Tag : : :

    Comments (5)

    ขนตาสมุทรปราการ คิ้วสะพานแขวน

    ขนตาสมุทรปราการ คิ้วสะพานแขวน

    Posted on 05 October 2005 by Vinegar Girl

    Alberta Ferretti Runway-Fall05 ที่จั่วหัวแบบนี้ ไม่ใช่อะไรหรอกนะคะ ก็ฤดูกาลนี้ trend ร้อนๆ ก็ต้อง ขนตางอนงาม เด้ง ดำ และ หนา ชนิดปัดอยู่ที่กรุงเทพฯ เห็นถึงสมุทรปราการเชียวหล่ะค่ะ!! ส่วนคิ้ว ก็ต้องแบบโค้งมน ได้รูปเหมือนสะพาน (เอ่อ เกี่ยวไหมคะเนี่ย?!?!) คิ้วสวยแบบธรรมชาติ ค่ะ บอกลาคิ้วเรียวเล็กแหลม และหักมุม ไปได้เลยค่ะ เพราะคิ้วที่หนาเป็นธรรมชาตินั้นจะช่วยขับด่วงตาให้ดูโดดเด่นมากขึ้น และทำให้ดูเหมือนแต่งหน้าไม่จัด
    สาวๆ ควรหารูปแบบคิ้วที่เหมาะกับใบหน้าตัวเอง คิ้วแต่ละรูปทรง ก็ช่วยเสริม และ อำพรางจุดด้อยได้ด้วยเช่นกันค่ะ เช่น คิ้วที่หักมุมน้อย จนคล้ายกับแนวตรง จะช่วยทำให้ รูปหน้ายาว ดูสั้นลง หรือ คิ้วโค้ง โก่ง จะช่วยทำให้ รูปหน้ากลม ดูเพรียวยาวมากขึ้น คิ้วที่ได้รับการแต่งที่เหมาะสมกับรูปหน้า จะช่วยให้ดูสดใส อ่อนวัยขึ้นได้ค่ะ

    ก่อนอื่น เรามาทราบกันก่อนว่า แนวคิ้วที่สวยงามควรเป็นแบบไหนกัน? สิ่งที่ต้องพิจารณามีอยู่ 3 จุดด้วยกันค่ะ

    1. แนวหัวคิ้ว ควรเป็นแนวเดียวกับปีกจมูก โดยใช้ดินสอ ตั้งเป็นเส้นตรงทาบจากปีกจมูกขึ้นไป ก็จะได้จุดเริ่มต้นของหัวคิ้ว
    2. จุดสูงสุดของคิ้ว ควรเป็นแนวขนานกับขอบนอกของตาดำ หรือ แนวดินสอจากปีกจมูก พาดผ่านกลางตาดำพอดี
    3. แนวหางคิ้ว จะทำมุม 45 องศา กับแนวปีกจมูก

    ดูภาพประกอบกันเลยค่ะ
    ��ว�ิ�ว�ี��หมาะสม
    พอได้แนวคิ้วแล้วให้เราเอาอายไลเนอร์ มาร์กไว้ทั้ง 3 จุดเลยค่ะ ต่อจากนั้น ก็ใช้อาวุธ ตามแต่ถนัด ไม่ว่าจะเป็นแหนบ หรือ มีดกันคิ้ว ถ้าถอนแนะนำให้ค่อยๆถอนไป แล้วคอยเช็คดูด้วยนะคะ เพราะบางที ถอนพลาดไป 2-3 เส้นตรงตำแหน่งสูงสุดของคิ้ว ก็อาจกลายเป็น “คิ้วตกใจตลอดเวลา” ได้เหมือนกัน มือใหม่หัดถอน ต้องเสียน้ำตาบ้าง ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อความสวย มีเคล็ดลับว่า อย่าถอนช่วงมีประจำเดือน เพราะทำให้รูขุมขนปิด แล้วจะเจ็บมากขึ้นค่ะ ควรถอนเวลาเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ในเวลากลางคืน เพราะรูขุมขนเปิด และรอยแดงก็จะจางหายไปในตอนเช้าค่ะ
    สำหรับสาวๆ คิ้วบาง อย่าเพิ่งงอนน้อยใจไปค่ะ แต่งคิ้วให้ได้รูป แล้วใช้แปรง หรือ ดินสอ เขียนเพิ่มไปในขนคิ้วอีกที
    brow set
    อุปกรณ์เพิ่มความสวยให้คิ้ว มีทั้งแบบดินสอ แปรง และเจล คำแนะนำวิธีแต่งคิ้วให้สวยแบบธรรมชาติจากประสบการณ์ตัวเองนะคะ

    • สำหรับคนที่มีคิ้วเข้มอยู่แล้วหลังจากกันได้รูป ใช้เจลแบบใส (ในรูปเป็นของยี่ห้อ Bloom ค่ะ) ตกแต่งอีกที แค่นี้เป็นอันสวยยย
    • สาวที่พอมีขนคิ้วอยู่บ้าง แต่อยากเพิ่มความเด่นชัด แนะนำเป็น brow duo palette หรือสีสำหรับปัดคิ้ว จะมาในแบบตลับ มี 2-3 สีไล่โทนน้ำตาลอ่อน – เข้ม พร้อมแปรงอันเล็กๆให้ มีหลายยี่ห้อให้เลือก ในรูปเป็ฯของ Lancome ส่วนยี่ห้อที่ตัวเองใช้อยู่ก็คือ KATE หาซื้อได้ตาม Watson ค่ะ ราคาไม่แพง สีพวกนี้ใช้ได้นานจนลืมไปเลยค่ะ เคล็ดลับประหยัดคือ ถ้ามี eyeshadow สีน้ำตาลอ่อน-เข้มอยู่แล้ว ก็หาแปรงสำหรับปัดคิ้ว ลักษณะจะเป็นหัวตัดเฉียง (ดูในรูปประกอบนะคะ) มาใช้แทนกันได้ค่ะ ตอนนี้มีแปรงปัดคิ้ว ที่มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายๆ mascara แต่รูปแปรงโค้ง เพื่อใช้ง่ายกับคิ้ว วางขายแล้วหลายี่ห้อค่ะ แต่ก็อีกหล่ะค่ะ วิธีประหยัดคือ ใช้ mascara ที่ปัดขนตา แจมกับคิ้วได้ค่ะ เพียงแต่สีของ mascara ต้องเป็นสีน้ำตาลอ่อนนะคะ แล้วปัดเบาๆพอค่ะ ไม่งั้น คิ้วจะกลายเป็นคิ้วชินจัง แบบที่เอาโนริสาหร่ายมาแปะไว้ได้นะคะ อิอิ
    • สาวคิ้วบาง วิธีที่เหมาะที่สุดคือ ดินสอเขียนคิ้วค่ะ (ในรูป ยี่ห้อ Dior ค่ะ) แบบดินสอนี่มีให้เลือกเยอะค่ะ ราคาตั้งแต่ถูก – แพง
      และอาจใช้ brow palette ช่วงหัวคิ้ว แล้วลากหางคิ้วเพิ่มด้วย ดินสอ อันนี้ต้องใช้การฝึกวิทยายุทธบ่อยๆ แล้วจะเก่ง และสวยเองค่ะ

    โอ้ววววว!!!! เล่าเรื่องคิ้วซะยาวววถึงเชียงใหม่แล้ว!! อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ เอาเป็นว่า พรุ่งนี้มาเขียนเรื่อง ขนตากันต่อละกันนะคะ ^_^

    Tags : : : :

    Comments (4)

    ยาแก้ท้องเสีย ใช้มาสค์หน้าได้!

    ยาแก้ท้องเสีย ใช้มาสค์หน้าได้!

    Posted on 05 October 2005 by Vinegar Girl

    Pepto Bismol

    โอ้โหหห…!! ใครจะเชื่อคะว่า เราจะสวยได้จาก ยา Pepto แต่ก็เป็นไปแล้วค่ะ! เคยได้อ่านข้อมูลในนิตสาร comsopolitan มาค่ะ ว่า เหล่าบรรดานางแบบเค้ามีวิธี ลดรอยแดงจากสิว ด้วยการใช้ยา Pepto Bismol มาแต้มที่สิว มันคือยาบรรเทาอาการท้องเสียดีๆนี่เองค่ะ วันนี้เลยเข้าไปหาข้อมูลใน drugstore.com มาค่ะ เจ้ายาตัวนี้ work จริงๆค่ะ ข้อมูลที่เค้าให้ไว้ก็คือ เวลาที่ หน้าเราเริ่มจะแย่ เช่น มีรอยแดง แห้ง หรือ ระคายเคือง วิธีแก้ไข คือ ใช้เจ้า Pepto เนี่ยหล่ะค่ะ โดยนำ สำลีชุปยา แล้วทาทั่วหน้า ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วล้างออก แหมทั้งใช้รักษาโรค แล้วยังสวยได้ แถมประหยัดเงินอีกต่างหาก แบบนี้ Vinegar Girl ชอบจริงๆค่ะ
    Note: ถ้าอยากลองใช้ตัวยาที่ขายอยู่ในไทย อยากให้ดูรายละเอียดของส่วนประกอบในตัวยา ingredients ของ Pepto แล้วเอามาเปรียบเทียบกับตัวยาในไทยก่อนนะคะ ว่าเหมือนกันหรือเปล่า? ถ้าใครได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม อย่าลืมบอกกันด้วยนะคะ ^_^

    Tag : : : :

    Comments (4)